[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 9 : Chapter 7 :: ก้าวแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

 

ช่างเป็นคืนที่ไม่อาจข่มตานอนได้จริงๆ


สำหรับคืนสุดท้ายที่จะได้นอนบนเตียงๆเดิม ห้องๆเดิม บ้านหลังเดิม อันเป็นสถานที่ที่ทรานส์หนุ่มอาศัยเติบโตมาตลอดยี่สิบปี ช่วงนี้ของทุกปีหน้าต่างห้องของเขาจะถูกใช้เป็นจุดชมทางช้างเผือกที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนกว่าทุกที อาซาเอลเท้าแขนลงกับขอบหน้าต่าง เส้นผมขยับเบาๆด้วยลมยามค่ำคืนที่แสนเหน็บหนาว หากแต่เจ้าของกลุ่มดาวสามดวงก็มิได้สนใจสภาพอากาศมากนัก เขายังคงเหม่อมองไปไกลแสนไกลจนกระทั่งความชื้นในอากาศส่งให้เจ้าตัวจามออกมาพรืดใหญ่

 


“อยากป่วยตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนหรือไงลูก น่าตีจริงๆ”เสียงหวานของผู้ที่ยืนมองเด็กดื้อของเธออยู่นานเอ่ยขึ้นเมื่อลูกชายคนเดียวยกมือขยี้จมูกฟุดฟิด นมอุ่นหนึ่งแก้วถูกส่งให้คนที่ฝืนตากลมทั้งที่สวมเพียงชุดนอนบางๆ

 


อาซาเอลยิ้มรับก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้ของเหลียวสีขาวได้ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายที่ผิวเนื้อเย็นจัดตามสภาพอากาศ อิซาเบลรับแก้วเปล่าคืน ยังไม่ทันได้ขยับเท้าก้าวออกจากห้องก็โดนมือหนาของลูกชายดึงชายเสื้อนอนไว้เสียก่อน


 

ตลอดสองวันที่สถาบันปล่อยให้นักเรียนใหม่กลับบ้านเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเปิดเทอม อิซาเบลมั่นใจว่าได้พูดคุยกับเด็กน้อยตรงหน้าไปแล้วหลายร้อยหลายพันเรื่องราว อาซาเอลถ่ายทอดประสบการณ์การทดสอบให้เธอฟังเท่าที่เวทย์สัจจะยอมให้ทำ และเธอก็รับรู้ว่าเด็กหนุ่มที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกนั้นต้องผ่านความเจ็บปวดมากเพียงใด

 


คนเป็นแม่ได้แต่ปลอบโยนและเตือนภัยว่าภายในสถาบันนั้นมีสิ่งที่ต้องเผชิญอีกมากมาย

 

หากแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่อาซาเอลจะมีแววตาสั่นไหวได้เท่าตอนนี้


 

“แม่ครับ ผมกลัว”


 

เสียงที่พยายามทำให้ไม่สั่นแต่ก็ยังสั่นอยู่นั้นบีบหัวใจผู้ให้กำเนิด


 

คนดื้อดึงอย่างอาซาเอล น้อยครั้งที่จะเอ่ยออกมาเองว่ากำลังหวาดกลัว น้อยคนนักจะเคยได้ยิน หากเมื่อใดที่เด็กคนนี้เอ่ยปาก นั่นหมายความว่าความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกนั้นใกล้ระเบิด ทรานส์ตัวน้อยที่กำลังสั่นกลัวต่ออนาคตต้องการอ้อมกอดของคนที่เขาไว้ใจช่วยปลอบโยน


 

และไม่มีอ้อมกอดใดอบอุ่นไปกว่าอ้อมกอดของมารดา

 

 

อิซาเบลค้อมตัวลงกอดลูกชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้บุนวมที่เธอเลือกให้เอง เพียงแค่คิดว่าเด็กคนนี้จะออกห่างอกเธอไปหลายปีก็ไม่อาจหยุดความร้อนผ่าวที่ขอบตาได้



กระนั้นหยดน้ำตาของหญิงวัยกลางคนก็มิได้ร่วงหล่นลงมา หากถามว่าอาซาเอลได้นิสัยเกลียดความพ่ายแพ้และความอ่อนแอของตัวเองมาจากใคร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากผู้หญิงคนนี้เอง


นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิต ที่เจ้าตัวน้อยต้องไปอยู่ไกลจากสายตา ทว่าครั้งนี้เธอยินยอม เพื่อให้ลูกแข็งแกร่งขึ้น การส่งเข้าเรียนในสถาบันดีๆนั้นเป็นเรื่องจำเป็น


 “ความหวาดกลัวจะทำให้ลูกเอาตัวรอดได้ ยอมรับ และใช้มันให้เป็นประโยชน์นะลูกรัก”เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมลูบเส้นผมสีดำสนิทเบาๆอย่างรักใคร่ สัมผัสได้ถึงแรงขยับเบาๆอันเกิดจากการพยักหน้ารับคำ


 

“ตอนทดสอบ ผมเกือบลอสอย่างสมบูรณ์"

"ผมกลัว กลัวว่าสิ่งนี้จะฟ้องใครต่อใครว่าผมเป็นอะไร กลัวว่าสุดท้ายแล้วผมจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ เหมือน


 

อาซาเอลขบริมฝีปากแน่นกลั้นก้อนสะอื้นเมื่อพูดถึงใครบางคนในความทรงจำ คล้ายอะไรบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทำให้หายใจสะดุด ดวงตาฉ่ำน้ำกระพริบถี่เพื่อไล่บางสิ่งที่กำลังเอ่อล้นขอบตาให้กลับเข้าไปที่ๆมันเคยอยู่

 


“ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ อย่าให้ความรู้สึกระแวงนี้ผลักลูกออกจากคนรอบข้าง”

 


แขนบางที่โอบกอดเด็กผู้ชายตัวโตอยู่ออกแรงโยกร่างกายผอมบางแต่ก็แข็งแรงสมวัยไปมาเบาๆ ราวกับเขาเป็นเด็กตัวน้อยที่กำลังโยเยไม่ยอมทานผัก


 

หากแต่เรื่องที่อาซาเอลกำลังโยเยนั้นขมเฝื่อนกว่ารสชาติของผักชนิดใดในโลกมากนัก


 

“ลูกเป็นคนพิเศษ อย่าหวาดกลัวสิ่งที่ตัวเองเป็นเลยอาซาเอล สักวันหนึ่งเจ้าของสิ่งที่อยู่ในตัวลูกต้องมารับมันคืนไปแน่นอน”


 

“แล้วผมก็ต้องกลายเป็นเขี้ยวของเขา ใช่มั้ยครับแม่”ดวงตาคมช้อนมองผู้เป็นแม่ แววสั่นไหวที่สะท้อนอยู่ในนั้นได้รับการส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ


 

อาซาเอลคิดว่าต่อให้คำตอบนี้เป็นคำโกหก มันก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมากโข


 

“ไม่หรอกลูก จะเป็นเขี้ยวของใคร เป็นสิ่งที่ลูกเลือกได้นะลูกรัก”


 

“ผมไม่อยากเป็นเขี้ยวของใครทั้งนั้น”

 

ครั้งนี้อาซาเอลไม่ได้ปฏิเสธด้วยเสียงห้วนอย่างทุกที เสียงสั่นเครือนั้นต่อต้านสิ่งที่ผู้เป็นแม่เอ่ยได้อย่างน่าเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่ผู้ให้กำเนิดจะก้มลงไปฟัดหอมแก้มนุ่มของลูกชายเสียฟอดใหญ่



 

“เด็กน้อย ลูกกลัวการเป็นเขี้ยวงั้นหรือ”อิซาเบลมองสบนัยต์ตาสีดำสนิทที่มักจะทอประกายสดใสอยู่เสมอ บัดนี้เมื่อสิ้นคำถามเธอ ประกายหม่นวูบฉายอยู่บนดวงตาคู่เดิม

 


อิซาเบลไม่อยู่ในจุดที่พูดได้ว่าเข้าใจลูกชายของตัวเอง เพราะเธอเป็นเพียว เป็นเพียวที่เคยคิดอยากทำให้ใครสักคนมาเป็นเขี้ยวของตน เธอจึงไม่อาจเอ่ยปากบอกเด็กน้อยตรงหน้าว่าการเป็นเขี้ยวนั้นไม่น่าหวาดกลัว ในเมื่อเธอรู้ดีว่าความกระหายให้ใครสักคนมาเป็นของตนนั่นน่าหวาดหวั่นเพียงใด


ทว่าเธอก็ไม่อาจปฏิเสธว่าเด็กคนนี้ผ่านเรื่องราวโหดร้ายมามากเพียงเพราะเกิดมาเป็นทรานส์ เพียงเพราะมีลักษณะพิเศษติดตัว และเพียงเพราะเกิดมาในตระกูลนี้


จิตใจของเด็กน้อยที่เธอเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่ลืมตาดูโลกแตกสลายไปเท่าไรเธอมิอาจรู้ ทำได้เพียงกอบเศษเสี้ยวที่เหลือนั้นเอาไว้ พยายามผลักดันให้อาซาเอลมีชีวิตแบบปกติสุข ชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

แต่ดูเหมือนเรื่องราวบางอย่างหยั่งรากฝังลึกจนทำให้อาซาเอลยึดติดกับคำว่าเขี้ยวมากเหลือเกิน


“ผมไม่ได้กลัวการเป็นเขี้ยว


แต่ผมกลัวการเป็นเขี้ยวที่ไม่ถูกรัก”

 

 

 hf


 

“นี่เป็นพิธีรับน้องใหม่อย่างเป็นทางการ หวังว่าเมื่อประธานในพิธี ผู้อำนวยการแห่งสถาบันเชนโตเออูโนเข้ามา พวกคุณจะอยู่ในความสงบนะครับ”

 

เสียงทุ้มนุ่มชวนฟังของผู้ที่แนะนำตัวว่าเป็นประธานนักเรียนคนปัจจุบันดึงความสนใจของนักเรียนใหม่ทั้งสี่สิบคนได้อย่างดี แม้แต่แจนิวาลที่เอาแต่พูดไม่หยุดตั้งแต่เข้ามานั่งภายในห้องประชุมขนาดกลางของสถาบันชื่อดังแห่งนี้ก็ยังยอมปิดปากสนิท เพราะหากทำให้ผู้มีอำนาจภายในสถาบันไม่พอใจ เขาอาจจะโดนโยนออกไปได้ง่ายๆ

 


กว่าจะเข้ามาได้เหงื่อแทบกลายเป็นสายเลือด เขาไม่ยอมโดนดีดออกไปตั้งแต่วันแรกแน่ๆ



 

            หากนักเรียนใหม่คาดหวังว่าสถาบันเชนโตเออูโนแสนเลื่องชื่อจะเป็นสถานที่สุดวิจิตรพิสดาร ก็ถือว่าสมดังที่หวัง เพราะถึงจะไม่ได้วิจิตรบรรจงเหมือนลอยลงมาจากเขาโอลิมปัสอันที่เป็นสถิตของทวยเทพ แต่การที่สถาบันซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเทือกเขาขนาดใหญ่ราวกินพื้นที่ทางตอนใต้ของทวีปไปหลายส่วนนี่ก็น่าอัศจรรย์ไม่น้อย

 


สิ่งก่อสร้างสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของเทือกเขาที่มโหฬารยิ่งกว่า ภาพเช่นนั้นงดงามจนผู้ที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนอย่างแจนิวาลได้แต่อ้าปากพะงาบๆจนมินาคัสอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นช่วยปิดปากนั้นให้ แต่มันคงรุนแรงไม่น้อยเพราะเรียกสีหน้างอง้ำของคนตัวเล็กกว่าได้อีกหน


 

สำหรับอาซาเอลแล้วสิ่งที่ทำให้อยากอ้าปากพะงาบๆคือเมื่อจินตนาการว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาจะต้องมีพลังเวทย์มากมายเพียงใด


 

การก่อสร้างอาคารใดก็ตามในปัจจุบันจะไม่ยอมให้เกิดการทำลายต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว ดังนั้นสถาปัตยกรรมทั่วโลกจึงเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างว่าจะใช้งานทรัพยากรอย่างไรไม่ให้สูญเสียสิ่งใดแม้แต่น้อย เว้นแต่พลังเวทย์ของผู้สร้างเอง

 


เช่นนั้นแล้ว การสร้างปราสาทขนาดใหญ่จากหิน แร่ และต้นไม้ที่ยังเจริญเติบโตได้แม้ถูกบิดม้วนเพื่อรัดตรึงโครงสร้างทั้งหมดเข้าด้วยกันนั้นจึงต้องใช้พลังและความสามารถสูงเกินกว่าเด็กใหม่หัดเดินอย่างพวกเขาจะจินตนาการออก


 

เพียงแค่คิดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาจะได้พบกับบุคคลที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา รวมถึงการบิดมิติพื้นที่ร่วมสองพันมิติเมื่อครั้งทดสอบด้วยแล้ว อาซาเอลก็พบว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจอย่างห้ามไม่ได้


 

กระนั้นก็มีบางสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไป


 

โต๊ะประชุมถูกจัดวางให้เป็นรูปตัวยู ปลายโค้งตัวยูเป็นที่สำหรับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่อาซาเอลรอคอย ดังนั้นนักเรียนใหม่จึงถูกแบ่งเป็นสองแถวนั่งหันหน้าเข้าหากัน

 


และนั่นก็มีบางสิ่งที่น่ารำคาญใจ


 

อาซาเอลขยับตัวอย่างไม่สบายนักเมื่อรับรู้ได้ว่าท่ามกลางสายตาที่มองไปยังรุ่นพี่หน้าห้องกลับมีดวงตาเรียวอยู่คู่หนึ่งที่เอาแต่มองเขามาตั้งแต่ต้น จนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมละไปไหน หากสายตาของคนๆนี้เป็นของแหลม ตัวของอาซาเอลก็คงพรุนไปหมดแล้ว

 

 

และให้ตายเถอะ เขาเพิ่งรู้ว่าบุคคลที่ขึ้นบัญชีว่าไม่อยากเจอหน้าที่สุดเป็นคนๆเดียวกับนายแบบหนุ่มชื่อดังที่แจนิวาลเคยร่ายความดีความชอบให้ฟัง


 

การที่ได้มานั่งอยู่ตรงข้ามกันแบบนี้เลยทำให้แฟนคลับตัวยงหันมากระซิบกระซาบกับเขาไม่หยุด และนั่นก็ทำให้คนหูดีที่นั่งอยู่อีกฝั่งยิ้มได้อย่างน่าหมั่นไส้เหลือเกิน

 


ถ้าเป็นคนดังแล้วนิสัยเสีย เขาคนหนึ่งล่ะที่จะตั้งตนเป็นแอนตี้ของ คาดิเนียล


 

            “ผู้อำนวยการพร้อมแล้วนะ เริ่มเลยมั้ย”

 


            สายตาทุกคู่ในห้องประชุมหันไปตามเสียงของผู้เข้ามาใหม่ และเพราะอาซาเอลลอบมองคนที่ทำให้เขาอึดอัดอยู่จึงทันเห็นว่ารุ่นพี่ร่างสูงที่เข้ามาแจ้งข่าวนั้นสบตากับคาดิเนียลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากให้กันอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที กระนั้นรอยยิ้มนั่นก็ดูอันตรายอย่างมิอาจอธิบายได้ ยิ่งเมื่อทรานส์หนุ่มเลื่อนสายตาไปสบเข้ากับเจ้าของร่างกายกำยำอย่างคนชอบออกกำลังที่ยืนอยู่เคียงข้างประธานนักเรียน ความชาวาบก็แล่นจากปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

 


            คล้ายกับเมื่อครั้งที่มิติพื้นที่แปรปรวนแล้วได้พบกับคาดิเนียลครั้งแรก

 

            หวาดกลัวแต่โหยหา

 

            ทว่าเจ็บปวดน้อยกว่ามาก

 

 

           “เชิญท่านมาได้เลย นักเรียนใหม่ทุกคนเตรียมตัวนะครับ”

 


            อาการอึดอัดคล้ายถูกขโมยลมหายใจหายไปราวไม่เคยเกิดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายถอนสายตาจากเขาไปเพื่อพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะก้าวออกจากห้องประชุมไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 


เกิดอะไรขึ้น


 

อาซาเอลนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่ก่อนจะได้คิดทบทวนสิ่งใดก็ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อทำความเคารพบุคคลสำคัญ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ผู้ก่อตั้งสถาบันอันยอดเยี่ยม


 

ผู้อำนวยการสถาบันเชนโตเออูโน

 


“สวัสดีนักเรียนใหม่ทุกคน ผมยูโนดิซัส ผู้อำนวยการของที่นี่ ยินดีต้อนรับทุกคนนะ”

 


ราวกับทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว


 

พลังเวทย์มหาศาลที่เอ่อออกมาจากชายคนนี้กดดันเสียจนทรานส์บางคนแทบจะลอส หากไม่ใช่ผู้ผ่านการทดสอบสุดโหดหินแล้วล่ะก็ คงมีทรานส์เผยร่างออกมาเป็นแน่


 

อาซาเอลกัดฟันจนเห็นสันกรามอย่างชัดเจน กลัวเหลือเกินว่าจะมีผู้สังเกตเห็น หากแต่สภาพของแจนิวาลที่เหงื่อซึมขมับอยู่นั้นก็ทำให้ทรานส์หนุ่มรู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่ทรานส์ แต่เพียวและไฮบ์ก็ได้รับผลกระทบจากพลังอำนาจนี้ไปด้วยเช่นกัน


 

เพราะความช่างจ้อของแจนิวาล อาซาเอลจึงได้รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นเพียว ตอนที่รู้ทรานส์หนุ่มตื่นเต้นไม่น้อยเพราะในยุคนี้มนุษย์ทั้งสามกลุ่มเพียวถือว่าเหลือน้อยเต็มที ด้วยเพียวนั้นจะเกิดจากมนุษย์เลือดบริสุทธิ์เท่านั้น ตลอดเชื้อสายที่สืบทอดกันมาจะต้องไม่เคยมีผู้ใดจับคู่กับไฮบ์หรือทรานส์

 


ความสามารถสำคัญอย่างหนึ่งของเพียวคือทนต่อแรงกดดันจากพลังเวทย์ได้ดีกว่าไฮบ์และทรานส์ที่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่าทำให้ตื่นกลัวได้ง่ายกว่า


 

กระนั้นแจนิวาลก็ยังสั่นกลัวต่อคนเบื้องหน้า

 

 

ทำเช่นไรจึงจะได้รับพลังในระดับนั้นมาครอบครอง หรือเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

 


หากจะพูดว่าใครสักคนได้รับความรักจากพระเจ้ามากกว่าผู้อื่น

 


ยูโนดิซัสผู้นี้ก็คงอยู่ในรายชื่อเหล่านั้นเป็นแน่


 

hf


 

“ฉันคิดว่าจะตายแล้วจริงๆนะตอนนั้น”


แจนิวาลพูดประโยคเดิมเป็นรอบที่เจ็ด อาซาเอลมิได้ตั้งใจนับหากแต่จำได้เองเมื่อตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นมามินาคัสก็ถอนหายใจตามหลังประโยคนี้ทุกครั้ง คงเบื่อจะฟังไม่ต่างกับเขานักหรอก

 

“จริงๆฉันว่านายน่าจะตายไปเลยนะ ตอนนั้นน่ะ”

 

แจนิวาลเบิกตาโตเอามือทาบอกทำทีตกอกตกใจกับคำพูดร้ายกาจของอาซาเอล ตั้งแต่รู้จักกันมาจนเริ่มสนิทสนม เขาก็รับรู้ได้ว่าริมฝีปากของอาซาเอลนั้นมีใบมีดซ่อนอยู่

 

หลายครั้งที่พูดจาเชือดเฉือนความรู้สึกเสียจนเจ็บแสบ

 

หากแต่แจนิวาลก็ปรับตัวได้เร็วจนไม่รู้สึกรู้สาต่อถ้อยคำรุนแรงเหล่านั้นไปเสียแล้ว ความสามารถนั้นทำเอาอาซาเอลและมินาคัสรู้สึกชื่นชมและหมั่นไส้ไปพร้อมกัน

 


เหตุที่แจนิวาลสามารถจ้อไม่หยุดได้เช่นนี้เพราะนักเรียนใหม่ถูกส่งเข้าหอพักเพื่อจัดเก็บสัมภาระที่นำมาให้เข้าที่เข้าทางและจัดการเรื่องการลงทะเบียนเรียน พวกเขาทั้งสามจึงพากันมานั่งปรึกษาเรื่องวิชาที่จะลงเรียนในห้องของอาซาเอล เหตุที่เลือกห้องนี้ก็เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างแจนิวาลและมินาคัสพอดิบพอดี ส่วนซามูเอลนั้นถูกแยกออกไป ห้องของทรานส์ตัวน้อยอยู่ชั้นบนขึ้นไปหนึ่งชั้น โชคยังดีที่อยู่ปีกฝั่งเดียวกัน


 

มินาคัสเทเลพาทีไปชักชวนหากแต่ได้รับคำปฏิเสธจากเพื่อนรุ่นน้อง พร้อมเหตุผลว่าลงทะเบียนเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ที่อยู่ห้องติดกัน อีกฝ่ายเข้าเรียนที่นี่ตั้งแต่ปีก่อนจึงช่วยเหลือนักเรียนใหม่ได้มาก

 

เหลือก็แต่สามสหายที่ต่างก็ไม่รู้อะไรเลย แต่ยืนยันว่าจะลงวิชาเรียนกันเอง ไม่อยากรบกวนให้เพื่อนใหม่ของซามูเอลต้องเดินลงมา และขี้เกียจเกินกว่าจะเดินขึ้นไป


 

ห้องของพวกเขาอยู่ทางด้านปีกตะวันออกซึ่งมีทัศนียภาพนอกหน้าต่างเป็นแนวเขาและป่าสนที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น ยามเช้าคงมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นอาบแสงเหนือเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไปได้พอดี อาซาเอลชอบแสงแดดจึงชื่นชอบเป็นพิเศษหากได้อยู่ในที่ที่รับแสงได้ดี ภายในห้องตกแต่งไม่ต่างจากห้องพักที่ใช้รับรองผู้เข้าทดสอบ หากแต่บ่อน้ำพุร้อนถูกแทนที่ด้วยห้องอาบน้ำธรรมดาที่ก็สะดวกสบายดีในความรู้สึกของอาซาเอล นอกจากนี้กลิ่นไม้หอมในห้องยังถูกจริตอาซาเอลมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ มันหอมเย็นมิใช่หอมหวานจนรู้สึกเลี่ยนหากต้องอยู่นานๆ


 

โชคดีอีกอย่างก็คือที่นี่ให้นักเรียนพักแยกกันคนละห้อง เหตุผลคงไม่พ้นการปกป้องเหล่าทรานส์ตัวน้อยให้ได้มีพื้นที่หลบซ่อนตัวเมื่อเกิดอาการลอส กระนั้นการจัดห้องก็มิได้แยกเพียวและไฮบ์ออกจากทรานส์แต่อย่างใด ดูได้จากการที่ห้องของแจนิวาลอยู่ติดกับห้องของอาซาเอล

 

เพราะทรานส์ต้องอยู่ร่วมกับไฮบ์และเพียวนี่ล่ะ อาซาเอลจึงรู้สึกว่าโชคดีที่สุดของวันนี้คือการที่ห้องของคาดิเนียลอยู่แยกออกไปทางปีกตะวันตก แมวน้อยที่ตั้งป้อมไม่ยอมเข้าใกล้เจ้าหมาป่าเดินหนีเลี้ยวเข้าปีกตะวันออกตามที่ได้รับการแจ้งมา และพบว่ากลิ่นไอที่คุ้นเคยและคอยกวนอารมณ์เขาตลอดเวลานั้นค่อยๆจางไป

 

คาดิเนียลไม่ได้เดินตามมา

 

ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรจึงได้ลอบมองแผ่นหลังกว้างที่เดินไกลออกไปทุกที

 


เฮอะ

 


ต่อให้ไปอยู่ไกลสุดขอบฟ้า หมอนั่นก็คงหาเรื่องทำให้เขารำคาญใจได้อยู่ดี


 

ขนาดเรื่องที่ทำให้อาซาเอลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อวันก่อน เขายังไม่ได้ยินคำขอโทษเลยสักครั้ง


 

เอาแต่มองอยู่อย่างนั้นเพื่ออะไรกัน


 

นิสัยเสียจริงๆ


 

“เมื่อไรเราจะได้ลงวิชาเรียนกันเสียที ฉันเหนื่อยและอยากนอนเต็มทีแล้ว”มินาคัสถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเด็กสองคนที่กวนอารมณ์กันไปมา รู้ดีว่าแจนิวาลนั้นเป็นอย่างไร แต่ไม่คิดว่าอาซาเอลจะเป็นไปด้วยนี่สิ

 

กลายเป็นเขาต้องคอยห้ามทัพไปเสียนี่


 

“นอกจากวิชาบังคับแล้วพวกนายอยากเรียนอะไรล่ะ”อาซาเอลเอ่ยถามขณะไล่สายตาไปบนกระดาษที่อัดแน่นไปด้วยชื่อวิชาเรียน บางวิชาแปลกตาเสียจนอาซาเอลจินตนาการไม่ออกว่าเกี่ยวข้องกับอะไร



 

ตอนนี้สิ่งที่เขากำลังตามหาคือวิชาที่แบคอนสอน หากแต่ในใบรายการก็ไม่ได้ใส่ชื่อผู้สอนเอาไว้เสียด้วย



 

ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียนนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่อ่านชื่อวิชาจากใบรายการที่ได้มาหลังจากพิธีรับน้องใหม่จบลง เลือกวิชาที่สนใจ และเขียนลงในกระดาษสำหรับลงทะเบียนซึ่งมีวิชาบังคับเขียนไว้ให้ก่อนแล้ว เมื่อมั่นใจว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใดอีก การประทับตราเลือดถือเป็นสิ้นสุด ตลอดปีการศึกษาสิ่งที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นนี้คือสิ่งที่นักเรียนใหม่จะต้องไต่อันดับขึ้นไปให้ถึงระดับ Beginners ซึ่งเป็นขั้นแรกของการแบ่งระดับความสามารถ

 


ตอนนี้ความสามารถของพวกเขายังไม่ถึงระดับเบื้องต้นด้วยซ้ำไป กว่าจะไปถึงระดับสูงสุดอันถือเป็นเกณฑ์การจบการศึกษา คงมีหืดขึ้นคอกันแน่นอน

 


อาซาเอลมีเรื่องมากมายที่อยากเอ่ยถามประธานนักเรียนเกี่ยวกับการเรียนในสถาบันเชนโตแห่งนี้ แต่ก็ต้องเก็บไว้ก่อน ด้วยสภาพนักเรียนใหม่ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเองนั้นไม่ต่างจากคนเพิ่งรอดจากการจมน้ำ โชคดีเหลือเกินที่ผู้อำนวยการกล่าวต้อนรับพวกเขาเพียงไม่กี่ประโยค จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของประธานนักเรียนที่จะชี้แจงรายละเอียดต่างๆ หากปล่อยให้ผู้อำนวยการอยู่นานกว่านี้ อาซาเอลคิดว่าเขาอาจจะลอสต่อหน้าผู้คนตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนก็เป็นได้



 

เมื่อนักเรียนใหม่ทั้งสามตกลงกันได้ว่าอยากเรียนวิชาใดเป็นวิชาเลือก บางวิชาต้องแยกกันไปเรียนด้วยสนใจไม่ตรงกัน และพวกเขาก็โตพอที่จะไม่หอบเพื่อนไปเรียนด้วยในทุกวิชา ทั้งสามจึงตัดสินใจเขียนสิ่งที่อยากเขียน ก่อนจะประทับตาเลือดลงบนกระดาษที่จุดตัวเองเป็นเพลิงสีฟ้าอ่อนก่อนจะหายไปในที่สุด


 

ทรานส์หนุ่มพยายามกัดปลายนิ้วให้เบาที่สุดด้วยไม่ต้องการให้เลือดที่ออกมามากเกินไป กลิ่นคาวเลือดของทรานส์อาจกระตุ้นสัญชาตญาณของเพียวอย่างแจนิวาลเอาได้ แต่การที่อีกฝ่ายมัวแต่งอแงกับรอยแผลที่มินาคัสใช้เข็มอันเล็กจิ้มให้ที่ปลายนิ้วก็ทำให้อาซาเอลตระหนักว่าแจนิวาลเป็นเพียวที่ไม่น่ากลัวเอาเสียเลยสำหรับทรานส์อย่างเขา

 


ชาตินี้จะหาเขี้ยวได้มั้ยล่ะเนี่ย

 


ละสายตาจากเพื่อนกลับมามองกระดาษแผ่นน้อยในมือตัวเอง ไฟสีฟ้ากำลังลามเลียกระดาษจนใกล้จะหมดแผ่นโดยผู้ถือกระดาษไม่รู้สึกถึงความร้อนใดๆ หากแต่สิ่งที่ทำให้อาซาเอลขมวดคิ้วมุ่นคือบางอย่างที่เกิดขึ้นกับกระดาษของเขา อาซาเอลคิดว่าตนเองตาไม่ฝาด วินาทีก่อนที่กระดาษจะกลายเป็นธุลี มีบางอย่างปรากฏเพิ่มขึ้นมาในรายการวิชาบังคับ


 

' How to survive '


 

วิชาบังคับเฉพาะทรานส์

 

หวังว่าความรู้จากวิชานี้จะทำให้เขารอดได้จริงๆ



เพราะเขาคงต้องใช้การเอาตัวรอดมากโข ในเมื่อวิชาบังคับมีรายชื่อยาวเหยียดเสียขนาดนั้น


เมื่อขึ้นชื่อว่าบังคับ หมายถึงนักเรียนใหม่ทุกคนต้องลงเรียน และนั่นก็หมายความว่า คาดิเนียล ก็ต้องลงเรียนวิชาเหล่านี้ด้วยเช่นกัน




อยากโดดเรียนชะมัดเลย


hf

 

ช่วงกลางค่อนปลายของสารทฤดูนั้นกลางวันสั้นกว่ากลางคืนเล็กน้อย แม้ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นแต่อุณหภูมิของอากาศก็เริ่มลดต่ำลง โคมร้อนดวงโตที่สาดแสงจ้ามาทั้งวันเริ่มคล้อยตัวลงต่ำจนไม่อาจมองเห็นได้จากหน้าต่างของหอพักฝั่งตะวันออก เหลือเพียงร่องรอยสีชมพูอมส้มที่ระบายพาดผ่านท้องฟ้าคล้ายคำบอกลาของทิวากาล ใกล้หมดเวลาของสัตว์ป่าที่หาอาหารในเวลากลางวัน การล่าของสัตว์กลางคืนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ฝูงนกส่งเสียงเอะอะขณะร่อนลงในป่าสนที่โอบล้อมรอบหอพักนักเรียนปีกตะวันออกเอาไว้ กั้นแนวสถาบันกับป่าทึบด้วยต้นเมเปิ้ลที่ใบเปลี่ยนสีจนใกล้เป็นสีแดงทั้งต้น

 


อาซาเอลใช้พลังเวทย์บางเบาเพื่อปรับให้สายตาของตนมองเห็นได้ไกลกว่าปกติ หากแต่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดในป่าสนได้ แม้แต่ฝูงนกที่บินหายเข้าไปเมื่อครู่


 

มีเขตแดนโอบล้อมรอบโรงเรียนไว้


 

จุดประสงค์นั้นเป็นไปได้หลากหลาย อาจเพื่อปกป้องนักเรียนจากสัตว์ร้าย หรือเพื่อป้องกันนักเรียนหลงหายเข้าไปในป่า ไม่ว่ากรณีใดอาซาเอลก็ไม่คิดอยากลองพิสูจน์ประโยชน์ของเขตแดนเวทย์ขนาดมหึมานี้


 

ในโลกนี้เต็มไปด้วยเวทมนต์ มิใช่แค่มนุษย์ที่ได้รับพรพิเศษ หากแต่ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเวทมนต์ในตัว สิ่งที่กุมพลังอำนาจแท้จริงมิใช่จอมเวทย์แห่งยุค หากแต่เป็นธรรมชาติทั้งมวล ต้นไม้ทุกต้น สัตว์ป่าทุกตัว มีเวทมนต์เป็นของตัวเอง และวิวัฒในแบบที่แตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ทุกสายพันธ์ที่เลือกสติปัญญาจนกลายมาเป็นมนุษย์จำแลง หลายร้อยหลายพันที่เลือกหนทางแห่งความแข็งแกร่งในแบบอื่น


 

ท่ามกลางธรรมชาติ มนุษย์อาจเป็นได้แค่เหยื่อที่ไร้ทางสู้


 


 

ก้อกๆ

 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก่อนเวลาอันควรทำให้เจ้าของห้องที่เหม่อมองไกลออกไปจนความมืดเริ่มโรยตัวโดยรอบรู้สึกตัวจากภวังค์ความคิด


 

หนึ่งวันของนักเรียนใหม่ไม่มีอะไรตื่นเต้นมากนัก หากไม่นับประสบการณ์คล้ายเฉียดปากเหวแห่งความตายยามเมื่อได้เผชิญหน้ากับอำนาจอันยิ่งใหญ่ของผู้อำนวยการ เวลาที่เหลือหมดไปกับการจัดของและเหม่อมองออกไปนอกห้องพัก รอคอยเวลาที่ใครสักคนจะส่งสัญญาณมาเพื่อให้พวกเขาลงไปทานอาหารเย็นและเข้านอนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันเปิดเทอมของจริงในวันพรุ่งนี้


 

แต่เวลาที่รุ่นพี่แจ้งไว้ไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องรออีกสี่สิบนาที


 

ใครกันที่มาเคาะประตู


 

อาซาเอลยังคงยืนนิ่งพิงกรอบหน้าต่าง เผื่อว่าเป็นมินาคัสหรือแจนิวาลจะได้ปลดกลอนด้วยเวทย์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปต้อนรับแขกประจำให้เมื่อย หากแต่แขกปริศนากลับเงียบหายไป เจ้าของห้องได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยด้วยหากเป็นเพื่อนสนิททั้งสองคงส่งเสียงเรียกอาซาเอลไปนานแล้ว ยิ่งถ้าเป็นแจนิวาลป่านนี้คงโหวกเหวกอยู่หน้าห้องอย่างไม่ต้องสงสัย


 

ขายาวพาเจ้าของห้องมายืนอยู่หน้าประตูก่อนจะดึงบานประตูไม้เนื้อดีให้เปิดออก


 

อ้าว

ร่างสูงครางกับตัวเองอย่างแปลกใจเมื่อไม่พบใครหน้าห้อง แต่แล้วสายตาก็ต้องลดต่ำลงเมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่ปลายเท้า


 

ภูตจดหมาย


 

อาซาเอลยืนมองกระดาษสีเทาที่ถูกพับเป็นสุนัขป่าตัวจ้อย เจ้าภูตจดหมายน้อยนั่งอย่างเรียบร้อยรอคอยให้ผู้รับสารเอ่ยอนุญาตให้มันเข้าห้อง ดวงตากลมสีดำสนิทที่ถูกแต้มจากหมึกสีเข้มเป็นสิ่งที่อาซาเอลไม่ชอบนัก ไม่ว่าตัวภูตจะน่ารักน่าชังเพียงใดแต่ดวงตาไร้แววที่จ้องเขม็งนั่นไม่ชวนให้เปิดจดหมายอ่านเอาเสียเลย


 

โฮ่ง


เสียงทุ้มต่ำที่ดังออกมาจากภูตตัวจ้อยเรียกสีหน้าประหลาดใจจากผู้รับ โดยปกติแล้วเสียงที่บันทึกมาจะเป็นเสียงของผู้เขียนจดหมายเพื่อแจ้งให้ผู้รับทราบว่าเป็นจดหมายจากใคร แต่เจ้าตัวนี้กลับมาพร้อมเสียงเห่าสั้นๆ ที่ทำให้อาซาเอลนึกถึงใบหน้าของคนบางคน


 

ภูตจดหมายรูปหมาป่า

กับเสียงเห่าที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเสียงใคร


 

เจ้าภูตตัวนี้วิ่งมาไกลจากฝั่งตะวันตกไม่ผิดแน่


 

ไกลจนส่งเทเลพาทีไม่ได้ก็มาไม้นี้เลยเรอะ


 

“เข้ามาสิ”


เอ่ยอนุญาตหลังถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่


ทนให้ดวงตาสีดำด้านนี่จ้องนานๆไม่ไหวหรอก ยิ่งถ้าปล่อยเอาไว้ คนผ่านไปผ่านมาเห็นเข้าคงไม่ดีเท่าไร


 

อาซาเอลทรุดตัวลงนั่งกับพรมอุ่นโดยมีเจ้าตัวจ้อยนั่งจ้องหน้าห่างไปไม่กี่คืบ ตั้งแต่ผลักประตูให้ปิดลงก็ถามตัวเองซ้ำๆว่าคิดดีแล้วหรือที่ยอมให้สุนัขเข้ามาในอาณาเขต ถึงจะเป็นเพียงกระดาษที่ผ่านการร่ายเวทย์ก็เถอะ แต่เจ้าของพลังเวทย์ที่ทำให้เจ้านี่ขยับได้ก็ไม่น่าไว้ใจสักเท่าไร


 

ล่าสุดก็เพิ่งขอให้อาซาเอลเป็นเขี้ยวให้หน้าตาเฉย


 

มันน่าข่วนให้หน้าเนียนๆนั่นเสียโฉมไปซะเลย


 

“เงื่อนไขการเปิดอ่านล่ะ”


 

 

จูบ


 

น่าข่วนจริงๆนั่นแหละ


 

อาซาเอลไม่รู้ว่าตัวเองเผลอแยกเขี้ยวใส่กระดาษแผ่นเดียวไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนเผลอดีดหูของหมาป่ากระดาษไปแรงๆ คิดเอาว่ากำลังดีดหูเจ้าของเสียงที่บันทึกมาก็รู้สึกอยากเปลี่ยนเป็นบีบคอไปเสียเลยดีกว่า

 


คิดอะไรอยู่ตอนตั้งเงื่อนไขแบบนี้

 


“ให้ตายสิเจ้าบ้านั่น”

 


อาซาเอลจ้องภูตกระดาษสีเทานิ่งอยู่พักใหญ่ เพียงแค่ปฏิเสธไปว่าไม่ต้องการรับรู้สารบนกระดาษแผ่นนี้ เจ้าหมาป่าตัวน้อยก็จะถูกเผาเป็นจุลและหายไปเองในเวลาไม่กี่วินาที หากแต่ปากบางๆนี้กลับไม่ยอมเอ่ยคำปฏิเสธออกไป ฟันคมขบลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างหงุดหงิดใจก่อนจะตัดสินใจว่าเขาอยากรู้ข้อความที่ส่งมา


 

บางทีอาจเป็นคำขอโทษ


 

ถึงไม่ได้อยากฟังนักก็เถอะ


 

เจ้าของห้องก้มลงมอบจุมพิตให้ภูตจดหมายอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้สึกถึงเนื้อกระดาษที่สัมผัสริมฝีปาก หากแต่นั่นก็มากพอให้ผ่านเงื่อนไขการเปิดอ่านจดหมาย สุนัขกระดาษคลี่ตัวออกช้าๆกลายเป็นจดหมายธรรมดาแผ่นหนึ่ง


 

ทรานส์หนุ่มยกมือลูบหน้าไปเสียหนึ่งทีให้หยุดความคิดประหลาดๆในหัวตัวเอง


 

จูบกระดาษก็คือจูบกระดาษ ไม่เกี่ยวกับคนเขียนสักหน่อย


 

หยิบกระดาษสีเทาหม่นซึ่งภายในมีลายมือบรรจงเขียนไว้หลายประโยคขึ้นอ่าน เนื้อความล้วนเป็นคำพูดห้วนสั้นสมกับเป็นจดหมายจากคนที่อาซาเอลตราหน้าว่าไร้มารยาทมาตั้งแต่ต้น


 

ซ้ำคำแรกยังเป็นคำๆเดิมเวลาเจ้าตัวต้องการเปิดบทสนทนา


 

ไง


เป็นคำติดปากหรือไง


 

โกรธมากเลยหรอ ไม่ยอมสบตากันเลย

 


ก็เพราะจ้องจนตาแทบหลุดแบบนั้น ใครจะอยากสบตาด้วยล่ะ ถามหน่อย


 

ขอโทษ

 


ถ้ามีมารยาทก็ควรพูดต่อหน้า ไม่ใช่เขียนจดหมายมา


 

อยากพูดต่อหน้า แต่กลัวคุณไม่ยอมฟัง


 

อาซาเอลชะงักเมื่อข้อความต่อมาราวกับตั้งใจตอบความคิดค่อนขอดของเขา


 

ขอโทษที่เสียมารยาทตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมล้ำเส้นเอง


ไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณรู้สึกไม่ดี


หายโกรธได้มั้ย


 

ผมพูดไม่คิดก็เพราะสนใจคุณมากจริงๆ


 

ยอมยกเลิกเรื่องหนี้ที่คุณเคยติดผมไว้ก็ได้

 

พลังเวทย์ที่ให้ไปก็ช่วยใช้อย่างถนอมด้วยนะ

 

มันยังอยู่ใช่มั้ยล่ะ


 

พลังของผม ในตัวคุณ

 

 

ถ้าหายโกรธแล้ว ตอนมื้อค่ำ คุณหยิบอาหารที่มีส่วนผสมของพีชนะ


ผมชอบพีชมากๆเลย


จะได้รู้ว่าคุณหายโกรธ

 


ดวงตาสีรัตติกาลกวาดตามองจดหมายทั้งฉบับอีกครั้งให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้อ่านประโยคใดตกหล่นไป และทำความเข้าใจทุกประโยคเป็นอย่างดีแล้ว


 

ชอบพีชมากๆเลย งั้นรึ

 

ล้อกันเล่นหรือไง

ใครอยากรู้กันล่ะ


 

ทั้งที่เป็นจดหมายขอโทษหากแต่แสนเอาแต่ใจและทำตัวเป็นใหญ่เสียเหลือเกิน

 

ไม่รู้ว่าความเอ็นดูที่ตีตื้นขึ้นมาแทนความขุ่นเคืองนี้คืออะไร

 

อีกฝ่ายทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆที่ไม่ได้ตั้งใจทำความผิด ทั้งขอร้องและบังคับให้หายโกรธไปพร้อมๆกัน

 

ไหนจะคำพูดที่กระตุกให้เกิดความคิดแปลกๆพวกนั้นอีก

 


สนใจมากนี่สนใจแบบไหนกัน เท่าที่จำได้อาซาเอลไม่เคยทำอะไรให้สะดุดตาคาดิเนียลเลยสักนิด ต่างคนต่างอยู่มาตลอด อีกฝ่ายพบเขาท่ามกลางมิติพื้นที่มากมายได้อย่างไรนั่นก็เป็นเรื่องน่าพิศวงอย่างหนึ่ง


 

พลังของผมในตัวคุณ

 

ดูพูดเข้า

 

ขนลุกไปหมดแล้ว 


 

ทรานส์หนุ่มผู้มีพลังเวทย์ของไฮบ์ไหลเวียนอยู่ในร่างกายได้แต่บอกให้ตัวเองลืมมันไปเสีย เขายืมพลังของคาดิเนียลมาตั้งแต่ตอนทดสอบ จนตอนนี้พลังงานแปลกปลอมกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายพูดขึ้นมาเขาก็คงไม่รู้สึกแปลกเช่นนี้

 


 

ก้อกๆ


“อาซาเอล ทำอะไรอยู่ พี่เขาเรียกให้ลงไปรวมตัวแล้วนะ”

 

คนที่จมอยู่กับกระดาษหนึ่งใบและความคิดสับสนวุ่นวายของตัวเองเงยหน้าขึ้นจากข้อความเหล่านั้น ดูเหมือนเขาจะมีสมาธิกับเจ้ากระดาษแผ่นจ้อยจนไม่ได้ยินเสียงเรียกรวมตัว ดีที่มินาคัสสังเกตเห็นว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งที่มักจะโดดเด่นอยู่เสมอยังไม่ออกมาที่ระเบียงจึงเดินย้อนกลับมาตาม

 


อาซาเอลแสร้งเดินออกจากห้องด้วยใบหน้าง่วงงุนให้เพื่อนเข้าใจว่าตนเผลอหลับเสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ คร้านจะตอบคำถามแจนิวาลว่าเหตุใดนายแบบดังอย่างคาดิเนียลจึงต้องส่งจดหมายมาง้องอนเขาถึงห้องนอน

 


hf

 


มื้อค่ำครั้งแรกในสถาบันคลาคล่ำไปด้วยนักเรียนหลายชั้นปี อาหารมากมายถูกวางเรียงรายไว้บนโต๊ะยาวรอบห้องอาหารที่ขนาดใหญ่กว่าห้องจัดเลี้ยงงานฉลองผ่านการทดสอบประมาณสามเท่า ผนังห้องเป็นต้นไม้หลายร้อยต้นที่มีเถาวัลย์เส้นโตเลื้อยพาดผ่าน กลิ่นอาหารอบอวลชวนให้น้ำลายสอ นักเรียนใหม่ทยอยเข้าจับจองโต๊ะที่ว่างพลางทักทายรุ่นพี่ที่นั่งทานอาหารอยู่ก่อน


ประมาณด้วยตาแล้วมีนักเรียนอยู่ในห้องอาหารนี้ร่วมสามถึงสี่ร้อยคน ซึ่งเป็นจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของนักเรียนในสถาบันเชนโตเออูโนที่มียอดนักเรียนล่าสุดอยู่ที่หนึ่งพันกว่า


ถือเป็นปริมาณที่ไม่มากเลยเมื่อเทียบกับสถาบันอื่นๆที่รับนักเรียนไว้หลายพันคน ดังนั้นอัตราการแข่งขันในแต่ละครั้งจึงสูงเป็นพิเศษ แม้ตลอดปีจะมีการคัดเลือกนักเรียนเข้าใหม่ด้วยเงื่อนไขหลายรูปแบบ แต่การทดสอบเข้าแบบปกติที่อาซาเอลเพิ่งผ่านมาได้นั้นถือเป็นวิธีการที่ปกติสามัญ และมีอัตรการแข่งขันสูงที่สุด

 


            อาซาเอลอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆห้องอาหารแสนร่มรื่น หากแต่สายตาของทรานส์หนุ่มไม่ได้สอดส่ายหาอาหารเลิศรสอย่างที่แจนิวาลกำลังทำ


 

เขากำลังตั้งใจมองหาคนๆหนึ่ง และเผลอมองหาใครอีกคนโดยไม่ได้ตั้งใจ


 

            “พี่อาซาเอลมองหาใครครับ”เสียงแตกหนุ่มของเด็กน้อยที่กำลังตักอาหารอยู่ข้างแจนิวาลและมินาคัสดึงให้ทั้งกลุ่มหันมามองคนโดนตั้งคำถาม

 


            “เพื่อน”เอ่ยตอบซามูเอลเบาๆขณะยังมองหา เพื่อน ที่ว่าอยู่ แต่แล้วก็ต้องตวัดสายตากลับมาด้วยประโยคหาเรื่องของคนช่างพูด

 


            “มีเพื่อนกับเขาด้วยหรือ”แจนิวาลถามด้วยใบหน้ายียวน ปิดท้ายประโยคด้วยการหัวเราะเสียงแหลมเมื่ออาซาเอลแยกเขี้ยวใส่

 


            “อย่าเหมารวมคนอื่นกับตัวเองสิแจนิวาล”คนมีดีที่ฝีปากไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนจิกกัดฝ่ายเดียว และดูเหมือนแจนิวาลจะยอมยกธงขาวเพราะรู้ดีว่าหากโต้คารมกันต่อไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ คำพูดของอาซาเอลนั้นคมคายพอจะกรีดเนื้อคนได้เลยเชียว

 


            “มีเพื่อนที่เข้าเรียนที่นี่อยู่รึ”มินาคัสยังไม่หลุดจากประเด็นจึงหันมาถามเพื่อนร่างผอมบางที่หันมาตักอาหารใส่จานบ้างแล้ว ดูจากปริมาณแล้วไม่สมส่วนกับรูปร่างเอาเสียเลย เส้นสปาเก็ตตี้ที่พูนจานอยู่นั้นน่าจะเลี้ยงคนได้สักสามคนกระมัง

 


            “อืม เพื่อนบ้านน่ะ”อาซาเอลครางรับในลำคอ เอ่ยตอบเบาๆขณะจดจ่ออยู่กับการเลือกซุป

 


            “ถ้าไม่อยู่ที่นี่ก็อาจจะอยู่ที่ห้องอาหารฝั่งตะวันตก”


            มือบางชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าฝั่งตะวันตก และอาการนั้นก็ไม่อาจเล็ดรอดผ่านสายตาของคนที่มองอยู่


 

            “นายออกมาช้าก็เลยไม่ทันฟังที่รุ่นพี่บอก หอพักเรามีห้องอาหารสองฝั่งน่ะ ฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก แต่เราจะไปทานอาหารฝั่งไหนก็ได้ ไม่ได้แยกตามห้องพักหรอก จะลองไปฝั่งนู้นดูไหมล่ะ”


 

            อาซาเอลชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าปฏิเสธ


 

            ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก เรียนที่เดียวกันก็คงมีโอกาสได้เจอกันสักครั้ง

 


            และที่สำคัญ เขาไม่อยากข้ามไปฝั่งตะวันตกสักเท่าไร เพราะใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็คงกำลังทานอะไรสักอย่างที่เป็นพีชอยู่ทางฝั่งโน้น

 

 

 

            “เฮ้ ทาร์ตพวกนี้อร่อยดีนะ พวกนายจะเอาด้วยมั้ย”แจนิวาลตะโกนมาไม่เบานักจากโต๊ะของหวานที่ถัดไปไม่ไกล มินาคัสส่ายศีรษะเบาๆอย่างอ่อนใจกับความเอะอะโวยวายของคนตัวเล็ก

 

            “กินของหวานของคาวปนกันอีกแล้วนะแจนิวาล”ดุเบาๆเมื่อเดินเข้ามาหาคนที่ง่วนกับการตักนั่นหยิบนี่เสียจนล้นจาน สองไม้สองมือจนซามูเอลทนมองไม่ไหวต้องช่วยถือเสียจานหนึ่ง

 

            “ก็มันอร่อย”


           

            สามชีวิตยืนมองหนึ่งคนที่หยิบจานใบใหม่มาใส่ของหวานเพิ่มจนเหมือนจะตักเผื่อคนทั้งห้องอาหาร

 

“หยุด”

 

อาซาเอลที่มองตามมือคนกินจุเอ่ยเสียงเฉียบจนแจนิวาลสะดุ้งชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปหาขนมชิ้นสุดท้ายในถาดสีเงินใบหนึ่งท่ามกลางถาดใส่ขนมหวานมากมาย

 


            “หื้อ”คนตกใจครางในลำคออย่างไม่เข้าใจ เลิกคิ้วมองเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจ้องขนมชิ้นนั้นนิ่ง

           


“ขอ”


           

คำสั้นๆที่หลุดจากริมฝีปากบางทำให้คนที่ฟังอยู่ทำหน้าฉงนหนักกว่าเก่า รวมถึงมินาคัสและซามูเอลที่หันมามองบ้างว่าอีกสองคนกำลังแย่งอะไรกันอยู่

           


“มีตั้งเยอะตั้งแยะ จะมาหวงทำไม”

           


แจนิวาลเอื้อมมือไปหมายจะตักขนมที่ตนเล็งไว้มาใส่จาน หากแต่ฝ่ามือบางที่ฟาดลงบนหลังมือก็ทำให้ต้องล่าถอยแต่โดยดี ดูจากสายตาอาซาเอลแล้วเขาอาจโดยฟาดจนหยิบอะไรใส่ปากไม่ได้อีกเลยหากยังไม่เลิกวุ่นวายกับขนมชิ้นนั้น

 

 


 

            “ก็พีชน่ะเหลือชิ้นสุดท้ายแล้วนี่ ไปกินชิ้นอื่นสิ”



 

hf

           

            มื้ออาหารเย็นจบลงหลังจากแจนิวาลเอ่ยปากว่าหนังท้องของเขาตึงจนไม่สามารถขยายไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสี่จึงถึงเวลาออกจากห้องอาหารที่ผู้คนบางตาลงไปมากด้วยนักเรียนส่วนใหญ่จัดการมื้อเย็นของตนเองและแยกย้ายกลับที่พักไปนานโข เหลือก็แต่รุ่นพี่ปีสูงที่ลงมาทานอาหารช้ากับเด็กใหม่ที่จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่บ้างเท่านั้น

 


            หากแจนิวาลเป็นแบบนี้ในทุกมื้ออาหาร อาซาเอลกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งเพื่อนตัวเล็กของเขาอาจกลมจนกลิ้งได้เหมือนลูกบอล


 

เสียงพูดคุยของกลุ่มเด็กหนุ่มสะท้อนก้องในทั่วโถงทางเดินที่พวกเขาผ่าน อาคารทั้งหลังมีด้วยกันเจ็ดชั้น ชั้นบนสุดไล่ลงมาสามชั้นเป็นห้องพักสำหรับนักเรียนใหม่ทั้งหมดรวมถึงนักเรียนปีอื่นที่สมัครใจจะอยู่ อาคารที่สร้างจากไม้เนื้อแข็งหลายพันต้นทอดตัวยาวหลายร้อยเมตรจนสามารถทำให้ชายหนุ่มร่างกายแข็งแรงคนหนึ่งถึงกับหอบฮักได้หากคิดจะวิ่งจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากของตึก


 

ชั้นหนึ่งเป็นห้องอาหารถูกกั้นกลางระหว่างปีกตะวันตกและปีกตะวันออกด้วยห้องครัวขนาดใหญ่ที่มีเสียงกระทบกันของเครื่องครัวและเสียงน้ำมันร้อนฉ่าดังลอดออกมาตลอดเวลาแม้ตะวันจะลับลาขอบฟ้าไปพักใหญ่ ด้วยต้องเตรียมอาหารให้นักเรียน คณาจารย์ และเหล่าคนงานที่อาศัยอยู่ในรั้วสถาบันร่วมพันชีวิต


 

ชั้นสองเป็นห้องสำนักงานสำหรับติดต่อประสานงานเพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนในหอพัก อาจารย์ที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียนทั้งหอก็พักอยู่ในชั้นนี้เช่นกัน หากแต่ในวันนี้อาจารย์ผู้ได้รับมอบหมายหน้าที่อันยิ่งใหญ่ยังไม่เสร็จภารกิจจากภายนอกสถาบัน นักเรียนใหม่จึงยังไม่มีโอกาสได้พบบุคคลซึ่งร่ำลือกันว่าเคร่งระเบียบเสียจนรุ่นพี่ต้องป้องปากกระซิบให้ระวังอย่าได้ทำอะไรขัดหูขัดตาเขาเข้า


 

ชั้นสามของอาคารไม้ทรงสวยถูกจัดสรรให้เป็นห้องสมุดที่กินพื้นที่ทั้งชั้นจนกลายเป็นโลกแห่งหนังสือนับหมื่นเล่ม ถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับยอดนักอ่าน แน่นอนว่าแจนิวาลเดินผ่านชั้นนี้อย่างรวดเร็วยามเมื่อรุ่นพี่พานักเรียนใหม่เดินสำรวจหอพักในช่วงบ่ายก่อนปล่อยให้ทุกคนได้กลับห้องพักเพื่อจัดเก็บข้าวของ


 

ถัดมาที่ชั้นสี่อันเป็นพื้นที่ที่ถูกใจอาซาเอลเสียเหลือเกินด้วยทั้งชั้นถูกจัดให้เป็นสวนสวยราวกับสวนสาธารณะที่ถูกยกขึ้นมาไว้บนอาคารสูง ทั้งพื้นหญ้าและต้นไม้ที่งอกงามอยู่บนระเบียงทางเดินทอดยาวที่ยื่นออกจากตัวอาคารทำให้มองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน มีมุมผ่อนคลายมากมายให้เลือกจับจองทั้งเก้าอี้ม้าหินอ่อนไปถึงเก้าอี้หวายดัดอย่างดี นอกจากนี้ยังมีซุ้มรูปร่างแปลกตาอีกมากมายที่กระจายอยู่ตลอดทั้งชั้น หากไม่ต้องการนั่งเล่นกลางแจ้งก็มีพื้นที่ในร่มให้เลือกสรร


 

จุดที่ทรานส์หนุ่มหมายตาเอาไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายคือซุ้มรูปทรงรังนกกระจาบที่ทิ้งตัวลงจากต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่พอให้คนสามถึงสี่คนเข้าไปนอนเอกเขนกได้อย่างสบาย ห้องนั่งเล่นที่สร้างจากหวายดัดรัดตรึงกับกิ่งไม้นั้นห้อยอยู่สูงจากพื้นพอดู เป็นมุมที่เหมาะกับช่วงเวลาที่อยากทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องล่างและดื่มด่ำกับสายลมแสงแดดเท่าที่ต้องการ


 

หากแต่เมื่อท้องฟ้าถูกทาทับด้วยสีแห่งรัตติพาล รังนกกระจาบยักษ์ก็เหมาะกับการนอนดูดาวเสียจนอาซาเอลมิอาจตัดใจเดินผ่านมันไปในตอนนี้


 

“มีอะไรหรือเปล่าอาซาเอล”


 

มินาคัสสังเกตเห็นว่าใครอีกคนซึ่งเดินรั้งท้ายกลุ่มหยุดอยู่ที่ชั้นสี่ในขณะที่คนอื่นๆกำลังขึ้นบันไดไปยังชั้นห้าอันเป็นที่พักของพวกเขา


 

อาซาเอลมองสิ่งที่ทิ้งตัวระย้าลงจากต้นไม้ใหญ่อย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองคนที่หยุดรอเขาอยู่ที่กลางบันไดทางขึ้น แว่วเสียงแจนิวาลและซามูเอลที่ดังไกลออกไปบ่งบอกว่าทั้งสองกำลังบอกลากันเพื่อกลับเข้าห้องพักของตัวเอง ซามูเอลนั้นต้องเดินขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งในขณะที่แจนิวาล มินาคัส และอาซาเอลอยู่ชั้นเดียวกัน อีกไม่นานหากแจนิวาลรู้ตัวว่าเพื่อนร่วมชั้นทั้งสองหายไปคงเดินกลับมาตาม



 

“มีอะไรหรอ ทำไมไม่ขึ้นมา”เสียงจากคนชั้นบนดังลงมาก่อนตัว มินาคัสเงยมองก็เห็นว่าแจนิวาลก้มมองลงมาจากราวบันไดชั้นห้า


 

“ไปพักกันก่อนเลย ฉันขอเดินย่อยเสียหน่อย”อาซาเอลตอบด้วยเสียงไม่เบานักหวังให้คนชั้นบนได้ยินด้วย มินาคัสเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แต่เมื่อมองเลยออกไปด้านหลังของอาซาเอล ภาพของสวนสวยที่สว่างด้วยคบไฟเวทย์กับแสงสีอ่อนของดวงจันทร์ที่อาบอยู่บนพื้นหญ้าและม้าหินก็ทำให้พอเข้าใจได้ว่าบรรยากาศนั้นดึงดูดให้อยู่เพื่อผ่อนคลายเพียงใด


 

“งั้นฉัน

“งั้นฉันไปนอนก่อนนะ เฮ้ มินาคัส นายว่างมาช่วยฉันจัดของมั้ย ฉันตั้งใจจะจัดให้มันดูดีเหมือนห้องนาย แต่มันกลับรกสุดๆไปเลย”


 

เสียงของร่างสูงถูกกลบด้วยเสียงตะโกนของคนชั้นบน มินาคัสมองอาซาเอลสลับกับแจนิวาลก่อนจะพยักหน้าให้คนที่ก้มลงมาเสียจนน่ากลัวจะตกลงระหว่างช่องของราวบันได นึกสภาพของห้องที่เขาเปิดเข้าไปเรียกเจ้าตัวทานอาหารเย็นแล้วทนไม่ไหว ถ้าเจ้าของห้องจะนอนไปทั้งๆแบบนั้นอีกไม่นานคงมีสัตว์แปลกๆมาอาศัยร่วมเตียงด้วยแน่ๆ


 

อันที่จริง คนที่ควรอยากเดินย่อยน่าจะเป็นทางนี้เสียมากกว่าแท้ๆ


 

อาซาเอลยืนส่งเพื่อนร่างสูงที่เดินหายขึ้นไปชั้นบนตามด้วยเสียงบ่นอย่างอ่อนใจกับคนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่นานเสียงของทั้งคู่ก็เบาลงจนเหลือเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดปีกส่งเสียงเบาๆอยู่ทั่วทั้งชั้น สวนกว้างกินพื้นที่เสียจนคล้ายหลงทางอยู่กลางป่าแต่ก็ชวนให้สงบจิตสงบใจได้อย่างน่าประหลาด


 

ร่างสูงปีนป่ายบันไดเชือกขึ้นสู่กิ่งสูงของไม้ใหญ่ ก่อนจะกระโดดเข้าไปทางช่องกว้างของรังนกกระจาบยักษ์ แรงกระโดดส่งให้ห้องทรงแปลกแกว่งไปมาเบาๆ คนที่ทิ้งตัวเข้ามาไม่เบานักคิดว่าคงจุกไม่น้อยหากแต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นเบาะผ้านุ่มนิ่มที่บุอยู่รอบห้องทรงกลมขนาดเล็ก


 

แบบนี้ยิ่งน่านอนเข้าไปใหญ่ นอนแทนเตียงยังได้เลย


ฟ้าสวยขนาดนี้ อยากนอนมองทั้งคืนด้วยซ้ำไป


 

ดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลสะท้อนภาพดวงดาวมากมายที่สว่างไสวอยู่บนผืนผ้าแพรสีดำสนิทที่ห่มคลุมทั้งโลกไว้ คืนนี้ดวงจันทร์ครึ่งดวงหลบอยู่หลังก้อนเมฆทำให้มองเห็นดาวได้ชัดเจน


 

ลมเย็นๆของฤดูใบไม้ร่วงทำให้ริมฝีปากสั่นระริก หากแต่ไม่เป็นปัญหา อาซาเอลสร้างลูกไฟเวทย์ให้ความอบอุ่นสองสามดวงขึ้นมาก่อนจะปล่อยให้ลอยวนอยู่ในห้องทรงรังนกยักษ์ การใช้เวทย์ของเขาเสถียรขึ้นมากตั้งแต่เข้ามาในบริเวณของสถาบัน จากคำอธิบายของรุ่นพี่ทำให้นักเรียนใหม่รู้ว่าทั่วทั้งบริเวณของสถาบันเชนโตมีโลหะตัวนำฝังไว้เป็นจุดๆ แม้จะไม่มีโลหะตัวนำประจำตัวช่วยในการใช้เวทย์ นักเรียนก็สามารถร่ายมนต์ง่ายๆได้หากทำอย่างระมัดระวัง รอจนถึงเวลาอันสมควรพวกเขาจะได้รับภารกิจให้ออกตามหาโลหะตัวนำของตนเองเพื่อช่วยให้ใช้เวทย์ขั้นสูงได้อย่างปลอดภัย


 

หอม


 

ดูเหมือนที่ใดสักแห่งในสวนแห่งนี้มีไม้หอมไม่ก็ดอกไม้ที่บานในเวลากลางคืนเติบโตอยู่ กลิ่นจางๆที่ลอยมาตามลมดึงให้อาซาเอลสูดลมหายใจเข้าลึกเสียจนเต็มปอด ขยับนอนให้สบายในขณะที่สายตาทอดไกลออกไปบนผืนนภา


 

ต่อจากนี้เขาต้องอยู่ใต้ผืนฟ้านี้ร่วมกับคนมากมายที่ไม่รู้ว่าร้ายหรือดี แม้มีมิตรก็ใช่จะไว้ใจได้เสมอไป ยามเมื่อความกระหายอำนาจครอบงำ แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังอันตราย


 

เกิดเป็นทรานส์มันแสนยากเย็นจริงๆนั่นแหละ


 

ใช่ว่าไม่อยากผูกพันธะกับใคร การต้องระแวงโลกทั้งใบนั้นไม่สนุกเอาเสียเลย


 

แต่การเผลอเชื่อใจคนที่ไม่ควรเชื่อใจก็ไม่น่าพิสมัยเหมือนกัน


 

ความอบอุ่นของลูกไฟดวงน้อยกับภาพงานศิลปะที่ธรรมชาติสรรสร้างดึงให้ลมหายใจของทรานส์หนุ่มสม่ำเสมอ เรื่องราวหนักๆในหัวเริ่มเลือนราง ดวงตาค่อยๆหรี่ปรือลงยามเมื่อร่างสูงทอดตัวนอนหนุนฝ่ามือทั้งสองข้างที่ประสานรองศีรษะไว้


 

นอนที่นี่เสียเลยดีไหมนะ


ถ้าหลับไปแล้วดวงไฟเวทย์ดับลง อาจจะเป็นหวัดก็ได้


 

แต่ง่วง


 

 

 

“มานอนในที่แบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี”


 

!!


 

ทรานส์หนุ่มสะดุ้งเฮือกดวงตาที่เคยหรี่ปรือเบิกโตแต่ไม่ทันได้ผุดลุกขึ้นนั่งก็พบว่าเจ้าของเสียงทุ้มต่ำกระโดดเข้ามาภายในรังของเขาเสียแล้ว น้ำหนักตัวไม่น้อยนั้นส่งให้รังนกแกว่งตัวไปมาจนคนที่อยู่ด้านในกลิ้งขลุกๆไปเกยตักคนที่ทิ้งตัวลงมานั่งเสียเต็มแรง

 


อ่ะ

แย่ล่ะ


 

“หืม”คาดิเนียลเลิกคิ้วขึ้นและพยายามกลั้นยิ้มเสียจนปวดแก้มเมื่อพบว่าลูกแมวของเขาเงยมองขึ้นมาในระยะประชิด แขนยาวทั้งสองข้างของทรานส์ตัวน้อยคร่อมหน้าขาเขาอยู่ ใบหน้าเนียนนั้นเลยอยู่ห่างอกเขาแค่ฝ่ามือกั้น รับรู้ได้ถึงลมหายใจสะดุดเพราะอีกคนเผลอกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว


 

ให้ตายสิอาซาเอล ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้กัน



กะจะเดินเล่นแก้เบื่อ แต่บังเอิญรับรู้ได้ถึงพลังเวทย์คุ้นเคยที่เอ่อออกมาจางๆจากรังนก ก็เลยแวะมาดูเสียหน่อย ไม่คิดว่าจะเจอลูกแมวที่ทำตัวเป็นลูกนกนอนตาปรือจะหลับมิหลับแหล่อยู่จริงๆ


 

“จะไม่ลุกออกไปหรอครับ”


 

สิ้นเสียงเย้าแหย่คนโดนล้อก็ดีดตัวออกห่างผู้บุกรุกทันที หากแต่ห้องนี้ก็ไม่ได้กว้างพอให้สร้างระยะห่างที่ปลอดภัยเท่าที่อาซาเอลต้องการ ทรานส์หนุ่มจึงทำได้เพียงนั่งให้ห่างจากตัวอันตรายให้มากที่สุด

 


“ตามมาหรอ โรคจิตหรอ”

 


ตั้งใจทำสีหน้าให้ดูรังเกียจคนตรงหน้าเสียจนเกินจริง แทนที่อีกฝ่ายจะหน้าเสียกลับได้เสียงหัวเราะร่ากับตาที่กลายเป็นขีดกลับมาแทน


 

“ผมแค่มาเดินเล่น ใครจะกล้าตามคุณ ยังไม่รู้เลยว่าหายโกรธรึยัง”


 

ส่งซากานไปแอบดูอีกฝ่ายว่าได้หยิบอะไรที่ผสมพีชรึเปล่าแล้วก็จริง แต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับหายตัวเข้ากลีบเมฆไปเลย เขาที่รอคำตอบจนเริ่มกระวนกระวายถึงได้ต้องออกมาเดินสงบจิตสงบใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ทำให้เขาวุ่นวายใจเข้าเสียเอง


 

แบบนี้ก็ง่ายดี จะได้พิสูจน์เองซะเลย ว่าแมวดื้อหายโกรธเขาหรือยัง

 


“ว่าไงคุณ หายโกรธรึยัง”


 

ถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่หายไปจากใบหน้า อาซาเอลหรี่ตามองคนถามอย่างจับผิด


 

“ไม่ใช่ว่าส่งคนมาตามดูผมแล้วหรอกหรอ”


 

อ่ะ รู้ทัน


 

“ก็ส่ง แต่ยังไม่ได้รับรายงาน”คาดิเนียลยกมือเกาหลังคออย่างเก้อๆ ยอมรับกันง่ายๆจนอาซาเอลเกือบหลุดขำกับความเด๋อด๋าของคนที่บางครั้งก็น่ากลัว แต่บางครั้งก็น่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน


 

“งั้นก็รอคนของคุณมาบอกละกัน”ตัดบทเสียงห้วนก่อนจะขยับตัวหมายจะออกจากรังนกนี้เสียที เขาควรจะกลับไปนอนดีๆบนเตียงนุ่มๆ ดีกว่ามานั่งจ้องหน้ากับคนที่ไม่รู้ว่าคิดดีหรือคิดร้ายกับเขากันแน่

 


“เดี๋ยว”

 


ไม่เพียงแต่เสียงเรียกที่รั้งให้อยู่ หากแต่ฝ่ามือหนาก็คว้าต้นแขนไว้ด้วยเช่นกัน คาดิเนียลออกแรงดึงให้อีกคนนั่งลงที่เดิมในขณะที่ตัวเองก็เคลื่อนตัวขึ้นเหนือร่างของเจ้าเหมียวดื้อในสายตาเขา แม้ไม่ได้ทาบทับแต่ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เสียงจนอาซาเอลต้องหดคอหนี ดวงตาคมเบิกโตและสั่นระริกเพราะตื่นตระหนกผสมปนเปไปกับความสับสน กลิ่นไอของไฮบ์ตระกูลหมาป่าทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของทรานส์หนุ่มตระกูลแมวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง และมันก็โหมกระหน่ำขึ้นอีกระดับเมื่อใบหน้าได้รูปของนายแบบดังยื่นเข้ามาใกล้ริมฝีปากของเขาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่รดอยู่บนแก้ม


 

“ททำอะไร”


 

เกลียดเสียงสั่นๆของตัวเองพอๆกับร่างกายที่แข็งทื่อ ว่ากันว่าเวลาแมวตื่นกลัวมากๆจะตัวแข็งจนไม่สามารถขยับได้ คาดิเนียลเห็นแล้วว่าจริง อาซาเอลเกร็งไปทั้งตัวจนอยู่ในยสภาพที่น่าขบขัน อยากจะกลั่นแกล้งให้มากกว่านี้แต่เขายังเข็ดกับหมัดหนักๆของอีกฝ่ายอยู่


 

ไฮบ์หนุ่มตั้งใจทิ้งสายตาไว้บนริมฝีปากบางสีสวยก่อนจะแลบปลายลิ้นเลียริมฝีปากอิ่มของตนเองอย่างสื่อความนัย เหลือบขึ้นสบตาของแมวน้อยที่เผลอกลั้นหายใจมองตามปลายลิ้นของเขาอย่างน่ารักน่าชัง


 

เดี๋ยวก็อดใจไม่ไหวกันพอดี


 

ก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไปและได้รับแผลใหม่กลับมา คาดิเนียลถอยตัวออกห่างคนที่นั่งตัวแข็งแม้เขาจะขยับกลับมานั่งที่เดิม อาซาเอลมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจผสมไปกับความระแวง


 

อะไร

อะไรวะเนี่ย

 


          “หอมจัง”


 

“ตัวคุณมีกลิ่นพีช”


 

“ทานไปแล้วสินะครับ”


 

“แบบนี้ก็เท่ากับหายโกรธผมแล้วเนอะ”


 

จะโกรธอีกรอบก็เพราะทำตัวแบบนี้นี่แหละ


 

อาซาเอลกัดฟันกรอดหลับตาแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมสติที่แตกกระจายของตัวเองให้กลับมา ขยับตัวเปลี่ยนท่าให้เข้าที่เข้าทางหลังจากกึ่งนั่งกึ่งนอนเพราะขยับตัวไม่ได้อยู่หลายนาที น่าขายหน้าเสียจนผิวแก้มเห่อร้อน ทั้งโกรธทั้งอาย แต่ทำอะไรไม่ได้เลย


 

“คุณนี่มันหมาจริงๆเลย อยากรู้อะไรก็ดมเอารึไง”เอ่ยประโยคเจ็บแสบด้วยสีหน้าแขยงหมาตัวโตตรงหน้า คาดิเนียลไหวไหล่เหมือนไม่ใส่ใจคำจิกกัด


 

“จริงๆแล้วถ้าผมสงสัยมากๆก็อาจจะเลียด้วยนะ แต่กลิ่นพีชมันแรง ก็เลยไม่ต้องถึงขั้นเลีย”


 

เกลียดสายตาที่มองมาพอๆกับคำพูดที่ไม่บอกก็รู้ว่าตั้งใจให้เขาคิดไม่ดี


 

อาซาเอลอยากต่อยหน้าคนเจ้าเล่ห์แรงๆอีกสักทีให้หายนิสัยเสีย แต่พอนึกถึงปลายลิ้นสีชมพูที่แลบออกมานอกริมฝีปากอิ่มสีสดเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่อยากหันกลับมาต่อยตัวเองที่หัวใจดันเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้


 

นั่งจ้องหน้ากันอีกหลายนาทีก่อนที่อาซาเอลจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คาดิเนียลไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งยิ้มเหมือนคนสติไม่ดีอยู่ตรงหน้าเขา และเขาก็ไม่ได้อยากเปิดประเด็นอะไรให้อีกฝ่ายก่อกวนเขาได้อีก


 

“ผมจะไปนอนแล้ว”


 

“ครับ”


 

ทรานส์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แปลกใจที่อีกฝ่ายยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ และก็ต้องเปลี่ยนใจเป็นระแวงอีกหนเมื่อคนตัวโตเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงอ่อน


 

“ให้ผมไปส่งนะ”


 

“ผมเดินไปคนเดียวได้”


 

“แต่ผมอยากไปส่ง”


 

เอาแต่ใจจริงๆ


 

อาซาเอลไม่ได้ตั้งใจกลอกตาใส่ แต่ก็เผลอทำไปแล้ว


 

“ถ้าจะไปให้ได้ก็อย่าขอสิ”


 

แม้คำพูดคล้ายประชดประชันแต่ก็ถือเป็นคำอนุญาต


 

หนึ่งทรานส์และหนึ่งไฮบ์ปีนป่ายลงจากกิ่งไม้อย่างชำนิชำนาญ เห็นท่าทางของคาดิเนียลแล้วอาซาเอลได้แต่คิดว่าเขาจะไม่หนีคนๆนี้ขึ้นที่สูงเพราะดูเหมือนจะโดนไล่ทันได้ในทันที แต่อันที่จริงเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรหนีไปที่ไหนถึงจะไม่ถูกหาเจอ



 

คาดิเนียลหาเขาเจอตลอดแบบนี้ได้ยังไง



 

“คุณ”

 

เอ่ยเรียกอีกฝ่ายในขณะที่ก้าวเร็วๆขึ้นบันได อีกคนก็ก้าวเร็วไม่แพ้กัน ไม่ยอมให้ทิ้งระยะห่างเกินช่วงแขน

 


“คุณหาผมเจอตลอดได้ไง ตั้งแต่ตอนทดสอบ”


 

ถามด้วยเสียงแผ่วเบา มองตรงไปข้างหน้า ความเร็วของการก้าวขายังไม่ลดลง


 

คาดิเนียลลอบมองใบหน้าด้านข้างของคนที่แสร้งทำเป็นไม่สนใจว่าเขาจะตอบอะไร แต่เมื่อเขาเงียบไปอีกฝ่ายก็แอบหันมามองจนสบตากันเข้าพอดี คนเก็บอาการไม่เก่งหันกลับไปมองทางข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนน่ากลัวว่าคอจะเคล็ด


 

เห็นนะว่าสะดุ้ง


 

ไฮบ์หนุ่มเกือบหลุดขำกับท่าทางแบบนั้นของเจ้าแมวดื้อ แต่ก็ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด หากหลุดขำออกไปเกรงจะโดนอีกฝ่ายงอนเข้าให้อีก ง้อก็ไม่ใช่ง่ายๆ กว่าจะคิดมุกภูตจดหมายได้เขาแทบจะเอาขาขึ้นมาก่ายหน้าผากอยู่รอมร่อ


 

“ผมก็ไม่รู้ รู้แค่กลิ่นไอคุณ พลังเวทย์คุณ ตัวตนคุณ มันเรียกหาผมอยู่ตลอดเลย”เอ่ยออกไปตามที่คิด หากแต่มันกลับทำให้อาซาเอลชะงักเท้า คาดิเนียลที่ผ่อนความเร็วลงจนกลายเป็นเดินตามหลังหยุดเดินตามคนข้างหน้า ก่อนจะได้เอ่ยถามก็พบว่าใบหูของคนที่เดินนำไปไม่กี่ก้าวกำลังแดงก่ำ


 

อ่ะ เขินซะแล้ว


 

“ไม่ต้องไปส่งแล้ว ผมอยากเดินคนเดียว”


 

อีกครั้งที่คาดิเนียลกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม ก่อนจะส่งเสียงรับคำให้คนที่ไม่แม้แต่จะหันมาบอกลา เจ้าของร่างบางๆกับส่วนสูงที่ไม่ต่างกันมากนักจ้ำอ้าวหนีเขาไปบนทางเดินที่ทอดยาว ไม่รู้ว่าห้องเจ้าตัวต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน เห็นอาการแล้วไฮบ์หนุ่มก็ได้แต่ภาวนาว่าคนเขินจะไม่เดินเลยห้องตัวเอง


 

เนี่ย

เป็นเสียแบบนี้ จะให้เขาหยุดได้ยังไง

 


ไม่เพียงแข็งแกร่ง

 


ไม่เพียงงดงาม

 


หากแต่แสนดึงดูดเกินกว่าจะต้านทานได้

 



 

เกินไปแล้วอาซาเอล เกินไปจริงๆ

 


ตอนนี้ผมอยากครอบครองคุณมากเหลือเกิน

 



ไฮบ์หนุ่มเผยยิ้มของนักล่าแม้เขาจะอยากกักเก็บความคิดร้ายๆไว้สักเพียงใด หากแต่ปฏิเสธสัญชาตญาณไม่ได้ว่าอยากกลืนกินใครอีกคนไม่ให้ใครอื่นได้รู้ว่าตัวตนของคนๆนั้นน่าสนใจเหลือเกิน


 

ฝันดีนะ

 

ด้วยระยะทางที่ไม่ห่างนัก พลังเวทย์บางเบาไล่ตามคนเดินหนี สื่อเป็นข้อความสั้นๆที่ทำให้คาดิเนียลได้ยินเสียงโครมครามดังสะท้อนมาท่ามกลางความเงียบสงัดของระเบียงทางเดิน

 


แมวหนุ่มที่เสียการควบคุมยกมือลูบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ


 

สาบานกับตัวเองเลยว่าชีวิตนี้จะไม่แตะต้องพีชอีก หากเจอต้นของผลไม้ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวนั่นก็จะเผาให้ไม่เหลือซากไปด้วยเลย


 

ให้ตายสิ ถ้าทำแบบนั้นจริงๆมันพอจะทำให้คนที่ปั่นหัวเขาอยู่ตอนนี้เจ็บใจได้บ้างไหมนะ


 

รำคาญ ไปนอนซะ เงียบๆด้วย







อาซาเอลน่ารักเกินไปแล้วลูกกกกกกกกกกกก


ฉลองให้ความนก ฮืออออ

รีดคนไหนได้ไป ฝากตะโกนเรียกคุณองดังๆสักครั้งด้วยนะคะ 


ที่สปอยไว้ ยกยอดไปตอนหน้าเนอะ -..-


ตอนนึงนี่ยาวเป็นมหากาพย์เลย 


ดีใจมากเลยที่ฟิคเราขึ้นTop 100 กับเค้าด้วย ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ


เม้นของทุกคนเป็นทั้งกำลังใจแล้วก็แรงบันดาลใจ 


บางคนมองเรื่องได้ดีพมาก มากจนเหมือนมานั่งใจสมองเราเลยอ่ะ สุดยอด


อยากย้ำอีกครั้ง คำว่าเขี้ยวเราได้แรงบันดาลใจมาก็จริง แต่เนื้อเรื่องไม่เหมือนกันแน่นอนค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2335 KtnntK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 01:25

    กลับมาซ้ำอีกรอบค้าบบ แอแง น้องอาซาเอลยังน่ารักตุ้มุ้เหมือนเดิมเลย คิดถึงฟิคเรื่องนี้มากๆ คิดถึงคุณไรท์ด้วย ปี 63 ยังมีใครกลับมาเช็คอินอีกไหมนะ?

    #2,335
    0
  2. #2048 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 11:09
    มาอ่านซ้ำ อาซาเอลต้องเคยรู้จักคาดิเนียลกับพี่ชายตอนเด็กๆมาก่อนรึเปล่า แล้วที่คาดิเนียลมีเขี้ยวเร็วก็เพราะเอาพลังมาชดเชยพลังที่คาดิเนียลให้อาซาเอลไป ใช่หรือไม่55555555555555
    #2,048
    0
  3. #1992 ★ดวงดาว★ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:44

    โอ้ยยย น่ารักมากก อาซาเอลลูกก แงงง


    #1,992
    0
  4. #1984 Aommma16 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 13:53
    แง้เขินอ่ะ
    #1,984
    0
  5. #1956 mheeknut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 15:43
    อาซาเอลลลล พีชไม่ผิด อย่าทำพีชชชชช555555555 ตอนนี้เขินมากคับแง น้องน่ารักมากๆ /ย้ำอีกครั้ง ภาษาคุณไรท์ดีมากๆคับ
    #1,956
    0
  6. #1920 moonyp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 00:05
    อ่านไปยิ้มไป เขินนนน
    #1,920
    0
  7. #1872 markten9113 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 16:53
    อาซาเอลเขิลได้น่ารักมาก เอ็นดู
    #1,872
    0
  8. #1863 BTJT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:10
    เอ๊ะนี่ชั้นหยุดยิ้มไม่ได้
    #1,863
    0
  9. #1862 BTJT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:10
    เอ๊ะนี่ชั้นหยุดยิ้มไม่ได้ 😳
    #1,862
    0
  10. #1836 เฌอแตมเป็นแมว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:30
    อาซาเอลน่ารักจังเลยลูกกกก น่าเอ็นดูจริงๆเลย ที่หนูกลัวไม่ได้กลัวที่จะต้องเป็นเขี้ยวใครแต่กลัวที่จะไม่ถูกรักนี่เอง งื้อออออ
    #1,836
    0
  11. #1826 aimo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 18:47
    แงงงงงงงง อาซาเอลนี่นอกจากคำว่าน่ารักแปะอยู่บนหน้า ยังมีคำว่าอยู่นี้จ้าด้วย ฮี่ฮี่ เขินนนน
    #1,826
    0
  12. #1715 beautifulmoless (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 11:34
    อรั้ยบอกม้วน
    #1,715
    0
  13. #1694 Kiimiie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:33
    เอ๊ จะเขินทำไมนะ เอ๊
    #1,694
    0
  14. #1682 saiiso_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 22:26
    น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อาซาเอลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
    #1,682
    0
  15. #1641 Yiping98 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 01:08
    น่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารัก
    #1,641
    0
  16. #1595 fonfonishappy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 11:00
    น่ารักมากมากมากมากกก แอบตื่นเต้นเกร็งไปกะน้องอาซาเอลเลยอ่ะ งื้อออออ
    #1,595
    0
  17. #1583 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 04:44
    ชั้นเขินนนนนนนนน
    #1,583
    0
  18. #1574 RealThxnB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:27
    เขิลทำไม!!! ห้ะ จะเขิลทำไมม!!! เราเนี้ยย จะเขิลทำไม//ตีตัวเอง #นี่แหนะะะ
    ไม่ไหวๆๆๆ อบอุ่น ไปหมด ไม่ได้หวานจนเลี่ยนแต่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจไปหมด
    #1,574
    0
  19. #1549 unitboyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:14
    คือเขียนดีมาก เขียนดีอะไรอย่างงี้ ต้องรีบนอนแต่หยุดอ่านไม่ได้
    เขิลโว๊ยยย เป็นเรื่องที่พระนางเจอกันน้อยมากแต่ฟินนนน
    #1,549
    0
  20. #1528 Slateman_sw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 19:27
    อาซาเอลก็มีมุมอ่อนแอสินะ สองคนนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่ๆ เลย
    #1,528
    0
  21. #1515 Yesmyboy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:09
    อาซาเอลเขินนนน เจ้าหมาป่าก็ขยันทำให้เขินเก่ง ตื้อเก่ง วนเวียนอยู่ใกล้ตลอดเลย
    #1,515
    0
  22. #1499 the grl n her sunflower (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 10:10
    คือออ ไม่รู้จะเริ่มจากตอนไหน แต่ สนุกมากๆอ่านเพลินอีกตอนเอ็นดูอาซาเอลทุกครั้งไม่ว่าจะออดอ้อนทำอะไร เป็นแมวน้อยของคุณแม่ที่น่ารักน่าชังเอาจริงๆค่ะ บทง้องอน ก็น่ารัก นึกภาพภูติจดหมายและความคิดของอาซาเอลไปด้วยหุบยิ้มไม่ลงเลย มีความหวานในหวานไปอี้กกก จีบกันได้คลาสสิคมากๆ เอ็นดูการส่งคนมาดูแล้วไม่ได้คำตอบจนร้อนใจมาดูเองนี่มันน่ารักมากๆ ฉากในรังนกกระจาบก็น่ารัก อาซาเอลเอ้ย ไม่รู้ตัวเลยสินะว่าตัวเองน่ารักขนาดไหน คุณหมาป่าก็มีชั้นเชิงในการจะล่อเหยื่อ เห้อ นึกถึงความหน่วงตอนจะเป็นเขี้ยวแล้วอีกคนมีเขี้ยวอย๔่แล้วจะทำยังไงคะ ยิ่งความกลัวของน้องแมวคือการไม่ถูกรักซะอีก ถึงแม้ว่าการเป็นเขี้ยวจะไม่ได้น่ากลัว แต่ถ้าเป็นโดยไม่มีความรักมันก็แย่จริงๆจนควรขยาดแบบนั้นก็ไม่แปลก อดใจอ่านตอนตาอไปไม่ไหวแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ แต่งเนื้อหาออกมาได้ดีมากๆ จนนึกไม่ออกว่าต้องกลั่นมาขนาดไหน แถมยังสนุก ทุกตัวอักษรทำเราอินตามได้ตลอดเลย สู้ๆนะคะไรท์มากอดแน่นๆที
    #1,499
    0
  23. #1437 katziiez (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 01:12

    ตอนอาซาเอลอ้อนแม่คือใจเหลวไปแล้วค่ะ ไม่ว่ายังไงในสายตาของแม่ แม้ว่าลูกจะโตแค่ไหนก็ยังถูกมองเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ แม้ว่าอยากจะปลอบลูกสักแค่ไหน แต่เรื่องบางเรื่อง แม่ก็ไม่อยู่ในจุดที่จะปลอบได้โดยสนิทใจ คือตอนที่อาซาเอลบอกแม่ว่ากลัวเป็นเขี้ยวที่ไม่ถูกรัก เรานี่กุมหัวใจไปแล้วค่ะ น้องงงงงงง ฮื่ออออออออ มาหอมหัวทีสิ อยากกอดปลอบเหลือเกิน แต่เอาจริงๆมันก็เป็นความรู้สึกพื้นฐานนั่นแหละ การที่จะต้องเป็นของๆใคร แต่ถูกทิ้งขว้างมันคงเจ็บปวดไม่น้อยเลย...


    ขอโทษโดยส่งภูติจดหมายมาง้อ น่าหมั่นไส้เสียจริง แต่สิ่งที่ขอให้อาซาเอลทำหากยกโทษให้ก็น่ารักจนทำให้เราเผลอยิ้มออกมาเลยค่ะ คือเหมือนคานิเนียลมีสองโหมดคือเป็นหมาป่า และลูกหมาตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้นเลย ไม่ใช่แค่อาซาเอลที่กลัวว่าแจนิวาลจะตัวกลมเป็นลูกบอล เราเองก็กลัว 555555 กินดุขนาดนั้นได้ยังไง น่าเอ็นดูละเกินนนน แต่เพื่อนๆรู้สึกว่าจะเริ่มปลงแล้ว ตอนที่อาซาเอลขอขนมชิ้นสุดท้ายมา ดิฉันถึงกับยิ้มกริ่ม โอ้ยยยย ทำไมน่ารักขนาดนี้ ไม่ให้คาดิเนียลแล้ว จะเก็บอาซาเอลไว้เอง แง...


    ชอบพาร์ทที่บรรยายอาคารมากๆเลยค่ะ เห็นภาพแต่ละชั้นได้ดีมากเลย นี่เลยแอบชอบชั้น 4 ไปด้วย อยากไปนั่งมองดาวมองฟ้าแบบอาซาเอลบ้างเลย 5555555 อ่ะ...แล้วคานิเนียลก็ตามมาเต๊าะไปอีกเด้ออออ แอ๊วเก่งงงงง แหมมมม หมั่นไส้ได้ไหมอ่ะ 555555 เนี่ย อาซาเอลชอบไปทำตัวน่ารักใส่เขา แต่เอาจริงๆที่เจอกันวันแรกก็ทำถูกแล้ว ฝากหมัดไว้แบบนั้นจะได้เกรงกันบ้าง สักนิดก็ยังดี แบบว่าให้คาดิเนียลกลัวโดนต่อยอีกอะไรงี้ 5555555


    เหนื่อยล่วงหน้าแทนนักเรียนใหม่เลยได้ไหมคะ 55555 ต้องเรียนอีกตั้งหลายปี โดยเฉพาะกลุ่มทรานส์เนี่ย เอาใจช่วยเป็นพิเศษเลย ขอไม่เดาอะไรทั้งนั้นว่าเรื่องจะเดินไปเวย์ไหน เพราะชอบอ่านไปเรื่อยๆ สนุกๆมากกว่า อิอิ แต่ไรท์อย่าทำร้ายเรานะ เราใจบาง 555555

    #1,437
    0
  24. #1385 chompu12052547 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 00:16
    โอ้ยยยยย น่ารัก
    #ทาสแมว
    #1,385
    0
  25. #1316 may-twchn94 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 21:30
    คือมันดีมากจนกลัวตอนไรท์จะเขียนหน่วง😭😭 จะพาเราลงไปได้ลึกแค่ไหนน เห็นใจเราหน่อยนะไรท์😭😭
    #1,316
    0