คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 218 : 10 โรคร้ายที่แพร่พันธุ์มาจากสปีชีส์อื่น


     อัพเดท 3 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,518 Overall : 294,804
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 590 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 218 : 10 โรคร้ายที่แพร่พันธุ์มาจากสปีชีส์อื่น , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 665 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


แบคทีเรียและไวรัสนั้นคือจุลชีพที่เป็นอันตรายถึงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆซึ่งสามารถวิวัฒนาการได้อย่างรวดเร็ว   จุลชีพอันตรายนี้สามารถกระโดดข้ามสายพันธุ์จากสัตว์สู่คนและจากคนสู่สัตว์ได้   ซึ่งไข้หวัดหมูนั้นก็คือตัวอย่างล่าสุด   การติดเชื้อข้ามสปีชีส์นี้อาจจะเกิดขึ้นในฟาร์มหรือตลาดซึ่งเป็นสถานที่ๆเหมาะกับการอาศัยของกลุ่มเชื้อโรคต่างๆมากมาย   เมื่อเชื้อโรคหลายๆสปีชีส์มารวมกัน   พวกมันก็จะแลกเปลี่ยนพันธุกรรมและรวมหัวกันเพื่อฆ่าเจ้าของร่าง (เช่นคุณ)   การรับเอาเชื้อโรคเข้าร่างกายนั้นอาจจะมาจากกิจกรรมน่ารักๆอย่างการที่คุณยอมให้ลิงในละครสัตว์นั่งบนไหล่   จุลชีพที่ต่างกัน 2 ชนิดนั้นสามารถมารวมตัวกันในอวัยวะภายในของคุณ, แลกเปลี่ยนพันธุกรรม, และวิวัฒนการเพื่อเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นพานะนำโรคร้าย   โรคที่ถูกส่งผ่านจากสัตว์สู่คนนั้นเรียกว่า zoonoses ซึ่งโรคเหล่านี้มีมากกว่า 36 โรคที่มาจากการสัมผัสโดยตรงและอีกมากกว่า 48 โรคที่มาจากการกัด   เพราะพาราไซส์ที่เป็นต้นเหตุของโรคนั้นไม่จู้จุกจิกเรื่องเจ้าบ้าน   โรคของคนก็สามารถลดจำนวนสัตว์ได้เหมือนกันจากกิจกรรมเช่น   การท่องเที่ยว




 10) โลนจากกอริลล่า
 

เหา (lice) นั้นคือแมลงตัวจิ๋วที่อาศัยบนหัวของเรา   แต่เมื่อแมลงเหล่านี้ไปอาศัยอยู่บนร่างกาย (โดยเฉพาะตามขนในที่ลับ)   เราเรียนพวกมันว่าโลน   นักค้นคว้าใน Florida Museum of Natural History ชื่อเดวิด รีดและพรรคพวกได้เก็บ DNA ของโลนจากฟอซซิลของมนุษย์และกอริลล่าเพื่อคาดคะเนช่วงเวลาที่มนุษย์ได้รับโลนมาจากกอริลล่า   พวกเขาพบว่าโลน (public lice) ที่บางคนมีกันนั้นมีต้นกำเนิดมาจากการกระโดดข้ามสปีชีส์จากกอริลล่าเมื่อประมาณ 3.3 ล้านปีก่อน   ซึ่งสาเหตุนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้สรุปในปี 2007 (2550) ว่าไม่ได้มาจากการที่คนไปมีอะไรกับกอริลล่าแต่เป็นเพราะคนในยุคนั้นนอนหลับในรังกอริลล่าหรือกินเนื้อเจ้าเอปยักษ์นี้ต่างหาก   มนุษย์นั้นคือไพรเมทสปีชีส์เดียวที่มีทั้งโลน (public lice) และเหา (head lice)   ส่วนชิมแปนซีนั้นมีแค่เหา (Pediculus) และกอริลล่ามีแค่โลน (Pthirus

http://www.livescience.com/1342-gorillas-gave-humans-crabs.html




9) ไวรัสจากคนฆ่าชิมแปนซี
 

การท่องเที่ยวและการสำรวจนั้นอาจจะมีสาเหตุเพื่อช่วยสัตว์ป่า   แต่กิจกรรมนี้ก็ยังเป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจในชิมแปนซีแอฟริกันอีกด้วย   ไวรัสชื่อ human respiratory syncytial virus (HRSV) และ human metapneumovirus (HMPV) นั้นเป็นไวรัสธรรมดาที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจซึ่งคร่าชีวิตทารกไปหลายคนในประเทศที่กำลังพัฒนา   แต่เพราะคนเกือบทุกคน (ที่โตแล้ว) พบเจอกับไวรัสทั้งสองนี้เกือบทุกวัน   เราจึงได้สร้างแอนตี้บอดี้เพื่อต่อสู้ไวรัสทั้งสองนี้ขึ้นมา   แต่เมื่อไวรัสนี้ได้แพร่พันธุ์จากมนุษย์โดยตรงไปสู่ฝูงชิมแปนซีใน Côte d'Ivoire, แอฟริกาตะวันตกในระหว่าง 1999-2006 (2542-2549)   ประชากรทั้งหมดของเอปใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ก็ได้หายไปเกือบหมด   เหตุการณ์นี้คือการแพร่พันธุ์ของโรคโดยตรงจากมนุษย์ไปสู่เกรทเอปป่าครั้งแรก   เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคอื่นๆสู่ชิมแปนซี   นักวิทยาศาสตร์นั้นต้องสวมหน้ากากอนามัย, อยู่ห่างจากชิมแปนซีอย่างน้อย 6 เมตร, และฆ่าเชื้อรองเท้าที่สวมบ่อยๆ

http://www.livescience.com/9565-human-viruses-kill-great-apes.html




8) โปลิโอ, คุดทะราด (yaws), และแอนแทรกซ์
 

การศึกษาสัตว์ในป่านั้นเป็นเรื่องยากได้เหมือนกัน   เพราะจากข้อมูลของเฟเบียน ลีนเดิร์ทซ   ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคระบาดในสัตว์ป่าแห่ง Robert Koch-Institute และ Max Planck Institute for Evolutionary Anthropology ประเทศเยอรมันนี   นักวิทยาศาสตร์นั้นเชื่อว่า   ฝูงชิมแปนซีใน Gombe Stream National Park ประเทศแทนซาเนียนั้นได้รับโรคโปลิโอมาจากมนุษย์    นอกจากนี้   นักวิยาศาสตร์ก็ยังเชื่ออีกว่า   กอริลล่านั้นอาจจะได้รับโรคคุดทะราด (โรคที่ใกล้เคียงกับซิฟิลิสแต่ไม่ได้ติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์) มาจากมนุษย์อีกด้วย   นอกจากโรคทั้งสองแล้ว   กอริลล่าและชิมแปนซีในแอฟริกาทางตะวันตกนั้นก็โดนโจมตีจากโรคแอนแทรกซ์อีกด้วย   ซึ่งโรคนี้อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากฝูงปศุสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้




7) อีโบล่า
 

อีโบล่านั้นคือภัยอันตรายที่กอริลล่าและชิมแปนซีในแอฟริกลางกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้   โรคนี้อาจจะแพร่กระจายมาจากมนุษย์ที่กินสัตว์ติดเชื้อเข้าไป   ในปัจจุบัน   อีโบล่านั้นสามารถส่งต่อกันจากคนสู่คนโดยการสัมผัสเลือดหรือน้ำจากร่างกายของผู้เป็นโรค   อีโบล่านั้นได้คร่าชีวิตคนไปหลายร้อยในปีช่วงกลางทศวรรษที่ 70 (2513-2523)   ผู้ป่วยโรคอีโบล่านั้นจะมีไข้อย่างเฉียบพลัน, ร่างกายอ่อนแอ, การปวดกล้ามเนื้อ, ปวดหัวและเจ็บคอ   แล้วจึงมักจะตามมาด้วยอาเจียน, ท้องเสีย, ผื่นคัน, ไตวายและตับล้มเหลว   ในบางครั้ง   ผู้ป่วยก็อาจจะมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกอีกด้วย   อัตราการเสียชีวิตจากอีโบล่านั้นอยู่ที่ประมาณ 25-90% โดยขึ้นอยู่กับเวลาและเชื้อโรค   นักค้นคว้านั้นสันนิษฐานว่าอีโบล่าอาจจะมีค้างคาวเป็นพาหะเพราะเมื่อพวกมันมีชีวิตรอดหลังจากการได้รับเชื้อโรค




6) ฝีแมว
 

มนุษย์ยุคโบราณที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าซาวันน่าเปิดในแอฟริกานั้นคงจะเป็นอาหารง่ายๆสำหรับแมวใหญ่แถวนั้น   แต่อย่างไรก็ตาม   อาหารมื้อหนึ่งของแมวนักล่าได้เปลี่ยนชะตากรรมของแมวทั้งโลกไปตลอดกาล   แมวใหญ่ที่ได้ฆ่าและกินตับไตไส้พุงของบรรพบุรุษมนุษย์เมื่อ 200,000 ปีที่แล้วนั้นได้รับแบคทีเรียชื่อ Helicobacter pylori (แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคปวดท้องเรื้อรัง) เข้าไป   แบคทีเรียนี้ได้วิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์อื่นชื่อ H. acinonychis ที่เป็นต้นเหตุของฝีในแมว   โรคฝีแมวนี้ได้แพร่กระจายไปสู่สิงโต, ชีต้า, และเสือจากการต่อสู้แย่งอาณาเขตและก็ยังคงหลอกหลอนแมวใหญ่เหล่านั้นอยู่จนถึงทุกวันนี้

http://www.livescience.com/861-humans-gave-big-cats-ulcers.html





5) สมองบ้าพาราไซส์
 

พาราไซส์แปลกประหลาดชื่อ Toxoplasma gondii นั้นได้เข้าโจมตีสมองของมนุษย์ประมาณ 50% ของจำนวนประชากรทั่วโลก (ประมาณ 3 พันล้านคน) รวมถึงชาวอเมริกันจำนวน 50 ล้านคน    พาราไซส์นี้ทำให้คนมีโอกาสเป็นโรคประสาทมากขึ้นและอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุของโรคจิตเภทอีกด้วย    เจ้าบ้านที่จำเป็นสำหรับพาราไซส์นี้คือแมว (ทั้งแมวบ้านและแมวป่า) ซึ่งเป็นที่ๆพวกมันขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ (T. Gondii สามารถขยายพันธุ์ในร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆได้แต่จะเป็นแบบไม่อาศัยเพศ)   แมวที่สามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านได้นั้นมีโอกาสที่จะเอาพาราไซส์นี้กลับบ้านไป   ส่วนคนนั้นก็อาจจะได้รับพาราไซส์จากอุจจาระของแมวอีกต่อ   T. Gondii นั้นจะไปทำลาย astrocytes ที่เป็นเซลล์ในสมอง   อาการเบื้องต้นของผู้ป่วยที่ได้รับ T. Gondii นั้นเหมือนการมีไข้ธรรมดาแต่อาการนี้จะไม่หายไป   โรคประสาทจาก T. Gondii ประกอบไปด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหวหรือโรคทางจิต เช่น ความวิตกกังวล, อารมณ์แปรปรวน, หรือภาวะซึมเศร้า    นักวิทยาศาสตร์บางคนนั้นคิดว่า T. Gondii นี้สามารถเปลี่ยนนิสัยคนได้ถึงขนาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมได้เลย   โดยประเทศที่มีคนจำนวนมากที่มี T. Gondii อยู่ในร่างกายนั้นก็จะมีผู้ป่วยโรคประสาทมากขึ้นตามไปด้วย

http://www.livescience.com/933-study-cat-parasite-affects-human-culture.html





4) HIV/AIDS
 

HIV นั้นคือไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ (AIDS)   ซึ่งโรคนี้มาต้นกำเนิดมาจากชิมแปนซีและไพรเมทอื่นๆ   นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า   โรคเอดส์นั้นเกิดขึ้นเมื่ออย่างน้อย 100 ปีก่อน   โรคนี้ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์และทำให้เชื้อโรคกับมะเร็งเข้าโจมตีร่างกายได้ง่ายขึ้น   ยกตัวอย่างเช่นวัณโรค (Tuberculosis) ที่ได้คร่าชีวิตของผู้ป่วยโรคเอดส์ไปเกือบ 250,000 คนทุกๆปี   เมื่อสิ้นปี 2007 (2550)   คนประมาณ 33 ล้านคนทั่วโลกมีไวรัส HIV โดยในจำนวนนั้นรวมถึงผู้ป่วยใหม่ๆเป็นจำนวน 2.7 ล้านคน  และผู้ป่วยเหล่านี้จำนวน 2 ล้านคน (รวมถึงเด็กจำนวน 270,000 คน) ได้เสียชีวิตลงในปีนั้นเอง   2 ใน 3 ของผู้ป่วยด้วยการติดเชื้อ HIV นั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่กึ่งซาฮาร่าในทวีปแอฟริกา   เมื่อไม่นานมานี้   นักค้นคว้าพบว่าการติดเชื้อ HIV ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 1969 ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก





3) โรคจากการกัด
 

นักวิทยาศาสตร์คิดว่าโรคที่มาจากการกัดของสัตว์นั้นกำลังขยายอาณาเขตไปเรื่อยๆและคร่าชีวิตคนไปเป็นแสนๆคนทุกๆปี   ยุงนั้นคือสัตว์นำขบวนโรคเหล่านี้   โดยผู้คนจำนวน 350 ล้านหรือมากกว่าเป็นโรคมาลาเรียทุกๆปี   ซึ่งในจำนวนนี้   ผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนในนั้นเสียชีวิตลง   ผู้โชคร้ายส่วนมากนั้นคือเด็กเล็กๆในแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า   นอกจากนั้น   ผู้คนอีก 50 คนก็ยังเป็นโรคไข้เลือดออกทุกๆปี   และในจำนวนนี้   ผู้คน 500,000 คนต้องเข้าโรงพยาบาลและ 2.5% ในผู้ป่วยเหล่านั้นต้องเสียชีวิตลง   โรคระบาดที่มาจากแมลงนั้นกำลังเพิ่มมากขึ้นและร้ายแรงขึ้น   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่า   อากาศที่ร้อนขึ้นนั้นมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก
 

นอกจากโรคที่มาจากยุงแล้ว   สัตว์เลี้ยงของคุณก็เป็นพาหะนำโรคได้เหมือนกัน   โดยหนึ่งในตัวอย่างนี้ก็คือโรคพิษสุนัขบ้านั่นเอง   โรคพิษสุนัขบ้านั้นคร่าชีวิตคนไปจำนวน 55,000 คนทุกๆปี   โดยส่วนมากแล้วการชีวิตนั้นเกิดขึ้นในเอเชียและแอฟริกา   การเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าส่วนใหญ่นั้นมีสาเหตุมาจากการโดนสุนัขบ้ากัด (ถึงแม้ว่าสัตว์ป่าก็อาจจะเป็นพาหะนำโรคได้เช่นเดียวกัน)   นอกจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว   ชาวเม็กซิโกและอาร์เจนติน่าจำนวน 16 ล้านคนนั้นเป็นโรค Chagas (โรคเรื้อรังร้ายแรงที่มาจากการติดเชื้อโรคจากอุจจาระของแมลงกินเลือดชื่อ triatomine)   โรค Chagas นั้นมักจะมาจากสุนัขหรือแม้แต่ไก่ที่ถูกเลี้ยงในร่มตอนกลางคืนซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้แมลงที่อยู่บนตัวพวกมันกระโดดขึ้นร่างกายคนได้
 

ถ้าคุณคิดว่าโรคที่ถูกส่งผ่านจากสัตว์นั้นจะมาจากการสัมผัสอย่างเดียว   คุณคิดผิดแล้ว   เพราะ Hantavirus นั้นมีสัตว์ที่ชื่อ deer mouse เป็นเจ้าบ้าน   คุณสามารถติดเชื้อจาก Hantavirus โดยการหายใจเอาอากาศที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นจากอุจจาระของเจ้าหนูเข้าไป   อาการของผู้ป่วยได้รับ Hantavirus ก็คือการเบื่ออาหาร, ไข้สูง, และการปวดกล้ามเนื้อ   ซึ่งนี้ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น   เพราะเมื่อผู้ป่วยเริ่มรู้สึกดีขึ้น   เขาก็จะเกิดอาการคอแข็ง, มีไข้อีกรอบ, มึนงง, และมีปัญหาใรเรื่องกาเคลื่อนไหวร่างกาย   โรคจาก Hantavirus ไม่สามารถรักษาให้หายได้   แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นมักจะหายจากโรคเอง   ผู้ป่วยจำนวนแค่ 1% เท่านั้นที่เสียชีวิตจากไวรัสนี้





2) กาฬโรค
 

ไม่มีโรคไหนที่จะตราตรึงใจผู้คนมากไปกว่ากาฬโรค (Bubonic Plague) ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 อีกแล้ว   โดยโรคนี้ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกและลดจำนวนผู้คนลงอย่างฮวบฮาบ   ในช่วงที่กาฬโรคเกิดขึ้นนั้น   ซากศพเป็นร้อยๆได้กองรวมกันอยู่ตามถนนจากยุโรปไปจนถึงอียิปต์ (7,000 คนได้เสียชีวิตทุกๆวัน) และผ่านไปทั่วเอเชีย   ผู้คนจำนวนประมาณ 75 ล้านคน(ประชากรมนุษย์ทั่วโลกในขณะนั้นมีจำนวนประมาณ 360 ล้านคน) ได้เสียชีวิตลง   ความตายจากกาฬโรคนั้นเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันและมันก็เป็นความตายที่ทรมานมากอีกต่างหาก   กาฬโรคนั้นคือโรคที่มีแบคทีเรียชื่อ Yersinia pestis เป็นต้นเหตุ   พาหะนำโรคนี้ได้แก่หนู (โดยเฉพาะหนูดำ) หรือแม้แต่แมวแต่มันจพมาเลวร้ายมากก็ตอนที่คนนั้นก็เป็นพาหะนำโรคได้เหมือนกันเมื่อตอนคริสตศักราชที่ 1300s (700 ปีก่อน) นี่แหละ   อาการของผู้ป่วยกาฬโรคได้แก่ไข้, หนาวสั่น, ร่างกายอ่อนแอ, และต่อมน้ำเหลืองที่ทั้งบวมและอักเสบ   แม้แต่ในปัจจุบัน   ผู้ป่วยกาฬโรคจะเสียชีวิตอย่างแน่นอนถ้าไม่ได้รับการรักษา   กาฬโรคที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่แบคทีเรียหายากที่ไม่ตื่นตัวเป็นร้อยๆปีในทะเลทรายโกบีได้ตื่นตัวขึ้นมาในปี 1320s (1863-1873) และเกาะติดมากับเส้นทางการค้าขายจากจีน (1 ใน 3 ของชาวจีนตายก่อนที่ผู้คนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นซะอีก) ไปทั่วทั้งเอเชียจนไปถึงอิตาลีในปี 1347 (1890) แล้วจึงไปที่รัสเซีย   บางพื้นที่ที่โดนกาฬโรคโจมตีนั้นใช้เวลาเป็นศตวรรษเพื่อฟื้นฟูประชากรเพราะผู้คนที่รอดชีวิตบางคนนั้นไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่หรือแม้แต่พระเจ้าเพราะพวกเขาคิดว่าความโกรธของพระเจ้านั้นคือสาเหตุที่พวกเขาต้องมาทรมาน

http://www.livescience.com/2497-black-death-changed-world.html




1) Influenza pandemics
 

ไข้หวัดหมู( H1N1) หรือไข้หวัดนก (H5N1) ที่เคยเกิดขึ้นนั้นยังเทียบไม่ได้กับการระบาดของโรคหวัดในอดีต   แต่เพราะจำนวนประชากรที่มากกว่าซึ่งสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลกอย่างง่ายดาย   ศักยภาพของโรคระบาดนี้ก็เป็นอะไรที่ดูถูกไม่ได้   ประวัติศาสตร์ของโรคหวัดนั้นเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัว   โดยการระบาดของไข้หวัดสเปนในปี 1918 (2461) นั้นได้กวาดตอนผู้คนจำนวน 50 ล้านคนไปสู่ความตายภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน   ซึ่งจำนวนนี้คือการเสียชีวิตที่มากกว่าโรคไหนๆที่เคยเกิดขึ้นบนโลก   ในขณะนั้น   ผู้คนจำนวน 20% ติดไข้วัดสเปน   และชาวอเมริกันจำนวนมากกว่า 25% ได้ป่วยเป็นโรคนี้    ไข้หวัดสเปนนั้นไม่เหมือนไข้หวัดทั่วไปที่คร่าชีวิตผู้สูงอายุ, เด็กและคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอซะเป็นส่วนมากเพราะไข้หวัดสเปนนี้คร่าชีวิตผู้คนอายุน้อยไปเป็นจำนวนมาก   ใน 1 ปี   อายุขัยเฉลี่ยของคนอเมริกันในขณะลดลงถึง 12 ปี   เพราะประวัติศาสตร์ไข้หวัดที่โหดร้าย   รัฐบาลในปัจจุบันนั้นจึงได้มีความพร้อมที่จะจัดการกับไข้หวัดระบาดมากขึ้น   แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม   ไข้หวัดหมูก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน   ซึ่งการผลิตวัคซีนนี้อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือมากกว่า

 

ที่มา - http://www.livescience.com/12951-10-infectious-diseases-ebola-plague-influenza.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 218 : 10 โรคร้ายที่แพร่พันธุ์มาจากสปีชีส์อื่น , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 665 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android