[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : Keep Ketchup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    2 ก.ค. 59



Chapter 8 : Keep Ketchup





 

มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน

ที่แก้มใสของหญิงสาวจะแดงจัดเสียยิ่งกว่ามะเขือเทศ

ยามรู้สึกเขิน

 




            โดนโกรธแน่นอน



            เธอไม่ใช่คนโง่โอเค ยอมรับว่าบางครั้งก็มีบ้างที่ตามเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นไม่ทัน แต่สำหรับกรณีนี้มันชัดเจนเกินไป ทั้งการเบือนหน้าหนี อาการนิ่งเฉย ไม่พูดคุยด้วย ไม่มองหน้า หรือจะเป็นตอนสุดท้ายที่มินะรับของแล้วเดินเข้าห้อง ปิดประตูโดยไม่ลากันสักคำ



            ไม่ชอบแบบนี้เลย



            แชยองไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด




            มันไม่เหมือนตอนที่เคาะโต๊ะส่งเสียงดังรบกวนเวลาเรียน ไม่เหมือนตอนแอบใส่เกลือในแก้วน้ำเด็กที่มีเรื่องกัน ไม่เหมือนตอนเอาสมุดบันทึกของอาจารย์จุ่มกระป๋องสี ไม่เหมือนตอนที่เคยทะเลาะกับโซมีเมื่อปีก่อน ไม่เหมือนแม้กระทั่งตอนเจอกันครั้งแรกที่เธอปากพล่อยหาว่ามินะเป็นหญิงสูงวัยกับเป็นกะเทยจนอีกฝ่ายต้องพยายามหลบหน้า ทำราวกับเธอเป็นตัวประหลาด



            ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลอันเนื่องมาจากการกระทำที่ไม่น่ารัก ซึ่งเธอก็เข้าใจและยอมรับมันทุกครั้ง



            แต่สำหรับคราวนี้เธอไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง



            พยายามนึกทบทวนทุกการกระทำของตนต่อพี่สาวข้างห้องตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอยันวินาทีสุดท้าย หากยิ่งนึกก็ยิ่งสับสนคล้ายเดินวนหลงอยู่ในเขาวงกตอะไรทำนองนั้น



            เขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ



            ทำให้เธอต้องเดินวนเวียนอยู่ข้างในนี้จนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน



            “เป็นอะไรเหรอแชยอง สีหน้าไม่ค่อยดีเลย” ได้ยินเสียงรุ่นพี่ผมสั้นช่วยดึงเธอออกจากภวังค์ แชยองมุ่ยหน้า นึกโกรธตัวเองที่เอาเรื่องส่วนตัวมาคิดมากจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน โชคดีแค่ไหนที่ตอนนี้ร้านเพิ่งเปิด ยังไม่มีลูกค้าสักคน



            “ไม่มีอะไรหรอกพี่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ”



            “เหรอ เป็นอะไรล่ะ”



            “มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”




            “หืมเธอมีเรื่องที่ต้องคิดมากด้วยเหรอ” จองยอนเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ ด้วยปกติไม่ค่อยมีโอกาสเห็นโมเม้นท์แบบนี้จากรุ่นน้องสาว คนตัวสูงวางถาดลงแล้วนั่งเท้าคางบนเคาน์เตอร์ “ไหน มีปัญหาอะไรลองเล่าให้พี่สาวฟังสิ”



            แชยองทอดสายตามองผ่านกระจกนอกร้าน เมื่อเห็นว่าลูกค้าน่าจะยังไม่แวะมาในเวลานี้ นายอนยืนตากแอร์เล่นคนเดียวกลางร้าน ส่วนโซมีก็ยังไม่มา จึงนั่งบนเก้าอี้ยกสูงข้างจองยอน



            “พี่จองยอนเคยโดนคนโกรธโดยที่ไม่รู้สาเหตุมั้ย”



            “มีงี้ด้วยเหรอแน่ล่ะ ไม่เคย”



            “...”



“ทุกอย่างมันต้องมีเหตุผลสิ คนบ้าที่ไหนจะโกรธแบบไม่มีเหตุผลถ้าไม่ใช่ผู้หญิงช่วงเข้าวัยทองอ่ะนะ” หญิงสาวรีบพูดต่อเมื่อเห็นสายตาผิดหวังของคนอายุน้อยกว่า “ลองนึกดูดี ๆ สิว่าคนนั้นอ่ะเขาเริ่มมีอาการไม่พอใจตั้งแต่ตอนไหน”



เริ่มไม่พอใจตั้งแต่ตอนไหนเหรอ



ประโยคสุดท้ายที่พวกเธอพูดกันเป็นเรื่องของโซมี



หรือจะเกี่ยวกับโซมี?



พี่มินะไม่ชอบโซมีเหรอแต่เพราะอะไรอีกล่ะ



“ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี” แชยองนิ่วหน้า ยิ่งคิดยิ่งสับสนกับทุกอย่างที่ตีกันวุ่นอยู่ในหัวตอนนี้




“งั้นเธอแคร์เขาหรือเปล่า”



“อะไรนะ”



“หมายถึงคนที่โกรธเธออยู่น่ะแคร์เขามากมั้ย” จองยอนย้ำ “เธอจะไม่ใส่ใจก็ได้นะ แค่โดนคนเดียวโกรธ ไม่นานก็คงหายเอง”



นั่นไม่เคยอยู่ในความคิดเลยสักนิด



โอเคอาจจะเคยคิดแบบนั้นเวลามีเรื่องกับคนอื่น เธอไม่ใช่คนประเภทสนใจสายตาหรือความรู้สึกใครอยู่แล้ว บางครั้งถ้าปล่อยผ่านได้ก็ปล่อยไป



แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงคนนั้น



ให้ตายเถอะ แค่มินะเมินเธอไม่กี่นาที ก็รู้สึกอึดอัดจะแย่แล้ว




จองยอนยกยิ้มเล็กน้อย อาการสับสนและแววตาไหววูบของแชยองบอกคำตอบเธอหมดแล้วทุกอย่าง “ถ้าเธอแคร์ ถึงจะไม่รู้ว่าเขาโกรธเพราะอะไร แต่ก็ไปง้อเถอะซื้อของที่เขาชอบ แล้วขอโทษดี ๆ พอใจเริ่มเย็นลงแล้วคงยอมบอกเองแหล่ะว่าทำไมถึงโกรธ”



“ซื้อของที่ชอบเหรอ”



สมาธิเริ่มหลุดจากโลกแห่งความเป็นจริงอีกครา นึกย้อนความทรงจำตลอดเวลาที่รู้จักกันว่ามินะชื่นชอบอะไรมากเป็นพิเศษของที่พอจะซื้อไปง้อได้โดยไม่น่าเกลียด และเป็นมิตรกับกำลังทรัพย์ในกระเป๋า



ก็คงมีแต่สิ่งนั้นล่ะมั้ง



เด็กสาวโคลงหัว รู้สึกถึงความยุ่งยากของการต้องง้อใครสักคนซึ่งเธอไม่ค่อยได้ทำนัก หากขณะเดียวกันรอยยิ้มเล็ก ๆ ก็ผุดบนใบหน้าจนเกิดรอยบุ๋มข้างแก้ม




“มานั่งทำอะไรกันตรงนี้สองคนอ่ะ ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวได้ไง” เสียงโวยวายงอแงของแม่ครัวผู้ถูกทิ้งดังขึ้นก่อนจะพาตัวเองเดินมาถึงพวกเธอเสียอีก เนื่องจากมีเก้าอี้แค่สองตัว หล่อนจึงดันตัวเองนั่งเบียดแชยอง กลายเป็นภาพครอบครัวอบอุ่นของคุณแม่ผมสั้นกับลูกเสือ และลูกกระต่ายที่พยายามยกระดับตัวเองให้เป็นคุณแม่อีกคน



“แชยองมีเรื่องกังวลนิดหน่อยน่ะ”



“จริงเหรอให้ฉันช่วยมั้ย” นายอนซ่อนความตื่นเต้นไว้ในน้ำเสียงไม่มิด ท่าทางตื่นเต้นที่ตัวเองจะได้ทวงตำแหน่งพี่สาวคนโตของร้านคืน หลังจากน้อง ๆ หมดความเคารพมานาน



ระหว่างตัดสินใจว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน พี่สาวคนรองผู้นั่งขนาบอีกข้างก็ถองสีข้างเบา ๆ



“บางทีนายอนอาจจะมีไอเดียดี ๆ ก็ได้นะ”



จ้ะ ให้ท้ายกันตลอดเลยจ้ะ



            “พี่จะทำยังไงถ้าโดนคนโกรธ โดยที่พี่ไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิด” ถือคติว่าได้คำแนะนำจากผู้สูงวัยกว่าสองคนย่อมดีกว่าคนเดียว ถึงแม้หลายครั้งนายอนจะชอบทำตัวคล้ายเด็กเสียยิ่งกว่าเด็กตัวจริงก็ตามที



            “แล้วยังไงต่อ”



            “พอถามว่าโกรธอะไร เขาก็ตอบว่าเปล่า แต่ไม่ยอมมองหน้าแล้วก็ไม่พูดด้วยอีกเลย”



            “งอนอย่างกับคนเป็นแฟนกันแหน่ะ”



            “ไม่ใช่แฟนซะหน่อย” แชยองเถียงเสียงแข็ง หัวใจสะดุดกึกแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่มอย่างไม่ทราบสาเหตุ



            “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” นายอนสรุปพลางยักไหล่ รีบขึ้นประโยคใหม่ก่อนที่เจ้าเด็กมีปัญหาจะได้เถียง “ฉันว่ามันไม่ใช่การโกรธแบบไร้เหตุผลหรอก บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยที่เธอไม่ใส่ใจ แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนนั้นก็ได้นะ”



            “...”



“แล้วที่จะง้อเนี่ยผู้หญิงหรือผู้ชาย”



            “ผู้หญิง”



            “งั้นง่ายเลย ใช้วิธีอ้อนสิ”



            “อ้อน?” ทวนประโยคอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง



            จะให้คนไม่ชอบการสกินชิพอย่างเธอเนี่ยนะอ้อนคนอื่น?



            “อ้อนแบบเข้าไปนัวเนียคลอเคลียอ่ะ เข้าใจมะ แบบที่ฉันชอบทำตอนโดนพวกเธองอน” พูดจบประโยค ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็โผล่ในหัวคนฟังทั้งสองจนขนลุกชัน



            แค่คิดก็สยองแล้ว



            “งั้นคิดว่าไม่น่าได้ผลนะ” จองยอนออกความเห็น



            “นี่!



            “พวกพี่อย่าทะเลาะกันสิ” แชยองรีบห้ามสงครามที่ตั้งท่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า สังเกตจากเจ้าของไอเดียอ้อนที่ตั้งท่ามองแรงใส่อีกคนข้ามหัวเธออยู่ตอนนี้



            ขอร้องล่ะพี่ขาแค่นี้ก็มีปัญหามากพอแล้ว



            “ลองดูน่า เชื่อเถอะว่าต้องได้ผล” นายอนวกกลับเข้าประเด็นเดิม ตบพื้นเคาน์เตอร์ดังป้าบเรียกความมั่นใจอย่างไร้เหตุผล แสร้งไม่สนคนอายุน้อยกว่าที่ส่งสายตาไม่วางใจให้เนือง ๆ “แล้วไปทำใครที่ไหนงอนล่ะหือ เพื่อนที่โรงเรียนเหรอ”



            น่าสงสัยน้อยเสียเมื่อไร แชยองไม่ใช่คนประเภทที่จะเก็บเรื่องคนอื่นมาคิดมาก โดยเฉพาะการงอนที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผลเช่นนี้ถ้าคิดแบบทื่อ ๆ คนที่มีอิทธิพลต่อแชยองมากที่สุดคงเป็นโซมี หากเด็กสาวลูกครึ่งไม่ใช่คนที่จะงอนแล้วเงียบ อีกทั้งเมื่อวานเด็กสองคนนี้ก็ยังเล่นกันดี ๆ อยู่



            เพราะงั้นเธอถึงพุ่งความสนใจไปยังเพื่อนร่วมโรงเรียนซึ่งแชยองไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลมากนัก



            คนตัวเล็กส่ายหน้า “เปล่า พี่มินะ”




            คล้ายเกิดเสียงคลิ๊กดังขึ้นในใจคนฟังทั้งสองประหนึ่งบรรลุปริศนาดาวินชี่โค้ด



            คนที่ชอบแวะมาหาแชยองบ่อย ๆ นี่เอง



            “โห ถ้าเป็นคนนี้เธอยิ่งสมควรอ้อนเลย มินะเอ็นดูเธอจะตาย เชื่อเจ๊ นัวเนียไม่ถึงห้าวินาที หายแน่นอน” แม่ครัวผู้อยากมีอาชีพเสริมเป็นศิราณีให้คำปรึกษาด้านความรักเอ่ยอย่างมั่นใจ ชนิดที่ว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมั่นใจเรื่องอะไรมากเท่านี้มาก่อน




            ซึ่งฝ่ายน้องสาวก็ดูจะเชื่อมั่นในตัวเธอมาก




            “ฉันจะทำตามที่พี่จองยอนแนะนำอย่างเดียวละกัน”



            ตัดสินใจอย่างแน่วแน่เสร็จ แชยองก็ดันตัวเองลงจากเก้าอี้ แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องครัวไปโดยไม่รอดูปฏิกิริยาจากคนอายุมากกว่าสักนิด



            “เฮ้ย ๆ ไม่เชื่อใจพี่สาวคนนี้หรือไง!



            “ม่าย”



ไร้สาระน่าจะให้คนไม่ชอบสกินชิพอย่างเธอไปนัวเนียคนอื่นน่ะเหรอ




ทำไม่ได้หรอก

 



            ---------------------------------------------------------------------------------

           



            นอกเหนือจากความเอาแต่ใจที่ไร้สาระ



            ตอนนี้มีอาการสติแตกเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่งอย่าง



            มินะเดินวนรอบห้องเป็นหนูติดจั่น เหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ว่างเปล่ามันน่ากังวลน้อยเสียเมื่อไรล่ะ ตอนนี้ก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าเกือบจะตีหนึ่งแล้ว แต่ยัยเด็กหัวแดงนั่นยังไม่ส่งข้อความอะไรสักอย่างบอกเธอสักนิดว่าเลิกงานแล้วหรือเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง



            เห็นเธองอนไม่พูดด้วย ก็เลยจะทำกลับบ้างเหรอ?



            ตามปกติเขาต้องง้อไม่ใช่รึไง ทำไมถึงเข้าใจอะไรยากขนาดนี้!



            ด้วยความสัตย์จริงเธอตั้งใจว่าเพียงแค่แชยองส่งข้อความมาง้อ ถามไถ่ว่าเป็นอะไรบ้าง เธอก็พร้อมจะทิ้งทุกความโกรธแล้วแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย



            แต่แชยองไม่ได้ทำตามที่เธอหวัง



            อันที่จริงคือไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง



            แน่นอนตอนนี้เธอเป็นห่วงคนตัวเล็กมากจนอยากโทรถามเดี๋ยวนี้ว่าเกิดปัญหาอะไรทำไมถึงยังไม่เลิกงาน หรือที่จริงกลับมานานแล้วแต่ไม่ได้ส่งข้อความบอก ขณะเดียวกันสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าทิฐิก็กำลังเกาะกินหัวใจเธอด้วย




            ก่อนที่มินะจะได้คิดอะไรมากกว่านี้ เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู



            อย่าบอกนะว่า



            ทุกอย่างกระจ่างชัดเมื่อเดินไปส่องตาแมวแล้วพบร่างเล็กกะทัดรัดยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หลังบานประตูดวงหน้าสลดล้อมด้วยหยาดเหงื่อจรดปลายคาง ผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ใส่เสื้อยืดยับ ๆ รวมถึงกระเป๋าสะพายด้านหลัง ช่วยเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกเธอว่าเจ้าหล่อนเพิ่งกลับมาถึง




            มินะสูดลมหายใจลึกเรียกสติ แล้วจึงเปิดประตูทันที ไม่ต้องรอให้ผู้มาเยือนเคาะอีกเป็นรอบที่สอง




            “ขอเข้าไปหน่อยนะ” พูดจบก็ถือวิสาสะแทรกตัวเล็ก ๆ ผ่านช่องประตูเข้าห้องมาอย่างง่ายดาย แถมยังมีมารยาทช่วยปิดประตูล็อคกลอนให้เสร็จสรรพ โดยที่เจ้าของห้องทำได้แค่ยืนกระพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันปริปากเอ่ยอะไรสักคำ




            “มีอะไร” แสร้งปั้นหน้านิ่งพร้อมเอ่ยเสียงห้วนแข็งกระด้างดุจศิลาเคลือบด้วยคอนกรีตเสริมใยเหล็กทับอีกชั้น พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หลุดแสดงอารมณ์ดีใจออกนอกหน้านอกตา



            มินะคนเข้มอ่ะ รู้จักมะ?



            แชยองทรุดตัวนั่งบนพื้นเย็นเฉียบ กระตุกชายเสื้อคนตัวสูงกว่าให้นั่งด้วยกัน “พี่มินะนั่งก่อน”



            เสียงอ่อนลงนิดหน่อยนะนั่น



          ฮึจ๋อยเลยล่ะสิ สำนึกผิดแล้วสินะ



            ครั้นนั่งลงตามคำขอจนอยู่ในระดับเดียวกัน อีกฝ่ายก็เอาแต่ใช้สายตาละม้ายคล้ายลูกแมวหลงทางนั่นมองเธออย่างไม่ปิดบัง ทำเอาใจอ่อนยวบแทบหลอมละลายกองอยู่ตรงนั้น



            ใจเย็นไว้มินะแกจะมาใจอ่อนกับสายตาแค่นี้ไม่ได้นะ!




มินะกระแอมเสียงเบาในลำคออย่างไว้ท่าที



            “ว่ามาสิ”




            “ฉันขอโทษ” แชยองกลืนน้ำลาย มือไม้พลันอยู่ไม่สุขจนต้องจิกหน้าตัก เกร็งราวกับว่าร่างตัวเองใกล้จะหดเหลือนิดเดียว โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับสายตาเรียบเฉยที่คาดเดาอะไรไม่ได้นั่น



            เข้าห้องพักอาจารย์แล้วเจอคนนับสิบจ้อง ยังไม่กดดันมากเท่านี้เลย



พอเห็นอีกฝ่ายยังนั่งนิ่ง ปราศจากปฏิกิริยาใด เธอจึงเริ่มว่าต่อ “ขอโทษที่เมื่อวานฉันอาจจะเผลอทำตัวไม่ดีให้พี่มินะไม่พอใจพี่ก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยฉลาด เพราะงั้นช่วยบอกได้มั้ยว่าโกรธฉันเรื่องอะไร คราวหน้าฉันจะได้ไม่ทำอีก”



            “...”



“ไม่ชอบเลยที่พี่เมินฉันแบบนั้น มันทำให้ฉันเสียใจนะ”



            “...”



            “กลับมาสนใจฉันเหมือนเดิมได้มั้ย”



            “...”



            เงียบ



          ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก



          ร้ายกว่าคือมินะเบือนหน้าหนีหันไปสนใจผนังห้องโล่ง ๆ แทน



            คนไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการง้อคนอื่นฉีกยิ้มเก้อและนึกหงุดหงิดอยู่ในทีแน่นอน เธอควรหงุดหงิดเพราะ หนึ่ง เธอไม่เคยง้อใครมาก่อน สอง เธอเพิ่งรู้ว่าการง้อเป็นเรื่องยากมากขนาดนี้ และสาม เธอรู้ว่าต่อให้เกลียดสองข้อแรกมากแค่ไหน เธอก็จะยังยืนหยัดง้อมินะอยู่ดี




            “นี่ฉันซื้อของมาง้อด้วยนะ พี่มินะต้องชอบแน่เลย” สร้างความมุ่งมั่นให้ตัวเองได้แล้วก็เปิดกระเป๋าสะพาย ดึงของขวัญที่อุตส่าห์ไปควานหาจากร้านสะดวกซื้อ โดยคัดสรรด้วยตัวเองอย่างดีแล้วว่าเป็นอันที่สะอาดสุด มีตำหนิน้อยสุด และมวลหนักมากสุด



            ไฮนซ์ ซอสมะเขือเทศ



          เข้มข้นเต็มคุณภาพ ด้วยมะเขือเทศแท้เต็ม 100%



            ใจเริ่มชื้นขึ้นอีกหน่อย สาบานได้เมื่อครู่มินะแอบชำเลืองมองทางเธอกับขวดซอสด้วย



“ผูกโบว์แล้วก็วาดรูปด้วยนะ เห็นมั้ย” แชยองถือขวดด้วยความพราวลี่พรีเซ้นต์ พลางใช้นิ้วจิ้มยังตำแหน่งของริบบิ้นผ้าสีแดงจุดขาวบนคอขวด แล้วค่อยเลื่อนลงยังรูปตัวเด็กผู้หญิงผมสั้นน่ารัก ๆ กับผู้หญิงสวยผมยาวประบ่าบนกระดาษถนอมสายตาที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าฉีกมาจากสมุด ใช้สก็อตเทปใสแปะทับโลโก้ดั้งเดิมเกือบหมด



            เพิ่งนั่งทำข้างล่างก่อนขึ้นมาเคาะห้องเนี่ย



            แหงล่ะจะให้ง้อด้วยซอสมะเขือเทศเปล่า ๆ ก็ดูจะยาจกเกินไปหน่อย



            เกรงว่าอีกฝ่ายจะสาดซอสใส่หน้าเธอมากกว่าจะหายโกรธ



            “ดีกันเถอะน้า”



            “...”



            “พี่มินะจะโกรธฉันต่อไปจริงเหรอ”



            “...”



            “ถ้าหายโกรธเดี๋ยวทำข้าวเย็นให้กิน ช่วยทำแผลทุกวันด้วยเลยเอ้า!



            “...”



            “คิดดี ๆ น้า”



“...”



            นี่คุยกับคนหรือหุ่นขี้ผึ้งวะ!



          ลืมเอาปากมาจากญี่ปุ่นหรา!



            แชยองแทบจะปาขวดซอสลงพื้นแล้วหากจิตใจฝ่ายดีไม่ตระหนักได้ว่าขืนกล้าทำเช่นนั้น เธอคงไม่แคล้วโดนไล่ออกจากห้องนั่นมันคงเลวร้ายเสียยิ่งกว่าการที่มินะมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย นั่งนิ่งประหนึ่งเป็นก้อนหินกลับชาติมาเกิดเสียอีก



            และคงเป็นก้อนหินที่ใจร้ายที่สุดในโลก



            ขอโทษก็แล้ว ง้อก็แล้ว ปรับเสียงให้อ่อนลงก็แล้ว ให้ของที่ชอบก็แล้ว



            ยังเหลืออะไรอีกมั้ย



           

ลองดูน่า เชื่อเถอะว่าต้องได้ผล



 

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างคิดไม่ตก ปัดความคิดชั่ววูบแสนชั่วร้ายนั่นลงแล้วยกหนทางอื่นขึ้นมาแทน หากเค้นสมองน้อย ๆ คิดจนแทบระเบิด ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีวิธีใดหลงเหลือนอกจากคำแนะนำของแม่ครัวฟันกระต่าย



 

ก็ถ้าไม่ได้ผล ค่อยเอาซอสนี่ไปบีบใส่พี่นายอนละกัน



อ้อไม่ได้ล้อเล่นนะ ทำจริง



 

“พี่มินะ” อาศัยโอกาสที่สาวญี่ปุ่นมองทางอื่น แชยองขยับร่างเล็ก ๆ ของตัวเองเข้าไปใกล้แล้วจิ้มแก้มนุ่มนิ่มเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่าย



มินะผงะจนลมหายใจแทบสะดุด เมื่อหันมาเจอใบหน้าใสกับตากลมแป๋วฉายแววเว้าวอนในระยะประชิด ใกล้กว่าครั้งใดที่ผ่านมาใกล้จนเธอแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังไม่เป็นจังหวะแข่งกับเสียงอื้ออึ้งในหัว



ใจเย็นไว้ใจเย็นเย็น



คิดจะอยู่สายเล่นตัวก็ต้องคีพลุคให้สุด ด้วยไม่อยากให้ความพยายามอดทนอดกลั้นตลอดหลายนาทีที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า เธอจึงถอยกายหนีให้อยู่ในระยะปลอดภัยอย่างน้อยก็ปลอดภัยต่อหัวใจมากกว่าเมื่อครู่



แล้วก็ปลอดภัยต่อตัวแชยองเองด้วย



“อะอะไรอีก” สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้เสียงสั่น ในสถานการณ์ที่สติสัมปชัญญะทุกอย่างใกล้จะหลุดจากการควบคุม เด็กสาวตรงหน้าก็คว้ามือข้างที่ยังสภาพดีของเธอไปเขี่ยเล่น เอียงคอน้อย ๆ กระพริบตาปริบ ๆ ประหนึ่งลูกแมวกำลังร้องแง้ว ๆ อ้อนขอขนมจากเจ้านาย




“เลิกโกรธแชงแชงได้มั้ยคะ”




แชงแชง



แชยองใช้คำว่า แชงแชง ด้วยล่ะแก๊!



น้ำเสียงไม่ใกล้เคียงออดอ้อน แต่อ่อนลงกว่าปกติหลายเท่า บวกกับสรรพนามแทนตัวเองและการใช้หางเสียงอย่างที่เธอไม่มีโอกาสได้รับจากเสือน้อยที่ตอนนี้กลายร่างเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ ก็พาลให้เกราะคอนกรีตที่สร้างมาแทบจะพังทลายในทันที



อันที่จริงไม่ต้องรอให้พูดแบบนี้หรอก



เธอหายโกรธ ยกโทษให้ตั้งแต่ตอนที่แชยองมายืนหน้าห้องแล้ว



แพ้ราบคาบเลยล่ะ



“ก็เป็นซะแบบนี้ แล้วพี่มินะจะโกรธแชงแชงได้ยังไงกันคะ” คนใจไม่แข็งยกมือขึ้นลูบหัวเจ้าแมวน้อย คลี่รอยยิ้มอ่อนโยนอย่างโล่งใจหลังจากฝืนเกร็งมานานจนหน้าแทบเป็นตะคริว



“พี่หายโกรธจริง ๆ ใช่มั้ย”



“อื้อจริงสิ”



“ฮึ่ยย พี่มินะน่ารักที่สุดเลย!” ฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวและลักยิ้มชัดเจน “รู้มั้ยว่าฉันไม่เคยง้อใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ”



แล้วไม่เคยมีใครบอกเด็กนี่เลยหรือไงว่าพูดแบบนี้มันสร้างความหวังให้คนฟังมากแค่ไหน



“แค่เพราะโดนเมินเนี่ยนะ?



“ก็งั้นมั้งไม่รู้สิ” เป็นครั้งแรกที่แชยองตอบได้ไม่เต็มเสียง คิ้วขมวดครุ่นคิดถึงบางสิ่งที่เพิ่งรู้ว่ามันตกตะกอนภายในส่วนลึกของจิตใจบางสิ่งที่แม้แต่เธอยังไม่สามารถหาคำตอบแน่ชัดเกี่ยวกับความรู้สึกที่มอบให้ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้



ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใจดีและให้ความสนใจเธอมาตลอดตั้งแต่วินาทีแรก



ไม่ตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนคนอื่น ๆ



เอาใจใส่ ช่วยดูแลประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต



ทุกการกระทำ ทุกความใส่ใจ ทุกสายตา ทุกรอยยิ้มตลอดทุกเสี้ยววินาทีที่ใช้ร่วมกันคล้ายกับช่วยเติมเต็มสิ่งที่เธอต้องการ ที่หาไม่ได้จากโซมี จากนายอน จองยอน หรือใครก็ตาม ซึ่งเธอยังไม่แน่ใจว่าคืออะไรแค่รู้ว่าตอนนี้ขาดมันไม่ได้อีกแล้ว



แต่จะแสดงมันออกมาเป็นคำพูดยังไงล่ะ



“เพราะพี่มินะเป็นคนดีไง”



“เหรอ” คนได้รับคำชมไม่อาจปิดบังความผิดหวังในน้ำเสียงและแววตาได้เลยเธอไม่ได้อยากสร้างความหวังให้ตัวเองมากนักเพราะรู้อยู่แล้วว่าแชยองซื่อบื้อขนาดไหน



แต่ง้อแค่เพราะว่าเธอเป็นคนดีเนี่ยนะ?



มันควรจะมีเหตุผลที่เข้าท่ามากกว่านี้หรือเปล่า



“แค่นั้นเองเหรอ”



“ก็ก็ยังมีอีกแหล่ะ”



“...”



“มันอาจจะฟังดูแปลก ๆ นิดหน่อยนะ”



“แปลกแค่ไหนก็บอกมาเถอะ ฉันอยากรู้”



“ฉันแค่แค่ไม่อยากให้พี่หายไป อยากคุย อยากเจอกันเหมือนทุกวัน” กล่าวจบก็หยุดไตร่ตรองพักหนึ่ง ก่อนเริ่มต้นประโยคถัดจากนั้นภายในเวลาไม่นาน “บางทีอาจเป็นเพราะพี่สำคัญกับฉันมากล่ะมั้ง”



“...”



มินะเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นข้างในอกซ้ายสั่นไหวแทบจะกระเด็นออกมา ส่งผลให้แก้มใสพลันเห่อร้อนไปถึงใบหู พยายามฝืนเม้มริมฝีปากไม่ให้เผลอยิ้มกว้างเกินไป มือไม้พาลเกะกะไม่รู้ว่าควรวางไว้ส่วนใด จนต้องแสร้งทำทีหยิบขวดซอสมะเขือเทศที่แดงไม่มากไปกว่าหน้าของตัวเองขึ้นมาแก้เก้อ



ตอนใช้ถ้อยคำหวานเลี่ยนเต๊าะแชยองนับสิบ เธอยังไม่เคยนึกเขินตัวเองเลย



“เอ้อ ขอบคุณที่ซื้อให้นะ”



และหากหล่อนจะกล้าเงยหน้าขึ้นสักหน่อย



สาวญี่ปุ่นคนสวยคงได้เห็นใบหน้าขึ้นสีแดงจัดไม่ต่างกันของเจ้าของคำพูดนั่น



“พี่มินะชอบ ฉันก็ดีใจ”



“...”



“เก็บมันไว้ดี ๆ นะ”



“แน่นอน”



“...”



“...”



“อย่าให้โบว์กับกระดาษเลอะนะ”



“อื้อ”



“...”



“...”




คะโคตรอึดอัด



เขินใช่มั้ย นี่มันเรียกว่าเขินแน่ ๆ



แล้วทำไมต้องเขินด้วยเล่า!



            “ดึกแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ” แชยองลุกพรวดอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โค้งคำนับคนอายุมากกว่าตามขนบธรรมเนียมจนหัวแทบลากพื้น แล้วตรงดิ่งไปยังบานประตูห้อง ด้วยเห็นว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยพาเธอออกจากความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่สามารถควบคุมได้นี้



            ส่วนเรื่องเหตุผลที่ทำให้มินะโกรธ



            ไว้ค่อยถามวันหลังคงไม่สายเกินหรอก




            ทันทีที่ประตูปิดลง เจ้าของห้องก็รีบพุ่งตัวไปกดล็อคกลอนด้วยความเร็วสูงเฉกเช่นนักวิ่งทีมชาติ เอนหลังพิงบานประตูให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครโผล่พรวดเข้ามาอีกขบริมฝีปากทั้งรอยยิ้มเมื่อประโยคเจ้าปัญหายังคงดังก้องในหัว ชัดเจนประหนึ่งแชยองพูดกรอกหูอยู่ข้างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า



            คนสำคัญงั้นเหรอ



            แบบนี้น่าจะพอมีหวังได้แล้วใช่มั้ย



            ไม่เสียแรงที่ทุ่มเทเปย์เลยค่ะ!




            เพราะตอนนี้มวลแห่งความสุขทวีเพิ่มขึ้นแทบทุกอณูร่างกายมากจนต้องระบายมันออกมาก่อนที่ตัวเองจะอกแตกตาย ครั้นจะกรีดร้องก็เกรงว่าชาวบ้านชาวช่องเขาจะลุกขึ้นมาด่าถึงโคตรเหง้า สุดท้ายหนทางที่เข้าท่าสุดจึงเป็นการกระโดดขึ้นเตียงแล้วดิ้นพราดอย่างสิ้นสติ



โดยที่เธอเองก็ลืมตระหนักถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างไปสนิท



            “โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”



            แผลฉกรรจ์บนหลังมือแลนดิ้งฟาดหัวเตียงเหล็กอย่างแม่นยำ เนื้อเยื่อที่เริ่มสมานเข้าหากันแล้วจึงปริขาดอีกครั้ง ส่งผลให้เลือดแดงฉานไหลทะลักดุจน้ำหลากเฉกเช่นหนังฆาตกรรมสยองขวัญที่มีนางเอกโง่ ๆ พาตัวเองไปหาความตาย




            ดีใจเบอร์แรงเกินก็ให้โทษเหมือนกันเนอะ





 

 

*******************************************************************************************************************

รู้นะ คิดถึงเค้าใช่มั้ยล่ะ อิย์

ที่หายไปนานไม่ใช่อะไรนะคะ คือควรได้อัพนานละ แต่มัวหวีดน้องแชงผมดำอยู่ไง

เลยเกิดกบฏ หนีไปแต่งฟิคแชยองกับตัวเองก็บ้าแล้ว! 555555555555555555555

ที่จริงคือพาร์ทมิแชงบทนี้หลากหลายอารมณ์มาก เพราะงั้นมันเลยยากมากสำหรับเรา

หลัก ๆ คือต้องเขียนยังไงให้คนอ่านเข้าใจความรู้สึกของแชยองที่มีให้มินะ

โดยผ่านมุมมองของเด็กซื่อบื้อคนหนึ่งที่ไม่เคยมีความรักมาก่อน

เขียนแล้วแก้ไปหลายรอบเหมือนกันกว่าจะออกมาให้ทุกคนอ่านกัน ;_;

ถ้ามีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจสามารถคอมเม้นถามได้เลยนะคะ หรือจะทวิตถามแล้วติดแท็กฟิคก็ได้

นี่คิดแท็กไว้แต่ไม่กล้าเข้าไปส่องเลย ทำไมเป็นคนแบบนี้ 55555555555555555555555555

แต่จากนี้จะพยายามเข้าไปตอบแล้วค่ะ เผื่อคุณคนอ่านมีคำถาม

 

ว่าแต่รู้มั้ยคะว่าซอสมะเขือเทศในที่นี้มันมีนัยยะแฝงยังไงบ้าง?

ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับการอ่าน แล้วเจอกันบทถัดไปค่ะ


#FicSweetest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #379 Mimi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 19:17

    น้องแชงน่ารักอีกแล้ว ไม่รู้ว่าโดนงอนอะไร แต่ก็มาง้อ ฮืออออ พี่มินะต้องเอ็นดูเยอะๆนะคะ

    #379
    0
  2. #365 Melly_Milk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 11:13
    กรี๊ดด เขินมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าของขวัฟยอย่างซอสมะเขือเทศเนี่ย มันจะทำให้เขินได้แบบนี้(ทั้งตัวเราและพี่มินะ55555) มันน่ารักมากเลยค่ะ เราเข้าใจที่ไรท์ต้องการสื่อนะคะในอารมณ์หลากหลายนั้นของขวัญที่เลือกคำพูดที่ใช้มันแสดงความซื่อบื้อเอ้ยใสซื่อของน้องแชงได้อย่างดี ที่สำคัญคือมันจริงใจมากค่ะ น่ารักกกก ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ ถึงจะมาตามอ่านช้าไปหน่อย แต่ก็ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ
    #365
    0
  3. #127 อาจื่อวีของเค้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:32
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย >\\\\\\< เขินอ้าาาาา เขินๆๆๆๆๆๆๆ เขินแทนพี่มินะเลย ดีไจแทนพี่มินะด้วย อ่านไปตีขาไป เขินแรงมากอะ ง้อดันแบบขัดๆเขินๆ น่ารักชิหัย ตอนหลังนี่ก้ต่างคนต่างเขินพูดติกๆขัดๆ ก้มหน้างุด เลยเขินนนนนอ้าา น่ารักกกก ไม่เสียแรงเปย์จิงๆอะ แอร๊ยยยยน่ารักจุงเบย รักนะคะไรท์ พี่มินะ น้องแชง ฝันดีค่ะ ในท์ ><
    #127
    0
  4. #126 aonnuch_zz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:01
    วนอ่านแล้วอ่านอีก เขินตัวบิดเลยคร้าาางื้ออออตอนนี้ดีงามมาก >< 
    ไรท์มาต่อไว้ๆนะคะ
    #126
    0
  5. #125 PanNiKin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 17:16
    โง้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ชอบมาก ชอบแรง
    เขิลน้องแชงขั้นสุด ประหนึ่งเป็นเมียวอิ มินะ แอร๊ยยยยยยยยย
    #125
    0
  6. #124 @aonnuch_zz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 15:48
    ตอนนี้กรี๊ดแรงไปอี๊กกกกกกกกกกงื้ออออออ แชงแชงง้อน่ารักมากเขินไปอี๊ก ><
    #124
    0
  7. #123 Thelordz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 09:27
    โอ้ยยยย พี่มินะคะคีพลุคอะไรขนาดนั้น สงสารน้องแชง

    น้องแชงนี่ง้อน่ารักอะ ไม่หายก็บ้าแล้ว งื้ออออ

    นี่ขนาดอ่านยังเขินตัวบิดเลยค่ะไรท์

    ขอบคุณนะไรท์เตอร์ สู้ๆนะคะ ติดตามค่ะ
    #123
    0
  8. #122 _PimzZ_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:44
    เขินเขินหนักมากอ่านแล้วยิ้มแก้มแตกอ่ะ โอ้ยยย ชุ่มช่ำหัวใจแท้
    พี่มินะคะ สู้ค่ะ สู้!!!
    ถ้าน้องแชงมาง้อแบบนี้บ้าง บอกมาค่ะอยากได้อะไร ต่อให้เป็นดาวหางฮัลเล่ย์ พี่ก็จะไปหามาให้!!!
    #122
    0
  9. #121 khunlung_s (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:18
    คนอ่านยังเขินผ้าห่มขาด แล้วมินะจะเหลืออะไร!!! >//////<
    #121
    0
  10. #120 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:11
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ตายค่ะ ตายไปแล้ว แอร๊ยยยยยยยแอร๊กกาำนกทหกากืกรกืกสกวดากืกสหกืกรก่ ฮืออออออออออออน่ารักมากกกกก ชอบตอนนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ ฮืออออออฟิคมิแชงอันดับ1ในใจเรา ลุ้นมากค่ะว่าแชงจะง้อมินะยังไง นี่นั่งอ่านไปกรี๊ดไป555555555ขำ การเกรงหน้าของพี่มินะด้วย ฮือน่ารักกก ชอบที่บรรยายความรู้สึกของแชงต่อมินะด้วยค่ะมันดูเป็นแชงมากๆ รออ่านต่อนะคะ
    #120
    0
  11. #119 1891 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:57
    ซอสมะเขือเทศอะไรทำไมเราไม่รู้หรือเพราะอ่านหลายเรื่องเกินไปจำเนื้อเรื่องขาดหาย กรี๊ดๆๆๆ

    เราชอบเรื่องนี้มากๆๆ น่ารักกกก

    แชงน่ารักสุดใจขาดดิ้นเลยค่าเขินนนนนน

    มาต่อไวๆนะคะ สู้วววว
    #119
    0
  12. #118 TaTRV (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:52
    เขิลลลลล โอยยยย ขนาดคนอ่านยังยิ้มเเก้มเเทบปริอะะะ >\\<
    #118
    0
  13. #117 kumyoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:41
    กรี้ดดดดเขินหนักมาก ถ้านี่เป็นพี่มินะจะไม่ทน!! จะจับน้องแชงมาฟัดให้สาแก่ใจ #ห้ะเดี๋ยวๆ 55555555 ลุ้นค่ะ ว่าใครจะบอกชอบใครก่อน คงหนีไม่พ้นอิพี่มินะแน่ๆ 55555
    #117
    0
  14. #116 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:40
    โอ้ยยยยยยย นี่ก็ยิ้มเหงือกบานแข่งกับมินะละค่ะ ฮื่ออออออ ทำไมเด็กมันน่ารักขนาดเน่ T___T อยากได้น้องแชงงงงงง อยากดรั้ยยยยย 
    ซอสมะเขือมีความหมายแฝงด้วยเหรอคะ นี่ไม่รู้เลยค่ะ ฮื่อออออออออ
    #116
    0
  15. #115 A19. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:36
    ตายแล้ว ตายแล้ว ตายแล้ว ไม่มินะเขินตายก็คนอ่านตายนี่ล่ะค่ะ อหหหหห แชงแชงง้อน่ารักอะไรเบอร์นั้น พี่มินะต้องกลั้นยิ้มเหงือกแห้งไว้ยากเย็นเท่าไหร่ ทำหน้านิ่งเป็นหินขนาดนั้นได้ยังไงคะ 5555555
    แต่ถ้าสมมุติว่าน้องแชงง้อแล้วคนพี่ยังเมินนี่ไม่อยากคิดสภาพนายอนเลยค่ะ น้องอย่าทำร้ายคนแก่นะ!!5555555555
    #115
    0