นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Fic Durarara ::Tell me = Help me:: [Shizaya] Part I

โดย SDEndless

โกหก ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ใครเล่าช่วยบรรเทา ความมืด ความเศร้า ความทุกข์ ใครเล่าช่วยรักษา "แล้วถ้าฉัน... ถ้าฉันร้องขอความช่วยเหลือบ้างชิสึจังจะมาช่วยฉันไหม"

ยอดวิวรวม

2,760

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


2,760

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


84
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ธ.ค. 55 / 23:10 น.
นิยาย Fic Durarara ::Tell me = Help me:: [Shizaya] Part I

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
โพสวันสิ้นปีพอดี ไม่คิดว่าจะเสร็จ 555555+

บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย และที่สำคัญเป็นคู่ชิสึโอะXอิซายะนะฮร้าฟฟฟฟ




พาร์ท2 http://my.dek-d.com/Hikari_photos/writer/view.php?id=894257

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 55 / 23:10


            Fic DRRR ::Tell me = Help me:: [Shizaya] part I

Title : Tell me = Help me
Paring : ShizuoXIzaya
Rate : PG-13

 

            "แกมันตัวซวย!"

 

            นัยน์ตาสีแดงเรืองรองขึ้นทันทีกับถ้อยคำสบถด่านั่น

 

            เขาทำอะไรผิด?

 

            "แก!... ทั้งแกทั้งนังเด็กปีศาจสองคนนั่นออกไปจากบ้านฉันซะ!! ออกไป!!!"

 

            เสียงกรีดร้องของยัยแม่มดนั่นยังคงสั่นประสาทและน่ารำคาญ และมันอาจจะดังไปถึงห้องข้างๆ เด็กชายคิดพลางเหลือบมองประตูทางออกจากห้องทานข้าวพลันรอยยิ้มแสยะก็ผุดขึ้นจากเด็กชายอายุสิบขวบ เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ครั้งแรกของชีวิตแต่มันก็กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเขาไปตั้งแต่บัดนั้น

 

            "งั้น... มาตกลงกันดีไหมล่ะครับ คุณแม่"

 

 

            "ชิกิ เจ้าพ่อมาเฟียแห่งอิเคะบุคุโระถล่มรุกกี้หน้าใหม่ในถิ่นตัวเอง พินาศทั้งแก๊งค์" คิชิทานิ ชินระลากเสียงดังๆระหว่างชั่วโมงพัก ข้อความนั้นอ่านเอาในเมลล์มือถืออีกต่อ เป็นเมลล์ข่าวสารที่ได้รับจากเพื่อนในอินเตอร์เน็ตซึ่งมันจะไม่ถูกส่งถึงเขาถ้าเรื่องมันไม่ดังจริงๆ "ฝีมือนายอีกแล้วสินะ อิซายะ"

 

            ดวงหน้าเรียวหวานของเด็กหนุ่มชายตาขึ้นสบอย่างมีเลศนัย แม้จะไม่อยู่ในชุดนักเรียนแต่เขาก็ยังเป็นเด็กโรงเรียนมัธยมไรระ และคนที่เขามาถากถางเขายามพักจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากว่าที่หมอเถื่อน คิชิทานิ ชินระ

 

            "หึๆๆ ประมาณนั้นแหละ" ชินระหรี่ตาหลังกรอบแว่นมองคนที่ยักไหล่สบายๆเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นในข่าวแม้แต่น้อย โอริฮาระ อิซายะที่เขารู้จักมากเล่ห์แสนกลและที่เด็ดสุดนั้นคือการที่เจ้าตัวใช้ความเจ้าเล่ห์นั้นในวงการมืด ผันตัวเป็นนักค้าข่าวตั้งแต่เมื่อครั้งยังอยู่มัธยมต้นและกลายเป็นมืออาชีพในเวลาต่อมา

 

            "...แผลนั่น เอาตัวเข้าไปเอี่ยวกับการต่อสู้ด้วยหรือไง" ว่าที่หมอจับผิด ถึงมันจะไม่ได้ทำให้อิซายะหลุดจากการควบคุมแต่มันก็ทำให้รอยยิ้มบ้าๆของหมอนั่นลดลง

 

            "ใช่ที่ไหนล่ะ ชิสึจังต่างหาก~เป็นฝีมือของ ชิ-สึ-จัง"

 

            "นั่นหมายความว่าไงน่ะหา!? คิดจะหาเรื่องกันอีกแล้วใช่ไหม อิซายะคุง!" น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมดังไล่หลังจากคนที่แค่บังเอิญเดินผ่านห้องเรียนแล้วได้ยิน นั่นทำเอาอิซายะสะดุ้งโหยง

 

            "ว้า! เจ้าสมองโปรโตซัวมาไม่ถูกจังหวะจริงๆ ไว้สนทนากันใหม่แล้วกันนะ ชินระ" ว่าแล้วเจ้าตัวก็เผ่นแผล็วไปทางประตูหน้าระหว่างที่ชิสึโอะพุ่งเข้ามาจากทางประตูหลัง เจ้าตัวคำรามกรอดหมายจะไล่ตาม แต่ชินระกลับขวางไว้ก่อน

 

            "เอาน่า ปล่อยๆเขาไปบ้างเหอะ"

 

            "ถอยไปชินระ!"

 

            "นายจะทำให้แผลมันเพิ่มรึไง" ชินระส่ายหัวระอา แม้อิซายะจะกวนประสาทได้คงเส้นคงวาแต่คนเป็นหมอย่อมรู้ดีว่าอาการของคนป่วยสาหัสมากแค่ไหน ที่มือที่มีผ้าพันแผล ถ้าถอดเสื้อผ้าออกมาก็คงพบร่องรอยบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์อีกไม่น้อย ตอนนี้ถ้าชิสึโอะไล่ตาม อิซายะอาจจะหนีไม่รอด

 

            "ช่างมันสิ! ฉันจะฆ่ามัน!"

 

            "แล้วแผลนั่นล่ะ นายไม่ได้ทำใช่ไหม?" ชินระเข้าประเด็น นั่นทำให้เด็กหนุ่มผมทองชะงัก

 

            ต้องยอมรับว่าหมู่นี้เขาไม่ค่อยได้เห็นอิซายะนักนอกจากมาโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นก็ไล่ไม่ค่อยจะทัน ดังนั้นแผลพวกนั้นไม่ได้มาจากเขาแน่

 

            แสดงว่าหมอนั่นจงใจโกหก แต่จะโกหกไปเพื่ออะไร?

 

            "เฮ้อ! เจ้าบ้านั่น ไอ้ฉันก็อยากแช่งให้มันตายๆไปซะจะได้หมดเรื่อง แต่พอมันจะตายทีไรก็หวาดเสียวทุกที" ชินระบ่นก่อนเดินออกไปจากห้องทิ้งชิสึโอะให้คิดอย่างสับสนกับถ้อยคำของชินระต่อไป

 

 

            เจ้าบ้าชินระ!

 

            ไม่บ่อยครั้งที่อิซายะจะคาดโทษใครอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่กระปุกยาปริมาณมหาศาลที่เขาต้องหิ้วกลับมาที่อพาร์ทเมนท์แถมยังถูกกำชับให้ทานให้ครบอีกด้วย

 

            "ก็รู้นะว่ามันหัวหมอ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้" อิซายะพึมพำ ช่างเถอะ ยังไงวันนี้ก็วันหยุดอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ร่างบางไขประตูห้องพักเข้าไป และในนาทีนั้นเอง...

 

            "กลับมาแล้วเหรอ พี่อิซา~" ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงเขายิ้มหวานหยดย้อยให้ คนหนึ่งเปียผมยาวๆปัดไว้ข้างหน้า ส่วนอีกคนผมสั้นทำหน้านิ่งสนิทเหมือนตุ๊กตา

 

            "ออกไปจากห้องฉันซะ ไมรุ คุรุริ" อิซายะชี้นิ้วไปที่ทางออกเชิงไล่ "แล้วก็เอากุญแจห้องที่แอบไปปั๊มคืนมาด้วย"

 

            "ไม่เอาอ่ะ อย่างนี้มันสะดวกกว่านี่นา" ไมรุและคุรุริหันหลังกลับเข้าห้องทิ้งให้อิซายะเดินตามเหมือนแขกทั้งๆที่ตัวเองเป็นเจ้าของห้อง "ฉันกับคุรุริเอาข้าวปั้นมาฝากด้วยนะ รับรองอร่อยกว่าครั้งที่แล้วแน่นอน"

 

            "คราวนี้ใส่อะไรลงไปล่ะ ยาถ่ายอีกหรือไง" อิซายะรับอย่างไม่ค่อยสนใจพลางเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นควานหาเครื่องดื่มกระป๋องดื่ม

 

            "เปล่า ยานอนหลับต่างหาก"

 

            ป๊อก!

 

            เสียงเปิดกระป๋องดังกว่าปกติ แน่นอนว่าเป็นเพราะอารมณ์หมั่นไส้ในตัวเด็กสาวที่แสบได้ถอดพิมพ์จากตัวเองมามากเกินไปหน่อย

 

            "พี่จะได้พักผ่อนเยอะๆไง ข่าวที่มาเฟียปะทะกันน่ะดังกระฉ่อนเลยนะ งวดนี้พี่คงเหนื่อยน่าดู" แม้อิซายะจะหันหลังอยู่แต่เขารู้ว่าดวงตาของสองแฝดมองมายังเขา ดวงตาของผู้เป็นน้อง

 

            "ดูถูกพี่ชายตัวเองน่าดูเลยนะ" ถึงจะเป็นอย่างนั้น ปากและสมองก็ยังไม่ยอมรับความเป็นห่วงเสียเท่าไหร่ ดวงตาสีสวยปรือลงพลางเหยียดรอยยิ้มหยันน้อยๆที่มุมปาก

 

            "ก็คงจะดูถูกล่ะน้า ล่าสุดยังโดนเฮย์วาจิมะ ชิสึโอะไล่ฆ่าอยู่เลยนี่พี่"

 

            อิซายะชะงัก "ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนน่ะ!" ไมรุและคุรุริกระโดดผึงจากโซฟาแล้วตรงไปยังประตูทางออก

 

            "เรื่องพี่กับชิสึโอะซังดังจะตาย ที่โรงเรียนประถมน่ะเขาลือกันให้ว่อน" เรื่องที่เขาและชิสึจังกลายเป็นคนดังในหมู่เด็กถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับอิซายะนิดหน่อย สองแฝดโบกมือให้พลางบอกลา "วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่ ไปก่อนนะพี่อิซา!"

 

            เจ้าของห้องไม่ได้ตอบรับ เขามองประตูที่ปิดลงพลางหันกลับมามองกล่องข้าวปั้นที่อยู่บนโต๊ะ

 

            บางทีเขาควรจะรีบทิ้งมันก่อนจะเผลอหลวมตัวกินข้าวปั้นอันตรายนั่นเข้าไป

 

 

            ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนอย่างโอริฮาระ อิซายะจะมาโรงเรียนแต่เช้า ในบางครั้งที่เบื่อหรือจิตใจไม่สงบ การเฝ้ามองมนุษย์บนดาดฟ้าของโรงเรียนถือเป็นงานอดิเรกที่ช่วยผ่อนคลายได้อย่างหนึ่ง ประตูรั้วโรงเรียนจากที่มีแค่ชมรมกีฬามาวิ่งช่วงเช้าก็มีนักเรียนทยอมมาเรื่อยๆ บางคนเป็นรุ่นพี่ บางคนเป็นรุ่นน้อง บางคนอยู่ในอาการง่วงเหงาหาวนอน บางคนทักทายด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ความเรียบลื่นและเวลาที่ไหลไปเรื่อยก็ไม่เลวนัก...

 

            ครืดๆ...

 

            โทรศัพท์มือถือสั่นตัวในกระเป๋ากางเกง เขาหยิบมันขึ้นมาเช็คตามปกติ

 

            มีเมลล์ฉบับหนึ่งเข้ามา... เป็นเมลล์ที่เปลี่ยนความรื่นรมย์เป็นขมขื่นในดวงตาสีแดง อิซายะสะบัดฝาพับเก็บมือถือเข้ากระเป๋าพลางทอดมองไปยังประตูรั้ว กิจวัตรประจำวันของมนุษย์ไม่อาจคลายความว้าวุ่นในจิตใจได้อีกต่อไป

 

            "มนุษย์เนี่ย มีพันธนาการหลายอย่างเลยน้า~" เสียงใสลอยไปตามลม "บางทีก็หนักหนาเกินไปจนต้องร้องให้ใครสักคนช่วย"

 

            เขาจะไม่ทำแบบนั้น มันธรรมดาและโง่เขลาเกินไป

 

            ระหว่างที่ตกอยู่ในภวังค์ ร่างสูงโดดเด่นด้วยเส้นผมสีทองก็เดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามา แค่ก้าวแรกก็เปลี่ยนเช้าอันแสนธรรมดาของทุกคนให้กลายเป็นมีสีสันขึ้นมาทันใด รอยยิ้มผุดจากริมฝีปากได้รูป มือเรียวยกขึ้นเท้าแก้มเนียนมองเหตุการณ์ข้างล่างอย่างเพลิดเพลิน

 

            "ถ้าเป็นชิสึจังล่ะ จะร้องออกมาไหมนะอยากรู้จัง"

 

 

            "สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ อิซายะ" เจ้าของชื่อละสายตาจากนอกหน้าต่างกลับมา

 

            "เลิกเรียนแล้วหรือ โดตะจิน" คนถูกเรียกถามไปคนละทาง ทำเอาคาโดตะ เคียวเฮย์ต้องส่ายหน้าระอา

 

            "ไม่เอาชื่อนั้นได้ไหม ขอล่ะ"

 

            "ฉันสบายดี ไม่เป็นไรหรอก"

 

            ...อีแบบนี้มันเมินกันชัดๆ

 

            "สบายดีอะไรกัน" ชินระเดินหน้าบูดเข้ามาพร้อมตั้งท่าจะบ่นยาว "นี่ ฉันเห็นนายซึมตั้งแต่เช้า เรื่องนั้นใช่ไหม อิซายะ"

 

            "เอ... เรื่องอะไรกันน้า~"

 

            ว่าที่หมอบิดมุมปากลงอย่างนึกระอาในท่าทางยียวนนั้น และวิธีดัดหลังความยียวนคือการที่เขาเฉลยเสียงดังออกไปตรงๆ "ก็เรื่องแม่นายไงล่ะ" มือบางเกร็งขึ้น สายตาแข็งกร้าวจ้องพื้นโต๊ะราวกับจะเจาะมันให้ทะลุ เป็นปฏิกิริยาต่อต้านอัตโนมัติที่ทั้งชินระและคาโดตะเห็น "เมื่อวานเซลตี้เห็นไมรุกับคุรุริแถวอพาร์ทเมนท์นาย มันเป็นสัญญาณว่าผู้หญิงคนนั้น..."

 

            "หุบปากเถอะชินระ" ร่างบางขยับปากเอ่ยถ้อยคำที่ทั้งเรียบทั้งบาดลึกราวกับว่ามันกลั่นออกมาจากหัวใจที่ด้านชา รอยยิ้มราวกับเยาะเย้ยโลกทั้งใบเหยียดขึ้นเล็กน้อยที่มุมปากพลางเอ่ยเรียบเรื่อยต่อไป "พูดเรื่องที่ฉันรู้อยู่แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก" ฝ่ายชินระถึงกับนิ่งเงียบเถียงไม่ออก อิซายะกำลังลุกจากเก้าอี้คล้ายจะเลี่ยงการสอบสวนทางสายตาของคาโดตะแต่แล้วบางอย่างก็กระแทกประตูบานเลื่อนของห้องเรียนเข้ามา

 

            "อิซายะ!!!" เสียงขู่คำรามกึกก้องจนในหูลั่นเปรี๊ยะ ผู้คนแตกตื่นพร้อมใจกันแหวกทางหลบอย่างรวดเร็วเปิดทางให้บุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดพุ่งเข้าไปฆ่าศัตรูตัวร้าย ชินระถอยห่างจากอิซายะและเป็นปกติที่เห็บตัวพลิ้วจะก้มหลบนิ่งๆปล่อยให้โต๊ะลอยข้ามหัวไปกระแทกกับกระจกหน้าต่างจนพังพินาศย่อยยับ

 

            "มาไม่ถูกจังหวะเลยน้า~ โทษทีนะชิสึจัง แต่วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นกับนายหรอก" ว่าแล้วสปีดตีนด่วนของอิซายะก็พาตัวเองแผ่นแผล็วไปเสียแล้ว ในระยะแบบนั้นแทนที่ชิสึโอะจะเลิกตามเจ้าตัวกลับวิ่งพุ่งไปปล่อยให้ที่ที่พวกเขาผ่านกลับสู่ความสงบอย่างช้าๆ

 

            "...นายว่าเมื่อกี้ชิสึโอะได้ยินที่พวกนายคุยกันไหม" คาโดตะยังคงมองทางที่ชิสึโอะตามไล่ล่าอิซายะพลางถามคำถามขึ้น

 

            "นายคิดว่าเพราะได้ยินเจ้าหมอนั่นถึงได้ไล่ตามอิซายะงั้นเหรอ"

 

            คาโดตะยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ชินระรู้สึกว่ามีเลศนัยเหลือเกิน "ก็เป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ" ชินระขยับแว่นพลางส่ายหัวอย่างเห็นว่าไม่เข้าท่า

 

            "ไม่มีทางหรอก แบบนั้นมันเหมือนกับ... เจ้าหมอนั่นสนใจในตัวอิซายะเกินไป"

 

            คาโดตะหัวเราะ "อะไรกัน พวกเขาก็ 'สนใจ' กันจริงๆไม่ใช่หรือ" ชินระเหลือบตามองอย่างแคลงใจว่าคำว่า 'สนใจ' ของคาโดตะตรงกับคำว่าสนใจของเขาหรือเปล่า

 

 

            ร่างเพรียวเหวี่ยงตัวไปตามราวบันไดหนีจากประตูห้องพักครูที่อีกฝ่ายถอนมาปาใส่ อีกสามขั้นบันไดก็จะถึงพื้นเขาเลยเลือกที่จะกระโดดรวดเดียว แต่มันทำให้มือถือในกระเป๋าร่วงออกมาแทน

 

            "โอ๊ะ" อิซายะพลิกตัวขณะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงใกล้เข้ามา มือยื่นออกไปคว้าโทรศัพท์แล้วเตรียมชิ่งอีกรอบทว่าแรงกระชากที่คอก็ลบแผนนั้นทิ้งไปจากหัวทันที

 

            ผลัก!

 

            แกรก!

 

            ร่างเพรียวโดนดันติดผนังด้วยแรงมหาศาล รู้สึกถึงเสียงกระดูกลั่นและหัวที่มึนชา ภาพที่ทัศนวิสัยมองเห็นวูบเป็นดวงๆจนต้องกระพริบตาแก้ เรี่ยวแรงหดหายจนเผลอปล่อยมือถือตกพื้นอีกรอบ

 

            "แกหนีไม่!..."

 

            ครืดๆ...

 

            นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้าง บนจอเหนือฝาพับแสดงสัญลักษณ์มเลล์เข้าหนึ่งฉบับ หน้าของอิซายะถึงกับซีดเผือดเมื่อคิดไปถึงแง่ร้ายที่สุดว่าใครเป็นคนส่งมา

 

            ชิสึโอะมองใบหน้าไร้สีเลือดก่อนจะเก็บมือถือของคนๆนั้นขึ้นมา ประโยคของชินระพูดกับอิซายะโผล่เข้ามาในหัว ซ้อนทับกับเสียงร้องของร่างบาง

 

            "อ... เอาคืนมานะ!" ร่างสูงชูโทรศัพท์ขึ้นสุดแขน แน่นอนว่าคนตัวเล็กกว่าอย่างอิซายะต้องเอื้อมไม่ถึง และถึงจะลำบากไปหน่อยแต่ชิสึโอะก็เปิดอ่านข้อความจากถาดเข้าล่าสุดจนได้

 

 

          From : ยัยแม่มด

 

          To : Izaya

 

          ฉันให้เวลาแกโอนเงินมาให้ครบจำนวนจนถึงบ่ายสาม ถ้าเกินแม้แต่วินาทีเดียวคืนนี้น้องๆของแกจะไม่ได้นอนในบ้านหลังนี้แน่

 

 

            ข้อความที่เหมือนจดหมายขู่กระชับได้ใจความทำให้ชิสึโอะตะลึงไปชั่วครู่ วินาทีนั้นเองที่อิซายะแย่งโทรศัพท์กลับมากุมไว้แนบอกพลางเสตาหลุบต่ำ

 

            "ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าแกจะมีน้อง" คนถือวิสาสะอ่านข้อความเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน ในขณะที่อีกคนจะหลุดจากอาการหวาดกลัวแล้วเบิกตากว้างช้อนตาขึ้นสบอย่างตะลึงพรึงเพริด

 

            "ไม่คิดว่าชิสึจังจะทักเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนะเนี่ย สมกับเป็นนาย โปรโตซัวยังแพ้เลย" คนชนะโปรโตซัวกัดฟันเงื้อหมัดอย่างสติแตก แต่คนยั่วประสาทกลับไม่คิดหลบอย่างที่เคย

 

            "ก่อนหน้านี้ฉันเมมฯเบอร์นี้ว่า 'แม่' " คำพูดนั้นทำให้ชิสึโอะชะงักงันก่อนที่อิซายะจะเว้นช่วงเล็กน้อยและเล่าต่อด้วยน้ำเสียงยียวนอย่างประชดประชัน "หลังจากนั้นก็ B-L-O-C-K-E-D บล็อกเบอร์ไปด้วยความรำคาญ และหลังจากวันที่ทำข้อตกลงบางอย่างที่คล้ายกับการทำสัญญากับแม่มด ฉันเลยเรียกยัยนั่นว่า 'ยัยแม่มด' "

 

            "ก็อย่างที่เห็น ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับชิสึจังเพราะว่าหม่ามี้ที่แสนดีของฉันร้องเรียกหาปัจจัยห้าอีกแล้ว " อิซายะเก็บมือถือลงที่เดิมในขณะที่ฝ่ายร่างสูงผมทองถึงกับลืมความคิดไปชั่วขณะหนึ่ง ร่างบางหันหลังทิ้งท้าย "มนุษย์มักถูกพันธนาการ และถ้าถูกผูกมัดจนเกินไปก็ต้องร้องขอความช่วยเหลือออกมา แต่ถ้าเป็นชิสึจังล่ะ จะร้องออกมาไหม" มันเป็นคำถามที่อิซายะถามตัวเองเมื่อเช้าซึ่งชิสึโอะไม่ตอบราวกับรับรู้ได้ว่านั่นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เดินไปได้สักพักฝีเท้าของคนถามก็ชะงักลงเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก

 

            ข้องใจ สงสัย ทั้งๆที่มันงี่เง่าเกินไป แต่อะไรบางอย่างก็กระตุ้นให้ถามคำถามต่อมา

 

            "แล้วถ้าฉัน... ถ้าฉันร้องขอความช่วยเหลือบ้างชิสึจังจะมาช่วยฉันไหม"

 

            บังเกิดความเงียบอยู่นานเมื่อชิสึโอะไม่ตอบคำถาม และเป็นฝ่ายอิซายะที่เดินจากไปเงียบๆ

 

            นั่นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ... หรือ?

 

 

            เวลาที่ต้องกลับบ้านเย็นหน่อยชิสึโอะมักเลือกใช้ทางลัดที่ต้องตัดผ่านสนามเด็กเล่น มันใกล้กว่าแต่เมื่อเป็นเวลากลางวันจะมีเด็กเล็กๆมาเล่นที่นี่ และพวกนั้นมักกลัวเขา ดังนั้นเวลาที่เด็กกลับบ้านเขาจึงเลือกทางนี้ และบางครั้งเขาก็มักจะพบเด็กบางคนที่กลับเย็นกว่าเด็กทั่วไป วันนี้เองก็เช่นกัน

 

            เสียงชิงช้าครวญครางแอดอาดเป็นจังหวะเคล้าเสียงอีการ้อง ยามเย็นที่แสงแดดสีส้มอันเงียบเหงาทาบทับเกิดเหงาดำทอดยาววังเวง ชิสึโอะเหลือบมองเด็กหญิงสองคนที่คนหนึ่งนั่งอยู่บนชิงช้าให้อีกคนไกวพลางตั้งใจจะเดินผ่านไปปกติ แต่ตอนที่เกือบจะเดินผ่านใบหน้าและเส้นผมสีนิลละเอียดนั้นก็เป็นสิ่งที่ร่างสูงอดพิจารณาไม่ได้

 

            เหมือน... ใครบางคน

 

            ชิงช้าหยุดลง ดวงตาสีคุ้นเคยจับจ้องมาที่ชิสึโอะอย่างจงใจ เขาหยุดสบตาพวกเธอสักพักก่อนจะตั้งใจเดินเลี่ยง แต่แล้วเด็กหญิงผมเปียสวมแว่นกรอบบางที่เป็นคนไกวชิงช้ากลับทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม

 

            "พี่ชายกลับจากโรงเรียนช้าอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอ" เขามองเด็กหญิงที่ไม่มีแววกลัวเขาเลยก่อนจะชั่งใจว่าควรตอบคำถามนั้นดีหรือไม่

 

            "...เปล่าหรอก"

 

            "ถ้าอย่างนั้นทำไมวันนี้กลับช้าจังเลยล่ะ" เด็กหญิงคนเดิมถามในขณะที่เด็กหญิงผมสั้นอีกคนซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันลุกขึ้นยืนราวกับไม่สนใจจะเล่นต่อ "ถูกครูทำโทษหรือ"

 

            "เปล่า" ชิสึโอะเผลอตอบ สายตาเด็กแฝดแปลกประหลาดทั้งสองเป็นประกายขึ้นพลางเอ่ยประโยคถัดมาพร้อมกัน

 

            "ถ้าอย่างนั้นพี่ชายก็มัวแต่วิ่งไล่โอริฮาระ อิซายะอยู่สินะ"

 

            อัสดงส่งเสียงวิเวก ณ นาทีนั้นทันใด ทั้งนกการ้องระงมสะบัดปีกเพื่อกลับรัง ทั้งสายลมอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ เงาสะท้อนสีทะมึนบนพื้นที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์สีส้ม อาบย้อมไปยังนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลของเด็กหญิงทั้งสองให้ดูเป็นอีกสี

 

            สีแดง

 

            เหมือนไอ้เห็บนั่น... เหมือนอิซายะ

 

            "ไม่แปลกหรอก!" เด็กหญิงผมเปียยิ้มร่าขัดภวังค์ของพี่ชายร่างสูงตรงหน้า "ใครๆก็อยากกระทืบพี่อิซาทั้งนั้น"

 

            "พวกเธอ..." เหมือนสมองโปรโตซัวจะเริ่มฉลาดขึ้นมาหน่อยอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงผิดคาดเหมือนกัน

 

            "อ้อ ลืมแนะนำตัวไป ฉันโอริฮาระ ไมรุ ส่วนนี่โอริฮาระ คุรุริ เป็นน้องสาวของโอริฮาระ อิซายะคนนั้นแหละค่ะ" ชื่อของโอริฮาระดังสะท้อนในหัวของชิสึโอะซ้ำไปซ้ำมากระตุ้นความหงุดหงิดที่กลายเป็นสัญชาตญาณอัตโนมัติหลังจากได้ยินชื่อนี้ แต่ความสงสัยอาจมีมากกว่าความหงุดหงิดเพราะข้อความที่เขาถือวิสาสะอ่านเมื่อกลางวันนั่น

 

            'ฉันให้เวลาแกโอนเงินมาให้ครบจำนวนจนถึงบ่ายสาม ถ้าเกินแม้แต่วินาทีเดียวคืนนี้น้องๆของแกจะไม่ได้นอนในบ้านหลังนี้แน่'

 

            เมื่อเห็นหนุ่มม.ปลายผมทองนิ่งไป ไมรุจึงเป็นฝ่ายเข้าเรื่องแทน "ฮั่นแน่ สนใจพวกเราแล้วใช่ไหมล่ะ แล้ว... สนใจอยากฟังเรื่องของพี่อิซาบ้างไหม ชิสึโอะซัง"

 

            เฮย์วาจิมะ ชิสึโอะเกลียดโอริฮาระ ชิซายะ เกลียดมากตั้งแต่เห็นใบหน้านั้นครั้งแรก ทั้งรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ การกระทำที่น่าขยะแขยง แต่เหตุผลของความเกลียดทั้งหมดอาจเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เขาเดินตามสองแฝดไปยังม้านั่งสบายๆในสวนสาธารณะซึ่งตอนนี้เสาไฟฟ้าเริ่มเปิดไฟให้แสงสว่างกันแล้ว

 

            "บ้านโอริฮาระแต่เดิมมีสมาชิกด้วยกันห้าคน พ่อ แม่ ฉัน คุรุริ แล้วก็พี่อิซา" ไมรุเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงเหมือนจะยืดยาวไปไกล ริมฝีปากเล็กนั้นไม่หลงเหลือรอยยิ้มยามเมื่อเริ่มต้นเล่าและมันก็ทำให้ชิสึโอะรู้โดยไม่ต้องใช้สมองคิดว่าเรื่องราวต่อไปนี้เป็นปมอดีตที่เจ็บปวดเพียงใด "ต่อมาพ่อก็หย่ากับแม่แล้วก็จากไป สมาชิกจึงเหลือเพียงสี่คน ช่วงนั้นเราไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไรเพราะพี่อิซาก็อยู่กับเราแต่ถึงอย่างนั้นคุรุริกับฉันก็รู้สึกได้ว่าพี่อิซาเปลี่ยนไป"

 

            ปัญหาครอบครัวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมสมัยนี้ แต่ชิสึโอะก็ยังคิดถึงภาพอิซายะ 'ก่อนหน้านี้' ไม่ออกอยู่ดี

 

            "ไม่ใช่แค่พี่อิซา แม่ก็ด้วย" เสียงนี้เป็นของคุรุริที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เด็กหญิงมองสบดวงตาสีน้ำตาลทองของร่างสูงกว่าก่อนจะปล่อยให้คุรุริรับหน้าที่เล่าต่อ "แม่โทษว่าเพราะเราพ่อถึงหนีไป แม่เสียใจ พร่ำเพ้อ เหมือนคนบ้า สุดท้ายก็เริ่มลงที่พี่อิซา"

 

            ผู้ฟังได้แต่เบิกตา คำพูดเมื่อกลางวันของอิซายะผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ 'ก่อนหน้านี้ฉันเมมฯเบอร์นี้ว่า 'แม่' หลังจากนั้นก็ B-L-O-C-K-E-D บล็อกเบอร์ไปด้วยความรำคาญ '

 

            "ฉันร้องไห้"

 

            "คุรุริร้องไห้"

 

            "เราทั้งคู่ออกมาจากห้องแล้วแอบฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทานข้าววันนั้น" ทั้งเริ่มเล่าด้วยดวงตาที่หม่นแสงลงไปเรื่อยๆจนน่ากลัว "พี่อิซาเสนอตัวออกไปจากบ้านแต่ให้พวกฉันได้อยู่..."

 

            'และหลังจากวันที่ทำข้อตกลงบางอย่างที่คล้ายกับการทำสัญญากับแม่มด ฉันเลยเรียกยัยนั่นว่า...'

 

            "แลกกับการจ้างผู้หญิงคนนั้นให้เล่นบทบาทเป็นแม่เราต่อไป"

 

            'ยัยแม่มด'

 

            ฟันขาวกัดกรอด ด้วยพลังมหาศาลทำให้เกิดเสียงลั่นเอียดอาด แผ่นหลังของอิซายะที่จากไปเมื่อตอนกลางวันผุดขึ้นมาหลังจากระลึกคำพูดบอกเล่ากลายๆนั้นได้ รู้แล้วว่าทำไมถึงชอบทำหน้าแบบนั้น รู้แล้วว่าทำไมถึงมีดวงตาแบบนั้น รู้ว่าทำไมไม่อยากสนิทชิดเชื้อกับใครเป็นพิเศษแต่กลับหลงรักมนุษย์อย่างเท่าเทียมแทน รู้ว่าทำไมถึงกระโจนไปในโลกมืดในฐานะของคนขายข่าว รู้แล้วว่าคำพูดตอนนั้นมันหมายถึงอะไร

 

            "แล้วถ้าฉัน... ถ้าฉันร้องขอความช่วยเหลือบ้างชิสึจังจะมาช่วยฉันไหม"

 

            "นี่ ชิสึโอะซัง" เจ้าของชื่อหลุดจากภวังค์ทันทีที่ไมรุเรียก ดวงตากลมโตของเด็กหญิงเรืองวาวทั้งๆที่ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้ม "ฉันเกลียดพี่ชายที่หนีเอาตัวรอดไปแบบนั้น กี่ร้อยกี่พันหนก็ไม่รู้ที่พวกฉันคิดจะหนีจากข้อตกลงของพี่กับนังแม่มดนั่น แต่เพราะว่ายังเป็นเด็กจะหนีออกจากบ้านทีไรก็โดนตำรวจจับกลับมาส่งที่บ้านทุกที"

 

            "...เจ้านั่นมันเห็นแก่ตัว" เขาพูดออกไป แต่ไม่ได้คิดสนับสนุนความคิดของเด็กหญิง สิ่งที่เขาพูดคือนิสัยดั้งเดิมของอิซายะ เจ้านั่นเป็นอย่างนั้นเสมอตั้งแต่รู้จักกันมา

 

            "ใช่ม้า~ น่าหมั่นไส้มากๆ" แม้ไมรุจะยอมรับแต่สีหน้ากลับทอดอ่อนลง "แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่อยากให้พี่อิซาเป็นอะไรไป ตอนนี้เรามีกันแค่สามพี่น้อง ไม่อยากให้เหลือสองคนหรอกนะ"

 

            "แล้วมันก็ทำให้ฉันถามว่า... พี่อิซาปกป้องเรา แล้วใครล่ะจะปกป้องพี่อิซา"

-------------------------------
TBC

ผลงานอื่นๆ ของ SDEndless

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. #12 tyur6555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 10:36
    อยากทราบว่าจะแต่งต่อไหมค่ะ
    อยากอ่านต่อ~~~
    เรื่องนี้สนุกมากอยากให้แต่งต่อ
    #12
    2
    • #12-1 SDEndless(จากตอนที่ 1)
      19 มิถุนายน 2563 / 18:50
      มีลิงค์พาร์ท2ท้ายตอนนะคะ
      #12-1
    • #12-2 tyur6555
      19 มิถุนายน 2563 / 19:46
      ขอบคุณค่ะ
      #12-2
  2. วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:03

    มีต่อไหมอ่าาา จะรอน้าาา
    #11
    2
  3. #10 Dre_am☆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 07:41
    งือออ มีต่อรึเปล่าฮะ
    ชิสุจังต้องไปปกป้องอิซานะะะ ฮรือออ
    #10
    0
  4. วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 08:51
    แงงง~ อิซาจังผู้น่าสงสาร ไม่ต้องห่วงนะ ชิสึจังต้องปกป้องเธออย่างแน่นอน T^T
    #9
    0
  5. #8 God of black Love ... MerQry!!! (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 19:35
    อิซาจังน้าสงสาร แงงงงงงงงงง ;-; มาต่อเร็วๆน่ะคะ สนุกมากเลยค่ะ!!!!!!
    #8
    0
  6. วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 22:21
    ไม่ต้องห่วงหรอกนะออิซายะ ^^ ชิสึจังจะปกป้องนายเอง ><
    #7
    0
  7. วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 22:04
    เศร้าอ่า ซายะจังช่างน่าสงสาร 
    ชิสึจังต้องปกป้องซายะจังนะ TT'
     

    แต่ในระหว่างนั่น ขอตัว...ไปจัดการยัยแม่มดแปป //นั่งลับมีด
    #6
    0
  8. วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 19:04
    เศร้าอ่า อิซายะ TT' โถ ชีวิต
    สู้เขานะ ชิสึโอะปกป้องอิซานะเฮ้ย
    #5
    0
  9. วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 19:03
    ใช่! ไปปกป้องอิซายะซะ!
    ช่างเป็นแม่ที่เลวจริงๆ เลย!
    #4
    0
  10. วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 15:13
    ชิสึจังก็จะต้องเป็นคนปกป้องอิซายะยังไงล่ะ *^*
    #3
    0
  11. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:18
    โอ...เป็นฟิคที่กระชากอารมณ์ดีแท้หนอ//ใช้แขนเสื้อซญับน้ำตาปลอม(??)

    ชิซึจัง...ชิซึจังก็ไปปกป้องอิซาจังสิจ๊ะ ไปปกป้องสิ ปกป้องซี่//วิ่งหนีตู้กดน้ำ
    #2
    0
  12. #1 Caline
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 13:12
    เศร้าใจเป็นที่สุดดดดดดดด
    #1
    0