ซ่อนหัวใจ ไว้ในรอยรัก (E book on MEB)

ตอนที่ 11 : Chapter 5 : ขนมปังก็อร่อย คนป้อนก็ด้วย 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

5

ขนมปังก็อร่อย คนป้อนก็ด้วย

 

 

 

 

 

5.30 น. เสียงปลุกจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ใกล้ๆ ปลุกให้เจ้าของเครื่องตื่นจากที่นอน ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดมัน แล้วเตรียมล้มตัวลงนอนต่อเพราะรู้สึกว่าไม่มีแสงสว่างลอดออกมาจากผ้าม่านเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อหันไปเห็นร่างบางของเพื่อนสนิทที่นอนอยู่ข้างๆ ก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับพี่ชายของคนที่นอนอยู่ไว้เมื่อคืนว่าจะออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้านด้วยกัน ร่างบางที่เตรียมตัวจะนอนอีกครั้งก็เปลี่ยนใจเดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป จัดการธุระส่วนตัวไม่นาน เจ้าของดวงตากลมโตที่ขณะนี้ได้ตื่นเต็มตาก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยกางเกงขาสั้นและเสื้อกีฬาที่พร้อมสำหรับการไปวิ่ง ขณะที่มือบางจับรวบผมตึง เสียงระบบสั่นของสมาร์ตโฟนที่วางตรงโต๊ะเครื่องแป้งก็เตือนขึ้น

KEETA                         เมล์เสร็จรึยัง

MALADA                        เสร็จแล้วค่ะ

KEETA                         พี่รอข้างล่างนะ

MALADA                       ค่า

กดตอบข้อความคนถามเสร็จ ร่างบางก็ค่อยๆ เดินออกไปยังประตูห้องนอน แล้วปิดมันให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่นอนอยู่ เมื่อก้าวไปถึงเชิงบันไดก็เห็น
ร่างสูงของคีตะที่อยู่ในชุดกีฬากำลังยืนมองขึ้นมา

“ไปค่ะ พร้อมแล้ว” ร่างบางที่พร้อมจะไปวิ่งกับเขาเดินเร่งฝีเท้าให้ทันคนที่เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

“ปกติออกกำลังกายบ้างรึเปล่าเราน่ะ”

“ก็ไม่ค่อยได้ออกค่ะ ยิ่งช่วงนี้งานเยอะ กินอย่างเดียว จะอ้วนเป็นหมูอยู่แล้ว”

“หึหึ งั้นมานี่ ตามพี่มา” มือหนาจับมือบางให้ตามเขาไปตรงพื้นที่โล่งของสวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน ก่อนจะพาคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายให้ยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อก่อน โดยมีเขาเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ แล้วทั้งสองคนก็พากันเดินเร็วๆ ไปรอบทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจังหวะขึ้นทีละน้อยๆ จนได้ความเร็วที่คงที่ ไม่ช้าไม่เร็วเกินไปจนคนตัวเล็กตามไม่ทัน เมื่อวิ่งได้ระยะทางที่ค่อนข้างไกลพอสมควร เทรนเนอร์ก็สังเกตเห็นว่าลูกทีมเริ่มไม่ไหว เขาก็ค่อยๆ ลดจังหวะการวิ่งลงช้าๆ จนกลายเป็นเดิน

“ไหวไหมเมล์ เราไปนั่งตรงนู้นกันไหม”

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก เสียงหายใจที่ค่อนข้างหอบจัดแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยที่นานๆ เธอจะออกกำลังกายสักที

เมื่อสังเกตเห็นม้านั่งสนามอยู่ไม่ไกล ก็ถือโอกาสพาคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายไปนั่งพัก “เมล์รอตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปกดน้ำมาให้”

“ค่ะ”

แล้วคีตะก็วิ่งไปทางตู้กดน้ำหยอดเหรียญที่อยู่ไม่ไกลจากม้านั่งที่เมลดานั่งรอ ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับน้ำสองขวด มือหนาเปิดฝาขวดออกอย่างรวดเร็วแล้วยื่นให้คนที่นั่งรอดื่มก่อน ตามด้วยเปิดของตัวเองดื่มบ้าง ก่อนสายตาจะไปหยุดที่เชือกรองเท้าของคนที่นั่งอยู่กำลังจะคลายปม ร่างสูงค่อยๆ ย่อลงคุกเข่าและกำลังจะก้มลงเตรียมผูกเชือกให้แน่นขึ้น เพราะถ้าเชือกหลุดมันอาจจะทำให้เธอล้มได้

คนตัวเล็กที่รู้ตัวว่าเขากำลังจะทำอะไร ชักเท้าออกโดยอัตโนมัติ “พี่คีย์ อย่าค่ะ เมล์ทำเอง”

มือหนารีบจับรองเท้ากับเชือกทันที “เมล์นั่งเฉยๆ แล้วก็ห้ามขยับเท้า”

“ว้าว มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับฉันจริงๆ เหรอเนี่ย” มือบางล้วงสมาร์ตโฟนออกมาเลื่อนไปที่โหมดกล้องถ่ายภาพ

“ขอถ่ายรูปสร้างกระแสแป๊บนะคะ”

“พี่คีย์อย่าเงยหน้าสิ เดี๋ยวติดกล้องหรอก” นิ้วเรียวกดจับภาพไปสองสามภาพ ซึ่งก็เห็นหน้าหล่อๆของเขาทุกภาพ

เมื่อผูกเชือกเสร็จเขาก็ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ เธอ “ทำไมอะ ไม่ดีเหรอ”

“กลัวแฟนคลับพี่ดักตีหัวหน้าหมู่บ้าน เนี่ยอดได้รูปเลย มีแต่ที่เห็นหน้าทุกรูปเลย”

“หึหึ เพ้อเจ้อ พี่มีแฟนคลับที่ไหน” ว่าแล้วมือหนาก็เอื้อมไปแย่งสมาร์ตโฟนที่
อยู่ในมือเจ้าของมาดู “ก็ลงรูปนี้ไปไง เนี่ยๆ หล่อทุกรูปเลย เห้อทำไมเราหล่อขนาดนี้น้า”

“หูยยยย นอกจากยายเคทแล้ว พี่ชายนางยังหลงตัวเองอีกด้วย”

คีตะยักคิ้วให้คนที่พยามยามแย่งสมาร์ตโฟนคืน “ถ่ายแล้วต้องลงแล้วแท็กด้วย”

“อะๆ ลงก็ลง พี่คีย์เล่นไอจีด้วยเหรอคะไหนๆ ขอดูหน่อยสิคะ”

 คีตะพิมพ์ชื่อที่ตัวเองใช้บนแถบค้นหาในแอปพลิเคชันอินสตาแกรม ASV.Key ในสมาร์ตโฟนของเมลดา

“หูย มีแต่รูปวิวสวยๆ ทั้งนั้นเลย มีตั้งหลายที่ที่เมล์ยังไม่เคยไปเลยค่ะ อ้อ รวมอเมริกาด้วย เคยไปแต่แถบยุโรป ว่างๆ ต้องลากยายเคทไปบ้างแล้วล่ะ”

“ไปสิ เดี๋ยวพี่พาเที่ยว” คนอาสาเป็นไกด์ยิ้มให้คนที่กำลังตื่นเต้นกับรูปในอินสตาแกรมของเขา สำหรับคีตะแล้ว คนตัวเล็กไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปเสียหมด

“ไหนลงรูปรึยัง มัวแต่ส่องของพี่เนี่ย ไม่มีสาวๆ หรอกน่า ไม่ต้องห่วง”

“ใครว่าไม่มี นี่ไง สวยมากด้วย”

“นั่นมันยายเคท ไม่นับ” ใช่แล้วล่ะ ในอินสตาแกรมของคีตะถ้าไม่นับรูปวิวก็มีแต่รูปคนในครอบครัว แม้แต่รูปเขาเองยังหาไม่ค่อยเจอเลย “แต่ก็ว่าจะลงรูปสาวน้อยขาตันที่ถ่ายร้านคุณเจนอยู่นะ”

“พี่คีย์!

ร่างสูงรีบลุกหลบฝ่ามือบางทันที แล้วก็วิ่งหนีแบบไม่ให้เธอถึงตัวได้ง่ายๆ แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งไล่จนลืมเหนื่อย ภาพหนุ่มสาววิ่งเล่นกัน เสียงหัวเราะที่บ่งบอกว่าทั้งสองกำลังมีความสุขมาก ก็เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่สดใส ดอกไม้ที่เบ่งบานช่างเข้ากับความรักของทั้งสองที่ค่อยๆ ผลิบานเช่นกัน

ในเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมหยุดคนตัวโตก็คงต้องใช้กำลังทำให้เธอหยุด โดยการกางแขนทั้งสองข้างรวบคนที่ตั้งใจจะวิ่งชนเขา “ฮ่าๆ พอแล้วเมล์ พี่เหนื่อยแล้ว”

เมลดาเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ค่อยๆ ถอนตัวออก แก้มเนียนใสเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นจางๆ “ก็พี่คีย์อะ ชอบแกล้งเมล์”

“อ้าว อยู่กันสองคนไม่ให้พี่แกล้งเมล์จะให้แกล้งใครฮึ ไหนลงรูปยัง” คนขี้แกล้งยังคงไม่ลืมทวง

ทั้งสองคนนั่งลงกลางสนามหญ้าที่เป็นพื้นที่โล่งของสวนสาธารณะ เมลดาก้มลงเขี่ยสมาร์ตโฟนไปมา ปรับสีแต่งรูปนิดหน่อยก่อนจะกดอัปโหลดพร้อมกับพิมพ์ข้อความใต้ภาพว่า

ไปวิ่งด้วยกันนะคะ

แล้วตามด้วยสติ๊กเกอร์อิโมจิเด็กผู้หญิงเด็กผู้ชายที่กำลังวิ่งตามหลังกันอยู่ และก็ไม่ลืมแท็กไปหาคนในรูป “เอ้า พอใจรึยังคะ”

“หึหึ” คีตะหัวเราะขำกับคนที่ค้อนใส่เขา ก่อนจะล้วงสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้น

มาแล้วกดเข้าไปในแอปพลิเคชันที่เมลดาเพิ่งแท็กรูปมาหาเขา แล้วพิมพ์ต่อไปว่า

 ครับ ตามด้วยสติ๊กเกอร์อิโมจิหน้าเหลืองขยิบตาลงหนึ่งข้าง

“กลับกันรึยัง แปดโมงแล้วนะ” ระหว่างที่พูดก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือไปดึงคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นไปกับเขา

“ค่ะ ไปทานข้าวกัน”

“หึหึ นึกถึงเรื่องกินก่อนเลยนะเรา เพิ่งออกกำลังกายไปเมื่อกี้เนี่ย”

เมื่อหนุ่มสาวทั้งสองคนที่ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะกลับมาถึงที่บ้านของคีตะอีกครั้ง ก็พบว่าเพื่อนๆ คนอื่นๆ ยกเว้นสาวๆ แก๊งบิงซู ได้กลับออกจากบ้านอัศวธาดาพงศ์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทั้งหมดนั้นมีทริปที่ต่างจังหวัดกันต่อ ซึ่งคนที่เหลืออยู่ พชร เมทัส วรันดา และเจ้าของบ้านอย่างชญาดา ซึ่งก็กำลังลงมาจากชั้นสองเพื่อเตรียมลงมารับประทานอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหาร ก็พบคีตะและเมลดากำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม และทั้งหมดยังจับความผิดปกตินั้นได้จากลักษณะท่าทางของคนทั้งสอง

พชรที่เห็นเพื่อนรักมากับพี่ชายของเพื่อนรักอีกคนก็อดที่จะขยับปากเอ่ยแซวไม่ได้ พร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนไปที่เมลดา “ถึงว่า หาไม่เจอ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ แกว่าแถวนี้ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหมหมอเคท”

“นั่นสิพอลลี่ แบบนี้ต้องสอบปากคำแล้วล่ะ รันจัดการ”

ชญาดาพูดพร้อมกับสบตากับวรันดาและก็เป็นอันรู้กัน วรันดาตรงเข้าประชิดตัวเมลดาทันที “ขอยืมยายเมล์แป๊บนะคะพี่คีย์ สิบนาทีค่ะ รบกวนบอกคุณป้าด้วยนะคะเดี๋ยวพวกเราลงมา” แล้วเพื่อนๆ ก็พากันลากเมลดาให้ขึ้นไปยังห้องนอนของชญาดา ทิ้งให้คีตะยืนยิ้มให้กับพฤติกรรมของสาวๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาหารเพื่อแจ้งแม่บ้านและญาดาตามที่วรันดาฝากไว้

หลังจากที่ทุกคนเข้ามาถึงห้องนอนของชญาดา เมลดาที่ขณะนี้กำลังจะโดนซักฟอกนั่งอยู่คนเดียวกลางโซฟาใหญ่ ส่วนคนอื่นๆ ก็ยืนจ้องเตรียมที่จะยิงคำถามใส่คนที่ทำหน้าเหมือนกลืนยาขมอยู่กลางโซฟา

“ฉันขอถามแกอีกครั้ง พี่คีย์จีบแกเหรอ”

ทุกคนที่เหลือหันไปทางชญาดา และเป็นเมทัสที่เอ่ยขัดขึ้นก่อนที่เมลดาจะทันได้ตอบ “เดี๋ยว ยายเคท ถามอีกครั้ง นี่แกรู้อะไรทำไมไม่เล่า”

“เอาน่าพวกแกใจเย็นๆ ฉันก็เพิ่งจะสังเกตได้เมื่อวาน ยังไม่ได้มีโอกาสบอกไง อย่าเพิ่งขัดฉัน เวลามีน้อย จัดการจำเลยของเราก่อน ว่าไงยายเมล์”

แล้วทุกคนก็ส่งสายตากลับไปจ้องเมลดาอีกครั้ง “ก็...ก็ ไม่รู้ดิ๊ ไปถามพี่แกดิ เขาไม่ได้บอกซะหน่อย”

“โอ๊ยยยยย ยายบื้อ แบบนี้เขาเรียกว่าจีบแล้ว” วรันดาสวนขึ้นทันควัน “แกอย่าบอกนะว่าแกไม่รู้ตัวว่าเขาจีบ”

“ก็รู้มั้ง แต่แก พี่คีย์ยังไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะฉะนั้นแล้วแต่ทุกคนจะคิด ส่วนฉันไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้น จบ ไปกินข้าวได้ หิว”

“เดี๋ยว” พชรกดไหล่บางของเมลดาลง หลังจากเพื่อนรักทำท่าทางเตรียมลุกออกจากโซฟา “แกชอบพี่คีย์ใช่ไหม”

“ก็...ก็”

“ตอบ!” เสียงของทุกคนดังประสานขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ไม่บอก...พวกแกอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ได้ไหมเล่า” ถ้าถามว่าชอบไหม

เมลดาก็ไม่กล้าพูดให้ใครได้ยินว่าเธอรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่กับเขาตั้งแต่วันแรก และทุกๆ ครั้งที่คุยกัน เธอรู้สึกว่าหัวใจพองโตอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งมักจะมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้านวลตลอดเวลาที่คุยกับเขา “นะๆ ไว้แน่ใจแล้วจะบอก” เมลดาส่งสายตาอ้อนวอน เพราะเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดปากพูดอะไรกับใคร อาจจะเพราะมันยังเร็วเกินไป

“ก็ได้ งั้นฉันขอสรุปวาระการประชุมวันนี้” พชรกล่าวพร้อมกับกวาดสายตามองเพื่อนๆ จนครบทุกคน “ยายเมล์ชอบพี่คีย์ พี่คีย์ก็ชอบเพื่อนของเราแน่นอน พอลลี่คอนเฟิร์ม ปิดประชุม ไปกินข้าวได้”

“เฮ้ย...แกพูดบ้าอะไรของแก” เมลดาที่ตกใจกับสิ่งที่พชรพูดเลยโพล่งออกมาเสียงดัง ก่อนจะรีบทักท้วงเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะทั้งหมดทยอยเดินออกนอกห้องนอนของชญาดาไปแล้ว

ขณะที่ลงบันได วรันดาที่กำลังเล่นสมาร์ตโฟนในมือก็เห็นรูปล่าสุดที่เมลดาโพสต์ลงอินสตาแกรม “พวกแกดูนี่ดิ” วรันดาชี้ชวนให้ทุกคนดูภาพที่คีตะกำลังเงยหน้ายิ้มให้ช่างภาพ ขณะที่มือเขากำลังผูกเชือกรองเท้าพร้อมกับข้อความใต้ภาพที่ว่า

ไปวิ่งด้วยกันนะคะ

ครับ

“เรียบร้อยยายเคท เพื่อนรักกำลังจะกลายเป็นพี่สะใภ้” เมทัสที่กำลังจะกดเข้าไปคอมเมนต์ใต้ภาพของเมลดาอีกคน เอ่ยกับชญาดาพร้อมกับพิมพ์ข้อความต่อจากคีตะ

 ไม่เห็นชวนเพื่อนเลย

เขาไม่ชวนเพื่อนไปเป็นก้างหรอกย่ะนังไอซ์ ตามด้วยข้อความจากวรันดาที่เข้ามาสมทบ

“แกๆ แกดูพี่เจนดิ”

“เป็นแฟนกันจริงๆ ด้วย ฮ่าๆ พี่เจนมาแรงเฟ่อ” ชญาดาอ่านข้อความที่เจนนิตาเจ้าของห้องเสื้อเข้ามาพิมพ์ต่อจากเพื่อนๆ ของเมลดา “พี่เจนนี่จับได้ตั้งแต่วันแรกเลยเหรอเนี่ย” ชญาดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“พวกแกหยุดเลย พอได้แล้ว ถ้าไม่หยุดฉันจะไม่คุยด้วยแล้วนะ” เมลดาที่สู้กับทุกคนไม่ไหว เอ่ยเสียงแข็งขู่เพราะเพื่อนๆ กำลังทำให้เธอเขิน จนต้องหาวิธีกลบเกลื่อนด้วยการโกรธเพื่อนไว้ก่อน

ระหว่างที่กลุ่มเพื่อนสาวทั้งห้ากำลังแกล้งเมลดา ในห้องอาหารก็มีเสียงเหมือนทุกคนในบ้านไปรวมกันอยู่ตรงนั้นหมดแล้ว สาวๆ ทั้งห้าตามเสียงนั้นไป แล้วก็พบว่าที่บ้านอัศวธาดาพงศ์กำลังมีแขกอีกคนที่ทุกคนรู้จักกันดีผ่านทางสื่อต่างๆ เหมือนแพร ดารานักแสดงสาวมาทำอะไรที่นี่ สาวๆ บิงซูทุกคนหันไปส่งสายตา
ยิงคำถามที่ชญาดาทันที

“พี่แพร สวัสดีค่ะ”

“จ้า น้องเคท ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะคะ” ดาราสาวเอ่ยทักน้องสาวที่คุ้นเคยกันมานาน ทั้งสองมักจะมาเล่นด้วยกันเสมอสมัยเด็กๆ เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน แต่ตั้งแต่ที่เหมือนแพรไปเรียนต่างประเทศและเข้าวงการบันเทิง ดาราสาวก็มักจะพักที่คอนโดมิเนียมกลางกรุงที่สะดวกสบายกว่า มีเพียงคุณแม่ของเธอเท่านั้นที่อยู่ที่บ้านหลังนั้น แต่ท่านก็ไม่ค่อยจะอยู่ เพราะบินออกนอกประเทศเป็นประจำ

“ทุกคน นี่พี่แพร ทุกคนคงรู้จัก เพื่อนพี่คีย์เขา พี่แพรนี่เพื่อนเคทค่ะมาปาร์ตี้กันเมื่อคืน เมล์ ไอซ์ พอลลี่ และรัน” ชญาดาแนะนำเพื่อนๆ ให้เหมือนแพรได้รู้จักทีละคน

“พี่แพรสวยมากเลยนะคะ รันตามไอจีพี่แพรอยู่ สวยทุกรูป ตัวจริงก็สวยมาก”

เหมือนแพรยิ้มให้วรันดาที่เอ่ยชมเธอ

“เอาล่ะทุกคน แม่ว่านั่งกันก่อนดีไหมจ๊ะ” ญาดาเอ่ยขัดจังหวะเด็กๆ ที่กำลัง

เตรียมจะพูดคุยกันยาว โดยไม่มีใครสนใจอาหารบนโต๊ะเลย

เมื่อถูกเชิญให้นั่งโดยเจ้าของบ้าน ทั้งหมดก็กรูกันเข้าที่ ซึ่งฝั่งเจ้าของบ้านก็จะนั่งทางซ้ายมือของประมุขอย่างคณิน ยกเว้นคีตะที่ตีเนียนไปนั่งทางฝั่งขวาข้างๆ เมลดาที่

นั่งเป็นคนสุดท้ายของแถว

“เมล์ พี่อยากกินบล็อกโคลี่ตักให้หน่อย” คีตะที่คอยให้เมลดาตักนู่นตักนี่ให้สะกิดเธอเบาๆ เพราะเขาบอกเธอว่านั่งไกลเอื้อมไม่ถึง ความจริงแล้วบนโต๊ะแม่บ้านก็กระจายจานอาหารได้ทั่วถึง แต่คนตัวโตข้างๆ เมลดากลับเลือกใช้เธอแทน บางครั้งก็ตักอาหารที่เธอตักมาไว้ในจานของตัวเองแย่งไปกินเองบ้าง

“พี่คีย์ ห้ามตักจานเมล์ จานมันเลอะแล้ว” คิ้วเรียวขมวดและตีหน้ายุ่งใส่คนข้างๆ พร้อมกับกระซิบกระซาบเสียงดุ

คีตะยังคงตีเนียนและไม่กลัวคนตัวเล็กที่กำลังดุเขาอยู่ ก่อนจะกระซิบกลับ 
“พี่ไม่ถือ”

“ไม่เอา” เมลดายังคงค้านเขาเสียงแข็ง

ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยญาดา “สองคนนั่นทะเลาะอะไรกัน คีย์ได้ยินที่แพรเขาถามรึเปล่าลูก”

“เอ่อ ว่าไงนะแพร” คีตะละสายตาจากคนข้างๆ เพื่อหันไปสนใจเพื่อนบ้าง

“แหม ไม่สนใจแพรเลยนะ กลับมาก็ไม่ไปหา ผ่านมาตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วเนี่ย” เหมือนแพรที่จับความผิดปกติของเพื่อนสนิทได้ทันทีที่เห็นคีตะมักจะมองตามเพื่อนของน้องสาวตลอดเวลา

“ก็ว่าจะไปหาคุณน้าอยู่เหมือนกัน พอดีอะไรๆ ยังไม่ค่อยลงตัวน่ะ แต่เดี๋ยวไปแน่นอน”

“งั้นไปวันนี้เลยไหม แม่อยู่บ้านพอดี นะคีย์นะ คีย์ก็รู้ว่าแม่แพรไม่ค่อยว่าง

เดือนๆ หนึ่งบินไปต่างประเทศตลอด”

คีตะหันมามองเมลดา แต่คนข้างๆ เขาสนใจแต่อาหารบนโต๊ะ ชายหนุ่มจึงย้ายสายตาไปที่ญาดา ซึ่งท่านก็พยักหน้าเห็นด้วย “เอ่อ ก็ดีนะ แม่ไปด้วยกันนะครับ

เอาขนมที่แม่ทำไปให้คุณน้าทานด้วย”

“จ้า” ญาดาที่อ่านสายตาลูกชายออกก็ตอบรับทันที

แล้วคีตะก็หันมาสนใจคนข้างๆ ที่ไม่สนใจเขาแล้วตอนนี้ เธอหันไปคุยกับพชรแทน คนตัวโตก็ไม่ลืมเรียกร้องความสนใจต่อด้วยการจิ้มกุ้งที่จานของเธอ

“พี่คีย์ ของเมล์” เมลดาหันมาสนใจคนที่ขโมยของของเธอไปอีกครั้ง

“ก็เมล์ไม่สนใจอะ นี่พี่กินลงกระเพาะย่อยเรียบร้อยแล้วนะเนี่ย”

“อยากกินก็บอกดีๆ สิคะ จะได้ตักให้”

ฝั่งคริสที่นั่งข้างๆ ชญาดาก็ใช้ขาสะกิดน้องสาว ก่อนจะกระซิบเบาๆ “สรุปได้เรื่องว่าไง สองคนนั้นน่ะ”

“ยายเมล์ปิดปากเงียบสนิทไม่ยอมพูดอะไรเลย เอะอะให้ไปถามพี่คีย์อย่างเดียว เดี๋ยวค่อยไปถามพี่คีย์เอา แต่พี่คีย์ก็คงไม่บอกเคทหรอก รอดูไปก่อน เคทว่าเป็นแบบที่เราคิดกันนั่นแหละ”

คริสพยักหน้าให้น้องสาวอย่างเข้าใจ “แต่ตอนนี้ตัวละครลับกำลังส่งเรด้าไปจับแล้ว ดูดิยายเคท”

ชญาดาค่อยๆ หันไปทางเหมือนแพรแบบเนียนๆ “จริงด้วย เคทลืมไปเลย แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ถ้ามีก็มีไปนานแล้ว”

คริสยักไหล่สื่อความหมายว่า ก็ไม่รู้สิ

ส่วนหนุ่มสาวสองคนที่ถูกสองพี่น้องพูดถึงก็ยังคงทะเลาะยื้อแย่งอาหารกันจนกระทั่งจบมื้อเช้าที่ทำให้บ้านอัศวธาดาพงศ์ครึกครื้นด้วยจำนวนแขกมากมาย

ระหว่างที่คนอื่นๆ เอ็นจอยกับขนมที่ญาดาทำเอง คีตะและเมลดาที่รู้ตัวว่ายังไม่ได้อาบน้ำหลังจากไปออกกำลังกายมาก็ขอแยกออกจากกลุ่มเงียบๆ โดยที่เมลดาเดินไปบอกชญาดาเพียงคนเดียว

ทั้งสองคนที่เดินตามกันขึ้นบันไดบ้านไปอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังไม่รอดพ้นสายตาของเหมือนแพร ที่เฝ้าสังเกตตั้งแต่เมลดาเดินเข้าห้องอาหารมาด้วยชุดออกกำลังกายแบบเดียวกับคีตะ โดยที่เพื่อนๆ ทุกคนอยู่ในชุดไปรเวทตามปกติ

“เมล์จะกลับบ้านเลยเหรอ” คนตัวสูงถามขึ้นขณะกำลังจะเดินแยกกันเข้าห้องนอนคนละห้อง

“ค่ะ วันนี้มีนัดกับคุณพ่อคุณแม่”

“โอเค เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จพี่ไปส่ง”

คิ้วเรียวของสาวร่างบางขมวดขึ้น ก็เธอเอารถมา เขาจะไปส่งได้อย่างไร คิดแล้วก็ใช้มือทั้งสองข้างนวดขมับคนตัวโตก่อนจะพูดว่า “เมล์เอารถมา พี่คีย์ลืมแล้วเหรอ”

มือหนาจับมือบางลงมากุมไว้ “ไม่ได้ลืม ก็ไปส่งไง เดี๋ยวพี่นั่งแท็กซี่กลับ”

“ไม่เอา พี่คีย์ต้องไปบ้านพี่แพรกับคุณป้านะคะ”

“ก็ไปส่งเมล์ก่อนไง” คนตัวโตยังคนเถียงไม่หยุด ก็เขายังไม่อยากแยกจากเธอนี่ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกทีเมื่อไหร่ วันธรรมดางานเขาก็เยอะแยะจนแทบจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้

ศีรษะทุยส่ายไปมา “ไม่เอา เสียมารยาทให้พี่แพรกับคุณป้ารอได้ไง สรุปเมล์กลับเองน่ะดีแล้ว ไป...ไปอาบน้ามมมม”

“ครับ ครับ ครับ ไม่ก็ไม่” คีตะยกมือขึ้นยอมแพ้

เมลดายิ้มกว้างให้เขาก่อนจะเดินแยกเข้าห้องชญาดาเพื่ออาบน้ำแต่งตัว 
และก็ใช้เวลาไม่นานร่างบางก็ออกมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่ถือมาเมื่อวาน

เดินลงบันไดบ้านไปหาเพื่อนๆ ที่ขณะนี้น่าจะรออยู่ที่ห้องรับแขก

“ทุกคน กลับกันเลยไหม” เมลดาเดินเข้าไปกลางกลุ่มเพื่อนที่กำลังเม้าท์กัน

อย่างสนุกสนาน

“โอเค งั้นฉันกลับกับพอลลี่ ส่วนเมล์แกไปส่งยายรันที่คอนโด” เมทัสเป็นคนจัดแจงเรื่องการเดินทาง ก่อนที่เด็กๆ ทั้งหมดจะเดินไปลาผู้ใหญ่เจ้าของบ้าน

คีตะที่รออยู่แถวๆ หน้าบ้านพอเห็นกลุ่มเพื่อนสนิทของน้องสาวเดินมาก็รีบเดินเข้าไปหา แล้วอาสาถือกระเป๋าให้เมลดาและวรันดา

“แหมมมม จะอาลัยอาวอนอะไรกันขนาดน้าน ยายเมล์แค่กลับบ้านเองป่ะ ไม่ได้หนีไปอเมริกา” ชญาดาที่เดินออกมาส่งเพื่อนๆ เอ่ยแซวพี่ชายที่ไม่มีทีท่าจะสนใจน้องสาวอย่างเธอสักนิด

คีตะเดินไปหลังรถก่อนจะวางกระเป๋าของสองสาวลงท้ายรถ “แล้วจะโทร.หานะ”

เมลดายิ้มให้เขาก่อนจะเดินตามไปที่ประตูรถที่เขาเป็นคนเดินไปเปิดให้ “ขอบคุณค่ะ เมล์ไปนะ”

แล้วรถทั้งสองคันก็เคลื่อนออกจากประตูบ้านไป ทิ้งไว้เพียงสองพี่น้องที่ยืนดูจนลับสายตา

ชญาดาหรี่สายตามองพี่ชายตัวเอง ก่อนจะถามคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจ “ชอบเพื่อนเคทเหรอ พี่คีย์”

คีตะหันมามองน้องสาวที่ยืนยักคิ้วหลิ่วตาให้เขา ก่อนจะละสายตาแล้วเตรียมเดินเข้าบ้าน

“คนไหนอะ เพื่อนเคทมีตั้งสิบคน”

“โอ๊ยยยย ขี้เก๊ก ไม่บอกก็ไม่บอก รู้อยู่แก่ใจ เชอะ” แล้วร่างบางก็วิ่งเข้าบ้านไปก่อน ทิ้งให้คนพี่เดินตามมาด้วยรอยยิ้ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

161 ความคิดเห็น