Whose fault? ผิดที่ใคร SPECIAL (Yaoi,Mpreg)

ตอนที่ 3 : WF MPREG ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

ตอนที่ 3


บรื้น...บรื้น


ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ ร่างสูงในชุดสูทใบหน้าคร่ำเคร่งลงเท้าเหยียบคันเร่งอย่างเร็ว จนรถบีเอ็มสีขาวคันหรูพุ่งทะยาน รีบเร่งเหมือนจะพาภรรยาไปคลอดลูก


ใจอยากจะบินไปถึงโรงพยาบาลมันซะเดี๋ยวนี้ ตอนแรกก็ตะหงิดๆ ใจอยู่แล้วเชียวว่าอาการของเอมเหมือนคนท้องยังไงชอบกล


แต่ก็ได้แค่คิด


ตอกย้ำว่านี่คือผู้ชาย...ไม่มีทางที่จะตั้งครรภ์เหมือนผู้หญิงได้


'อาการของคุณเอมเหมือนคนแพ้ท้องไม่มีผิดเลยค่ะ'


แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแต่เขาคนเดียวที่คิดไปเอง


"เอ่อ คิน เอมว่ามันชักจะไปกันใหญ่ พี่ลีเขาก็พูดไปอย่างนั้น แต่เรื่องท้องเนี่ย..." เสียงใสค่อยๆ แผ่วเบาลง ขนาดร่างบางยังติดสงสัย แม้จะตงิดเรื่องอาการของตนไม่แพ้กัน


"จริงๆ คินสงสัยก่อนที่คุณลีจะพูดอีกนะ...แค่ติดเรื่องที่เอมเป็นผู้ชายเท่านั้นแหละ"


"อะ เอ๊ะ"


"คินพูดจริงๆ อาการแบบนี้เหมือนคนแพ้ท้องเลยนะเอม...จู่ๆ ก็หน้ามืดทั้งๆ ที่ไม่ได้ป่วย แล้วยังเหม็นอาหารทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าเอมไม่เห็นอย่างนั้นแล้วคิดว่าเป็นอะไร"


"คือเอม...เอมก็ไม่รู้" คราวนี้ชักไม่มั่นใจ ใบหน้าหวานเลยก้มลง สิ่งที่กังวลคือเรื่องงานที่ทิ้งมากลางทางอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นด้วย "แต่ว่าเป็นถึงประธานกับรองประธาน จู่ๆ โดดงานมาแบบนี้ ถ้าพวกพี่เสกเขามีปัญหาอะไร จะทำยังไงล่ะครับ"


คินยิ้ม รู้ดีว่าร่างบางเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง ขนาดมีอาการแปลกๆ แบบนี้ยังอุตส่าห์ห่วงลูกน้องมากกว่าตัวเอง "เสกเก่งมากนะ เอมก็รู้ ไม่งั้นแต่ก่อนพ่อไม่เอามาไว้อยู่ข้างกายหรอกน่า"


"เอมรู้ครับ"


"เอาน่า อย่างน้อยไปตรวจก็จะได้รู้ความจริงและสบายใจเอาไว้ก่อน ถ้ายังเหม็นอาหารจนอ้วกตลอดแบบนี้แล้วจะกินข้าวได้ยังไง หืม"


"..."


"ที่ทำแบบนี้เพราะคินเป็นห่วงเอมนะ คินไม่ได้อยากทิ้งงานมาเหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกระหว่างงานกับเอม...คินเลือกเอม"


ร่างบางหน้าร้อนผ่าวยอมสงบนิ่งเมื่อฟังคำที่มีเหตุมีผล นึกถึงเมื่อครู่ตอนที่ท้องไส้ปั่นป่วนบีบรัดเมื่อได้กลิ่นอาหาร แล้วต้องอาเจียนออกมาอย่างช่วยไม่ได้มันเป็นอะไรที่ทรมานมาก ดังนั้นชะเอมจึงยอมพยักหน้าแต่โดยดี


ดวงตาคมกริบเหลือบมองก่อนจะมองไปที่ถนนโดยที่มีอาการเนื้อเต้น...กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่จริงๆ


ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยตัดใจเรื่องมีลูก ตั้งแต่มีคนรักเป็นผู้ชายก็ทำใจกันทั้งคู่ และเขาเคยคุยกับชะเอมเอาไว้แล้วว่าพวกเราอาจจะรับเลี้ยงเด็กมาสักคน คอยรักและเอาใจใส่เหมือนลูกคนหนึ่ง ให้ใช้นามสกุลอนันต์โภคทรัพย์เสียและกลายมาเป็นทายาทคนต่อไป...เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ


แต่ในใจลึกๆ ไม่ยอมแพ้ ท้อแท้ หรือหยุดความคิด


ถ้าหากโลกใบนี้มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอะไรที่สามารถทำให้ผู้ชายท้องได้ เขาก็อยากจะทุ่มเทเต็มที่เพราะภาคินอยากจะมีลูกกับชะเอมเพียงคนเดียว


ดังนั้นถึงได้เชื่อมั่น เรียกร้องการทำรักกับอีกฝ่ายทุกวัน...เพื่อสนองความต้องการทางเพศและสนองความคิดของตนด้วย


มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่น เท้ายิ่งเหียบคันเร่งเร็วขึ้นอีกนิดบนถนนที่โล่งผิดปกติแต่ก็ไม่ประมาทเพื่อให้ไปถึงจุดหมายได้เร็วแม้เพียงสักนาที


ถ้าหาก...ถ้าหากนี่เป็นเรื่องจริงล่ะก็เขาจะดีใจมาก...แค่คิดหัวใจก็เต้นคับอกจนมันจะทะลักออกมาอยู่แล้ว


ได้โปรด...ขอให้คำภาวนาไม่จบแค่คำภาวนา


ร่างสูงที่มัวแต่คิดโน่นนี่ในหัว สายตามองถนนข้างหน้า ไม่ได้สังเกตว่าชะเอมก็อมยิ้มแก้มแดงปลั่งไม่ต่างกัน ยกมือลูบท้องตัวเอง


ถ้าหากมีชีวิตอยู่ในนี้...หากมีชีวิตอยู่ในร่างกายของชะเอมจริงๆ


เขาก็จะตอบแทนภาคินได้


กฤษณะนั่งกุมคาง มองผลบนกระดาษที่ทั้งสองไฝอ่านไม่รู้เรื่อง ร่างสูงของภาคินนั่งกอดกระชับชะเอมเข้ามาใกล้ หลังจากที่บอกอาการและตรวจอะไรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งลุ้นอยู่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง


"อาหมอครับ เป็นยังไงบ้างครับ สรุปเอมเป็นอะไร"


"อืม..." คุณหมอครางในลำคอ ขมวดคิ้วสงสัยสุดฤทธิ์ "ดูยังไงๆ อาก็ไม่เข้าใจ"


"อ้าว..." ทั้งสองคนหน้าเหวอ "ถ้าอากฤษไม่เข้าใจแล้วพวกผมจะเข้าใจได้ไงล่ะครับ" คินว่าเร่งๆ


"อาไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แต่นี่มันแปลกมากๆ ...แปลกมากถึงมากที่สุด" หยิบขึ้นมาส่องแล้วส่องอีก สายตาสองคู่มองไอ้แผ่นดำๆ นั่นก็ไม่เห็นจะสังเกตเห็นอะไรเลย "อาไม่เคยเห็นผลอะไรแบบนี้จากร่างกายของผู้ชายมาก่อน"


"หมายความว่า..." สองเสียงประสานกัน นี่ลุ้นกันจะตายอยู่แล้ว แต่กฤษณะก็แสนเล่นท่าเสียจริง


"อาว่าน่าจะเป็นอย่างที่คิด" กฤษณะทำเสียงจริงจัง ประสานมือกันทั้งสองข้างและมองหน้าร่างบาง "ชะเอม...หนูกำลังตั้งครรภ์"


มือทั้งสองจับกุมกันแน่น หัวใจสองดวงกระตุกบีบรัด ก่อนจะเต้นแรง บางอย่างในอกมันตีตื้นขึ้นมาจนน้ำตาคลอหน่วย ชะเอมสบมองใบหน้าคินที่แย้มรอยยิ้มกว้าง


ส่วนรอยยิ้มของชะเอมมันคงบิดเบี้ยวน่าดู


แต่ว่า...ดีใจ...ดีใจมากจริงๆ


คำภาวนาที่วอนขอถูกเติมเต็มแล้ว


"ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ อาหมอ" ชะเอมปาดน้ำตา ละไปได้เพียงครู่เดียว มือแกร่งก็เข้ากอบกุมให้ความอบอุ่นไม่ห่างไปไหน


"ถ้าอากฤษมาบอกทีหลังว่ามองผิดล่ะก็ ผมไม่ยกโทษให้แน่ๆ" ร่างสูงกระชับร่างผอมที่ร้องไห้โยเยแน่น


กฤษณะหัวเราะแห้งๆ ลูกชายของพี่เกษมนี่โหดตามพ่อมาเลย "อาไม่ล้อเล่นหรอกน่า แล้วผลนี่ก็ดูเหมือนตั้งครรภ์ได้เกือบสิบสองสัปดาห์แล้วด้วย อาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้นก็ปกติ...ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่"


คินเบิกตากว้าง


สิบสองสัปดาห์...ก็สามเดือน!?


ชะเอมท้องได้สามเดือนแล้วแต่เขากลับไม่รู้เรื่องสักนิด...อย่าว่าแต่คินเลย เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน


เพราะมันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ...เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายครั้งแรก


ร่างบางยกมือขึ้นลูบท้องอย่างเผลอไผล น้ำตายิ่งไหลเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มองหน้าคนรักอย่างปลื้มปริ่มยินดี "คิน เอมดีใจจัง"


ภาคินอมยิ้มเมื่อเห็นชะเอมยกแขนขึ้นกอดท้องตัวเองอย่างหวงแหน มือใหญ่ยกขึ้นทาบทับมือบางราวกับอยากจะรู้สึกถึงชีวิตที่อยู่ภายในไปพร้อมๆ กัน


ลูกน้อยของพวกเรา...อีกไม่กี่เดือนจะได้ลืมตาดูโลกใบนี้


"แต่ว่าท้องตั้งสามเดือนแล้ว แต่ท้องไม่โตเลย มันผิดปกติหรือเปล่าครับ" คินถามด้วยความสงสัยแกมเป็นห่วง


"ไม่หรอก ดูๆ แล้วก็ปกติดี ที่ท้องไม่โตอาจเป็นเพราะร่างกายของผู้ชายก็ได้ สรีระทางกายภาพก็แตกต่างกับผู้หญิงมากแล้ว"


"แล้วรู้เพศเด็กมั้ยครับ"


"อามองไม่ค่อยเห็นนะ น่าจะอีกสักครึ่งเดือนหรือเดือนนึงอาจจะรู้ได้ อย่างที่บอกคือมีหลายอย่างที่แตกต่างจากผู้หญิง หลายๆ อย่างอาจจะค่อนข้างซับซ้อน"


ทั้งสองตั้งใจฟังและพยักหน้าน้อยๆ ...แต่เรื่องอะไรก็ไม่อาจทำให้สองคนนี้ลดความสุขในใจลงได้


"เคสนี้เป็นเคสที่แปลกและใหม่มากแม้แต่กับผู้เชี่ยวชาญกันเอง" กฤษณะมองใบหน้าของทั้งสองที่นับว่าเป็นหลานรัก ค่อยๆ พูดอย่างชัดเจนและตั้งใจ "อาอยากให้เอมเข้ามาตรวจเรื่อยๆ อย่างเป็นกิจลักษณะ และแนะแนวปรึกษากันต่อไปโดยหมอที่จบจากด้านนี้โดยตรง"


กฤษณะเป็นศัลยแพทย์ ถึงจะรู้พื้นฐานแต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้เลย...ซ้ำยังเจอแบบแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีหรือเปล่าด้วย


"แสดงว่าพวกผมต้องคุยกับหมอคนอื่นที่ไม่ใช่อากฤษเหรอครับ" ทั้งคู่ขมวดคิ้ว ไม่อาจไว้วางใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ให้คนอื่นดูแล


"หมอคนนี้เป็นเพื่อนอาเอง เป็นผู้หญิงที่เก่งมากและใจดี คินกับเอมไม่ต้องห่วง" กฤษณะอธิบายใจเย็น...รู้สึกชื่นใจไม่น้อยที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งสองถึงขนาดนี้


แม้จะโดนขู่บ้างบางทีจากเด็กที่อายุน้อยกว่าหลายรอบ ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของรุ่นพี่ที่เคารพก็เถอะ


"เธอชื่อหมอนงนุชอยู่ฝ่ายสูติแพทย์ เดี๋ยวจะให้มาแนะนำเรื่องพื้นฐานทั่วไปให้ เช่น การดูแลคุณแม่และเด็กในท้อง หรืออาหารการกิน...ทั้งแม่และลูกจะได้แข็งแรงมีความสุข...ว่าไง ดีไหมเอม"


ชะเอมยิ้มตาปิด "ครับ ขอบคุณครับอาหมอ" โอบกอดร่างสูงข้างกายแน่นและหัวเราะออก


กฤษณะส่งสายตาอบอุ่น เอ็นดูคนที่เขาเคยดูแลตั้งแต่เด็กที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่เสียเอง


จะมีใครดีใจเท่าเจ้าตัวและคนรอบข้าง


คนเป็นหมอกวักมือและป้องปากให้ทั้งสองมองงุนงงก่อนจะเงี่ยหู "อย่าลืมบอกพี่เกษมไว้ล่ะ"


ข่าวดีแบบนี้จะต้องรีบบอกคนสำคัญที่สุด ขนาดเขายังรู้สึกยินดี ถ้าเป็นเกษมศักดิ์คงดีใจเนื้อเต้นแน่ที่จะมีหลานเป็นของตัวเองแล้ว


ซ้ำยังเป็นสายเลือดแท้ๆ อีกด้วย


ทั้งสองหันมองหน้ากันก่อนจะหลุดหัวเราะตาปิด ก่อนจะตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียง "ครับ/แน่นอนอยู่แล้วครับ"



ทั้งสองกลับมาทำงานที่บริษัทด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข บรรยากาศรอบตัวสีชมพูฟูฟ่อง ดอกไม้บานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรน่าขัดใจ ภาคินก็ยังอารมณ์ดีไม่ตีหน้าขึงขังเหมือนอย่างที่เคยทำ จนเสกและลีลาวดีแปลกใจ


ส่วนรองประธานอย่างชะเอมที่ใจเย็นและยิ้มแย้มอยู่เกือบจะตลอดเวลาอยู่แล้วก็เลยไม่เป็นจุดสงสัยเท่าประธานภาคิน


จริงๆ แล้วพอเจ้านายทั้งสองกลับมา เลขาทั้งสองก็ลุกขึ้นไถ่ถามอาการร่างบางทันที แต่ภาคินกับชะเอมกลับทำเพียงมองหน้ากันและหัวเราะออกมา


"ความลับ"


ก็แค่อยากจะบอกเรื่องนี้กับเกษมศักดิ์เป็นคนแรก จึงยังไม่ได้บอกออกไป


แต่ที่น่าสงสัยที่สุดคืออาการติดชะเอมของภาคินนี่แหละ จริงๆ ก็ติดหนึบมากอยู่แล้ว...แต่คราวนี้นี่...เรียกว่าไม่ได้อยู่ห่างเกินหนึ่งเมตรเลย...ทั้งโ อบกอดชิดใกล้ ยิ้มหวาน แววต่รักใคร่ ดูออกเลยว่าโคตรหวงและห่วงสุดๆ


แต่อยู่ในห้องแค่สองคน...ใครจะไปทำอะไรชะเอมได้กันล่ะ


เสกกับลีลาวดีก็ได้แต่สงสัย


"งั้นวันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ ทั้งสองคนกลับได้" ภาคินปิดแฟ้มดังพั่บหลังจากที่จรดปลายปากกาเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว เสกรับมันมาแบบงงๆ ก่อนจะเอ่ยถาม


"กลับเหรอครับ แต่ยังเหลือ..."


"เอาน่า วันนี้พวกเราก็จะรีบกลับบ้านด้วย ทั้งสองคนกลับได้แล้ว" ร่างสุงปิดลิ้นชัก เก็บโต๊ะให้เรียบร้อยพร้อมกับลุกขึ้น พอเห็นลีลาวดีกับเสกยังยืนอึ้งอยู่ก็เลิกคิ้ว "เอ้า บอกให้กลับบ้านไปพักผ่อน ทำไมไม่ไป..ถ้าอยากทำนัก เดี๋ยวให้ทำถึงพรุ่งนี้เช้าเลยดีมั้ย"


แม้จะขู่ด้วยคำพูดโหดร้ายเพียงใด แต่ใบหน้าประดับรอยยิ้มมุมปากนั่น...มองยังไงก็ไม่น่ากลัว


ถึงอย่างนั้นก็เถอะ


"ทั้งสองคนกลับบ้านเถอะครับ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้กลับตรงเวลา ท่านประธานเขาก็อนุญาตแล้วนะ" ชะเอมพูดขึ้น เมื่อเสกกับลีลาวดียังยืนนิ่ง เพราะว่าทั้งคู่คอยมาช่วยงานพวกเขาจนเลิกงานเลททุกวันจนชิน ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้จากประธานเลยอาจจะไม่แน่ใจว่าพูดจริงหรือล้อเล่น "ไปสิครับ"


"อ่า ครับ/ค ค่ะ..." แล้วคนแก่กว่าทั้งคู่ก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องไปและเพียงไม่นานคินกับชะเอมก็เก็บของเสร็จ


ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีวันที่อยากจะกลับบ้านเร็วๆ แบบวันนี้มาก่อน


อยากจะบอกคุณลุงแล้ว


"เอม อย่าเดินแรงสิ เดี๋ยวลูกกระเทือน" ร่างสูงเดินมาถึงรถบีเอ็มหรูในช่องจอดรถวีไอพี โดยแขนแกร่งโอบกระชับประคองเอวบางที่ภายในมีลูกน้อยไม่ห่าง พอรู้ว่าชะเอมท้องก็ยิ่งรัก ยิ่งห่วงใยมากกว่าเดิม


นี่คือความรู้สึกของคนเป็น(ว่าที่)พ่อสินะ


ร่างบางหันมองตาโต หลุดหัวเราะคิกคัก โอบเอวสอบกลับ ชื่นใจเสียด้วยซ้ำที่ได้รับความเป็นห่วงมากมายขนาดนี้ "คินเวอร์ไปแล้ว เอมไม่ได้เดินแรงอะไรเลย"


"ก็คินเป็นห่วง มาครับ นั่งดีๆ"


จมูกเล็กย่นน่ารักเมื่อร่างสูงเปิดประตูให้ ภาคินทำเหมือนเขาเป็นแก้วบอบบาง แตะนิดแตะหน่อยจะแตกหักอย่างนั้นแหละ


แก้มขาวแดงเรื่อ ริมฝีปากบางเม้มแน่น...แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ


"คิน"


"หืม"


"เอมมีลูกให้คินได้แล้วนะ"


คนฟังยิ้มให้ "ครับ คินรู้แล้ว" ก็เพราะว่าเขาเป็นคนพาคนตรงหน้าไปตรวจและรู้ผลจากปากกฤษณะด้วยตัวเอง


ร่างบางเอื้อมแขนมาสวมกอดทั้งๆ ที่นั่งกันคนละเบาะ ความหอมหวานจากกลิ่นกายที่ร่างสูงชอบแม้ชะเอมจะทำงานมาทั้งวันแต่ก็ยังหอมเหมือนตอนเช้าทำให้แขนแกร่งกอดตอบกลับ ลูบแผ่นหลังบางเบาๆ


นานหลายนาทีที่เกิดความเงียบในรถหรู ภาคินไม่รู้หรอกว่าจู่ๆ เจ้าตัวพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม...แต่เขาก็เงียบและตั้งใจฟัง


"คินดีใจมั้ย"


และมันเป็นคำถามที่แทบทำให้หลุดหัวเราะ


"นี่ เอม สีหน้าของคินยังบอกไม่ชัดเจนอีกเหรอ" ร่างสูงผละออกพูดกลั้วขำ เขาว่าเขายิ้มทั้งวันจนแก้มจะแตกอยู่แล้วนะ...ยิ้มจนเสกมองแปลกๆ แล้วด้วย


"ก็เอมอยากได้ยินเป็นคำพูดนี่นา...เอมยังไม่ได้ยินคินพูดเลย พูดหน่อยสิ...นะครับ" เสียงใสเอ่ยอ้อนบวกแววตาแป๋วแหววที่ส่งมาลุ้นๆ


ไม่ต้องทำแบบนี้เขาก็พูดให้ได้อยู่แล้ว


"ดีใจครับ...ดีใจ" คราวนี้เป็นคินที่คว้าชะเอมเข้ามากอดแน่นๆ สูดลมหายใจเข้าลึกและปล่อยออกมา "ทั้งดีใจ ทั้งมีความสุข...อารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"


"..."


"คินดีใจมาก" รางสูงหันมอง มือใหญ่สองข้างคว้ามือบางขึ้นมากอบกุม จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสื่อความจริงใจ "ที่คำขอของคินเป็นความจริง"


ภาวนามาตลอดว่าอยากมีลูกกับคนรักคนนี้...แม้จะเป็นคำภาวนาที่มีความหวังลมๆ แล้งๆ ก็ตาม


"เอมก็ดีใจ ที่ได้ตอบแทนคินกับคุณลุง" เสียงใสพูดอู้อี้ กดหน้าลงกับไหล่และสูดดมความหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์


ร่างสูงดันคนขี้น้อยใจออกและบีบจมูกเล็กจนเจ้าตัวหลับตาปี๋ "คิดว่าคินไม่รู้หรือ เด็กดื้อจอมคิดเยอะคนนี้ กังวลอะไรคิดว่าคินไม่รู้?"


สิ่งที่ชะเอมกังวลและเป็นห่วงจะมีอะไรนอกจากไม่สามารถให้ทายาทกับครอบครัวอนันต์โภคทรัพย์ได้


แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว


"หึ"


"งือ เอมเจ็บ" คนท้องสามเดือนจับจมูกแดงโอดครวญ จนกระทั่งหายเจ็บก็ลดมือลง ใบหน้าหวานยังคงหน้ายู่ขมวดคิ้ว


"ยังคิดเรื่องอะไรอีกหือ" คนตัวสูงเชิดคางมนที่ก้มงุดให้เงยหน้าสบตา "บอกมาให้หมด"


"เอมกังวลจังครับ" มือบางยกขึ้นลูบท้องเผลอไผล...กังวล...เป็นห่วง...


"เอมกังวลเรื่องอะไร"


"ร่างกายของเอมไม่ค่อยแข็งแรง กลัวว่าลูกจะเกิดมาป่วยเหมือนเอม...เอมกลัวครับ" ดวงตากลมโตสั่นไหวและเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นเครือจนคนมองเหมือนจะรู้สึกหวาดกลัวไปพร้อมกัน


ชะเอมดีใจที่มีลูก แต่ก็เครียดมากเรื่องนี้ รู้ดีที่สุดว่าการที่ร่างกายไม่แข็งแรงมันช่างทุกข์ทรมาน ไม่อยากทำให้เด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องเกิดมารับภาระที่ตนมี


"ถ้าหากว่าเอมทำให้ลูกเป็นแบบนั้น..."


ถ้าหากจะต้องเจ็บปวด...ชะเอมอยากจะขอแบกรับเอาไว้แทนลูก


"ชู่...อย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย อากฤษบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะแนะนำหมอที่ดีที่สุดให้เรา เรื่องดูแลแม่และลูกไปพร้อมๆ กันเป็นหน้าที่ของคิน ของคนรอบข้างแล้วก็ของตัวเอมเองด้วยนะ"


"..."


"จิตใจที่เข้มแข็งจะทำให้ลูกออกมาแข็งแรง เคยได้ยินไหม"


คนฟังปาดน้ำตาป้อยๆ ...พอคิดไปถึงอนาคตก็อดสงสารลูกไม่ได้ก็เท่านั้น


"ฮึบ...ฮึบก่อนครับ ต่อไปนี้ห้ามคิดมากหรือคิดลบอีกเด็ดขาด โอเคมั้ย เก่งมากครับ" คินยิ้มมุมปากเมื่อเด็กขี้แยพยักหน้าหงึกหงัก "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เอมจะมีคินอยู่ตรงนี้เสมอ"


ไม่ว่าชะเอมจะเป็นอะไร...หรือลูกจะเป็นอะไร...ความรักของเขาที่มีต่อเอมมันยังคงเหมือนเดิม...ยิ่งรักมากขึ้นในทุกๆ วัน


"คินทำเหมือนเอมเป็นเด็กอนุบาลเลย"


"อ้าว แล้วไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ" ภาคินพูดเสร็จก็หัวเรายกแขนป้องมือบางที่ฟาดลงมาเป็นพัลวัน "โอ๊ยๆ"


ร่างบางบุ้ยปากหนึ่งที่ก่อนจะผละออกไปนั่งพิงกับเบาะดีๆ คาดเข็มขัดนิรภัยเตรียมพร้อม "ถ้างั้นรีบกลับบ้านกันดีกว่าครับ เอมอยากบอกเรื่องนี้กับคุณลุงจะแย่แล้ว" ร่างบางลูบท้องตัวเอง ยิ้มกว้างทั้งที่แก้มยังเปียกชื้น บรรยากาศน่ารักสดใสผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ ทำให้คนมองยิ่งมีความสุข


"ตามคำบัญชาเลยครับ คุณแม่ชะเอม" ร่างสูงตะเบ๊ะท่าทหาร รับคำหนักแน่น ก่อนจะเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งออกรถ


แก้มใสแดงปลั่ง ดวงตายังมองไปข้างหน้าที่เริ่มติดไฟแดง แต่บุ้ยปากเขินอายกับคำเรียก "เรียกผู้ชายว่าคุณแม่ ฟังดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้"


"เอมน่ะเหมาะกับคำว่าแม่มากกว่าพ่ออยู่แล้ว"


"หมายความว่าไงครับ เอมเป็นผู้ชายนะ"


"ก็คินนึกภาพเอมไปมีแฟนเป็นผู้หญิงไม่ออกนี่"


"งั้นเดี๋ยวเอมทำให้เห็นภาพดีมั้ยครับ" เสียงใสพูดเจื้อยแจ้ว อมยิ้มกรุ้มกริ่มแกล้งพูดยั่วคนรักกลับบ้าง ซึ่งร่างสูงก็ชี้นิ้วขู่


"ก็ลองดูสิว่าจะมีผู้หญิงคนไหนเห็นผู้ชายท้องป่องกำลังท้องกับคนอื่นจะยอมมาเป็นแฟนด้วยมั้ย"


เพียะๆๆ


"โอ๊ยๆ เอาอีกแล้ว"


"คนบ้า นี่แน่ะ จอมลามก"


คินจับมือผอมทั้งสองข้างกดไว้แน่น ก่นจะยื่นหน้ากดจมูกหอมแก้มขาว สูดดมกลิ่นหอม "อื้ม ทำงานมาทั้งวันยังห๊อมหอม"


"คิน นี่มันกลางถนนนะ" ชะเอมจับแก้มร้อนผ่าว แม้จะมีเซ็กส์เป็นร้อยครั้งพันครั้ง ร่างบางก็ยังเขินอายกับแค่หอมแก้มหรือกอดจูบ...ใสซื่อน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง ผูกมัดหัวใจของคินไม่ให้ไปไหนเลย


"ฟิล์มดำขนาดนี้ใครจะเห็น" เสียงทุ้มพูดกลั้วหัวเราะ


ทำอะไรที่มากกว่านี้ก็เคยมาแล้ว


ภาคินเคาะนิ้วกับพวงมาลัย ฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะครางอ้อขึ้นมา "ลืมไปเลย"


"ลืมอะไรครับ" ชะเอมเลิกคิ้วตาโต แอบสะดุ้งเมื่อจู่ๆ กำลังมองอะไรเพลินอีกฝ่ายก็ส่งเสียงขึ้นมาดัง "โทรศัพท์เหรอ"


"เปล่า" คินขมวดคิ้วทำหน้าจริงจังเสียจนร่างบางเครียดตาม "ลืมถามอากฤษว่าถ้าคุณแม่ท้องแล้วจะมีเซ็กส์ได้มั้ย"


"คิน!!" ชะเอมหน้าแดงก่ำ มือเงื้อขึ้นฟาดเพียะเข้าที่ไหล่แกร่งแรงๆ แต่เจ้าตัวไม่สะท้านหัวเราะเสียงดังจนต้องฟาดเข้าไปอีกหลายๆ ที "นี่แน่ะๆ คนบ้า คนลามก! หื่นกามจริงๆ เลย!"


"โอ๊ยๆ คินเจ็บ ไฟเขียวแล้วๆ" ร่างสูงขับรถมือเดียว รวบมือบางกุมไว้บนตัก ชะเอมขัดขืนเล็กน้อยพอสู้แรงไม่ได้ก็ยอมอยู่นิ่ง แต่ส่งเสียงฮึสะบัดมองออกไปนอกหน้าต่างรถอีกฝั่ง


คินยิ้มบาง ไล้มือขาวเนียนเบาๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองใบหูแดงด้วยหัวใจพองโต


เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่...ความรักก็มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้น


คนๆ นี้คนเดียวจริงๆ



"พ่อครับ"


"คุณลุง" ชะเอมเดินยิ้มหน้าบานเข้าไปในห้องทีวีที่เกษมศักดิ์นั่งชิลอยู่บนโซฟา แน่นอนว่าพอได้ยินเสียงใสที่แสนรักและคิดถึงก็ละสายตาแล้วหันมาสนใจเจ้าเด็กน้อยอายุสามสิบทันที


ร่างบางทิ้งกระเป๋าไว้และเข้าสวมกอดอ้อมแขนหอมกรุ่นที่เปิดกว้างรับสำหรับเขาเสมอตั้งแต่เด็กจนโต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรับจมูกโด่งซ้ายขวาที่หอมแก้มจนจั๊กจี๋ก่อนจะหอมกลับบ้าง...คลอเคลียออดอ้อนซึ่งเกษมศักดิ์ก็เต็มใจมาก


ภาคินยืนมองทั้งสองคนที่ทำแบบนี้ทุกครั้งก่อนออกจากบ้านและกลับบ้าน


ถามว่าหวงมั้ย...ก็หวงอยู่แล้วสิ


ก็พ่อชอบแต๊ะอั๋งชะเอมเกินความจำเป็นอยู่เรื่อย


"มานั่งก่อน ทำงานเหนื่อยไหมฮึ ทั้งสองคน" เกษมศักดิ์จับคนตัวเล็กให้นั่งลงชิดใกล้ ก่อนที่ภาคินจะทรุดลงนั่งถัดจากชะเอมเล็กน้อย


"ไม่ครับ" ร่างสูงผู้เป็นลูกชายส่ายหน้ายิ้มๆ และหัวเราะหึเมื่อเห็นร่างบางเขย่าแขนพ่อตนด้วยสีหน้าตื่นเต้นอยากจะเล่าเต็มทน


"คุณลุงครับ เอมมีอะไรจะบอกด้วยล่ะ" ดวงตากลมระยิบระยับกับรอยยิ้มแป้นทำเอาเกษมศักดิ์เลิกคิ้วมอง เลยไปยังลูกชายที่ยิ้มไม่ต่างกัน


อาการเหมือนเด็กอยากอวดของเล่นใหม่กับเพื่อน


ชะเอมพูดยิ้มแป้น เกษมศักดิ์เลิกคิ้ว มองหน้าคินแล้วก็ยิ้มไม่ต่างกัน ร่างสูงทรุดลงนั่งอีกข้างให้ร่างบางที่ดีใจเนื้อเต้นได้อธิบายด้วยตัวเอง


"ว่าไง หืม" เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ ดูเด็กที่ตื่นเต้นเหมือนกับจะบอกเรื่องอะไรสักอย่างแล้วทำคนมองตื่นเต้นไปด้วย "เรื่องอะไร ข่าวดีใช่มั้ย กำไรปีนี้พุ่งเหรอ"


"ไม่ใช่ครับ เรื่องน่ายินดีกว่านี้มาก" คินพูดแทรก


คนฟังขมวดคิ้ว นี่ยังมีเรื่องอะไรที่น่ายินดีกว่ากำไรบริษัทพุ่งพรวดอีกเหรอ


"เดี๋ยวๆ ...เดี๋ยวนะ ขอลุงเดา" เกษมศักดิ์กุมคางทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนดีดนิ้วเป๊าะ "มีคนมาขอร่วมหุ้นเรา?"


"โธ่พ่อ ไม่ใช่เรื่องงานหรือบริษัทซักหน่อย"


เกษมศักดิ์ครางเสียดาย "อ้าว ไม่ใช่เหรอ"


ภาคินหัวเราะ นี่ขนาดเกษียณมานานสองปีแล้วยังห่วงเรื่องของบริษัทอีกเหรอ...วันๆ ไม่คิดอะไรนอกจากงานเลยหรือไง


เขากับชะเอมอุตส่าห์เกลี้ยกล่อมแกมบังคับแทบตายบอกให้พักจากการงานได้แล้ว กว่าพ่อจะยอมก็ยืดเยื้อมานานหลายปีเหมือนเป็นห่วงก็ไม่ปาน


"สรุปเรื่องอะไรหือเอม ลุงไม่รู้แล้วนะ"


"เอม...เอมท้องครับคุณลุง" ชะเอมลูบหน้าท้องอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้น คนแก่นั่งนิ่ง ไม่ใช่หูไม่ดี แต่ได้ยินชัดเจน


"หะ อะ...อะไรนะ"


"..."


"เอม เมื่อกี้หนูพูดอะไรน่ะ ลุง...ลุงได้ยินไม่ค่อยชัด" ลมหายใจของเกษมศักดิ์แทบสะดุด จากที่นั่งเอนแบบสบายก็สะดุ้งหลังตรง ตาโตมือสั่น ปฏิกิริยาที่ทำให้คนมองมองหน้ากันและหัวเราะ


อดีตประธานผู้น่ายำเกรงหลุดมาดสุดๆ


"เอมบอกว่า...เอม-ท้อง-ครับ" เสียงใสบอกเน้นคำ สวมกอดคนที่กำลังอึ้งอ้าปากค้างอยู่ "คุณลุงจะได้มีหลานแล้วนะ"


คนแก่ดันไหล่ลูกชายบุญธรรมออก "แต่หนูเป็นผู้ชาย" ไม่ต้องพูดหรืออธิบายให้มากความ ผู้ชายจะท้องได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้


"ผมก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พวกเราไปตรวจมาแล้วนะครับ พอดีวันนี้เอมหน้ามืดเกือบเป็นลมแถมยังเหม็นอาหารเหมือนคนแพ้ท้องด้วย ผมเลยพาไปโรงพยาบาล...อากฤษตรวจแล้วจริงๆ และเป็นคนยืนยันด้วยตัวเองเลย" ลูกชายย้ำอีกครั้ง "จริงๆ ครับพ่อ"


เกษมศักดิ์เงียบไปเสี้ยววิก่อนจะจับไหล่บางและเขย่าเบาๆ ทำเสียงคาดคั้น "แล้วหนูท้องกับใคร บอกลุงมา!"


"เอ้า ก็ต้องท้องกับผมสิพ่อ!" ภาคินแหวเสียงดัง ชะเอมหัวเราะตาปิดกับความขี้เล่นของพ่อลูก ก่อนจะร้องเหวอรีบคว้าคอเป็นหลักยึดเหนี่ยวเมื่อเกษมศักดิ์อุ้มตนขึ้นอย่างคนแข็งแรงจนเท้าลอยไม่ทันตั้งตัว


ไม่อยากจะเชื่อเลย...เกษมศักดิ์อายุเกือบจะหกสิบอยู่แล้วนะ


"ฉันจะมีหลานแล้ว!!" เกษมศักดิ์ผู้ไม่เคยแก่ตะโกนดังลั่นห้องนั่งเล่น "ปู่จะมีหลานแล้ว...หลานตัวน้อยๆ ของปู่"


ชะเอมกุมหัวเมื่อเวียนเกล้าเมื่อถูกเหวี่ยงไปมา ส่วนภาคินอ้าปากค้างแบบอึ้งๆ พอสบตากับชะเอมก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน


ดวงตาและรอยยิ้มที่แย้มออกมาของพ่อทำให้รู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงจะดีใจจนไม่รู้จะบอกยังไง


บ้านหลังใหญ่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข หลังจากที่เกษมศักดิ์เดินประกาศไปทั่ว ทั้งป้าแม่บ้าน สาวใช้ คนสวน คนขับรถต่างกันเฮโลอย่างยินดี


...ตระกูลอนันต์โภคทรัพย์กำลังจะให้กำเนิดทายาทคนใหม่...



TBC.


ต่อจากนี้สามารถติดตามได้ใน ebook จำหน่ายแล้วที่เว็บ meb , ookbee

รูปเล่มสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจ FB : H.Rui Novels ค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น