Whose fault? ผิดที่ใคร SPECIAL (Yaoi,Mpreg)

ตอนที่ 2 : WF MPREG ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

ตอนที่2


ณ ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองที่ล้อมด้วยกระจกใสเกือบตลอดทั้งหลัง ภาพวิวทิวทัศน์ที่มองจากตึกนั้นก็คงจะเห็นแต่ถนน สะพานและรถยนต์ที่ติดไฟแดงกันเป็นแนวยาว


ย่านนี้คงจะมีแต่บริษัทอนันต์กรุ๊ปที่เป็นของครอบครัวอนันต์โภคทรัพย์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และบริษัทอื่นอยากจะมาเป็นหุ้นส่วนมากที่สุด


ในวันธรรมดาที่มีคนเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา หญิงชายแต่งตัวดูมีภูมิฐาน บ้างเป็นพนักงานของที่นี่ บ้างก็เป็นลูกค้าที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ


แต่ไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน ยามชายที่อยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าก็สอดส่ายสายตา สามารถจดจำใบหน้าของคนที่เดินเข้าออกทุกคน นอกจากนี้ยังเตือนพนักงานให้ติดป้ายไว้ตรงอกและเมื่อพบคนน่าสงสัยจะรีบปรี่เข้าไปทันที


ใครจะดูถูกหน้าที่นี้แต่อย่างใด แต่เขาภาคภูมิใจอย่างที่สุด


'คุณเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเรา ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไรก็สำคัญ ถ้าหากไม่มีคุณ พนักงานและบริษัทของเราก็คงไม่ปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้' ท่านประธานภาคินได้กล่าวเอาไว้


"สวัสดีครับ!" ยามชายตะเบ๊ะท่าเมื่อหญิงอวบคนหนึ่งเดินเข้ามาในเวลาก่อนเข้างานประมาณสามสิบนาที


"สวัสดีจ้ะ" ใบหน้าอวบยิ้มอ่อน หญิงวัยสี่สิบลูกสามสามีหนึ่งในมือหอบหิ้วถุงผ้าใบใหญ่ไม่รู้บรรจุอะไรไว้ข้างใน สะดุดตาจนต้องถาม


"อะไรครับนั่น ถุงใหญ่เชียว ไม่หนักเหรอครับ"


"โอ๊ะ อ๋อ ใช่ๆ พอดีเลย" หญิงสาวหลุบตามองแล้วหลุดหัวเราะเหมือนนึกขึ้นได้ ล้วงหยิบของจากถุงผ้าและยื่นให้ "นี่ของฝาก ถ้าเธอไม่ทัก พี่ก็เกือบลืมแล้วนะเนี่ย"


ชายผิวคล้ำในเสื้อสีฟ้าที่คาดโน่นนั่นนี่พกกระบองสีดำน่ากลัวบางอย่างตรงเอว หรี่ตาจ้องมองสิ่งที่ยื่นมาตรงหน้า


เป็นกล่องพลาสติกใสสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กกว่าฝ่ามือสองถึงสามเท่า มองเห็นว่าข้างในเป็นรูปร่างคล้ายๆ ฟักทองสีเหลืองและมีทองเม็ดเล็กๆ แปะอยู่ข้างบน


ถ้าหากไม่รู้จักอาจจะคิดว่ามันคือของประดับตกแต่ง...แต่จริงๆ แล้วมันคือขนมโบราณในสมัยก่อน มีชื่อว่าขนมจ่ามงกุฎ อันเล็กน่ารักและรูปงามที่สุด


เด็กๆ ไม่ค่อยรู้จักกัน เพราะสมัยนี้หาทานได้ยาก...ไม่ค่อยมีใครนิยมทำหรือกินกันแล้ว


ยามตาโตแย้มรอยยิ้ม รีบยกมือไหว้ขอบคุณ "โอ้โห เป็นขนมที่หากินยากมาก ขอบคุณมากครับคุณลีลาวดี"


"ไปขอบคุณคุณเอมเถอะ เนี่ย เขาบอกให้พี่มาซื้อของฝากพนักงานทุกคน ซื้อไม่ไกลหรอก อุดหนุนคนขายของแถวนี้แหละ"


"คุณชะเอมเหรอครับ แหม คนอะไร หน้าตาดีแถมยังใจบุญอีก" ยามชายยิ้มแป้นเหมือนจะแซว แต่ไม่เลย เขาชมจากใจจริง


นอกจากภูมิใจที่ได้ทำงานหน้าที่นี้ บริษัทนี้แล้ว เขายังภูมิใจมากที่ได้มีเจ้านายดีๆ แบบนี้


ใครๆ ต่างรู้ว่ารองประธานเอมภัทรเป็นแฟนกับประธานภาคิน แต่ไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด ก็เพราะว่าคุณชะเอมกับคุณคินไม่ถือตัว โดยเฉพาะคุณชะเอมนะ ชอบทักทายทุกคน ยิ้มและหัวเราะให้...เรียกได้ว่าเห็นหน้าทีไรมีความสุขทุกที


พนักงานที่นี่อยากจะคุยกับคุณชะเอมกันทั้งนั้น...เพราะความเป็นห่วงเป็นใยในน้ำเสียงของเขามันจริงใจจนซาบซึ้งตรึงลึก


แต่ติดที่ประธานแสนหวงแฟนเสียเหลือเกินน่ะแหละ


เขาก็เข้าใจนะ คนจิตใจดีงามเช่นนั้น...สักสิบปีจะหาได้สักคน


"อ่ะ เอาไปอีกสองชิ้นนะ ฝากลูกฝากเมียเธอด้วย" ลีลาวดีหยิบขนมจ่ามงกุฎอีกสองชิ้นวางบนมือ ชะเอมจำได้หมดว่าพนักงานคนไหนชื่ออะไร ซ้ำยังซื้อของฝากเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวเสมอ


แบบนี้จะไม่ให้รักได้ยังไง


ทั้งรักและเคารพ


ยามรับไว้และไหว้ปะหลกๆ "ฝากขอบคุณคุณชะเอมด้วยนะครับ"


"จ้า"


ตามทางที่ลีลาวดีเดินผ่านมาก็ทักทายพนักงานทุกคน และไม่ลืมที่จะแจกจ่ายขนม...ทำไมลีลาวดีถึงรู้จักทุกคนเหรอ...ก็เพราะเธอเป็นเลขาของคุณชะเอมน่ะสิ


ประธานภาคินก็มีเลขาส่วนตัวอยู่แล้วคือเสกที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำงานได้ดีมากอย่างน่าขนลุก ส่วนรองประธานคอยจัดการเรื่องที่รองลงมา...คอยอยู่ที่บริษัทไม่ได้ไปพบปะคู่ค้าธุรกิจมากมายเท่าภาคิน แต่เรื่องที่จัดการมันก็เยอะจนประธานเป็นห่วง กลัวว่าชะเอมจะทำงานหนักจนร่างกายรับไม่ไหว เลยหาเลขามาช่วยคนหนึ่ง...ซึ่งคือลีลาวดีนั่นเอง


ลีลาวดีขึ้นลิฟต์มาชั้นบนสุด วางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะหน้าห้อง โต๊ะทำงานของเธออยู่หน้าห้องประธานและรองประธานพอดี ข้างๆ เป็นโต๊ะของเสก ซึ่งตอนนี้น่าจะไม่อยู่เพราะจำได้ว่าเมื่อวานบอกมีนัดไปทานข้าวข้างนอกกับคู่ค้าที่เพิ่งดีลเรื่องโปรเจคสำคัญกันได้ แสดงว่าตอนนี้จึงมีแค่ชะเอมที่อยู่ในห้องแน่นอน


ก๊อกๆ


"..."


ก๊อกๆ


"..."


ลีลาวดีขมวดคิ้วสงสัย ปกติถ้ารองประธานอยู่ในห้อง จะส่งเสียงตอบรับแทบจะในทันที แต่นี่กลับเงียบหายไป...หรือว่ายังมาไม่ถึงกันนะ


เป็นไปไม่ได้


ในใจแย้งขึ้นมาทันที เพราะชะเอมผู้อายุน้อยกว่าแต่ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงกว่าไม่เคยคิดเหลาะแหละ ทะนงตนว่าเป็นเจ้านายเลยจะมาเวลาไหนก็ได้


คิดได้ดังนั้น มือก็เอื้อมบิดคันชักประตู


แกร๊ก...


"น้องเอมคะ...น้องเอม!?" หญิงอวบอุทานอย่างตกอกตกใจก้าวปรี่เข้ามาประคองผู้ชายที่สูงกว่าเธอเล็กน้อยแต่ตัวเบากว่ามาก เพราะชะเอมยืนเท้าขอบโต๊ะและกุมหัวทำท่าเหมือนจะเป็นลม ใบหน้าหวานซีดเซียวและหายใจหอบสั่น "น้องชะเอมเป็นอะไรคะ!?"


"ผะ แฮ่ก...ผม..." จะพูดก็พูดไม่ได้ ลมหายใจติดขัดจนหน้าขัดใจ


"มาๆ นั่งพักก่อนค่ะ" ลีลาวดีเห็นท่าไม่ดีก็รีบพูดและพาชะเอมเดินประคองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะมานั่งที่โซฟากันทั้งคู่ หญิงอวบจับร่างบางลงนอนราบหยิบยาดมแถวนั้นมาโบกเหนือจมูก


"เป็นอะไรคะเนี่ย ไม่สบายก็อยู่ที่บ้านสิ น้องเอมจะฝืนทำไมกัน" เสียงดุแกมบ่นเอ่ย ลีลาวดีเป็นห่วงมากเพราะชะเอมเป็นทั้งรุ่นน้องและเจ้านายที่เคารพรัก เวลาเป็นอะไรก็ไม่เคยบอก ดื้ออย่างที่ประธานภาคินชอบเปรย


ใบหน้าซีดเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย จึงจับหลอดยาดมมาสูดด้วยตัวเอง ลีลาวดีก็จับกระดาษโบกพัดเรียกลมทั้งๆ ที่เปิดแอร์เอาไว้เพราะเห็นเหงื่อผุดซึมที่หน้าผากมนนั่นแหละ


"เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นมั้ย"


"ครับ" เจ้าตัวตอบรับ แต่ตรงข้ามกับสิ่งที่เห็น


"แล้วตกลงว่าเป็นอะไรคะ ไม่สบายใช่มั้ย แล้วทำไมไม่บอกคุณคิน" เลขาคาดคั้นเจ้านาย


"เมื่อเช้าผมก็ยังปกติดีอยู่เลยนะครับ...แต่พอผมลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานจู่ๆ หน้าก็มืด..." เสียงใสอธิบายแผ่วเบา แพขนตากระพริบอย่างไม่เข้าใจ ขนาดเขายังงงเลยว่าตัวเองเป็นอะไร


แม้จะเหนื่อยเพลีย...แต่ไม่คิดว่าจะเป็นหนักถึงขั้นเป็นลมเป็นแล้ง


"แล้วคุณคินรู้มั้ยคะเนี่ย"


ชะเอมค่อยๆ ส่ายหน้าพูดเสียงเหนื่อยอ่อน "ไม่ครับ อย่างที่บอกเมื่อเช้าผมยังปกติ...มันเพิ่งวูบเมื่อกี้นี้เอง"


"ยังไงก็เถอะ พี่ว่าโทรบอกไว้ก่อนดีกว่า"


"แต่ว่า..."


"โนแต่ค่ะ" ลีลาวดีโบกนิ้วชี้เอ่ยคำขาด จำคำคุณคินได้เป็นอย่างดีว่าทำตามเห็นสมควร เวลาชะเอมดื้อต้องคอยปราบ แม้จะเป็นเจ้านายก็เถอะ


"แต่ผม...ผะ ผมไม่เป็นไรแล้ว" ชะเอมผุดลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นภาพตรงหน้าพลันวูบไหว หัวสมองมึนงงจนต้องกุมขมับ แต่นิสัยขี้เกรงใจยังคงติดตัวไม่จางหาย "อย่าไปรบกวนคินเลยครับ เขาติดงานอยู่"


"คุณคินไม่ว่างก็บอกคุณเสกไว้ได้นี่คะ" ลีลาวดีดันคนตัวบางให้นอนลงเช่นเดิม ก่อนจะลุกขึ้นกดมือถือโทรออกไม่ให้ชะเอมได้ท้วงอะไร "สวัสดี เสกเหรอ...จ้ะ พี่เอง คุณคินสะดวกคุยหรือเปล่า...เรื่องคุณชะเอมน่ะสิ”


("...")


"สวัสดีค่ะ คุณคิน...อ่า พอดีพี่มีเรื่องด่วนค่ะ เช้านี้น้องเอมดูเหมือนไม่ค่อยสบาย หน้าซีดมากแล้วก็ทำท่าเหมือนจะเป็นลม ดีที่พี่เข้ามาเจอก่อน...เอ่อ ค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ...ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วแต่พี่โทรมาบอกเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวน้องเขาก็ปิดไว้ไม่บอกอีก ค่ะ...ได้ค่ะ" พี่ลียื่นมือถือมาให้เขา ชะเอมก็รับมาทั้งๆ ที่ยังนอนราบอยู่


"ครับ"


("เอมเป็นอะไรมากหรือเปล่า ไม่สบายทำไมถึงไม่บอกคินเลย")


น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ฟังกี่ครั้งก็ชื่นอกชื่นใจ ชะเอมยิ้มบาง "เอมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่หน้ามืด"


("ถึงขั้นเป็นลมมันไม่ใช่ไม่เป็นอะไรแล้วนะเอม โตๆ กันแล้วก็อย่าดื้อมาก คินเป็นห่วง")


"ครับ..." ชะเอมรับคำเสียงหงอยเมื่อโดนดุ ลีลาวดีแอบขำ เมื่อเห็นร่างผอมหน้าซึมเหมือนเห็นกระต่ายหูตกยังไงยังงั้น "แล้วคินไม่ติดอะไรเหรอ"


("ไม่หรอก แค่ทานข้าวเอง ตอนนี้คินขอตัวกลับแล้ว") เรียกได้ว่าพอได้ยินว่าชะเอมเหมือนจะเป็นลมก็ขอตัวออกมาทันที โดยออกตัวว่าจะเลี้ยงมื้อนี้ทั้งหมดและปล่อยอีกฝ่ายสนุกกันต่อไป


ที่ทำแบบนี้เพราะได้ยินว่าใครบางคนไม่สบายนี่แหละ ใครจะนั่งกินข้าวสบายใจอยู่ได้


("อีกสักพักจะถึง เอมก็ไม่ต้องฝืนทำงานนะ เดี๋ยวคินจะฝากให้คุณลีเขาจับตาดูไว้")


ชะเอมเบะปากทันใด นึกในใจว่าตนไม่ใช่นักโทษเสียหน่อย


"ครับ กลับมาดีๆ นะครับ" ไม่ลืมบุ้ยปากใส่มือถือที่ไม่ใช่ของตนราวกับแง่งอนเมื่อโดนว่าสองครั้งในเวลาไม่นาน


ทำไมภาคินชอบว่าเขาเหมือนเด็กอยู่เรื่อยเลยนะ?


...นี่ไม่เข้าใจจริงๆ เหรอ...




ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงคินกับเสกก็กลับมา แต่ชะเอมก็สมคำดื้อเพราะเจ้าตัวก็ลุกเดินทั่วห้องหยิบแฟ้มมานั่งทำงานเป็นปกติ ไม่ได้ฟังคำเตือนของร่างสูงสักนิด


"เอม ทำไมไม่นั่งพักตามที่คินบอก" ขายาวก้าวเข้าห้อง ปรี่เข้ามาที่ร่างขาวในชุดสูทสีเทาอ่อนเต็มยศที่ยืนอยู่หน้าชั้นวางแฟ้มสูงจรดเพดานที่ริมห้อง


"คิน กลับมาแล้วเหรอครับ" ดวงตากลมโตฉายความงุนงง ยิ้มบางถามเสกที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง "ดูเหมือนรถจะไม่ติดใช่ไหมครับ ถึงได้มาถึงเร็ว"


เป็นคำพูดซื่อที่เมินคำถามคำเตือนของเขาชัดเจน...น่าจับมาตีก้นลงโทษนัก


"ครับ ก็พอดีว่าโดนเร่งจากท่านประธานด้วย เป็นห่วงคุณเอมจนไม่สนใจไฟแดงแล้ว" เสกเอ่ยกลั้วหัวเราะ


ดวงตาคมตวัดมองไม่สบอารมณ์ "เสก นายออกไปก่อน"


"อ่า ครับ" เสกรูดซิปปากก่อนจะโคลงหัว ออกไปแต่โดยดีและปิดประตูให้อย่างเงียบเชียบ


"เอม คินบอกว่าไม่ต้องทำงานแล้วไง ไม่สบายไม่รู้จักนั่งพัก จะฝืนทำไม"


คิ้วบางขมวดมุ่น แก้ตัว "เอมหายแล้ว คินดูสิ เอมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ...จริงๆ"


หลังจากที่ถูกพี่ลีบังคับให้นอนจนอาการดีขึ้น พอกลับมาลุกขึ้นเดินได้ปกติ ลีลาวดีก็แปลกใจและวางใจให้ชะเอมทำตามใจชอบ


แต่มันขัดคำสั่งภาคิน


"ไม่เป็นอะไร แล้วทำไมเมื่อเช้าเป็นลม พี่ลีบอกเอมหน้าซีด...แล้วจะไม่สบายได้ยังไง" ภาคินคาดคั้น นี่เขาเป็นห่วงแค่ไหน เพราะนึกว่าโรคเก่าที่หายไปนานจะกำเริบ


ภาคินมั่นใจมากว่าดูแลทุกอย่างได้ครบถ้วนดี แต่แล้วทำไมเจ้าตัวถึงยังมีอาการอย่างหน้ามืดเป็นลม? เพราะกินน้อยเหรอ?


หรือว่าควรนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับอากฤษ


"เอมก็ไม่รู้ แต่เมื่อเช้าตอนออกจากบ้านก็ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ นี่ครับ...ก็แค่หน้ามืดนิดหน่อย" ดวงตาคู่คมกวาดมองทั่วใบหน้าหวานที่ครุ่นคิด ดูเหมือนว่าชะเอมก็คงจะสงสัยเหมือนกันว่าตนเป็นอะไร


"เดี๋ยวไปหาอากฤษกัน ตรวจเช็คร่างกายหน่อยว่าเป็นอะไร"


"ไม่ต้องหรอกครับ" ชะเอมส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนนี้ตนรู้สึกดีขึ้นแล้วจริงๆ


"หรือจะให้คินบอกพ่อ"


"งือ...ไม่เอา" ชะเอมเบะปากร้องอืออา มือบางเกาะชายเสื้อสูทราคาแพงของร่างสูง ไม่อยากให้คุณลุงเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ ริมฝีปากหยักยิ้มได้ที เอาเกษมศักดิ์มาขู่นี่แหละท่าไม้ตาย


อายุสามสิบแล้วยังจะทำหน้างอแงเหมือนเด็ก


"งั้นก็ตกลง"


"ไปตอนไหนครับ"


"ตอนเย็นก็ได้ เคลียร์งานให้เสร็จก่อน...หมายถึงคินนะ เอมไปนอนพักในห้องนู่นไป"


ใบหน้าหวานส่ายหวือ ดื้อดึง "ไม่เอาครับ เอมมาทำงาน"


"ดื้ออีกแล้ว..."


ก๊อกๆๆ


"คุณคินคะ เสกบอกให้พี่จัดอาหารมาให้น้องเอมค่ะ"


"อ่าจริงด้วย" ร่างสูงยกมือขึ้นเกาท้ายทอย มัวแต่ยุ่งเรื่องทำงานแล้วก็เรื่องชะเอมอีก จึงลืมไปเสียสนิท เสียงทุ้มตะโกนออกไป "เอาเข้ามาเลยครับ"


ทันใดนั้นประตูก็เปิดและรถเข็นอลูมิเนียมก็ผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอาหารโชยฟุ้ง ทั้งๆ ที่มีฝาปิดอยู่


ร่างบางทำหน้างง "อาหารอะไรครับ"


"ก็อาหารเช้าไง สงสัยเอมจะกินน้อยไปเลยไม่หล่อเลี้ยงร่างกายและสมองมากพอ เสกเลยแนะนำให้คินซื้อข้าวมาให้เอมกินอีกรอบ คินก็เห็นด้วยนะ ปกติเอมกินน้อยมากนี่"


"แต่เอมไม่ได้หิว..." เสียงใสพูดแผ่วเบา เสมองรถเข็นที่หญิงอวบเข็นเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นที่โชยออกมาตุๆ จนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก "เหม็น"


"หืม" ทั้งคินและลีลาวดีขมวดคิ้ว อาหารทั้งหมดนี้เป็นอาหารที่เลือกสรรมาอย่างดีและมันก็หอมหวนมากด้วย แต่เมื่อกี้ชะเอมบอกว่า...เหม็น?


คิ้วบางขมวดมุ่นมองฉงนว่าในรถเข็นนั่นบรรจุอาหารอะไร มันถึงได้เหม็นขนาดนี้ ยิ่งพอร่างสูงเปิดเพื่อดมพิสูจน์ว่ามันบูดหรือเปล่า ชะเอมถึงได้บอกว่าเหม็น กลิ่นมันยิ่งโชยแรงปะทะเข้าหน้าจนต้องเบือนออก


"อุ๊บ..." สุดท้ายก็ทนมันไม่ไหว บางอย่างที่อยู่ในท้องมันตีตื้นขึ้นมาถึงอก ขาบางรีบวิ่งเข้าไปห้องน้ำในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ได้สนใจคำเรียกชื่อที่ดูตกอกตกใจเสียเหลือเกินของคนรัก


"เอม!?"


"อ่อก...แหวะ..!" คลื่นเหียนมันจุกอก จนต้องอ้วกออกมาหมดตัว มือเรียวจับขอบโถโก่งคอจนขึ้นเส้นเลือด ปล่อยน้ำเหนียวๆ ที่ปะปนทั้งน้ำลายน้ำย่อยไหลออกจากปาก


"เอมเป็นอะไร!?" ขายาวก้าวเข้ามา แม้จะตกอกตกใจ แต่ก็ช่วยประคองร่างผอมไม่ให้หมดแรงล้มลงไป เพราะใบหน้าหวานซีดจนไร้สีเลือด มือที่เกาะขอบโถส้วมก็สั่นระริก "คุณลี เอาน้ำให้ผมหน่อยครับ!"


"ดะ ได้ค่ะ"


"อ้วก...แหวะ" แม้จะไม่มีอะไรแล้ว แต่กลิ่นอาหารที่รุนแรงก็ทำให้ร่างบางอาเจียนต่อเนื่อง โก่งคอลงคอห่าน น้ำย่อยเปรี้ยวถูกขย้อนออกมาแทนอาหารเพราะในกระเพาะมันไม่เหลืออะไรแล้ว


นี่เราเป็นอะไร


มันแตกต่างจากอาการของโรคที่เคยเป็นลิบลับ


มันทรมาน...


"ฮึก...ฮึก!" ชะเอมสะอื้นไห้ ไม่เข้าใจเลยว่าตนเป็นอะไร ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย


"ใจเย็นนะเอม เดี๋ยวไปหาอากฤษกันนะ ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร" 


กลิ่นอาเจียนเหม็นรุนแรง ฉุนกึกแต่คินกลับไม่รังเกียจ กระชับคนผอมเข้ามาปลอบแน่นเมื่อเห็นว่าอาเจียนจนพอแล้วคราวนี้ร้องไห้ออกมาแทน


"ฮือๆ คิน เอมเป็นอะไรก็ไม่รู้ เอมเหม็นอาหารพวกนั้น..."


"ไม่เป็นไรๆ ชู่...ไม่ร้องครับ" เสียงทุ้มปลอบอ่อนโยน ปาดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มจนเปียกและหอมหน้าผาก ขมับไปทั่วให้เจ้าตัวหยุดร้องไห้เสียที


งานจะยุ่งเพียงใดเขาไม่ห่วงแล้ว ในใจเป็นห่วงคนตรงหน้ามากกว่าสิ่งใด รีบหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับริมฝีปาก คาง ลำคอและใบหน้าที่เปรอะเปื้อน ตามด้วยส่งน้ำให้ชะเอมจิบ


เอมป่วยเป็นอะไร...? ไม่มีแม้แต่อาการเตือนล่วงหน้า ซ้ำยังใช้ชีวิตปกติมาจนถึงเมื่อวาน จู่ๆ จะเป็นหนักได้ถึงขนาดนี้ในคราวเดียว ที่ไม่เข้าใจที่สุดคืออาการเหม็นอาหารรุนแรงจนต้องอาเจียนแบบนี้


มัน...คุ้นๆ


หรือว่า...!


"น้องเอม...อาการเหมือนคนท้องเลย" หญิงเพียงหนึ่งเดียวเปรยขึ้นมา ช่างตรงกับสิ่งที่กำลังคิดของร่างสูงเหมือนกับอ่านใจได้


ชายสองคนหันขวับมองหน้าลีลาวดีด้วยความตกตะลึง จนเธอประหม่า "อะ เอ่อ...แหม พี่รู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าผู้ชายท้องไม่ได้ แต่เนี่ย...มันอาการของคนแพ้ท้องชัดๆ เลยนะคะ"


ลีลาวดีก็แค่พูดเห็นไปตามจริง เธอมีลูกตั้งสามคนแล้ว อาการแบบนี้เธอคุ้นเคยดีเลยล่ะ แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้ชายที่อาการเหมือนผู้หญิงได้ด้วย


แค่พูดไปเท่านั้นไม่นึกว่าจะทำให้เจ้านายทั้งสองมองหน้ากัน อึ้งทึ่งเหมือนมีไข่ปลาลอยเต็มหัว


ท้อง...


ท้อง...?


ท้อง!!


"เอมท้อง!?" ดวงตาคมกริบเบิกตะลึงอีกครั้ง เสียงทุ้มตะโกนอย่างเหลือเชื่อ หัวใจเต้นดังตึกตักระรัว...ดีใจมากและคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน มือยกลูบท้องแบนราบอย่างไม่อยากเชื่อ "นี่ท้องจริงเหรอ"


"เอมก็ไม่รู้"


"ยังไงก็แล้วแต่...ไปตรวจก่อน เดี๋ยวนี้เลย" ร่างสูงยกคนตัวเบาเท้าลอย อุ้มท่าเจ้าหญิงออกจากห้องจนเสกที่นั่งพิมพ์งานอยู่ด้านนอกตกอกตกใจ


"อ้าว คุณเอมเป็นอะไรครับ!?"


"คือว่า..." ชะเอมยังมึนงง เอ่ยตะกุกตะกัก


"เดี๋ยวฉันจะไปโรงพยาบาล!" คินว่า ทำให้เสกกุลีกุจอพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง


"งั้นเดี๋ยวผมจะขับรถให้..."


"ฝากนายกับคุณลีดูแลงานต่อด้วย!" คินแทรกขึ้นด้วยความร้อนรนไม่ได้ฟังคำของลูกน้องที่อายุมากกว่า ก้าวฉับๆ ออกไปและทิ้งคำฝากเอาไว้เรื่องงาน


เสกอึ้งปนงง พอหันไปมองประตูห้องประธานภาคินที่เปิดค้างเอาไว้ก็สบตากับลีลาวดีที่ยิ้มเจื่อนเข้าพอดี


เสกไม่คิดจะถามอะไรต่อ ค่อยๆ นั่งลงและเปิดคอมทั้งมึนและงง แต่ก็จดจ่อกับงานตรงหน้า ในหัวแล่นเร็วจี๋ กำลังแพลนว่าจะเคลียร์งานยังไงให้เสร็จภายในวันนี้โดยไม่มีเจ้านาย


ลีลาวดีนับถือเสกที่เจอสถานการณ์แบบนั้นแล้วยังทำงานต่ออยู่ได้อีก ใบหน้าอวบอูมมองตามแผ่นหลังของภาคินที่ลงลิฟต์ไป


...ดูเหมือนคนไม่ท้องจะเดือดร้อนมากกว่าคนท้องเสียอีกนะเนี่ย...


ลีลาวดีส่ายหน้าอ่อนใจ นึกถึงใบหน้าตกใจของคนทั้งคู่แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "ว่าแต่ว่า...นั่นผู้ชายกับผู้ชายนะ ลืมความจริงกันไปแล้วเหรอ"


เธอตัดสินใจจะไม่ยุ่งและเดินกลับไปทำงานที่โต๊ะด้วยความเคยชิน


อ้อ...ต้องให้คนมาเก็บรถเข็นอาหารตัวการออกไปก่อนสินะ


ก็คนกินไม่อยู่แล้วนี่



TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น