คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

945

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


945

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 เม.ย. 61 / 00:47 น.
นิยาย [TWICE] ժ (Minayeon) [TWICE] รอยยิ้มสีชมพู (Minayeon) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
รอยยิ้มของนายอนน่ะโคตรจะเป็นสีชมพูเลย
#รอยยิ้มสีชมพูมนย
@I_am_anomynous

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 เม.ย. 61 / 00:47



 

                ทางม้าลายเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกสบายให้แก่โลกนี้ มันเป็นสิ่งที่คนเราจำต้องข้ามผ่านเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน

                แต่ว่ามันไม่ได้ป้องกันภัยจากอุบัติเหตุใจเลย

                ตอนนี้มินะกำลังยืนจ้องหน้ามนุษย์ที่ได้ชื่อว่าแฟนเก่าที่อยู่อีกฟากของถนนตรงทางม้าลาย

                อิม นายอน คือแฟนเก่าคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของมินะ หล่อนอยู่ในชุดวันพีชยาวสีอ่อน แต่งหน้าอ่อนๆทั้งหมด ยกเว้นสีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสีแดงสด เฮดโฟนสีขาวที่มินะซื้อให้ตอนครบรอบ2เดือนยังคงสวมอยู่ที่หูของเธอ

                แปลกดีที่มันยังคงเข้ากับหล่อนเหมือนเดิม รอยยิ้มบางๆเคลือบที่ริมฝีปากของหล่อน ดูก็รู้ว่าหล่อนน่าจะกำลังฟังเพลงที่หล่อนชอบอยู่ และถ้าให้เดาไม่ผิดก็คงจะเป็นเพลง lost star ของ อดัม นักร้องที่หล่อนชอบจนมีโปสเตอร์อยู่เต็มห้องล่ะมั้ง

                นั่นไง จังหวะเคาะนิ้วแบบเดิม

                ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้าง

                รอยยิ้มหล่อนแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างเมื่อดูอะไรบางอย่างภายในโทรศัพท์ ซึ่งก็เดาไม่ผิดอีกเช่นเดียวกันว่ามันคือคลิปตลกๆของเด็กทารกในเพจที่หล่อนติดดาวเอาไว้

                นั่นไง ไม่ผิดแน่

                รอยยิ้มนั่น

               

                รอยยิ้มที่ทำให้มินะใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อตอนที่เจอกัน

               

               

               อิม นายอนเป็นมนุษย์เงินเดือนวัย28ปี ในบริษัทที่ตรงข้ามกับมหาลัยของมินะ เธอเห็นหน้าของหล่อนมาตั้งแต่ตอนเธอเป็นเฟรชชี่โดนรับน้องยันเป็นพี่ว้ากไปรับเฟรชชี่แทน ในทุกวันตอนที่เธอจะกลับบ้าน

                แต่ถ้าถามว่าเริ่มทำความรู้จักกันจริงจังตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่มินะเลิกกับแฟนคนก่อนที่คบกันมา 2 ปี

               

               วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักที่สุดในรอบปี มินะตัวสั่นเทิ้มอยู่ใต้ชายปีกของร้านสะดวกซื้อหน้ามหาลัยที่ยื่นออกมา ตัวเธอเปียกทั้งตัวเพราะเพิ่งไปวิ่งฝ่าฝนมา เธอเพียงแค่คิดว่าการได้วิ่งตากฝนจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่านของเธอสงบได้ เหมือนกับถูกสายน้ำนั่นพัดพาไป

               และใช่ มินะแค่ มโน ไปเอง มันไม่ได้ดีขึ้นสักนิด แถมจะทำให้เธอปอดบวมตายอีก

                ในขณะที่มินะกำลังลังเลใจว่าควรจะเดินฝ่าฝนกลับหอพักดีมั้ย ก็มีมนุษย์เงินเดือนคนเดิมกับที่มินะเห็นทุกวันเดินออกมาจากตึก หล่อนสังเกตเห็นเธอ ก่อนจะเป็นคนกางร่มพาเธอไปส่งที่หอจนตัวหล่อนเปียกปอน

                ไม่รู้สิ ทั้งๆที่ไม่ควรจะประทับใจอะไรกันด้วยซ้ำ แต่ว่ารอยยิ้มของหล่อนตอนที่ฟังเรื่องราวของมินะน่ะ

                โคตรจะเป็นสีชมพูเลย

 

                นายอนเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองสัญญาณไฟคนเดินที่ยังคงเป็นสีแดง เช่นเดียวกับมินะที่กำลังมองหน้าหล่อนว่ากำลังทำสีหน้าอย่างไรอยู่ หล่อนย่นคิ้ว และมุ่ยหน้าลง มินะควรจะหยุดมองหล่อนได้แล้ว ก่อนที่หล่อนจะรู้ตัวไปมากกว่านี้ แต่สายตาเจ้ากรรมกลับไม่คลาดเคลื่อนไปจากเดิมเลย

                เธอยังคงพิจารณาดวงตาที่กำลังกระพริบนั่น พิจารณาแก้มนุ่มๆที่เธอเคยสูดดม พิจารณาจมูกที่เธอเคยบีบแกล้งอีกคนเพราะหมั่นเขี้ยวอยู่บ่อยครั้ง พิจารณาริมฝีปากของหล่อนที่ซ่อนรอยยิ้มที่แสนมีค่าไว้ข้างในนั้น

                กี่ปีแล้วนะที่มินะไม่เจอหล่อน?

                อืม

                ไม่รู้สิ

                น่าจะหลายปีอยู่

               

                มินะไม่ได้ลืมหรอกนะ ว่าตอนนี้หูฟังของเธอก็เป็นลายเดียวกับหูฟังของหล่อน มินะไม่ได้ลืมหรอกนะว่าลิปบนริมฝีปากของหล่อนก็เป็นสีเดียวกับริมฝีปากมินะ มินะไม่ได้ลืมหรอกนะว่านาฬิกาที่ข้อมือของหล่อนก็เป็นยี่ห้อเดียวกับที่มินะใส่ มินะไม่เคยลืม...

                มินะไม่เคยลืม อิม นายอนได้เลยแม้แต่น้อย

                อิม นายอนแก่กว่ามินะ7ปี บ่อยครั้งที่มินะชอบที่จะไปนอนหนุนตักเธอตอนที่เราดูหนังด้วยกันที่ห้อง หรือว่านอนอ่านหนังสือบนตักเธอ บ่อยครั้งที่มินะมักจะพล็อยหลับไปเพราะตักนิ่มๆกับจุมพิตเบาๆบนหน้าผากที่หล่อนมอบให้

                ความสัมพันธ์ของเราบางทีก็สงบราวกับความเงียบในป่าใหญ่ แต่บางทีมันก็ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาโลกทั้งใบนี้ได้

                ไม่เคยมีใครที่เอามินะอยู่เท่า อิม นายอน ไม่เคยมีใครที่มินะจะยอมเท่ากับ อิม นายอน

                มินะแพ้หล่อนอย่างหมดท่า แพ้ในรอยยิ้มของหล่อน แพ้ในความใส่ใจเล็กๆน้อยๆของหล่อน แพ้ทุกอย่างที่เป็นหล่อน

                มินะแพ้นายอน โดยที่เธอเต็มใจจะยอมรับความพ่ายแพ้ที่หล่อนยัดเยียดให้

 

                สายตาของหล่อนเหม่อมองออกไปไกลแสนไกล มินะเดาว่ามันน่าจะถึงท่อนฮุคสุดท้ายของเพลง lost star แล้ว และเช่นเดียวกันมันก็ถึงท่อนสุดท้ายของเพลงที่มินะฟังแล้ว

                เหมือนเพียงเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีน้ำตาลนั่นจ้องมาทางมินะ และเสี้ยววินาทีนั้นเราก็สบตากัน

               

                อิม นายอนชอบเพลงป๊อปตามกระแส ขณะเดียวกันมินะกลับชอบเพลงอินดี้ที่แหวกกระแส นายอนชอบเสื้อวันพีชแต่มินะกลับชอบเสื้อแยกกับกางเกง นายอนชอบสีอ่อน มินะกลับชอบสีเข้ม นายอนชอบดูหนังรัก แต่มินะกลับชอบดูหนังนอกกระแสที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์มากมายที่คนนอกอาจจะมองว่าน่าเบื่อ

                เราไม่อาจจะเป็นคู่รักที่พากันไปซื้อเสื้อผ้าโซนเดียวกันได้ อ่านหนังสือแนวเดียวกันได้ ฟังเพลง หรือดูหนังแนวเดียวกันได้ เราไม่สามารถที่จะให้ในสิ่งที่อีกคนต้องการได้ เราจึงเลิกกัน

                เราต่างกันเกินไป จนช่องว่างของความต่างนั้นกว้างจนไม่อาจจะเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ เหมือนกับในหนังรักน้ำเสียที่นายอนชอบดู

                ไม่มีคำบอกลาเท่าไหร่ เราเลิกกันไม่สวยนัก

                แต่เพราะความแตกต่างของเรานี่แหล่ะ ที่ทำให้มินะรู้ว่าตราบใดที่มินะยังชอบนายอนอยู่

                นายอนก็ยังคงชอบเธออยู่เหมือนกัน เหมือนกับประโยคบอกรักที่หล่อนบอกเธอในทุกวันเมื่อวันวาน

 

                ไฟคนเดินเป็นสีเขียวแล้ว ฝูงชนที่อยู่ด้านหลังดันมินะให้จำต้องเดินออกมา เช่นเดียวกันจากทางฝั่งของนายอน หล่อนก็เดินออกมาแล้ว เรายังคงจ้องหน้ากันราวกับว่าอยู่ในโลกของกันและกัน

                ระยะทางของเราหดสั้นขึ้นมาเรื่อยๆ จากทั้งถนน เหลือ5เมตร เหลือ 2 เมตร เหลือ 1 เมตร ครึ่งเมตร มาเรื่อยๆจนอยู่ห่างกันไม่ถึง20เซน

                ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมที่หล่อนชอบใช้ กลิ่นที่มินะมักจะสูดดมทุกเช้า

                ไม่มีคำพูดใดๆเกิดขึ้น คนเดินผ่านจวนจะหมดแล้ว เราไม่อาจจะตกอยู่ในภวังค์นี้ได้อีกนานต่อไปแล้ว

                ริมฝีปากของนายอนค่อยถูกยกขึ้น ก่อนที่หล่อนจะฉีกยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มบางๆที่ไม่ได้จำเป็นต้องทำเหมือนตอนถ่ายรูป มันเป็นรอยยิ้มบางๆที่ทำให้มินะรู้ว่าหล่อนเต็มใจที่จะยิ้มให้มินะเห็น

                ไฟคนเดินสีเขียว เปลี่ยนเป็นสีแดง หมดเวลาที่จะต้องเชยชมรอยยิ้มนี่แล้ว

                สุดท้ายแล้ว มินะก็ตัดสินใจที่จะเดินผ่านนายอน ราวกับว่าเธอทั้งสองต่างเป็นคนไม่รู้จักกันที่เดินสวนกันตรงทางม้าลาย

                ถ้ามินะรั้งนายอนเอาไว้ ถ้ามินะดึงมือหล่อน หรือเดินตามหล่อนไป ถ้ามินะพูดว่าเธอคิดถึงนายอนมากแค่ไหน ผลลัพธ์เราอาจจะไม่เป็นแค่คนเคยรู้จักกันดี มันอาจจะพัฒนาไปทางที่ดีด้วยซ้ำ มินะมั่นใจ

                แต่มินะก็เลือกที่จะไม่ทำมัน

                เพราะมินะรู้ดีว่าไม่อย่างไร เราก็ต้องเลิกกัน และคราวนี้มันอาจจะเป็นความทรงจำที่ไม่งดงามของมินะเกี่ยวกับนายอนก็ได้

                ซึ่งมินะไม่ต้องการแบบนั้น

                แม้ว่านายอนจะไม่ใช่แฟนคนแรก ไม่ใช่รักครั้งแรก ไม่ได้เป็นแฟนที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด

                แต่นายอนเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของมินะ

                รอยยิ้มของหล่อนยังคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่มินะอยากจะหลับฝันถึงในทุกๆ คืน มันจะเป็นฝันดีที่มินะประทับใจไม่รู้ลืมตลอดไป

                รอยยิ้มสีชมพูของหล่อนจะยังตราตรึงในใจมินะตลอดไป

 

รอยยิ้มสีชมพู แววหวานยังคงอยู่ ความหลังที่ไม่ยอมผ่านฤดู ยังเฝ้าอยู่ในคืนวันที่สวยงาม

คืนวันผ่านพ้นเปลี่ยนไป รอยยิ้มยังชัดแค่ไหน จิตใจไม่เคยลืมกัน


END.


Talk:

เรื่องนี้ตัวคนเขียนได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง รอยยิ้มสีชมพู - Diaries ประโยคสุดท้ายตอนจบ ก็คือเนื้อร้องของเพลงนี้แหล่ะ ผนวกเข้ากับเรื่อง ไม่ว่าคุณจะมีแฟนกี่คน มันก็ต้องมีแฟนสักคนที่คุณต้องประทับใจและยังคงจำเขาได้ที่สุด ซึ่งในที่นี่ก็โยงกับรอยยิ้มสีชมพูของนายอนที่มินะประทับใจไม่รู้ลืม แม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่ค่อนข้างจะสั้นสมชื่อจริงๆล่ะ เอาไว้เรื่องยาวจะเขียนให้มันยาวสมชื่อบ้างนะ

#รอยยิ้มสีชมพูมนย. TWITTER : @I_am_anomynous

ผลงานอื่นๆ ของ I_AM_ANONYMOUS

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น