นับ เก้า รัก [YAOI] ภาค 3

ตอนที่ 69 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 57 : 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,534 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

                               

บทที่ 57

 

                ฮูเร่ ฮูเร่ฮาฮา ฮูราฮูราเฮ้เฮ้

                และแล้ว

                ในที่สุด...

                ก็ถึงวันที่ผมรอคอย

                มันก็คือวันประกวดดาวเดือนนั่นเอง

                เสือนับตื่นเต้นซะจน...


                “ทำไมใต้ตาคล้ำแบบนี้ละยัยหนูของพี่!


                เสียงแหลมๆ ของพี่แนตตี้ดังสนั่นลั่นทุ่งไปทั่วห้องสโมสรคณะวิศวะ ผมยกมือขยี้ตาอย่างง่วงๆ แล้วก็ปิดปากหาวไปตลบหนึ่งก่อนจะปรือตามองพี่เขา

                “ผมตื่นเต้นไปหน่อย” ไม่หน่อยอ่ะ โคตรๆ เลย

                เมื่อวานหลังจากแอบได้ยินพี่เก้ากำลังวางแผนเซอร์ไพร์สอะไรแล้วก็ตื่นเต็มตาเลย ถ้าใครกำลังคิว่าผมจะไปห้ามพี่เก้าแบบที่ห้ามพี่ชายตัวเองแล้ว ขอบอกเลยว่าคิดผิด!

                ผมนี่รอกุหลาบสีดำหนึ่งพันหนึ่งร้อยดอกเลยครับ

                งุ้ยยยย เซอร์ไพร์สจากคุณนายแบบคนดังเลยนะ

                แถมตอนนี้คนนอกก็ยังไม่รู้ว่าผมกับพี่เก้าเป็นอะไรกันด้วย

                เสือนับก็ขอนิดขอหน่อยเถอะ อยากอวดปั๊วะ เข้าใจมั้ย!

                แล้วไอ้สาตุที่นอนไม่หลับก็มาจากความตื่นเต้นที่จะประกวดดาวเดือนด้วยส่วนหนึ่งและจากพี่เก้าด้วย พอมันตื่นเต้นมากๆ ก็ตาค้างนอนไม่หลับ พอใกล้จะหลับก็ดันสว่างซะแล้ว

                สุดท้ายผมก็ต้องทำนั่งทำหน้าง่วงอยู่ที่ห้องของคณะโดยมีรุ่นพี่สามสี่คนห้อมล้อม

                “ไม่รู้จักหลับจักนอน มึงเป็นเด็กประถมรึไง” พี่ลมคนปากหมาแขวะเสร็จก็โบกหัวผมเบาๆ “กะอีแค่ประกวดดาวเดือนแค่นี้ทำมาเป็นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ”

                “แหม อีลม อย่าให้กูแฉนะมึง” พี่เปรี้ยวจูงมือมือผมไปนนอนบนโซฟาตัวยาว “น้องนับสองรู้มั้ยคะ ไอ้ลมนะ ตอนวันประกวดปีที่แล้วนะ นั่งหน้าซีดอยู่ข้างเวทีแถมยังมาพูดอีก แพ้เก้าแน่ๆ ไม่อยากแข่งแล้ว”

                “ไอ้เปรี้ยว ไอ้เพื่อนเหี้ย!” พี่ลมตะโกนลั่นห้องด้วยใบหน้าแดงก่ำที่ไม่รู้ว่าอับอายหรือโกรธ แต่ผมว่าน่าจะทั้งคู่นะ

                ผมอดไม่ได้ที่จะตาโตหลังจากได้ยินเรื่องลับๆ นี้แล้วหันไปยิ้มล้อเลียนใส่พี่ลม แน่นอนว่าพี่มันก็ทำท่าจะมาตบผมอีกรอบอยู่เหมือนกันแต่พี่แนตตี้คนสวยห้ามไว้ก่อน

                “คราวหน้ามึงตายแน่ไอ้นับ” กลัวจังเลย กลัวมากเลย

                “พอๆ น้องนับอย่าไปตีกับหมาบ้าเลย มาๆ เอาแตงกวาโปะตาหน่อย” พี่เปรี้ยวดันผมให้นอนแล้วหยิบแตงกวาที่หั่นเป็นแว่นๆ ออกจากกล่องพลาสติก “ตาจะได้วิ้งๆๆ ใต้ตาจะได้ไม่คล้ำ”

                ผมพยักหน้าแล้วทำตัวเป็นเด็กดี นอนอย่างว่าง่ายแล้วให้รุ่นพี่สาวสวยเอาแตงกวาเย็นๆ มาโปะตาทั้งสองข้างจากนั้นก็นอนพักนิ่งๆ แอบเงี่ยหูฟังพวกรุ่นพี่คุยกันเป็นพักๆ

                แหม เสือนี่ไมได้ขี้เสือกนะ

                พวกพี่เขาคุยกันดังเองต่างหาก ต่อให้ไม่เงี่ยหูฟังก็ยังได้ยิน

                ดูเหมือนพวกเขาจะคุยกันเรื่องรับน้อง กิจกรรมเฉลยสายรหัส.... เดี๋ยวนะ สายรหัสเหรอ

                “เฮ้ย ไอ้นับ มึงรู้ยังว่าจะเฉลยสายรหัสอาทิตย์หน้า”

                “...” อึ้งแดกอยู่ครับ “เอ่อ คือ...”

                “กูเดาเลยนะ มึงยังไม่ได้หาพี่รหัสมึงแน่ๆ”

                พี่ลมหัวเราะเยาะเย้ยหยันแล้วยิ่งดูชั่วร้ายขึ้น “ระวังโดนลงโทษนะมึง กูไม่ช่วยด้วย”

                อ้าว ฉิบหายแล้วกู

                บอกเลยว่า ผม ลืม สนิท!

                ลืมไปแล้วว่าเคยได้คำใบ้พี่รหัสมา

                เพราะมัวแต่มีเรื่องวุ่นๆ นั่นนี่เข้ามาในชีวิตเลยทำให้ผมลืมบางเรื่องไป และหนึ่งในนั้นคือพวกกิจกรรมของคณะของมหาลัยอย่างการตามหาพี่รหัสสายรหัส

                “กูจะไปหาจากไหนวะ” โอ๊ยยยยย เหลือหนึ่งอาทิตย์เองเหรอ หาพี่รหัสเจอแล้วก็ยังมีภารกิจจากพี่รหัสอีก ถ้าไม่ทำก็ไม่รับเข้าสาย อะไรกันเนี่ย เสือนับขี้เกียจ! “ไม่ทำได้มั้ย”

                เออ ไม่เอาสายแม่งเลย

                พี่เปรี้ยวได้ยินที่ผมงึมงำเลยเตือนอย่างหวังดี “พี่ว่านับสองทำกิจกรรมนี้เถอะ น้องโดดหลายกิจกรรมจนพวกพี่ปีสูงเขาหมั่นไส้หลายรอบ คนที่อยากถอนน้องออกจากตำแหน่งเดือนก็ปีสูงคณะเราด้วย”

                ผมอึ้งแทบลุกพรวดแต่ลืมไปว่ากำลังนอนบำรุงใต้ตาอยู่เลยจำต้องอยู่นิ่งๆ แล้วพูดทั้งที่ยังนอนหลับตาอยู่

                “จริงเหรอครับ” รู้สึกแย่ขึ้นมานิดๆ

                “อืม เพราะงั้นถือว่าพี่ขอแล้วกัน เข้ารวมสักกิจกรรม ส่วนอันอื่นไม่ต้องเข้าก็ได้ ช่างหัวมัน น่าเบื่อ” ความจริงแล้วพี่เปรี้ยวก็เป็นพี่ว้ากนะแต่เขากลับไม่ได้บังคับผมเข้ากิจกรรม

                “พวกพี่ปีสูงอยากถอดผมออกจากเดือนแล้วทำไมถึงไม่ทำ” ถามอย่างสงสัยและคาดว่าคนที่จะมาเป็นเดือนแทนผมคงเป็นไอ้อชิแน่ๆ

                “มึงน้องกู ใครจะถอดมึงออกก็ข้ามศพกูไปก่อนเถอะ” พี่ลมว่าขึ้นเสียงดังแล้วพูดอย่างหงุดหงิด “โตกว่าแล้วแม่งข่มฉิบหาย เตะปากไปหลายคนแล้ว”

                อื้อหือ คนนี้มันโหดแท้แต่แอบซาบซึ้งนะเนี่ย ถึงพี่ลมจะปากหมาแต่ก็ช่วยผมตลอดอยู่เงียบๆ

                สนใจมาเป็นกิ๊กผมมั้ยพี่ ยืนดีต้อนรับสู่ฮาเร็มเสือนับนะ หุหุ

                “ได้ข่าวว่าอชิก็น้องรหัสมึงนะ” พี่แนตตี้ว่าขึ้นแล้วจีบปากจีบคอ “ถ้าไม่ใช่เพราะน้องอชิเอาเหล้ามาถวายมึงสองลัง มึงคงถอดน้องนับไปแล้วเถอะ”

                “เชี่ย มึงพูดดังทำไมเนี่ย!” พี่ลมร้องลั่นแล้วก็ตามมาด้วยเสียงโครมคราม “ภาพพจน์กูเกือบดีแล้ว ไอ้ห่า!

                “มึงไม่มีตั้งแต่แล้ว ไอ้เหี้ย” พี่เปรี้ยวหันไปด่าแล้วมาลูบๆ แขนปลอบใจผม “ไม่ต้องสนใจนะ น้องนับสอง ถึงไม่มีไอ้ลมก็ยังมีพี่เปรี้ยวคนสวยอยู่นะ พี่จะปกป้องน้องเอง!

                “ขอบคุณครับ” ผมยิ้มบางๆ ขอบคุณ

                แต่ใดใด...รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย

                ไอ้พี่ลม มึงไม่รักกูจริงนี่หว่า

                ฮือ เราเลิกกันเถอะ ไม่รับเข้าฮาเร็มแล้ว!

                “แต่เอาจริง ไอ้ลมมันก็ไปซัดพี่ปีสูงมาจริงๆ นะ” รุ่นพี่คนสวยโน้มลงมากระซิบกระซาบเสียงแผ่ว “ปีสามสามคน ปีสี่ห้าคน รู้แล้วเหยียบไว้นะน้องนับ”

                “ครับ” ผมขานรับเบาๆ ด้วยความรู้สึกสับสนเพราะพี่ลมมันก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่รู้ว่าไปชกเขาเพราะเรื่องผม หรือเพราะตัวพี่ลมหมั่นไส้คนนั้นเองกันแน่ (ลม : เหอะ กูอยากชกคนก็ชก ไม่ได้ชกเพื่อมึง อย่ามโน ไอ้นับ!)

                แต่รวมๆ ผมคิดว่าพี่ลมก็ปกป้องผมมาตลอดแหละ เรื่องกิจกรรมหลายตัวที่ผมไม่เข้า พี่มันก็ไม่เคยว่าอาจจะมีแซะๆ แต่ก็เอาทรานสคริปกิจกรรมมาให้ตลอด

                คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็เริ่มง่วงขึ้นมาจึงผล็อยหลับไป ตอนขึ้นมาอีกที่เกือบๆ สิบโมงด้วยการปลุกของพี่แนตตี้ เขาบอกว่าต้องไปหอประชุมแล้วเพื่อไปรวมตัวเตรียมตัวกับดาวเดือนคณะอื่นด้วย

                ผมพยักหน้าอย่างงัวเงียแล้วขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อน ส่วนพี่เปรี้ยวกับพี่แนตตี้ขอตัวล่วงหน้าไปก่อน ส่วนพี่ลมหายไปไหนแล้วไม่รู้

                หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วผมจึงตื่นขึ้นมาเต็มตาจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มาไลน์หาพี่เก้าว่ากำลังจะไปหอประชุมนะ เมื่อเช้าหลังจากพี่เก้ามาส่งผมที่ตึกคณะแล้ว เขาก็ไปจัดการงานอยู่ที่หอประชุมเลย ผมรอข้อความสักพักก็ไม่เห็นพี่เก้าตอบเลยคิดว่าน่าจะยุ่งๆ อยู่เลยไม่คิดมาก

                “จิ๊ ต้องเดินไปหอประชุมเองเหรอ” กะว่าถ้าพี่เก้าว่างจะให้ขับรถมารับสักหน่อย

                ผมเดินไปตามทางเดินริมฟุตบาทอย่างไม่รีบร้อนนัก โชคดีที่วันนี้แดดไม่แรงมากนัก ผมเลยเดินได้อย่างชิวๆ ในตอนที่กำลังฮัมเพลงอยู่ก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ขับเข้ามาใกล้ผม

                “ไอ้นับ ไปไหน” เสียงคุ้นเคยของวินเอ่ยขึ้น

                ผมหันไปมองก็เห็นไอ้วิน เดือนนิเทศศาสตร์คร่อมอยู่บนดูคาติสีดำสนิทแถมเจ้าของรถยังเซตผมมาซะหล่อด้วย ทำเอาใจผมเต้นตึกตักเลยนะ

“กำลังจะไปหอประชุม”

“เออๆ งั้นขึ้นมา ไปกับกูๆ” มันว่าอย่างเป็นกันเอง

แน่นอนว่าผมที่ขี้เกียจเดินก็ต้องตอบรับอย่างรวดเร็ว “มึงพักอยู่แถวนี้เหรอ” สภาพมันเหมือนเพิ่งเข้ามอมาเลยเพราะเมื่อได้ใกล้ชิดนั่งซ้อนท้ายก็ได้ยินครีมอาบน้ำและน้ำหอมฟุ้ง

“หออยู่ข้างมอนี่เอง ใกล้ๆ” มันว่าแล้วก็ออกรถ “จริงๆ กูนอนอยู่ยังไม่ตื่นด้วยซ้ำแต่รุ่นพี่แม่งเรียกรวมตัวเลยต้องรีบมาเนี่ย เชี่ย ประกวดตั้งเย็น รีบไรหนักหนาวะ”

ฟังไอ้วินบ่นตลอดทางจนในที่สุดก็มาถึงหน้าหอประชุม ผมบอกให้วินเข้าไปก่อนเพราะตัวเองจะเดินไปซื้อนมชมพูกินสักหน่อย ซึ่งร้านมันก็อยู่ใกล้ๆ ไม่ไกลมาก

วินพยักหน้าแล้วเดี๋ยวจะบอกพี่คณะผมให้ ยกมือทำสัญญาณโอเคแล้วหมุนตัวเดินไปยังร้านกาแฟ...

ชิ้ง!

จู่ๆ แผ่นหลังของผมก็เย็นวาบขึ้นมาแปลกๆ คล้ายว่ากำลังมีสายตาทิ่มแทงซะจนหนาวสั่นถึงกระดูก ผมหันมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตระหนกแต่ไม่เจออะไรก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ

สงสัยนอนไม่พอล่ะมั้ง... หลอนไปเอง

สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วรีบเดินต่อ หลังจากสั่งนมชมพูเย็นแล้วก็ซื้อคุกกี้ธัญพืชอีกห่อหนึ่งด้วย เมื่อเช้ารีบออกมายังกินข้าวไม่อิ่มเท่าไร เพราะว่ามีลูกค้าเยอะเลยคิวยาวนิดหนึ่ง

ผมเริ่มไปหามุมสงบๆ นั่งรอ... ในระหว่างที่กำลังนั่งกินคุกกี้อยู่ก็


“มีคนนั่งตรงนี้มั้ย”


เสียงทุ้มแหบห้าวชนิดที่แบบว่าแมนเต็มร้อยดังขึ้นเบื้องหน้าของผม ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์เพื่อมองคนพูดก็เห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงโปร่งหน้าหล่อผมยาวประบ่าดูติสๆ ยังไงไม่รู้ เขาไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาแต่ใส่ชุดธรรมดา

สงสัยไม่ใช่เด็กมหาลัยเราแน่ๆ แต่ดูจากรูปร่างหน้าตาคล้ายจะเป็นเด็กมัธยมแฮะ มาทำอะไรแถวนี้หว่า แต่เหนือสิ่งอื่นใดสีหน้าน้องเขาดูไม่เป็นมิตรเลย

เอ่อ จะมาขอนั่งร่วมโต๊ะเหรอวะ

ผมพยักหน้าให้เพราะว่าเดี๋ยวผมก็จะไปแล้วเลยไม่ได้ติดใจอะไร น้องเขานั่งลงแล้วจ้องหน้าผมในชนิดที่แทบจะหาเรื่องซึ่งผมเริ่มอึดอัดและรู้สึกไม่ดีแล้วเหมือนกัน

จะหาเรื่องเสือนับเหรอ

“น้องมีปัญหา...” จะถามให้ชัดเจนแต่น้องเขากลับโพล่งตัดประโยคขึ้นก่อน

 

“นายเป็นอะไรกับผู้ชายเมื่อกี้”

 

ฮะ!

 

“ผู้ชายที่ชื่อวิน... นายเป็นอะไรกับเขา”

 

สีหน้าและแววตาน้องเขาเย็นเยียบเหมือนจะแดกหัวผมให้ได้

 

“ฉันถามว่าเป็นอะไรกัน แฟน คนคุย?”

 

ไอ้เด็กนี่มันเป็นใคร

เมียไอ้วินเปล่าวะ เชี่ย กูจะทำบ้านเขาแตกมั้ย ตายแล้วๆ

 

“ถามก็ตอบสิวะ! เป็นใบ้รึไง!

 

ก่อนบ้านไอ้วินแตก

หัวผมนี่แหละจะแตก

 

“เป็นเพื่อนครับ น้องใจเย็นนะ”

“เพื่อนกับผีสิ!

“เพื่อนจริงๆ!

“แต่ฉันเห็นนายกอดเอวแล้วก็ลูบขาเขา!

 

อ้าว ฉิบหายแล้ว เสือนับว่าเสือนับก็เนียนแล้วนะ

ยังมีคนเห็นอีกเหรอวะ

 

แต่ใดใด ไอ้วิน ไอ้เหี้ยทำไมไม่บอกว่ามีเมียแล้ว

มีแล้วจะได้ไม่เฉียดเข้าใกล้

เมียหรือหมาวะ ดุชิบเป๋งเลย

 

                “น้องใจเย็นแล้วฟังนะ”

                “ไม่ฟัง ไปเคลียร์กันข้างนอก”

                “...”

 

                มึงฟังก่อน

                กูมีผัวแล้วเว้ย มึงใจเย็นนะ

                ฮือ พี่เก้า ช่วยนับด้วย แงงงงงงงงง


------------------


 

                สถานการณ์ของเสือนับตอนนี้เหรอ

                เอ่อ... ก็ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงชีวิตเลยครับ

                “น้อง พี่ว่าเราคุยกันดีๆ ก่อนนะ” ณ เวลานี้ผมกับน้องที่คาดว่าน่าจะเป็นเด็กไอ้วินกำลังยืนคุยกันอยู่นอกร้านกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าร้านนี่แหละ “ใจเย็นๆ”

                “แล้วนี่ฉันใจร้อนตรงไหน” เด็กมันหรี่ตามองผมด้วยแววตาขุ่นเคือง

                โอ้โห น้องครับ แบบนี้บ้านพี่เรียกโคตรพ่อโคตรแม่หัวร้อนเลยครับ

                “ก็พูดมาสิ ฟังอยู่”

                ผมถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดช้าๆ “พี่กับวินเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”

                “เพื่อนแล้วทำไมต้องกอดเอวขนาดนั้น” บร๊ะ มึงก็จะตาดีไปมั้ย คนอุตส่าห์แอบเนียนแล้วนะ

                “กลัวตกรถไงก็จับเอวเป็นธรรมดา” ใช่ๆ เสือนับขี้กลัวเลยต้องจับเอวไว้เดี๋ยวตกรถหน้าแหกไม่ได้ประกวดเดือน

                แววตาเฉยชาของคนเตี้ยกว่าไม่กี่เซนยังคงไม่คลายอารมณ์เกรี้ยวราด มุมปากแสยะยิ้มเย็นชวนให้ผมร้อนๆ หนาวๆ “อ้อ แล้วงั้นทำไมต้องลูบขา?”

                “พี่ไม่ได้ทำ” ผมปฏิเสธหน้าตาย “อันนี้พี่ว่าน้องตาฝาดแล้ว”

                “แต่ฉันเห็น”

                “พี่ไม่ได้ลูบ มันแค่เป็นการตีขาเพื่อนเล่นเฉยๆ” ผมยังคงไม่ยอมรับง่ายๆ เพราะตอนที่ผมลูบขาไอ้วินมันเป็นจังหวะช่วงที่แบบไอ้วินจอดรถแล้วผมก็ตีๆ ขามันเล่นสองสามทีแอบสไลด์ลูบไล้สองวิสั้นๆ ที่แม่ง...ไม่คิดเลยว่าจะมีคนตาไวมองทัน “แล้วอีกอย่าง...พี่ก็มีแฟนแล้ว”

                เด็กหน้าหล่อขมวดคิ้วแล้วใช้สายตาพิจารณามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเบ้ปาก

                “หน้าตาอย่างงี้หาแฟนได้ด้วยเหรอ”

                “!!

                “หน้าตาเหมือนคนที่ไม่น่าจะหาแฟนได้จริงๆ”

                อ้าวเฮ้ย มึงวอนแล้วนะไอ้น้อง

                หน้าตาอย่างเสือนับนี่แหละมีแต่คนรักคนหลง

                สักยกมั้ย ขอสักเปรี้ยงเถอะ

                ไม่ได้ดิ เฮ้ย วันนี้ผมต้องประกวด ห้ามก่อเรื่อง ห้ามวู่วาม ห้ามใจร้อน

                “งั้นน้องรอแป๊บ พี่ตามแฟนพี่มาก่อน” ผมกัดฟันอย่างอดทนแล้วพูดออกไป

                “งั้นก็ตามมาสิ” พยักหน้าเอื่อยๆ แล้วจ้องทุกการกระทำของผมแบบไม่ละสายตา “แล้วอย่าคิดโทรไปหาวินนะ ยืนคุยตรงนี้ไม่ต้องไปไหนไกล”

                เหี้ย รู้ทันอีก

                ผมกำลังจะโทรไปหาไอ้วินให้มาตามเก็บเมียเด็กมันเลยนะ ชิ แผนพังหมด

                หมดทางเลือกแล้วเลยต้องจำยอมโทรตามพี่เก้าให้มาช่วย ผมจะมัวชักช้ายึกยักอยู่ตรงนี้ไม่ได้แต่ไอ้น้องนี่มันก็ไม่ยอมปล่อยผมง่ายๆ ไง

                รอเลยนะ มึง

                เดี๋ยวกูขอเรียกกำลังเสริมก่อน ฮึ

                (ฮัลโหล นับสองอยู่ไหนครับ คนอื่นมากันครบแล้วเนี่ย พี่ว่าจะโทรหาอยู่เลย) ทันทีที่อีกฝ่ายรับสายก็รัวระดมยิงคำถามมาเป็นชุดจนผมไม่รู้ว่าจะเริ่มตอบอะไรก่อนก็เงียบไป (นับสอง? นับสอง)

                “เอ่อ... คือตอนนี้ผมมีปัญหานิดหน่อย” ผมเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อน

                (ปัญหา? ปัญหาอะไรแล้วนับอยู่ไหน พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้)

                อุ๊ยตายแล้ว เนี่ย เสือนับยังไม่ได้ทันทำอะไรเลยนะ

                ก็มีคนเป็นห่วงเป็นใยซะแล้ว

                อิจฉาล่ะสิ อิจฉาอ่ะดิ

                เหลือบมองตัวปัญหาที่ยืนกอดอกทำหน้านิ่งตรงหน้าแล้วถอนหายใจ “ตอนนี้ผมอยู่หน้าร้านกาแฟหน้าหอประชุม พี่ออกมาหาหน่อย”

                (อา ได้ครับ รอเป๊บหนึ่งนะ) พี่เก้าเหมือนจะงงๆ แต่ก็ตอบรับ (ซีน! กูฝากงานตรงนี้หน่อย เดี๋ยวมา!)

                (ไอ้เก้า มึงหนีงานเหรอ ไอ้ชั่ว ไอ้เก๊าาาา)

                (บอกว่าเดี๋ยวมา โว้ย!)

                ดูเหมือนทางนั้นก็กำลังยุ่งๆ วุ่นๆ เลยด้วยแอบรู้สึกผิดเลยแฮะ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย เพราะไอ้เด็กตรงหน้านี่ต่างหากที่มาหาเรื่องผม

                ผมวางสายไปแล้วบอกกับเด็กมัน “รอแป๊บ แฟนพี่อยู่หอประชุมเนี่ย”

                “ไม่ใช่ว่าเอาเพื่อนมาอ้างนะ” เด็กตัวสูงกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายแล้วสะดุ้งเล็กๆ ก่อนจะล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมารับสายใครสักคน “ฮัลโหลว่าไงดิน อืม มาแล้ว ก็อยู่แถวๆ นี้แหละ ลมเหรอ ไม่เห็น ไอ้ไฟไม่มา มันบอกขี้เกียจ”

                ผมตาโตหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนสองคนที่ผมรู้จักอยู่ในนั้น ลม? จะใช่พี่ลมที่ผมรู้จักรึเปล่าแล้วกิน หมอดินคนโหดใช่มั้ย? พี่ลมกับดินก็เป็นพี่น้องกันแล้วไอ้เด็กนี่...อย่าบอกนะว่าน้องไอ้สองคนนั้น

                ป๊าดดดด โลกมันจะกลมไปแล้วนะ!

                แต่ถ้าบอกว่าเป็นน้องพี่ลม

                ผมเชื่อนะ ปากร้ายเหมือนกันไม่มีผิด

                กำลังคิดมโนเชื่อมโนงความสัมพันธ์ไปไกลอยู่ในหัวคนเดียวเงียบๆ แต่ไอ้เด็กเวรหลังจากวางโทรศัพท์แล้วดันหันมาจิกตาใส่ผมอย่างไม่พอใจซะงั้น

                “แอบฟังเหรอ ไม่มีมารยาท”

                “อ้าว” ผมเหวอสิ แล้วทีเมื่อกี้มึงยืนฟังกูคุยกับผัวตาไม่กะพริบล่ะ มีมารยาทมากมั้ง

                ในตอนที่ผมใกล้จะฟิวส์ขาดนั้นหางตาดันเหลือบเห็นพี่เก้ากำลังเดินมาทางนี้พอดี ดังนั้นเสือนับต้องสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีงาม

                เสือนับถูกรังแก เสือนับยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยยยย

                “นับสอง” พี่เก้าเดินตรงดิ่งมาหาด้วยสีหน้าเครงเครียด “มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

                ผมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เอ๊ย ความจริง “ผมนั่งรถมากับไอ้วินแล้วก็แยกกัน ผมมาซื้อน้ำ” ชูแก้วนมชมพูสุดเลิฟให้ดู “แล้วจู่ๆ น้องเขาก็มาหาเรื่องผม ไม่ยอมให้ผมไปไหน”

                “ไม่ได้ทำอะไรเหรอ” เด็กเวรหน้าตายหัวเราะเยาะแล้วเปรยมองพี่เก้านิ่งๆ “นายเป็นแฟนกับหมอนี่เหรอ”

                พี่เก้าจ้องเด็กตัวสูงอย่างระวังก่อนจะหันมามองผมเล็กน้อยแล้วพี่แกก็เงียบ ซึ่งมันทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบเลย

“ถ้าพี่บอกแล้วก็อย่าเอาไปพูดที่ไหนล่ะ”

...นี่พี่เก้าจะพูดจริงๆ เหรอ

“ฮึ พูดอย่างกับคนดัง” เด็กมันเบะปาก

เออ ก็ดังไง ผัวกูดังมากด้ย

ผมที่เหมือนสติสตังเพิ่งมาครบก็นึกได้ว่าไม่ควรพูดว่าพี่เก้าเป็นแฟนกับคนนอกเลย ถ้าเกิดเด็กนี่มันเอาไปบอกคนอื่นบอกนักข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของเรา

พี่เก้าต้องแย่แน่... โอ๊ย ทำไมผมทำอะไรไม่คิดเลยวะ รู้งี้โทรหาน้องไวท์ เมียสุดที่เลิฟดีกว่า

“พี่เก้า เดี๋ยว” ผมจับต้นแขนพี่เก้าเป็นเชิงจะห้ามแต่พี่เก้าส่ายหน้าแล้วเอามือข้างหนึ่งยกขึ้นวางซ้อนบนมือผม

พี่เก้าคลี่ยิ้มบางคล้ายบอกให้ผมวางใจก่อนจะหันไปยิ้มเหี้ยมใส่เด็กมัธยม

“ใช่ แฟน” ย้ำเสียงหนักแต่ไม่ได้ดังมากเพราะบริเวณนี้มีคนเยอะ “แล้วตกลงน้องมีปัญหาอะไรกับแฟนพี่”

เหม่อมองพี่เก้าด้วยหัวใจที่โบยบิน รู้สึกใจเต้นแรงจนแทบระเบิดกับคำว่าแฟนเพราะปกติแล้วมีแต่ผมที่คิดมโนเองและไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากพี่เก้าเร็วขนาดนี้

ผมรู้ว่าสถานะของเรามันยังไม่เหมาะที่จะพูดออกไปแต่เขากำลังยอมพูดออกไปกับคนนอก

“นายแบบดังที่มีข่าวกับผู้หญิงเยอะแยะ” นัยน์ตาเฉยชาหันกลับมามองผม “ไม่น่าจะมาชอบคนแบบนี้นะ”

ทำไม? ชอบคนแบบกูแล้วมันทำไม

สีหน้าของผมเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆ มือที่กำลังจับแก้วน้ำก็เริ่มสั่นขึ้นมาแต่ยังคงอดทนและยืนนิ่งมองดูพี่เก้าว่าจะทำยังไงต่อไป

พี่มึงรีบจัดการด่วนๆ ก่อนเสือนับจะกระโดดกัดคอมัน!

พี่เก้ายังคงมีรอยยิ้มติดใบหน้าแต่แววตาแข็งกร้าวขึ้น “พี่จะชอบคนแบบไหนมันคงไม่ใช่เรื่องที่น้องต้องมายืนวิจารณ์หรอกมั้ง น้องน้ำอุ่น”

ผมหันขวับไปมองพี่เก้าอย่างมึนงง... รู้จักกันด้วยเหรอ

“อย่ามาเรียกชื่อเล่น!” น้ำอุ่นถลึงตาใส่อย่างโมโห “ไม่ได้สนิท!

“อ้อครับ ไม่ได้สนิทครับ ใช่ แล้วเวลาคุยกับคนที่ไม่สนิทก็ควรให้เกียรติและสุภาพกว่านี้นะครับ” พี่เก้าฉีกยิ้มกว้างขึ้นสวนทางกับสีหน้าที่เย็นยะเยือกจนชวนหนาวสั่น “สมกับเป็นน้องไอ้ลมเลยจริงๆ ไม่มีมารยาทกันทั้งพี่ทั้งน้อง”

“มึง!

“ครับ?” นายแบบหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น “มีอะไรอีกมั้ย ถ้าไม่มีแล้วพี่จะได้พาแฟนพี่ไป”

เหี้ย พี่เก้าเวอร์ชั่นดุนี่มัน...

แบดมากพ่อ

กร๊าวใจมากแม่

เสือนับจะเอา

                เด็กที่ชื่อน้ำอุ่นกำหมัดแน่นพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลับคืนสู่ความเฉยชาแต่แววตายังคงเจือร่องรอยความคุกรุ่น เด็กมันตวัดตามามองผมเล่นเอาสะดุ้งโหยงเลย

                “งั้นดูช่วยดูแลแฟนนายให้ดีๆ ด้วยแล้วกัน” น้ำอุ่นว่าเสียงเรียบ “ยุ่งย่ามกับของคนอื่น... ระวังตายเร็ว”

                ทิ้งท้ายอย่างโหดไม่ต่างจากพี่ลมจากนั้นก็หมุนตัวเดินหายวับไปอย่างรวดเร็ว ผมมองตามหลังน้องเขาไปแล้วส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจ

                คิดจะโผล่มาก็มา คิดจะไปก็ไป

                พี่เก้าเองก็มองตามไปแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ไปๆ เข้าหอประชุมได้แล้ว ไอ้ตัวก่อเรื่อง” ดึงแขนเสื้อผมให้เดินตาม

                “พี่รู้จักเด็กคนนั้นด้วยเหรอ” อดไม่ได้ที่จะถาม “เป็นน้องพี่ลมจริงๆ เหรอ”

                หน้าไม่ค่อยเหมือนสักเท่าไร

                แต่ปากกับนิสัยนี่เป๊ะ พี่น้องท้องเดียวกันชัดๆ

                “อืม น้องไอ้ลม” ตอบพลางเร่งเดินเข้าหอประชุม พี่เก้าทำหน้าครุ่นคิด “พี่รู้จักนิดหน่อย เคยเจอปีที่แล้ว น้องเขามาดูไอ้ลมประกวดดาวเดือนก็เลยรู้จัก ปีนี้ก็มาดูดินแข่งล่ะมั้ง”

                “ไม่ใช่มาดูไอ้วินเหรอ” สีหน้าของผมค่อนข้างสับสน “น้องเขามาหาเรื่องผมเพราะหึงผมกับไอ้วินเลยนะ”

                “อ้อ แล้วทำไมน้องน้ำอุ่นเขาต้องหึง” แววตาพี่เก้าเริ่มแปลกๆ

                ผมตอบไปอย่างลืมตัว “ก็ผมซ้อนมอไซด์มากับไอ้วินไง ก็กอดเอวมันนิดหน่อย มือโดนขามันหน่อย ไอ้น้องนั่นมันก็หาว่าผมไปลวนลามคนของมัน” ว่ายาวเหยียดแล้วหันไปถามพี่เก้า “พี่เชื่อผมใช่มั้ย ผมไม่ได้ทำแบบนั้น”

                “เชื่อ”

                ใช่มั้ย เสือนับน่ะไม่...

                “เชื่อก็โง่แล้ว”

                อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า

                นี่เมียไง ต้องเชื่อเมียสิ

                พี่เก้าหยุดเดินเลยทำให้ผมต้องหยุดตาม ผมรู้สึกกระสับกระส่าย “ทำไมพี่มองผมแบบนั้น ผมกลัวนะ”

                ยิ่งเอาแต่มองนิ่งๆ ไม่พูดอะไรยิ่งทำให้ผมใจแป๋ว พี่เก้าเองคล้ายกำลังระงับอารมณ์อยู่ก็เลยเงียบใส่จนผมเริ่มใจเสีย ผ่านไปอีกห้าวินาทีเขาค่อยๆ คลี่ยิ้มซึ่ง...มันน่ากลัวยิ่งกว่าเงียบใส่เมื่อกี้อีก

                วิ่งได้มั้ย?

                “เอ่อ ผมว่าพี่แนตตี้คงตามหาผมแย่แล้ว ไปก่อนนะ”

                งานนี้ต้องขอไปตั้งหลักก่อนนะ

                ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วรีบเดินอ้อมตัวพี่เก้าตรงไปยังประตูหอประชุมด้านหลัง อ้อ เราเดินมาเข้าทางด้านหลังนะครับ ผมยื่นมือจะดึงเปิดประตูแต่กลับถูกมือใหญ่ของพี่เก้าปิดกระแทกกลับไป

                โดยมือของพี่เก้านั้นข้ามไหล่ของผมมา นัยน์ตาตื่นตระหนกของผมเหลือบแขนและมือที่เฉียดใบหน้าไปแล้วยิ่งเหงื่อตกมากขึ้น

                เมื่อสามสี่เดือนก่อน... เรายังตัวเท่าๆ กันอยู่เลยไม่ใช่เหรอแล้วทำไมตอนนี้พี่เก้ามันดูจะสูงกว่าผมแล้ววะ ยิ่งตอนนี้พี่มันยื่นซ้อนหลังในระยะประชิดด้วยยิ่งทำให้ผมรู้สึกโดนคุกคามมากกว่าเดิม

 

            “ดูท่าคืนนี้พี่ต้องดูแลแฟนดีๆ ซะแล้ว”

 

                เสียงหัวเราะชั่วร้ายกับริมฝีปากร้อนๆ ที่งับใบหูของผมนั้นเล่นเอาผมแทบทรุด เล่นจู่โจมในจุดที่ไวต่อสัมผัสแบบนี้เป็นใครก็ต้องอ่อนระทวยกันทั้งนั้น

 

            “จะดูแลและ เอา’  ใจใส่ หนักๆเลย”

            “...!

            “ดีมั้ยครับ แรดน้อยของพี่เก้า”

 

                                ----------




            ผมกัดปากตัวเองเพื่อเรียกสติแล้วส่ายหัวเบาๆ เอ่ยปากพูดโดนไม่หันหน้าไปมองพี่เก้า


            “ไม่ ไม่ดี”


            “ทำไมถึงไม่ดี” พี่เก้าถามกลับทันควัน


            ดูจากสถานการณ์และแรงหึงพี่เก้าแล้ว... คิดว่าพรุ่งนี้ผมคงได้คลานลงจากเตียงแน่ๆ


            เพราะงั้นมันถึงไม่ดีไง!


            ถ้าจะให้ดี... ต้องให้ผมเสียบพี่เก้า!


            ยัง ยังผมยังไม่ล้มเลิกที่จะรุกพี่เก้าหรอกนะ ฮึ่ม


            “เอ่อ ผมว่าผมไปก่อนดีกว่า” ไม่รู้จะโต้ตอบยังไงก็ต้องหนีก่อนเป็นอันดับแรก “คนอื่นรอนานแล้ว”


            ว่าจบก็รีบดึงประตูให้เปิดออก คราวนี้พี่เก้าไม่ได้รั้งอะไรผมอีก ตอนผมเดินเข้าไปก็แอบหันหลังไปมองพี่เก้าเล็กน้อยก็เห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่ด้านนอกไม่เข้ามาแต่พอเห็นรอยยิ้มเย็นๆ บนหน้าพี่เก้าแล้วก็รีบหันกลับเร่งเท้าเดินหนีให้พ้นสายตาดุดัน


            ฟู่ว มีสามีขี้หึงนี่มันเสี่ยงชีวิตจริงๆ


            เดินไปปาดเหงื่อบนหน้าผากไปแล้วถอนหายใจโล่งอก จากนั้นผมค่อยๆ ปรับอารมณ์บนหน้าให้เป็นปกติก้าวเท้าเดินไปยังห้องแต่งตัวของเหล่าเดือน


            ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปเหรอ...


            อู้วหูววววว เลือดกำเดาแทบไหลเลยครับ


            นัยน์ตาของผมเบิกโตนิดๆ เมื่อเห็นเพื่อนเดือนบางคนยังใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยดี บางคนใส่แต่เสื้อกล้าม บางคนใส่เสื้อนิสิตแต่ยังไม่ติดกระดุม เป็นอันว่าตอนนี้มีซิกซ์แพคเดินไปเดินมาเป็นอาหารตาชั้นเลิศเต็มไปหมด


            ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ... ยุบหนอ พองหนอ อย่าไปหวั่นไหว น้ำลายอย่าเพิ่งไหลนะ ตั้งสติเว้ยไอ้เสือ!


            “อ้าว ไอ้นับ มาแล้วเหรอ” จินกำลังนั่งทำผมอยู่เงยหน้ามองผมผ่านกระจก “พี่แนตตี้ตามหามึงอยู่อ่ะ”


            “อื้อ” พยักหน้าตอบเพื่อนไป "รู้แล้วๆ"


            “ไอ้เหี้ย กูนั่งอยู่นี่ ตาก็ช่วยมองกูด้วยครับเพื่อน!” เสียงไอ้จินไม่ดังไม่เบาแต่ทำเอาผมอยากจะถีบยอดหน้ามันสักโครมจริงๆ พอมันพูดแบบนั้นแล้วผมนี่แทบดึงสายตากลับจากกล้ามแขนหมอดินเกือบไม่ทัน


            ว่าที่หมออะไรวะ รอยสักอย่างเถื่อน กล้ามแขนนี่...อือหือ มันยังไม่ได้ใส่เสื้อนิสิตครับ ตอนนี้ใส่เสื้อกล้ามสีดำตัวเล็กนั่งหลับตาแต่งหน้าอยู่


            จุ๊ๆ ช่างเป็นหมอที่ฮอตจริงๆ คนนี้


            เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเหมือนกันนะ...


            “แล้วพี่แนตตี้อยู่ไหน” ผมเลือกที่จะทำหน้านิ่งคีพลุคคูลๆ เหมือนว่าตัวเองไม่ได้เพิ่งไปมองใครมา


            จินค่อนข้างชินกับท่าทางตีมึนของผมก็เบ้ปาก “ออกไปโทรศัพท์ข้างนอก” แล้วก็ชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างข้างมัน “อันนี้ที่มึง”


            ผมเดินไปนั่งพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็พบว่ามีสายไม่ได้รับจากพี่แนตตี้จริง กำลังจะโทรกลับดันถูกตีไหล่ดังเพียะจนสะดุ้ง


            “ตาหนูของพี่ ไปไหนมาฮะ!” เสียงแหลมปรี๊ดจนแก้วหูผมแทบแตกเลย “พี่รอนานจนเปลี่ยนผัวไปได้สิบคนแล้วเนี่ย”


            เอ่อ อันนี้ก็เว่อร์ไปครับ


            เสือนับไม่ได้อยากมาสายแต่โดนกักตัวต่างหาก!


            “ไปซื้อน้ำมา” ผมว่าเสียงอ่อยแล้วชูแก้วนมชมพูที่พร่องโบกโชว์ “แล้วนี่เพิ่งจะกี่โมงเอง ผมไม่ได้มาสายเถอะ”


            ไม่ได้มาสายแต่มาคนสุดท้าย... ไม่สายเท่าไรเลย โฮ


            “เอาเถอะๆ ไม่ดุไม่ตีแล้วเดี๋ยวมีคนมีฉีกอกพี่” จีบปากจีบคอแล้วเหล่ตาไปมองอีกด้าน ผมสงสัยเลยหันไปมองตามก็เห็นว่าเป็นพี่เก้าที่กำลังรับชุดสูทสีดำมาจากสตาฟอีกคนอยู่ “โอ๊ย เลิกมองตาเยิ้มตาหวานได้แล้วค่ะ หันมานี่!”


            “เบาๆ พี่แนตตี้!” จับหน้าผมหันซะแทบเคล็ดเลย


            “ไม่ต้องมาสำออย เป็นผู้ชาย!” พี่แนตตี้ถลึงตาใส่ผมแล้วก็หัวเราะคิกคักหยิกแก้มผมแรงๆ “แต่งหน้ากันดีกว่า”


            ผมหน้าบึ้งปัดมือที่หยิกแก้มออกแล้วลูบเบาๆ หยิกแรงชะมัดเลย ให้ตายเถอะ ปิดเปลือกตาลงแล้วเอนหลังพิงพนักปล่อยให้พี่แนตตี้ละเลงหน้าผมไป เขาติดกิ๊บเก็บผมหน้าม้าขึ้นไปก่อนแล้วค่อยเริ่มทำความสะอาดเช็ดหน้า ลงครีมบำรุง รองพื้นและก็ตามมาอีกสารพัดจนผมเผลองีบหลับไปเล็กน้อย


            คนกำลังเคลิ้มๆ ...


            “ไอ้เหี้ยดิน มึงทับเสื้อกู!”


            “เสื้อมึงเหรอ นึกว่าผ้าขี้ริ้ว”


            “เสื้อนิสิตบ้านมึงเป็นผ้าขี้ริ้วเหรอ ตามึงคงมีปัญหาแล้วงั้น”


            “สมองมึงสิที่มีปัญหา!”


            เอาอีกแล้ว ไอ้คู่นี้มันตีกันอีกแล้ว


            ถอนหายใจพรืดใหญ่แล้วลืมตาขึ้นเพื่อหันไปเสือก เอ๊ย หันไปดูด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อมันตีกันจะได้ช่วยห้ามทัน สองคนนี้สงบศึกกันสักวันมันจะตายรึไง


            “มึงเอาเสื้อกูไปรีดเดี๋ยวนี้!” วินตะคอกใส่อย่างโมโห


            “เรื่องอะไร ไม่ใช่คนใช้บ้านมึงปะ” ดินโต้กลับแล้วค่อนหัวเราะ “ยับแค่นี้ใส่ไม่ได้ก็ไม่ต้องใส่!”


            “อ้อ งั้นมึงก็ไม่ต้องใส่ด้วยเลยแล้วกัน” อีกคนคว้าเสื้อนิสิตของหมอดินจากแขวนใกล้แล้วขยุ้มโยนลงพื้นอย่างรวดเร็ว


            “มึง!” สีหน้าเจ้าของเสื้อดำมืดทันที


            อันที่จริง...ผมคิดว่าหมอดินเป็นคนอารมณ์เย็นนะ แต่นั่นก็น้องพี่ลม แล้วน้องพี่ลมยังจะเป็นคนใจเย็นได้อีกเหรอ นั่นๆ จะพุ่งใส่กันแล้ว


            “หยุด! มึงทะเลาะเหี้ยอะไรกัน!” พี่ลมโผล่พรวดพราดเข้ามาคั่นกลางแล้วผลักไอ้ดินกับไอ้วินไปคนละทาง


            วินเซไปสองก้าวแล้วมองหน้าพี่ลมอย่างไม่พอใจ “ทำไม? จะรุมรึไง พี่น้องกัน...” เสียงของวินขาดหายไปเมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังพี่ลมมา


            อ้าว นั่นไอ้เด็กเปรตน้ำอุ่นที่หาเรื่องผมในร้านกาแฟไม่ใช่รึไง


            “นับสองเลิกเสือกก่อนนะคะ พี่จะทำผมให้” พี่แนตตี้จับหน้าผมให้หันกลับมาแล้วเริ่มแกะกิ๊บหวีผม


            เมื่อมองตรงๆ ไม่ได้ก็มองเหตุการณ์ผ่านกระจกแทน ตั้งแต่เดินเข้ามา...ไอ้น้องน้ำอุ่นอะไรนั่นไม่มองหน้าไอ้วินสักแวบเลย ส่วนวินเพียงมองแป๊บหนึ่งก็ไม่มองอีก


            ทำไมท่าทางเหมือนไม่ใช่คนเป็นแฟนกันเลยวะ ดูแปลกหน้าฉิบหาย


            “พวกมึงทะเลาะกันแค่เรื่องเสื้อเนี่ยนะ ปัญญาอ่อน!” หลังจากพี่ลมรู้ต้นสายปลายเหตุแล้วก็ด่าทั้งคู่แล้วโยนเสื้อคืนใส่อกดินวินและสั่ง “ไปรีดเสื้อกันทั้งคู่นั่นแหละ! ถ้ากูเห็นใครใช้คนอื่นรีดให้ กูจะเอาเตารีดทุบหัวพวกมึง!”


            ผมตาโตแล้วคุยกับพี่แนตตี้ “ผมนึกว่าพี่ลมจะเข้าข้างไอ้ดินนะ”


            รุ่นพี่ผมแม่งยุติธรรมอ่ะ ประทับใจ


            “ที่นี่คนเยอะมันต้องเป็นกลาง” เพื่อนสนิทรู้สันดานไม่รีรอที่จะทำลายภาพลักษณ์ “ลองไม่มีคนสิ น้องวินโดนไอ้ลมเตะไปแล้ว”


            “...” ผม


            เอาความประทับใจกูคืนมา ไอ้พี่ลม!


            กลอกตามองบนเล็กน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ถ่ายสตอรี่ลงไอจีตอนพี่แนตตี้กำลังทำผมซึ่งคุณพี่ช่างทำผมพอเห็นผมถ่ายสตอรี่ก็เลิกทำผมแล้วมาโพสท่าถ่ายเล่นกับผมอยู่เกือบสิบนาที


            “แท็กพี่ด้วยๆ” ถ่ายจนพอใจแล้วก็กลับมาทำผมต่อ “เอาผมทรงอะไรดีน้า”


            “ทรงไหนก็ได้พี่ ผมหล่ออยู่แล้ว” ช่ายยย เสือนับทำทรงไหนก็ดูดี อิอิ


            “หลงตัวเองจริงๆ” พี่แนตตี้ส่ายหน้าขำๆ


            “จริงสิ พี่รู้จักน้องพี่ลมมั้ยอ่ะ คนผมประบ่า หหน้าสวยๆ หยิ่งๆ อ่ะ”


            “อ้อ น้องน้ำอุ่นน่ะเหรอ รู้จักๆ” ตอบแล้วถามอย่างสงสัย “มีอะไรรึเปล่า”


            “น้องคนนั้นกับวินเป็นแฟนกันเหรอ”


            ถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกันก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้ดินกับไอ้วินมันตีกันบ่อยแม้แต่เรื่องขี้หมูขี้หมามันก็ยังหาเรื่องกันได้ พี่ชายหวงน้องสิท่า เหมือนที่พี่ชายผมแยกเขี้ยวใส่พี่เก้าตลอดเวลาเป๊ะๆ เลย


            “หือ ไปเอาข่าวมาจากไหน มั่วแล้ว” พี่แนตตี้ไหวไหล่ “สองคนนั้นไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ ดีไม่ดีน้องน้ำอุ่นยังไม่รู้จักวินเลยมั้ง”


            ไม่รู้จักบ้าอะไร


            น้องเขาดูคลั่งรักไอ้วินจะตาย


            ไม่งั้นคงไม่มาหาเรื่องผมซะขนาดนั้นหรอก


            “แล้วๆๆ วินชอบน้ำอุ่นรึเปล่า” ผมถามเบาๆ อย่างใคร่รู้เพราะถ้าวินไม่ได้ชอบน้ำอุ่น พี่ลมกับดินก็ไม่น่าไปหาเรื่องนะ


            ที่ผมคิดออกก็มีอย่างเดียวคือวินชอบน้ำอุ่น? เลยถูกหาเรื่อง


            ทำไมคู่นี้มันชวนให้สับสนจังวะ ผมคิดไปเรื่อยตามประสาคนไม่มีอะไรทำและว่างจัด...หรือสองคนนี้แอบชอบกันทั้งคู่แต่ไม่กล้าจีบรึเปล่า?


            “พี่ไม่รู้ว่าวินชอบน้ำอุ่นมั้ยแต่ไอ้ลมบอกว่าชอบ บางทีพี่ก็ไม่อยากเชื่อไอ้ลมหรอก มันฟุ้งซ่านจะตาย” พี่แนตตี้เล่าอย่างไม่คิดอะไรพลางหยิบสเปรย์มาฉีดใส่เส้นผม “ได้ยินจากไอ้ลมว่าน้องวินน้องไต้ฝุ่นเป็นเด็กจากโรงเรียนเก่ามันด้วย จริงๆ มันอาจจะหมั่นไส้มีเรื่องกันมาตั้งแต่โรงเรียนเก่าก็ได้”


            “อ้อ” ผมร้องรับเบาๆ แล้วเคาะนิ้วเป็นจังหวะ... อันนี้ต่อให้วินไม่ชอบน้ำอุ่นแต่ถ้ามาจากโรงเรียนเดียวกันก็น่าจะเคยเขม่นๆ กันมาแน่เลย


            ความจริงผมเกือบอ้าปากจะพูดเรื่องน้ำอุ่นที่ผมเจอกับตัววันนี้แล้วแต่คิดไปคิดมาแล้วส่ายหัวเพราะมันไม่ใช่เรื่องของผมแล้วอีกอย่างถ้าผมพูดอะไรออกไปแบบ น้ำอุ่นชอบไอ้วินงี้ก็ไม่รู้จะเกิดผลลัพธ์ยังไงตามมา


            ถ้าผลไปทางที่แย่... ผมคงรู้สึกผิด


            แต่มากกว่าทางที่แย่คือผมโดนพี่ลมกระทืบนี่แหละ บรื๋ออ


            ครึ่งชั่วโมงต่อมาหน้าผมของเสือนับสุดคูลก็เป็นอันเรียบร้อย เย้! ผมมองตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ พี่แนตตี้แต่งตาให้ผมคมขึ้นเล็กน้อยยิ่งเซตผมแล้วยิ่งทำให้ผมดูแบดบอยมากขึ้น ยิ่งมีรอยสักตรงคอด้วยยิ่งทำให้เสือนับฮอตและเซ็กซี่ขึ้นอีก


            เฮ้อ คนอะไรวะ ดูดีชิบเป๋งเลย


            “น้องนับอย่าลืมถอดต่างหูนะลูก วันนี้ห้ามแบดบอยนะคะ!” ช่างแต่งหน้าจำเป็นนึกได้ขณะเก็บกระเป๋าเครื่องสำอาง “ต่างหู สร้อย แหวน หนูถอดให้หมดเลยนะเดี๋ยวพี่ไปหาเสื้อผ้าให้ก่อน”


            พี่แกว่าเสร็จก็หายฟิ้วไปอย่างรวดเร็ว


            จะว่าไปวันนี้ผมใส่ต่างหูมาครบหกรูเลยนี่หว่า ดูเถื่อนและไม่ค่อยสุภาพเท่าไรแต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร ถอดเครื่องประดับอย่างว่าง่ายใส่กระเป๋าเป้ตัวเอง


            แหวนสามวงกับสร้อยไม้กางเขนเองก็ถูกเก็บไป ทั้งตัวเหลือแค่กำไลสร้อยข้อมือของพี่เก้าเท่านั้น ตั้งแต่ได้มาผมก็ใส่ติดตัวตลอดไม่เคยถอดเลยสักครั้ง


            ไม่รู้สิ มีมันอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอุ่นใจ


            “เหม่ออะไรครับ”


            “อ๊ะ” ผมสะดุ้งโหยงเพราะความเย็นเฉียบแปะเข้ากับลำคอ เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นพี่เก้า


            ตอนนี้พี่เขาเพิ่งแต่งหน้าเสร็จยังไม่ได้ทำผมแต่...ไม่ต้องทำแล้ว แค่นี้ก็แย่งซีนจนไม่เหลือที่ให้พวกเดือนปีหนึ่งแล้ว! ผมโอดโอยในใจนึกอยากด่าคนที่เลือกพี่เก้ามาเป็นพิธีกรในงานนี้อยู่เหมือนกัน


            รู้ว่าอยากให้งานมันเด่นมันปังแต่เอาพี่เก้ามาก็เหมือนเอามาดับผู้ชายคนอื่นชัดๆ


            “เล่นอะไรเนี่ย” ผมว่าเบาๆ แล้วรับแก้วนมชมพูมาจากพี่เก้า หันไปมองแก้วน้ำตัวเองพบว่าหมดเกลี้ยงแล้วก็เข้าใจทันทีว่าพี่เก้ามองผมอยู่ตลอดเวลา “ออกไปซื้อมาให้ผมเหรอ”


            “เปล่า พี่ใช้ไอ้เจลไปซื้อมา” พี่เก้ายิ้มบาง


            “ขอบคุณนะ”


            พูดยังไม่ทันจบคำดีก็มีคนโผล่มาโวยวาย “ขอบคุณผิดคนรึเปล่า! น้องต้องขอบคุณพี่ไนเจลคนนี้สิ! ” พี่ไนเจลเดินเข้ามาใกล้แล้วชกไหล่พี่เก้าเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "มึงมันเอาหน้า!"


            พี่เก้ากลอกตาไปมา “กูก็ไม่ได้ใช้ให้มึงไปซื้อฟรีๆ มั้ยเจล”


            “มึงให้กูสิบบาท!”


            ผมกำลังดูดนมชมพูอยู่ถึงกับสำลักเลย แค่กๆ แต่นั่นแหละ ผมต้องเข้าข้างพี่เก้า “เอ่อ มันก็ยังดีกว่าไม่ได้สักบาทนะพี่ไนเจล” ช่ายยย มองโลกแง่บวกไว้ๆ


            สิบบาทก็เอาไปหยอดตู้ซักผ้าได้นะ!


            “ชิ เข้าข้างกันอ่ะ!” พี่ไนเจลถลึงตาใส่ผมก่อนจะเบ้ปาก “ไม่คุยด้วยแล้ว!”


            และพี่แกก็งอนตุ๊บป่องเดินจากไป มาเร็วเคลมเร็วจริงๆ เลยพี่คนนี้ ส่วนพี่เก้ายังอยู่เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมาสำรวจหน้าตาผม “วันนี้หล่อนะครับ”


            “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันหล่อ” หน้าบานเป็นจานดาวเทียมสิ


            มีคนชมแหยะ


            เสือนับไม่ได้คิดไปเอง เห็นป่าวๆ


            “ตื่นเต้นมั้ย”


            “นิดหน่อย” ผมว่าแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ “หวังว่าผมจะไม่ทำอะไรพลาดนะ”


            “คิดมากจะพลาดเพราะงั้นปล่อยตัวตามสบาย” พี่เก้าตบไหล่ผมเบาๆ “ทำทุกอย่างไปตามปกติ”


            “อื้อ”


            พี่เก้าให้คำเเนะนำ "ก่อนขึ้นเวทีสักสิบห้านาทีก็ไปหามุมสงบๆ ทำอารมณ์ทำอารมณ์จะได้ลดอาการตื่นเต้น"


            "โอเค" หน้านิ่วคิ้วขมวดขบคิดตามคำเเนะนำแล้วพยักหน้า


            “เดี๋ยวพี่ไปทำผมต่อก่อนนะ แล้วเจอกันบนเวที” ยิ้มอบอุ่นให้เป็นกำลังใจ “สู้ๆ นะ คนเก่ง”


            “รู้แล้ว ไปได้แล้ว” ผมพยายามกลั้นยิ้มพลางเอ่ยไล่แก้เขิน


            พี่เก้ายกมือขึ้นลูบแก้มผมเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปอีกทาง ส่วนผมนั่งกินน้ำดูเนื้อเพลงซ้ำอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองจะไม่ร้องผิด ตอนนี้ผมเหลือแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และกำลังรอชุดนิสิตจากพี่แนตตี้เท่านั้น


            อ๋อ ชุดที่ผมใส่มาเป็นชุดนิสิตผิดระเบียบเลยต้องเปลี่ยน... แฮะๆ ก็เสือนับชอบแหกกฎนี่


            ไม่รู้พี่แนตตี้ไปหาชุดถึงไหน นานชะมัด รอจนกินนมชมพูหมดไปแก้วที่สองแล้วก็ยังไม่มา ผมเลยคิดจะไปเข้าห้องน้ำสักหน่อยและไม่ลืมที่จะหยิบแก้วนมชมพูที่หมดแล้วไปทิ้งด้วย


            เสือนับเป็นคนดี


            คนดีต้องทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทางนะ รู้เปล่า


            ผมนี่มันคนดีที่สังคมต้องการจริงๆ เฮ้อ คนอะไรทั้งหล่อทั้งเเสนดี 


            ตอนผมเดินกลับมาจากห้องน้ำก็ยังไม่เห็นพี่แนตตี้ รู้สึกเบื่อๆ จะเดินหาเพื่อนคุยแต่ไม่รู้ทำไมคนดันหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือกันอยู่ไม่กี่คนเอง ไอ้จินเพื่อนรักก็ไปไหนนะ พี่เก้าแยกไปทำผมอีกห้องเลยไม่อยากไปรบกวน ห้องนั้นมีพวกสตาฟำวกรุ่นพี่อยู่เลยอะ ไม่ขอไปเฉียดใกล้ดีกว่า ส่วนไอ้เพื่อนๆ ที่สนิทแม่งไปไหนหมดวะ จริงๆ ก็มีไอ้วินกับดินอยู่นะ


            อา... แต่ดูจากหน้าตามันจะแดกหัวคนกันทั้งคู่ ไม่ขอเข้าไปเต๊าะ เอ๊ะ คุยเล่นตอนนี้ดีกว่าเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ผมกวาดตามองไปรอบๆ ห้องจนสุดท้ายสายตาดันไปเจอเข้ากับเด็กนิสัยเสียอย่างน้ำอุ่นที่มุมมืดของห้อง


            ท่าทางอึมครึมเเบะหน้าไม่รับเเขกของน้องมันเลยไม่มีใครเฉียดเข้าใกล้บริเวณนั้น ผมกอดอกยืนมองเงียบๆ เห็นน้องมันเหลือบมองไปทางไอ้วินเป็นระยะๆ แต่เพราะวินดินมันนั่งใกล้ๆ กันเลยดูออกยากว่าเด็กเวรนี่มองใครกันเเน่


            แต่ด้วยสัญชาตญาณของเสือนับ


            เสือนับขอวางเดิมพันสิบบาท!


            ไอ้เด็กน้ำอุ่นมองวินชัวร์ๆ


            มองทำไมไอ้ดิน พี่ชายเจอหน้าจนเอียนเเต่คนที่ชอบนานๆ เจอสักครั้งก็ต้องมองไอ้วินสิ!


            "อืม น่าสนใจ" ผมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ลูบคางไปมาเเล้วตัดสินใจเดินไปหาน้ำอุ่น


            ไปหาเรื่อง เอ๊ย ไปคุยกับน้องมันเล่นฆ่าเวลาดีกว่า


            “เฮ้ๆ ทำอะไรอยู่น่ะ” ผมเอ่ยทักทาย


            "ยุ่ง"


            "..." คุณน้องก็ต้องใจเย็นๆ นะครับ


            ผมเก็บสีหน้าอึ้งเเล้วหน้าด้านนั่งลงโซฟาใกล้ๆ กับน้ำอุ่น สีหน้าน้ำอุ่นทะมึนทันควัน


            ทำไม? นี่โซฟาบ้านมึงเหรอครับ


            “ไม่ไปคุยกับวินล่ะ” อย่าหาว่าเสือก เรียกว่าถามไถ่ทั่วไปครับ


            เด็กเวรมองตาผมแล้วหลบตาบ่นอุบอิบ “ยุ่ง”


            “ตกลงน้องเป็นแฟนไอ้วินรึเปล่าเนี่ย” เลิกคิ้วแล้วถามเสียงเบาพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามน้องเขา “ว่าไง”


            “ยุ่ง” น้องมันชักสีหน้าใส่ผมอย่างหงุดหงิดแล้วยิ่งหลบตาหนัก


            มึงพูดเป็นคำเดียวเหรอฮะ 


            “อ้อ สรุปก็คือแอบชอบเขาฝ่ายเดียวว่างั้น?” ผมเท้าคางมองปฏิกิริยาของเด็กมันอย่างสนใจเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกเหวอๆ กับใบหูแดงๆ ของน้องมันแล้วยิ่งหลุดขำ


            “แอบชอบบ้าอะไร ...แล้วขำบ้าอะไร” เสียงเกรี้ยวกราดแต่แฝงไปด้วยความเขินอายทำให้ผมจุ๊ปากเบาๆ อย่างเอ็นดู “ขำมากนักรึไง”


            “โอเค ไม่ขำแล้วก็ได้” ผมยอมแพ้แล้วถามกับน้องเขาดีๆ “ถ้าชอบขนาดนั้นทำไมไม่เข้าไปทำความรู้จักไม่ไปจีบอ่ะ”


            ดูอย่างผมสิ อยากได้พี่เก้าก็ต้องหน้าด้านไปจีบไปอ่อย


            ด้านได้อายอดนะ จำไว้!


            ผมสังเกตมาสักพักแล้วตั้งเเต่นั่งเเต่งหน้าทำผมแล้วก็เห็นน้ำอุ่นนั่งมองวินเป็นพักๆ แถมยังแอบถ่ายรูปด้วยแล้วน้องก็นั่งยิ้มน้อยๆ อยู่คนเดียวมันชวนให้นึกถึงตอนสมัยผมมัธยมที่ตามติ่งพี่เก้าเลย


            อยู่ในมุมเงียบๆ ไม่กล้าที่จะแสดงตัวอะไรมาก


            ท่าทางของน้องดูหดหู่สีหน้าหม่นหมองขึ้นมาแล้วก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนแววตาความรู้สึกเเล้วผมรู้สึกเห็นใจขึ้นมานิดๆ 


            “เขาไม่ชอบหรอก”


            “ฮะ”


            “หึ ใครมันจะไปชอบคนอย่างผมกัน”


            น้ำอุ่นเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วสบตาผมนิ่งๆ “ผมมันก็เป็นแบบนี้ ใครที่ไหนจะชอบ”


            เออ กูก็ไม่ชอบเหมือนกันนั่นแหละ


            ไม่ติดว่าวันนี้มีประกวดแล้วต้องใช้หน้าตาทำมาหากินแล้ว


            มึงโดนซัดร่วงไปนานแล้ว


            รู้จักเปล่า เสือนับพยัคฆ์หน้าหยกศิษย์ครูแหวน!


            “แล้วไม่คิดจะปรับปรุงเหรอ” ผมเลิกคิ้วแล้วให้คำแนะนำ “เมื่อก่อนพี่นิสัยแย่กว่าน้องอีก”


            น้ำอุ่นพยักหน้า “ดูหน้าก็รู้ว่านิสัยแย่”


            “...” สัส! ต่อยกับกูสักยกปะ


            ไม่ได้สิ ใจเย็นนะเสือนับ ใจเย็น ผมผ่อนลมหายใจอย่างอดทนอดกลั้น “เมื่อก่อนพี่ก็ใจร้อน ปากหมา เอาแต่ใจ ไม่สนใจโลก เด็กเกเรอันธพาลเลย”


            “...โกหก” น้ำอุ่นขัดคำพูดผมทันที “โกหก” ส่ายหน้าแล้วเอียงคอมองพิจารณาผมอย่างเต็มตา “นาย...ไม่ได้ดูเป็นคนแบบที่พูด โกหกชัดๆ”


            “ไม่ได้โกหกจริงๆ” ผมหัวเราะเบาๆ แล้วลูบสร้อยข้อมือไปมาอย่างเคยชิน “คนเรามันก็มีการเปลี่ยนแปลงได้”


            “แล้วอะไรทำให้เปลี่ยน” น้องขมวคิ้วทำหน้าฉงน


            “เพราะเขาไง พี่เลยต้องเปลี่ยนตัวเอง” หันไปมองพี่เก้าที่กำลังยืนพูดคุยกับไต้ฝุ่นอยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง ดูเหมือนพี่เก้าจะทำผมเสร็จแล้วแฮะ หล่ออีกแหละ หมั่นไส้

            น้ำอุ่นมองตามสายตาผมไปแล้วก็ร้องอ้อแล้วก็ส่ายหัว “เปลี่ยนตัวเองไปเป็นในแบบที่เขาชอบแล้วเราก็สูญเสียความเป็นตัวเองงั้นเหรอ ไม่เอาอ่ะ ถ้างั้นเลิกชอบดีกว่า หาคนใหม่”


            ไอ้น้องเอ๊ย


            มึงก็ติสไปโว้ยยยยยยย


            “คิดว่าการชอบคนใหม่มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมเลิกคิ้ว


            “...” น้ำอุ่นทำหน้างอแล้วสะบัดหน้าหนีผม


            “ชอบเขาขนาดนั้น เลิกชอบได้เหรอ”


            น้ำอุ่นเม้มปากแน่นแล้วหันกลับมาถลึงตาใส่ผมอย่างหงุดหงิด “รู้มาก!”


            "บางครั้งเราก็ต้องปรับตัวเข้าหาเขา เราเเค่ปรับปรุงตัวไปในทางที่ดีเเต่ก็ยังเป็นตัวของตัวเอง"


            "..."


            "มันไม่ยากหรอกเพื่อคนที่เรารักน่ะ"


           ตัวผมหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าน้ำอุ่นตอนนี้อีก สภาพน้้ำอุ่นยังเผชิญหน้ากับวินได้อย่างไม่อาย เเต่ผมในช่วงยุคมืดนั้นไม่มีอะไรดีพอที่จะปรากฏตัวต่อหน้าพี่เก้าเลย


            "พูดมากน่ารำคาญ" น้ำอุ่นเบือนหน้าไปอีกทางแต่เเววตาเเละสีหน้าดูจะฟังคำผมไปคิดไม่น้อย


            ผมหัวเราะอย่างเบิกบานใจเเละพยายามจะกวนอารมณ์น้ำอุ่นต่อ ทว่าพี่เเนตตี้ที่หายไปเกือบครึ่งชั่วโมงนั้นได้กลับมาเเล้ว


            "น้องเดือนของพี่ คุณพี่มาเเล้วววว ไปเเต่งตัวเร็วค่าาา" เสียงพี่เเนตตี้ดังขึ้นเเล้วมองหาตัวผมยืนเท้าเอวจีบปากจีบปากตาวาววับ "นับสอง จะมาเเต่งตัวเองหรือให้พี่ช่วยดีคะ"


            ผมตาโตสะดุ้งโหยงในใจ... คิดจะลวนลามเสือนับเหรอ ฝันไปเถอะ! 


            พี่เก้าลวนลามได้คนเดียววว อร๊าย


            "ครับๆ" ผมตอบรับในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปหาน้ำอุ่น "ไปก่อนนะ"


            "ไปไหนก็ไป ไม่มีใครล่ามโซ่ไว้ เหอะ" ว่าอย่างไม่สนใจ


            "..." ผม


            ไอ้เด็กนี่...ช่างไม่น่ารักเอาซะเลย


            ส่ายหัวส่ายหน้าเเล้วลุกไปหาพี่เเนตตี้ มือยื่นออกกำลังจะหยิบจับไม้เเขวนเสื้อ...


            ปัง!


            ประตูห้องถูกเปิดกระเเทกอย่างเเรงพร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของไผ่


            "มึง! มีคนต่อยกันๆๆ!!!"


            ไอ้วินกับไอ้ดินต่อยกันอีกเเล้วเหรอ!


            ผมตาโตแล้วหันไปดูทางวินดินเเต่พบว่าทั้งคู่ยังคงนั่งเเต่งหน้าอยู่เเละหันมามองทางไผ่อย่างงงๆ


            อ้าว ไม่ใช่คู่นี้เหรอแล้วใครต่อยเนี่ย


            ไต้ฝุ่นเอ่ยถามอย่างสงสัย "ใครต่อยกัน"


            "ไม่รู้" ไผ่ส่ายหัว "ต่อยกันด้านหลังหอประชุมเนี่ย รุนเเรงสุดๆ"


            "แล้วเขาต่อยกันทำไมวะ" วินถามต่อ


            "ไม่รู้เหมือนกัน" ไผ่ทำตาโตแล้วบรรยายต่อ "แต่เหมือนไอ้จินจะรู้จักนะ กูเห็นมันตะโกนห้ามอยู่"


            ผมเพิ่งเบาใจที่คนต่อยกันไม่ใช่คู่วินดินเเต่ต้องมาหัวใจร่วงไปตาตุ่มเพราะเป็นคนที่ไอ้จินรู้จักนี่แหละ


            หวังว่า...เพื่อนผมจะไม่มีปัญหาอะไรตามมานะ


            รู้สึกเป็นห่วงจัง


            แต่เอาเถอะ... ไม่เกี่ยวอะไรกับเสือนับ เสือนับไปแต่งตัวดีกว่า




            "นับสองอยู่ไหน"




            เสียงทุ้มต่ำคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นพี่ประธานสโมสรนิสิต เอ่อ...เฮียเเกถามหาผมทำไมวะ


            "ผมอยู่นี่ครับ" ผมตอบเขากลับไปอย่างงุนงงแล้วเดินไปหาเขาใกล้ๆ "พี่ประธานมีอะไรเหรอ"


            ประธานสุดหล่อหันมาหาผมเเละมองด้วยสายตาแปลกๆ คล้ายจะต่อว่าก็ไม่เชิงจะสงสารก็ใช่


            "มีคนต่อยกัน" พี่เเกว่าช้าๆ แววตาคมกริบ "มีเรื่องในสถานศึกษาเป็นเรื่องไม่สมควร"


            "ครับ" สะดุ้งสิ อะเเฮ่ม ผมเคยก่อเรื่องชกต่อยมาเเล้วนี่สิ 


            คุณพี่อย่าขุดประวัติเก่าของผมขึ้นมาสิครับ 


           ตอนนี้ผมรู้สึกเหงื่อตกยังไงไม่รู้ หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด


            "ตามพี่มา" พี่เเกถอนหายใจเฮือกใหญ่เเล้วหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง


            ผมรีบถาม "เดี๋ยวสิ แล้วผมเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้"


            มาพูดเรื่องชกต่อยเเล้วจะมาพาผมออกไปแบบนี้เนี่ย มันหมายความว่ายังไง


            เสือนับก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยม


            ไม่ได้ก่อเรื่องนะ!


            "เหมือนจะไม่เกี่ยว"


            "..."


            "แต่คนที่ต่อยก่อนคือพี่ชายของนับสองก็เลยเกี่ยว"


            "...!"


            "ตามพี่มาเดี๋ยวนี้!!"



            ลืมไปได้ยังไง...


            ตัวผมนั้นมีพี่ชายจอมก่อเรื่องอยู่ถึงสามคน


            แล้วไหนพวกพี่มึงบอกจะไม่ก่อเรื่องไง


            มึงอยู่กันนิ่งๆ ไม่เป็นเหรอ ไอ้พวกพี่บ้า!



            ถ้ารู้อนาคตนะ...


            ผมจะจับพวกพี่สามคนมัดรวมกันเเล้วขังไว้ที่บ้านไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านแถวนี้หรอก ฮือ!


            ที่ไหนมีรับบริจาคพี่ชายมั้ย

            เสือนับจะเอาพี่ชายไปบริจาคให้!




-----------------------------------

วงวารเสือนับ55555555555

ปล.ตรงนี้รับบริจาคพี่ชายนะ!!! 

ส่งมาเลยลูกกกก -.,-!

#นับเก้ารัก



ปล.2 ช่วงนี้เดือนพรายงานเยอะมากๆ เรียนหนักมากๆ เดือนหน้าสอบไฟนอลแล้ว ????

อาจจะมาๆ หายๆ หน่อยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.534K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

69,361 ความคิดเห็น

  1. #69358 Morgen (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 01:21
    คิดถึงนับแล้วอ่า รอนะคะ 😊
    #69,358
    0
  2. #69357 Morgen (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 01:21
    คิดถึงนับแล้วอ่า รอนะคะ 😊
    #69,357
    0
  3. #69356 dao813 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 15:29
    รอนับฉอง คิดถึงมากๅๆๆๆๆ
    #69,356
    0
  4. #69355 Niaomx (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 01:55
    คิดถึงอีกรอบบบบ
    #69,355
    0
  5. #69348 Niaomx (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 14:49
    คิดถึงงงง
    #69,348
    0
  6. #69345 mintlovem4 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 23:45
    รออยู่นะจ้ะ •.•
    #69,345
    0
  7. #69344 Nanthara (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 21:58

    เสือนับสู้ๆๆ
    #69,344
    0
  8. #69335 ขิม (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 02:43

    ไม่ชอบนเำอุ่นเลย เอาแต่ใจ นิสัยเสีย เหมือนหมาบ้า ไร้มารยาท ถามจริงยังเหลืออะไรดีอีก ให้วินไปเจอคนที่ดีกส่านี้เถอะค่ะ กราบบบบบ

    #69,335
    1
  9. #69334 YVM88 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 07:00
    อยากรับบริจาคจังเลยค่ะ แต่ดูท่าจะดูแลย๊ากยาก ฮ่าา ชอบความเสือนับเป็นผู้มีประสบการณ์ให้คำแนะนำน้องอุ่นมาก ขำอุ่นแอบมองตลอดมีถ่ายรูปอีก อยากอ่านตอนน้องอุ่นเจอกับเสือนับหลังได้เป็นแฟนกับวินจังเลยค่ะ รอติดตามน๊าา ขอบคุณสำหรับนิยายน่ารักๆนะคะ
    #69,334
    0
  10. #69333 Jkvlh. (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 16:07
    เอ้าต่อยกันเฉย55555
    #69,333
    0
  11. #69330 AnTANDAN (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 00:42

    โอ๊ยยยยยยยสงสารเลยยยยย 55555 วงวารรรรยัยนับ ปวดหัวแทนเลยลูกกกก


    #69,330
    0
  12. #69328 stam_04 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 16:58
    ถถถถถ เป็นเสือนับนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ555
    #69,328
    0
  13. #69323 pommys (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 11:43
    เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่ก็เกี่ยวว
    #69,323
    0
  14. #69322 orraphin25 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 00:05
    555 เอ็นดูเสือนับ
    #69,322
    0
  15. #69321 PeachPeach12 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 18:38
    อยากเห็นนับแบบร้ายๆ🤣
    #69,321
    0
  16. #69320 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 02:04
    ขยันหาเรื่องเก่งที่หนึ่ง55
    #69,320
    0
  17. #69316 Chanee (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 07:41

    โถ่น้องงงงง

    #69,316
    0
  18. #69315 fearn7111 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 21:37
    บรรดาเฮียๆทั้งสามนี่ก็จอมก่อเรื่อง
    ส่วนไรท์ไม่ต้องห่วงรีดทั้งหลายนะคะพวกเราได้เสมอตั้งใจสอบแล้วกันนะคะ
    #69,315
    0
  19. #69313 Chooon28 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 19:58
    โธ่ยัยนับบบบบบ
    #69,313
    0
  20. #69312 jiab155 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 12:21
    เจ้าเก้า อุปสรรคแกเยอะชิบ สงสารอ่ะ555555555
    #69,312
    0
  21. #69311 BARM™ (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 08:50
    ใครน้าาาาาาา
    #69,311
    0
  22. #69310 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:56
    ใครกับใคร5555555
    #69,310
    0
  23. #69309 XX-mrsxx (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 21:07
    ขอรับป๋าหนึ่งมาดูแลค่ะ 5555
    #69,309
    0
  24. #69308 Double-N (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 08:49
    อีพี่โว้ยยยย สงสารยัยนับบ้าง 5555555
    #69,308
    0
  25. #69307 Ratty Sukhothai (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 06:57
    เอ้าอิพี่ตีกันเฉยยย
    #69,307
    0