นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Fic Durarara ::Tell me = Help me:: [Shizaya] Part II

โดย SDEndless

โกหก ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ใครเล่าช่วยบรรเทา ความมืด ความเศร้า ความทุกข์ ใครเล่าช่วยรักษา "ฉันเกลียดแกตรงนี้แหละ อิซายะ!!!"

ยอดวิวรวม

2,031

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


2,031

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


73
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ธ.ค. 55 / 23:09 น.
นิยาย Fic Durarara ::Tell me = Help me:: [Shizaya] Part II

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ไม่รู้จะแยกพาร์ททำแมวอะไร ใครยังไม่ได้อ่านพาร์ทแรกตามไปที่ จิ้มเลยๆ
http://writer.dek-d.com/Hikari_photos/writer/view.php?id=894244


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 55 / 23:09


Fic DRRR ::Tell me = Help me:: [Shizaya] part II

Title : Tell me = Help me
paring : ShizuoXIzaya
Rate : PG-13


--------------------------------------------------------


            "อิ-ซา-ยะ!!!" เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนในมัธยมไรระรับอรุณด้วยเสียงคำรามเกลียดชังเข้ากระดูกของเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียน เจ้าของชื่อที่กำลังจะเดินเข้าห้องเรียนอย่างสบายใจคามือไว้ที่ประตูบานเลื่อนพลางหันกลับมาเลิกคิ้วงงงวยให้แก่ชิสึโอะ ปกติแล้วเจ้านั่นไม่น่าจะมาไล่เขาในเวลาเช้าตรู่อย่างนี้นี่

 

            "อ้าว ชิสึจัง! ขอล่ะ วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์เล่นกับชิสึจังหรอกนะ" ถึงปากจะบอกว่าอย่างนั้นแต่เจ้าตัวกลับกางมือหมุนตัวหนึ่งรอบอย่างยั่วเย้าราวกับว่าต่อให้ร่างสูงเข้าประชิดมากกว่านี้เขาก็ยังหนีทัน และเป็นเช่นนั้นเมื่อมือหนากางกรงเล็บเงื้อขึ้นหมายตะปบลำคอขาวๆของเจ้าแมวเจ้าเล่ห์มันก็พลิ้วตัวหลบวิ่งสวนได้อย่างไม่ลำบากลำบนก่อนออกวิ่งสวนร่างหงุดหงิดงุ่มง่ามของสัตว์ประหลาดตัวโตเต็มฝีเท้า

 

            ผู้คนรอบระเบียงและรัศมีแถวนั้นสะดุ้งสุดตัวตั้งแต่ได้ยินเสียงคำรามเคียดแค้น ทุกคนต่างหลบให้พ้นทางที่อิซายะวิ่งผ่าน แม้แต่อาจารย์ที่ว่าเฮี้ยบๆยังไม่มีใครโผล่หน้าออกมาปรามว่าห้ามวิ่งตามระเบียงนะเลยสักคน ชิสึโอะกลับตัวก่อนจะพุ่งตามแผ่นหลังบางใต้เสื้อกักคุรันโดยไม่ได้เสียเวลาคิดเลยว่ามันนำเขาไปที่ไหน ผิดกับคนนำหน้าที่มีนิสัยใช้สมองเดินเกมมากกว่ากำลัง เขาวิ่งขึ้นบันไดโดยมีจุดหมายคือดาดฟ้า

 

            ถ้าเป็นที่นั่นเขาอาจหลบตัวหลังแท้งค์น้ำได้สักห้าวิก่อนฉวยจังหวะปิดประตูขังผู้ล่าไว้บนดาดฟ้าปล่อยให้อีกฝ่ายที่ไม่ว่ายังไงก็คงพังประตูออกมาได้เจ็บใจกระฟัดกระเฟียดที่เขาชิงหนีลับสายตาไปเสียก่อน

 

            เฮ้อ... นี่ถ้ามีอารมณ์จะเล่นมากกว่านี้คงวางแผนล่ออีกฝ่ายให้กระโดดจากดาดฟ้าไปแล้วแท้ๆ ทดลองดูว่าอย่างชิสึจังน่ะ จะตายหรือไม่

 

            แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว

 

            โครม!

 

            อิซายะผลักประตูดาดฟ้าที่เขาไปขโมยกุญแจจากผู้ดูแลเพื่อเปิดมันทิ้งไว้ตลอดเวลาเท่าที่เขาต้องการและปิดมันลงอย่างรวดเร็ว

 

            โครม!!!

 

            ประตูเปิดออกด้วยพละกำลังแรงกว่าเดิมอีกรอบพร้อมกับร่างเกรี้ยวกราดคำรามเรียกหาคนที่หายตัวไปแล้ว "อิซายะ!!!" เสียงของตนสะท้อนก้องกลับมาท่ามกลางสายลมที่กรีดเสียงบาดหูรุนแรง นัยน์ตาสีทองคำสาดส่องซ้ายขวาก่อนจะย่างสามขุมไปสำรวจแถวแผงกั้นตาข่ายเหล็กสูงชะลูด ที่นั่นไม่มีอะไรนอกจากท้องฟ้าสีจ้า นอกจากสายลม นอกจากความว่างเปล่า

 

            ร่างบางยืนกอดอกแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลัง เจ้าสมองโปรโตซัวนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาอยู่ตรงนี้ จากมุมอับสายตาของคนเรามันเป็นเรื่องง่ายที่จะหลบในที่โล่งๆ ยิ่งคนๆนั้นใช้กำลังคิดแทนสมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมั่นใจได้ว่าแผนการตื้นๆจะต้องสำเร็จ ดวงตาเรียวเจ้าเล่ห์เฝ้าสังเกตอาการงุ่นง่านของอีกฝ่ายก่อนจะเป็นฝ่ายหลุดขำอย่างทนไม่ไหว

 

            "คิก..."

 

            ฉับพลันดวงตาถลึงโพล่งของคนรู้ตัวหันกลับมาสบสายตาด้วย ถึงจะเป็นอย่างนั้นอิซายะก็ยังมั่นใจว่าตัวเองหนีพ้น ร่างเพรียวส่งยิ้มท้าทายก่อนกลับหลังกระชากประตูออกและปิดอย่างรวดเร็ว ท่อนเหล็กหนาหนักข้างประตูถูกนำมาวางขวางไว้

 

            ปัง!

 

            อีกฝ่ายพุ่งเข้าชนเต็มแรงจากหลังประตูอย่างที่คิด รอยยิ้มราวกับชื่นชมผลงานศิลปะวาดขึ้นนัยน์ตาสีแดงจ้องมองท่อนเหล็กที่งอลงเกือบเก้าสิบองศาแล้วช้อนขึ้นผ่านกระจกบนช่องประตู พลันรอยยิ้มลดลงเมื่อเห็นหมัดอันเลื่องชื่อแทนดวงตาสีทองคู่นั้น

 

            เพล้ง!

 

            ชิสึโอะต่อยกระจกเต็มแรง มือใหญ่ที่ลอดมาได้คว้าแขนเพรียวไว้อย่างรวดเร็ว นี่ไม่ได้อยู่ในการคำนวณของอิซายะดังนั้นสัมผัสรุนแรงจนกระดูกแทบหักนั้นจึงลบรอยเป็นต่อในดวงตาลงสิ้นเชิง

 

            "หะๆ... ว้าว น่าตกใจจริงๆ คราวนี้ชิสึจังทำเอาฉันเซอร์ไพรส์เลยนะ"

 

            ถึงจะเหนือความคาดหมาย แต่มันยิ่งทำให้คนตรงหน้าน่าสนใจมากขึ้นไปอีก นี่แหละ คือคุณค่าของหมากที่ไม่ยอมเดินตามการคำนวณของโอริฮาระ อิซายะ

 

            "แกมันไอ้เห็บน่ารำคาญ" คำด่าทออันเป็นปกติไม่ทำให้อิซายะอนาทรร้อนใจอะไร ตรงกันข้ามเขากลับนึกอยากหัวเราะเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่ว่าประโยคถัดมาของชิสึโอะทำเอาปากดีๆเสมอต้นเสมอปลายนั้นถึงกับสะอึก "ฉันจะลากแกกลับไปหาน้องสาวแก แกจะได้ไม่ต้องไปทำงานนั่นอีก"

 

            ร่างเพรียวแข็งทื่อตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงสันกราม ดวงตาสั่นไหวราวกับหวาดกลัวไปชั่ววูบก่อนจะกลับมาเป็นหรี่ลงสงบอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มกวนประสาทยั่วอารมณ์ไม่กลับมาด้วย คำประกาศตัวที่คิดจะทำเรื่องบ้าที่สุดเท่าที่อิซายะได้ยินบ่งบอกให้รู้ว่าชิสึโอะรู้เรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ว่าจะรู้มากหรือรู้น้อยมันก็คือรู้เหมือนกันนั่นแหละ "ชินระ... บอกชิสึจังเหรอ"

 

            หนึ่งในใครไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้...

 

            "เปล่า"

 

            มีไม่กี่คนจริงๆ

 

            "หึ" รอยยิ้มเหยียดพาดบนริมฝีปากอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าใครเป็นตัวการ สายตาท้าทายช้อนขึ้นพลางเลิกคิ้วยวนใจ "คงไม่ได้เผลอบีบคอยัยสองแฝดที่น่ารักของฉันไปแล้วหรอกนะ ชิสึจัง" ถ้าเป็นสองคนนั่นก็คงบอกหมดเปลือก แม้จะไม่รู้ว่าทำไมไมรุกับคุรุริถึงได้เอาเรื่องส่วนตัวไปเผยให้ศัตรูคู่อาฆาตของพี่ชายตนเองอย่างเฮย์วาจิมะ ชิสึโอะก็ตาม ถ้าบอกว่าจะเล่นสนุกเพื่อช่วยให้ชายหนุ่มผมทองเอาชนะในเกมไล่จับกับเขานี่ก็ดูจะไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย

 

            "ไม่หรอก คนที่ฉันอยากบีบคอคือแกต่างหาก" มือหนาเพิ่มแรงบีบที่แขนราวกับจะย้ำในคำนั้นว่าคนที่เขาอยากฆ่าที่สุดคือใคร แต่แขนของอิซายะนั้นชาจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว ไม่ว่าจะบีบแน่นอีกสักแค่ไหนนัยน์ตาสีเลือดขุ่นข้นก็ยังประกายเย็นชาไม่จางหาย

 

            "งั้นก็ทำซะสิ" ร่างเพรียวท้าทาย

 

            "ฉันเกลียดแกตรงนี้แหละ!" จู่ๆร่างสูงก็ตะคอกขึ้นมาเหมือนเส้นความหงุดหงิดมันขาดลง "ทำไมถึงได้ยอมตายง่ายๆ! ทำไมถึงยอมเสี่ยงอันตราย! ถ้าชีวิตมันระหกระเหินขนาดนั้นทำไมไม่ร้องขอให้ช่วยออกมาตรงๆล่ะ!?" ชิสึโอะหอบหายใจรุนแรง ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเพราะการตะโกนดังๆแต่หัวใจกลับสูบฉีดแรงเกินคาด เขาพูดออกไปแล้ว เตือนอะไรบางอย่างออกไปแล้ว คำเตือนสำหรับคนที่คิดอยากจะฆ่าให้ตายตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากัน เขาพูด... ด้วยความรู้สึกแบบไหนกันนะ

 

            "ชีวิตของแกสำคัญกับน้องส..."

 

            "มันงี่เง่าน่ะ" ใบหน้าหวานเรียวก้มต่ำพึมพำ เป็นถ้อยคำที่แทรกขึ้นประโยคพร่ำเพรื่อผิดวิสัยของชายหนุ่มผู้เกรี้ยวกราด ถึงจะแผ่วเบาแต่ชิสึโอะมั่นใจว่าตนไม่ได้หูฝาดไป "ในโลกแห่งความเป็นจริงร้องไปก็ไม่มีใครเขาช่วยหรอก"

 

            ฉัวะ!

 

            "ก็ขนาดชิสึจังน่ะ ยังเกลียดฉันเลยนี่นา" คมมีดกรีดวาดรวดเร็วโดยที่ชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งที่สุดในอิเคะบุคุโระไม่ทันตั้งตัว เลือดแดงฉานสาดเป็นเส้นสายผ่านสีหน้าและดวงตาอำมหิตเยาะเย้ยของคนฝากรอยแผลไว้ที่ข้อมือที่ยึดพันธนาการแขนไว้ไม่ปล่อย ความเผลอเรอ ความพลาดพลั้ง ช่องว่างครั้งนี้ส่งผลให้อิซายะเป็นฝ่ายหนีรอดไปได้

 

            ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมกลัวความตาย

 

            แม้จะเป็นคนที่ท่าทางเหมือนปีศาจมากแค่ไหนก็ยังกลัวความตาย

 

            "อิซายะ!!!"

 

            แต่ว่านั่นล่ะคือชีวิต คนที่หดหัวยอมรับชะตากรรมต่างหากที่สมควรตาย

 

            ประตูพังเป็นเศษเล็กเศษน้อยทันทีที่เสียงแค้นเคืองเค้นขึ้นพร้อมพละกำลังทำลายอันมหาศาล ร่างบางของเจ้าของชื่อก้าวกระโดดลงจากบันไดอย่างรวดเร็วเพื่อหนีความตายที่กำลังพุ่งเข้ามาแทบรดต้นคอ แต่แล้วใต้ฝ่าเท้าที่เหยียบเต็มขั้นในก้าวต่อมากลับเลยพื้นไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย ส่งผลให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าเอียงหล่นวูบไปพร้อมกับหัวใจ

 

            ความตาย ชีวิต

 

            หมับ!

 

            ภาพที่เอียงวูบห่างออกไปก่อนแรงกระแทกกับอะไรบางอย่างที่รวบร่างเข้ารัดแน่น ความอุ่นจากผิวมนุษย์แผ่ซ่านจนหัวใจกลับมาเต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้นผสมกับตกใจปนเปกันจนมั่ว ความรู้สึกและสัมผัสนี้คงไม่ใกล้เคียงกับความตายเท่าไหร่

 

            "แก... กลัวตายเป็นเหมือนกันนี่หว่า" ชิสึโอะมองคนในอ้อมแขนที่เขาไม่แน่ใจว่าเขายื่นมือออกไปช่วยมันทำไม แต่แขนเพรียวของอีกฝ่ายก็ตรงเข้ายึดเกาะตัวเขาแน่นเหมือนกัน และน่าจะเกิดจากความกลัวอย่างคนสามัญล่ะนะ อิซายะถึงกับไม่รู้จะโต้อะไรกับถ้อยคำสบประมาทนั่นดี

 

            "...ช่วยทำไม" เขามองเห็นแต่เรือนผมนุ่มสีดำ ได้ยินแต่เสียงอู้อี้ที่พูดอยู่กับอกของเขา ทั้งๆที่ได้ยินชัดเจนแต่กลับตอบคำถามนั้นไม่ได้ นั่นสิ เขาช่วยมันทำไม "สงสารฉันหรือ"

 

            "แกไม่ได้น่าสงสารขนาดนั้น"

 

            "งั้นก็ปล่อยสิ!" คนตัวเล็กกว่าพยศจนออกจากอ้อมแขนที่โอบประคองไว้อย่างปลอดภัยนั้นได้สำเร็จ ความปลอดภัยที่เขาน่าจะเลือกอยู่ในนั้นไปตลอดกาลแทนการออกไปเผชิญหน้ากับอันตรายทั้งหมดทั้งมวล

 

            ใช่ เขาตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้น เพราะไมรุกับคุรุริเริ่มร้องไห้ และเขาก็รำคาญ รำคาญจนต้องออกไปแสวงหาความอันตราย แลกเปลี่ยนกับการทำให้บ้านหลังนั้นปลอดภัยสำหรับน้องสาว

 

            ยัยพวกนั้นน่ะ จะได้หยุดร้องเสียที

 

            "อย่ายุ่งกับเรื่องของครอบครัวฉันอีก เฮย์วาจิมะ ชิสึโอะ" นั่นคือถ้อยคำเย็นชาบาดหูคำสุดท้ายก่อนที่เสียงฝีเท้าลงบันไดจะดังสะท้อนออกห่างและลับหายไปอย่างช้าๆ

 

            วินาทีที่อึ้งตะลึงกับเส้นกั้นความเป็นส่วนตัวของโอริฮาระ อิซายะกับเฮย์วาจิมะ ชิสึโอะ คือวินาทีที่ได้รู้ว่า 'ตัวเขาไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย'

 

            และมันทำให้เกิดคำถามซ้ำๆว่า ทำไม

 

            เขาวิ่งไล่อิซายะแต่เช้าทำไม         

 

            เขาห้ามไม่ให้อิซายะทำงานค้าข่าวทำไม

 

            เขาพร่ำพูดในสิ่งไร้สาระทำไม

 

            เขารั้งอิซายะไว้ทำไม

 

            เขาช่วยอิซายะไว้ทำไม

 

            เขา... กอดอิซายะไว้ทำไม

 

 

            เย็นวันนั้นอิซายะที่กลับมาถึงอพาร์ทเมนท์ช่วงหัวค่ำไขประตูห้องพักเข้าไปอย่างทุกที เด็กหนุ่มถอดเสื้อกักคุรันทิ้งบนโซฟาก่อนเดินไปเสียบกระติกน้ำร้อนด้วยอารามหงุดหงิด เขาเพิ่งโอนเงินครบจำนวนให้นังผู้หญิงนั่นเมื่อหลายวันก่อน เขารู้ว่าผู้หญิงที่เขาทำสัญญาด้วยชักจะแหลกเหลวจนกู่ไม่กลับมากขึ้นทุกที ทั้งยังเรียกร้องเงินมากขึ้นเกินค่าเลี้ยงดูไมรุกับคุรุริ ซึ่งต่อให้ไม่ใช่นักค้าข่าวเขาก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าเงินนั่นหมดไปกับอะไร ที่อดทนเสี่ยงตายเพื่อหาเงินมาจ่ายตามจำนวนอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อยืดเวลาให้ไมรุกับคุรุริเท่านั้น

 

            เขารู้ว่าสองแฝดรู้ว่าเขาตกลงอะไรกับแม่ปลอมๆของเธอในวันนั้นเพราะหลายต่อหลายครั้งที่ไมรุและคุรุริหนีมาอยู่ที่อพาร์ทเมนท์ของเขาพร้อมกับยืนกรานว่าจะมาอาศัยด้วย นั่นอาจจะดีถ้านั่นเป็นที่อยู่ของเด็กม.ปลายธรรมดาไม่ใช่คนขายข่าว ตั้งแต่ตัดสินใจจะทำอาชีพนี้เด็กหนุ่มก็รู้ตัวเสมอว่าได้ก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่งแล้ว อันตราย ความเจ็บปวด ความตายกลายเป็นของธรรมดา

 

            แต่ถ้าเขาตายล่ะก็ มันคงน่าเจ็บใจน่าดู

 

            "เพราะอย่างนี้ฉันถึงได้กอดชิสึจัง... เหรอ" พึมพำแผ่วเบากับหน้าต่างใสที่สะท้อนดวงตาที่สับสนของตนเองกลับมา เขารู้ตัวว่าเป็นคนฉลาด เขาต้องฉลาด ต้องยืนอยู่เหนือทุกคน เพื่อเอาชนะความตายให้ได้ ถึงจะใช้ความฉลาดเพื่อการนั้นเขาก็อาจจะกำลังถามคำถามเดียวกับคนสมองเท่าโปรโตซัวก็เป็นได้

 

            ทำไม...

 

            ทำไมชิสึจังถึงอยากให้ฉันร้องขอความช่วยเหลือ ทำไม ทำไม...

 

            "หรือเพราะฉันพูดออกไปแบบนั้น" ถ้าฉันร้อง... ชิสึจังจะมาช่วยฉันรึเปล่า "ก็เลย... จะช่วย"

 

            จะช่วยหรือ

 

            จะช่วยจริงๆน่ะหรือ

 

            กับคนที่เกลียดขี้หน้ามาตั้งแต่แรกพบเนี่ยนะ

 

            เขา... หวังอะไรอยู่

 

            ร่างโปร่งเผลอคิดเพลินโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้านั้นแปรเปลี่ยนตามความร้อนที่แผดเผาบนผิวแก้มอย่างที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด ขณะที่พาตัวเองเหม่อมองออกไปนอกกระจกใส ทิวทัศน์มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าสูงโย่งและเงาดำไหววูบ

 

            เงา?

 

            คิ้วเรียวมุ่นลงจนแทบจะผูกติดกัน แต่แล้วก็คลายออกเมื่อได้ยินเสียงกริ่งของห้อง เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางคลี่ยิ้มบางปรับสีหน้าราวกับได้รับบัตรเชิญจากงานรื่นเริง เจ้าตัวคว้าเสื้อนอกตัวเดิมบนโซฟามาสวมกลับ รวมถึงรองเท้าคู่โปรด เหลือบมองสีหน้าสนุกสนานอันว่างเปล่าที่สะท้อนกลับมาจากหน้าปัดนาฬิกาเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูอ้าออกอย่างต้อนรับ

 

            "ขอบคุณสำหรับการเชื้อเชิญอันอลังการงานสร้าง บอสแกนี่มีรสนิยมไม่เลว หึๆ" สิ้นคำกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างมหึมาชวนขนหัวลุกก็กรูเข้าจับร่างที่ผายมือยอมให้อีกฝ่ายจับแต่โดยดี ร่างบางรู้สึกถึงผ้าสกปรกที่พันทั้งตาทั้งปากรวมถึงแขนขา พวกมันค้นมีดพกในเสื้อเขาแล้วโยนทิ้งไป หลังจากนั้นเขาก็ถูกหิ้วไปที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้

 

            ความเรียบง่ายนี้ไม่ใช่การเต็มใจแต่อย่างใด มันคือการเตรียมใจไว้ตั้งเนิ่นนานแล้วของชายค้าข่าวผู้มีนามว่า โอริฮาระ อิซายะ

 

            อยากรู้จริงๆ คราวนี้หมากที่คาดเดาไม่ได้จะให้คำตอบเขาแบบไหน

 

 

            ไม่บ่อยครั้งนักที่ร่างสูงวิ่งสุดแรงทั้งหมดที่มี เมื่อตอนที่เขากลับถึงบ้านได้ไม่นานเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากชินระ น้ำเสียงของเพื่อนหนุ่มตื่นตระหนกและเคร่งเครียดถ่ายทอดข้อความที่ทำเอาโทรศัพท์ในมือแทบถูกบีบแตก

 

            "อิซายะหายตัวไป"

 

            แค่ข้อความสั้นแค่นั้นก็ทำให้เขาหาทางไปยังอพาร์ทเมนท์ที่เคยไปไม่กี่ครั้งได้อย่างรวดเร็ว ชิสึโอะเท้ามือกับเข่าหอบแฮ่กอยู่หน้าประตู ก่อนจะผลักมันออกทันใดนั้นเงาดำเป็นสายราวกับใยแมงมุมพุ่งโจมตีจากความมืดในห้องนั้น ชิสึโอะตอบโต้โดยการใช้มือรับตามสัญชาตญาณ แต่เงานั่นสลายไปก่อนที่เสียงในห้องตะโกนห้าม

 

            "อย่านะเซลตี้! นั่นชิสึโอะ!" เสียงนี้ของชินระ ไฟในห้องถูกสับสวิตช์ให้กระพริบเปิดจนเห็นหนุ่มม.ปลายสวมแว่นท่าทางคงแก่เรียนยืนคู่กับหญิงสาวในชุดไรเดอร์สูทสีดำ ส่วนหัวสวมทับด้วยหมวกกันน็อกหูแมวสีเหลืองแต่ชิลด์กำบังสายตาของสาวเจ้าที่กำลังสะท้อนแสงไฟจากนอกหน้าต่างนั้นมืดเกินยิ่งกว่าเงา

 

            "ชินระ แล้วก็..." ชิสึโอะพิจารณาก่อนจะกดหัวคิ้วลง "คนขับมอเตอร์ไซค์สีดำ"

 

            [เซลตี้ สเตอรูสัน เป็นคนรู้จักกับชินระ] เซลตี้กดพีดีเอแนะนำตัวอย่างมีมารยาท

 

            "ว่าที่เจ้าสาวฉันเอง" ชินระว่าด้วยหน้าตาแช่มชื่นและโดนเงาดำถองใส่อย่างรุนแรงเช่นทุกทีจนเจ้าตัวจุก ทว่าชิสึโอะไม่ได้สนใจปาหี่นั่น เขามองสภาพโดยรอบที่ถูกรื้อค้นจนเละ เอกสารกระจัดกระจาย คอมพิวเตอร์ปรากฏเป็นจอฟ้าเอียงกระเท่เร่บนโต๊ะทำงาน แก้วกาแฟที่เคยวางอยู่บนนั้นหกเรี่ยราดเป็นคราบสีน้ำตาล หนังสือกระจุยกระจายบางส่วนก็ฉีกขาดถูกทำลาย ไม่มีวี่แววของเจ้าของห้อง

 

            "เซลตี้ที่ทำงานเป็นนักขนของมีนัดกับอิซายะตอนสองทุ่มแต่พอเธอมาที่นี่มันก็เป็นอย่างที่เห็น แถมติดต่ออิซายะไม่ได้แบบนี้คิดได้อย่างเดียวว่าถูกหิ้วตัวไปแล้วล่ะนะ" ชินระเป็นคนตอบข้อสงสัยในใจชิสึโอะแต่นั่นทำให้คนควบคุมอารมณ์ไม่เป็นยิ่งร้อนใจหนักเข้าไปใหญ่

 

            "ในโลกแห่งความเป็นจริงร้องไปก็ไม่มีใครเขาช่วยหรอก"

 

          "ก็ขนาดชิสึจังน่ะ ยังเกลียดฉันเลยนี่นา"

 

            เขาที่เกลียดโอริฮาระ อิซายะ จนถึงตอนที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งมาจนถึงอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ยังรู้สึกเกลียดอยู่รึเปล่า ใจจริงแล้วอยากจะฆ่าให้ตายหรือไม่ หรือที่จริงควรจะขอบคุณคนที่ลักตัวไอ้เวรนั่นไป ทว่าทำไมกลับรู้สึกอยากจะไล่ฆ่าไอ้หมอนั่นเสียแทนกันล่ะ

 

            "พี่อิซา!" เสียงประตูเปิดโครมอีกครั้งพร้อมกับร่างเล็กสองร่างที่ถลันถลาเข้ามาสุดกำลัง พวกเธอคือเด็กหญิงที่เพิ่งเจอกับชิสึโอะเมื่อวันก่อน ไมรุและคุรุริสูดลมหายใจลึกกับสภาพห้องที่เห็น ก่อนที่ทั้งสองจะตั้งสติได้รวดเร็วสมกับเป็นน้องสาวของโอริฮาระ อิซายะ "ถูกพาตัวไปเมื่อไหร่คะ" ไมรุเป็นคนถามชินระ

 

            "เมื่อบ่ายฉันยังเจออิซายะ... ก็น่าจะช่วงเวลากลับบ้านจนถึงหัวค่ำที่ผ่านมาล่ะนะ" ชินระตอบอย่างไม่ยี่หระเท่าไหร่ เขารู้เรื่องของอิซายะ และรู้พอที่จะรู้จักวีรเวรวีรกรรมของทั้งสองอยู่บ้าง

 

            "คงเป็นแก๊งค์ยากุซ่าคู่ค้าของชิกิที่โดนพี่อิซาขายข่าวทรยศจนโดนถล่มไปเร็วๆนี้ล่ะมั้งคะ" ไมรุอธิบายใจเย็น ส่วนคุรุริก็หยิบกระดาษบางอย่างออกจากกระเป๋าส่งให้ชินระ มันคือแผนที่ "ที่ที่น่าจะเป็นที่อยู่ค่ะ"

 

            "ทำไมพวกเธอถึงรู้" ชิสึโอะขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

 

            "พวกเราสืบทุกเรื่องของพี่ชายนั่นแหละค่ะ ก็เป็นห่วงนี่คะ อย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายของเรา"

 

            เป็นห่วง... หรือ?

 

            "เซลตี้ ไปช่วยอิซายะทีนะ" ชินระส่งกระดาษพลางเอ่ยวานนักซิ่งไร้หัวที่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย อิซายะอาจเป็นผู้ชายอันตรายแต่ไม่ใช่ตัวฆ่าไม่ตายอย่างเธอหรือเฮย์วาจิมะ ชิสึโอะ

 

            "ฉันไปด้วย!" ร่างสูงผมทองโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความประหลาดใจของชินระ แต่ก็ยอมให้ชิสึโอะซ้อนท้ายไปกับเซลตี้

 

            "นี่ พี่ชินระ"

 

            "หือ?"

 

            "ชิสึโอะซังจะช่วยพี่อิซาได้รึเปล่า" ไมรุกระตุกแขนเสื้อถามว่าที่หมอหนุ่มอย่างกังวลใจแต่แล้วหนุ่มแว่นกลับเหยียดยิ้มขึ้นมา

 

            "ถ้าช่วยไม่ได้ฉันไม่ยอมให้ซ้อนท้ายไปกับเซลตี้หรอก ที่ต้องกังวลน่ะคือเรื่องที่เจ้านั่นจะทำอะไรกับอิซายะต่อต่างหาก"

 

 

            ร่างบางกำลังถูกรุมล้อม อย่างน้อยก็รู้สึกได้เช่นนั้นก่อนจะได้รับการยืนยันคำตอบเมื่อผ้าปิดตาสกปรกถูกดึงลง

 

            คน... สูงต่ำดำขาวแตกต่างกันไปกว่าครึ่งร้อย ทั้งหมดอยู่ในชุดสูทสีนกกาซึ่งดูไม่น่าจะบ่งบอกสถานะของผู้ตกอับลยแม้แต่น้อย อิซายะเหยียดยิ้มเมื่อเลื่อนสายตาที่กวาดมองโดยรอบเข้าสบกับตัวการ ชายวัยกลางคนผมแดงสั้นเกรียนติดหนังหัวยืนถลึงตาใส่เขาด้วยความอาฆาตสุดจะบรรยาย หูสองข้างเจาะรูต่างหูนับไม่ถ้วน แนวสันกรามขบกัดแน่น นัยน์ตาเล็กเรียวลุกโชนเหมือนยินดีอย่างมากที่ได้เห็นร่างของคนค้าข่าวจอมเจ้าเล่ห์ในสภาพเป็นรอง

 

            หึๆ น่าดีใจจริงๆที่ได้เห็นสายตาอยากจะฆ่าเขาขนาดนั้นนอกจากชิสึจัง

 

            อิซายะหัวเราะประชดประชันในลำคอ สถานการณ์อาจดูจนตรอก มองไม่เห็นทางหนีรอดใดๆแต่มันไม่ทำให้คนค้าข่าวหวาดกลัวร้องขอชีวิตได้อย่างทีควรเป็น "น่าประหลาดใจจริงๆที่ยังมีคนเหลือรอดเยอะขนาดนี้ ชิกิคนนั้นปล่อยให้พวกคุณกลับมาฆ่าผมหรือไงครับ" เพราะเขายังเป็นหน้าใหม่ ไม่แปลกที่มาเฟียมือเก๋าอย่างตาแก่นั่นจะปล่อยให้ผู้ที่น่าจะเป็นภัยในอนาคตลอยนวล

 

            ตาแก่นั่นเดินเกมผิดแล้วคราวนี้

 

            อิซายะส่ายหัวระอา แม้ชิกิจะเป็นลูกค้าที่น่าสนใจแต่ถ้าเขาหนีรอดไปได้อีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไรนะ

 

            ความไม่อนาทรร้อนใจของเด็กหนุ่มเป็นเหมือนตัวจุดชนวนระเบิดอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ไม่น้อย คนหมดความอดทนอย่างบอสผมแดงตวาดขึ้นด้วยเสียงขู่ฟ่อ เท้าความถึงคดีที่มีพ่อค้าข่าวเป็นตัวกลาง

 

            "แกขายความลับของพวกฉันให้ตาแก่นั่น!" คนตรงหน้าคำรามยิ่งแผ่รังสีความแค้นรุนแรงสาดใส่อิซายะ แต่เจ้าตัวยังคงทำหน้าเฉยชา

 

            "อ๋อ แน่ล่ะ อาชีพของผมคือการขายสิ่งที่ผมรู้ให้กับคนที่จ่ายงามนี่"

 

            "แกล่อพวกฉันไปให้ตาแก่นั่นเชือด ลูกน้องของฉันตายไปเกือบครึ่งเพราะแกคนเดียว! ยังดีนะที่ตาแก่นั่นยังไว้ชีวิตให้ฉันได้กลับมาล้างแค้น" น้ำเสียงเหยียดหยันดังขึ้น คนตรงหน้าดูใจเย็นลงในประโยคท้ายและเอ่ยเล่าความจริงบางอย่างที่ทำให้อิซายะสั่นสะท้าน "และหญิงขี้เมาคนหนึ่งก็คายที่อยู่ของแกให้ในราคาถูกเสียด้วย"

 

            ถ้าจะมีหญิงขี้เมาที่อาจจะรู้ที่อยู่เขาล่ะก็ คนๆนั้นต้องเป็นคนที่เขาโอนเงินให้ทุกเดือนแน่นอน

 

            นังผู้หญิงเนรคุณนั่นช่างนำความบัดซบมาให้ไม่ขาดสายจริงๆ... มิน่าล่ะ พ่อถึงหนีไป

 

            ดวงตาสีสดช้อนขึ้นกราดมองบุคคลทั้งหมด แววตาสะท้อนแสงไฟกลับมาอ่านไม่ออกเหมือนเดิมราวกับตัดขาดจากอดีตได้แล้ว ทั้งผู้หญิงคนนั้น ทั้งผู้คนที่อยู่ตรงนี้ เขาจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไรโดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์อันไร้ค่านั่นทั้งนั้น "โง่ๆอย่างพวกแกฆ่าฉันไม่ได้หรอก"

 

            มนุษย์ทุกคนเป็นหมากในเกมกระดานของโอริฮาระ อิซายะ นั่นคือความจริง

 

            สิ้นคำของเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายสติขาดผึงย่างสามขุมเข้ามา บอสของฝ่ายนั้นยกร่างเขาให้สูงขึ้นก่อนจะลงหมัดรุนแรงเป็นการเปิดให้ลูกน้องอีกหลายคนระบายความแค้นใส่ด้วยมือเปล่า ความจุกและเจ็บปวดทำให้ขยับหนีไม่ได้ เชือกที่รัดมืออยู่นี่ก็เป็นตรวนอีกชิ้นหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นรองเช่นกัน ทันทีที่เขาล้มลงมือใหญ่ก็กางกดลงที่ขมับ

 

            "ฉันจะให้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดเสียบแกทีละครั้งด้วยมีดของแกเอง" เสียงมีดพับตวัดขึ้นเป็นเสียงอันคุ้นเคยที่ทำให้นัยน์ตาสีแดงเบิกโพล่งเป็นประกาย "อย่างชิงตายไปตั้งแต่ครั้งแรกล่ะ ไม่งั้นมันจะไม่สนุก หึๆ"

 

            ฉัวะ!

 

            เสียงกรีดแทงลงบนเนื้อชวนสยอง ของเหลวเหนียวชื้นไหลรินตามแขนสองข้างที่เขายกขึ้นกันทันท่วงที มีดนั่นอาจลิ้มรสเลือดตามที่คนแทงวาดหวังไว้ แต่มันก็ตัดเชือกพันธนาการจนขาดตามที่เหยื่อจงใจเช่นกัน เหตุการณ์เหนือกว่าที่นึกภาพไว้นั้นส่งผงให้เกิดการชะงักชั่วขณะ อิซายะอาศัยจังหวะถีบท้องอีกฝ่ายออกไปแล้วลุกขึ้นวิ่งทันที หนึ่งคน... สองคน... หลบหลีกพร้อมพุ่งไปยังทางออกเดียวของดาดฟ้าตึกร้าง ถึงจำนวนจะต่างกันเกินไปและร่างกายที่บอบช้ำมาก่อนหน้านี้แต่คนที่วิ่งหนีบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในอิเคะบุคุโระมาตลอดอย่างเขามันก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง

 

            ปัง!

 

            ยกเว้นแต่ถูกตัดขาเหมือนตอนนี้

 

            ร่างบางไถลพรืดไปกับพื้นคอนกรีตอย่างน่าอดสู เลือดมากมายไหลจากขาซ้ายที่ทะลุเป็นรูด้วยฝีกระสุน หากแต่มือยังเอื้อมสุดความยาวพยายามไขว่คว้าไปที่ทางออกที่ห่างออกไปไม่กี่คืบ พร่ำบอกตัวเองให้ฝืนอีกนิดเดียวแต่แล้วความหวังก็ถูกกระชากจากไปเหมือนกับหัวของเขาที่ถูกจิกลากกลับมาที่เดิม

 

            "แก!!!" ใครคนหนึ่งคว้าศีรษะอิซายะไว้ได้ และอีกหลายคนก็พุ่งเข้ามายึดแขน ขา และลากร่างอันยับเยินของเขากลับไปเผชิญหน้ากับบอสผมแดงที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้า มันคว้าคออิซายะแล้วลากไปยังขอบรั้วเตี้ยๆของดาดฟ้า ยกร่างอิซายะจนลอยขึ้น ปลายเท้าเพรียวพยายามจะยันบนขอบพื้นคอนกรีตเพื่อความปลอดภัยแต่ความสูงที่ต่างกันเกินไปทำให้ตอนนี้ร่างทั้งร่างลอยอยู่กลางอากาศ มีเพียงมือของอีกฝ่ายที่พร้อมจะปล่อยให้เขาตกลงไปตายเท่านั้นที่ยึดไว้ไม่ต่างอะไรกับการแขวนคอตัวเองไว้กับกิโยติน

 

            ลมหนาวพัดบาด เวิ้งว้างและเดียวดาย กระซิบบอกเล่าถึงความตายอยู่ข้างหูเด็กหนุ่มนักค้าข่าวผู้เพิ่งวาดลีลาไว้บนวงการได้ไม่นาน

 

            "จบกันที มีอะไรจะสั่งเสียไหม" เสียงเหี้ยมกระโชกโฮกฮากราวกับไม่มีอารมณ์จะดื่มด่ำกับคำสั่งเสียของเหยื่อ เพียงแต่ถามไปตามธรรมเนียมเท่านั้น

 

            อิซายะเหยียดยิ้ม "แกมันโง่"

 

            ฉัวะ!

 

            หัวใจของอิซายะแทบหยุดเต้น เบิกตากว้างเพราะเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เป็นไปอย่างที่คิดเท่าไหร่เมื่อเงาประหลาดสีดำเป็นเส้นสายพุ่งเข้าแทงคอหอยคนที่แขวนชีวิตเด็กหนุ่มไว้ราวกับหอกมัจจุราช หัวใจยิ่งที่กระตุกไปชั่วครู่เต้นรัวแรงเพราะมือที่กุมเค้นคอเขาไว้เริ่มหมดแรงยื้อ และเมื่อความร้อนรอบคอหายไปพร้อมกับทัศนียภาพที่ลายขึ้นอย่างน่าใจหาย ร่างกายก็สัมผัสกับลมและความว่างเปล่าเร่งให้จิตใต้สำนึกตะโกนบ่งบอกว่าตัวเองกำลัง... ร่วง

 

            แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ แย่ล่ะสิ

 

            แย่ล่ะสิ ฉันน่ะ ยังไม่อยากตายสักหน่อย

 

            เดิมพันอย่างหนึ่งกับคำถามข้อนั้น ยังไม่ได้คำตอบเลยนี่นะ

 

            ถ้าฉันร้อง... ชิสึจังจะมาช่วยฉันรึเปล่า?

 

            ดวงตาเหม่อลอยเห็นจันทร์เสี้ยวล้อมกรอบด้วยยอดตึกสูงอยู่เบื้องหน้า ฟ้าของอิเคะบุคุโระเป็นสีดำสนิทเหมือนกับความหวังที่ไม่ค่อยจะมีของการเดิมพัน แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะเริ่มเกมแล้วเขาก็ต้องลองทุ่มดูจนถึงวินาทีสุดท้ายล่ะนะ เรียวปากบางเหยียดยิ้มราวกับจะภาวนาต่อหน้าจันทร์ดวงนั้นด้วยแรงศรัทธาทั้งหมดอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยทำมาก่อนพร้อมกับคำพูดนั้นที่ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดมันออกมา

 

            "ช่วยฉันด้วย ชิสึจัง"

 

            "อิซายะ!!!"

 

            นัยน์ตาสีทับทิมเบิกกว้างตอบรับคำเรียกขาน หัวใจพองโตขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ทั้งๆที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ตายแท้ๆ แต่แค่ได้ยินเสียงของคำตอบเขากลับมั่นใจในทันทีว่าตัวเองจะต้องมีชีวิตอยู่

 

            แรงกระแทกในอ้อมแขนที่เอื้อมรับสุดตัวก่อนจะเกี่ยวกอดไว้เต็มวงแขนพร้อมถลาตัวโดยเอาตัวเองแทนเบาะรองลดความเสียหายของร่างที่ตกลงมาจากที่สูง

 

            หัวใจยังเต้นอยู่

 

            หายใจหอบด้วย แม้จะเจ็บ... เจ็บไปทั่วร่างอย่างไร้คำบรรยาย

 

            ถ้าเป็นคนปกติก็คงตายไปแล้ว ต้องขอบคุณที่เบาะรองตอนนี้คือเฮวาจิมะ ชิสึโอะ

 

            "ห... หะๆ..." อิซายะกระตุกยิ้มค้างอย่างกึ่งมึนงงกึ่งเป็นสุข สติสุดท้ายที่เข้าใจความรู้สึกตนเองได้ทำท่วงทีทำให้ยิ้มออกมาได้เต็มที่อย่างที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน "ชิสึจังเนี่ย... เป็นคนดีจริงๆเลยนะ"

 

            ชิสึโอะเบิกตาก่อนจะจัดตัวเองให้ลุกขึ้นดูอาการศัตรูคู่อาฆาตของตัวเองอย่างร้อนรน อีกฝ่ายมีร่องรอยถูกซ้อม แผลที่แขนถูกแทง ขาซ้ายถูกยิง ถ้าเขามาช้ากว่านี้ร่างนี้ก็คงถูกโยนลงจากตึกสูงกว่าห้าชั้นแล้วตายคาที่ แม้จะหายใจอยู่แต่อาการทั้งหมดเรียกริ้วรอยความโกรธให้พุ่งพล่านในดวงตา กัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงขบลั่นเปรี๊ยะชวนหวาดเสียวในหู ร่างสูงจัดคนบาดเจ็บในนอนหงายก่อนจะเรียกอีกคนมา

 

            "เซลตี้!" มอเตอร์ไซค์สีดำมาถึง เธอเพิ่งใช้เงาจัดการคนที่จับอิซายะห้อยจากดาดฟ้าแต่มันก็ทำให้อิซายะร่วงลงมา หญิงไร้หัวจึงไม่แน่ใจนักว่าชิสึโอะจะหันมาเล่นงานเธอด้วยรึเปล่า "ช่วยพาหมอนี่ไปหาชินระที"

 

            ไม่มีเวลาให้เซลตี้ทำท่าถอดถอนใจ เธอรีบพิมพ์พีดีเอจนนิ้วรัว [แล้วนายล่ะ?]

 

            "ฉันหรือ?" ชิสึโอะทวนคำโดยไม่หันมามอง ในสายตาของสัตว์ร้ายจ้องไปยังจุดสูงสุดที่อิซายะเคยอยู่ด้วยความเดือดดาล "ฉันจะจัดการกับเจ้าพวกนั้นเอง!"

 

            เซลตี้เงียบไปพักก่อนจะรับร่างอิซายะไว้ในความดูแลพร้อมกับพิมพ์พีดีเอบอก [อย่าให้ตายล่ะ] แล้วทะยานพาหนะออกไป ทิ้งให้ชิสึโอะหัวเราะเย็นเยียบในลำคอ "ยากว่ะ" ก่อนจะกลับมาคำรามลั่น

 

            "พวกแกที่อยู่บนนั้น ถ้ายังไม่ลงมาฉันจะขึ้นไปจับพวกแกโยนลงจากดาดฟ้าให้หมด!!!"

 

 

            "ชินระ~ นี่ ชินระคุง~" น้ำเสียงเปื่อยสนิทร้องเรียกคนที่เพิ่งกลับมาถึงที่พักของตนเอง คิชิทานิ ชินระ อนาคตหมอเถื่อนมองดูสภาพตรงหน้าอย่างขำสุดชีวิต "ขำบ้าอะไร! แกตั้งใจจะฆ่าฉันใช่ไหม!?"

 

            นี่ก็เป็นอีกเรื่องขำ เขาไม่เคยเห็นโอริฮาระ อิซายะหลุดว้ากหน้าแดงก่ำเลยสักครั้ง ซึ่งมันดูเหมือนแมวขู่ฟ่อปกปิดความพ่ายแพ้ของตัวเองมากกว่า

 

            "อะไรกันพี่อิซา! เราอุตส่าห์หยุดเรียนมาพยาบาลพี่เลยน้าาา เอ้า! ได้เวลาฉีดยาแล้ว" ไมรุในชุดนางพยาบาลชูเข็มฉีกยาอันเท่าปากกาขึ้น และนั่นทำให้อิซายะถึงกับขนพองสยองเกล้า

 

            "ไม่! ไปไกลๆเลยนะไมรุ!" อิซายะไม่ได้กลัวเข็ม แต่กลัวอะไรก็ตามที่อยู่ในมือน้องสาวเขา ทุกอย่างเลย

 

            "น่านะ!"

 

            "ไม่!"

 

            "หนวกหูกันจริง" ร่างสูงขี้หงุดหงิดดันชินระที่ขวางหน้าประตูออก ทันทีที่เห็นว่าเจ้าของเสียงคือใคร สองแฝดก็รีบผละออกไปทันที ในขณะที่แววตาอิซายะเปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นทางรอด

 

            "สวัสดีชิสึโอะซัง วันนี้ก็ฝากดูแลพี่ชายด้วยนะคะ" ไมรุทักอย่างร่าเริงขณะที่คุรุริก้มหัวทักทายอย่างมีมารยาท ทั้งสองมาเฝ้าอิซายะทุกวัน บางวันก็ผลัดกับชิสึโอะและชินระ เป็นอย่างนี้มาเกือบอาทิตย์จนอาการป่วยของอิซายะเริ่มทุเลาลงแม้จะปวดหัวมากขึ้นก็ตาม เมื่อเห็นว่ามีคนมาผลัดเวรกับตัวเองสองแฝดจึงคว้ากระเป๋าแล้วบอกลาทุกคนในห้องนั้น

 

            "เฮ้อ" อิซายะถอนหายใจทิ้งทันทีที่ตัววุ่นวายจากไป ร่างบางค่อยๆทอดตัวลงนอนด้วยอาการเพลียจับจิต

 

            "หึๆๆ มีน้องนี่ก็ดีเหมือนกันนะ อิซายะคุง"

 

            "ถ้านายอยากได้ฉันจะยกให้" อิซายะตีหน้าบึ้งตึงตอบ ชินระเลยรีบปฏิเสธพัลวันพร้อมกับเข้าครัวไป ทิ้งให้ชิสึโอะที่ยืนเงียบมานานลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง เขาทำแบบนี้ประจำตลอดเวลาที่ร่างบางไม่ได้สติ ถึงช่วงแรกๆจะยังแปลกใจแต่ตอนนี้กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

 

            "เป็นไงบ้าง"

 

            อิซายะหัวเราะแผ่วๆเหมือนกับมันเป็นคำถามปกติ "ไม่ดีเท่าไหร่ ไมรุกับคุรุริป่วนจนฉันนอนไม่หลับเหมือนเคย"

 

            "พวกเธอเป็นห่วงนายมากนะ ตอนที่นายหายไป" ชึสึโอะพยายามพูดให้เป็นปกติและเฝ้าสังเกตสีหน้าของอิซายะไปพลางๆ ร่างบางดูจะไม่แปลกใจเท่าไหร่รวมถึงไม่พยายามจะกวนโมโหเขาด้วย

 

            "กลัวจะไม่มีใครให้แกล้งมากกว่า" เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะใสๆที่ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าอยากได้ยินต่อไปเรื่อยๆมากกว่าถ้อยคำกวนประสาทที่เจ้าตัวมักสรรหามาก่อนนี้ "จริงสิ ตอนนั้นชิสึจังเข้าใจผิดอยู่อย่างหนึ่งนะ" อิซายะยันตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน คิ้วเข้มจึงเลิกขึ้นเป็นเชิงสงสัย

 

            "อะไร"

 

            "ที่ถามฉันว่าทำไมถึงยอมตายง่ายๆน่ะ ไม่จริงเลย" ศีรษะเล็กส่ายปฏิเสธช้าๆประกอบ "ฉันน่ะ ตายไปก็อยากขึ้นสวรรค์ แต่ท่าทางคนอย่างฉันจะได้ลงแต่นรกเท่านั้นแหละดังนั้นฉันเลยไม่อยากตายไง" เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นประชดประชันในความจริงข้อนี้ "อีกอย่าง... ถ้าฉันตายใครจะดูแลไมรุกับคุรุริกัน"

 

            แค่ประโยคเดียว คำพูดที่ชิสึโอะตั้งใจจะพูดก่อนหน้านี้ก็หายวับไปกับตา ประโยคที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของคนเลือดเย็นอย่างอิซายะ

 

            "ต้องทำเรื่องอันตรายน่ะ ทุกอย่างมาจากการตัดสินใจของฉันทั้งนั้น แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องความรับผิดชอบด้วย ทั้งหมดเพราะฉันเห็นว่ามันน่าสนุกต่างหาก ส่วนความสบายของน้องสาวที่น่ารักเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้น" เขาไม่เคยมานั่งคิดหรอกว่าถ้าพ่อไม่หนีไปเขาจะมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้ไหม ถ้าเขาเกิดมามีแม่ที่ดีกว่านี้เขาจะมีชีวิตปกติสามัญกว่านี้ไหม ถ้าเขาไม่มีน้องที่ชวนให้ปวดศีรษะตั้งแต่เช้ายันเย็นเขาจะยอมมาเผชิญอันตรายเช่นนี้ไหม

 

            เขาไม่คิด... เพราะถ้าองค์ประกอบใดในชีวิตนี้ผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิด เขาอาจเกิดมาไม่ได้เจอกับเฮวาจิมะ ชิสึโอะ

 

            คนที่นอนอยู่ผุดลุกขึ้นคุกเข่าบนเตียง ใบหน้านวลเรียวยื่นเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนมองเห็นดวงตาเปล่งประกายของตนเองสะท้อนอยู่ในตาคมเรียวของอีกฝ่าย "ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ฉันอยากรู้ว่าชิสึจังจะมาช่วยฉันรึเปล่า"

 

            คำพูด... ลมหายใจ... สัมผัสอันใกล้ชวนให้หัวใจเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่

 

            "แกนี่มันบ้าจริงๆ" ชิสึโอะนั่งยืดตัวตรงทิ้งระยะอย่างขุ่นเคืองทั้งๆที่หน้าขึ้นสี ต้องแบบนี้แหละถึงจะเป็นอิซายะที่เขารังเกียจ น่าแปลกที่ปกติเขาคงจะลงไม้ลงมือกับมันไปแล้ว แต่นี่คงเห็นว่ามันป่วยเลยไม่ได้ทำอะไรกับร่างที่นั่งยิ้มไม่รู้สึกรู้สากับคำว่ากล่าวเลยแม้แต่น้อย "คราวหน้าฉันไม่ไปช่วยแกแน่"

 

            "ฉันก็ไม่ร้องขอให้ชิสึจังช่วยหรอกนะ" ร่างบางที่เพิ่งหายจากอาการปางตายยิ้มอวดดียั่วร่างสูงที่ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างแรง มันเหมือนการท้าทายอย่างที่เจ้าตัวถนัด และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธ

 

            "เออ! ไม่เรียกก็ไม่เรียก งั้นให้แน่ใจว่าใครก็ฆ่าแกไม่ได้ฉันจะไล่ตามแกไปเอง เตรียมใจไว้ให้ดี!"

 

            หนุ่มผมทองสะบัดหลังเดินกระทืบเท้าปึงปังออกไปจากห้องทิ้งให้คนป่วยมองตามอึ้งๆก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียงอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน

 

            "ฮ่าๆๆ!! ชิสึจังเนี่ย สมองโปรโตซัวจริงๆด้วย!"

 

          อุตส่าห์ยั่วแล้วนะ แต่ยังหนีอีก ไม่น่ารักเลย

 

            นั่นสินะ พรุ่งนี้เขาจะลองวิ่งให้ช้าลงดีไหมนะ

 

            หนีให้ช้า ใกล้กันให้มากขึ้น

 

            มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นจนกว่าชิสึจังจะรู้ตัวนั่นแหละ!


--------------------------------------
Fin.
ห่างหายไปสักพักหลังจากลงฟิคฮิจิกิน(ที่แสนจะลงตัว) จู่ๆก็คลั่งชิสึอิซาขึ้นมา ฟิคนี้จึงเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญสุดแสนจะไร้หัวคิด

ช่วงแฉฟิค
ความจริงข้อแรก แค่อยากเขียนไมรุกับคุรุริ
ความจริงข้อสอง จริงๆฟิคนีัเป็นฟิคครอบครัวที่เน้นฝาแฝดโอริฮาระกับพี่ชาย แต่ทำไปทำมากลายเป็นแบบนี้จนได้
ความจริงข้อสาม เรื่องนี้ไม่มีธีม อย่างที่บอก เน้นครอบครัว เรื่องระหว่างอิซากับชิสึจึงเป็นเรื่องที่คิดได้ระหว่างแต่ง มั่วๆเมาๆแถๆ
ความจริงข้อสี่ เรื่องนี้แต่เดิมชื่อว่า The twin love her bro.
ความจริงข้อหา เห็นยังว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับชิสึ 555555555+ //โดนฆ่า

ผลงานอื่นๆ ของ SDEndless

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:51

    จะมีต่อไหมค่ะอยากรู้
    อยากอ่านต่อค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 SDEndless
      19 มิถุนายน 2563 / 22:11
      อ๋า เรื่องนี้จบแค่นี้นะคะ><
      #9-1
  2. #8 Dre_am☆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 08:24
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบคำบรรยายมากเลย เนื้อเรื่องก็สุดยอด สร้างผลงานอย่างงี้ต่อไปนะคะ~
    #8
    0
  3. วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 22:03
    อยากให้มี part lll ต่อเลย
    #7
    0
  4. วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 09:15
    ใกล้กันมากขึ้น ใกล้กันมากขึ้น ชอบคำนี้ที่สุดเลยค่ะ น่ารักมากเลยค่ะ ><
    #6
    0
  5. วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 22:33
    น่ารักกันจริงๆน้าา~ คู่นี้ ><
    #5
    0
  6. วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 20:24
    แหม... ให้ใกล้กันมากขึ้น -///-
    ฟินค่ะ ><
    #4
    0
  7. วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 19:21
    นึกว่าจะตายซะละ! เล่นเอาใจหายใจคว่ำหมด
    แม่อิซายะเลวจริงๆ นั่นลูกหล่อนนะยะ!
    #3
    0
  8. วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 15:32
    หนีให้ช้า ใกล้กันให้มากขึ้น -..-
    #2
    0
  9. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:33
    อิซายะคุง...

    ชิซึโอะไม่น่ารักจริงด้วยเน้อ...

    สมองโปรโตซัวจริงๆด้วยเน้อ...//วิ่งหนีป้ายจราจร

    แล้วก็...ไม่ต้องวิ่งช้าๆหรอกฮับ วิ่งเข้าหาไปเลย!!//หลบมีด
    #1
    0