Yaoi : กั้นรัก

ตอนที่ 27 : >> 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ก.ค. 58

หลังจากค่ายอาสาปลูกป่าจบไป พวกชาวค่ายก็ไม่ได้พักหายใจหายคอไปกับการได้รายงานจำนวนเท่ากับวิชาลงทะเบียนเรียน ไม่ว่าจะลำดับชั้นปีไหนเอกใดก็ตามต้องเจอกับสภาพสุดโหดนี่โดยถ้วนหน้าไม่มียกเว้น และจะยิ่งโหดหินหนักเข้าหากเป็นกลุ่มเด็กกิจกรรมที่อาจารย์จำหน้าได้ เพราะต้องแบ่งเวลาไปช่วยเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ที่คณาจารย์ไหว้วาน ถ้าทำฟรีคงมีโวยไปแล้ว แต่พอได้เบี้ยเลี้ยง เหล่านิสิตทั้งหลายจึงยอมหุบปากเงียบทำไปแต่โดยดี



อเนกภพและกรวิทย์ หรือ เหนกและเต้ และกลุ่มเพื่อนผู้เป็นที่รู้กันทั้งปีสามเอกอังกฤษว่าเป็นกลุ่มกิจกรรมที่ทั้งเอกสามารถผลักภาระทำงานนอกเหนือการเรียนให้ได้ ตอนนี้ก็กลายเป็นกรรมกรจำเป็นช่วยจัดบอร์ดวิชาการอยู่ในห้องประชุมคณะมนุษยศาสตร์ ที่จริงไม่ได้มีเพียงงานจัดบอร์ดเท่านั้น งานประชาสัมพันธ์ผ่านทางเอกสารและโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ หรือการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย ประสานงานกับเอกอื่น ๆ และจัดทำรายงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวนิสิตเลยก็เป็นงานที่กลุ่มนี้รับมาทั้งนั้น แลกกับเบี้ยเลี้ยงจำนวนไม่น้อยทำให้หลาย ๆ คนต้องอิจฉา แต่พอเห็นพวกนี้หัวฟูตาโหลไม่ได้หลับได้นอนแทบทุกวันก็ไม่สามารถมีใครเอ่ยปากอิจฉาได้อีก



นอกจากเอกอังกฤษก็ยังมีคนจากเอกอื่น ๆ มาทำกิจกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะชั้นปีใดก็ตาม และนี่ก็เป็นโอกาสดีที่อเนกภพจะได้เจอกำปั่น ถึงจะได้แค่มอง.. อยากจะด่าคนจัดโซนว่าทำไมต้องให้เอกอังกฤษอยู่ไกลจากเอกศาสนาด้วย แต่เออ มาคิดอีกทีจะอยู่ไกลกันชิบหายก็ไม่แปลกหรอก..


เอกที่อยู่ใกล้กับโซนเอกอังกฤษคือเอกญี่ปุ่นและเอกไทย ซึ่งจะได้เห็นปีสามและปีสองหน้าเดิม ๆ มาทำกิจกรรมวิชาการกันอยู่ การขอยืมกรรไกร แม็ก สก๊อตเทป ฯลฯ หายแล้วหาไม่เจอเกิดขึ้นเสมอ ในขณะที่พวกปีสองหน้าเดิมและปีหนึ่งหน้าใหม่ที่ถูกเกณฑ์มาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ลงมือจัดบอร์ดกันอยู่ พวกปีสามก็ยืนคุมบ้าง ถ่ายรูปบ้าง สร้างความกดดันให้น้องบ้างตามแต่จะศรัทธา



“กูขอแวบแป๊บนะ” เหนกเอ่ยปากขึ้นหลังจากเห็นว่าไม่มีงานต้องใช้สมองแล้ว ทำเอาเพื่อนในกลุ่มที่รุมมองหน้าจอโน้ตบุ๊คอยู่หันมามองหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน



“มึงจะไปหากำปั่นเหรอ เหี้ยว่ะ” เป็นคำด่าออกจากปากต๋งที่เป็นคนนั่งคุมเครื่องหลุดมาคนแรก ตามด้วยคำด่าทำนองเดียวกันจนครบแก๊ง



“เดี๋ยวนี้อู้นะไอ้เหนก”



“แม่งความรักบังตา ปล่อยมันเหอะ”



“หนีงานไปหาแฟนนะมึงจำไว้เลย”



“กูฝากซื้อชาเขียวขวดนึงดิ” เหมือนอันนี้จะไม่เกี่ยวเท่าไหร่



“พวกมึงด่ากูน้อย ๆ หน่อยพ่อพวกมึงก็ไม่ตายหรอก ห่า..” ด่ากลับแล้วบ่นอุบอิบในคอเล็กน้อย ก่อนเหนกจะผละไปโดยไม่สนเสียงหัวเราะไล่หลังมา ไอ้พวกเพื่อนเวรนี่ จำได้ว่าตอนพวกมันมีแฟนก็ไม่ได้แซวเสียคนแบบนี้เลยนะเว้ย.. แค่วันละสามครั้งระหว่างมื้ออาหารเข้าเรียนเลิกเรียนทุกวิชา ทุกครั้งที่มันโทรหาแฟนเอง เขาและกำปั่นยังไม่ได้เป็นแฟนสักหน่อยแซวอยู่ได้..



ใช่ เหนกและกำปั่นยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน



หลังจากกลับจากค่ายก็ติดต่อกันและเจอหน้ากันแทบทุกวัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องสถานะ ณ ปัจจุบันให้มันชัดเจนไปเสียที สำหรับเหนกเองจะเรียกว่าไม่กล้าก็ได้ เพราะเมื่อกำปั่นบอกปัดมาครั้งหนึ่งแล้วเขาก็ไม่มีหน้าไปเลียบเคียงถามอีก เดี๋ยวเจ้าหนุ่มผมฟ้าจะคิดว่าเขาตื๊อจนน่ารำคาญไปเสียก่อน ทั้งที่ก็อยากรู้ใจจะขาดว่ากำปั่นคิดแบบเดียวกับเขาหรือเปล่า แต่มันก็ไม่กล้าถามออกไปเสียทีจนชักรำคาญตัวเอง



ทำไมเวลามีความรักทำให้คนอ่อนแอลงขนาดนี้..



แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น อเนกภพก็ยังใจกล้าหน้าด้านวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่โซนเอกศาสนาปรัชญา ที่มีกลุ่มคนจัดบอร์ดน้อยกว่าเอกอังกฤษสักครึ่งหนึ่ง ไม่รู้ว่ายังไม่มากันหรือกลุ่มกิจกรรมมีน้อย เพราะดูจากปี 3 พวกเด็กกิจกรรมก็ไม่ค่อยมีมาจากเอกศาสนาเท่าไหร่ แม้ปี 2 จะเยอะก็ตาม



กำปั่นกำลังหยิบกระดาษที่พวกปี 1 ตัดเสร็จแล้วขึ้นยิงแม็กที่บอร์ดอยู่ ภาพกำปั่นยืนหันหลังแต่ยังหัวสีฟ้าสว่างยิ่งกว่าหลอดฟลูออเรสเซนส์ก็ทำให้ระบุตำแหน่งได้ทันที หนุ่มปี 3 เอกอังกฤษผู้เป็นพี่ว้ากทำรุ่นน้องที่จำได้งงงวยว่าพี่มาว้ากเหรอคะออกเสียงเรียกเบา ๆ เมื่อเข้ามาระยะห่าง 2 เมตร



“..ปั่น !” เป็นเสียงที่จะมั่นใจก็ไม่สุดจะไม่มั่นใจก็ไม่เชิง ซึ่งเจ้าของชื่อก็หันขวับมาทันที



“อ้าวพี่เหนก มาไงครับนั่น” ใบหน้าใต้แว่นเรแบนหันมามองงง ๆ ก็เจอกับใบหน้ายิ้ม ๆ ของคนที่มาหา เมื่อมองข้ามไหล่ไปจะเห็นพวกแก๊งเพื่อนเหนกกำลังซุบซิบปนหัวเราะอยู่ที่โซนเอกอังกฤษไกล ๆ เห็นได้ชัดว่าแซวอย่างไม่ปิดบัง แถมยังโบกไม้โบกมือให้กำปั่นด้วย โดยเฉพาะพี่ตัวเล็กใส่แว่นทำมือเป็นรูปหัวใจส่งมาให้อย่างกวนตีน..



“อ้าวก็ เดินมาสิปั่น” ไม่ได้ตั้งใจกวนแต่อย่างใด “งานเป็นไงมั่ง ของเอกพี่ยังไม่ถึงไหนเลย” จริง ๆ แล้วไปได้เยอะแต่กลัวพูดไปจะมีการเปรียบเทียบ “เย็นนี้ว่างมั้ย ไปกินข้าวกัน นะ” ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในที่สาธารณะคงมีจับมือไปแล้ว แต่การแสดงออกของเหนกทำให้ไม่อาจหลุดรอดสายตาน้อง ๆ สาววายที่นั่งทำงานอยู่บนพื้นได้



“อ่อ ได้สิครับพี่” ว่าจบกำปั่นก็ยิ้มร่าออร่าฟลอร่าพริ้งกระจาย แล้วหันไปยิงแม็กกับบอร์ดต่ออีกนิด ก่อนจะหันกลับมาคุยกับเหนกต่อ “พี่เหนกอยากกินไรเป็นพิเศษป้ะ” ระหว่างพูดไปยิ้มไปสายตาหลังเรแบนก็มองรุ่นพี่หนุ่มไม่วางตา และเพราะมัวแต่มองเหนกเลยไม่ทันเห็นกลุ่มแซวเบื้องหลังนู้น



“อยากกินที่ปั่นอยากกินน่ะ” หนุ่มรุ่นพี่ก็ยิ้มกว้างไม่แพ้กันเหมือนโลกนี้มีเพียงเราสอง “แต่วันนี้พี่เลิกเย็นหน่อย มีเฉลยสายเทคของเอกพี่ ปั่นรอซักหกโมงได้มั้ย” พูดพลางเอื้อมมือไปแตะแขนกำปั่นอย่างอดไม่ได้ ความจริงจะส่งไลน์ไปคุยก็ได้แต่พอได้เจอตัวจริงมันก็อยากจะคุยตรงหน้ามากกว่า


กำปั่นหันมองมือที่มาจับแขน เงยขึ้นยิ้มให้พลางตะปบมือทับมือเหนกอีกทีบีบเบา ๆ “รอได้ครับ ไว้อยากกินอะไรผมขอไปนึกก่อนละกัน” แล้วก็ค่อย ๆ ปล่อยมือออกเหมือนไม่อยากจะปล่อยเท่าไหร่ การกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาผองเพื่อนกำปั่นที่ต้องทนเก็บอาการไม่กรี๊ดให้สองหน่อที่แผ่บรรยากาศโลกของสองเราออกมารู้ตัวเป็นการขัดคอ



“งั้นถ้าปั่นไม่ได้ไปไหนก็ เอาไงดี รอพี่ที่ท่าน้ำ.. เอ้ย รอพี่ที่โต๊ะหินอ่อนแถว ๆ ห้องกระจกนะ เสร็จแล้วจะออกมาหา” ตอนนี้มือทั้งสองกุมกันแล้ว ทำเอารอบตัวมีออร่าสีชมพูอมม่วงจนชายแท้แถวนั้นเริ่มเหงื่อตก แล้วดูท่าจะไม่หยุดปล่อยง่าย ๆ ถ้ามีคนเข้าใจว่าเป็นแฟนกันแล้วก็คงไม่ผิด



“ผมจะรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวัน… เอ้ย รอพี่ที่โต๊ะด้านนอกแล้วกันนะครับ” นี่ก็รับมุก และยังไม่เลิกส่งสายตาหวาน ๆ หลังแว่นให้เหนก ร้อนถึงเมษ เพื่อนซี้ในกลุ่มของกำปั่นที่มองบรรยากาศสีชมพูฟุ้ง ๆ นั่นด้วยสายตาคนมีสติสัมปชัญญะที่ดี ต้องเข้าไปสะกิดกำปั่นให้รู้ตัว



“ไอ้ปั่น มือ มือ…” สะกิดไม่สะกิดเปล่าดึงแขนเสื้อกำปั่นออกมานิดด้วย โชคดีที่คินนี่ เพื่อนสาวทางเลือกไม่ได้อยู่ด้วยไม่งั้นคงมีแซวจนห้องประชุมรู้กันหมด



“หา หืม? เอ๊ะ เอ้อ โอเค ๆ...” พอโดนสะกิดนั่นแหละกำปั่นถึงจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปต่อหน้าประชาชี รีบปล่อยมือออกจากมือเหนกมาลูบท้ายทอยยิ้มแหะ ๆ ทำเนียนอย่างไม่ค่อยจะเนียนแทน ซึ่งเหนกก็ได้ยินเสียงรุ่นน้องเพื่อนปั่นเตือนก็รีบปล่อยมือมายืนเก้อเช่นกัน



“โทษที ๆ..” คำนี้เหนกพูดกับเมษมากกว่า “งั้นตกลงนะ เดี๋ยวพี่ออกมาหา--”



ยังพูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงโวยวายมาจากทางขวาของโซนศาสนาปรัชญา ซึ่งเป็นโซนของเอกจิตวิทยา จนทำให้ทุกเอกต้องหันไปมองว่ามันเล่นไรกันวะเสียงดังชะมัด



ภาพที่ปรากฎคือรุ่นน้องหนุ่มใส่แว่นกำลังส่งเสียงแว้ด ๆ ไม่พอใจใส่รุ่นพี่ที่เป็นพี่ว้ากคนหนึ่งในปีนี้ซึ่งก็คือโต้นั่นเอง เสียงของรุ่นน้องแว่นนามพิชที่กำลังโวยอยู่พอจะให้สมาชิกโซนศาสนาปรัชญาจับใจความได้ว่าพี่เลิกมายุ่งกับผมสักที ซึ่งโต้ก็ทำหน้าตาย ๆ ไม่สะทกสะท้านเหมือนปกติ แถมยังทำท่าจะวุ่นวายให้รุ่นน้องที่ทำท่าจะยันตีนใส่ได้ทุกเมื่อชะงักหนีไป



พอสายตาของอดีตเฮดว้ากหมาด ๆ เห็นอดีตสมาชิกงี่เง่าที่เกือบทำห้องเชียร์เงิบเพราะเล่นมุกไม่ดูเวล่ำเวลาเข้า แล้วยังคดีเดิม ๆ อีก น้องคนเดิมอีกต่างหาก ต่อมผดุงความยุติธรรมและความถูกต้องก็ทำงานทันที



“เดี๋ยวพี่มานะปั่น..”



สิ้นคำสั่งนาง เอ้ย สั่งนาย อเนกภพก็ก้าวยาว ๆ ตรงไปลากคออีพี่โต้ที่ไม่มีใครคนไหนกล้าห้ามด้วยไม่แน่ใจว่ามันกำลังทำเรื่องส่วนตัวหรือกำลังคุกคามน้องกันแน่ สงสารก็แต่พิชที่แม่งไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเลย ได้แต่ส่งสายตาเหลียวล่อกแล่กว่าจะมีใครหรืออะไรช่วยให้รอดพ้นจากอีพี่บ้าได้ไหม



แล้วพระเอกของกำปั่นก็กลายเป็นพระเอกของพิช มือกว้างไปกระชากเสื้ออีพี่บ้าหน้าตายที่คุกคามน้องปีหนึ่งจนแทบหงายหลังพร้อมคำด่าที่มักจะด่าโต้เสมอ



“มึงทำเหี้ยไรของมึงเนี่ย ! งานการไม่มีทำเหรอวะ โซนมึงอยู่โน่น !” เหนกด่าพลางชี้ไปทางโซนเอกญี่ปุ่นที่อยู่ข้าง ๆ เอกอังกฤษของตัวเอง โดยไม่ได้ดูเลยว่าคำด่ามันกระทบตัวเองอย่างแรง..



“...กูแค่มาทักทายน้องเล่นเฉย ๆ น่า มึงนี่มาขัดกูทำไม…” ซึ่งโต้แม้จะโดนกระชากเข้าก็ยังทำหน้าตายใส่เหนกเป็นผีบ้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ดี มีกะพริบตาสองสามปริบใส่เหนกอีกเหมือนไอ้ที่ทำอยู่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครสักกะนิดเดียว ชวนวาดมือตั้งวงตบมันหัวทิ่มยิ่งนัก



“ทักทายพ่อมึงจนน้องร้องว่าอย่ามายุ่งเนี่ยนะ.. กลับหลุมไปเลย !” ยิ่งเห็นหน้ามันไม่รู้ร้อนรู้หนาวยิ่งหมั่นไส้ และยังกำคอเสื้อเหมือนหิ้วโต้ไว้อยู่


“ก็ได้ ๆ มึงปล่อยมือจากเสื้อกูดิวะ” โต้ดูว่าง่ายซะงั้น



“ไม่ปล่อย.. มึงมันไม่น่าไว้ใจ”



“อะไรวะ…” คนโดนหิ้วคอเสื้อครางเสียงเนิบ “จริง ๆ เชื่อกู สาบาน” ชูสามนิ้วลูกเสือสามัญให้ด้วยอะ ส่วนน้องพิชมองแรงเหมือนจะบอกเหนกว่าอย่าปล่อยมันนะครับพี่ !



“ถ้ากูปล่อยแล้วมึงพยศขึ้นมา กูจะ..” ชะงักเหมือนขู่แต่จริง ๆ คือคิดไม่ออก ระหว่างนั้นโต้ก็สวนขึ้นมา



“จะปล้ำกูเหรอ อย่านะ อ๊า--!” ต่อมุกให้หน้าตาเฉยแม้เหนกจะไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็นมุกก็ตามที



“ใครจะไปปล้ำมึงลงวะ !!” กลายเป็นเหนกที่เผลอเสียงดังตบมุกโต้อย่างเคย จนเสียงโวยวายกลายเป็นเสียงเหนกเสียเอง เมื่อรู้ตัวค่อยปล่อยโต้ที่เสื้อยับแล้วมองพิช “น้องพิช ใช่ไหม ไม่เป็นไรนะครับ” เผลอพูดประโยคพระเอกไปอย่างไม่รู้ตัว



“ผมไม่เป็นไรครับ… ขอบคุณนะครับพี่” พิชถอนหายใจยกมือไหว้ขอบคุณเหนกไปด้วยที่ทำให้รอดพ้นจากมฤตยูหน้ามึนมาได้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อโต้ยังจะพุ่งใส่หลังจากถูกปล่อย ทำเอาเหนกแทบจะไปกระชากเสื้อมันกลับ ทว่าก่อนจะคว้าคอได้ตัวปัญหาก็เดินเลี้ยวหักศอกไปทางโซนเอกญี่ปุ่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะอย่างนั้น…



พอเหตุการณ์บ้าบอจบลงแล้ว เหนกก็พยักหน้าให้น้องพิชเพราะไม่รู้จะคุยอะไร พิชก็ใช่จะอยู่เอกเดียวกับเขา แล้วยังชอบทำหน้ายุ่งเหมือนปวดขรี้ตลอดเวลาอีก ยังไงสำหรับเขากำปั่นก็ดีกว่าเยอะ ดูเหนกจะชอบคนน่ารักคุยง่ายมากกว่าพวกหน้าไม่รับแขก จึงไม่รู้และไม่เข้าใจว่าโต้มันชอบเข้าไปได้ไง



เหนกเดินมาหากำปั่นที่ทำหน้าเหวอแดกอยู่เหมือนเคย “ไม่มีอะไรหรอกปั่น มันงี่เง่ามาแบบนี้ตั้งนานแล้วล่ะ” ไม่รู้กำปั่นได้ข่าวเรื่องห้องเชียร์เกือบพังเพราะไอ้โต้มันจีบน้องผิดคิวหรือเปล่า



“ครับ ผมก็พอจะรู้มาบ้างว่าพี่โต้เขาเป็นยังไง” สรุปก็น่าจะรู้กันหมดแล้วมั้ง หันมองไล่หลังไปทางโต้แล้วกลับมามองทางพิชที่หน้างอทำงานเหมือนเดิมก่อนจะกลับมาสบตาเหนก “พี่เหนกปวดหัวแย่เลยดิ” หัวเราะเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แย่จริง ๆ



“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงปกติก็ไม่ได้เจอมันอยู่แล้ว” เหนกตอบตามความจริงอย่างไม่ระแคะระคายความคิดกำปั่นแต่อย่างใด และเขาก็คิดว่าคนที่ปวดหัวน่าจะเป็นเต้กับเก่งเสียมากกว่าที่ต้องคอยรับมือกับความเชี่ยของโต้อยู่ร่ำไป “ปั่นทำงานต่อเถอะ เหลืออีกเยอะมั้ย”


กำปั่นหันไปดูงานที่ยังทำไม่เสร็จของเอกตัวเอง “ก็เยอะอยู่ครับ แฮ่ งั้นไว้เจอกันตอนเย็นนะครับพี่เหนก” มือมันเผลอไปจับมือรุ่นพี่หนุ่มแตะเบา ๆ อีกแล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรเลยผละมันออกอย่างรวดเร็วเก็บไม้เก็บมืออยู่กับตัว นั่นทำให้เหนกอดยิ้มดีใจไม่ได้



ทั้งที่กำปั่นบอกว่ายังไม่ได้คบกันแท้ ๆ แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปนัก เหนกก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอยากจะสัมผัสใกล้ชิดเขา ไม่มากก็น้อยล่ะนะ



มือหนุ่มรุ่นพี่วางบนไหล่ของคน..ที่น่าจะเรียกได้ว่าแฟน..ตรงหน้า “งั้นเจอกันตอนเย็นปั่น” พูดทิ้งท้ายแล้วยังไม่วายลูบแก้มอีกคนเร็ว ๆ ก่อนจะผละไป แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาสนใจความเป็นไปจากคนร่วมเอกของกำปั่นได้อยู่ดี นับว่าทั้งสองคนพลาดมากอย่างไม่รู้ตัว



ในขณะเดียวกันที่อเนกภพอู้งานไปตามหาหัวใจ ทางฝั่งเอกอังกฤษที่ชักจะขี้เกียจทำงานกันก็เม้าธ์แตกกันแทน ด้วยคนที่จริงจังกับงานที่สุดไม่อยู่แล้ว



“เออ เมื่อไหร่เขาจะเฉลยสายเทคกันวะ” เป็นเสียงแมนที่ขี้เกียจยืนแล้ว นั่งลงกับพื้นจกป๊อกกี้รสกล้วยด้วยความเกียจคร้าน



“ยังมั้ง  แต่กูก็ไม่อยากรู้ว่ะขี้เกียจทรีตน้อง” หม่อนพูดพลางแย่งป๊อกกี้ แล้วก็โดนแมนตบหัว



“มึงนี่เลวจริง”



“โอ้ย แค่กูทรีตแฟนกูก็จนจะตายห่าละ” หม่อนผู้เป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีแฟนเป็นผู้หญิงโอดครวญ



“มึงก็ทรีตแค่น้ำขวดในเซเว่นดิ 7 บาท” เต้เสนออย่างกวนโอ๊ยไม่แพ้กัน



“เออ แล้วกูจะดูมึงทรีตน้องมึงนะเหี้ยเต้..”



“ถ้าน้องกูเป็นตัวผู้ก็จะทรีตงั้นนะ” เต้หัวเราะประกอบ



“อ้าวมึงยังไม่รู้น้องเหรอเชี่ยเต้ มึงโดดวันที่เขาจับสายเทคกันอ่ะดิ” อิฐที่นั่งเก้าอี้ข้างต๋งและกรีดคัทเตอร์กับกระดาษสีอยู่พูดขึ้น วันจับสายเทคมีขึ้นตั้งแต่ตอนรับน้อง โดยน้องปี 1 จะได้จับฉลากสายแต่ยังไม่รู้ตัวพี่ ๆ จนกว่าจะเฉลยกัน



“เออกูไม่ได้อยู่ ติดธุระ” ธุระของเต้คือการไปหากิ๊กสาวคณะอื่น ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวก็จำไม่ได้ด้วยว่าไปหาคนไหนมาเพราะจำนวนเยอะจัด



“แล้วมึงไม่ได้จดหมายที่น้องเขียนให้เหรอ อนาถไปปะวะ” อิฐยังคงถามเต้ต่อ



“น้องปีสองเก็บไว้ให้มั้ง แต่ไม่ได้เจอกันกูเลยไม่ได้ขอ” เต้ตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ค่อยสนใจ



“กูอยากให้น้องรู้เร็ว ๆ ว่ะ” แมนบ่นทั้งที่ป๊อกกี้เต็มปาก “เอกอื่นเขารู้กันหมดตั้งแต่จบว้ากน้องละ เอกเราแม่งอู้”



“มึงดูอยากเลี้ยงน้องมากนะเชี่ยแมน อยากเสียตังค์หาแฟนเหมือนกูดิ” หม่อนแซวพร้อมจกป๊อกกี้มาอีกอย่างไม่เกรงใจ



“แต่แฟนกูน่ารักนะเว้ย ไม่เคยต้องเสียตังค์เลี้ยงแพง ๆ เลย” ต๋งผู้เงียบมาตลอดขยับแว่นกึกมีแสงชวิ้งออกมาอย่างผู้อยู่เหนือกว่า จนหม่อนหมั่นไส้ต้องยกขายันขาเก้าอี้ล้อเลื่อนให้ต๋งเสียหลักเกือบร่วง พร้อมคำด่าอีกสามกระบุงครึ่งชะลอม



ในเมื่อไม่มีใครตอบได้ว่าเฉลยสายเทคเมื่อไหร่ เต้จึงเดินไปนั่งยอง ๆ ตรงน้องปีหนึ่งแล้วถามว่าเขานัดเปิดสายเทควันไหนกี่โมงด้วยความฉลาด ซึ่งน้อง ๆ ก็ตอบทันทีว่าวันนี้ตอนห้าโมงเย็น เต้ดูเวลาในมือถือซึ่งตอนนี้ใกล้จะสี่โมงเย็นแล้ว เต้จึงบอกให้น้อง ๆ เลิกงานตอนสี่โมงครึ่งจะได้ไปเตรียมตัวเข้าแถวที่ห้องกระจก ที่เดียวกับตอนรับน้อง



‘สายเทค’ ที่ว่านี่คือการแบ่งรุ่นน้องให้รุ่นพี่แต่ละรุ่นดูแล พี่ปีสองจะเรียกว่า พี่เทค ปีสามเรียกพี่โถ และปีสี่เรียกพี่เถา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโถกับเถามันเกี่ยวอะไรกัน แต่ก็เรียกกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้และจะยังเรียกกันสืบต่อ ๆ ไป เมื่อน้องปีหนึ่งจับฉลากได้สายอะไร ก็จะต้องส่งจดหมายหาพี่ ๆ ในสายเทคนั้นโดยยังไม่รู้ว่าพี่คนไหนคือพี่เทคโถเถาตามลำดับ และวันนี้เป็นวันเฉลยที่จะได้เจอตัวเป็น ๆ เสียที แต่ถ้าสายไหนไม่มีพี่หรือน้องมาก็เงิบแดกไปตาม ๆ กัน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้



ระหว่างที่คุยกันอยู่ เหนกก็เดินกลับมาหน้าบานจนสร้างความหมั่นไส้ให้เพื่อนได้ชะงัดนัก โดยเฉพาะรอยยิ้มที่หลุดออกมาทุกห้าวินาทีทำให้ใครสักคนอยากเอาเท้าไปกระตุกใส่เหลือเกิน



“ชาเขียวกูล่ะ” เจ้าของใบสั่งชาเขียวคือแมน ที่เป็นโรคอะไรไม่ทราบต้องบริโภคชาเขียวแทนน้ำ ถ้าเอาจริงเรื่องส่งฝาไปชิงโชคป่านนี้คงได้ไอโฟนมาครองแล้ว



“ไม่มีเว้ย กูไม่ได้ออกไปข้างนอก อยากแดกก็ไปซื้อเองสิวะ” เหนกด่าทั้งที่หน้ายังยิ้มอยู่ จนคนที่จะกระตุกเท้าใส่คือแมนนี่แหละ



“ไอ้สัด.. ตอนแรกอกหักก็น้ำตาเล็ดนะมึ-” แมนบ่นอุบเบา ๆ แล้วโดนเหนกมือปิดปากไว้ก่อนจะพูดจบ



“หุบปากไปไอ้แมน พวกมึงจะไปห้องกระจกรึยัง วันนี้มีเฉลยสายเทคนะเว้ย” คนรู้วันเวลาอยู่นี่เองแต่ไม่มีใครไปถาม แล้วยังตบโต๊ะปั่บ ๆ เร่งให้พวกเพื่อนรีบย้ายตูดไปโดยเร็ว ด้วยตัวเองต้องรีบไปรับสายเทคน้องและต้องไปเดทกับกำปั่นต่ออีก “ไป ๆๆ เก็บโน้ตบุ๊คไอ้ต๋ง เก็บข้าวเก็บของ เร็วดิวะ..”



“โว้ยมึงนึ่ บทจะมาก็มาเร่งจังเว้ย !” อิฐที่ตัดกระดาษอยู่หัวเสียเพราะตัดพลาด “ไปก่อน ๆ กูเล็มตรงนี้เดี๋ยวตามไป”



“มึงจะเล็มหาหอกไรล่ะ ไป ๆๆ ลุก ๆ ไปเล็มในห้อง”



ด้วยเสียงเร่งที่กระตือรือร้นอยู่คนเดียวแต่ทุกคนก็ชินแล้วแม้จะมีบ่นอุบอิบกันเล็กน้อย พวกกลุ่มเหนกก็เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เก็บข้าวของที่จำเป็น ลงจากห้องประชุมที่จะใช้จัดสัมมนาไปยังห้องกระจกที่เคยใช้ว้ากน้อง ระหว่างเดินอยู่เหนกก็เข้าไปคุยกับเต้



“ถ้าห้าโมงสี่สิบแล้วสายเทคกูยังไม่ออก มึงฝากบอกน้องเขาด้วยนะว่าพี่โถคือกู”



เต้เลิกคิ้วสูงหนึ่งวินาทีแล้วหัวเราะ



“ทำไม มึงจะหนีไปเดทกับกำปั่นเหรอวะ เลวนะมึง เดี๋ยวนี้เป็นคนแบบนี้เหรอวะทิ้งน้องไปหาแฟน เลวสัด ๆ ” ประนามหยามเหยียดด้วยน้ำเสียงแต่ยังหัวเราะ แล้วก็โดนเหนกโบกกบาลเข้าให้เป็นค่าด่า



“เรื่องของกู เออ ฝากด้วยแล้วกัน คราวหลังมึงโดดกูจะเช็คชื่อให้”



เต้ฟังแล้วก็หัวเราะเบาในคอ เดี๋ยวนี้พอมีแฟนแล้วรู้สึกเหนกทำอะไรไม่ค่อยสนใจชาวบ้านมากขึ้น ไม่รู้เขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่เต้ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเจอเรื่องหนักหนาสาหัสกว่านี้รออยู่




--------------------------------------------------------------



ที่ห้องกระจกตอนนี้มีพวกเฟรชชี่ ที่ตอนนี้ไม่น่าเรียกเฟรชชี่ได้แล้วเพราะผ่านจากการเปิดเทอมแรกมานานพอควร เหล่าน้องนุ่งต่างได้รับงานท่วมท้นกันไม่เลือกหน้าจนเฟรชชี่ชักจะหน้าเหี่ยวตามรุ่นพี่ แต่ก็ยังดูสดใสไม่น้อย ต่างนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้นกลางห้องโดยมีเหล่าพี่ ๆ ที่ขยันมารับน้องรายล้อมดูอุ่นหนาฝาคั่ง แต่เทียบจำนวนกับตอนรับน้องแล้วดูห้องกระจกกว้างขวางขึ้นทันตา



ครั้งนี้เป็นพวกปีสองที่ดำเนินรายการเปิดสายเทค ด้วยพี่ปีโต ๆ แก่แล้วจึงลดบทบาทลงมาเป็นผู้เข้าร่วมเฉย ๆ หรืออีกนัยหนึ่งคือขี้เกียจนั่นเอง



“อ้าว พี่ปีสามมาเพิ่มแล้ว โอเคครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเริ่มกันเลยดีกว่า” มีปีสองผู้ชายคนหนึ่งที่เหนกไม่รู้จัก แต่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าชั้นปีมาทำหน้าที่พิธีกร



ขณะที่ปล่อยให้น้องได้เฮฮากับการเฉลยสายเทค ซึ่งชื่อสายแต่ละสายไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นคำฮา ๆ ที่น้องปีสองคิดและเปลี่ยนทุกปี มักจะมีอะไรบ้าบอปรากฎออกมาให้เห็นเป็นปกติ นอกจากชื่อสายประหลาด ๆ น้องยังต้องแสดงท่าทางพรีเซ้นต์ชื่อสายตนเองอีก ยกตัวอย่างเช่น



“น้องคนแรกเริ่มเลยครับ” หัวหน้าชั้นปีชี้ไปที่น้องผู้หญิงใส่แว่นที่ยังงง ๆ “ยืนขึ้นครับ หันหน้าไปหาเพื่อนๆแล้วบอกชื่อสายเทคตัวเองดัง ๆ ทำท่าประกอบด้วย”



ในสายตาเหนกนั้นเจ้าหัวหน้าชั้นปีคนนี้ยังใช้ไม่ได้ในเรื่องนำการสันทนาการ เพราะการจู่ ๆ ไปชี้นำให้น้องทำโดยไม่มีตัวอย่างนั้นจะทำให้คนโดนสั่งงง แล้วยิ่งคนโดนสั่งคนแรกจะทำให้รู้สึกโดนกดดันอีกด้วย แต่มันก็ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของเขา ณ ตอนนี้ ไว้ค่อยเรียกมาบอกทีหลังแล้วกัน



น้องปีสองสายเทคของเหนกเดินมาสวัสดีถึงที่ เหนกก็เลยต้องจากกลุ่มไปหาน้อง ซึ่งการที่พี่ปีสามโผล่มาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปีสี่โผล่มานี่ค่อนข้างหายาก แน่นอนว่าปีสี่ของสายเหนกก็ไม่มาเช่นกัน



“หวัดดีครับพี่เหนก นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว พี่เป้ไม่ได้มาอะครับ” ผู้ที่มาทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพปนตื่นเต้นคือน้องปิง น้องปีสองสายเทคของเหนก เป็นเด็กหนุ่มตัวผอม ๆ ผิวสีน้ำผึ้งใส่แว่น ท่าทางไม่ขัดตาจนสามารถมองข้ามไปอย่างง่ายดาย



“เฮ้ยไม่เป็นไรหรอก แล้วไหนน้องพลอย คนไหนนะพี่จำไม่ได้แล้วว่ะ” เหนกหัวเราะสารภาพพร้อมมองไปยังกลุ่มน้องปีหนึ่ง ที่เริ่มทยอยลุกขึ้นพรีเซ้นต์ชื่อสายเทคแปลก ๆ อย่างตอนนึถึงคิว โลมาตัวที่สองกระโดดน้ำตุ๋ม ๆๆ ซึ่งก่อนหน้านี้มีโลมาตัวที่หนึ่งกระโดดน้ำตุ๋ม ๆ และคาดว่าจะมีโลมาตัวที่สามสี่ต่อกันไปเรื่อย ยิ่งมีท่าทางการกระโดดน้ำเป็นตัวอย่างแล้วยิ่งทำให้บรรยากาศครึกครื้น



“คนที่สามอีกสองแถวครับ สงสัยจะอีกนาน พี่เหนกจะไปไหนเปล่าครับ” น้องเทคของเหนกเป็นเด็กค่อนข้างเรียบร้อย เรียกว่าเด็กเรียนก็คงไม่ผิด เห็นสำเนียงการถามแบบนี้เหนกก็แทบจะใจอ่อนทีเดียวถ้าไม่ติดว่ากำปั่นรออยู่



“ราว ๆ 6โมงพี่จะต้องไปน่ะ มีนัดอยู่ โทษทีนะน้องปิง”



เจ้ารุ่นน้องได้ยินคำบอกหน้าหลังแว่นก็จ๋อยไปหน่อย ทำเอาเหนกสะอึก เริ่มลังเลสงสารน้องแต่ก็ไม่ได้เพราะแฟน(?)รออยู่ เหนกถึงกับต้องตบหน้าตัวเองดังเพี๊ยะ จนน้องปิงมองแล้วช็อก



“พี่เหนกครับ พี่เป็นไรเปล่าครับ ไหวนะครับ..”



“ไม่ ๆ ไม่เป็น ๆ ” รุ่นพี่โบกมือพัลวัน “งั้นพี่ฝากเอานี่ให้น้องพลอยหน่อยนะ” เหนกพูดพลางยื่นถุงขนมให้ มันไม่ใช่ขนมแพงอะไรนักแต่ก็เป็นขนมที่เหนกแน่ใจว่ากินแล้วไม่คายทิ้งแน่นอน ข้างในมีจดหมายสีน้ำตาลวินเทจเท่ ๆ อยู่ เป็นจดหมายที่พี่น้องสายเทคเขียนหากัน ก่อนหน้านี้เหนกก็ตอบน้องไปเนือง ๆ อยู่แต่เนื่องจากไม่ค่อยว่างทำให้ลืมบ้างไม่มีเวลาบ้าง เอาแต่จีบกำปั่นบ้าง.. ก็เลยไม่ได้ดูแลน้องสักเท่าไหร่ แต่ดูมันก็ไม่ได้อะไรมากนักแฮะ



“ได้ครับ” น้องปิงรับถุงมาอย่างว่าง่ายพร้อมดันแว่น “แล้ว.. พี่จะไปเลยเปล่าอะครับ” ท่าทางน้องปิงจะติดสำนวน -เปล่าครับ- แม่มพูดแทบทุกประโยคเลยวุ้ย



“ก็..” รุ่นพี่หันมองนาฬิกาลายการ์ตูนไม่ค่อยเป็นทางการในห้องกระจก มันบอกเวลาห้าโมงจะครึ่งแล้ว เอาไงดีวะ แวบเลยดีมั้ย.. ในหัวเหนกตอนนี้ไม่มีหน้าที่พี่ที่ดีอยู่แม้แต่น้อย กลับชะโงกมองนอกห้องกระจกว่าเจ้าหนุ่มผมฟ้ามาหรือยัง ปรากฎว่ายัง “..คนที่นัดไว้ยังไม่มา งั้นพี่อยู่กับปิงอีกหน่อยแล้วกัน”



พอได้คำตอบแบบนั้นเจ้าเด็กปีสองใส่แว่นก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างตรงไปตรงมา จนเหนกอดคิดในใจไม่ได้ว่าน่ารักชะมัด แต่ก็เป็นได้แค่น้องชายเท่านั้นแหละ ยังไงกำปั่นก็น่ารักกว่าเยอะ



“เอางี้น้องปิง ถ้าเฉลยสายเลิกช้า พี่ฝากไอ้เต้ให้อยู่เป็นเพื่อนเอามั้ย” เหนกเป็นเพื่อนประเสริฐมากใช้เพื่อนได้ตลอด โดยเฉพาะเต้ แต่น้องปิงส่ายหัววืด



“ไม่เอาได้เปล่าครับ.. พี่เต้ผมไม่สนิทอ่ะ” น้องปิงดูหวาดเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเต้ แต่เหนกหัวเราะเบา



“อย่าไปกลัวมัน เพื่อนพี่ แต่ถ้าปิงว่างั้นก็ไม่เป็นไรหรอก” กำลังจะตบบ่าแต่ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบไปเห็นหัวฟ้า ๆ ลอยเด่นนอกห้องกระจกเสียก่อน น้ำเสียงเหนกเปลี่ยนเป็นร้อนรนปนความดีใจออกนอกหน้าทันที “พี่ไปก่อนนะ โชคดี ๆๆ ” ยิ้มกว้างพูดรัวเร็วแล้วหนุ่มรุ่นพี่ก็ผลุนผลันออกไปทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะปรบมือให้กับน้องสายเทคสายหนึ่งที่เพิ่งแนะนำตัวด้วยท่าถ่างขาลูบเป้ายิ่งกว่าไมเคิล แจ็กสัน



เจ้าหนุ่มผมฟ้าประจำคณะมนุษยศาสตร์เดินตรงมาที่ห้องกระจก หันมองเสียงเฮฮาหัวเราะจากข้างในจนกระจกสั่นพลางนึกถึงรุ่นน้องและรุ่นพี่สายเทคของตนเอง แต่สายตาหลังแว่นเรเบนมองตรงไปยังเหนกที่กำลังคุยกับใครบางคนอยู่ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู และท่าทีเหมือนจะจับเนื้อต้องตัวกันก่อนรุ่นพี่หนุ่มจะชะงักเมื่อเห็นตนแล้วตรงมาทางนี้แทน กำปั่นรู้สึกในอกมันกระตุกแปลก ๆ คล้ายตะกอนขุ่นบางอย่างถูกตีรวน แต่ก็ยิ้มให้อีกคนตามปกติ



“มาแล้วเหรอปั่น” เหนกส่งเสียงร่าเริงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มติดใบหน้าพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องกระจก ดูจะไม่สนใจข้างหลังของตนเลยสักนิด



“ของพี่เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”


“ยังหรอก แต่พี่บอกน้องเทคแล้วว่าให้ฝากของให้ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว หิวรึยัง ไปกินข้าวกัน คิดออกรึยังว่าจะกินอะไร ถ้าคิดไม่ออกพี่พาไปเองนะ” ยิงคำถามรัว ๆ ไม่เกรงใจ ถ้ามีหางคงส่ายให้กำปั่นไปแล้ว



“เดี๋ยวครับ ๆ ใจเย็น ๆ ครับผมตอบไม่ทัน ! “ กำปั่นหัวเราะ ไอ้ที่เคืองนิด ๆ เมื่อสักครู่ค่อยคลายลง แล้วด้วยนิสัยจับใจความได้เฉพาะอันท้ายสุดเลยเออออตามไปอย่างว่าง่าย “มีแพลนว่าอย่างไรบ้างครับคุณผู้ชาย”



“ยังไม่มี” เหนกตอบพร้อมยิ้มกว้าง “แต่จะชวนปั่นไปเซ็นชล ไปมั้ย เรายังไม่เคยไปด้วยกันเลยนะ” เซ็นชลของเหนกคือเซ็นทรัลชลบุรี ที่เป็นศูนย์การค้าใหญ่และครบครันกว่าห้างแหลมทองหน้ามหาวิทยาลัย “อยากกินซิสเลอร์ เห็นว่ามีโปรสเต๊กอยู่ ไปกันมั้ยพี่พาไป”



“ไปครับ ไปกันน” นี่ก็ตกลงอย่างง่ายดาย เหมือนมีหูหางสั่นพั่บ ๆ ตามเหนกไปอีกคน “ตอนนี้ผมอยากกินคลีนพอดีเลยครับ” แอบตามเทรนด์กับเขานิดนึง แต่คาดว่ากำปั่นอาจจะไปเน้นพวกพาสต้ากับขนมปังกรอบมากกว่าผักจนจะกลายเป็นการหยามหน้าการกินคลีนก็เป็นได้



“ซิสเลอร์มันคลีนเหรอวะปั่น” เหนกหัวเราะ อาหารคลีนดูเป็นอะไรไร้สาระสำหรับเหนก เพราะแค่เดินไปโรงอาหารในคณะก็หาอาหารคลีนไม่เจอแล้ว ยกเว้นจะกินแต่ข้าวเปล่ากับไข่ต้ม



“สำหรับผมแค่มีผักเยอะ ๆ ก็คลีนแล้วครับพี่ !“ คำตอบนั่นทำให้เหนกหัวเราะก๊ากเอาอีกรอบ



“งั้นไปกันเลย เดี๋ยวน้องมันเห็นพี่แล้วจะโดนลากเข้าห้องกระจก..” พูดจบก็จับมือกำปั่นแล้วลุกก่อน “ไปรถพี่นะ กลับมาค่อยเอารถปั่นกลับหอ” เป็นแผนการจะให้กำปั่นกอดซ้อนหลังอย่างแนบเนียนสไตล์อเนกภพ และก็คล้ายว่าจะไม่เนียนเมื่อกำปั่นโพล่งขึ้นมาทันที



“อะแน่ะ ๆๆ วางแผนให้ผมเป็นสก๊อยจำเป็นของพี่เหนกปะวะ” ทำเป็นแซวเหมือนรู้ทันแก้เขิน แล้วก็ลุกตามขึ้นมาพลางเก็บกุญแจรถที่ถือไว้อีกมือยัดใส่กระเป๋าเสื้อนอกซึ่งเป็นเสื้อยีนส์ใส่ไว้กันแดดกันลม มีชะเง้อมองด้านในห้องกระจกเพราะเสียงเฮฮาดังลั่นจากกิจกรรมเปิดสายเทค และแทบไม่ได้เห็นอะไรเพราะพี่ปีสามที่ยืนเรียงกันบังน้องหมด



“อย่ารู้ทันดิว้า..” คนเล่นมุกเองก็เขินอยู่เหมือนกัน เขินจนยิ้มปวดแก้มดีที่ไม่ได้อยู่คนเดียว พอกำปั่นยืนก็จูงมือเดินไปยังที่จอดรถโดยลืมว่าอยู่ในที่สาธารณะ มีเหลือบมองกำปั่นในเสื้อยีนส์ไปด้วยก่อนจะเอ่ยปากชมยิ้ม ๆ “ปั่นใส่แบบนี้แล้วน่ารักดี”



“จริงดิ” คนโดนชมเลิกคิ้วก้มมองสำรวจตัวเอง “ต้องชมว่าเท่ดิคร้าบบ” ว่าแบบไม่จริงจัง แล้วก็มาชะงักนึกขึ้นได้ถึงมือเหนกที่กุมมือตนไว้อยู่จนต้องเอ็ดเสียงเบา “เหย พี่เหนก ๆ ปล่อยมือผมก่อนดีป้ะ…” เหลียวซ้ายแลขวาไปด้วยกลัวใครมาเห็นแล้วจะระแคะระคาย แต่กำปั่นก็ไม่ได้ดึงมือออกก่อนแต่อย่างใด



“ปั่นก็เท่นะ แต่น่ารักสำหรับพี่มากกว่า” พูดจาเสี่ยวใส่พร้อมทำตาเชื่อมใส่หนุ่มหัวฟ้า ซึ่งถ้าใครได้ยินหรือเห็นเข้าคงได้คายของเก่ากันเป็นแถบ แล้วยิ้มขำกับท่าทางแบบนั้น “ปั่นอยากให้ปล่อยปั่นก็ดึงมือออกไปเองสิ” ตอบกวน ๆ และยักคิ้วใส่ด้วย



“อ้าว” คำตอบของเหนกทำให้กำปั่นอยากกระตุกเท้าใส่เบา ๆ เป็นการหยอกกลับ ทั้งเขิน ทั้งหมั่นไส้ “ก็ได้ !” ดึงออกเองแม่งเลย นั่นทำให้เหนกยิ่งหัวเราะใหญ่



“ทำไมปั่นต้องทำร้ายจิตใจพี่ด้วยล่ะ” มือกุมอกประกอบสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเฟค ๆ แล้วโอบคอกำปั่นลากเข้ามาชิด “แบบนี้โอเคกว่ามั้ย” ถ้าไม่ติดว่านี่ที่สาธารณะแล้วคนเดินพลุกพล่านคงดึงอีกฝ่ายมาหอมไปแล้ว และเหนกก็ลืมไปแล้วว่ายังไม่ได้เป็นแฟนกัน



“เฮ้ยยยย” กำปั่นแข็งเลย แข็งทั้งตัว ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งแต่อย่างใด ไอ้อาการใจเต้นหนักมากนั่นก็ย้ำให้รู้เหลือเกินว่า เออ… กูคงเผลอหลงอีกคนหัวทิ่มหัวตำไปแล้ว แต่ไม่อยากให้มันกำเริบเสิบสานเท่าไหร่เลยดีดตัวออกมาเองอย่างไว “โอเคเกินไป ไม่ดี ๆ นั่นรถพี่เหนกนู่น ๆ ” ส่ายหัวไปด้วยละก็ทำมือชี้ ๆ ส่วนเหนกจะตายเพราะความรักมันกระอักเข้าหลอดเลือดฝอยไปทั่วตัวแล้ว


“เปลี่ยนเรื่องเฉยเลยนะ ใช่นั่นรถพี่เอง” ก็ยอมเปลี่ยนเรื่องตามอีกคนแม้จะยังอยากกอดและทำอะไรมากกว่านั้น และพีอาร์สโมก็ต้องสำเหนียกตัวเองนิดว่าคนในคณะรู้จักจึงต้องยอมปล่อยมืออย่างเสียไม่ได้ ตรงเข้าไปที่คลิกคู่ใจหยิบหมวกกันน็อคมาสวมเพื่อเป็นตัวอย่างแก่คนในคณะ “ปั่นจะเอาหมวกของปั่นมาใส่มั้ย เดี๋ยวขับไปเซ็นทรัลแล้วตำรวจจะซิวเอาตรงสี่แยกรึเปล่า..”



“ใส่ดีกว่า เพื่อความเซฟ รถผมจอดอยู่นู่นเอง” ไม่ห่างกันมาก ว่าแล้วก็วิ่งเหยาะ ๆ หยิบ แล้วก็วิ่งเหยาะ ๆ กลับมาหาเหนกพลางสวมกันน็อคทับผมสีแสบตาไปด้วย มาหยุดตรงหน้าเหนกแล้วก็ตบขาตะเบ๊ะทำเหมือนเป็นพลทหาร “พร้อมแล้วครับท่านผู้บังคับบัญชา !”



“ผู้บังคับบัญชาหัวใจเหรอปั่น” ช่างเป็นการตบมุกที่เสี่ยวสะบัดมาก



“แม่ย้อย...“ มุกของเหนกทำเอากำปั่นพ่นพรืดทันที จะเขินก็เขินไม่สุด มันช่างเสี่ยวเหลือเกิน และการแม่ย้อยของกำปั่นก็ทำเหนกพ่นพรืดเหมือนกัน



“อุทานอะไรของเราเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ”



“แม่เย้ดก็ได้นะพี่…” หนักกว่าเดิม



“เคยได้ยินแต่เหยดแม่น่ะปั่น” ส่ายหัวขำตัวเอง “เอ้ามาซ้อนท้ายได้แล้ว พี่หิวแล้ว เดี๋ยวก็กินปั่นแทนสเต๊กซะเลย” ก็ยังจะหยอดได้อีก ไม่ใช่จะไม่รู้สึกตัวว่าหลังจากอยู่กับกำปั่นมาก ๆ ก็อัพดีกรีความเสี่ยวจนจะเลเวลmaxแล้ว ทำไปได้นะคนเรา



“อู้ย อย่าเพิ่งกินผมเลยครับท่าน โปรดเมตตานายทหารตาดำ ๆ “ รู้สึกได้ว่าอีกคนหยอกตัวเองเยอะมากพาลให้จั๊กจี้รัว ๆ แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไรหรอกนะ พอเหนกสตาร์ทเครื่องเรียบร้อยกำปั่นก็สวมวิญญาณสก๊อยซ้อนท้ายเหนกอย่างคล่องแคล่ว ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นก๊อยนู้บที่ยังไม่ยอมเกาะเอวแว้นของตัวเองอยู่ดี



“ไม่เกาะเอวพี่เหรอปั่น”  เหนกหันหน้าไปหา หมวกกันน็อคบังใบหน้าไว้เกือบมิดเหลือแต่ตาให้เห็น


“เอาจริงดิ…” นี่กลับถามเหมือนไม่มั่นใจว่าจะให้เกาะจริงอะ



“เอาจริงสิ ไม่งั้นพี่จะให้ปั่นซ้อนพี่ทำไม” พูดปนหัวเราะเบา “น่านะครับ อีกสักครั้งนะ” ครั้งแรกคือตอนพากำปั่นไปร้านเหล้าแล้วอีกฝ่ายเมาคงจำไม่ได้ แต่ถึงจะจำได้ อะไร ๆ มันก็ไม่ได้เหมือนตอนนั้น “ใส่หมวกกันน็อคอยู่เขาไม่รู้หรอกเป็นปั่นน่ะ”



“ง่า” โดนลูกอ้อนมาขนาดนั้นมีเรอะกำปั่นจะทนใจแข็งอยู่ได้อีก ผละมือออกจากที่ยึดท้ายเบาะค่อย ๆ เลื่อนมาจับเอวคนขับแทน เชี่ย.. เขินว่ะ พอเขินก็กำเสื้อเหนกแน่นเลย ทำให้หนุ่มรุ่นพี่ยิ้มแก้มแทบแตกอยู่หลังหมวกกันน็อค ความอุ่นจากตัวกำปั่นผ่านเสื้อเข้ามาแนบหลังจนเหนกใจเต้นแรงขึ้นมา



“งั้นไปล่ะนะ” พอให้สัญญาณสั้น ๆ คลิกสีขาวดำแดงก็เคลื่อนที่ออกจากมหาวิทยาลัยสู่ถนนสายหลักของจังหวัดชลบุรี




--------------------------------------------------------------



เมื่อขับผ่านสี่แยกหน้ามหาวิทยาลัย แล้วขับไปตามถนนสายหลักแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัด มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้กรุงเทพเลยทีเดียว เข้าไปถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์ก็แทบจะหาที่จอดไม่ได้ เพราะคนชลบุรีใช้มอเตอร์ไซค์กันมากพอสมควร โดยเฉพาะพวกเด็กมหาวิทยาลัยที่มักจะใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะเดินทางด้วยความสะดวกและประหยัดค่าน้ำมันกว่ารถยนต์ กว่าเหนกจะหาที่จอดได้ก็แทบจะอยู่มุม ๆ ของโซนจอดมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว



“วันนี้คนเยอะแฮะ” เหนกพูดพลางดับเครื่องและถอดหมวกกันน็อคออก แค่มองในลานจอดรถก็เห็นคนวัยเดียวกันในเครื่องแบบบ้างชุดไปรเวทบ้างเดินไปมากันขวักไขว่



“นั่นสิ” กำปั่นมองไปรอบ ๆ ถึงมากี่ทีคนก็จะเยอะ แต่วันนี้มันเยอะขึ้นกว่าทุกที ทว่าก็เดาไม่ออกว่ามันวันอะไรคนเลยเฮโลมาเดินห้างกันเต็มไปหมด อาจจะเพราะอากาศร้อนเลยมาเดินตากแอร์ รึมีอีเว้นท์พิเศษอะไรกันก็สุดจะคาดเดาได้ ทั้งสองคนเดินอย่างรู้โซนกันดีว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสองชั้นก็มาถึงเป้าหมายเป็นร้านสเต๊กชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วประเทศไทย



รุ่นน้องหนุ่มชะเง้อเข้าไปด้านในจึงเห็นหัวคนนั่งสลอนจนชักกลัวว่าจะไม่มีที่นั่งเพราะนี่ก็เวลาเย็นด้วยแล้ว แต่แล้วก็วางใจได้เมื่อมีพนักงานออกมาต้อนรับแล้วพาไปหาโต๊ะที่ยังว่างเหลืออยู่ซึ่งค่อนข้างหลบอยู่ในมุม และติดกระจกหน้าต่างเห็นวิวด้านนอก



“รอดไป นึกว่าต้องรอคิวยาวละ” กำปั่นได้ที่นั่งก็หัวเราะร่าสบายใจ



“โต๊ะก็ในสุดเหมือนคราวไปกินMKเลย” ยิ้มให้คนนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งเก้าอี้ที่ติดกัน ไม่ได้นั่งตรงข้ามอย่างคราวก่อน พนักงานเสิร์ฟเมนูมาให้และบอกจะมารับออเดอร์ทีหลัง “เอาน้ำอะไรดีปั่น โค้กรีฟิลมั้ย” เหนกถามพลางเปิดหน้าโปรโมชั่นก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง



“รีฟิลกินด้วยกันก็ดีพี่” กางเมนูดูว่ามีอะไรน่ากิน แต่ด้วยความเป็นนักศึกษาเลยไม่อยากเลือกเมนูแพงมาก ๆ เท่าไหร่ “อะ ผมเลือกได้ละ” เป็นเมนูที่ประกอบด้วยสเต๊กหมูกับมันอบซึ่งเรทราคาอยู่ในเกณฑ์ถูกเมื่อเทียบกับมวลมหาตัวเลือกทั้งหลาย



“งั้นโค้กรีฟิลนะ พี่เอาไก่สไปซี่แล้วกัน ถ้าไม่อิ่มค่อยไปถล่มสลัดเอา” เลือกเมนูได้อย่างรวดเร็วแล้วเรียกพนักงานมาสั่งออเดอร์ ร้านคนคึกคักท่าทางจะต้องแย่งชิงสลัดกันพอสมควร ซึ่งคนที่ตั้งมั่นว่าจะกินคลีนกลับตักได้ขนมปังกรอบราดครีมสลัดมาพูนจานแทนพร้อมคอมโบสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาซะอย่างนั้น มีเลี้ยวกลับไปตบมูสช็อกโกแลตมาเพิ่มอีกต่างหาก อยู่หนใดกันความคลีน...



เหนกมองกำปั่นที่ชิงไปตักสลัดมาเต็มโต๊ะอย่างอึ้ง ๆ “หิวเหรอปั่น เยอะขนาดนี้เดี๋ยวกินสเต๊กไม่หมดนา” ตัวคนพูดเองยังไม่ลุกจากโต๊ะด้วยอยากกินน้ำก่อน กำปั่นส่งยิ้มแหะเป็นคำตอบ จนพนักงานมาเสิร์ฟโค้กรีฟิลค่อยดูดจนหมดแก้วแล้วลุกไปตักบ้าง ได้สลัดผักสีเขียวเต็มจานมาจานหนึ่ง ซุปเห็ดโรยชีสอีกถ้วยหนึ่ง และสลัดญี่ปุ่นอีกจานหนึ่งจนสีเขียวเต็มโต๊ะ ดูคลีนกว่าคนตั้งใจจะกินคลีนเสียอีก



“พี่เหนกกินคลี๊นคลีน” คนเหมือนจะกินคลีนทักพลางจกขนมปังกรอบเข้าปาก ยังไม่ได้รู้ตัวว่าที่เอ็งกินน่ะมันไม่เรียกคลีนว้อย



เหนกขำ “แล้วไอ้ขนมปังกรอบราดครีมสลัดเฉย ๆ มันคลีนตรงไหนเหรอปั่น” พูดแล้วจิ้มผักโขมในสลัดจานตนเข้าปาก ร่างกายสดชื่นขึ้นเมื่อได้กินผัก เป็นหนึ่งในเมนูดูแลตัวเองตามสไตล์อดีตดัชชี่บอย ที่ตอนนี้ถ้าไปประกวดคงตกรอบเพราะอายุเกิน



“น่า… แค่ได้เล็มน้ำสลัดก็ถือว่าคลีนแล้วครับ” นี่ก็แถไปเรื่อย แต่เดี๋ยวเหนกไม่เชื่อว่าคลีนจริงเลยยอมลุกไปตักผักใบเขียวมาเพิ่มก็ได้ แต่โปะข้าวโพดเยอะมากกว่า…



ระหว่างที่กำปั่นไปตักผักเพิ่มเพื่อแก้ตัว สเต็กและขนมปังก็มาเสิร์ฟ ของเหนกเป็นสเต็กไก่สไปซี่ชิ้นใหญ่ บนผิวหน้าที่เป็นลายตารางจากตะแกรงย่างอาบไปด้วยสีแดงของซอสรสจัดจ้าน มาพร้อมมันอบร้อน ๆ มีมูสเนยละลายเยิ้มส่งกลิ่นหอมโปะอยู่ด้านบน ประดับจานด้วยผักสลัดเล็กน้อยและถ้วยซอสสีแดงดูน่ากิน ส่วนของกำปั่นที่เป็นมันอบเหมือนกัน มากับหมูพริกไทยดำชิ้นใหญ่ราดซอสพริกไทยดำและมีพริกไทยเป็นเม็ด ๆ ให้เห็น ส่งกลิ่นหอมตัดกับไก่ของเหนกช่วยเรียกน้ำย่อยให้เต้นแทงโก้อยู่ในท้อง และพอวางท่ามกลางจานสลัดและเครื่องดื่มก็ยิ่งดูอลังการสมเป็นมื้อใหญ่เลยทีเดียว



เหนกหยิบมีดและส้อมมาตัดชิ้นไก่ของตนออกส่วนหนึ่ง ว่าจะเอาไว้แบ่งกำปั่นที่ตอนนี้ยังไม่กลับมาจากสลัดบาร์ พอหนุ่มรุ่นพี่หันไปมองก็กำลังขนอะไรต่อมิอะไรกลับมาพอดี และเมื่อเอาจานมาวางเรียงกันแล้วแทบจะไม่มีที่พอยัดลงบนโต๊ะ



“มา ๆๆ ลุยกันครับ” ถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมลุยมื้อใหญ่อย่างเป็นทางการเสียที กลิ่นมันช่างยั่วยวนซะเหลือเกิน กำปั่นคว้ามีดกับส้อมมาบรรจงหั่นชิ้นเนื้อหมูสเต๊กที่ย่างสุกนุ่มกำลังดีเข้าปากเป็นการประเดิม แล้วสีหน้ามีความสุขจากการกินอย่างชัดเจนก็ปรากฏออกมาจนถ้าเป็นการ์ตูนคงมีรีแอคชั่นเว่อร์วังให้เห็นแล้ว



“เยอะขนาดนี้กินไม่หมดจะตีนะปั่น” เหนกขู่ทั้งหน้ายิ้ม ๆ เมื่อมองเห็นคนตรงหน้ากินอย่างมีความสุข และยื่นไก่ในจานตนใส่จานอีกคน “เอ้าพี่ให้”



“โอ๊ะ ขอบคุณครับพี่” จากที่ตะกี้หดคอห่อไหล่เพราะเหนกขู่ก็เปลี่ยนมาทำตาโตใส่แทน แล้วก็มาหั่นส่วนเนื้อสเต๊กหมูของตนประคองยื่นวางใส่จานเหนกบ้าง “ดีล” ยิ้มร่ายักคิ้วไปด้วย ทำเอาเหนกต้องยิ้มกว้างขึ้น ตั้งแต่มานี่ยิ้มจนตีนกาจะขึ้นอยู่แล้ว



“เดี๋ยวดิปั่น” เหนกร้องท้วงพลางยื่นหน้าเข้าหา “ป้อนหน่อยดิ” ทำน้ำเสียงอ้อนแบบกวน ๆ แล้วอ้าปากเหมือนรอ ไม่สนใจชาวบ้านชาวช่องแม้แต่น้อยด้วยอาศัยตำแหน่งโต๊ะอยู่ในสุด โซนนี้เป็นของตูจะทำอะไรก็ได้



“หืมม…” กำปั่นมองเลย “เฮ้ย ไม่เอ๊า” ส่ายหัวรัว แบบนั้นมันจะครุคริฮุฮิฟรุ้งฟริ้งแบบข้าวใหม่ปลามันไปไหม



“โห่ น่า คำเดียว ๆ แล้วพอเลย นะปั่นนะ ไม่งั้นพี่จะป้อนปั่นเองนา ให้เลือก ๆ ” ปากบอกให้เลือกแต่มือนี่หั่นไก่เตรียมป้อนรอแล้ว



“เดี๋ยวเด้ มันจั๊กจี้เกินไปมั้งพี่” ยังสติลส่ายหัวพั่บ ๆ



“จั๊กจี้อะไร พี่ไม่ได้จี้เอวปั่นซะหน่อย” เหนกหัวเราะเบากับท่าทางอีกคน มันน่ารักน่าปล้- น่ากอดจริง ๆ ให้ตายเถอะ “เอ้าอ้าปากปั่น อ้ามม..” ส่งเสียงเหนี่ยวนำพร้อมยื่นส้อมจิ้มเนื้อไก่ไปหา



กำปั่นมองไก่ที่ถูกยื่นมาหน้าตากระอักกระอ่วน มันจั๊กจี้จริง ๆ นี่หว่าาา ทำใจไม่ได้เลยแย่งส้อมมาถือกินเองแทน



“อ้าวเฮ้ย” โดนฉกส้อมไปเฉยเลย ทำเอาเหนกส่งเสียงโห่บ่นเบา ๆ “ทีตอนไปกินMKปั่นยังให้พี่ป้อนเลยแท้ ๆ.. ไหงคราวนี้ไม่ยอมล่ะปั่น..” โอดครวญเรียกคะแนนสงสารสุดฤทธิ์ ว่าไปกูนี่ก็มารยาจริงวุ้ย



“ก็แหม่…” หนุ่มรุ่นน้องยื่นส้อมคืนให้ บ่นอุบ “ตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกันที่ไหนวะ…” ในแง่ความรู้สึกอะนะ ๆ น่ะนะ



“แล้ว.. ตอนนั้นกับตอนนี้มันเป็นยังไงเหรอปั่น..” กดเสียงต่ำจ้องใบหน้าอีกฝ่ายถาม ว่าไปขนาดในร้านมันยังไม่ถอดเรแบนเลย และว่าไปตอนอีกคนใส่หมวกกันน็อคก็ไม่ได้ถอดเรแบนออกอีกต่างหาก รักษาอัตลักษณ์ตัวเองได้คงเส้นคงวาดีนะปั่น..



กำปั่นทำเป็นจกมันอบเล็มไปเรื่อยไม่ยอมตอบ



เหนกยังมองจ้องทะลุเข้าไปในเลนส์แว่นสีส้มเคลือบปรอทไปสบตาเจ้าของแว่น “ตอบหน่อยสิปั่น พี่อยากรู้..” หารู้ไม่ว่าหลังแว่นแม่งหน้าขึ้นสีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเนี่ย..



“ก็.. ตอนนี้ผมชอบพี่แล้วนี่หว่า…”  



“...” เหนกชะงักนิ่งไป นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องคนตรงหน้าปริบ ๆ แล้วค่อย ๆ ถอดเรแบนที่บังใบหน้าเกือบครึ่งออกช้า ๆ พอปราการโดนดึงออกไปกำปั่นก็ร้องเฮ้ยเบา ๆ ยกมือมาโบกแถวหน้าซึ่งก็ไม่สามารถปกปิดหลักฐานชั้นต้นไปได้ว่าเขินไปถึงกาแล็คซี่ไหนแล้ว



“ไม่เอาดิ… คืนแว่นผมเหอะ…” ทำเสียงเหมือนจะหมดแรง



เหนกส่ายหน้าริบแว่นไปถือไว้ใต้โต๊ะไม่ให้เจ้าของคว้าคืนถ้าจะคว้า ยิ้มบางมองแก้มแดงและสายตาหลุกหลิกโดยจับมือที่พยายามโบกบังอยู่นั่นออก สร้างบรรยากาศมีแค่สองเราโดยไม่สนใจสายตาคนอื่นแม้จะไม่มีมา และอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ และน้ำแข็งในโค้กที่กำลังละลาย



“ปั่น..” คนเรียกชื่อบีบมือเจ้าของชื่อไว้กระชับมั่น “มาขนาดนี้แล้วปั่นยังไม่ตอบรับพี่อีกเหรอ..” เสียงเหนกดูอ่อนโยนกึ่งขอร้องไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับสายตาที่มองไปยังใบหน้าอีกฝ่ายไม่วางตา “พี่รักปั่นปั่นก็รู้ ทำไมเรา.. ไม่ทำให้มันชัดเจนกันซะทีล่ะ”



ซึ่งมันก็ปฏิเสธคำพูดของเหนกไม่ได้เลย ใช่… ในเมื่อมันมาขนาดนี้เขายังต่อต้านอะไรอยู่อีก มันแทบไม่เหลือเหตุผลอะไรที่จะมาบ่ายเบี่ยงได้แล้วไม่ว่าจะการตอบรับของสังคม หรือความกลัวต่าง ๆ ที่เลือนลางลงทุกที จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการที่เขาชอบเหนกไปได้อีกล่ะ…



ชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมันกลายเป็นความรักไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ



และมันก็คงถึงเวลาแล้ว



“พี่เหนก…” เขาบีบมืออีกคนตอบ ทิ้งช่วงคำพูดเหมือนกำลังยืนยันความตั้งใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยต่อเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน “ผมยอมแล้วครับ… ผมยอมแล้ว”



มือกำปั่นถูกอีกฝ่ายช้อนขึ้นมาแตะกับริมฝีปากแผ่วเบาที่หลังนิ้ว ส่งความอุ่นนุ่มจากริมฝีปากไปหาโดยที่นัยน์ตายังไม่ละไปจากใบหน้าสีแดงจนไม่รู้จะไปแดงตรงไหนแล้ว การกระทำเช่นนั้นทำให้กำปั่นสะดุ้งน้อย ๆ



“ปั่นยอมแล้วจริงเหรอ..” คนพูดคลี่ยิ้มชิดหลังนิ้วจนเห็นได้ชัดถึงความดีใจที่เอ่อล้นออกมา ในเมื่ออีกฝ่ายบอกยอมขนาดนี้แล้ว จะพูดอีกสักครั้งก็คงไม่ใช่เวลาที่ผิดนัก “งั้นก็.. คบกับพี่นะปั่น เป็นแฟนพี่นะ..”



แล้วคำตอบของกำปั่นก็มาในรูปแบบผงกหัวเร็ว ๆ สองที มือที่กุมอยู่กับมือเหนกนี่ชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว “ครับ… เป็นแฟนกันนะครับ” จากที่ทำหน้าเขินบอกไม่ถูกมาสักพักจึงยิ้มแหะขึ้นมาแทน แต่ก็เป็นยิ้มเขินนั่นแหละ ไม่ต่างจากเหนกที่ยกยิ้มเขินเหมือนกัน แต่เป็นยิ้มยินดีออกมาในสีหน้า มือชื้นไม่แพ้กันกระชับกุมตอบ หัวใจที่เต้นแรงตั้งแต่เมื่อครู่พองโตสูบฉีดเลือดจนหน้าของหนุ่มรุ่นพี่ขึ้นสีไม่แพ้กัน



แต่กลายเป็นทำอะไรไม่ถูกไปเสียอย่างนั้น



สถานะที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงกะทันหันกลางโต๊ะอาหารพัดพาความอยากอาหารปลิวหายไปหมด มันเหมือนร่างกายอิ่มไปแล้วจนกระทั่งกลิ่นอาหารบนโต๊ะก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เอาตรง ๆ คือทำอะไรไม่ถูกไปหมดเลยมากกว่า หากที่นี่เป็นที่หอ หรือที่คณะ ก็ยังพอจะทำอะไรได้บ้าง แต่พอเป็นร้านอาหารมีคนเดินพลุกพล่านมันก็ไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ที่ไหน ใครที่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้คงพอเข้าใจ



“งั้นก็.. กินต่อกันเถอะครับ คุณแฟน” คำสรรพนามเปลี่ยนสถานะทันที “เดี๋ยวโค้กมันจะละลายหมดซะก่อน” ถึงมันจะละลายไปกว่าครึ่งจนด้านบนเป็นน้ำเปล่าแล้วก็ตาม “แล้วปั่นจะให้พี่ป้อนได้ยังครับ” และวกกลับมาเรื่องเดิมจนได้ ส่วนหน้าเหนกไม่ต้องพูดถึง กระด้งยังบานน้อยกว่า..



“โหย… ขอผมตั้งตัวแป๊บนึงเด้ รีบจริงเว้ย” กำปั่นว่าแบบไม่จริงจัง สูดลมหายใจลึกตั้งสติแป๊บอย่างที่ว่าขอเวลาตั้งตัว ก่อนจะถอยหายใจเฮือก “พร้อมละ มาเล้ย” หน้าตาจริงจังมาก



“อะไรว้า ทำเหมือนจะไปล่าท้าผีอย่างนั้นแหละ” เหนกหัวเราะอีกแต่ดูมีความสุขจนถ้าเพื่อนมาเห็นต้องไม่พ้นหมั่นไส้ มือจิ้มชิ้นไก่ในจานตนยื่นไปจ่อปากกำปั่น “อ้ามครับที่รัก..” พอเปลี่ยนสถานะก็กลายเป็นเสี่ยวทุกคำ



“ที่รักอะไรไม่เอ๊า” จะขำก็ขำจะเงิบก็เงิบ ส่วนเขินนี่ยังเขินค้าง รีบก้มไปงับไก่เข้าปากก่อนที่ใครจะหันมาเห็นเข้า รู้สึกไก่มันหวานยิ่งกว่าถุงน้ำตาลทรายสองกิโลกรัมหล่นใส่ ถ้าจะได้เป็นเบาหวานก็คงได้เป็นตั้งแต่ตอนนี้นี่แหละ



“เอ้า ก็ไม่ใช่เหรอ ปั่นก็เป็นคนรักของพี่ไง” ได้ทีก็ใส่ตลอด แล้วก็หัวเราะ “ถ้าปั่นไม่ชอบพี่ไม่เรียกก็ได้ เดี๋ยวเผลอเรียกต่อหน้าเพื่อนปั่นก็ซวยสิ” พูดจบเหนกก็ได้สำนึกว่าตนยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากโค้กหนึ่งแก้วและผักโขมหนึ่งคำ จึงหันไปตัดสเต๊กไก่กินบ้าง สลัดก็เต็มโต๊ะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่หิวและไม่ได้อยากกินเลยสักนิด



“ดีแล้วพี่ เรียกอย่างอื่นเถอะครับ เค้าตะเองอะไรแบบนี้… ล้อเล่นนะครับ…” กลับกันกับเหนกที่ไม่ค่อยอยากอาหาร นี่พอเอ็กไซต์มากเข้ายิ่งแดกดุเลยครับทีนี้ ไล่จิ้มของบนโต๊ะเข้าปากไม่หยุดเหมือนเนียนแก้เขินอายไปกลาย ๆ



เหนกขำพรวด “เฮ้ยไม่เอา มันจะ.. โทษนะปั่น พี่ว่ามันดูติงต๊องยังไงไม่รู้ว่ะ เวลาเห็นเพื่อนมันโทรคุยกับแฟนแบบนี้..” นึกภาพหม่อนเวลาโทรคุยกับแฟนทีไรก็ เตงเตงเค้าอย่างโง้นงี้งั้น ก็สงสัยว่าบ้านมันทำกิจการผลิตระนาดหรือไงเตรงเตรงอยู่ได้



“ผมล้อเล่น ไม่เอาจริงหรอกเว้ยย แค่คิดก็เครียดแล้วครับบ” แต่จะให้เรียกที่รัก ดาร์ลิ่ง ฮันนี่ ดาจีลิ่งฮัมมิ่งเบิร์ด ยอดยาหยี พ่อยอดขมองอิ่มอะไรก็ไม่ไหวว่ะ “เรียกผมกำปั่นไปตามปกติก็พอแล้วเอ้อ”



“เอางั้นเหรอ แต่ปั่นจะเรียกพี่ว่าที่รักหรืออะไรบ้างพี่ก็ไม่ว่าหรอกนะ” ยิ้มหยอกตอบ แล้วส่งแว่นเรแบนที่กำอยู่จนมือไปโดนเลนส์ฝ้าไปหมดคืนไป ซึ่งกำปั่นก็รับกลับมาแต่ไม่ได้สวมคืนเพราะป่านนี้จะปกปิดอะไรก็คงไม่ทันแล้ว จึงเสียบมันไว้ตรงคอเสื้อนิสิตแทน



“งั้นลองดู… ที่รักครับ” พูดพลางจ้องหน้าเหนกไปด้วย



“ว่าไงครับที่รัก” นี่ก็ตอบรับพลางส่งสายตาวิ้ง ๆ กลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ปกติก็คงจะทำตัวไม่ถูกหรอก แต่พอได้ตำแหน่งกิตติมศักดิ์มาขนาดนี้แล้ว เหนกก็รู้สึกได้ว่าตัวเองอัพสกิลหน้าด้านขึ้นหลายเลเวลนัก



กลายเป็นว่าคนลองเรียกด้านสู้ได้ไม่พอ หูหลุบหางลู่ม้วนหนีอย่างยอมแพ้ “ไม่ดี ๆ… แม่ม แดเมจสูงมาก…” ทำท่ากุมหัวใจแบบใจผมจิไม่ไหว



เหนกหัวเราะหนักอารมณ์ดีกับความน่ารักของกำปั่น ตอนนี้เขาเกิดอยากกินเจ้าหนุ่มผมฟ้าที่เป็นแฟนเขาหมาด ๆ แทนสเต็กและสลัดบนโต๊ะเสียแล้ว “แล้วคืนนี้เอาไงดีปั่น ให้พี่ไปนอนที่หอปั่นได้มั้ย..” สมเป็นอเนกภพผู้ได้คืบจะเอาไมล์จริง ๆ ได้ช่องปุ๊บหยอดปั๊บ



“เอ่อ…” กำปั่นจิ้มขนมปังกรอบพลาดไปเลยครับท่านผู้ชม ทำให้เกิดเสียงแก๊งเมื่อส้อมกระทบกับจาน เริ่มคิดหนักว่าตูดกูอาจจะไม่รอดในคืนนี้ซึ่งก็คงแทบไม่ต้องลุ้นแล้วเลยเนี่ยย “พี่เหนกคงไม่ชิงสุกก่อนห่ามใช่มั้ยครับ…” ห่ามเมื่อไหร่ไม่รู้ดักไว้ก่อน



“เฮ้ย.. นี่ก็ห่ามแล้วไงปั่น” เป็นแฟนกันแล้วจะให้ห่ามกว่านี้เดี๋ยวจะเหี่ยวเสียก่อน แล้วเหนกก็หัวเราะอีก หัวเราะตลอดกรามจะค้างแล้ว “พี่ล้อเล่น.. ไว้วันอื่นก็ได้ พรุ่งนี้มีเรียนพี่ไม่มีเสื้อใส่พอดี” พูดแล้วก็ลากถ้วยใส่ซุปเห็ดที่ผิวหน้ากลายเป็นแผ่นเพราะไม่ยอมกินเสียทีเข้ามาใกล้ “รีบกินเถอะ เย็นหมดแล้ว แล้ว..กลับกันเลยดีกว่า พี่เป็นห่วง” ยื่นมือไปลูบหัวกำปั่นด้วยเอ็นดู “เดี๋ยวใครมาทำมิดีมิร้ายปั่นเอา”



“อื้อ… ครับพี่” หนุ่มรุ่นน้องเอียงหัวให้ลูบ แต่ไอ้มาทำมิดีมิร้ายนั่นก็คงมีอยู่คนเดียวนั่นแหละนะ ในเมื่อเหนกไม่ได้จะกดสูตรเร่งรัดเอาความอะไรกำปั่นก็โล่งอก มีความสุขกว่าเดิมจนระหว่างกินนี่ก็มาเอนตัวพิงเหนกเป็นพัก ๆ แต่ก็ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างมั่นคงจนเคลียร์เรียบไม่เหลือในที่สุด



หลังจากมื้ออาหารแห่งความสุขและความทรงจำจบแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่ได้ไปดูหนังหรือร้องคาราโอเกะต่ออย่างคู่รักอื่น ๆ เขาทำกันเพราะกินมากไปจนเดินกันไม่ไหว โดยเฉพาะเหนกที่ไม่ได้กินเยอะกว่าปกติแต่กลับอิ่มจนไม่อยากกินอะไรต่อ ส่วนกำปั่นด้วยความตื่นเต้นจัดก็เลยกินไปจนท้องแทบแตกไม่รู้ตัว ไอ้ครั้นจะพาไปกระชับสัมพันธ์ในที่ลับตาคนก็ติดว่าอิ่มเกินและเพิ่งกินสเต๊กมา อาจจะได้จูบรสสเต๊กเคล้ากับสลัดบาร์ซิสเลอร์ก็เป็นได้ เพื่อรักษาระดับความโรแมนซ์ในชีวิตก็เลยตกลงใจจะกลับหอกันแทน



ระหว่างขับมอเตอร์ไซค์โดยมีกำปั่นที่ยอมกอดเอวแล้วซ้อนท้าย เหนกก็ขับช้า ๆ ไม่เร่งรีบไปตามถนนยามค่ำของจังหวัดชลบุรีสู่มหาวิทยาลัย มีแสงไฟสีแดงสีเหลืองจากรถยนต์และไฟข้างทางได้บรรยากาศสวยและหรูหรา ประกอบกับลมเย็นจากทะเลพัดพาให้อากาศไม่ร้อนมากนัก ถือเป็นบรรยากาศดีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งสองคน ถึงจะยังไม่ได้แต่งงานก็ตาม แต่เหนกเชื่อมั่นว่าวันนั้นต้องมาถึงสักวัน



เพิ่งเริ่มคบกันได้แค่ครึ่งชั่วโมงก็วางแผนจะแต่งงานแล้ว..



ไม่นานก็ถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์หน้าคณะที่ฟีโน่สีฟ้าเหมือนผมเจ้าของจอดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาทุ่มเศษแล้ว ห้องกระจกที่มีกิจกรรมเปิดสายเทคของเอกอิ้งค์ก็จบไปเรียบร้อย เหลือเพียงห้องเปล่า ๆ มืด ๆ ไม่มีใครใช้และไม่มีใครเดินเฉียดไปแถวนั้นด้วยเหตุการณ์ลึกลับซับซ้อนหลายประการ แต่เหนกตอนนี้คงไม่รับรู้ถึงพลังงานบางอย่างในเมื่อทุกอย่างเป็นสีชมพูไปหมด



“กลับดี ๆ นะปั่น” หนุ่มรุ่นพี่พูดอย่างเป็นห่วงแม้หอกำปั่นจะห่างจากมหาวิทยาลัยแค่ไม่ถึง 20 เมตร



“พี่เหนกด้วยนะครับ กลับดี ๆ นะ” กำปั่นยิ้มตอบแม้จะอยู่ในมุมแสงสลัวแต่ยิ้มนั้นก็ยังดูสดใสได้อยู่ดี มือลูบท้ายทอยยึกยักลีลานิดนึงไม่ยอมมูฟทันที


“พี่กลับดีอยู่แล้ว” ก็อดยื่นมือไปลูบผมสีฟ้าสดไม่ได้ ใจจริงไม่อยากปล่อยให้กลับไปเลย อยากจะพากลับไปหอด้วยถ้าไม่ติดว่ามีรูมเมทอีกสองคนล่ะก็.. “ขอกอดทีได้ไหมปั่น” เหนกอ้าแขนให้ทั้งที่ยังคร่อมมอเตอร์ไซค์ตัวเองอยู่



“ครับ” กำปั่นไม่มีอิดออดอะไรอ้าแขนเข้าไปกอดเหนกหมับโดยไม่ต้องให้อีกคนตื๊อย้ำ ซบหัวกับบ่าเหนกเหมือนจะอ้อนหาไออุ่น คนขอกอดก็ลูบหลังและไหล่เบา ๆ เหมือนกลัวช้ำ แล้วยังเนียนจูบซอกคอกำปั่นโดยอาศัยความมืดช่วยพรางไม่ให้คนเดินผ่านไปมาเห็นชัด



“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะปั่น” พูดเบา ๆ เป็นเชิงลาแต่ก็ไม่ปล่อย



“เจอกันครับพี่เหนก” ทางรุ่นน้องหนุ่มก็ไม่ค่อยอยากปล่อยนัก แต่จะให้อยู่แบบนี้ไปตลอดคงไม่ได้จึงค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกก่อนเอง ส่งยิ้มให้เหนกอีกครั้งพลางเดินถอยหลังก่อนจะหมุนตัวตรงไปทางรถฟีโน่ของตนบ้าง



ถึงจะต้องจากกันแต่หัวใจมันก็พองโตไม่น้อยเลย


เหนกมองตามกำปั่นไปไม่วางตา แล้วถอนใจเบาออกมาช่วยระบายความสุขที่เอ่อล้นจนต้องเหม่อลอย และยังนิ่งไม่ขยับจนกระทั่งกำปั่นคร่อมฟีโน่สีฟ้า หันมาโบกมือให้และขับออกไปก่อน สงสัยกำปั่นคงจะรู้ว่าถ้ายังอ้อยอิ่งอยู่ต่อก็คงไม่ได้ขยับไปจากตรงนี้แน่ จนกำปั่นหายไปจากสายตา เหนกถึงได้เริ่มขยับขับมอเตอร์ไซค์ตนมุ่งหน้ากลับหอไปเองบ้าง



ก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หรือวันต่อ ๆ ไปจะเป็นยังไง.. แต่คืนนี้อย่างน้อย ๆ ทั้งคู่คงนอนหลับฝันดีถึงกันไม่มากก็น้อย



To be continued



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

732 ความคิดเห็น

  1. #655 ♦{หลาม}♦ (@te-yo-02) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 15:04
    ..... รู้สึกหวาน และ หิว -   - 
    #655
    0
  2. #605 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 13:36
    มาต่อเถอะคร้าบ TwT โอ๊ยหวานปานจะกลืนกิน อยากให้ต่อมากมายยยย
    #605
    0
  3. #603 mi-kung (@pityapoo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:01
    โห้ววววววววววว เพิ่งตามอ่าน ชอบมากกกกกกกกกกกก จะมีต่อมั๊ยค่ะ
    #603
    0
  4. #601 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 02:47
    อ๊ากกกกกกกกหวานมากกกกกกกกกกน่ารักมากปกปปปปปเหนกกกกปั่นนนนนน โอ๊ยยยยมดขึ้นล้าววววววว กลับมาอัพต่อเถิดดดดด >///////<
    เรื่องสาหัสที่เต้จะเจอนี่คือไรรรร
    อิพี่โต้นี่ บรรยายซะนึกถึงหน้านิ่งๆพี่แกทีไรหลุดขำตลอด5555
    ขอตอนสเปเชี่ยลเป็นเต้โต้ด้วยได้มั้ยยย //ทำตาปิ๊งๆอ้อนวอน
    #601
    0
  5. #596 Pom_C (@i-am-fat) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 20:52
    กรี้ดดดดดดด
    ตอนนี้ทำดาเมจข้าพเจ้ารุนแรงมากกก
    ตายแหน่ ตายแหน่ๆ มดรุมกัดตายแล้ววว
    ขอบคุณกับตอนใหม่มากค๊าา
    #596
    0
  6. #595 WARIN : วริณ (@hham2540) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 00:56
    ตามอ่านตั้งแต่บ่าย4ยันตี1ค่ะ ควดเดียว20ตอน 555555555
    โอยเขินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กรี้ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ลงไปดิ้นอยู่บนเตียงหลายฉากเลยค่ะ โอยน่าร้ากกกกกกกกก
    นี่นึกว่ามาตอน20แล้ว ก็ยังจะไม่ได้คบกันซะอีก...... /น้ำตาไหลปลื้มปร่ิ่ม เป็นแฟนกันสักที ในที่สุดดดดดด
    รอต่อนะคะถ้ามีต่อก็ตามต่อค่ะะะะะ รักคู่นี้มาก กรี้ดดดดดด///////////////
    #595
    0
  7. #571 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 17:20
    เฮือกก คนอ่านอยากตายยย สำลักน้ำตาลตายแล้ววว นั่งกระอักเลือดหน้าคอม จิกหมอนจิกผ้าห่มพรุดไปหมดแล้ววว
    #571
    0
  8. #570 SB Gray. (@sb-gray) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 12:52
    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกก ดีใจที่มาอัพต่อค่ะ T_T

    พี่เหนกกับกำปั่นน่ารักมากๆ อ่านไปยิ้มไป 555555555 ////-////

    ปล.เรื่องสาหัสที่พี่เต้จะเจอคืออะไร อยากรู้จัง
    #570
    0
  9. #569 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 17:49
    ได้แฟนละลืมน้องลืมเพื่อนเลยหราพี่เหนกกกกก /พี่เหนกเสี๊ยวเสี่ยว 55
    #569
    0
  10. #565 lukpla^^yamas (@lukplary) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 10:11
    มดมาเป็นแสน หวานมากกกกกกกกกกก พี่เหนกเสี่ยวเวอร์ อ่านไปฟินไป เขินแทนกำปั่น555555 สนุกมากเลยค่ะ น่ารักมากเลย ขอบคุณที่มาอัพต่อนะคะ
    #565
    0
  11. #564 HMKY_ELF (@muk2727) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 05:06
    สมกับที่ค่อยมานานเหลือเกินนนน แงงงงงงงงงง ตอนต่อไปณ บัดนาวววว
    #564
    0
  12. #563 HMKY_ELF (@muk2727) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 05:05
    เขินฟินจิ้นดีใจร้องไห้แก้มปริ คือ คิดถึงมาดดดกกกกกกกก แงงงงงงง
    #563
    0
  13. #561 krukriarha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 17:06
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด กระชุ่มกระชวยมากค่อขุ่นแม่ขาาาาาา

    หลังจากที่รอคอยมานาน โอ๊ยยยยย ไม่ไหวล๊าววววววววว เบาหวานขึ้นค่าาาา
    #561
    0
  14. #560 HOMOsepien#987654321 (@luvlygooddie) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 13:03
    ขอมอบแฮชแท็ก #กรี๊ดหนักมาก ให้กับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ คิดถึงมากกกกก รักมากกกก ฟินมากกไก้ล้านตัว!! ตอนนั้นฝากเพื่อนซื้อปั่นรักแต่ไม่มีอ่ะ ร้องหนักมาก ได้แต่พี่ว้าก แล้วคือเงินหมด #โศกาอาดูรมากมั้ยให้ทาย ฮืออ
    #560
    0
  15. #559 I'm tinkerbell (@lovely8059) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 08:02
    มาทียาวมากกกก ขอไล่อ่านตอนเก่าก่อนนะคะ T^T

    #559
    0
  16. #556 ~.oOBaM...bAmOo.~ (@mybleach) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 00:28
    อ๊ากกกกกดดดดด ไม่น๊าาาากำปั่นของเขา 555 เขินจะตายอยู่แล้ว อ่านไปตบกำแพงไป ทุบหมอนไป กัดผ้าห่มไป กลิ้งไปมา คือแบบฟินเกินไปแล้ว ดีใจมากเลยพอเห็นพี่ศอบอกว่าอัพตอนใหม่ในเพจ นี่รีบตามมาอ่านทันที 2ปีคือคุ้มสุดสำหรับตอนนี้ แอร๊ยยย เขินเกินไปแล้ววววว ส่วนพี่โต้ก็เหมือนเดิม 55555555 หน้าพี่ท่านแว๊บขึ้นมาเลย
    #556
    0
  17. #555 เหอเหอ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 23:19
    พี่เหนกเหมือนฮีโตขึ้นเลยเเฮะ เหนือสิ่งอื่นใด เป็นแฟนกันเเล้วค่าาาาาาาาาา !!!!! >0< ลุ้นมาตั้งนาน เห้อมมมมม อ่านไปเขินไป-/////-
    #555
    0
  18. #554 colacolasham (@colacolasham) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 22:33
    ฮว๊ากกกกกก  วันนี้ที่รอคอยมากกกกก  เป็นแฟนกันแล้วววว  กรีดร้องยิ่งกว่าพี่เหนกอีก  สุดยอดดดดด  ดาเมจแรงสุด  เอื๊อะะะะะะะะ 
    #554
    0
  19. #553 SOUL-XZ マイ。 (@mine-bom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 22:13
    อัยย่ะ !!! มาแล้ววววววว แลพี่เหนกจะเสี่ยวขึ้น 5555555
    #553
    0
  20. #552 ฟิน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 22:00
    มาต่อแล้วดีใจ พี่เหนกกีบน้องปั่นเป็นแฟนกันแล้ว
    #552
    0
  21. #551 Triple_y (@nupoo1234) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 21:25
    โอ๊ยยยยย อิ่ม พูดได้คำเดียวว่าอิ่มมากกกกก สมกับการรอคอยจริงๆ สุดยอดมรก พี่เหนกก็จะหวานเลี่ยนไปไหนเนี่ย เบาหวานจะขึ้นอยู่แล้วนะคะเนี่ย คราวนี้มาต่อเอาจนจบเลยนะคะ อิอิ
    #551
    0
  22. #550 DarkStorm (@am-payu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 20:45
    พอเห็นแจ้งเตือนพี่ศอว์อัพแล้วก็ตกใจขยี้ตาสองสามที 5555



    รอมานานมากคู่นี้ กรี๊ดบ้านแตก น่ารักมากๆๆๆๆๆ เป็นแฟนกันแล้ว กรี๊ดดดดด

    //ดีดดิ้นม้วนบิดไปมา
    #550
    0
  23. #549 Shenoraq (@shinora) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 20:34
    ถถถถถถถ เหนกปั่นคืบหน้าแหล่ว นั่ลล้าค มุ้งมิ้ง~ สัมผัสได้ถึงออร่าสีชมพูอมม่วง 555555 | พี่เหนกอยากกินที่กำปั่นอยากกินหรืออยากกินกำปั่นกันแน่คะ ฟฟฟฟ | เขินขุ่นพี่เต้และขุ่นพี่โต้แปป เห็นชื่อสองคนนี้แล้วอยากให้ถ่านไฟเก่ามันคุอย่างบอกไม่ถูก แต่มีน้องพิชแล้วนี่เนอะ ไม่เป็นไรค่ะ *ร้องไห้* | ปล.โคตรนานจนแทบจะลืมไปแล้วว่ามีเรื่องนี้ 555555555555
    #549
    0
  24. #548 shinohara (@shi-ki) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 19:57
    รู้สึกหิวแทน



    #โฟกัสที่จุดใด
    #548
    0
  25. #547 chan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 19:30
    หายไปนานมากๆ จนจำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว ต้องกลับไปอ่านใหม่แล้ว
    #547
    0