เพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์

คุณคิดว่าคำว่า “เพื่อน” คืออะไร จะเกิดอะไรขึ้นหากสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้ออย่างกระต่ายสัตว์ที่อ่อนแอและสิงโตเจ้าป่าผู้น่าเกรงขามต้องมาพัวพันกันจนเกิดมิตรภาพต่างสายพันธุ์ขึ้น

ยอดวิวรวม

23

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


23

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 65 / 23:52 น.

รีวิวจากนักอ่าน

Empty Review

นิยายเรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว

มาเป็นคนแรกที่เขียนนิยายให้กับนิยายเรื่องนี้กัน

คะแนนรีวิวจากนักอ่าน

0.0
จาก 5


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ที่ต่างสายพันธ์์ุกันอย่างสุดขั้ว แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องมาเป็นเพื่อนกัน และมีอุปสรรคต่างๆที่มาขัดขวางความสัมพันธ์นี้ เรื่องราวของทั้งสองจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ฝากติดตามด้วยค่ะ 

 

 

 

 


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.พ. 65 / 23:52


          เช้าวันสดใสท้องฟ้าสีคราม แสงแดดสาดส่องมายังผืนป่าที่เขียวขจีอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ต่างๆ และสัตว์นานาชนิด มีกระต่ายตัวหนึ่งขนของมันสีขาวราวกับปุยเมฆและนุ่มฟูราวกับสำลี มันมีดวงตาสีฟ้าราวกับผืนฟ้าของวันที่สดใสนี้ กระต่ายรักในการอ่านหนังสือ ทุกๆ วันมันจึงไปอ่านหนังสือในที่ที่ลับตาสัตว์อื่นๆ กระต่ายน้อยยิ้มร่าเดินไปพลางร้องเพลงไปพลาง แต่หารู้ไม่ว่าอันตรายกำลังเข้ามาใกล้ตัวเต็มที

          เมื่อกระต่ายไปถึงสถานที่ประจำที่มักจะนั่งอ่านหนังสือ มันก็เหลือบเห็นสิงโตตัวหนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ มีเขี้ยวขนาดใหญ่และแหลมคมยื่นออกมาจากปาก กำลังนอนหลับใต้ต้นไม้ที่กระต่ายมักจะนั่งอ่านหนังสือ กระต่ายตกใจมาก ร่างกายก็สั่นสะท้านไปหมด มันพยายามควบคุมสติกำหนังสือไว้แน่น และค่อยๆ ย่องออกจากบริเวณนั้น แต่ด้วยความแข็งเกร็งและร่างกายที่กำลังสั่นของกระต่าย ทำให้มันพลั้งเหยียบก้อนหินล้มลงบนพื้นใกล้ๆ กับตรงที่สิงโตนอนอยู่

ตุ๊บ!

“โอ๊ยๆ เจ็บจังเลย” กระต่ายล้มอย่างรุนแรงและอุทานออกมาอย่างเสียงดัง

แล้วในขณะนั้นเองกระต่ายก็รู้สึกถึงลมหายใจแผ่วๆ แผ่นหลังรู้สึกหวาดเสียวแปลกๆ หูของกระต่ายพับลงร่างกายก็สั่นยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นเร็วราวกับจะทะลุออกมา มันรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่อยู่ด้านหลังต้องเป็นสิงโตตัวนั้นอย่างแน่นอน

          กระต่ายตัดสินใจหันหลังกลับไปเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับสิงโต และเมื่อหันหลังกลับไปมันก็พบกับสิงโตที่มีแววตาคมกริบ มีเขี้ยวที่แหลมคมกำลังจ้องมองมายังมันราวกับเห็นอาหารอันโอชะ

“หึ หึ หึวันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ มีอาหารมาถึงที่แบบนี้คงไม่ต้องเปลืองแรงไปล่าให้เสียเวลาแล้ว” สิงโตพูดพลางมองกระต่ายด้วยความหิวกระหาย กระต่ายรู้ว่าคงหนีไม่หรอกแล้ว มันจึงตั้งสติและตัดสินใจขอทำบางอย่างก่อนตาย

“ผมรู้ว่าคุณคงอยากกินกระต่ายอย่างผมมาก ผมจะยอมให้คุณกินผมครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมมีคำขอครั้งสุดท้ายที่อยากจะทำให้สำเร็จก่อนตายครับ” กระต่ายพูดออกมาอย่างใจเย็นแม้แววตาจะสื่อถึงความหวาดกลัวก็ตาม

“อืม แล้วอะไรล่ะ ที่เป็นสิ่งที่นายอยากทำก่อนตาย” สิงโตทำหน้าสงสัยพลางถามถึงรายละเอียดที่กระต่ายอยากทำก่อนตาย

         กระต่ายรวบรวมความกล้าแล้วยื่นหนังสือที่อยู่บนมือของตนส่งให้สิงโต สิงโตก็ลังเลชั่วขณะแต่ก็หยิบหนังสือที่กระต่ายส่งให้มาเปิดดู และพบว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ

“คุณลองเปิดไปหน้าที่ผมพับมุมไว้สิครับ” กระต่ายบอกสิงโต

“จริงๆ แล้วแม่ของผมป่วยเป็นโรคที่รักษาด้วยสมุนไพรทั่วไปไม่มีทางหาย แต่ว่าถ้าใช้สมุนไพรจากต้นสักวาแห่งน้ำตาที่อยู่ในภาพนั้น ก็มีโอกาสที่แม่ของผมจะกลับมาหายเป็นปกติครับ แต่ว่าต้นสักวาแห่งน้ำตาอยู่ในป่าลึก แล้วในป่านั้นก็เติมไปด้วยอันตราย ผมจึงไม่สามารถเข้าไปเองได้ครับ” กระต่ายพูดอย่างใจจดใจจ่อ

“อ๋อ เข้าใจล่ะ เพราะงั้นนายเลยอยากให้ฉันช่วยนายสินะ แล้วถ้าหากฉันช่วยนายแล้วจะเอาอะไรมารับประกันว่านายจะไม่หนีฉันไปล่ะ” สิงโตพูดอย่างใจเย็น

กระต่ายเงียบไปสักพัก แล้วส่งก้อนหินรูปหัวใจให้กับสิงโต

“นี่เป็นสมบัติชิ้นเดียวพ่อได้มอบให้ผมก่อนตายครับ มันสำคัญกับผมมาก ผมจะเอาสิ่งนี้เป็นประกันครับ” กระต่ายพูดอย่างมั่นใจและท่าทางที่มุ่งมั่น

เมื่อสิงโตเห็นความมุ่งมั่นของกระต่าย สิงโตจึงตอบตกลงในการทำตามคำของครั้งสุดท้ายของกระต่าย

          เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็เดินทางไปตามหาต้นสักวาในป่าลึก ระหว่างทั้งสองก็เจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้งต้องปืนหน้า ข้ามแม่น้ำ เจอกับโคลนดูด ฝ่าแม่น้ำที่เต็มไปด้วยปลิงดูดเลือด

และในที่สุดทั้งสองก็พบกับต้นสักวาแห่งน้ำตา แต่การจะนำต้นสักวาแห่งน้ำตา มานั้นมันไม่ง่ายเลย เพราะนางฟ้าที่พิทักษ์ต้นสักวาแห่งน้ำตาได้ให้ข้อเสนอกับทั้งสอง

“ฉันคือผู้พิทักษ์ต้นสักวาแห่งน้ำตา ถ้าพวกเธอต้องการก็ต้องตอบคำถามมา” ซึ่งได้ถามกระต่ายว่า

“ถ้าสิงโตถูกนายพรานจับตัวไป เธอจะไปช่วยหรือไม่ ถ้าหากช่วยสิงโตได้สำเร็จเธอก็จะถูกสิงโตกิน แต่ถ้าหากไม่ช่วยสิงโตก็จะถูกฆ่าโดยนายพราน” เมื่อถามกระต่ายเสร็จ นางฟ้าก็หันไปถามสิงโตว่า

“ถ้ากระต่ายถูกนายพรานจับตัวไป เธอจะไปช่วยหรือไม่ ถ้าหากช่วยกระต่ายได้สำเร็จเธอก็จะไม่สามารถกินกระต่ายได้ แต่ถ้าหากไม่ช่วยกระต่ายก็จะถูกฆ่าโดยนายพราน”

เมื่อนางฟ้าได้ถามทั้งสองเสร็จก็นิ่งเงียบ

“ผมจะช่วยครับ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วผมจะถูกกิน แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะเขาก็ทำเพื่อผมมามากเหมือนกัน” กระต่ายตอบนางฟ้าไปด้วยสายตาที่ซื่อตรงและไร้ซึ่งความลังเล

สิงโตที่เห็นกระต่ายตอบไปแบบไม่ลังเล มันจึงตอบไปแบบไม่ลังเลเช่นเดียวกัน

“ฉันเองก็จะช่วยเหมือนกัน ถึงแม้จะกินไม่ได้ก็ตาม แต่ก็ยังมีอย่างอื่นที่ฉันกินได้อยู่เหมือนกัน”

นางฟ้าได้ฟังคำตอบของทั้งสองก็หลังน้ำตาออกมา

“เป็นคำตอบที่ดีมาก” นางฟ้าพูดไปพลางร้องไห้ไป

จากนั้นนางฟ้าก็ได้มอบต้นสักวาแห่งน้ำตาให้แก่ทั้งสอง จากนั้นทั้งสองก็ออกจากป่า และสิ้นสุดการเดินทางที่มีระยะเวลารวมกว่าหนึ่งอาทิตย์นี้ไป

          เริ่มเช้าวันใหม่ หลังจากที่กระต่ายนำต้นสักวาแห่งน้ำตาให้แม่ทานแล้ว อาการของแม่กระต่ายก็ค่อยๆ ดีขึ้น แล้วก็ถึงเวลาที่กระต่ายได้ให้คำมั่นสัญญากับสิงโตไว้แล้ว ว่าจะให้สิงโตกินตนเมื่อทำตามคำขอครั้งสุดท้ายได้สำเร็จ

กระต่ายตัวน้อยก็ค่อยๆ เดินออกจากบ้าน และมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้พบกับสิงโตครั้งแรก เมื่อกระต่ายไปถึงก็เห็นสิงโตนอนรอ ณ ที่แห่งนั้นแล้ว

“ผมมาแล้วครับ” กระต่ายพูดพลางทำหน้าละห้อย

สิงโตลุกขึ้นนั่ง จ้องไปยังกระต่ายที่กำลังหลับตาสนิท พร้อมที่จะเป็นอาหารของสิงโต

“ลองลืมตาดูตรงพื้นด้านหน้าสิ” สิงโตพูดบอกแก่กระต่ายด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง

กระต่ายลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเห็นก้อนหินรูปหัวใจที่กระต่ายเคยให้กับสิงโตไว้เพื่อเป็นสิ่งประกันว่าตนจะกลับมาให้สิงโตกิน

“อันนี้ เอาคืนมาให้ผมทำไมครับ” กระต่ายถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

“ฉันตัดสินใจแล้วนะ ฉันจะไม่กินนายหรอก ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ทำให้กลัวนะ” สิงโตพูดปลอบกระต่ายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ทำไมล่ะครับ ทำไมถึงจะไม่กินผมล่ะครับ” กระต่ายถามสิงโตด้วยความตื่นตระหนก

“เพราะว่าฉันอยากเป็นกับนายยังไงล่ะ เพราะงั้นเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ” สิงโตพูดต่อโดยไม่ลังเล

          จากนั้นทั้งสองก็ทำความเข้าใจกันสักพัก และตกลงที่จะเป็นเพื่อนกัน ทุกๆ วันทั้งสองจะออกมาเล่นและพูดคุยกันทุกครั้ง บ้างก็ออกไปวิ่งเล่นที่สวนดอกไม้ นัดกันทานอาหารเที่ยงบ้าง จนวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทั้งสองตัวติดกันแทบทุกวัน ต่างฝ่ายก็ต่างมีความสุขที่ได้เล่นสนุกด้วยกัน และเก็บความสัมพันธ์นี้เป็นความลับที่รู้กันแค่สองตัวเท่านั้น ถึงแม้ทั้งสองจะรักและเชื่อมั่นในความสัมพันธ์นี้มากเท่าใด แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ว่าทั้งสองเป็นสัตว์ที่ไม่ควรจะเป็นเพื่อนกันได้เลย

ทั้งสองเล่นสนุกด้วยกันไปวันๆ โดยไม่รู้เลยว่าความสุขและความสนุกนั้น กำลังจะถูกพังทลายลง

          เริ่มเช้าวันใหม่ที่ท้องฟ้าสดใส สิงโตและกระต่ายก็นัดเจอกันเช่นเดิม แต่วันนี้จะพิเศษกว่าวันก่อนๆ ขึ้นมาหน่อย คือทั้งสองตัว วางแผนว่าจะไปเที่ยวที่น้ำตกแห่งรอยยิ้ม มีลักษณะเป็นโขดหินที่ถูกกัดเซาะ จนมีลักษณะเป็นรูปปากที่กำลังยิ้ม ว่ากันว่าหาใครได้ลงไปแช่ในน้ำตกแห่งนั้น ผู้นั้นก็จะพบเจอแต่ความสุข สิงโตและกระต่ายจึงตกลงกันว่าจะไปที่แห่งนั้นด้วยกัน

สิงโตตื่นเต้นจนรีบตื่นแต่เช้า

“แล้วนี่แกจะไปไหนตั้งแต่เช้า ไม่ไปล่าสัตว์มากินก่อนรึไง” เพื่อนตัวหนึ่งในฝูงถาม

“วันนี้มีธุระนิดหน่อยน่ะ อาจจะกลับดึกหน่อยนะ ล่าสัตว์มากินเลยไม่ต้องรอ” สิงโตตอบกลับไปด้วยความสบายใจ

ว่าพลางเสร็จแล้ว สิงโตก็หอบของที่เตรียมไว้สำหรับไปเที่ยวน้ำตกครั้งนี้แล้วมุ่งหน้าไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่นัดกับกระต่ายไว้ ด้วยความเร่งรีบจึงไม่ทันรู้ตัวว่าเพื่อนมองตนด้วยสายตาที่จ้องเขม็ง และให้ความรู้สึกที่ดุดัน

          ทางฝั่งกระต่ายก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าสิงโตเลย มันตื่นแต่เช้า จัดเตรียมของที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง เตรียมของไปพลางร้องเพลงไปพลางอย่างเริงร่า ระหว่างที่ดูกระต่ายตัวน้อยเตรียมของอย่างสนุกอยู่นั้น แม่กระต่ายก็เริ่มสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ลูกกระต่ายถึงไม่อยู่ติดบ้านเลยตั้งแต่ไปเอาต้นสักวาแห่งน้ำตามาได้ก็ออกจากบ้านไปทุกวันแถมยังกลับบ้านมาตอนเย็นด้วย

“แม่ครับ ผมจะไปแล้วนะวันนี้อาจจะกลับดึกหน่อยนะครับ แม่อย่าลืมทานข้าวแล้วทานยาด้วยนะครับ” ลูกกระต่ายหันมาบอกแม่ก่อนออกจากบ้านด้วยความเป็นห่วง

“จ้ะ อย่ากลับมาดึกเกินไปนะ ทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะ” แม่กระต่ายเปลี่ยนสีหน้าทันทีพลางแสดงความห่วงใยให้กับลูกกระต่าย

เมื่อทั้งสองออกจากบ้านมาแล้วก็ตรงไปยังที่นัดพบทันที

“สวัสดีตอนเช้า เจ้ากระต่าย” สิงโตทักทายกระต่ายที่กำลังมาถึง

“สวัสดีตอนเช้าเช่นกันครับ มาถึงเร็วจังนะครับ รอนานรึเปล่า” กระต่ายทักทายสิงโตกลับ

“ไม่หรอก ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน งั้นเราไปกันเลยเถอะ” สิงโตตอบกลับกระต่ายพลางชวนออกเดินทาง

“ครับ ไปกันเลย” กระต่ายตอบกลับสิงโต ด้วยน้ำเสียงที่ความสุข

          หลังจากที่ทักทายกันเสร็จแล้วทั้งสองก็ออกเดินทางไปยังน้ำตกแห่งรอยยิ้ม ระหว่างเดินทางทั้งสองก็พูดคุยกันในเรื่องต่างๆ อย่างสนุกสนาน จนไปถึงน้ำตกแห่งรอยยิ้ม ที่นั่นมีความงดงามมากทั้งมีผีเสื้อปีกสีฟ้าที่จะพบได้เฉพาะที่น้ำตกแห่งน้ำตาเท่านั้นบินอยู่บริเวณรอบๆ น้ำตก มีดอกไม้ที่ขึ้นเป็นทุ่มอย่างสวยงาม และน้ำตกที่ใสสะอาดจนมองทะลุผ่านได้

“ว้าว สวยมากๆ เลยครับ” กระต่ายพูดด้วยความตื่นเต้นพลางหันไปมองสิงโต

“นั่นสิ ที่นี่สวยสดงดงานตามคำร่ำลือจริงๆ” สิงโตก็ตอบกลับพลางมองน้ำตกแห่งรอยยิ้มด้วยความทึ่ง และความพิศวง

จากนั้นทั้งสองก็วางสัมภาระลงบนพื้นหญ้า แล้วกระโดดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจนเวลาผ่านไป โดยที่ไม่เอะใจเลยว่ามีบางอย่างได้ตามทั้งสองมาอย่างเงียบๆ ตลอดการเดินทาง

เมื่อทั้งสองได้เล่นน้ำตกแห่งรอยยิ้มจนพอใจแล้ว ก็เตรียมเก็บสัมภาระและออกเดินทางเพื่อที่จะกลับบ้าน

“วันนี้ผมสนุกมากๆ เลยครับ มีความสุขมากๆ เลย” กระต่ายพูดกับสิงโตด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ใช่ๆ ฉันก็เหมือนกันสนุกมากเลย หน้านายตอนนี้ปริจนจะเหมือนน้ำตกแห่งรอยยิ้มอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สิงโตพูดพลางหยอกล้อกระต่ายไปพลาง

แล้วทั้งก็เดินทางกลับบ้านพลางคุยเล่นกันอย่างสนุก

“งั้นแยกกันตรงนี้นะครับ” กระต่ายพูดด้วยความสุข

"อืม พรุ่งนี้เจอกัน" สิงโตพูดลากระต่ายด้วยสีหน้าที่มีความสุขเช่นกัน

          พอแยกกับกระต่ายแล้ว สิงโตก็มุ่งตรงไปยังบ้านของตน และสังเกตเห็นว่าสายตาของสิงโตตัวอื่นๆ ที่มองมายังตนนั้นแปลกไป ในขณะนั้นเองเพื่อนในฝูงตัวเดียวกับที่คุยกันเมื่อตอนเช้าก็เดินตรงเข้ามา

“นายไปไหนมา ถึงกลับดึกขนาดนี้” เพื่อนของสิงโตถามที่สีหน้าเหมือนกำลังโกรธไว้

“เอ่อ ก็บอกแล้วไงว่ามีธุระนิดหน่อย” สิงโตพยายามหลีกเลี่ยงคำถาม

“ธุระนิดหน่อย คือการไปน้ำตกแห่งรอยยิ้มกับกระต่ายนั่นใช่ไหม” เพื่อนสิงโตพูดด้วยความโกรธ

ได้ยินอย่างนั้นแล้วแววตาของสิงโตที่เคยสงบก็เบิกขยายขึ้นและอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ

ทางกระต่ายเมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ของตนนั้นรออยู่ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและใต้ตาแดงก่ำ

"แม่ครับ แม่เป็นอะไรรึเปล่า แม่ร้องไห้ทำไมครับ" กระต่ายถามแม่ด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมลูกถึงไปอยู่กับสิงโตนั่นได้ มันบังคับอะไรลูก” แม่กระต่ายพูดด้วยความเสียใจ

“แม่พูดอะไร ไม่มีสิงโตหรอกครับ” กระต่ายพูดด้วยน้ำเสียงที่เลิ่กลั่ก และหลีกเลี่ยงคำถามจากแม่

“จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่ลูกจะกลับมา แม่ไปหาลูกที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ลูกมากจะไปนังอ่านหนังสือเป็นประจำ เพราะเห็นว่ามันมืดแล้วแต่ลูกยังไม่กลับมาแม่เลยเป็นห่วง แต่แม่ก็บังเอิญเห็นตอนที่ลูกอยู่กับสิงโตนั่น แม่ตกใจมากเลยวิ่งหนีมาตามสัญชาตญาณ” แม่กระต่ายอธิบายพลางร้องไห้ไปด้วย

กระต่ายตัวน้อยได้แต่ยืนอึ้งตัวแข็งทื่อ ดูแม่นั่งร้องไห้

          เช้าวันใหม่ท้องฟ้าสีเทา อากาศครึ้ม ราวกับว่าฝนจะตก หลังจากวันนั้น ข่าวที่ว่าสิงโตและกระต่ายแอบไปเจอกันอยู่บ่อยๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านของทั้งสอง ผู้อาวุโสของทางกระต่าย เรียกแม่กระต่ายและลูกกระต่ายเข้าไปพบ และทำข้อตกลง ว่าถ้าจะอยู่ที่หมู่บ้านต่อไปต้องเลิกพบกับสิงโตอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าทำไม่ได้ลูกกระต่ายก็จะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ทางฝั่งสิงโตก็ถูกหัวหน้าฝูงเรียกพบทั้งครอบครัวเช่นกัน โดยมีเงื่อนไขเช่นเดียวกับกระต่าย

ด้วยเงื่อนไขนี้ทำให้ทั้งสองต้องตัดสินใจโดยมีมิตรภาพและครอบครัวมาเดิมพัน

ทั้งสิงโตและกระต่ายก็ต่างครุ่นคิด คิดแล้วคิดเล่าแล้วคิดซ้ำๆ เดิมๆ จนในที่สุดท้ายทั้งกระต่ายและสิงโตก็ต่างตัดสินใจได้แล้ว

สิงโตเดินมุ่งหน้าไปหาหัวหน้าฝูงและตัดสินใจให้คำตอบของตน

“ฉันขอปฏิเสธ ฉันต้องการที่จะอยู่กับกระต่ายตัวนั้น” สิงโตพูดอย่างไม่ลังเล

หัวหน้าฝูงได้แต่พยักหน้าแล้วเดินจากไป

“แกทำอะไรลงไป แกบ้านไปแล้วรึไง” พ่อและแม่ของสิงโตต่างต่อว่า

“ตลอดที่ผ่านมาผมเป็นทุกข์มาตลอดพ่อกับแม่ก็น่าจะรู้ดี ผมอยากมีเพื่อนที่สามารถไว้ใจได้และตอนนี้ผมก็เจอแล้ว และผมก็มีความสุขดี ผมขอโทษที่ทำให้ผิดหวังครับ” สิงโตพูดพลางทำหน้าสลด

“งั้นสินะ ถ้าแกว่าอย่างนั้นก็คงต้องปล่อยแกไปสินะ อย่าลืมกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างล่ะ” แม่สิงโตพูดขณะที่ตนหันหลังกลับไปกอดซบพ่อสิงโต

“ยังไงลูกก็คือลูก อย่าลืมล่ะว่าลูกยังมีพ่อกับแม่อยู่ พวกเราอยู่ข้างลูกเสมอนะ” พ่อสิงโตพูดพลางปลอบแม่สิงโตไปด้วย จากนั้นใบหน้าที่สลดของสิงโตก็ค่อยเปื้อนด้วยรอยยิ้ม แล้วทั้งสามก็กอดกันอยู่สักพักก่อนที่สิงโตจะเก็บของแล้วเจอกระต่ายตามที่นัดหมาย

ทางฝั่งกระต่ายเมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ไปหาผู้อาวุโสบ้านทันที

“ผมต้องการที่จะอยู่กันสิงโตครับ เขาคือเพื่อนของผม” กระต่ายพูดออกด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็ง

“ถ้าคิดดีแล้ว ก็เตรียมตัวออกไปจากที่นี่ซะ” ผู้อาวุโสขับไล่กระต่ายอย่างไม่ไยดี

จากนั้นกระต่ายก็กลับบ้านเพื่อไปอธิบายเหตุผลของตนให้แม่เข้าใจ กระต่ายค่อยๆ ไปนั่งข้างๆ แม่

“แม่ครับ จริงๆ แล้วผมขี้เหงามากๆ เลยครับ แต่เมื่อผมได้พบกับสิงโตตัวนั้นผมก็มีความสุขมากขึ้น ถึงเขาจะเป็นสัตว์นักล่าแต่เขาก็เชื่อใจได้นะครับเขาช่วยผมหลายอย่างเลยด้วย ผมขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจนะครับ” กระต่ายพูดพลางใช้มือของตัวเองกุมมือแม่

“ถ้านั่นเป็นความสุขของลูกแม่ก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่ลูกก็มาเยี่ยมแม่บ้างนะ” แม่กระต่ายพูดพลางยิ้มไปด้วย

“ครับ ผมรักแม่นะครับ” กระต่ายพูดพลางร้องไห้ไปด้วย

“แม่ก็รักลูกนะ รักมากๆ เลยดวงใจของแม่” แม่กระต่ายพูดพลางปลอบลูกที่กำลังร้องไห้

แล้วทั้งสองก็กอดอยู่สักพักก่อนที่กระต่ายตัวน้อยจะเก็บของออกไปจากหมู่บ้านไปยังสถานที่ที่นัดหมาย

          จากนั้นสิงโตและกระต่ายก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังด้วยกัน และไปยังป่าลึกที่ทั้งสองสามารถใช้ชีวิตด้วยกันได้

          เมื่อกระต่ายและสิงโตตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ป่าลึกแล้ว ทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ช่วยเหลือกัน และมีความสุขตลอดไป

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×