(END) BoubleB #บับเบิ้ลบี [MarkBam]

ตอนที่ 5 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    22 พ.ย. 62


    มะรืนเจอกัน 


    ที่บีบีพูดในคืนนั้น ก็คือวันนี้ในตอนนี้ วันนี้เป็นวันที่สองของเขากับการทำงานเป็นบอดี้การ์ด วันนี้ตนเดินทางมาถึงบ้านของอีกฝ่ายในเวลาหกโมงเช้าตรงตามตารางงานที่ได้รับมาจากคุณยูโน เพราะวันนี้บีบีมีอัดรายการที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีช่องหนึ่งในเวลาเจ็ดโมงครึ่ง คงจะเป็นการเดินสายโปรโมทซี่รี่ย์ของช่องนั้นแหละ และบ่ายวันนี้บีบีก็มีถ่ายทำเอ็มวีเพลงอีกที่นึงเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่านิดๆ คิดว่าเจ้าตัวคงกำลังแต่งตัวใกล้เสร็จแล้ว


" รอแป๊ปนะครับคุณมาร์ช บีใกล้เสร็จแล้ว " คุณยูโนเป็นฝ่ายเดินออกมาเปิดประตูบ้านให้เขาอย่างเมื่อวาน

" ครับ "

" ช่วยเปิดรถให้ผมทีครับ "

ตนทำตามที่คุณยูโนบอก ว่าให้ปลดล็อคประตูรถให้ทีเพราะต้องการเอาของบางอย่างเข้าไปเก็บด้านในข้าวของบีบีนั้นแหละ ส่วนมากจะเป็นรองเท้า เครื่องสำอางค์เมคอัพนิดหน่อย และเสื้อผ้าสำรองไปเปลี่ยน จริงๆรถของเจ้าตัวก็มีแต่ตนเป็นคนเสนอเองว่าให้ใช้รถของเขาแทนเพราะขับถนัดกว่า อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นอันว่าเรื่องนี้เราสามารถดิวกันได้

" เสร็จแล้วๆ "

" ช้านะวันนี้ " ยูโนบ่นอุบเมื่อเห็นเพื่อนของตนกระเสือกกระสนรีบวิ่งออกมา

" นาฬิกาไม่ปลุก อย่าบ่นน่ะ "

" เร็วเถอะ คุณมาร์ชรอนานแล้ว "

     ก็ไม่ได้ตั้งใจจะสายสักหน่อย แต่นาฬิกามันไม่ปลุกจริงๆนิหว่า ดีที่ยูโนเดินมาเคาะประตูห้อง ไม่งั้นตนคงไม่ตื่นแน่ๆ หันไปส่งยิ้มกว้างให้คุณมาร์ชหนึ่งทีเป็นการทักทายยามเช้า จากนั้นเราทั้งหมดก็พากันขึ้นรถและขับออกไปยังสถานีวิทยุทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

บรรยากาศบนรถยังคงเงียบเหมือนเดิม เพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมา ยูโนเอาแต่ดูไอแพด ส่วนคุณมาร์ชก็ตั้งใจขับรถเสียจริง เขาที่อยู่เฉยๆ จึงหันไปชวนคุณมาร์ชคุยแทน

" จริงๆใช้รถของผมก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ "

" ไม่เป็นไร " อีกฝ่ายตอบกลับมาในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังท้องถนนเบื้องหน้า

" ทานอะไรมาหรือยังครับ "

" ดื่มกาแฟมาแล้ว "

" อ่า ครับ "

" คุณล่ะ "

" ยังหรอกครับ ไว้เดี๋ยวค่อยกินก็ได้ " คุณมาร์ชไม่ได้ถามอะไรต่อ เราจึงจบบทสนทนาลงไว้แค่นั้น จริงๆถ้ามีงานเช้าแบบนี้เขาจะทานขนมปังร้องท้องมาก่อน แต่วันนี้ที่รีบมากจริงๆจึงไม่ทันได้ทานอะไรมาเลย ไว้เสร็จงานแล้วค่อยกินทีเดียว 


    เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณยี่สิบนาทีได้กว่าจะมาถึงสถานี ที่มาวันนี้ก็เพื่อโปรโมทซี่รี่ย์ที่ดำลังจะออนแอร์ แต่เขาไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะดาราคนอื่นๆในเรื่องก็มา อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะทำงานมาบ่อยขนาดไหน แต่เหมือนในใจมันยังมีความกดดันอยู่ตลอดเวลาว่าต้องทำให้ดีที่สุด " คำว่าดีที่สุด " มันดังอยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา มันไม่เคยหายไปไหนเลยจริงๆ


     เมื่อเข้ามาด้านในสถานีแล้ว เขาก็ยกมือขึ้นสวัสดีพี่ๆที่นี่ทุกคนทันทีไม่เว้นแม้แต่สตาฟหรือทีมงานทั่วไป ตนเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวทันทีเพื่อเปลี่ยนชุดที่จะใส่ถ่ายรายการวันนี้ เมื่อเปลี่ยนเสร็จก็ไปเข้าฉากต่อเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา เขาเห็นคุณมาร์ชยืนอยู่หลังกล้องและมองมา อยู่ๆก็เกร็งขึ้นมาซะงั้น กลัวจะทำออกมาได้ไม่ดี เพราะนี่เป็นรายการออนแอร์สด ส่วนตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพักเบรคตัดเข้าโมฆษณา ดาราคนอื่นๆเริ่มทยอยเดินมาเข้าฉากกันแล้ว พี่ๆพิธีกรต่างก็กลับมากันครบแล้วเหมือนกัน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เริ่มถ่ายทำต่อทันที 


ใช้เวลาอัดไม่นานนัก เพราะซื้อแอร์ไทม์ไว้แค่น่าจะสักสิบห้านาทีได้ จนตอนนี้เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก็มีการถ่ายรูปรวมต่ออีกหน่อยสักสามสี่ช็อต เป็นอันเสร็จสิ้นทุกอย่างจริงๆ ย้อนนึกคิดไปถึงช่วงที่รายการกำลังออนแอร์ และที่พิธีกรกำลังสัมภาษณ์ตัวเขาอยู่ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าสิ่งที่ตอบออกไปมันจะมีฟีดแบลคกลับมายังไง ก็คงต้องลุ้นเอา..

.

.


 : มาถามน้องบีบีกันบ้างดีกว่า หลังจากที่ได้รับเลือกให้แสดงในบทนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ

รู้สึกดีครับ ผมชอบบทของตัวละครตัวนี้ น่าจะสอดคล้องกับชีวิตผมด้วยมั้งครับ

: ได้ข่าวว่าได้ร้องเพลงประกอบซี่รี่ย์ด้วยใช่ไหมคะเนี่ย

ใช่ครับ และวันนี้ก็จะถ่ายทำเอ็มวี ฝากติดตามด้วยนะครับ

: รู้สึกกดดันไหมคะ เพราะการแสดงไม่เหมือนกับร้องเพลง แล้วแอนตี้แฟนมีผลกระทบกับงานไหมคะ

กดดันไหม ก็กดดันครับ แต่งานทุกอย่างที่ทำผมตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดอยู่แล้วครับ แอนตี้แฟน ไม่มีผลกระทบกับงานครับแต่อาจจะมีกระทบกับชีวิตส่วนตัวนิดหน่อยแต่ผมจัดการได้ครับ

: คำถามสุดท้ายนะคะน้องบี มีข่าวลือเม้าท์ออกมาว่าจริงๆบทตัวละครนี้กับเพลงประกอบน่ะค่ะ ต้องเป็นของดาราอีกคนนึง แต่สุดท้ายมาเป็นของน้องบีบีทั้งสองอย่างเลย จริงหรือเปล่าคะว่าใช้เส้นสายเพื่อให้ได้งานนี้มาน่ะพี่ถามได้ไหม

หึ ตนแอบขำอยู่ในใจ ถามมาขนาดนี้แล้วจะไม่ตอบได้หรอ 


ข่าวลือที่ว่านี่ มาจากใคร ใครเป็นคนพูดหรอฮะมีแหล่งข่าวไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอไม่ตอบละกันนะครับเพราะไม่ใช่ความจริงอยู่แล้ว ใครจะเม้าท์อะไรก็เม้าท์ไปครับ ความจริงเป็นยังไงผมรู้ดี ยืนยันว่าไม่มีเส้นสายแน่นอนครับ

: วันนี้ดูตอบคำถามตรงประเด็นดีนะคะ 555 

ก็ครับ

: โอเคจ้า เป็นอันเข้าใจนะคะทุกๆคน น้องบีได้ตอบคำถามชาวเน็ตแล้วนะ เลิกเม้าท์จ้า สุดท้ายนี้ฝากผลงานไว้หน่อยค่ะ

ครับ ฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ ทั้งซี่รี่ย์และก็งานเพลงที่กำลังจะมีซิงเกิ้ลใหม่เร็วๆนี้ครับ

ก็ได้แต่หวังว่าสัมภาษณ์ที่ออกไแนี้คงจะไม่ไปสักิดต่อมใคร ขอให้กระแสลบของเขาตอนนี้เบาบางลงไปบ้างเช่นกันนะ
.
.

     ในขณะที่ตนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงซุบซิบๆจากคนที่อยู่ข้างนอกดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน คงไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องนี้สินะ ส่วนเรื่องที่คนด้านนอกกำลังเม้าท์กันน่ะจะหนีเรื่องไหนไปได้ถ้าไม่ใช่เรื่องของบับเบิ้ลบี ว่าวันนี้ตนดูตอบคำถามแบบเหวี่ยงๆนิดๆ บลาๆ หึ พอได้ยินก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆเขาอมยิ้มนิดๆให้กัลคำซุบซิบด้านนอก ก็คงงั้นอ่ะไม่เถียง วันนี้เขาตอบคำถามไปประมาณนั้นจริงๆ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เปิดประตูออกมา กลุ่มคนที่กำลังเม้าท์มอยอยู่นั้น เมื่อหันมาเจอเขา ก็ต่างมีท่าทีตกใจและยิ้มหน้าเจื่อนส่งมาให้ จากนั้นรีบพากันเดินออกไปทันที อืม จะทำเป็นไม่สนใจไม่ได้ยินก็แล้วกัน

คราวนี้เมื่อทำอะไรๆเสร็จทุกอย่างแล้วจริงๆ ก็เตรียมตัวเดินทางไปที่อื่นต่อทันที หันไปเห็นยูโนกำลังคุยอยู่กับใครสักคนอยู่ คงจะคุยกันเรื่องงานนั้นแหละ เขาจึงมารออีกฝ่ายที่รถแทน เมื่อมาถึงรถพบกับคุณมาร์ชที่ยืนพิงประตูรถอยู่ " เสร็จแล้วหรอ " เป็นคุณเขาที่เอ่ยประโยคพูดมาก่อน ก่อนเขาจะเดินไปถึงซะอีก

" ครับ "

" อ่ะ "

" ... " จู่ๆคุณมาร์ชก็ยื่นถุงร้านสะดวกซื้อมาให้ พร้อมกับของด้านใน เป็นน้ำเปล่าหนึ่งขวด นมหนึ่งกล่อง และก็ของเวฟหนึ่งอย่าง อมยิ้มเล็กๆให้กับความใส่ใจของคุณเค้า คงจะยังจำได้สินะว่าตนยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า " ขอบคุณครับ " ขอบคุณที่ใส่ใจกันถึงจะเป็นหน้าที่ก็ตาม

หลังจากยูโนคุยธุระเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถและออกเดินทางไปสถานที่ถ่ายเอ็มวีต่อทันที เขาหันหลังไปถามเพื่อนของตัวเองว่าได้ทานอะไรหรือยัง เจ้าตัวก็รีบตอบกลับมาเสียงดังอย่างไวว่ายัง! แถมยังบอกเขาอีกว่า " หิวมากๆเลย ไหนๆก็เสร็จงานแล้ว หาไรกินกันก่อนไหม ค่อยเดินทางต่อ นะๆ " ทำเอาเขาหลุดขำออกมา เหมือนว่าเจ้าตัวจะหิวมากจริงๆ คุณมาร์ชจึงทำการพาเราทั้งหมดแวะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทางทันที คุณเขาจัดการให้ทันทีแทบไม่ต้องบอกหรือสั่งอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำงานได้ยอดเยี่ยมจริงๆบอดี้การ์ดคนนี้

     ใช้เวลาเดินทางมาอีกสถานที่นึง ที่จะใช้ถ่ายเอ็มวีประมาณสองชั่วโมงกว่าๆได้เพราะต้องข้ามต่างจังหวัด โลเคชั่นคือวิวน้ำตกเน้นบรรยากาศต้นไม้เน้นธรรมชาติ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเขาเหมือนกันที่ไม่ได้ร้องแรปอย่างเคยแต่เปลี่ยนมาร้องธรรมดาในเพลงช้าแทน เมื่อมาถึงที่กองก็เริ่มงานทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา เริ่มจากเข้าไปทักทายพี่ผู้กำกับ จากนั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเติมหน้านิดหน่อย แล้วก็ออกมาฟังบลีฟงานต่อเลย ด้วยความที่สื่อสารกันเข้าใจทั้งสองฝ่ายทำให้ถ่ายทำไม่กี่เทคก็ผ่านฉลุยจนทีมงานหลายๆคนเอ่ยปากชม แต่ก็ยังได้ยินเสียงบางคนบ่นลอยๆออกมาเหมือนกันว่า ก็งั้นๆ อือ วันนี้อารมณ์ดีเขาจะทำเป็นว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน จากนั้นก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับทันที

     ด้วยความที่กว่าจะถ่ายทำเสร็จก็หลายชั่วโมงทำให้เริ่มเย็นแล้ว ที่นี่ส่วนมากมีแต่ต้นไม้เป็นส่วนใหญ่ และห้องน้ำก็อยู่ไกลเหลือเกิน ทำให้บรรยากาศรอบๆค่อนข้างเปลี่ยวนิดๆเหมือนกัน เขาที่ไม่ได้คิดมากอะไรจึงทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าไปอย่างปกติ และก็รีบนิดหน่อยเพราะหิวเหมือนกัน ใช้พลังงานไปเยอะเหลือเกิน และยูโนก็เปิดเน็ตหาร้านรอไว้แล้วเรียบร้อย ตนเผลอใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเข้ามาในห้องน้ำแห่งนี้ เมื่อเปิดประตูออกไปก็ถึงกับตกกะใจ เมื่อมีผู้ชายคนนึงยืนอยู่ตรงหน้าพอดี " ขอทางหน่อยครับ " เขาส่งยิ้มไปให้และเอ่ยประโยคขอทาง

" ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมครับ " แต่ชายคนนั้นพูดสวนกลับมาซะก่อน

อ่า น่าจะเป็นแฟนคลับสินะ " ได้ฮะๆ " ตนที่ไม่ทันได้คิดอะไรจึงตอบตกลงไปทันที พร้อมกับรับโทรศัพท์จากผู้ชายคนนั้นมาถือไว้ เปิดกล้องเตรียมถ่ายรูปให้ตามปกติอย่างไม่อีดออด แต่สักพักก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามันไม่ปกติ เพราะเหมือนมีวัตถุมีคมบางอย่างมาจ่อเข้าที่เอวของเขา เมื่อรู้สึกถึงอันตราย สัญชาติญาณการเอาตัวรอดก็เริ่มขึ้นทันที 

" ทำไรวะ " ตนหันไปผลักผู้ชายคนนั้นออกและโยนมือถือคืนไป จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะเดินออกมาทันที แต่ก็มีมือของอีกฝ่ายมาคว้าที่ข้อมือเขาไว้ก่อนพลางออกแรงกระชากจนเขาเสเข้าไปหาอีกฝ่ายแทน

" อย่าอวดเก่งให้มาก "

" ปล่อยนะเว้ย จะทำไรอะ "

ไม่เข้าใจที่ชายคนนั้นพูดด้วยซ้ำ เขาไปอวดเก่งอะไรตอนไหน หรือเพราะสัมวันนี้ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ชายคนนั้นก็ทำทีเอามีดขึ้นมาจี้ขู่เขาไว้ที่ลำคอ ไม่รู้หรอกว่าแค่ต้องการข่มขู่ หรือต้องการทำร้ายจริงๆ แต่ตนก็ดิ้นขัดขืนยื้อมีดนั้นไว้ตลอดเวลา และด้วยความที่รูปร่างแตกต่างกันจึงทำให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จู่ๆในใจตอนนี้มันดันคิดถึงคุณมาร์ชขึ้นมาเป็นคนแรก ได้โปรดมาช่วยเขาที เมื่อสบโอกาสนึกขึ้นได้จึงก็ตะโกนส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกไปทันทีหวังให้มีใครสักคนผ่านมาได้ยินด้วยเถอะ

.

.


     คนในกองเริ่มเก็บของกันแล้ว แต่บีบีก็ยังไม่กลับมาสักที เขาที่ยังติดคุยธุระกับพี่ผู้กำกับอยู่จึงยังไม่สะดวกออกไปหา จึงไหว้วานให้คุณมาร์ชช่วยตามบีบีให้ที เพราะใกล้จะได้เวลากลับกันแล้ว

      ได้ฟังคำสั่งจากคุณยูโนมาว่า "ให้ตามบีบีให้ที เพราะเจ้าตัวยังไม่กลับมา" ก็พยักหน้ากลับไปเป็นอันเข้าใจ จากนั้นก็ลุกเดินไปหาอีกฝ่ายทันที คงน่าจะอยู่ที่ห้องน้ำ เพราะจำได้ว่าเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ว่าเจ้าตัวกำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเริ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือบางอย่างดังออกมา เขาจึงรีบวิ่งไปหาต้นเสียงนั้นทันทีด้วยสัญชาติญาณ แล้วก็ตกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า

ภาพลองบีบีที่กำลังยื้อยุดชุดกระชากอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่หน้าห้องน้ำ เหมือนว่ากำลังจะโดนทำร้ายและมีอาวุธมีดในมือ ตนจึงวิ่งเข้าไปซัดผู้ชายคนนั้นทันทีจนล้มลง

ผลัก! ตุ้บ! โอ๊ย!!


เป็นเสียงของชายคนนั้นที่ร้องเสียงหลงออกมา หลังจากที่คุณมาร์ชวิ่งเข้ามาจัดการไว้ และอัดชายคนนั้นซะน่วมจนต้องร้องโอดโอยออกมาอย่างนี้ "ไอ้เวรเอ้ย" คุณมาร์ชยังสบถออกมาเรื่อยๆขณะยังลงมือ สักพักชายคนนั้นก็เหมือนจะตั้งตัวได้ก็รีบวิ่งหนีไปด้วยความทุกลักทุเล คุณมาร์ชทำท่าจะตามไปแต่เป็นเขาดึงแขนอีกฝ่ายไว้ก่อน


" ไม่ต้องตามครับ "

อีกฝ่ายทำหน้าโมโหและมองตนด้วยสายตาไม่พอใจออกมา สายตาดุที่มองมานั้นกับคิ้วที่ขมวดชนกัน ทำให้เขาที่ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายโหมดนี้มาก่อนจึงเริ่มกลัวขึ้นมานิดๆเหมือนกัน จึงปล่อยมือที่จับไว้ตอนแรกออกทันที

" ทำไม "

" ผมไม่อยากให้ใครรู้ "

" แต่ "

" นะครับ "

" ... "

" ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป นักข่าวก็ต้องรู้ ผมคิดว่าผลเสียน่าจะมากกว่าผลดี ป ปล่อยครั้งนี้ไปเถอะครับ แค่ครั้งเดียว "

    พอได้ฟังอีกฝ่ายว่าก็พอเข้าใจขึ้นมานิดหน่อยถึงจะยังโมโหอยู่ก็เถอะ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปคงเป็นที่พูดถึงไปอีกนาน ผลดีก็คือเจ้าตัวยังปลอดภัยดี และผลเสียก็คือซาแซงพวกนั้นอาจจะยิ่งได้ใจที่สามารถทำร้ายบีบีได้ เหอะ หงุดหงิดชะมัด น่าจะซัดให้น่วมกว่านี้อีกหน่อย ไอ้เลวเอ้ย อย่าให้เจออีกก็แล้วกัน ตนขบคิดในใจซ้ำไปซ้ำมา ตอนนี้คงจะปล่อยไปก่อน เขาคงต้องดูแลบีบีก่อนเป็นอันดับแรก เจ้าตัวยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ตัวเริ่มสั่นนิดๆ ถ้าออกไปด้วยสีหน้าท่าทางแบบนี้คงต้องถูกถามแน่ๆ

" ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีอะไรแล้ว "

     คุณมาร์ชพูดปลอบใจออกมา ด้วยน้ำเสียงทุ้มที่น่าฟัง พร้อมกับถอดเสื้อแจ็คเก็ตส่งมาให้ ใช้คลุมที่ไหล่ของเขา และกระชับเสื้อตัวนั้นให้แน่นขึ้นอีก จากนั้นคุณเขาก็เอื้อมมือข้างนึงมาลูบที่หัวไหล่ของเขาไว้ พลางเอื้อมมืออีกข้างมาปัดปรอยผมด้านหน้าออกให้จนพ้นลูกตาและสภาพเดิม 


เพิ่งมาสังเกตุดูว่าดีๆว่าตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากขนาดไหน มากจนได้กลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่าย ใกล้กันจนใบหน้าห่างกันไม่กี่เซนเท่านั้น จู่ๆก็ใจเต้นขึ้นมาแปลกๆ เต้นเสียงดังจนกลัวอีกฝ่ายจะได้ยิน


" ออกไปกันเถอะ " พยักหน้าส่งกลับไปอย่างว่าง่าย จากนั้นก็กำลังจะเตรียมตัวเดินตามอีกฝ่ายไป แต่ก็ต้องหยุดไว้ก่อน เมื่ออีกฝ่ายนั้นเอื้อมมือมาจับที่มือของตนไว้ พร้อมกับกระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นและพากันจับจูงเดินออกไปด้วยกันแทน ไม่ต้องมีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงสองมือที่จับกันไปตลอดทาง แค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยแล้วจริงๆ ขอบคุณนะคุณมาร์ช ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคุณมาร์ชมาช่วยไม่ทัน เขาตอนนี้จะเป็นยังไง ตลอดทางตนเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองแต่มือของเราที่จับกัน สักพักตนก็เงยหน้าขึ้นมา มองไปที่แผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินนำอยู่ข้างหน้าตอนนี้ "ขอบคุณนะ " เขาพูดมันอีกครั้งดังๆในใจ

     หลังจากกลับมาจากห้องน้ำก็พยายามทำตัวปกติที่สุด บอกลาพี่ๆผู้กำกับและทีมงานทุกๆคนที่นี่ทันทีเพื่อรีบกลับ ยูโนที่เหมือนจะมองออกว่าเขาสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ จึงรีบพาเขาเดินมาขึ้นรถทันที และเราทั้งหมดก็เดินทางออกจากที่นี่ทันที ขึ้นรถได้อีกฝ่ายก็เปิดปากถามเขาออกมา


" บี เป็นอะไร แล้วหายไปไหนมา "

" ... "

" คุณมาร์ช บีบีเป็นอะไรครับ " ขณะที่เขายังคงเงียบ ยูโนจึงหันไปถามคุณมาร์ชแทน 

" ยู เราตอบเอง " แต่เป็นเขาที่แย้งออกไปว่าตนจะตอบเอง

" อืม "

" ไม่มีอะไรหรอก แค่ แค่คล้ายจะโดนทำร้ายนิดหน่อยน่ะ เฮ้ยอย่าทำหน้างั้นดิ ไม่เป็นไรเลยเนี่ยเห็นไหม "

ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรได้ไง! เรื่องใหญ่ขนาดนี้! แล้วถ้าคุณมาร์ชไปช่วยไม่ทันจะทำยังไงวะ! ตัวก็เล็กจะเอาแรงที่ไหนไปสู้ใครเขาได้ โถ่เว้ย!! ใครวะมันกล้ามายุ่งกับเพื่อนเขา เจอหน้าพ่อจะซัดให้น่วมเลย ที่โมโหอยู่นี่ เขาโมโหตัวเองต่างหาก นี่ถ้าดูแลบีบีดีกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา

" ขอโทษนะที่ดูแลแกไม่ดี "

" เฮ้ย ไม่เอาดิ อย่าพูดแบบนี้ " บีบีรีบแย้งออกมาเมื่อตนยังคงโทษตัวเอง

" ไม่ใช่ความผิดยูเลย "

" แต่.. "

" เห็นไหมว่าไม่เป็นอะไร อีกอย่างต่อไปนี้มีคุณมาร์ชดูแลแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ใช่ไหมครับคุณมาร์ช "

" ครับ "

เฮ้อ รู้นะ ว่าเพื่อนกำลังปลอบเขาอยู่อะ น่าอายจริงๆ ควรเป็นเขาหรือเปล่าวะที่ต้องปลอบอีกฝ่ายน่ะ เพื่อนเขาน่ะนะ เป็นคนจิตใจดีเสมอ คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองตลอดเวลา อยากจะให้พวกที่คิดร้ายหรือพวกซาแซงหรือแอนตี้พวกนั้นมาเห็นจริงๆ ว่าเพื่อนเขาน่ะเป็นคนดีขนาดไหน ยังทำร้ายอีกฝ่ายลงได้ไงวะ โคตรโมโหเลย

" บี รักแกนะเว้ย "

" เออ รู้แล้ว "

คงจะหายกังวลแล้วสินะ ไม่เป็นอะไรเลยเขาโอเคแล้ว อาจจะแค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น แต่ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ที่เขาไม่เอาเรื่องตอนนี้เพราะกลัวกระแสลบเพิ่มขึ้นมามากกว่ากระแสดี ซี่รี่ย์กำลังจะออนแอร์ และเขาก็มีแพลนจะปล่อยเพลงใหม่อยู่เร็วๆนี้ จะให้มีข่าวเสียหายตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างมันประจวบเหมาะเกินไป แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้ามีครั้งหน้าอีกเขาจะไม่ยอมเงียบอีกแน่นอนสัญญา

     แพลนเดิมที่เราคิดกันไว้คือเสร็จจากงานแล้วจะไปหาอะไรกินที่ร้านที่ดูในเน็ตไว้แทน ก็เปลี่ยนเป็นกลับบ้านเลย คุณมาร์ชจึงถามกับพวกเขาในรถว่า " ไปต่อที่บาร์ด้วยกันไหม เผื่อช่วยคลายเครียดเรื่องวันนี้ได้ " เหมือนคุณเขาจะจำตารางงานได้ว่าพรุ่งนี้คือฟรีเดย์หนึ่งวันของเขา มะรืนถึงจะมีงาน ยูโนตอบตกลงอย่างไวทันทีแทบไม่คิดเลยด้วยซ้ำ ตนจึงต้องตอบตกลงไปด้วยเช่นกัน แต่จริงๆตัวเขาก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ดังมากจนถึงขนาดต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูใสสะอาด ผับบาร์เหล่านี้ก็เคยรับงานร้องเพลงอยู่บ้างเหมือนกัน ถึงไม่บ่อยนักก็ตามจึงไม่ต้องกังวลอะไร

    ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าๆในการขับมาจากต่างจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มนิดๆ คุณเขาก็พามาที่คลับบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งตนกับยูโนยังไม่เคยมาเหมือนกัน แต่ก็พอได้ยินชื่อเสียงร้านนี้อยู่บ้าง ที่นี่ด้านล่างคือโซนผับอีดีเอ็ม ด้านบนคือโซนบาร์นั่งชิลสำหรับพักผ่อน ทำให้พวกเราตอนนี้ขึ้นมาอยู่ด้านบนในโซนวีไอพีเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเข้ามาที่โต๊ะก็พบว่ามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วสามคน ตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะนั้นมัน..พี่เจียร์นิ ดารานักแสดงชื่อดังที่เขาเคยร่วมงานกันมาหนึ่งครั้ง ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่า..

" นี่เพื่อนผมครับ แจ๊ส เจียร์ เดฟ "

เป็นคุณมาร์ชที่ไขข้อสงสัยออกมา และกล่าวแนะนำเพื่อนๆของเขาก่อนให้ พี่ๆพวกนั้นส่งยิ้มมาอย่างเป็นมิตร เขากับยูโนสองคนยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่าย เพราะดูแล้วทั้งหมดคงอายุมากกว่าพวกเขาแน่นอน

" บีบีครับ ผมเป็นแฟนคลับคุณนะ ฟังทุกเพลงเลย "

" ขอบคุณฮะ "

" ตัวจริงน่ารักมากเลย ผมเป็นเพื่อนไอ้มาร์ชนะครับ อยากรู้จักจัง ขอไลน์ไว้หน่อยได้ไหมครับ "

" พอๆไอ้แจ๊ส มึงดูหน้าพ่อมึงด้วย "

เป็นเสียงของคุณเดฟที่เอ่ยปากแซวถึงคุณมาร์ชออกมา จำได้ว่าคนนี้คือแฟนของพี่เจียร์ที่เปิดตัวกันไปแล้ว หึ เขาไม่ซีเรียสอะไรเลยเพราะรู้ว่าโดนคุณแจ๊สแกล้งแซวขำๆเท่านั้น แต่คุณมาร์ชนี่สิ หน้านิ่งไปเลย 

" เป็นอะไรครับคุณมาร์ช "

" หิวไม่ใช่หรอ สั่งข้าวไหม "

" ดีครับ ผมหิวแล้ว "

และเป็นเสียงของยูโนที่ตอบออกมาแทน เพราะเจ้าตัวคงหิวมากจริงๆ นั้นสินะเขาลืมความหิวตอนแรกไปได้ยังไง จากนั้นเราทุกคนก็ต่างพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ยูโนดูท่าจะสนิทกับทุกคนได้เร็วกว่าเขานัก โดยเฉพาะกับคุณแจ๊สน่ะที่ดูจะสนิทไวกว่าคนอื่น เพราะสามารถหัวเราะใส่กันได้แล้ว และเขาแอบเห็นนะว่าขอแลกไลน์กันน่ะ อือๆจะทำเป็นว่าไม่เห็นก็แล้วกัน ส่วนเขาก็ได้พูดคุยกับพี่เจียร์อยู่บ้างไม่เกร็งเท่าแรกๆแล้ว และพี่เขาน่ารักมากๆเฟลนลี่สุดๆเลย เขาน่ะเป็นแฟนคลับตัวยงของพี่เค้าเลยนะไม่อยากจะบอก 

นั่งคุยกันไปมา มีจิบแอลกอฮอล์ไปด้วยพลางๆ และบรรยากาศตอนนี้โอเคมากๆ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้จริงๆ ยกข้อมือตัวเองขึ้นมาดูนาฬิกา ตอนนี้ก็ห้าทุ่มนิดๆแล้ว อีกสักพักคงได้เวลากลับแล้วล่ะ หันไปมองคุณมาร์ชที่นั่งข้างๆกันๆ และยังคงเป็นผู้ฟังที่ดีตลอด ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักคำ นอกเสียจากเวลาที่เพื่อนคุณเขาถามมาน่ะนะ ถึงจะเปิดปากตอบอะ

" คุณไม่ดื่มหรอ " เขาที่ถามออกไป เพราะเห็นอีกฝ่ายดื่มแต่น้ำอัดลมอย่างเดียว

" ผมต้องขับรถ "

" อ่าครับ "

" กลับไหมดึกแล้ว "

พยักหน้าตอบกลับไปแทนคำตอบและหันไปกระซิบกับยูโนว่าเรากลับกันได้แล้ว ขณะกำลังจะเรียกพนักงานมาเช็คบิลค่าอาหารของเขากับยูโน ก็เป็นคุณแจ๊สที่ห้ามไว้ พร้อมบอกกับพวกเขาอีกว่ามื้อนี้จะเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นเลี้ยงต้อนรับที่พวกเราได้รู้จักกัน ยูโนที่ยิ้มแก้มปริจนตาหยีกล่าวขอบคุณออกไปอยู่หลายครั้ง เขาจึงหันไปลาพี่เจียร์อีกทีก่อนจะกลับ และพี่เขายังบอกกับตนอีกว่ามีปัญหาเรื่องงาน หรือไม่เข้าใจตรงไหนปรึกษาพี่เขาได้เลย รู้สึกได้ว่าพี่เจียร์เป็นคนที่จริงใจจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พี่เขามีแฟนคลับเยอะขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่ได้เจอคนในวงการเดียวกันที่ไม่เฟคใส่กัน ขอบคุณคุณมาร์ชมากจริงๆที่พาให้เรามาทำความรู้จักกันมากขึ้นอีกครั้งนึง

     เราใช้เวลาเดินทางออกจากร้านกลับถึงบ้านประมาณยี่สิบนาทีได้ จนตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้ว เมื่อกลับถึงบ้านได้ก็เหมือนเดิม ยูโนรีบเข้าบ้านไปดูโคโค่ก่อนทันที ส่วนตัวเขาตอนนี้ขอเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องก่อนแล้วกัน จากนั้นก็ลงมาด้านล่างต่อเลย ยังไม่ได้ทำธุระส่วนตัวอะไร

พอลงมาด้านล่างก็พบกับคุณมาร์ชที่นั่งอยู่ที่โซฟาคนเดียวอย่างเดิม และตนก็พบเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่หลังมือของคุณมาร์ช นั้นมัน..

" คุณมาร์ช ขอดูมือหน่อยครับ "

" ... " เจ้าตัวได้ยิน แต่ยังคงทำเงียบ

" เร็วครับ "

ใช้เวลาสักพักคุณเขาถึงยอมส่งมือยื่นมาให้น่ะ ตนจับมือของคุณมาร์ชเข้ามาดูใกล้ๆ แล้วก็พบว่าหลังมือข้างขวาบริเวณนิ้วมีรอยถลอกและรอยเลือดออกนิดๆ แถมตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มบวมแล้วด้วย คงจะเป็นเพราะที่ต่อยผู้ชายคนนั้นแน่ๆเลย จู่ๆก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ไม่ได้เอาเรื่องไอ้คนที่ทำร้ายเขา หรือถ้าเกิดเขาดูแลตัวเองได้ดีกว่านี้ ยูโนคงไม่ต้องรู้สึกผิด และคุณมาร์ชคงไม่ต้องเจ็บตัวฟรี

" ขอโทษนะครับ "

" เรื่อง "

" ... " จะพูดยังไงดีล่ะ หลายเรื่องเลยที่ติดอยู่ในใจ

" ถ้าแผลนี่ ช่างเถอะ "

" ... "

" ผมต้องดูแลคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิด "

    ตนเห็นแววตาที่มีแต่ความรู้สึกผิดส่งมาให้ ก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่ความผิดของบีบีหรอก ถ้าจะผิดก็คงเป็นไอ้คนที่คิดทำร้ายบีบีมากกว่า ก็สมควรแล้วที่โดนหมัดของเขาไป แค่นั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำ

" ผมกลับนะ "

" แล้วแผ.. "

" เดี๋ยวผมทำเอง "

" งั้นเดี๋ยวผมออกไปส.. "

" ไม่เป็นไร คุณพักเถอะ "


   พอจะเดินออกไปส่งก็โดนห้ามไว้ จึงทำให้ตนต้องยืนหน้ายุ่งคิ้วขมวดอยู่ตรงนี้ ก็แค่อยากจะแสดงน้ำใจบ้าง เขาทราบซึ้งจริงๆที่อีกฝ่ายมาช่วยจนต้องบาดเจ็บ แถมไม่ได้ทำแผลให้อีก เขานี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ


" ทำไมหน้าบึ้ง "

" เปล่าครับ "

" ขึ้นห้องไปพักเถอะ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว "

    ที่ไม่ให้ออกไปส่ง เพราะอยากจะให้ไปพักผ่อนจริงๆ เดินทางนั่งรถเหนื่อยกันมาตั้งแต่เช้า แถมมีเรื่องวุ่นวายอีก แล้วนี่ก็ปาไปเที่ยงคืนแล้ว อีกฝ่ายควรจะพักผ่อนได้แล้ว ส่วนแผลนี้ก็ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเขากลับไปจัดการเอง

" ก็ได้ครับ ขับรถดีๆนะ "

" ครับ "

บอกลาเจ้าของบ้านเสร็จก็เดินออกมาจากบ้านแถมล็อครั้วให้อย่างมิดชิด ตนเดินมาขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์และเหยียบคันเร่งขับออกมาทันที ใช้เวลาไม่นานนักก็กลับมาถึงบ้านตัวเอง สิ่งแรกที่ทำหลังจากเข้าบ้าน คือขึ้นห้องไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวอย่างที่ตั้งใจไว้ พอเสร็จสิ้นก็หยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลออกมา และเริ่มลงมือจัดการกับหลังมือของตัวเองทันทีจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็นั่งขบคิดกับตัวเองอยู่สักพักว่าจะทำอย่างคิดไว้ดีไหม.. 


สุดท้ายก็ตัดสินใจทำลงไป เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เข้าไปที่กล้องถ่ายรูป กดถ่ายไปที่มือของตัวเองที่มีผ้าพันแผลพันอยู่หนึ่งที และส่งไปให้คนบางคนที่น่าจะยังกังวลอยู่ เมื่อเสร็จก็เก็บอุปกรณ์ทำแผลเข้าที่ พร้อมเตรียมตัวมานอน

.
.

    พอคุณมาร์ชกลับไปแล้วเขาก็ขึ้นห้องมาอาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อนแบบที่คุณเขาบอกไว้ทันที แต่ทำไมตอนนี้ถึงนอนไม่หลับสักทีก็ไม่รู้ Line~ จู่ๆก็มีเสียงแอปพิเคชั่นไลน์ส่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา เป็นข้อความจากคนๆนึงที่เพิ่งมีไลน์ของกันและกันไป แต่ยังไม่เคยได้คุยกันสักครั้ง ตนดีดตัวลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนและกดอ่านข้อความทันที

M : Sent a photo



เป็นรูปภาพมือของคุณมาร์ชที่ทำแผลแล้วเรียบร้อย เดาใจเก่งจริง ว่าตัวเขากำลังกังวลเรื่องแผลของคุณเค้าอยู่เหมือนกัน มีเพียงแค่รูปภาพรูปเดียวเท่านั้นที่อีกฝ่ายส่งมา ไม่มีข้อความอย่างอื่นส่งมาต่อ เขาจึงเป็นฝ่ายพิมพ์กลับไปบ้าง

BB : ทานยาแก้อักเสบด้วยนะคุณ

M : ทำไมยังไม่นอน

ตกใจเหมือนกันที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเร็วขนาดนี้

BB : นอนไม่หลับครับ

M : ทำไงถึงหลับ

BB : อืม ไม่รู้สิครับ 

M : ฝันดีนะครับบี

... ด เดี๋ยวนะ

M : แบบนี้ช่วยให้หลับไหม

ให้ตายเถอะ บ้าจริง อยู่ๆก็ยิ้มกว้างออกมาจนปวดแก้มไปหมด ข้อความฝันดีแบบนี้ก็ได้รับจากเหล่าแฟนคลับอยู่ทุกคืนๆ แต่พอเป็นคุณมาร์ชบอกเท่านั้นแหละ จู่ๆใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงออกมาซะงั้น แบบนี้มันยิ่งช่วยให้นอนไม่หลับหรือเปล่า

BB : ครับ คืนนี้ผมคงหลับฝันดีแน่ๆ

M : นอนได้แล้ว

BB : ฝันดีนะครับคุณมาร์ช ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้นะครับ แล้วเจอกันนะ

หึ จู่ๆมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ หรือสาเหตุจริงๆอาจจะมาจากคนที่เขากำลังคุยอยู่ด้วยนี่แหละ นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาก็ไม่ได้บอกฝันดีใครแบบนี้ ครั้งสุดท้ายคงเป็นตอนที่กล่อมหลานเข้านอนเมื่อหลายเดือนที่ก่อนนู้นแหละ

ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้อย่างงั้นหรอ พอมาคิดๆดูแล้ว เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายไปทำอะไร ให้เหล่าซาแซงโกรธนักหนา ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ดูจะเป็นคนดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกเพราะว่าเราเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน แต่ก็ไม่มีใครสมควรโดนทำร้ายทั้งนั้น ไม่ว่าจะจากการกระทำ คำพูด หรือแม้แต่ตัวอักษรบนโลกออนไลน์ บีบีไม่ควรโดนทำร้าย ที่ผ่านมาเจ้าตัวโดนอะไรมาบ้างเขาไม่รู้ แต่ต่อไปนี้เขาที่ยังคงทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดอยู่ ตนจะดูแลอีกฝ่ายให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน..

.
.


TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #56 pulin19 (@pulin19) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:53
    คือไรท์เราอยากจะบอกว่าอยากให้ไรท์เลือกสักอย่าง ระหว่าง "เขา" กับ "ตน" หวังว่าไรท์จะไม่ว่ากันน้า
    #56
    3
    • #56-1 Imsosaddd (@Imsosaddd) (จากตอนที่ 5)
      11 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:51
      ขอบคุณที่ตินะคะ หัดแต่งเล่นๆ ภาษายังแปล่งๆอยู่เยอะเลยค่ะ ขอบคุณที่เขามาอ่านนะคะ จะพยายามปรับปุรงค่ะ
      #56-1
  2. #11 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 01:29
    นั่นแน่ ดูแลน้องไปเรื่อยๆนะมาร์ช
    #11
    0
  3. #10 Imsosaddd (@Imsosaddd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 10:12
    _/|\_ ^^
    #10
    0
  4. #9 Thanaphorn Dear (@dearthanaphorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:05

    ขอบคุณนะ มาร์ช
    #9
    0
  5. #8 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:04
    พี่มาร์คสู้ๆ
    #8
    0