นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [One-Shot:TWICE] When This World is Crying (MiChaeng)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

When This World is Crying

 

 

 

Starring : MYOUI MINA and SON CHAEYOUNG

Couple : MiChaeng

 

Type : Drama

 

 

 

 

แล้วถ้าวันนั้นมันไม่มาถึงล่ะ

 

 

 

 

เคยเหนื่อยที่ต้องวิ่งตามใครมั้ย

 

 

 

 

I'm singing in the rain

Just singing in the rain

What a terrible feelin'

 

I'm lonely again.

 

 

.

.

.

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 59 / 17:17


 

 

When this world is crying

 

 

ฉันมองการร่วงหล่นของหยาดน้ำใสจากบนฟ้า

ชวนให้รู้สึกเศร้าอย่างน่าประหลาด

บางทีโลกอาจจะกำลังร้องไห้อยู่ก็ได้

 

 

 

ฝนตกอีกแล้ว

 

 

เมียวอิ มินะ เบ้หน้าอย่างขัดใจยามเห็นสายฝนเทกระหน่ำตรงหน้า มือบางควานหาร่มพับขนาดเล็กและหยิบมันออกจากกระเป๋า นึกขอบคุณความรอบคอบของตัวเองที่เช็คสภาพอากาศก่อนออกจากห้องเมื่อเช้า ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องติดแหง็กในตึกคณะรอจนกว่าฝนจะซาแน่นอน

 

 

แค่นึกก็น่าเบื่อแล้ว

 

 

หญิงสาวกระชับร่มในมือแล้วจึงก้าวขาเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง

 

 

ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวันและแน่นอน ไม่มีใครชอบความเฉอะแฉะกับกลิ่นชื้น ๆ นี่หรอก

 

 

ถึงใครหลายคนจะชอบบอกว่าตอนที่ฝนตกเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกมากที่สุดก็เถอะด้วยความสัตย์จริง ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเจอใครเต็มใจกับการตากฝนสักครั้ง แค่เห็นมวลเมฆเริ่มตั้งเค้าก็พาลวิ่งหนีหาที่หลบกันจ้าละหวั่น

 

 

บรรยากาศเริ่มทะมึนขึ้นเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของฝนกระตุ้นให้มินะเร่งฝีเท้า อีกนิดเดียวเธอก็จะพ้นจากเขตรั้วมหาวิทยาลัย ถ้าโชคไม่ร้ายหรือถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ยืนรอที่ป้ายรถเมล์แค่ไม่กี่นาทีก็คงได้กลับถึงห้องพักอย่างปลอดภัย

 

 

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอจนได้

 

 

เดี๋ยวนะ

 

 

ทุกอย่างมีอันต้องสะดุดลง เมื่อสายตาพลันเหลือบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ที่ม้านั่งข้างสวนหอสมุดเพียงลำพัง ท่าทางนิ่งเฉย ไม่แยแสต่อฝนที่เทกระหน่ำลงมาจนเปียกปอนไปทั่วทั้งตัวและดูเหมือนว่าเจ้าตัวตั้งใจจะนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปเรื่อย ๆ ด้วย

 

 

เสี้ยวหน้าด้านข้างโผล่พ้นผมสั้นสีน้ำตาลออกมาเล็กน้อย กระนั้นมินะกลับจำได้ทันทีว่าหญิงสาวคนนั้นคือใคร

 

 

และนั่นมันก็เป็นเหตุผลมากพอให้เธอเปลี่ยนทิศทางการเดินโดยไม่ลังเล

 

 

“แชยอง” เสียงแผ่วเบาแทบจะกลืนไปกับสายฝน “มาทำอะไรคนเดียวตรงนี้”

 

 

คนถูกเรียก หรือ ซน แชยอง ยังคงก้มหน้านิ่ง ไร้รอยยิ้มอย่างที่เคยเห็นเป็นประจำ สายตาทอดออกอย่างไร้จุดหมายราวกับไม่รับรู้ถึงการมาของหญิงสาวอีกคน เพียงเท่านั้นมันก็มากพอให้มินะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ

 

 

แน่นอนเธอไม่ชอบแบบนี้เลย

 

 

“นี่ ตากฝนแบบนี้ไม่ดีเลยนะ เดี๋ยวก็ป่วยหรอก” ขยับตัวเข้าใกล้กว่าเดิมและเริ่มพูดอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น ทว่าคนตัวเล็กก็ยังเมินเฉยราวกับเธอเป็นธาตุอากาศอย่างไรอย่างนั้น มินะขบริมฝีปากล่างแน่น ขณะที่หยดน้ำจากบนฟ้าเริ่มตกรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดอยู่ใต้คันร่มยังสัมผัสถึงละอองเย็นเข้าประทะผิวกาย

 

 

เธอเกลียดฝน

 

 

เกลียดเสียงตกกระทบและฟ้าร้องที่รบกวนสมาธิ

 

 

เกลียดความเฉอะแฉะที่น่ารำคาญ

 

 

เกลียดความเปียกปอนที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายปรับตัวไม่ทัน

 

 

 

และเกลียดตัวเองที่รู้อย่างนั้น แต่ก็ยังนั่งลงบนพื้นที่ว่างของเก้าอี้เปียก ๆ เคียงข้างหญิงสาวผู้ไม่กลัวฝน

 

 

อาเสื้อผ้าเปียกหมดเลย

 

 

แต่ไม่เป็นไรหรอก

 

 

 แชยองหันหน้ามองเธอเพียงเล็กน้อย หากเท่านั้นก็มากพอให้เห็นแววตาแดงก่ำฉาบด้วยม่านน้ำใสข้างในอย่างอดกลั้นระคนอ่อนล้า ริมฝีปากเผยอคล้ายต้องการเอ่ยคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มปิดปากตัวเองจนสนิท หมุนหน้ากลับทางเดิมภายในไม่กี่วินาทีถัดมา

 

 

มินะเหยียดรอยยิ้มบางทั้งที่ยังกังวล กระชับร่มในมือให้แน่ใจว่ามันเหลือพื้นที่ให้คนข้างกายด้วย ถึงแม้ว่าร่างอีกฝ่ายจะเปียกโชกไปแล้วก็ตาม

 

 

“ฉันพูดอะไรเธอคงไม่ฟังสินะ”

 

 

“...”

 

 

“ถ้างั้นอยากทำอะไรก็ทำเถอะ”

 

 

“...”

 

 

“ฉันแค่อยากนั่งด้วย”

 

 

“...”

 

 

“คิดซะว่าฉันไม่มีตัวตนก็ได้”

 

 

“...”

 

 

“แต่อย่าไล่กันเลยนะ”

 

 

“...”

 

 

“เวลาแบบนี้มันคงดีกว่าถ้าเธอมีคนอยู่เป็นเพื่อน”

 

 

“...”

 

 

“ไว้ถ้าพร้อมเมื่อไร ค่อยระบายออกมาก็ได้”

 

 

“...”

 

 

“ฉันไม่รีบไปไหนหรอก”

 

 

และเธอหมายความตามนั้นจริง ๆ

 

 

“มินะ” ไม่นานนักแชยองก็เปล่งน้ำเสียงแหบแห้งเจือแววสั่นไหวภายใน ซบหน้าลงบนฝ่ามืออย่างพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา “ขอร้องฮึก ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะ”

 

 

ฝนเริ่มตกหนักขึ้น

 

 

“แชยองอา” 

 

 

สายฝนดังคละเคล้าไปกับเสียงสะอื้นฮักที่หาได้ยากจากคนไม่เคยร้องไห้ เท่านั้นก็พาลให้ใจหญิงสาวอีกคนกระตุกวูบคล้ายร่วงหล่นจากที่สูงแชยองมักถูกจดจำเสมอในฐานะเจ้าของรอยยิ้มสดใสตลอดเวลาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย

 

 

เธอยังจำวันนั้นที่เจอคนตัวเล็กครั้งแรกได้อยู่เลย

 

 

จะครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ หรือครั้งไหน ๆ ทุกสิ่งก็ยังเหมือนเดิม

 

 

ใบหน้าใสยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอย่างคนมีความสุขตลอดเวลา

 

 

ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่แปรเปลี่ยน นั่นคงเป็นแค่ความรู้สึกของเธอล่ะมั้ง

 

 

และมาวันนี้เธอเห็นแชยองร้องไห้ต่อหน้าต่อตา

 

 

 

ไม่ใช่แค่น้ำตาไหล หากเป็นการร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจตายให้ได้

 

 

“ฉันนั่งตรงนี้ เพราะฉันไม่อยากให้มีคนเห็นว่าฉันร้องไห้”

 

 

“...”

 

 

“ฝนตกแบบนี้เธอก็หลบฝนไปสิ จะมานั่งด้วยทำไม”

 

 

ไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าทำไม

 

 

“ฮึกนี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่วะ”

 

 

“...”

 

 

“ทำไมฉันต้องอ่อนแอแบบนี้ด้วย”

 

 

“...”

 

 

“ฉันไม่อยากร้องไห้เลย ฮึก”

 

 

ขอย้ำอีกทีว่ามินะยังคงเกลียดฝนอยู่

 

 

ตอนนี้เกลียดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

 

 

แต่เธอจำเป็นต้องโยนร่มในมือทิ้ง เพื่อรักษาสิ่งสำคัญกว่าไว้

 

 

 “ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร” หนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้สำหรับมินะคือการดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน เธอกอดปลอบ ค่อย ๆ ลูบหลังสั่นเทิ้มราวกับลูกนกปีกหักไร้ที่พึ่งพิงอย่างอ่อนโยน พร่ำกระซิบบอกซ้ำไปซ้ำมาว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

 

 

แม้ว่าตอนนี้ภายในใจเธอจะสับสนมากก็ตาม

 

 

            ทั้งเจ็บปวด โกรธเคือง เสียใจ อิจฉา สงสาร หนาวเหน็บ หรืออบอุ่น ทุกอย่างมันตีกันวุ่นวายไปหมดจนแยกไม่ออกว่าอะไรมีมากกว่ากัน และเธอไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรต่อ

 

 

ถ้าเพียงแค่เธอรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่พรากรอยยิ้มอันสดใสนี้ไป

 

 

เนิ่นนานมินะไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร บางทีอาจจะแค่ไม่กี่นาที แต่เธอรู้สึกเหมือนมันยาวนานเป็นชั่วโมงกว่าคนในอ้อมกอดจะหยุดสะอื้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าหยุดเพราะสบายใจขึ้นแล้วหรือว่าเป็นเพราะเหนื่อยกันแน่

 

 

สัมผัสของเม็ดฝนที่กระทบผิวกายเริ่มเบาบางลง

 

 

“พอเหนื่อยแล้ว” แชยองผละตัวเองออกในที่สุด ใบหน้าแดงจัดกับเสียงทุ้มต่ำยิ่งทำให้มินะกังวลนิดหน่อย กระนั้นแววตาเริ่มทอประกายมีชีวิตชีวาก็เป็นสัญญาณที่ดีไม่น้อย

 

 

“ถ้าพร้อมเมื่อไรก็บอกนะ” มินะยิ้ม ขยับมือกุมอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ ใจเริ่มชื้นขึ้นอีกเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มบางตอบกลับมา

 

 

“เรื่องมันยาวนะ”

 

 

“ไม่เป็นไร บอกแล้วไงว่าฉันไม่รีบ”

 

 

 

“เธอเคยเหนื่อยที่ต้องวิ่งตามใครบางคนหรือเปล่า”

 

 

“...”

 

 

“แบบต่อให้เธอวิ่งแทบตาย ต่อให้เธอล้มอยู่ตรงนั้น เขาก็ไม่สนใจน่ะ”

 

 

แชยองเอนหลังพิงกับพนักม้านั่ง ทอดสายตามองหยาดฝนโปรยปรายและบรรยากาศรอบกายแทน แล้วเริ่มว่าต่อโดยไม่รอฟังคำตอบ

 

 

“เธอพอจะรู้เรื่องฉันกับโซมีหรือเปล่า”

 

 

ทำไมจะไม่รู้

 

 

“นิดหน่อย”

 

 

รู้ว่าชอบไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

 

 

รู้ว่าต่อให้โซมีติดซ้อมกิจกรรมจนดึกดื่น แชยองก็จะยังรอรับเสมอ

 

 

รู้ว่าทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มของแชยองจะสดใสกว่าปกติ

 

 

รู้ว่าสายตาของซนแชยองไม่เคยมองใครเลยนอกจากจอนโซมี

 

 

ก็แค่นั้นเอง

 

 

“พวกเราอยู่ในความสัมพันธ์คลุมเครือแบบนี้มานานมากแล้วล่ะ”

 

 

พวกเราเหรอ

 

 

“ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่แฟนไม่มีสถานะที่ระบุได้”

 

 

“...”

 

 

“บางครั้งยัยนั่นก็ใส่ใจฉันนะ แต่บางครั้งก็ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย”

 

 

เหนื่อยมากมั้ยที่ถูกเมินเฉย

 

 

 “เวลาที่เห็นยัยนั่นไปสนิทสนมกับคนอื่น ฉันคลั่งจนแทบจะเป็นบ้าแต่เธอรู้มั้ย ฉันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งมอง แค่นั่งมอง”

 

 

เจ็บปวดมากหรือเปล่ากับการโดนทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

 “เพราะฉันไม่มีสิทธิ์มากพอไง”

 

 

ถ้ามันทรมานขนาดนั้นทำไมไม่ถอยกลับมา

 

 

 

เปล่าเลยความคิดเหล่านั้นเธอไม่ได้บอกแชยองหรอก

 

 

มินะแค่กำลังเตือนตัวเองอยู่

 

 

 

“แต่มานั่งตากฝนทำร้ายตัวเองแบบนี้ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ” เพราะรู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรมีใครสักคนที่เข้มแข็ง มินะจึงเลือกที่จะแสร้งยิ้มอย่างติดตลก “เป็นไงล่ะ เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย ถ้ามีคนผ่านมาเห็นเขาต้องคิดว่าเธอบ้าแน่ ๆ ”

 

 

“ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยนะ ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างจากฉันเท่าไรหรอก”

 

 

“เฮ้ กล้าพูดแบบนี้กับคนที่ให้เธอซบอกร้องไห้ได้ยังไงกัน”

 

 

“นั่นอกเหรอ เอาจริงป่ะเนี่ย ฉันคิดว่าผู้ชายเหอะราบเรียบมาก”

 

 

อ้าว พออารมณ์ดีขึ้นหน่อยก็ปากหมาเลยเหรอ

 

 

“ย๊า ซนแชยอง คิดจะหาเรื่องกันใช่มั้ยเนี่ย” คนถูกกล่าวหาเป็นผู้ชายมุ่นคิ้วขัดใจ ก่อนจะผลักหัวคนข้างกายที่กลับมาหัวเราะได้อย่างสดใสอีกคราว

 

 

“ทำมาเป็นว่าคนอื่นบ้าถ้าฉันบ้า เธอก็บ้าเหมือนกันแหละถึงมานั่งด้วยกันตั้งนาน”

 

 

แล้วไม่รู้หรือไงว่าเพราะใคร ฉันถึงต้องยอมเป็นคนบ้าทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบน่ะ

 

 

 

ฝนเริ่มซาลงอีกนิด เหลือเพียงละอองเจือจาง

 

 

“อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย”

 

 

“อื้อขอบใจนะ สำหรับทุกอย่างเลย”

 

 

 

พวกเธอนั่งกันตรงนั้นสักพัก เนิ่นนานที่ไม่มีใครทำลายความเงียบ แชยองสูดหายใจซึมซับบรรยากาศนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มกาย อาจเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักจึงยังรู้สึกปวดหนึบ แต่ก็นับว่าดีกว่าตอนแรกมาก

 

 

“ฉันต้องไปแล้วล่ะ เธอก็เหมือนกัน”

 

 

“แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”

 

 

“สัญญานะว่าถ้าบอกแล้วจะไม่โกรธ”

 

 

            เริ่มไม่อยากฟังแล้วแฮะ

 

 

“ฉันจะรอ” แชยองเหยียดยิ้ม “รู้มั้ยฉันมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้ว เธอจะว่าฉันบ้าก็ได้นะ”

 

 

“...”

 

 

“แต่ฉันเลิกรักยัยนั่นไม่ได้จริง ๆ ”

 

 

“...”

 

 

“ก็รอมาได้ตั้งนานแล้ว ทนต่อไปอีกสักหน่อยคงไม่ถึงตายหรอก”

 

 

“ทำไมต้องทำร้ายตัวเองด้วยล่ะแชยอง”

 

 

“...”

 

 

“เธอบอกว่าจะรอแล้วถ้าวันนั้นที่เธอรอมันไม่มาถึงล่ะ”

 

 

“เพราะลึก ๆ แล้ว ฉันยังมีความหวังอยู่ล่ะมั้ง”

 

 

ความหวังเหรอ?

 

 

“สักวันหนึ่งเธอจะเข้าใจ ถ้าเธอไปรักคนที่เขาไม่มีทางรักเธอเลย”

 

 

ก็เหมือนกับที่เธอไม่รักฉันหรือเปล่า

 

 

แล้วฉันจะยังมีหวังบ้างได้มั้ย

 

 

“อย่าห่วงเลยมินะ”

 

 

“...”

 

 

“ต่อจากนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว”

 

 

“...”

 

 

 

เธอจำได้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือรอยยิ้มกับแววตาคู่เดิมของแชยองผู้สดใส ก่อนที่ทุกอย่างจะสลายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าตรงหน้าคล้ายการบอกใบ้กลาย ๆ ว่าทุกอย่างมันจบลงแล้ว

 

 

มันจบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเลยด้วยซ้ำ

 

 

“นี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย” มินะแค่นหัวเราะ

 

 

แชยองเดินจากไปนานแล้ว

 

 

แต่เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

 

 

จมกับห้วงความคิดอันน่าสมเพช บรรยากาศเย็นยะเยือก อาการชาหนึบที่ก้อนเนื้อข้างในอกซ้าย และความเฉอะแฉะจากสายฝนที่เธอแสนเกลียด

 

 

เกลียด

 

 

เกลียดจนแทบบ้า

 

 

แต่ไม่อาจหลีกหนีมันได้เลย

 

 

 

ทันใดนั้นหยดน้ำใสก็ร่วงลงมา

 

 

 

แย่จริง

 

 

ฝนตกอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

THE END

 

 

 

 

********************************************************************************************************

โอเค คุณอาจจะไม่ชอบตอนจบเท่าไร แต่มันก็คือสิ่งที่ควรเป็นแหละ 5555555

เริ่มต้นจากเราอยากเขียนเรื่องแบบบทสนทนายาวต่อเนื่องดู ก็เลยเกิดเป็นฟิคเรื่องนี้ค่ะ

ก็ไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไรหรอก 5555555 เราชอบติดบรรยายอ่ะ บ้าจริง

ส่วนเรื่องฝนตก เห็นว่าเหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้ดี เลยคิดว่าคนอ่านน่าจะอิน

คือเราแต่งตอนฝนตกไง แต่แต่งเสร็จแล้วฝนหยุดตกเฉ๊ย เลวมาก

แต่นั่นแหละ ถ้าฝนไม่ตกก็เปิดคลิปเพลงข้างบนฟังค่ะ เราบิ๊วต์ตัวเองด้วยเพลงนี้เลย

คิดว่าไม่มีภาคต่อนะ เราชอบความสมบูรณ์ในตัวตอนนี้ที่สุดแล้ว

ถ้าจะมีก็คงแบบขยายความว่าทำไมมินะถึงแอบรักแชยอง เกิดเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านี้

แต่ยิ่งเหมือนตอกย้ำนางอ่ะ รักข้างเดียวอะไรเยอะแยะ สงสาร ไม่เขียนดีกว่า 55555555555555555

 

 ปล.ถ้าคุณผู้อ่านอยากได้รับความสดใส ขอแนะนำให้อ่านอีกเรื่องค่ะ เนี่ย งานขายตรงก็มา

ผลงานอื่นๆ ของ JSSKY

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Yawarakai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 08:01
    ชอบค่ะ
    ชอบมากกกกกกก
    เราชอบภาษาที่ไรท์ใช้มากเลยอ่ะ

    ชอบเรื่องนี้มากเลย อ๊าากกกกกก
    ชอบบบบอ่ะชอบบบบ
    ดีมากเลยค่ะถึงจะเจ็บปวดก็เถอะ
    #8
    0
  2. วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 02:22
    อยากจะวาร์ปเข้าไปกอดนิ่มตอนนี้เลยค่ะ ฮือออออ
    #7
    0
  3. วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 02:28
    แย่จัง ฝนตกอีกแล้ว... ตกที่คนอ่านนี่แหละค่ะ ฮือออ
    จบเศร้าเหลือเกิน แต่งดีมากเลยค่ะ เล่นเอาปวดใจเลย ;___;
    #6
    0
  4. วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 13:46
    ฮืออออ สงสารมินะ งื้ออออ ทำไมต้องรักเค้าข้างเดียวแบบนี้ เศร้าง่า
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ TT
    #5
    0
  5. #4 CRXY09
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 11:39
    โอ้โห.. เจ็บปวด

    ตอนอ่านอยู่กลัวจะจบแบบนี้มากแล้วก็จบแบบนี้จริงๆ ㅠ ㅠ

    ไม่ชอบค่ะ. แต่ก็เข้าใจได้มันสมจริงที่สุดแล้ว //ปาดน้ำตา 

    ตั้งแต่ชื่อเรื่องมาถึงเพลงประกอบทำตับเราทำงานหนักมากค่ะ 

    ลุ้นอยู่ตั้งนานว่าแชยองจะชอบใคร ฮื่ออออออ

    ทำไมเค้าอินขนาดนี้คะ5555 

    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านกัน 
    #4
    0
  6. #3 khunlung_s (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 23:10
    หนัก หน่วงมาก ;_______;
    #3
    0
  7. #2 Jkhun
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 17:57
    โอ้โหรักข้างเดียว สงสารมินะมาก มาซบเราได้ แล้วอ่านตอนฝนตกยิ่งอินไปใหญ่ สนุกมากไรท์ หน่วงดี5555
    #2
    0
  8. #1 Kkero (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 17:54
    ชอบตอนจบจังค่ะ ตอนที่มินะคิด แย่จัง ฝนตกอีกแล้ว
    มันคือน้ำตาของมินะ /กอดปลอบ จะว่าเศร้าก็เศร้าอ่ะค่ะ สงสารมินะมากกว่าแชง แต่แชงก็น่าสงสารเหมือนกัน รักคนที่เขาไม่มีใจให้เป็นใครก็เจ็บทั้งนั้นแหละเนอะ มินะพระเอกไป ยอมตากฝนกอดแชง เห้อออ สงสารค่ะ แต่เราจะดามใจให้มินะเองนะคะ ไม่ต้องห่วง จะไม่ทำให้มินะต้องมาเจอฝนอีกแล้ว ถ้าฝนตกเราจะกางร่มให้มินะเองค่ะ พหวีด 555555
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มาให้อ่านนะคะ ปกติชอบแนวแฮปปี้เอ็นดิ้ง ไม่ค่อยอ่านแซดเอ็นดิ้งเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับแซดมากหรอกเนอะ ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ เขาไม่รักเรา ก็เจ็บไปดิ แชงก็เจ็บ มินะก็เจ็บ เราก็เจ็บ 555555 ชอบนะคะ จะรอติดตามผลงานเรื่อยๆ ปล.เราเองก็ชอบแต่งฟิคตอนฝนตกเหมือนกันค่ะ ฟีลมันมา 5555
    #1
    0