นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[OS KNB] ทฤษฎีนิจิมุระซังหัวรุ้ง

"เออ เขาหัวรุ้งมาตั้งแต่เกิด" ความจริงที่น้อยคนนักจะรับรู้ของกัปตันทีมบาสเทย์โควคนปัจจุบันที่มีผมสีดำสนิทอย่างน่าประหลาด

ยอดวิวรวม

273

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


273

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 มี.ค. 63 / 15:25 น.
นิยาย [OS KNB] ɮչԨЫѧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคปั่นๆ กาวๆ แต่งแลกกันอ่านกับเพื่อน ว่าด้วยจะเป็นยังไงถ้านิจิมุระ ชูโซมีผมสีรุ้งตามนามสกุล!?

ไทม์ไลน์คือรุ่นปาฏิหาริย์ปีหนึ่งก่อนแข่งระดับประเทศ (ไฮซากิอยู่ชมรม คุโรโกะและคิเสะยังไม่มา ดราม่าไม่เกิด)

ฟิคคุโรบาสเรื่องแรก+ดูเมะจบไปนานมากแล้ว ;v; ใครอยู่ด้อมนี้เหมือนกันแวะมาทักทายได้นะคะ @Hi_ness_

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 มี.ค. 63 / 15:25


สำหรับชาวญี่ปุ่นทุกคน หากจะให้ยกชื่อสถาบันที่เป็นหนึ่งด้านบาสเกตบอลย่อมไม่พ้นมัธยมต้นเทย์โคว ด้วยศักยภาพและโปรแกรมเคี่ยวเข็ญในการซ้อมช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของทีมให้ยิ่งแข็งแกร่ง และหากจะให้พูดถึงข้อสังเกตในการแยกระหว่างผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรอง ทุกคนก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'สีผม'

จะด้วยเหตุผลอะไรก็มิอาจทราบได้ แต่ศีรษะผู้เล่นตัวจริงของเทย์โควล้วนคัลเลอร์ฟูลกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายขุม จะของชู้ตติ้งการ์ดที่มีสีเขียวแก่ พ้อยต์การ์ดสีบานเย็น เซ็นเตอร์ร่างยักษ์สีม่วงสด เอซทำแต้มหลักสีน้ำเงินเข้ม ผู้จัดการสีชมพูสดใส หรือแม้แต่คนที่ทั้งทีมลงความเห็นว่าจะไม่ใส่ชื่อมันในบัญชีตัวจริงก็ยังมีสีเทาอย่างเถ้าถ่าน เป็นที่สะดุดตาชนิดที่ว่าถ้าวันไหนเห็นรุ้งกินน้ำตอนฝนยังไม่ตกก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเจ้าพวกนี้กำลังเดินด้วยกัน

อย่าหยุดฝึกฝนหากคุณยังผมดำอยู่ กลายเป็นคำปลุกใจติดปากของโค้ชไปเสียแล้ว ทว่าพอๆ กับที่สมาชิกชมรมหน่ายใจกับม็อตโต้ไร้สาระนี้ กลับไม่มีใครหาเหตุผลมาแย้งได้สักคนว่าต่อให้ไม่ผมสีเหมือนเจ้าพวกนั้นก็ฝีมือฉกาจได้

กระนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่น้อยคนนักจะรับรู้

กัปตันเทย์โควคนปัจจุบันที่มีฝีมือทัดเทียมทั้งหกคนข้างต้นกลับมีผมสีดำสนิทอย่างน่าประหลาด

"นิจิมุระซังมองกระจกบ่อยนะครับ"

คำทักของรุ่นน้องดังแทรกความเงียบของบรรยากาศ เจ้าของชื่อสะดุ้งน้อยๆ นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว

เขากับอาคาชิกำลังเดินไปชมรมหลังเลิกเรียน ระหว่างทางเห็นคนแบกกระจกขนาดใหญ่เขาที่ติดนิสัยเช็กสีผมทุกครั้งที่มีโอกาสก็อดมองไม่ได้

"อะไรเล่า ก็คนมันอยากดูดี" นิจิมุระตอบเลี่ยงได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด กระทุ้งศอกแซวคนผมแดงที่มองมาด้วยสายตาราบเรียบ "ทำเหมือนเมื่อกี๊นายไม่แอบส่องสภาพตัวเองไปได้"

อาคาชินิ่งคิดไปครู่นึง ก่อนพยักหน้ารับไม่ทักท้วงอะไร "นั่นสินะครับ"

ข้างในยิมผู้เล่นชุดที่หนึ่งเต็มไปด้วยเสียงเดาะลูกบาส รองเท้าผ้าใบเสียดสีพื้นและเสียงโห่ร้องปลุกใจของพวกที่กำลังวอร์มอัพอย่างสนุกสนาน โมโมอิที่ยืนวิเคราะห์การเล่นอยู่ข้างสนามหันมาทักทายพวกเขาเสียงสดใส ยื่นแผนประจำวันให้กัปตันทีมตรวจดู นิจิมุระรับมันมาอ่านผ่านๆ ก่อนชี้แนะให้เพิ่มการฝึกในบางส่วน

"ว่าแต่เจ้าไฮซากิหายหัวไปไหนน่ะหา?" เขาร้องเรียกเจ้าตัวแสบที่โดดชมรมได้ไม่เว้นวัน มือก็เตรียมหักนิ้วกรอบแกรบเมื่อมองไปไม่เห็นหัวเทาๆ ในระยะสายตา ซึ่งโมโมอิรู้ดีพอจะแทรกขึ้นมาก่อนมีคนถูกฆาตกรรม

"ใจเย็นก่อนค่ารุ่นพี่ เขามาแล้วแค่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่"

"อ๋อ แล้วไป" คนเป็นกัปตันถอนหายใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปลากคอมันให้เสียเวลา รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศใกล้เข้ามาทุกทีก็ย่อมต้องฝึกอย่างจริงจังขึ้น เขาตรงไปที่ล็อกเกอร์เตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมใหญ่

ไฮซากิกับอาคาชิที่เข้าไปก่อนออกมาแล้วข้างในห้องจึงไม่มีใคร เขาหยิบเสื้อยืดและกางเกงออกมา เปลี่ยนเป็นรองเท้ากีฬาเช่นเคย ตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่างก่อนจะถึงเรื่องสุดท้ายซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

นิจิมุระเดินไปลงล็อกประตู ระหว่างทางกลับมาล็อกเกอร์ก็แกะตัวหนีบที่ติดศีรษะไปพลาง

ไม่ว่ายังไงก็ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด

วิกที่ถอดออกถูกเก็บเข้าไปในล็อกเกอร์อีกครั้ง มือคว้ากระจกพับขึ้นมาตรวจความเรียบร้อยทรงผมจริงๆ ของตน เดาะลิ้นเมื่อเห็นสีรุ้งเด่นเป็นหย่อมอยู่ตรงโคน เพิ่งย้อมไปไม่ถึงเดือนเองนะ น่ารำคาญจริงโว่ย

อย่างที่ทุกคนเข้าใจดี กัปตันของชมรมบาสเทย์โควมีนามว่านิจิมุระ ชูโซ อันมาจากตัวคันจิ 'นิจิ' ที่แปลว่า สายรุ้ง

เออ เขาหัวรุ้งมาตั้งแต่เกิด

เหมือนเจ้าพวกตัวจริงปีหนึ่งทั้งหลายที่มีสีผมตามนามสกุล ก็คงจะให้คนอื่นเห็นได้อยู่หรอกถ้ามันไม่ได้คัลเลอร์ฟูลเป็นวงล้อสี RGB ติดหนังหัวให้คนเหลียวหลังมองเป็นแถบๆ แบบนี้

ดังนั้นเพื่อชีวิตที่สงบสุข เพื่อจะได้เป็นคนธรรมดาไม่ถูกจับตามอง เขามีวิกประจำตัวมาตั้งแต่เด็ก วิกผมสีดำสนิทเหมือนมนุษย์ทั่วไปและปรับระดับให้แน่นได้เท่าที่ต้องการ มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก เขาไม่ต้องหวีผมตอนเช้าเพราะวิกอยู่ทรงเสมอ แถมไม่ต้องประโคมแชมพูบำรุงก็สวยเงางาม

อันนั้นน่ะเปลี่ยนแค่ปีสองปีครั้ง ก่อนเงินค่าขนมของเขาจะถูกถลุงไปกับยาย้อมผมดำตั้งแต่เข้าม.ต้น เพราะพอเล่นกีฬาเหงื่อออกร้อนตับแตกแต่ไม่ได้ระบายคือนรกขนาดย่อม ที่สำคัญเขาไม่อยากเสี่ยงวิ่งอยู่ดีๆ วิกปลิวเผยความจริงต่อประชาชี

กัปตันนิจิมุระถอนหายใจออกมาดังๆ กับชีวิตตัวเองก่อนจะหยิบสเปรย์มาพ่นย้อมโคนผมต่างหน้าไปก่อน

 

 

 

 

 

"เฮ่ย อ่านไรน่ะ"

"อย่าอยู่ๆ ก็คว้าไปสิฟระ!"

นิจิมุระเข้าห้องล็อกเกอร์อีกครั้งหลังซ้อมเสร็จเพียงเพื่อจะได้เห็นไฮซากิเจ้าเก่าเจ้าเดิมยื้อแย่งนิตยสารอยู่กับอาโอมิเนะ

โดยไม่ต้องไตร่ตรองเป็นครั้งที่สอง เขาง้างมือฟาดหลังหัวเจ้าตัวแสบไปหนึ่งป้าบเป็นการสั่งสอน "อั๊ก! เจ็บนะโว่ยนิจิมุระซัง!"

"บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าแกล้งเพื่อน ถ้ายังไม่เลิกสันดานนักเลงอีกนายได้ไปอยู่ชุดสามแน่" ผู้อาวุโสสุดในกลุ่มกอดอกเทศนาเสียงเขียว มือก็คว้าของกลางมาไว้กับตัว เอซผู้ถูกกระทำแอบแลบลิ้นปลิ้นตาลับหลังเมื่อผู้ใหญ่เข้าข้างแต่ก็กลับไปบีบน้ำตาเจี๋ยมเจี้ยมเมื่อนิจิมุระหันไปคืนของให้ "อยากอ่านของเขาก็ต้องขอเขาดีๆ สิ"

"ความจริงฉันซื้อเล่มนี้มาเพราะไมจังอยู่หน้าปกเท่านั้นแหละ" เด็กหนุ่มชี้ไปที่หญิงสาวผมตัดสั้นอกตู้มในชุดว่ายน้ำ ฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนร่วมทีม "แต่ถ้านายอยาก เรามานั่งอ่านด้วยกันก็ได้นะ"

"โห ซาบซึ้งใจเป็นที่สุดเลยว่ะ ไดกิ" ไฮซากิเองก็เผยยิ้มใสซื่อออกมาเหมือนกัน แต่ในฐานะกัปตันที่ดูแลทีมมาเป็นปี นิจิมุระสาบานได้เลยว่าเขาเห็นสายฟ้าฟาดอยู่ระหว่างดวงตาเจ้าพวกนั้น

ทั้งหน่ายใจและนึกขำไปพร้อมกัน นิจิมุระเปิดล็อกเกอร์ของตัวเอง พยายามบังไม่ให้ปีหนึ่งทั้งสองเห็นความลับที่ซุกซ่อนอยู่และเริ่มเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบนักเรียนตามเดิม เก็บชุดของวันนี้ใส่ถุงเพื่อไปซัก จัดแจงพับชุดใหม่สำหรับวันพรุ่งนี้ หูก็ฟังเสียงคุยเจื้อยแจ้วเป็นนกบนต้นไม้อย่างสบายอารมณ์

"หืม ลุคใหม่ของคิเสะ เรียวตะที่เรียนเทย์โควเหมือนเรา กระแสตอบรับดีเกินคาด"

"คิเสะ? ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อ ไหนขอดูหน้าหน่อยดิ๊-- สำอางเป็นบ้า แค่เห็นก็รู้สึกไม่ถูกโฉลกแล้ว"

"ไงก็เหอะเหมือนช่วงนี้เทรนด์ย้อมผมทองกำลังมาแรงแฮะ แต่คิเสะอะไรนี่ก็หัวเหลืองมาตั้งแต่เกิดแล้ว คงไม่นับ"

"ไอ้ที่เป็นเทรนด์น่ะคนหล่อต่างหาก ผมทองแต่หน้าปลาซัคเกอร์สาวที่ไหนจะแล"

ย้อมทองเหรอ?

คำพูดนั้นเหมือนจุดอะไรบางอย่างในตัวนิจิมุระ กัปตันทีมเหม่อมองรุ่นน้องทั้งสองที่ยังคงคุยอย่างออกรสทั้งที่ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

จริงด้วย บนโลกเรายังมีสีสันอีกมากมายที่ช่วยส่งเสริมรูปร่างหน้าตา แค่จะปกปิดเรื่องหัวรุ้งไม่เห็นต้องย้อมแต่สีดาษๆ อย่างดำสักหน่อย

ยังไงก็ต้องเสียเงินซื้อยาย้อมผมอยู่ทุกเดือน ไม่เห็นเป็นไรถ้าจะลองอะไรแปลกใหม่...ใช่ไหม?

"แล้วนิจิมุระซังไม่กลับบ้านเหรอ?" เสียงไฮซากิดังแทรกความคิด อาโอมิเนะที่นั่งอยู่ข้างกันก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย

คนอยู่ปีสองส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม "กัปตันเขาต้องกลับเป็นคนสุดท้ายสิ"

ทั้งที่พยายามใจดีด้วยแท้ๆ แต่ทำไมสองคนนั้นทำหน้าเหมือนกลืนข้าวบูดรีบเก็บของตัวเองปากก็พึมพำคำขอโทษตลอดล่ะเนี่ย

ไม่ได้ประชดซะหน่อย แค่ถ้าพวกนายอยู่ฉันจะใส่วิกได้ไงล่ะ...

 

 

 

 

 

สีรุ้งในรูปแบบของยาย้อมผมเรียงอย่างเป็นระเบียบข้างหน้านิจิมุระขณะเด็กหนุ่มไล่สายตาทีละกล่อง ริมฝีปากเม้มเน้นเหมือนทุกครั้งที่ใช้ความคิด เขาลองหยิบมาสักอันแต่ก็วางกลับไปอย่างรวดเร็ว ทำแบบนั้นซ้ำๆ กับอีกหลายกล่องจนกระทั่งพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่าย เป็นอะไรที่ตัดสินใจยากเกินคาด ก็แค่สีผมใหม่เองไม่ใช่รึไง

ก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนเลิกคิ้วประหลาดใจ เขายืนหน้าชั้นนี้มาจวนจะยี่สิบนาทีแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ความรีบเร่งเริ่มเข้ามาแทนที่ เขาต้องทำมื้อเย็นให้น้องชายน้องสาว ถ้ากลับบ้านมืดค่ำพวกเขาก็เป็นห่วงแย่ หรือจะยกเรื่องนี้ไปคิดวันหลังดี

แต่เสียเวลามาตั้งขนาดนี้แล้วก็เลือกๆ มันไปเถอะน่า นิจิมุระสะบัดหัวไล่ความกังวลมากมายที่ทำให้เสียสมาธิ หยิบสองสีที่เบสิกสุดในการย้อมมาพิจารณา

น้ำตาลช็อกโกแลตหรือบลอนด์ทอง มือขยี้ผมตัวเองอย่างหนักใจ จ้องเขม็งไปที่ทั้งสองกล่องสลับกันไปมา ถ้าเป็นน้ำตาลก็จะคล้ายสีผมธรรมชาติของหลายคนคงจะช่วยให้กลมกลืนไม่โดดเด่นขึ้นมา แถมบลอนด์กับหน้าเขาคงดูตลกพิกล

แต่พอคิดว่าจะย้อมทั้งทีถ้าไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนแล้วจะย้อมทำไม

ไว้โอกาสหน้าเถอะนะ เขาจำใจวางสีน้ำตาลกับชั้นไปก่อน ถือสีบลอนด์กลับไปต่อแถวคิดเงิน อ่านฉลากซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเป็นอันตราย เขาเคยใช้ยี่ห้อนี้มาก่อนแล้วเพราะงั้นไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ระคายเคือง จากนี้ก็ได้แต่หวังว่าผลลัพธ์จะออกมาโอเค

ข้าวผัดยังอร่อยเหมือนทุกวัน เด็กๆ ก็ยังหลับตาพริ้มแต่หัวค่ำเหมือนทุกวัน

ห้องน้ำเหมือนผ่านสงครามโลกมาแต่นิจิมุระไม่จำเป็นต้องสนเท่าไรนัก รอยยิ้มตลกตัวเองผุดขึ้นมาบนหน้า ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งเขาก็ยังห่วยด้านนี้ไม่เปลี่ยน ทิชชู่และคลิปหนีบผมวางสะเปะสะปะทั่วเคาท์เตอร์เช่นเดียวกับผ้าขนหนูที่ทิ้งรอยสีจางๆ เอาไว้ หลอดย้อมกึ่งถาวรถูกบีบจนหมดถูกทิ้งไว้มุมข้างล่างกระจก ถึงแม้นิจิมุระจะพยายามระวังที่สุดแล้วเสื้อยืดก็ยังเปื้อนสีบลอนด์อยู่ดี เด็กหนุ่มฮัมเพลงสบายใจระหว่างเริ่มทำความสะอาด ตอนนี้สามารถใช้ห้องน้ำได้เท่าที่ต้องการและความเงียบของยามค่ำคืนช่วยให้ผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด

นิจิมุระใช้ผ้าชุบน้ำขัดรอยเปื้อนของเคาท์เตอร์หลังทิ้งขยะลงถัง เมื่อห้องน้ำกลับสู่สภาพปกติผมเขาก็แห้งไปกับสีใหม่ของมันเรียบร้อย เขาหันดูหลังหัวและด้านข้างผ่านกระจก ไม่เหลือเค้าสีดำแม้เพียงนิด มันออกจะเป็นบลอนด์ที่ตุ่นไปสักหน่อยแต่ถ้าย้อมเป็นประจำก็จะดูดีขึ้นเอง

นี่เพิ่งสามทุ่มครึ่งและเขาจัดการเรื่องหลักเสร็จก็ได้เวลาวางแผนสำหรับอนาคต หยิบปากกาแดงขึ้นมาวงวันที่ต้องย้อมคราวต่อไป เขาใช้สีจนหมดแล้วต้องเตรียมซื้อกล่องใหม่ก่อนผมจะยาวขึ้น ทีมบาสเทย์โควอยู่ในระหว่างการแข่งเพื่อเข้าสู่สิบหกทีมสุดท้ายเพราะงั้นรอบชิงก็อีกไม่เกินสามสัปดาห์ จำเป็นต้องเคลียร์การบ้านที่คั่งค้างอยู่ทั้งหมด จากนี้จะซ้อมจนอยู่เย็นกว่าเดิม หนักกว่าเดิมและจริงจังกว่าเดิม

นิจิมุระเปิดโน้ตบุ๊คเริ่มจัดการงานใหญ่อย่างมีแรงฮึด ปีนี้เขาได้พวกรุ่นน้องฝีมือดีมาตั้งห้าหกคนตำแหน่งแชมป์อาจจะไม่ยากเย็นจนหืดขึ้นคอแบบปีที่แล้วก็ได้

 

 

 

 

 

"อย่างที่โมโมอิแจ้งพวกนายไป จากนี้เราจะเพิ่มการฝึกเป็นสองเท่า เน้นซ้อมทีมเวิร์คเป็นหลักส่วนพวกชู้ตติ้งการ์ดต้องเพิ่มระยะให้ไกลขึ้น พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดต้องรีบาวด์ให้ดีขึ้น"

จ้อง

"แบ่งเป็นสองทีมคละทั้งตัวจริงตัวสำรอง เล่นสี่สิบนาทีเต็มมีพักระหว่างควอเตอร์เหมือนแข่งจริง ฝั่งที่แพ้จะต้องอยู่ทำความสะอาดโรงยิม"

จ้อง...

"จะเป็นแบบนี้ไปจนกว่าเราจะคว้าแชมป์ระดับประเทศ ใครหน้าไหนกล้าโดดซ้อมก็ดูสภาพเจ้านี่ไว้ซะ ทักทายเพื่อนๆ สิ"

"หวัดดีคับ"

จ้อง......

ขนาดลากคอไฮซากิที่โดนอัดยับมาแล้วยังไม่โต้ตอบอะไรกันสักนิด นิจิมุระยกมือขึ้นนวดขมับ วันนี้สายตาสมาชิกทุกคนดูจะจับจ้องมาที่เขาอย่างผิดปกติ ทั้งบางคนที่มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งบางคนแก้มพองแต่กลั้นขำไว้หน้าเขา

"โอเค มีใครมีอะไรสงสัยไหม?"

"..."

"ฉันถามว่ามีใครมีอะไรสงสัยไหม?"

ขนาดนี้แล้วมีอะไรในใจก็ใส่มาเลย เขาไม่ใช่ยักษ์ใช่มารที่ไหนสักหน่อยมาเกร็งอะไรกันอยู่ได้

อาโอมิเนะทำท่ายกมือขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะโดนมิโดริมะกระทุ้งศอกเข้าเต็มอก

"นั่น อาโอมิเนะถามมาได้เลย!"

คนผมเขียวถอนหายใจเมื่อรุ่นพี่จับสังเกตได้ทันแต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย

"ผมแค่อยากรู้ว่า..." เอซของทีมดูจะยังไม่มั่นใจเท่าไรนัก เขาหันขอความเห็นจากคนรอบตัวซึ่งพากันหลบสายตา มีเพียงอาคาชิที่พยักหน้าให้ราวกับเป็นการอนุมัติจากเบื้องบน "อะไรดลใจให้รุ่นพี่ทำผมสีนั้นครับ?"

ตรงไปแล้วโว่ย!!!

ขณะที่ทุกคนหันมาถลึงตาใส่อาโอมิเนะ เจ้าตัวก็หน้าแหยกลับอย่างจะบอกว่าตอนโดนก็ไม่ช่วยทีงี้ล่ะมาโทษเขา

นิจิมุระกะพริบตา เขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าดูแปลกๆ แต่มันแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ

หันไปหามุราซากิบาระที่ยืนหาวไม่รู้ร้อนรู้หนาวท้ายสุดของแถว "หืม? เหมือนมันฝรั่งต้ม"

ผู้จัดการโมโมอิที่อยู่เคียงข้างพยายามยิ้มให้กำลังใจ

"เป็นสีที่...น่าสนใจดีครับ" นั่นมาจากมิโดริมะ

อาคาชิเองก็ลงความเห็น "ให้ความรู้สึกคนละแบบกับตอนที่เป็นสีดำเลยครับ"

"หา?"

"ผมหมายถึงคุณดูต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด"

เกาหลังหัวทองๆ ของตัวเองอย่างละเหี่ยใจ นิจิมุระกระแอมก่อนจะเอ่ยแก้ "สีพื้นดำ ย้อมวันแรกมันก็แปลกๆ แบบนี้แหละ นานเข้าเดี๋ยวก็หล่อเอง"

"นิจิมุระซังดูจะรู้เรื่องนี้ดีนะครับ"

ที่รู้ดีน่ะมันนายต่างหาก...เขาเผลอหรี่ตาใส่รุ่นน้องหัวแดงที่ชอบพูดเหมือนกุมความลับของทั้งโลกเอาไว้ "ช่างเขาให้ข้อมูลก็ต้องหัดจำไว้บ้างสิ นี่เรื่องใหญ่นะ เอาสารเคมีมาใช้กับหัวน่ะอันตรายจะตาย"

อาคาชิยิ้มบางเบา ซึ่งนิจิมุระรู้สึกขนลุกซู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ "นั่นสินะครับ อย่าใช้บ่อยจะดีกว่า"

 

 

 

 

 

นิจิมุระกลับบ้านมาด้วยสภาพราวกับศพเดินได้

ลงเล่นไปมากกว่าสามสิบนาทีแถมฝั่งเข​าแพ้เลยต้องขัดพื้นโรงยิมซะเงาวับ กว่าจะถึงบ้านฟ้าก็มืดเสียแล้ว คนอาวุโสสุดในบ้านพึมพำว่ากลับมาแล้ว ขนาดน้องๆ ที่เขาดูแลยังออกมาต้อนรับด้วยสายตาเป็นห่วง นิจิมุระบอกแค่ว่าให้อุ่นกับข้าวที่ซื้อมา ส่วนเขาจะไปจัดการโปรเจคใหญ่ของโรงเรียนก่อน

เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนรอบชิงซึ่งคราวนี้ดันมาตรงกับโกลเด้นวีคที่เป็นวันหยุดยาวพอดี ไอ้เขาก็ไม่ใจร้ายพอจะไปเรียกซ้อมรวมวันที่รุ่นน้องควรจะได้อยู่กับครอบครัวหรอก ก็ได้แต่หวังว่าพวกนั้นจะไม่ประมาทฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ แถมตัวเขาเองจะได้เคลียร์การบ้านอย่างจริงจังเสียที เดดไลน์ไฟล์งานคือก่อนวันแข่ง ถ้าตั้งใจทำเสร็จเร็วก็อาจจะทันซ้อมชู้ตที่สนาม

โอเค ลืมไอ้ที่เคยวางแผนมาก่อนหน้านี้ไปให้หมด

นิจิมุระฟุบหน้ากับโต๊ะเขียนหนังสือเวลายี่สิบสามนาฬิกาของคืนก่อนรอบชิง มือที่สั่นไหวจากการปั่นงานอดหลับอดนอนกดคลิกส่งไฟล์ที่ทันกำหนดอย่างเป็นปาฏิหาริย์ ไม่ไหว เขาไม่ได้เดาะบาสมาตลอดโกลเด้นวีคและรอบชิงระดับประเทศคือวันพรุ่งนี้ ถ้าแพ้ขึ้นมาจะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

ลากสังขารอันไม่เที่ยงไปปิดไฟก่อนล้มลงกับเตียงนุ่ม ข่มตาหลับอย่างยากลำบาก ความกังวลยังรบเร้าจิตใจ เขาไม่อยากแพ้เลยสักนิด คติพจน์ของเทย์โควคือชัยชนะและเขายังไม่พร้อมถ้าทั้งทีมจะถูกย้ายไปอยู่ชุดสองแทน

...

......

.........

............

...............

โทรศัพท์หัวเตียงสั่นปลุกคนที่ยังพักผ่อนไม่เต็มอิ่มดี นิจิมุระคว้ามันมารับสายอย่างงัวเงีย นึกสงสัยว่าใครกันที่มีธุระกับเขาแต่หัววัน

"นิจิมุระซัง อรุณสวัสดิ์ครับ"

อ้อ อาคาชินี่เอง "โทรมามีอะไร"

"ใกล้ถึงรึยังครับ ตอนนี้พวกเราวอร์มอัพกันอยู่ อีกสิบนาทีจะเริ่มแข่งแล้ว"

นิจิมุระกระเด้งตัวขึ้นนั่ง รู้สึกตื่นเต็มตา นัดชิงชนะเลิศระดับประเทศ เขาตื่นสายในวันที่ไม่สมควรที่สุด! "ฉัน-- ฉันยังอีกนาน นายเอาคนอื่นลงไปก่อนเลย" คนเป็นกัปตันทึ้งหัวตัวเอง หันไปหันมาอย่างร้อนรน เขาจะไปทันควอเตอร์แรกได้ไงกัน

"เรื่องนั้น คือว่า..."

จากบ้านไปสนามแข่งก็สิบห้านาที ต้องตัดเรื่องไม่จำเป็นออก ใช่ อาบน้ำ...แปรงฟัน...ข้าวเช้าไม่ได้ เดี๋ยวเป็นลม

"ไฮซากิป่วยน่ะครับ เราต้องเอาตัวสำรองลงแทน"

"ว่าไงนะ!?"

นี่รอบชิงนะโว่ยยยยยยยยย!!!

"ฉันจะรีบไปให้เร็วที่สุด แค่นี้นะ!"

เหลือแค่เปลี่ยนชุด หาแซนด์วิชในตู้เย็นแล้วรีบขึ้นรถไฟใต้ดินไปสนามแข่ง

ดีที่เขาเตรียมชุดไว้แล้ว นิจิมุระถอดชุดนอนตัวเองแล้วขว้างมันไปบนพื้นแถวนั้น

คว้าเสื้อเบอร์สี่และกางเกงมาใส่ ระหว่างกระโดดหยองแหยงใส่ถุงเท้าตาก็เหลือบไปเห็นกระจกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ผมของเขา มีสีรุ้งโผล่มาตรงโคน

เขารีบเปิดลิ้นชักก่อนแทบจะกัดลิ้นตายไปตรงนั้น ลืมซื้อสเปรย์ย้อมบลอนด์ตุนเอาไว้!

จะวิ่งไปซื้อก็ไม่มีเวลา จะใส่วิกดำก็อับชื้นไม่มีสมาธิเล่นอีก หรือจะแถไปว่าอยากย้อมสีรุ้งตรงโคน นั่นยิ่งไปกันใหญ่

นิจิมุระร่ำๆ จะไมเกรนขึ้นอยู่รอมร่อตอนที่ไอเดียอันบรรเจิดผุดวาบขึ้นมาในหัว

มายองเนส

...ใช่แล้ว มายองเนส

 

 

 

 

 

โมโมอิ ซัทสึกิวิ่งเข้ามาต้อนรับแชมป์ระดับประเทศทั้งหลายเสียงเริงร่าแต่ไกลมือก็หอบข้าวกล่องเพิ่มพลังมาให้ทุกคน แต่ถึงแม้จะไม่มีใครรับไว้เธอก็ยิ้มแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่มีสีหน้าแห่งความภาคภูมิใจไม่ต่างกัน

"วันนี้นิจิจินจริงจังเป็นพิเศษ ว่าแต่ซัทจินไม่ได้ซื้อไมอุโบมาเหรอ?"

"อ๊ะ นี่จ้ะมุคคุง เก่งแบบนี้ยกให้ทั้งกล่องเลย! แมทช์นี้ทุกคนท็อปฟอร์มมาก สมรางวัลเลยล่ะ"

"ฉันเกือบซื้อลัคกี้ไอเท็มไม่ทัน ข้อเสียของการแข่งภาคเช้าซะจริง"

"ต่อให้พูดงั้นนายก็ชู้ตลงทุกลูกนี่! นิจิมุระซังเจ๋งเป็นบ้า แข่งคราวหน้าผมจะต้องทำแต้มเยอะกว่าคุณให้ได้-- อะ อ้าว"

รุ่นน้องทั้งหลายหันไปมองกัปตันทีมที่เดินนำไปประตูทางออกโดยไม่พูดอะไร วันนี้นิจิมุระซังแปลกไปจริงๆ มาสนามตอนควอเตอร์ที่สอง ทำคะแนนคนเดียวไปตั้งสามสิบกว่าแต้มแถมไม่โดนสตีลเลยสักครั้ง เหมือนอยู่ๆ เขาก็ตั้งสมาธิมีลำแสงไฟเป็นสายออกมาจากตา...!

โมโมอิสรุปเสียงหนักใจ "แบบนี้คงไปเลี้ยงฉลองด้วยไม่ได้แล้ว งั้นเรายกยอดไว้วันอื่นก็แล้วกัน"

มิโดริมะเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ถึงเขาจะไม่มีวันยอมรับว่าอยากฉลองกับเพื่อนก็ตาม

"เขามีธุระอะไรรึเปล่า ดูจะรีบมากนะนั่น" อาโอมิเนะหันไปถามคนที่สนิทสนมกับรุ่นพี่มากที่สุด

"ไม่รู้สิ" อาคาชิยกยิ้มขำขัน "กลับบ้านไปสระผมมั้ง"

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฟิคที่เพื่อนเราแต่งนี่เลยค่ะ โปรเจคเดียวกันคือพี่รุ้งหัวรุ้ง --- 「KNB • Kuroko no Basket」 V I B R A N T .˚♞ (OS)

ผลงานอื่นๆ ของ Heinewriter1313

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 rakmu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 08:21
    ขำมากค่ะ555555555555
    #3
    0
  2. วันที่ 24 เมษายน 2563 / 12:38

    ตลกมากๆเลยค่ะ55555 เอามายองเนสย้อมผมเนี่ยนะ5555

    #2
    0
  3. #1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:44

    โอ้ยยยย....ฟิคนี้บังเทิงมากค่ะ ขำตั้งแต่ต้นยันจบ ตอนนี้ยังขำค้างอยู่เลยยน 😂😂😂
    #1
    0