นับ เก้า รัก [YAOI] ภาค 3

ตอนที่ 68 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 56 : 100% -ภาค3-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71,531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,057 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

นับเก้ารัก ภาค 3

บทที่ 56

 

                “ถึงบ้านสักที”

                ผมพูดขึ้นแล้ววางกระเป๋าลงมันตรงหน้าประตูบ้านนี่แหละ มือยกขึ้นมาวางบนสะโพกแล้วนวดคลึงอย่างปวดเมื่อย พอนวดลงไปแล้วก็สูดปากเบาๆ

                ฮั่นแน่! คิดไม่ดีอยู่รึเปล่า

                ทำไมผมถึงปวดสะโพกน้าาา

                ก็นั่งรถนานไงก็ต้องปวดเมื่อยเป็นธรรมดา

                ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นได้และพวกเราก็เพิ่งจะมาถึงบ้านที่กรุงเทพ ออกจากเกาะล้านประมาณบ่ายสามกว่าๆ ผมยืนนวดบั้นเอวสะโพกเงียบๆ ส่วนคนอื่นก็ขยับแข้งขยับขายืดเส้นยืดสายไม่ต่างกัน

                “กลับมาแล้วเหรอครับคุณชาย” เสียงพ่อบ้านเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นก้มตัวหยิบกระเป๋าของผมไปถือ “ได้กินอะไรมารึยังครับ”

                ผมส่ายหัว “เย็นนี้อยากกินแกงส้ม”

                “ได้ครับ” พ่อบ้านสุดหล่อพยักหน้า “คุณชายจะดื่มอะไรก่อนมั้ยครับ”

                “ขอน้ำมะนาวแล้วกัน” จะได้ตื่นเต็มตาตาสว่างสักที

                บอกเลยว่าวันนี้เที่ยวรอบเกาะล้านจนขาแทบลากแต่ก็คุ้มนะ สนุกดีแล้วก็ได้เที่ยวกับครอบครัว เสือนับแฮปปี้สุดๆ แต่ก็โคตรจะป่วนเลย

                มันจะไม่ป่วนได้ไง...

                “โว้ย! มึงจงใจเหยียบตีนกู!

                “ใครใช้ให้ยืนขวางทาง”

                ใช่แล้วครับ พี่ไนน์กับพี่ไอศูรย์ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปฆ่ากันตายรึไง ชาตินี้ถึงได้ตีกันฉิบหายขนาดนี้แถมยังหาเรื่องกันได้ตั้งแต่ขี้เล็บแมวอ่ะ คือขอให้ได้หาเรื่องไว้ก่อน

                ผมกำลังก้าวเข้าบ้านไปพักผ่อนก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อหยิบขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นพี่ลม เบิกตาโตเล็กน้อยแล้วก็รีบรับสายด้วยใจระทึก

                เวลาพี่ลมโทรหาหรือมาหาผมนี่มันก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องดีนัก

                “ว่าไงพี่”

                (มึงอยู่ไหนไอ้นับ) ถามทันทีไม่มีฮัลลงฮัลโหลเลย

                “อยู่บ้านสิ มีอะไรรึเปล่า” ผมถามอย่างเหงื่อตกแล้วหันไปรับแก้วน้ำมะนาวเย็นฉ่ำจากพ่อบ้าน “เดี๋ยวๆ ผมขอทำใจก่อนนะ”

                ใจคอไม่ดีจริงๆ

                (ทำจงทำใจทำแป๊ะอะไร ไม่ได้มีเรื่องเว้ย!) เสียงไอ้พี่ลมนี่มันดังเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ นะ (กูจะโทรมาตามมึง)

                ดูดน้ำมะนาวเปรี้ยวจี๊ดไปอึก “ตามไปไหนอ่ะ”

                ไม่ไปได้มั้ย

                เพิ่งกลับมาถึงบ้านเองเนี่ย

                (ถ้ามึงไม่มา กูจะไปลากคอมึงยันบ้าน) ข่มขู่อ่ะ เสือนับกลัวนะ! (ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไรกัน แม่งให้โทรตามเด็กดาวเดือนมาซ้อมการแสดงเปิดงานกันตอนนี้ สรุปเจอกันสองทุ่มนะไอ้นับ เลิกสี่ทุ่มครึ่ง)

                “ฮะ”

                (ไม่ต้องมาฮะ กูก็ต้องไปด้วยเนี่ย ไอ้เหี้ย!)

                ผมขมวดคิ้ว “ทำไมเรียกซ้อมตอนนี้”

                (มึงมาถามไอ้ประธานสโมเองนะ เพราะกูก็ไม่รู้) เสียงพี่ลมดูฉุนเฉียวสุด (เหี้ย คนกำลังดูซีรี่ย์เลย ไอ้สัด!)

                “...” เพิ่งรู้ว่าคนโหดดูซีรี่ย์กับเขาด้วย

                (เออ แค่นี้แหละ) และสายก็ตัดไป

                มาไวเคลมไวยิ่งกว่าประกันก็พี่ลมนี่แหละ

                ไม่รู้ว่าจะเสร็จไวด้วยรึเปล่านะ คิกค้ากกก

                ผมถอนหายใจแล้วเอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่เก้ามายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว พี่เก้าเข้าบ้านไปก่อนผมเพราะเขาจะรีบเข้าห้องน้ำ

                “เดี๋ยวผมต้องซ้อมร้องเพลงที่หอประชุม” ผมพูดกับพี่เก้าพลางยกแก้วน้ำมะนาวขึ้นดื่มไปด้วย “พี่ก็คงต้องไปอยู่แล้วใช่ปะ”

                “เมื่อกี้ไอ้ประธานสโมโทรมาบอกให้พี่ไปเอาสคริปของงานครับ” พี่เก้าไหวไหล่ “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยไปแล้วกัน”

                จริงสิ งานนี้พี่เก้าของผมเป็นพิธีกรนี่

                ผมพยักหน้าหงึกๆ “ตื่นเต้นอ่ะ อาทิตย์นี้ผมก็จะได้ประกวดเดือนแล้ว”

                “นับสองทำได้อยู่แล้ว” พี่เก้ายกมือขึ้นลูบหัวผม “แต่จะบอกพี่ได้ยังว่าจะแสดงอะไร”

                “ไม่บอก รอดูเอง” ยิ้มลึกลับแล้วเดินตีคู่กับพี่เก้าเข้าไปในบ้าน “พี่ว่าผมจะได้เป็นเดือนมหาลัยมั้ย”

                พี่เก้ายิ้มบางกำลังจะอ้าปากตอบแต่กลับมีคนพูดแทรกซะก่อน

                “ต้องได้! น้องน้อยของพี่ต้องได้เป็นเดือนมหาลัยแน่นอน!

                คนที่กำลังทะเลาะกับพี่ไนน์อยู่หยุดการโต้คารมแล้วหันมาหาผมด้วยตาเป็นประกายระยิบระยับและเชื่อมั่นในตัวผมสุดหัวใจ

                “พี่มั่นใจขนาดนั้นเลย” ผมยิ้มหัวเราะ

                “แน่นอน! น้องพี่ดีที่สุด”

                เรื่องนี้เขาก็รู้กันหมดแล้ว

                ว่าเสือนับน่ะดีที่หนึ่ง

                “แล้ววันที่นับสองประกวด”

            วันประกวดผมมันทำไม

                “พี่จะไปเชียร์ด้วย ดีมั้ย!

                “...” ไม่ดี!

                สีหน้าผมแสดงถึงการปฏิเสธแต่พี่ชายตัวดีก็ไม่ให้ผมปฏิเสธเพราะเขารีบโพล่งขึ้นก่อน

                “สัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่อง!

                พี่ไอศูรย์ทำหน้าตาน่าสงสารทันที “เดี๋ยวพี่ก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว ขอไปดูนับสองทำกิจกรรมมหาลัยหน่อยเถอะนะ เดี๋ยวพี่จะถ่ายรูปหล่อๆ เอาช่อดอกไม้โตๆ ไปให้เลย”

                ทำไมมันเหมือนผู้ปกครองไปดูการแสดงของลูกน้อยเด็กประถมเลยวะ

                แต่พอผมได้ยินว่าเขาจะต้องกลับไปทำงานแล้วก็นิ่งงันไปเลยและก็ใจอ่อนยวบบยอมพยักหน้าไป “ก็ได้ แต่ห้ามสร้างเรื่องให้ผมนะ”

                “แน่นอน! พี่จะทำตัวดีๆ เลย!” ว่าอย่างแช่มชื่นยืดอกอย่างมั่นใจ

                ก็แค่พี่ไอศูรย์คนเดียว... คงไม่มีปัญหา...

 

                “อ้อ พี่ไปด้วยนะ” พี่ออสตินโผล่ออกมาจากห้องนั่งเล่น

                “อื้อ ป๋าก็เคลียร์แล้วเดี๋ยวจะไปดูด้วย” ป๋านับหนึ่งว่าอย่างตั้งใจ

                “โอ๊ะ อยากรู้เหมือนกันว่าคุณน้องภรรยาจะมีความสามารถอะไร ไปด้วยแล้วกัน” ปีแอร์ฉีกยิ้ม

               

                จู่ๆ ทำไมผมรู้สึกถึงหายนะขึ้นมานะ



------------------



 

สองวันต่อมา

 

                “ไอ้ไวท์เพื่อนรัก มึงไปซื้อดอกไม้ยัง”

                ผมมาถึงมหาลัยแล้วก็ปรี่เข้ามาหาเพื่อนรักทันทีอย่างตื่นเต้น วันนี้เป็นวันอังคารหนึ่งวันก่อนงานประกวดเดือนและจะเป็นวันที่เปิดขายดอกไม้สำหรับป๊อปปูล่าร์โหวต

                เสือนับไม่อยากได้รางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตก็จริง

                แต่ก็อยากได้กุหลาบเยอะๆ

                เอามาทำไม?

อวดคนว่าข้านั้นฮอตและฮอตมาก

เผลอๆ อาจจะฮอตกว่าพี่เก้าด้วย! (มั่นหน้าเต็มร้อยครับ)

“ไม่ซื้อ” มันตอบโดยที่ตายังไม่ละไปจากโทรศัพท์

“ทำไม!

“เดี๋ยวไม่มีตังค์เติมเกม”

“...”

เคเพื่อน ได้เลยเพื่อน!

ผมตีหน้าขรึมบ่งบอกว่าไม่พอใจแล้วคิดว่าไอ้ไวท์มันจะสนใจเหรอ เออ มันไม่สนอยู่แล้ว นั่งเล่นเกมต่ออย่างไม่แยแสใส่ใจซึ่งเล่นเอาผมเจ็บจี๊ดถึงกระดองใจเลยจริงๆ

เมียไม่สนใจอีกแหละ ร้องไห้ได้มั้ย

ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วยกมือขึ้นลูบรอยสักบนลำคออย่างไม่รู้จะทำอะไร ก็หันไปส่องผู้ชายในคณะที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่ความจริงพวกเขาต้องเดินมาอ่อยเสือนับแน่ๆ!

เนี่ยๆ คนนี้เดินผ่านไปมาสามรอบแล้วนะ

กำลังเรียกร้องความสนใจจากผมอยู่ชัวร์ป้าบ!

                เฮ้อ เบื่อความหล่อตัวเองชะมัด

                ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมง ผมมีเรียนเก้าโมงแต่ที่เสนอหน้ามาเร็วเพราะพี่เก้ามีเรียนตอนแปดโมงเลยต้องมาพร้อมกันนี่แหละครับ นั่งเท้าคางมองผู้คนเดินไปเดินมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

                “แก๊ ดูนับสองสิ วันนี้ก็หล๊อหล่อเหมือนเดิม”

                “ไม่นะ ฉันว่าวันนี้น้องนับดูหล่อกว่าเดิม!

                “มองกี่ครั้งก็แบดบอยเหลือเกิน ดูรอยสักน้องเขาสิ เซ็กซี่มาก”

                อย่ายิ้มนะไอ้นับ เก๊กหล่อต่อๆ

                “ไอ้นับ”

                อย่าเพิ่งเรียกสิวะ กำลังเช็กเรตติ้งอยู่เห็นมั้ย

                ผัวะ!

                “เชี่ย! อะไรของมึงเนี่ยไอ้ไวท์!” หัวแทบโขกโต๊ะเมื่อถูกแรงมหาศาลตบเข้าที่หัวแบบไม่มีออมแรง หมดกัน ภาพลักษณ์สุดคูลของผม... ไอ้เพื่อนเชี่ย!

                “หิวข้าว ไปกินข้าว” เล่นเกมจบแล้วถึงเห็นหัวผัวคนนี้เหรอ!

                มันน่าน้อยใจนัก!

                ใช่สิ เขาว่าก่อนคบมันก็ดีไปหมด

                ที่ผ่านมามันคือภาพลวงตาสินะน้องไวท์!

                ผมมุ่ยหน้าลูบหัวตัวเองป้อยๆ “มึงสะกิดเรียกดีๆ ไม่เป็นรึไง”

                “มึงไม่หัน เรียกหลายรอบแล้ว”

                “หลายรอบพ่องมึงสิ” ผลักมันคืน “มึงเรียกกูรอบเดียว!

                “กูเรียกในใจ” ดูมันทำ ทำไมทำกับฉันได้

                “...” ผม

                อยากจะแดกหัวเพื่อนตัวน้อยแต่เกรงกลัวแฟนคลับไอ้เตี้ยนี่เหมือนกัน อยู่แม่งทุกซอกทุกมุมของวิศวะหูตาเป็นสับปะรด ขืนผมทำอะไรมันไปคงโดนฉุด

                ฉุดคร่า? ฮึ ฉุดไปกระทืบน่ะสิ

                ตัวเท่าควายอย่างผมใครมันจะไปสนใจ

                อ้อ มีพี่เก้าไง มันตาบอดมองข้ามส่วนสูงของผมไปได้ โฮะๆ

                “รีบไปเดี๋ยวไปไม่ทันเรียน” วิชานี้แม่งเช็กชื่ออย่างโหด สายไม่ได้

                และเราสองเพื่อนซี้ที่แม่งอยู่กันสองคนไม่มีคนคบก็เดินไปโรงอาหารใกล้ๆ ผมกินข้าวมาแล้วเลยไปซื้อนมชมพูมากินตามสเตป และมีชานมไข่มุกของน้องไวท์ด้วย

                วันนี้เป็นวันที่เงียบสงบดีจริงๆ เฮ้อ สบายใจ

                ตอนนี้สภาพอารมณ์ของผมเริ่มกลับสู่สภาวะปกติแล้วครับ กลับมาเป็นเสือนับคนคูลคนหล่อหนุ่มแบดบอยแต่กินนมชมพูเหมือนเดิมแล้ว

                หลังจากพาไอ้เตี้ยมาหาข้าวกินเรียบร้อยอิ่มแปล้แล้วก็พากันขึ้นห้องเรียน เช้านี้บอกเลยว่าแทบลากเลือด สามชั่วโมงจุกๆ ตอนออกจากห้องก็แทบไร้วิญญาณแล้วแต่พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินว่า...

                “ไอ้นับบบ เดี๋ยวพวกกูจะไปเหมากุหลาบให้มึงเองงงง”

                ดีๆ ช่วยกันทำมาหากิน มาเป็นหน้าม้าให้กูกันเยอะๆ

                ผมยิ้มมุมปากขอบคุณทุกคนแล้วก็กอดคอไอ้ไวท์เดินไปข้างล่างตึกเพื่อรอชายาเลิกเรียนแล้วจะได้ไปกินข้าวเที่ยงกัน วันนี้พี่เก้าไม่ว่าง วุ่นวายเรื่องงานพรุ่งนี้นั้นแหละ พี่เขาน่าจะกินข้าวที่คณะไม่ก็ห้องสโมสร ผมไลน์บอกพี่เก้าว่าจะไปข้าวแถวๆ ร้านคาเฟ่หน้ามอนี่แหละ

                “มึงๆ ไปร้านนี้” ผมเปิดหน้าเพจร้านคาเฟ่ที่จะไปให้ไวท์ดูขณะนั่งรอชายา

                “ข้าวอร่อยมั้ย”

                “ไม่รู้ว่ะ ยังไม่เคยไปก็วันนี้จะไปลองนี่ไง” ผมว่าแล้วจิ้มๆ เลื่อนดูรูปอาหารเครื่องดื่มของร้านที่แม่งถ่ายโคตรสวยดูน่ากินสุดๆ “เราเรียนอีกทีตั้งบ่ายสาม ไปเถอะๆ”

                ไอ้ไวท์อ้าปากจะตกลงก็ดันมาเสียงวินาถสันตะโรดังขึ้นก่อน

                “ไอ้เหี้ยนับ!!

                เอ่อ เสียงพี่ลมอีกแล้วเหรอ

                ผมตัวแข็งทื่อแล้วหันไปทางต้นเสียงก็เห็นพี่ลมเดินหน้าเครียดหน้าดำเป็นก้นหม้อ ทำไมรู้สึกเดจาวูอีกแล้วและดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ผมคิดไปเองเพราะไอ้ไวท์ก็หรี่ตามองพูดขึ้นเบาๆ

                “คงไม่ใช่ว่ามีเรื่องอีกนะ”

                ...สาธุอย่าได้มีเรื่องเลย

                “ไอ้นับ เกิดเรื่องแล้ว”

                “...” ผม

                “...” ไวท์

                ยังจะมีเรื่องเหี้ยอะไรอีกกกก

                ชีวิตผมมันยังแฟนตาซีไม่พอเหรอ

                “มึงรู้เรื่องยัง” พี่ลมเดินมาหอบแฮ่กกรอบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อดูรีบจัด “ไม่ มึงน่าจะยังไม่รู้”

                ถามเองตอบเองไปอีกพี่กู

                “มีเรื่องอะไรอีกเหรอครับ” ไวท์ขมวดคิ้วยุ่งแล้วถามแทนผม

                พี่ลมถอนหายใจแล้วกระพือคอเสื้อเล็กน้อย “จะเรื่องอะไรอีก กุหลาบป๊อปปูล่าร์โหวตหาย!

                “หา!” ผมกับไวท์ตาแทบถลนออกมานอกเบ้า “ไม่ใช่ตอนนี้กำลังเปิดขายเหรอ จะหายไปได้ยังไง”

                ตอนนี้เปิดขายดอกไม้ป๊อปปูล่าร์โหวตแล้ว เริ่มขายตั้งแต่สิบโมงและจำกัดเพียงคนละห้าดอกเท่านั้น แล้วพี่ลมวิ่งหน้าแจ้นมาบอกผมว่าดอกไม้หายเนี่ยนะ มันจะไปหายได้ยังไง

                “กุหลาบที่เอามาขายที่หน้าหอประชุมใหญ่น่ะมีแค่หนึ่งในสามเท่านั้น ถ้าใกล้หมดถึงจะไปเอาจากโกดังมาเพิ่ม” พี่ลมพูดอย่างหงุดหงิด “แล้วตอนนี้กุหลาบที่หน้าซุ้มขายมันหมดแล้วเลยต้องไปเอาเพิ่มที่โกดังแต่มึงรู้อะไรมั้ย แทนที่เข้าไปจะเจอกุหลาบกองเป็นภูเขาแต่พวกกูเจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีดอกไม้เหลือสักดอก”

                “บ้าไปแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน” ไวท์ทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อ

                ในขณะที่ผมอยากจะเป็นลมล้มตึงมันซะเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลย

                “คนขโมยมันประสาทแดกรึไงวะ”

                ใช่ มันประสาทแดก

                “มันจะขโมยไปขายรึไง เหี้ย ทำคนวุ่นวายหมด” พี่ลมยีหัวไปมาอย่างหงุดหงิดแล้วถอนหายใจ “กุหลาบป๊อปปูล่าร์โหวตต้องสั่งทำล่วงหน้าด้วย พวกกูเครียดเลยเนี่ย ไม่รู้จะไปหาดอกไม้ที่ไหนให้ทัน”

                ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วยิ้มแห้งแล้ง “ไม่ต้องหาหรอกพี่ เดี๋ยวกุหลาบมันจะโผล่มาเอง”

                “บ้าปะมึงเนี่ย กุหลาบจะโผล่มา? ดูการ์ตูนมากไปมั้ย” โดนด่าอีก พี่ลมดูโมโหหงุดหงิดไปหมดแล้ว “กูเดินมาบ่นให้ฟัง แค่นี้แหละ พรุ่งนี้มึงก็เตรียมตัวดีๆ อย่าให้ขายขี้หน้าคณะ”

                และก็ไม่รอให้ผมตอบรับอะไร เฮียแกก็เดินจากไปอย่างเร่งรีบคงไปจัดการเรื่องดอกไม้แน่ๆ พอคิดถึงดอกไม้ที่หายไปแล้วก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก

                รอสายได้ไม่นานนัก...

                (ฮัลโหลลลล น้องน้อยคิดถึงพี่เหรอออออ)

                (ตอนนี้เที่ยงแล้ว กินอะไรรึยัง ให้พี่เอาข้าวไปให้มั้ยแล้ว...)

 

                “เอาดอกไม้ไปคืนเดี๋ยวนี้!!

 

                ปลายสายเงียบไปนิดนึงแล้วต่อมาก็อุทานคล้ายตกใจ

 

                (นับรู้ได้ไงว่าพี่ขโมยดอกไม้มา! ใครบอก!! อาจจะคนอื่นก็ได้!)

     มันไม่มีคนอื่นเเล้วนอกจากบราค่อนประสาทเเดกคนนี้!

     "ผมบอกให้เอาดอกไม้มาคืน!"

     (แต่พี่เอามานิดเดียวเองนะ!) คนปลายสายพูดเสียงอ่อย

                “นิดเดียวบ้านพี่สิ! พี่เล่นขโมยไปหมดโกดังเลย!” อยากจะบีบคอจริงๆ

                (อะไร พี่หยิบมาแค่ห้าร้อยดอกเองนะ!)

                …ยังจะกล้าใช้คำว่าแค่อีกเหรอ!

                (ออสตินขนมาเยอะกว่าพี่ ทำไมไม่ไปด่ามันบ้างฮะ! พี่ไอเสียใจนะ!) น้ำเสียงตัดพ้อดังตามมา

                อะไรนะ...

                “คราวนี้พี่ออสตินด้วย?” ทวนถามเสียงสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อ

                (ใช่ มันหยิบไปหมดโกดังเลยด้วย เป็นพันๆ เลย)

                รู้สึกอยากกัดลิ้นตาย

                พี่ไอศูรย์ถอนหายใจอย่างอึดอัดใจ (แต่พี่กลัวคนสงสัย กลัวทำนับโดนคนด่าอีกเลยหยิบมาน้อยหน่อย”

                “...”

                (พี่ทำถูกเนอะ ชมพี่สิ)

 

                ให้ชมว่าอะไร?

   เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ งี้เหรอ?

 ไอ้พวกบ้าาาาาาาา 

 

 ---------------


ก่อนจะวางสายใส่พี่ไอคนดี ผมก็ด่าเขาไปชุดใหญ่ไฟกะพริบเเทบไม่พักหายใจ

และพอด่าจนเหนื่อยผมก็วางสายจากพี่ไอด้วยอารมณ์หงุดหงิดชนิดที่โคตรจะหงุดหงิดสุดๆ เลยให้ตายสิ ไม่ได้สนใจสายตาตกใจของเพื่อนตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ และได้ยินบทสนทนาสุดแสนจะน่าตกตะลึงเลยสักนิด

     เมื่อกี้ว่ายังไงนะ

                มีพี่ออสตินร่วมมือด้วยใช่มั้ย ได้ ได้ ผมจะโทรไปด่าให้หมดเลย

                กดโทรศัพท์โทรหาพี่ชายคนโตต่อ ถือสายรอไม่นานนักก็มีคนรับ (ฮัลโหล)

                “พี่ออสติน”

                (ทำไมทำเสียงดุจัง) เสียงมึนงงของคนปลายสายว่าเบาๆ แล้วถามอย่างเป็นห่วง (ไปโมโหใครมา ให้พี่จัดการให้มั้ย)

                “โมโหพี่นั่นแหละ!

     ไม่ต้องมารับบทนายเฉยเลยนะ

                (โมโหพี่ทำไม พี่ยังไงไม่ได้ทำอะไรเลย) น้ำเสียงตกใจปนมึนๆ เกือบทำให้ผมเริ่มลังเล

                หรือไอ้พี่ไอจะหลอกผมวะ

                ความจริงคือพี่ออสตินไม่ได้ทำ?

                แต่เพื่อความมั่นใจก็ต้องถามออกไป “ผมรู้มาว่าพี่ไปขโมยดอกไม้ป๊อปปูล่าร์โหวตมาหนึ่งพันดอก...ใช่มั้ย” น้ำเสียงที่ผมใช้พูดกับพี่ออสตินคือต่างกับพี่ไอราวฟ้ากับเหว

                แน่สิ คนอย่างพี่ไอมันพูดดีๆ ไม่ได้หรอก

                ต้องพูดแรงๆ ดึงสติ!

     (พี่เปล่านะ)

                “ค่อยยังชั่ว...” โล่งอกขึ้นมาหน่อย เดี่ยวต้องโทรกลับไปด่าพี่ไอแล้ว

                มาใส่ร้ายพี่ออสตินได้ยังไง!

                (พี่ไม่ได้เอามาพันดอกนะ)

                ฮะ...

                (พี่เอามาหนึ่งพันกับอีกห้าสิบดอกต่างหาก) ยังมีพูดได้หน้าตาเฉยและตำหนิผม (ทีหลังอย่าไปเอาข่าวผิดๆ มานะ ต้องรับข่าวสารที่ถูกต้อง)

                โว้ย ถึงจำนวนจะไม่ถูกแต่สุดท้ายคือพี่มึงขโมยดอกไม้ของมหาวิทยาลัยผมเว้ย

     “ทำไมพี่ทำแบบนี้ เอาไปคืนให้หมดเลยนะ” รู้สึกอยากจะเป็นลมยกมือขึ้นบีบขมับอย่างปวดร้าว

                ขืนถ้ามีคนสืบรู้ขึ้นมาว่าเป็นฝีมือผมอีก ไม่ต้องประกงประกวดมันแล้ว

                (คืนไม่ได้)

                “ทำไมจะไม่ได้ ถ้าไม่คืน ผมจะโกรธนะ” ผมบีบโทรศัพท์ในมือแน่น “ทำไมพี่ต้องขโมยด้วยวะ” เออ บ้านก็รวยฉิบหาย ยังจะทำตัวเป็นขโมยกันอีก

                พี่ออสตินเถียง (พี่ไม่ได้ขโมยนะ นับเข้าใจผิดแล้ว)

                “เข้าใจผิดบ้าอะไร” ผมแว้ดกลับเพราะเริ่มโมโหขึ้นมาจริงแล้ว “พี่จะบอกว่าพี่ซื้อมารึไง!

                (ใช่)

                วอททท!

                (พี่ซื้อมานะ พี่จ่ายเงินแล้วด้วย) พี่ออสตินพูดอย่างจริงจังและหนักแน่น (พี่มีสลิปโอนเงินด้วยนะ ค่าดอกไม้)

                “พี่โอนเงินให้ใคร” ถ้าพี่แกซื้อจริงๆ ไอ้พี่ลมจอมโวยวายมันจะเดินบ่นกับผมเหรอวะ

                (โอนให้อธิการบดี)

                “...” แล้วอธิการบดีมันไปเกี่ยวอารายยยยย

                หรืออธิการบดีจะหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง? อือหือ ต้องด่าใครก่อนดี

                พี่ออสตินอธิบายเพิ่มเติมอย่างไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดอะไร (พี่ซื้อมาอย่างถูกต้องนะ นับสองจะมาว่าพี่ไม่ได้ ไอศูรย์ต่างหากที่ขโมย ขโมยคนเดียวเลย)

                เก่งกันนักนะ ไอ้เรื่องโยนความผิดเนี่ย

                แต่ถึงพี่มึงจะซื้อมาอย่างถูกต้องแต่มันก็ไม่ถูกอยู่ดี ดอกไม้พวกนี้เขาจำกัดให้ซื้อแค่คนละห้าดอกและถ้าวันงาน ไอ้พวกพี่ประสาทแดกหอบดอกไม้เป็นร้อยเป็นพันมามอบให้ผม

                คิดว่าผมจะโดนคนมองแรงและเกิดกระแสดราม่าแอนตี้ขนาดไหน ทำไมพี่ชายผมมันไม่รู้จักคิดเลยฮะ!

                “พี่เอาดอกไม้ไปให้พี่เก้า พี่เก้าเป็นคนในสโมนักศึกษา” เรื่องนี้อาจจะจัดการได้ง่ายขึ้นมาหน่อย “เขาจะได้จัดการต่อ”

                พี่เก้าสามีคนดีที่หนึ่งของผมจะต้องหาทางออกที่ดีที่สุดได้อย่างแน่นอน!

                เพราะงั้นแล้วรีบเอาไปคืนนะ...

                (ไม่คืน จะให้นับสอง) มึงอย่าคลั่งน้องตอนนี้!

                “...” ผม

                ช่วยลดความบราค่อนลง

                และมีสติให้มากขึ้นนะ

                เผื่อชีวิตผมจะได้ไม่บันเทิงมาก

                เวลาปกติน่ะฉลาดเป็นกรดกันจริงๆ แต่มาเรื่องผมนี่คือบัดซบทุกเรื่อง เขามอบสิ่งดีๆ ให้ผมนะ แต่ไม่คิดถึงผลกระทบที่ผมจะโดนจากภายนอกเลย เสือนับปวดใจ!

                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วไม่รู้จะพูดยังไง ไอ้ไวท์ที่อยู่ข้างๆ ผมเหมือนจะรู้เรื่องคาดเดาทุกอย่างได้แล้ว มันดึงเสื้อผมให้หันไปสนใจมัน

                “อะไร ไวท์” เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

                “มึงบอกพี่มึงไปว่าเขาจำกัดดอกไม้ต่อคน” มันกะพริบตาเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าซื้อเยอะแล้วจะให้ได้ทั้งหมด บางทีพี่มึงอาจจะไม่รู้ก็ได้”

                ผมตาโตแล้วรีบพูดกับพี่ออสตินตามที่ไวท์บอกทันที พอพี่ออสตินได้ฟังแล้วก็เงียบกริบ ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยจากนั้นก็ถามเขา “อย่าบอกนะว่าอธิการบดีไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่”

                (...อื้อ ไม่ได้บอก)

                “ฮะ งั้นพี่ก็ถูกคนหลอกแล้ว” ผมอยากจะบ้าตาย “แล้วนี่พี่ซื้อมาเท่าไร”

                ดอกไม้มันประมาณดอกละห้าสิบ ถ้าซื้อมาหนึ่งพันห้าสิบดอกก็จะราวๆ ห้าหมื่น...

                (หนึ่งแสน)

                “อ้อ หนึ่งแสน ฮะ!!” โว้ย! ใครหน้าไหนมันกล้ารีดไถเงินพี่กูขนาดนี้วะ จะไปตีให้หัวแบะเลย “ค่าดอกไม้มันประมาณห้าหมื่นนะ”

                คล้ายปลายสายอึ้งไปนิดก่อนจะตอบกลับมาเสียงแผ่ว...

                (นี่พี่ถูกหลอกเหรอเนี่ย)

                สาบานว่ามึงตกใจแล้ว เรียบมาก เรียบมากๆ

                (ไม่ได้แล้ว ต้องไปจัดการ)

                เออดี ไปเลย

                รีบไปขอเงินคืนและเอาดอกไม้มาคืน

                (เผามหาลัยทิ้งแม่ง)

                “เผาไม่ได้!” ผมเชื่อว่าพี่มันกล้าทำ

                พี่มึงจะเผามหาลัยไม่ได้แต่เผาตึกอธิการบดีได้

                ถ้าเผาทั้งมหาลัยเดี๋ยวกูไม่มีที่เรียน!

                (เปลี่ยนใจไม่เผาแล้ว)

                เปลี่ยนไวเหลือเกิน

            (ซื้อมหาลัยเลยดีกว่า)

            “...!

            (เป็นเจ้าของมหาลัยและก็ไล่ไอ้เวรนั่นออกไปซะ)

           

                บอกผมทีว่าพี่ชายผมอายุยี่สิบเก้าแล้ว

                ขอมีพี่ชายเต็มบาทสักคนมันไม่ได้เลยใช่มั้ย

 

                (วิธีนี้ดีใช่มั้ย นับสอง)

 

                กูไม่รู้ กูวางสายแล้ว



------------------



                ผมกดวางสายด้วยสีหน้าบูดบึ้งแล้วหันไปมองเพื่อนตัวน้อยก่อนจะบ่นอย่างเหนื่อยใจ “มีพี่ชายแบบนี้กูคงประสาทแดกเข้าสักวัน”

                “พี่เขาก็เป็นกันแบบนี้มานานแล้ว” ไวท์ส่ายหัว “แต่ไม่คิดว่าจะเป็นหนักถึงขั้นขโมยดอกไม้กันขนาดนี้”

                เออ ขนาดนี้กันนั่นแหละ

                ไวท์เหมือนนึกได้ “แล้วเมื่อกี้พี่ออสติน? พี่รหัสพี่ไนน์?”

                “อ้อ เออ กูลืมบอกมึง เอ๊ะ หรือกูบอกมึงแล้ว” ช่วงนี้มัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องครอบครัวเลยไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนเท่าไร จนไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เล่ายังหรือว่ายังไม่ได้เล่า แล้วอีกอย่างไวท์ก็เป็นเพื่อนรักสุดใจขาดดิ้นของผม ผมไม่คิดจะปิดบังมันอยู่แล้วแต่คงบอกแค่บางอย่างเท่านั้น “กูมีพี่ชายอีกคนหนึ่ง พี่ชายจริงๆ ด้วยนะ”

                เออ ไม่ใช่พี่ชายปลอมๆ ในมโนด้วย ฮริ้งงง

                “เหมือนมึงจะยังไม่ได้บอก หรือบอกแล้วกูก็จำไม่ได้ กูสนใจแค่เกม” ไวท์ขมวดคิ้วแน่นแววตามีร่องรอยของความประหลาดใจวาดผ่าน

                “...” เจ็บตรงนี้ที่หัวใจ ฮือ ทำไมน้องไวท์ไม่สนใจพี่นับ! พี่นับเสียใจนะ!

“แต่...มึงมีพี่ชายอีกคน?” ไวท์ทวนอีกครั้งก่อนจะยื่นมือมาเคาะหัวผมสองสามที “แน่ใจนะว่าหัวมึงไม่ได้กระทบกระเทือนมา”

                ผมหน้างอแล้วปัดมีเพื่อน “กูปกติดีเถอะ”

                “แล้วเรื่องมันเป็นมายังไง” ไวท์ขมวดคิ้ว “จู่ๆ ก็มีคนหนึ่งคนโผล่มาบอกว่าเป็นพี่ชาย มันแปลกมากเลยนะ แล้วไหนตอนแรกบอกพี่ออสตินเป็นพี่รหัสพี่ไนน์ไง เขามาเป็นพี่ชายมึงได้ไง มโนเองปะเนี่ย พี่ชายจริงๆ ไม่ใช่พี่ชายในมโนหรือเพิ่งนับพี่นับน้องกันนะ”

                “มึงเห็นกูเป็นคนยังไง! แล้วพี่ออสตินก็พี่ชายจริงๆ! เป็นพี่แท้ๆ กูด้วย!” เออ เห็นเสือนับขี้มโนขนาดนั้นเลยเหรอ!

                “เพ้อฝัน ขี้มโน”

                พูดแบบนี้มึงเอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า!

                ผมนั่งเล่าให้ไวท์ฟังแบบเข้าใจง่ายว่าเออ พี่ออสตินเนี่ยเป็นฝาแฝดพี่ไอนะ เขาไปอยู่กับญาติตั้งแต่เกิด เพราะสุขภาพนู้นนี่นั้น ปั้นแต่งเรื่องขนาดมาแต่ไอ้ไวท์จะเชื่อแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ บางอย่างผมก็ไม่สามารถบอกมันได้จริงๆ

                “แบบนี้มึงก็ชอบเลยสิ มีคนตามใจเพิ่มอีกหนึ่ง” ไวท์กลอกตามองบน

                ผมหลุดยิ้ม “ก็ดีนะ” แล้วนึกได้อีกทีก็ส่ายหัวอย่างปลงๆ มีคนตามใจเพิ่มมันดีแต่ความปวดหัวมันก็เพิ่มขึ้นไง

                เสือนับเหนื่อยใจ!

                “แล้วนี่ชายายังไม่เลิกอีกเหรอ” ไวท์พึมพำบ่นแล้วพลิกดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือเห็นว่ามันเลทมาจะสิบนาทีแล้วแต่ยังไม่เห็นเงาของเพื่อนตัวน้อยอีกคนเลย

                “เดี๋ยวกูลองถามไอ้อชิแปบ” ปกติชายาจะไม่เล่นโทรศัพท์ระหว่างเรียนเลยต้องทักไปถามเพื่อนอีกคนแทน

                “อชิว่าไง” ไอ้นี่มึงก็รีบจัง กูเพิ่งพิมพ์ไปได้แค่มึงเองนะ

                “ใจเย็นสิ”

                คงไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกมั้ง ผมภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้นแล้วก็รออชิตอบ เมื่อเห็นมันตอบกลับมาว่าอาจารย์เลท เพิ่งปล่อยเมื่อกี้และชายากำลังเดินลงมาค่อยทำให้ผมเบาใจขึ้นมาหน่อย

                รออีกไม่กี่นาทีก็เห็นเพื่อนตัวเล็กเดินตรงมาทางนี้...

                “อาจารย์ปล่อยเลท ไม่ดีๆ ไม่รักษาเวลาเลย” ชายาบ่นหน้ามุ่ย “เราหิวข้าวมากเลย”

                “มึงคงไม่ได้ไปพูดใส่อาจารย์ใช่มั้ย” ผมถามขำๆ เพราะจำได้ว่าเด็กพิเศษแบบชายาจะค่อนข้างพูดโพ่งพ่างไม่รักษาน้ำใจและค่อนข้างพูดตรง

                “พูด” ชายาพยักหน้าแล้วกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด “และอาจารย์ก็ปล่อยทันทีหลังจากที่เราพูด”

                ผมถึงกำลังสำลักน้ำลาย “แล้วไปพูดกับอาจารย์ว่ายังไง”

                “เลิกเรียนแล้ว ทำไมไม่ปล่อย เข้าสอนช้าแล้วยังปล่อยเลทอีกเหรอ” ชายาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบไม่สะทกสะท้าน “อืม เราพูดแบบนี้ไป อาจารย์ก็ปล่อยเลย”

                “...” ผมและไวท์

                ชาย๊าาาา มึงก็เกินป๊ายยยย

มึงพูดขนาดนี้ก็ลองเขาไม่ปล่อยดูสิ

ชายาเอียงคอ “เราไม่ผิดนะ อาจารย์ไม่รักษาเวลา อาจารย์ผิด”

ใช่ๆ มึงถูกทุกอย่างแหละครับเพื่อน

ไวท์หัวเราะเบาๆ แล้วชวนชายาคุยเรื่องอื่นแทน ตอนนี้พวกเรากำลังเดินไปหน้ามอหารถไปร้านข้าวที่ผมอยากไป ชายาไม่มีเรียนต่อแล้ว หลังจากที่มากินข้าวกับพวกผมเสร็จก็รีบกลับคอนโดเพื่อไปต่อเลโก้กล่องใหม่ทันที

“ไวท์ กินบิงซูกัน” ผมชวนไวท์กินขนมหวานหลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว

“ไม่กิน กูอิ่ม” คนตรงข้ามส่ายหัวแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมต่อ “มึงกินคนเดียวก็หมด กูเชื่อ”

เมื่อเพื่อนไม่กินแต่เราอยากกินก็สั่งโลด

จะว่าไปวันนี้พี่เก้าเงียบหายไปเลยแฮะ สงสัยวุ่นวายอยู่กับงานของวันพรุ่งนี้อยู่แน่ๆ อืม โทรไปหาหน่อยดีกว่าเพราะตอนนี้มันก็เที่ยงๆ บ่ายๆ น่าจะเป็นเวลาพักกินข้าวนะ

(ตรู๊ดดด ตรู๊ดดด)

ถือสายรอนานอยู่เหมือนกันจนสายเกือบจะตัดแล้วถึงได้มีคนรับ (ฮัลโหล นับสอง)

“นั่นใคร” เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้นทำให้ผมขมวดคิ้วทันที

(พี่ไนเจลไง จำได้เปล่าาา)

“อ้อ คนที่ลักพาตัวผมน่ะเหรอ” สีหน้าที่กำลังจะก่อพายุฝนของผมคลายลงทันที

(จิ๊ คนที่หล่อๆ อ่ะ!) พอดีพี่เก้าของผมหล่อกว่า!

“แล้วพี่เก้าไปไหน” เออ รู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทพี่เก้าก็สบายใจแล้วแต่ว่าเจ้าของโทรศัพท์ไปไหน ปกติไม่เคยเอาโทรศัพท์ห่างตัวเลยนะ

(อยู่แถวนี้แหละ)

“แล้วทำอะไรอยู่” กูต้องการทราบว่าไอ้พี่เก้าทำอะไรอยู่ที่ไหนทำไมไม่มารับสาย

(กำลังคุยเรื่องดอกไม้ป๊อปปูล่าร์โหวตกับสตาฟคนอื่นๆ อยู่) ทำไมผมแอบสะดุ้งวะ (มันนั่งอยู่อีกโต๊ะ แต่ข้าวของมันฝากไว้กับพี่)

อ้อ แบบนี้นี่เอง

“งั้นบอกพี่เก้าให้โทรกลับมาหาผมด้วยนะ” จะบอกไอ้เรื่องดอกไม้ที่หายไปนี่แหละ

(ได้ๆ เอ๊ย เดี๋ยวๆ ไอ้เก้าคุยเสร็จแล้ว กำลังเดินมาพอดี) แล้วก็ตามาด้วยเสียงกุกกัก (มึงๆ นับสองโทรมา)

จากนั้นเสียงในสายพลันเปลี่ยนไปเป็นสายที่คุ้นเคย...

(ฮัลโหลนับสอง กินข้าวเที่ยงรึยังครับ) น้ำเสียงอบอุ่นห่วงใยทำให้ผมยิ้มหน้าบานซะจนไวท์แอบเหลือกตาใส่

ฮึ อิจฉาล่ะสิ คนโสด

“กินแล้ว กำลังจะกินบิงซูต่อ” ผมเอนหลังพิงกับโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย “แล้วพี่กินอะไรรึยัง ข้าวที่สโมสรถูกปากมั้ย ให้ผมซื้อไปให้ใหม่มั้ย”

(พี่กินข้าวที่ตึกคณะแล้ว อร่อยถูกปากอิ่มท้องแน่นอน) พี่เก้ากลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถามผมเสียงเบา (นับสอง... เรื่องดอกไม้...)

“พี่คงรู้ใช่มั้ยว่าฝีมือใคร” อย่าให้ต้องพูด

(ก็พอจะเดาได้นะครับ) เสียงพี่เก้าดูเกรงใจผมและไม่กล้าพูดตรงๆ

เส้นเลือดบนขมับของผมปวดตุ้บๆ จนเผลอกระแทกเสียงใส่ “พี่ก็รู้ว่าไอ้พี่ผมคนนี้มันประสาทแดกขนาดไหน! พี่พูดตรงๆ เลยก็ได้ ผมไม่โกรธหรอก”

สมควรโกรธคือไอ้พี่บ้าพวกนั้น!

เสียงถอนหายใจตามมาทันทีเลยคล้ายๆ จะสื่อว่ากูว่าแล้วยังไงยังงั้น (พี่ไอศูรย์ใช่มั้ย พี่ขอเบอร์เขาหน่อยได้มั้ย)

คงจะขอเบอร์ไปเจรจาต่อรองขอดอกไม้คืนแน่ๆ

“เดี๋ยวผมส่งให้” คอยดูนะ กลับบ้านไปเย็นนี้จะสวดให้ยับอีกรอบเลย ข้อหาทำให้พี่เก้าของผมต้องเหนื่อยเพิ่ม! “แล้วก็ไม่ใช่แค่พี่ไอศูรย์นะ พี่ออสตินด้วย”

(ฮะ สองคนเลยเหรอ) เสียงพี่เก้าตกใจไม่น้อยแล้วทอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจอีกครั้ง (นับสองบอกพวกพี่เขาให้เพลาๆ ความบ้าลงบ้างนะ ถือว่าพี่ขอเถอะ พี่น่ะไม่เป็นไรแต่ปัญหามันจะกระทบนับสองมากกว่า)

อันนี้ไม่ต้องบอก ผมก็รู้แต่ด้วยน้ำเสียงของพี่เก้าที่แสนจะห่วงใยผมนี่มันช่างน่าปลื้มปริ่มจริงๆ อ๊อย หลงรักพี่เก้าอีกแล้ว!

ความบ้าของพี่ชายบ้านผมมันทำให้ผมซวยไม่รู้กี่รอบแล้ว ปวดกะโหลกเหมือนกัน ห้ามเรื่องนี้ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาให้ปวดหัวต่อ บางทีผมก็อยากให้พวกพี่เขาใช้ความฉลาดของตัวเองกับเรื่องคลั่งรักผมบ้าง

“ผมบอกให้พวกเขาเอาดอกไม้ไปคืนแล้ว หวังว่าเขาจะฟังผมนะ” ผมขมวดคิ้วอย่างกังวล “อย่าให้คนอื่นรู้นะว่าเป็นฝีมือของพี่ชายผม”

(ไม่มีใครรู้แน่นอนครับ คนดี) เสียงพี่เก้าอ่อนลงและปลอบให้ผมสบายใจ (มีพี่เก้าอยู่ทั้งคน พี่เก้าจัดการได้เพราะงั้นไม่ต้องเครียดนะ พรุ่งนี้ก็จะประกวดแล้วต้องทำใจให้สบายและผ่อนคลายมากๆ)

“อื้อ”

(เดี๋ยวเย็นนี้เลิกเรียน เรากลับบ้านด้วยกันนะ งานในกองประกวดของพี่มีอีกไม่เยอะ) ตอนแรกมันจะไม่มีงานแล้วแต่เพราะพี่ๆ ไร้สติของผมนี่แหละเลยทำให้งานมันสะดุดไปกันหมด (เย็นนี้อยากกินอะไร คิดไว้เลยนะครับ)

“เลี้ยงใช่มั้ย” ผมหัวเราะ

(ไม่เลี้ยงเมียตัวเองแล้วจะไปเลี้ยงใครล่ะครับ) เสียงอ้อนๆ อ่อยๆ ทำให้ผมหลุดยิ้มอารมณ์ดี (เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ ไอ้ประธานมันเรียกไปคุยเรื่องดอกไม้ต่อ)

เห็นว่าต้องหยุดขายดอกไม้ในวันนี้และจะไปขายวันพรุ่งนี้แทน แล้วก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะวุ่นวายขนาดไหนเหมือนกัน ตอนนี้พี่เก้าคงวุ่นวายสุดๆ

“โอเค ผมไม่กวนแล้ว” พี่เก้าจะได้ทำงานเสร็จไวๆ “ผมส่งเบอร์เข้าไลน์ไปแล้วนะ”

(ได้ครับ) พี่เก้าตอบรับ (เย็นเจอกันนะครับ บ่ายก็ตั้งใจเรียน ของหวานก็เบาๆ ลงหน่อย)

ผมหัวเราะ “รู้แล้ว! ไปทำงานไป๊”

เราหยอกล้อกันสามสี่คำแล้วกดวางสายกันไป เป็นเวลาเดียวกันกับบิงซูของผมมาเสิร์ฟพอดี ผมหยิบช้อนขึ้นมาและตักกินอย่างเอร็ดอร่อย มีบ้างที่ป้อนให้น้องไวท์ผู้ติดเกมจนเริ่มคิดแล้วว่าไม่แปลกเลยจริงๆ ที่เพื่อนในคณะในสาขามันจะชอบคิดว่าผมกับไวท์เป็นแฟนกัน

แหม เสือนับมันก็คนคูลๆ มาดแมนและหล่อมากนี่ครับ

ทุกวันนี้ผมยังคงวางแผนรุกพี่เก้าอยู่! ยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้แน่นอน!

“ไวท์ กินวาฟเฟิลมั้ย” ผมรู้สึกว่าวาฟเฟิลก็น่ากิน

“เอาเลย กูไม่กิน” ตอบโดนที่ไม่คิดจะเงยหน้ามามองคนถามเลยสักนิด

ผมขมวดคิ้วและเริ่มคิดแล้วว่าพักหลังมานี้ไอ้ไวท์ติดเกมหนักจนผมอยากตีไอ้พี่เหนือนครสักป้าบจริงๆ เพื่อนพี่เก้าคนนี้เป็นเกมเมอร์และที่บ้านเขาทำบริษัทเกม แน่นอนว่าพอรู้จักกับเพื่อนผมผู้คลั่งเกมก็ชอบส่งตัวทดลองเกม เกมใหม่ๆ ที่ยังไม่เปิดตัวมาให้เพื่อนผมเล่น

เสือนับว่านะ...ไอ้พี่เหนือมันต้องแอบชอบเพื่อนผมแน่ๆ คิดจะเอาเกมล่อลวงเพื่อนผมสินะ แล้วก็ไอ้ไวท์ ฮึ ก็แค่ติ่งพี่เหนือเป็นไอดอล ไม่ได้ชอบอยากเป็นแฟน ไอ้นับมึงอย่ามาคิดมาก เหอะๆ

ไม่เชื่อครับ ไม่เชื่อออ

อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ!

“ไวท์ มึงติดเกมไปมั้ย” อดไม่ได้ที่จะพูด

“เหรอ กูติดเกมเหรอ” เนี่ย ขนาดพูดกับผมมันยังไม่ละสายตาจะเกมเลย

“กูว่ามึงหนักแล้ว” ผมย่นคิ้วแล้วเตือน “เบาๆ ลงบ้าง เดี๋ยวจะลงแดงถ้าไม่ได้เล่นเกม”

“กูไม่ถึงขั้นนั้นมั้ย” ไวท์ย่นคิ้วแล้วงึมงำ “ไอ้พี่คิวแม่งจะลากกูไปบำบัดให้เลิกเกมอยู่เนี่ย กูติดเกมตรงไหนวะ”

ผมตาโตหูพึ่ง “อะไรนะ ใครจะพามึงไปเลิกเกมนะ”

“แม่กูพ่อกูไง” ไวท์ตอบหน้าตายแล้วเปรยมองบิงซูที่ยังเหลืออีกครึ่งถ้วย “ไม่รีบกินเดี๋ยวก็ละลายหมด”

เบี่ยงเบนความสนใจได้ฉลาดมากเพราะผมหันกลับมาสนใจการกินขนมหวานต่อเลยและสไลด์ไถทวิตเตอร์เล่นไปพลางๆ วันนี้มีแท็กมีเทรนด์อะไรน่าสนใจ

อุ๊ย นี่ๆ เทรนด์ของแฟนผมเอง หวังแจ็คสันนนนน

ไหนๆ ดูหน่อยสิว่ามีข่าวอะไร ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย เขาทำงานหนักหาเลี้ยงผมน่ะครับ เราเลยไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ผมท่องไว้เสมอ เขาทำเพื่ออนาคตของเรา กำลังทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัวกับผมจึงไม่ค่อยมีเวลามาหา

เฮ้อ มีแฟนเป็นไอดอลคนดังนี่มันปวดใจจริงๆ

นั่งกดเซฟรูปแฟนไปเป็นร้อยและรีทวิตไปอีกสิบๆ จนไม่รู้ตัวเลยว่าเล่นทวิตเตอร์ไปเป็นชั่วโมงๆ

“มึง กลับมอเว้ย” ไวท์เตะเท้าผมใต้โต๊ะเพื่อเรียก

อ้าว จะบ่ายสามแล้วเหรอวะ ผมรีบเก็บข้าวเก็บของเดินไปเช็กบิลจากนั้นก็รีบลากเพื่อนตัวน้อยหาแท็กซี่กลับมอทันที อันที่จริงผมก็อยากได้รถมาใช้แล้วนะ แต่ยังไม่มีคุณพี่ชายคนไหนอนุญาตและพี่เก้าเองก็อยากไปรับไปส่งผมด้วยเลยยิ่งทำให้ผมไม่มีข้ออ้างที่จะมีรถเป็นของตัวเอง

กลัวเสือนับจะหนีเที่ยวรึไง

พวกพี่เขาจะรู้มั้ยว่าผมต้องการรถมาทำไม

เอามาขับตามหาร้านข้าวน่ะสิ ขี้เกียจโบกแท็กซี่!

แน่นอนว่ากว่าผมจะมาถึงห้องเรียนก็เลทไปสิบนาทีแล้ว แต่ดีนะ อาจารย์ใจดียอมเช็กชื่อย้อนหลังให้ตอนท้ายคาบ เรียนตั้งแต่บ่ายสามถึงห้าโมงเย็น วันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมหลับ...

แหม หนังท้องตึงหนังตามันก็หย่อนสิครับ

ผมถูกปลุกตอนสิบนาทีก่อนจะเลิกคลาส ไวท์ส่งโพสท์อิสจดงานของวันนี้มาให้ผม

“มาจุ๊บๆ ทีสิไวท์” ผมโน้มหน้าจะจุ๊บเหม่งเพื่อนอย่างแกล้งๆ “ทำไมมึงน่ารักจังเลยยยย”

พลั่ก!

มือพิฆาตผลักหัวผมแทบทิ่มเล่นเกือบคอเคล็ดเลยครับ “ไปไกลๆ ขยะแขยง” พูดยังพอทนแต่มันยังทำหน้าแหยะแหยงใส่ผมอีก

โฮ เจ็บช้ำกะหล่ำปลีผัดไข่

ทำไมน้องไวท์ไม่อ่อนโยนกับพี่นับเลยคะ!

“เดี๋ยวกูทุบเลยไอ้ไวท์!” ง้างมือขึ้นหมายจะเขกหัวเพื่อนสักเปรี้ยงแต่...

“หยุดเลยนะ ไอ้นับ มึงอย่ามาทำร้ายไวท์ของพวกกูนะเว้ย!

“มึงกล้าแตะไวท์ กูจะถีบมึง!!

เอ่อ... นี่มันอะไร องครักษ์พิทักษ์น้องไวท์รึไง

ผมกะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนผู้ชายสองสามคนที่เป็นเพื่อนในเซคต่างมายืนกั้นระหว่างผมกับไวท์และทำท่าทางขู่ฟ่อใส่ผมอีก รู้สึกตีนกระตุกนิดๆ ฮึ่ย

แล้วใครเป็นของพวกมึง

ไวท์เป็นของเสือนับคนเดียวเถอะ!

“กูจะแตะ ไม่ใช่แค่แตะด้วย เดี๋ยวจูบโชว์เลย!” ให้มันรู้ไปเลยว่าน้องไวท์เป็นของใคร!

“อย่ามาแตะต้องน้องไวท์ที่แสนน่ารักของพวกกูนะ พวกกูไม่ยอม!

เรื่องของพวกมึงสิ!

ผมยืนเถียงกับพวกแฟนคลับนุ้งไวท์ไปหลายคำจนเป็นการเถียงตลกๆ ที่ทำเอาเพื่อนที่ยังไม่กลับขำท้องแข็งกันหมด จนไวท์ต้องมาควงแขนแล้วลากผมออกมา “กลับได้แล้วๆๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว!

ผมชะงักไปนิดแล้วเชิดหน้าใส่พวกนั้นอย่างผู้มีชัย หุหุ

ดูสิๆ น้องไวท์เลือกกูคร้าบบบบบ

“ปะ กลับห้องกัน” ผมเปลี่ยนมาโอบไหล่เพื่อนตัวเล็กน้อยแล้วพาเดินออกจากห้องด้วยท่าทางสะใจ ฮึ พวกแฟนคลับน้องไวท์เหรอ อกแตกตายไปเลย!

ไวท์เห็นผมทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างขำๆ แล้วมันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นปล่อยให้ผมจับจูงลากไปตามใจชอบ

“มึงจะกลับหอเลยใช่มั้ย” ผมถามไวท์ “ไปกับกู เดี๋ยวให้พี่เก้าแวะไปส่ง”

“ไม่ต้อง” ไวท์ส่ายหัว

“ไปกับกูไม่เปลืองค่ารถนะ แถมไม่เหนื่อยด้วย”

“มีคนมารับแล้ว ไปล่ะ” ไวท์พูดอย่างรวดเร็วและปัดมือผมที่โอบไหล่ออกและวิ่งไปทางซุปเปอร์คาร์คันสีดำสนิทที่จอดเด่นหราหน้าคณะเป็นจุดสนใจให้คนหันไปมอง

ผมมองตาแทบถลนออกนอกเบ้า... เชี่ย เมียมีชู้อีกแล้ว

ได้แต่ยืนเคว้งคว้างมองรถจากไปด้วยอาการเซื่องซึมนิดๆ ก็เสือนับหวงเพื่อนอ่ะ ใครจะทำไม!       

“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินไปยืนรอพี่เก้าแถวๆ ด้านข้างตึกคณะที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ผมกดโทรศัพท์หาเขาเพื่อบอกว่าจะรอตรงนั้นตรงนี้

รอได้ประมาณห้านาทีราชรถก็มาเกยรับผมถึงที่...

“ทำไมหน้ามุ่ยแบบนั้นล่ะครับ” พี่เก้าถามผมทันทีเมื่อผมเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้ไวท์มันกำลังมีความรัก” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

พี่เก้าหมุนพวงมาลัยรถเพื่อขับเข้าสู่ถนน “แล้วมันไม่ดีเหรอครับ”

“ก็ดี แค่หวงเพื่อนนิดๆ ก็เท่านั้น” แอบกลัวมันมีแฟนแล้วจะไม่สนใจไยดีเสือนับคนนี้อ่ะสิ ฮือออ ไม่ได้นะ ผมเป็นผัวหลวงของน้องไวท์นะ! “แต่ไวท์มีแฟนก็ดี มันจะได้เลิกสนใจเกมแล้วก็มันจะได้ไม่เหงาด้วย”

ผมรู้แหละว่าตั้งแต่ผมมีพี่เก้า เวลาส่วนใหญ่ก็มักจะเทไปหาพี่เก้าแถมตอนนี้พี่ชายผมก็อยู่เต็มบ้าน พวกเราอยู่ในช่วงกระชับความสัมพันธ์อีกก็ยิ่งต้องเอาเวลาไปให้พี่ เวลาอยู่กับเพื่อนกับฝูงเลยไม่ค่อยมี ลึกๆ น้องไวท์อาจจะเหงาก็ได้ เพราะจินเองก็มีแฟนแล้วนี่นะ

“แล้วแฟนน้องไวท์นี่ใครเหรอ” พี่เก้าถามต่อ

“ไม่รู้ อาจจะยังไม่คบก็ได้” ถ้าคบก็คงเอามาบอกผมแล้ว ไม่น่าจะมาทำตัวลับๆ ล่อๆ งี้ น่าจะยังอยู่ในช่วงคุยๆ กันมั้ง

เป็นพี่เหนือนครรึเปล่าวะ มันเลยไม่อยากให้ผมรู้

แน่ๆ ใช่แน่ๆ

“ช่างเถอะๆ คิดไปก็เปลืองสมอง” โบกมือส่ายหัวแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มาคิดดีกว่าว่าเย็นนี้ผมจะกินอะไรดี”

ช่ายยย ปัญหาโลกแตกและสำคัญสุดๆ

พี่เก้าได้ยินแบบนี้ก็หลุดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะแนะนำร้านอาหารให้ผม “อยากกินพิซซ่าโฮมเมคมั้ย พี่มีร้านแนะนำอยู่”

“มีแฮมเบอร์เกอร์ด้วยมั้ย” อยากกินเบอร์เกอร์เนื้อขึ้นมา

“มีครับ แต่กินได้แค่อันเดียวนะครับ” พี่เก้าเหล่มองหน้าผมเล็กน้อย “ช่วงนี้ไม่ยอมออกกำลังกาย หน้าเริ่มบวมแล้ว”

“เย็นนี้กลับบ้านค่อยไปออกกำลังกายก็ได้” ผมต่อรองพลางยกมือขึ้นลูบแก้มลูบคางตัวเองอย่างกังวลแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องหน้า “หน้าผมอ้วนขึ้นจริงเหรอ”

“แค่นิดหน่อย” พี่เก้าตั้งใจขับรถอยู่ปากก็พูดไป “แต่ถ้ายังไม่ออกกำลังกาย ระวังอ้วนจริงๆ”

“ทำไม” ผมถลึงตาใส่พี่เก้า “ถ้าอ้วนแล้วพี่จะทิ้งผมรึไง”

“ไม่ใช่ครับ คิดไปไหนเนี่ย” หน้าตาตื่นเลย “พี่กลัวว่าถ้ามีเด็กอ้วนขึ้นมาแล้วจะมาโทษพี่แล้วก็จะบ่นงุ้งงิ้ง ทำไมพี่เก้าไม่ห้ามนับ พี่เก้านั่นแหละชวนกิน เนี่ย เดี๋ยวนับก็โทษพี่อีก”

เดี๋ยวๆ ผมว่าเสียงผมมันได้เล็กๆ น้อยๆ งุ้งงิ้งน่ารักขนาดนั้นนะ พี่เก้าแม่งดัดเสียงจนสาวแตกเลย

“ชิ มันเป็นความผิดพี่ที่ไม่ห้ามผมจริงๆ นั่นแหละ”

คนขับรถกลอกตาใส่ “พี่ห้ามแล้วฟังพี่มั้ยครับ”

“...” เฮ้อ วันนี้ท้องฟ้าสวยจัง ดูๆ พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้วด้วย

“นับสอง”

ไม่รู้ไม่ชี้ ดูท้องฟ้าอากาศอยู่

“หลังจบประกวดดาวเดือน พี่จะพาไปโรงพยาบาล” พี่เก้าว่าตอบแม้ว่าผมจะไม่ตอบเขา

ผมย่นคิ้ว “ไปทำไม ผมไม่ได้ป่วย”

“ไม่ได้ป่วยแต่ไปตรวจสุขภาพก็ได้นี่ครับ” พี่เก้าคลี่ยิ้มเย็นๆ แล้วตวัดตาคมกริบมาจ้องผม “ไปตรวจน้ำตาลในเลือดหน่อยก็ดีนะ”

“ผมไม่....”

“พี่เก้าขอนะครับ” จ้องหน้าชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้เลย

มึงไม่ได้ขอ มึงสั่งเถอะ! เผด็จการที่สุด!

ผมมถอนหายใจอย่างหงุดหงิดแล้วพยักหน้ารับไปส่งๆ อย่างไม่เต็มใจนัก หลังจากนั้นพี่เก้าก็เปลี่ยนเรื่องคุยใหม่ดึงผมออกจากอาการหงอยยๆ ที่ถูกบังคับ

และมาร่าเริงรื่นรมบันเทิงใจอีกทีก็ตอนมาถึงร้านอาหาร

พิซซ่าแฮมเบอร์เกอร์อร่อย?

เปล่า พ่อครัวหล่อมากกกกกกกกกกก!

“~\(≧▽≦)/~” ผม

“...” พี่เก้า

“ (* ̄3 ̄)╭ ” ผม

จู่ๆ เสียงเย็นยะเยือกพลันดังขึ้นเบาๆ ข้างหูผม...


              “ร้านนี้...น่าทุบทิ้งดีนะครับ นับสองคิดเหมือนกันมั้ย”


               เสือนับว่า...เสือนับตั้งใจกินพิซซ่าดีกว่าเนอะ

 

                ----


 

“ก้มหน้าก้มตากินเงียบเชียว คุยกับพี่เก้าหน่อยสิครับนับสอง”

ปล่อยกูกินพิซซ่าไปเงียบๆ เถอะ!

“เมื่อกี้ยังเงยหน้าอยู่แล้ว ทำไมตอนนี้ถึงก้มหน้าล่ะครับ”

ไม่ก้มหน้า มึงก็จะทุบร้านเขาน่ะสิ!

ไม่ได้ๆ ทุบร้านคนหล่อทิ้งเดี๋ยวคนหล่อเสียใจ

เสือนับยิ่งแพ้น้ำตาผู้ชายหล่อๆ อยู่ เฮ้อ แต่ถ้าพ่อครัวไม่มีรายได้แล้วมาให้เสือนับเลี้ยงก็ได้นะ กิ๊บกิ๊วว

“พี่ไม่ทุบร้านแหละ ทุบเมียตัวเองดีกว่า” พี่เก้าคลี่ยิ้มอบอุ่นแล้วหยิบเฟรนฟรายขึ้นมากินหนึ่งชิ้น “แบบนี้น่าจะดีกว่า...เนอะ”

อ้าว ฉิบหายแหละ ไม่ดีสิ ไม่ดีมากๆ ด้วย

คุณพี่จะทำแบบนี้ไม่ได้รึเปล่า

เสือนับน่ารักขนาดนี้จะมาทุบกันไม่ได้!

“พี่เก้าลองกินอันนี้สิ อร่อยมาก ชีสแน่นๆ” ส่งพิซซ่าชิ้นใหม่ยัดใส่ปากพี่เก้าอย่างเอาอกเอาใจ

ตอนนี้ไม่ใช่แค่คิ้วปากผมกระตุกแต่อยากจะตีนกระตุกใส่หน้าพี่เก้าเหมือนกัน ผมแอบเบะปากในใจแต่สีหน้ายังคงเปื้อนยิ้มเอาอกเอาใจคนขี้หึง

“ฮึ” พี่เก้ามองค้อนผมนิดหน่อยแต่ก็ยอมอ้าปากงับพิซซ่าที่ผมป้อนให้ “น่าตีจริงๆ”

“พี่ตีผม ผมจะให้พี่ผมตีคืน” เออ เอาสิ มาเลย ไม่กลัวหรอก มีพี่ชายเป็นแบ็คอัพเว้ย วะฮะฮ่าาา

พี่เก้าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยกมือขึ้นบีบจมูกผม “ตั้งแต่คืนดีกับพี่ชายเนี่ย เอาใหญ่เลยนะ” ก่อนน้ำเสียงจะเปลี่ยนเป็นน้อยอกน้อยใจ “ไม่ใช่ว่าได้พี่ชายคืนแล้วลืมพี่เก้านะ ถ้าเป็นแบบนั้นพี่คงร้องไห้ตายเลย”

“ผมไม่ได้สมองเสื่อมสักหน่อย” เออ ใครมันจะไปลืมคนรักตัวเองกัน

วูบหนึ่งในแววตาพี่เก้ามีการเคลื่อนไหวแต่ไม่นานพลันจางหาย “พี่รู้ว่านับสองความจำดี ไม่ลืมพี่เก้าหรอก”

ก็แน่สิ เสือนับเก่งที่สุด!

แต่ทำไมน้ำเสียงมันแกว่งและแปร่งๆ ยังไงไม่รู้

ผมเหลือบมองพี่เก้าแล้วหยิบเบอร์เกอร์เนื้อขึ้นมากินไปคำหนึ่งแล้วครุ่นคิดบางอย่าง คนข้างกายคล้ายรับรู้การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผมจึงถามขึ้น

“อยากเล่าอะไรให้พี่ฟังมั้ย” น้ำเสียงสบายๆ ไม่กดดันทำให้ผมรู้สึกโอนอ่อนผ่อนตาม “ช่วงนี้ดูมีอะไรในใจนะ”

มันดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ

คิดจะส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็พยักหน้าลง “ตอนนี้...ผมกำลังพยายามปรับปรุงตัวอยู่” แววตาของผมสั่นน้อยๆ และพูดยอมรับ “ผมรู้ตัวนะ ตัวเองมีข้อเสียเยอะน่าจะมีกองเป็นภูเขาเลยด้วย ผมกำลังปรับปรุงตัว”

พี่เก้านั่งเท้าคางฟังเงียบๆ ไม่ได้ขัดอะไร “พี่กำลังฟังอยู่”

“จู่ๆ ผมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองก็ผิด ผิดที่ไม่เคยมองความรู้สึกคนอื่น” ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ไม่ใช่เอาแต่ความรู้สึกตัวเองแต่ที่ผ่านมา...ผมยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ผมแม่งโคตรทำตัวเด็กเลย”

พอโตขึ้นเรื่อยๆ ความคิดจึงเปิดกว้างและมองรอบตัวมากขึ้นจึงทำให้เห็นว่าตัวผมเองก็ผิดเช่นกัน จะโทษพวกพี่ๆ ฝ่ายเดียวไม่ได้ ทุกคนมีความผิดหมดรวมถึงตัวผมด้วย

แต่ตอนนี้ผมกำลังปรับปรุงตัวอยู่นะ

เสือนับกำลังพยายามอยู่ รอก่อน!

“เรื่องยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง พี่ว่าส่วนหนึ่งมาจากพวกพี่ชายนับสองมากกว่า พวกเขายึดนับสองเป็นศูนย์กลาง” พี่เก้าแย้งและพูดให้ผมสบายใจ “แล้วถึงนับจะทำตัวเด็กไปบ้างก็ไม่แปลก ตอนนั้นเราเพิ่งอายุเท่าไรเอง คนเรามีช่วงเวลาที่ผิดพลาดกันได้แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองมั้ย”

พี่เก้าว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วค่อยๆ ชี้นำช้าๆ

“ตอนนี้นับรู้ตัวแล้วและกำลังปรับตัวแก้ไข” นิ้วเรียวยาวหยิบเฟรนฟรายส่งเข้าปากผม “พวกพี่ชายเขาก็กำลังปรับตัวเหมือนกัน ทุกคนกำลังจูนเข้าหากันเพราะงั้นอย่าเครียดอย่าคิดมาก ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติอย่าฝืน”

“...”

“อันที่จริงพี่ว่านับสองไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมากเหรอ แค่พยายามแบ่งความรักความเอาใจใส่พวกพี่เขาให้เท่าๆ กันก็พอ” พี่เก้ากลั้วหัวเราะแล้วเย้าผมเล่น “พี่ว่าแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วนะ ทำยังไงให้พี่ชายอีกคนไม่น้อยใจ พี่รู้สึกว่าทุกคนดูชอบแข่งกันเอาชนะนะว่านับจะรักใครมากกว่า”

ไม่ใช่แค่รู้สึกแต่มันคือเรื่องจริงเลยเถอะ

ถ้าเอาใจใครมากกว่า...อีกคนจะงอนตุ๊บป่องทันที

เมื่อก่อนแค่พี่ไอศูรย์กับป๋านับหนึ่งก็ตีกันฉิบหายแล้ว

ตอนนี้มีพี่ออสตินเพิ่มมาอีกคน...นรกแตกแน่

เฮ้อ เกิดเป็นเสือนับนี่มันลำบากใจจริงๆ

อย่างวันนี้พี่ไอศูรย์โดนผมด่าไปก็งอนไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยเพราะคิดว่าผมเอาแต่ว่าเขาคนเดียวไม่ว่าพี่ออสตินบ้าง ก็ตอนนั้นยังไม่รู้มั้ยว่าพี่ออสตินก็เป็นเอามากเหมือนกัน

ผมว่าต้องซื้ออะไรไปฝากพี่ไอศูรย์เขาหน่อยแล้ว เออ เอาไปง้อนั่นแหละ

“ผมสั่งพิซซ่ากลับบ้านดีกว่า” ผมว่าพลางหยิบใบเมนูอาหารมาดู “ซื้อไปฝากพวกพี่ๆ แล้วก็ซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้คนละอัน เอาแบบเซทเดียวกันสามชุดไปเลย”

ขืนซื้อให้คนเดียวอีกสองคนก็จะมางอแงแน่ ตัดปัญหาคือซื้อทุกอย่างเหมือนกันและเอาไปคนละอัน ไม่มีใครมากกว่าน้อยกว่า อืมๆ แผนนี้ดี ผมนี่มันอัจฉริยะจริงๆ

“สั่งเบอร์เกอร์ไก่ให้ไนน์ด้วย มันอยากกิน” พี่เก้าว่าโดยไม่มองหน้าผมเพราะตอนนี้เขากำลังเริ่มเล่นโซเซ่ยลอีกแล้ว

“โอเค” ผมนั่งติ๊กรายการอาหารที่จะห่อกลับบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน “ผมอารมณ์ดีจะยอมซื้อเบอร์เกอร์ไปฝากปีแอร์อีกคนก็ได้”

จงขอบคุณผมซะ ไอ้คนปากเสีย!

เลือกเบอร์เกอร์ให้ทุกคนแล้วก็เลือกพิซซ่าอีกสามถาดใหญ่ อ้อ ไก่ทอดอีกนิดด้วย ผมนั่งขีดนั่งเขียนไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พี่เก้าเห็นแบบนั้นก็อมยิ้มตาม

“โอเค ผมเอาไปให้พ่อครัวก่อน” วางปากกาลงแล้วคิดจะเอาออเดอร์ไปให้พ่อครัวสุดหล่อด้วยตัวเอง...

“เดี๋ยวพี่เก้าเอาไปให้ดีกว่านะ” รอยยิ้มหุบฉับแล้วดึงใบออเดอร์ไปจากมือผมอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวคนดีจะเหนื่อยเพราะงั้น...นั่งนิ่งๆ แล้วกินเงียบๆ ไปนะครับ”

“...” ผม

พี่เก้าจ้องผมตาไม่กะพริบก่อนจะส่งยิ้มอ่อนๆ น่าขนลุกมาให้จากนั้นจึงลุกเดินเอาใบออเดอร์ไปส่งให้พ่อครัวที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ อ้อ ร้านนี้เป็นครัวแบบเปิดครับ สามารถมองดูพ่อครัวทำอาหารได้

คอยดูเถอะ... วันหลังผมจะแอบมากินคนเดียวจะได้มาเต๊าะพ่อครัวสะดวก!

วางแผนในใจเสร็จสรรพก็กินต่อ แต่ต้องยอมรับเลยนะว่าร้านนี้อร่อยมากจริงๆ เผลอแป๊บเดียว ผมฟาดพิซซ่าไปครึ่งถาดแล้ว พวกเราใช้เวลาอยู่ที่ร้านพิซซ่าจนเกือบถึงหนึ่งทุ่มและกลับมาถึงบ้านเกือบจะสองทุ่ม

อ้อ ผมไม่ลืมที่จะบอกคนที่บ้านว่าซื้อของกินมาฝาก ถ้าไม่งั้นพวกเขาคงเผลอกินข้าวไปก่อนแน่ๆ

“นี่พี่เก้า พี่เห็นเทรนด์ทวิตอันดับหนึ่งยัง” ว่าแล้วก็จิ้มดูแฮชแท็กประเด็นร้อน “น่ากลัวชะมัด”

“ไฮแจ็คเครื่องบินน่ะเหรอ” พี่เก้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“อืม ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าคนร้ายต้องการอะไร” เลื่อนทวิตและกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว “เจอข่าวแบบนี้ไม่กล้าขึ้นเครื่องบินเลย”

“ใช้เครื่องบินส่วนตัวก็ได้ ยังไงบ้านพี่ก็มีอยู่แล้ว” เลี้ยงรถเข้าซอยบ้านผม “มีสนามบินส่วนตัวด้วยนะ”

“จะรวยเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะ” ผมถลึงตาใส่อย่างหมั่นไส้แต่กลับโดนพี่เก้าผลักหัวแทบโขกกับกระจก “โอ๊ย ผลักทำไมเนี่ย!

“ใครกันแน่ที่รวยเกินหน้าเกินตา กลับไปถามพี่ชายตัวเองเถอะมีทรัพย์สินมากกว่าบ้านพี่กี่เท่า” อ้าว ไหงกลายเป็นผมที่น่าหมั่นไส้แทนเนี่ย

“ไม่เห็นต้องผลักกันเลย เกือบคอเคล็ดเลยเนี่ย!” ผมโวยใส่แล้วเตรียมจะทุบพี่เก้าสักทีก็ต้องหัวโขกกับกระจกด้านหน้าอย่างแรงเมื่อจู่ๆ พี่เก้าก็เบรกรถกะทันหัน

โป๊ก!

“โอ๊ย!

“เฮ้ย นับสอง!

เสียงร้องโอดครวญมาพร้อมเสียงตื่นตระหนกของพี่เก้า ผมยกมือขึ้นกุมหน้าผากอย่างปวดๆ และมึนงง ส่วนพี่เก้าก็รีบโน้มตัวมาดูผม

“คนดีเจ็บมากมั้ย พี่เก้าไม่ได้ตั้งใจแกล้งนะ” เสียงของเขาฟังดูจริงใจและรู้สึกผิด “ให้พี่ดูแผลหน่อย”

ไม่ให้ดูได้มั้ย พาล โกรธ!

หัวแตกหัวโนขึ้นมาทำไง พรุ่งนี้เสือนับจะต้องหล่อที่สุดนะ!

ผมซี้ดปากเจ็บๆ แล้วลดมือลงเพื่อให้พี่เก้าดูหน้าผาก เขาเปิดไหในรถเพื่อจะได้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลาของผมชัดๆ ปลายนิ้วอุ่นไล่ไปตามบริเวณที่ผมเจ็บ

“เจ็บ!” ผมฟาดมือใส่ต้นแขนพี่เก้าไปทีหนึ่ง

“เดี๋ยวรีบเข้าบ้านไปประคบเลย” พี่เก้าขมวดคิ้วยุ่งแล้วปลดล็อกประตู “ลงรถๆ”

“ลงทำไม ขับรถเข้าบ้านสิ” ตอนนี้ยังอยู่หน้าประตูรั้วอยู่เลยเนี่ย “จะให้ลงทำ...ไม”

เสียงของผมขาดห้วงไปทันทีเมื่อหันไปเห็นอะไรบางอย่างหลังรั้วบ้านและเข้าใจทันทีว่าทำไมพี่เก้าถึงเบรกรถกะทันหันขนาดนั้น ถ้าใครเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องตกใจหัวใจหยุดเต้นกันบ้างแหละ!

ผมอ้าปากค้างรีบลงจากรถโดยลืมความเจ็บไปหมดสิ้นแล้ว... ก่อนอื่นคือต้องเงยหน้ามองซุ้มดอกไม้เหนือประตูรั้วเป็นอันดับแรก...

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย

มองรอบๆ ตัวอย่างอึ้งทึ่งแล้วก้าวเข้าไปในอาณาเขตบ้าน เหม่อมองลานกว้างหน้าบ้านที่เคยว่างเปล่าเมื่อกาลก่อนแต่ในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยตุ๊กตา

เออ ตุ๊กตา! ยัง ยังมีสวนดอกไม้อีก!

ไม่พอเท่านั้น มันยังมีลูกโป่งขนาดใหญ่อีกนับครึ่งร้อยผูกไปตามแนวตามทางเดินตั้งแต่หน้ารั้วบ้านไปถึงหน้าประตูบ้าน

คือ...จะมีปาร์ตี้งานเลี้ยงกันเหรอ?

ผมมองตุ๊กตาหมีตุ๊กตาหมาตุ๊กตาแมวที่ยังคงอยู่ในถุงพลาสติกก่อนจะไล่สายตามองคนคนหนึ่งในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ยืนอยู่กลางสวนและกำลังสั่งคนงานอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เอาไฟประดับห้อยตรงต้นไม้ด้วย ต้นนั้น ต้นนู้น อืม ประดับไฟมันทุกต้นนั้นแหละ”

“แล้วดอกไม้ที่ให้ไปสั่งเพิ่มน่ะ ร้านจะมาส่งตอนไหน”

“ถ้าพรุ่งนี้น้องฉันไม่ได้ดอกไม้เยอะที่สุด ฉันจะหักเงินเดือนให้หมดเลย”

คนใส่สูทอุ้มตุ๊กตาเสือว่ากล่าวกำชับกับคนงานอย่างเข้มงวดแล้วหมุนตัวหมายจะเข้าบ้านแต่ต้องชะงักเมื่อเจอเข้ากับผมที่ยืนขวางอยู่

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอนับสอง” เสียงกระตือรือร้นของป๋านับหนึ่งถามผมและยังมีแววตาเป็นประกายระยิบระยับอีก “กินข้าวมารึยะ...”

“พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!

ไม่รอให้เขาพูดจบก็ชิงตัดประโยคถามทันที

“อะ อ้อ! ของพวกนี้เหรอ” ป๋านับหนึ่งชะงักไปนิดนึงแล้วฉีกยิ้มกว้าง “ป๋ากำลังเตรียมสถานที่ฉลองตำแหน่งเดือนมหาลัยให้นับสองไง”

แต่กูยังไม่ได้ตำแหน่ง!

“ป๋ามั่นใจมากๆ ว่าน้องป๋าต้องได้!

                พี่เชื่อมั่นขนาดนี้ น้ำตาจะไหล

                “แล้วของพวกนี้?” ชี้ไปที่ตุ๊กตาและดอกไม้

                “ของพวกนี้เหรอ”

                “...”

                “ก็...เอาไว้ไปให้นับสองบนเวทีประกวดไง!

                “ทั้งหมดเลย?”

                “แน่นอนสิ เดี๋ยวน้อยหน้าคนอื่นเขา” ป๋านับหนึ่งเบะปาก

                “ให้มันน้อยเถอะ!

ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วพูดอย่างจริงจัง “ไม่ได้ๆ ถ้าน้อยหน้าไปกว่าพี่ไอศูรย์กับพี่ออสตินเดี๋ยวนับสองจะน้อยใจพี่ไง”

 

                สาบานเลยว่าจะไม่น้อยใจ

 

                “มาดูนี่ๆ พี่เตรียมดอกไม้ไว้ประมาณสองพันดอก ตุ๊กตาแปดสิบแปดตัว แล้วก็มีลูกโป่งอีก...”

                “...”

                “นับสอง ชอบของที่ป๋าเตรียมให้ใช่มั้ย ป๋าทำดีใช่มั้ย ชมป๋าเร็ว”

 

                ตอนนี้ชมไม่ได้ด่าไม่ออก

                ขอยาสลายความบราค่อนให้พี่ชายด่วนๆ

                เสือนับจะไม่ไหวแล้ว! ฮืออออ

                


------------------

                ตอนนี้ชมไม่ได้ด่าไม่ออก

                ขอยาสลายความบราค่อนให้พี่ชายด่วนๆ

                เสือนับจะไม่ไหวแล้ว! ฮืออออ

               

 

               

                “เอ๋ ดีใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอนับสอง”

                ป๋านับหนึ่งยังคงไม่รู้ตัวว่าผมใกล้จะสติแตกเต็มทีแล้ว เขายังคงถามผมซ้ำๆ ด้วยแววตาเฝ้ารอราวกับลูกหมาลูกแมวที่กำลังออดอ้อนเจ้านายแต่ว่านะ... ให้คนตัวน้อยๆ มาทำมันก็น่าเอ็นดูอยู่หรอกแต่ว่าคนที่ทำตอนนี้คือสูงอย่างกับตึกใบหยกออกจะชวนให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่า

                คำต่อว่าจะหลุดออกจากปากแล้วแต่เมื่อมองเห็นความตั้งใจและคาดหวังในแววตาของคนตรงหน้าแล้วมันก็ด่าไม่ออกแล้วเมื่อเทียบสิ่งที่ป๋าทำกับพวกฝาแฝดทำแล้ว... ป๋าก็ไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อนหรือมีปัญหา

                เอ่อ มีปัญหาเล็กๆ นิดเดียวตรงที่มันเว่อร์วังและเปลืองเงิน

                รู้ว่ารวยแต่ประหยัดกันหน่อยสิเฮ้ย!

                ถ้าเงินมันเหลือใช้นัก เอาเงินมาให้เสือนับ

                เสือนับจะเอาไปเปย์บรรดากิ๊กๆ ทั้งหลายเอง!

อะแฮ่มๆ หยอกๆ ครับพี่เก้า ใจเย็นนะครับ

                “พี่ควินซ์รู้มั้ยว่าพี่ใช้เงินขนาดนี้” ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปลี่ยนประเด็นใหม่แทน

                คนถูกถามชะงักแล้วส่ายหน้าช้าๆ “ไม่รู้และป๋าไม่ได้บอก” ก่อนจะทำหน้าหวาดหวั่น “ขืนควินซ์รู้ก็สวดพี่ยับสิ นี่พี่ต้องแอบๆ ทำเลยนะ!

                “ถามจริงว่านี่เมียหรือเลขากันแน่” ผมกลอกตามองบนใส่แล้วหยิบตุ๊กตาแมวน้ำนุ่มนิ่มที่วางอยู่ข้างเท้าขึ้นมาแกะถุงพลาสติกออก

                เชี่ย ตัวนี้น่ารักว่ะ นุ่มนิ่มๆ มากด้วย

                อืม แต่มองไปมองมาเหมือนชายาเลย พรุ่งนี้เอาไปให้ชายาดีกว่า

                คิดถึงตรงนี้ปุ๊บก็จุดประกายฝันในหัวผมทันทีว่าจะจัดการกับบรรดาตุ๊กตาแปดสิบแปดตัวนี่ยังไงดี แน่นอนว่าต้องเอาไปแจกผู้ชายหล่อๆ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอันงดงามบอกว่าได้ตุ๊กตามาเยอะมากเลยอยากแบ่งปันเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่ได้มีความคิดแอบแฝงจะลวนลามคนหล่อเลยจริงๆ นะ

เอาล่ะ เรามีภารกิจเพิ่มแล้ว

นั่นคือ...เสือนับคนคูลหิ้วตุ๊กตาไปแจกผู้ชายเลย!

                ตอนนี้ในหัวผมคิดไปล้านแปดแผนการแล้วแต่ใบหน้ายังคงเรียบสนิททำให้ไม่มีใครคาดเดาความคิดสุดบรรเจิดของผมได้ แม้แต่พี่เก้าที่ยืนอยู่ไม่ไกล ซึ่งตอนนี้เฮียแกกำลังสนใจลูกโป่งยักษ์อยู่ไม่ได้มองมาทางนี้

                “เมียอะไร!” ป๋าถลึงตาใส่ผมแล้วพูดระรัวลิ้นแทบพันกัน “เพื่อน แค่เพื่อน!

                “จ้า แค่เพื่อนจ้า” ผมกระตุกยิ้มล้อเลียนแล้วกลับมาทำหน้าขรึม “ของพวกนี้ไม่ต้องเอาไปที่มหาลัยผมนะ”

                “ทำไม!

                ยังจะถามอีกเหรอ!

                กลัวผมจะไม่เด่นพอรึไงฮะ

                “นับว่ามันเยอะไป” ผมอธิบายเหตุผลอย่างใจเย็น “นับดีใจที่พรุ่งนี้พี่จะไปดูนับประกวด”

                เออ ยอมรับเลยว่าโคตรดีใจเพราะมันก็นานมากแล้วที่พี่ชายคนนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ผม ตอนช่วงมัธยมมันก็มีกิจกรรมเยอะแยะแต่เขาก็ไม่เคยว่างไปดูเลย หยุดๆ ไม่เอาไม่ดึงเข้าดราม่าสิ

                “แต่นับไม่อยากเป็นจุดเด่นมากเกินไป” มากไปคนก็หมั่นไส้แถมตอนนี้คนหมั่นไส้ผมก็ไม่ใช่น้อย “ตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ สองสามตัว ดอกไม้สองช่อใหญ่ๆ ลูกโป่งยักษ์สองสามลูกก็พอแล้ว”

                คนเป็นพี่ขมวดคิ้วยุ่งราวกับสิ่งที่ผมขอนั้นยากเย็นยิ่งกว่าปีนเขาไท่ซานซะอีกแต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าให้ “เอาตามที่นับว่าก็ได้”

                ค่อยยิ่งชั่วหน่อยที่พูดรู้เรื่อง คนนี้รู้เรื่องแต่ไม่รู้ว่าอีกคนจะรู้เรื่องมั้ย... อ้อ ผมหมายถึงพี่ไอ บราค่อน(ประสาทแดก)ที่หนึ่ง

                ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วคลี่ยิ้ม “ไม่ทำหน้าเศร้าสิ นับซื้อพิซซ่ากับแฮมเบอร์เกอร์มาให้พี่ด้วย”

                “น้องน้อยใส่ใจ” แววตาของป๋านับหนึ่งเป็นประกายระยิบระยับจนผมคิ้วกระตุกเลย เขายื่นมือมาลูบหัวผมเล็กน้อยแล้ผละออก “นับเข้าบ้านก่อนเลยเดี๋ยวยุงกัด ป๋าจัดการตรงนี้เสร็จจะตามเข้าไปนะ”

                ผมพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านแล้วในจังหวะที่หมุนตัวมาก็เป็นอันชะงัก...

                “ทำอะไรอ่ะ  พี่เก้า”

                “เอ่อ เปล่าๆ” คนถูกเรียกสะดุ้งโหยงแล้วรีบวางตุ๊กตาสุดแบ๊วในมือลงที่เดิม “เข้าบ้านกันเถอะ จริงสิ พี่ไปเอาของหลังรถก่อนนะ”

                ท่าทางมีพิรุธนะเนี่ย

                ผมหรี่ตามองตามหลังคนตัวสูงที่เดินออกไปด้วยความฉงนใจก่อนจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็พบแจ้งเตือนทั้งในเฟสบุ๊คไอจีและทวิตเตอร์พร้อมกันสามอันโดยมาจากพี่เก้าทั้งนั้น

                เลือกกดเข้าดูในเฟสบุ๊คก่อนและก็เจอเข้ากับ...

 

                พี่เก้านะครับ

                ชอบตุ๊กตาแล้วอย่าลืมชอบเจ้าของตุ๊กตานะครับ :) 

-รูปภาพเซลฟี่หน้าหล่อๆ แนบชิดซุกตุ๊กตาแล้วยิ้มอ่อยให้กล้อง


                แหม ไอ้พี่เก้า! ไม่มีแผ่วเลยนะ

                อ่อยอีกแล้ว เผลอไม่ได้เลยนะ แจกอ้อยอีกแล้ว!

                อ้อยคว่ำเต็มเฟสเลย แฟนคลับสาวๆ มาเม้นเต็มเลย ฮึ่ม

                ผมเบ้ปากถลึงตาใส่รูปอย่างหมั่นไส้แล้วกดเลิฟให้รูปไป ส่วนทวิตเตอร์กับไอจีคงลงภาพเดียวกันหมดนั่นแหละ ไว้ค่อยเข้าไปดูทีหลังแล้วกัน แน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะหยิบตุ๊กตาตัวเดียวกับที่พี่เก้าถ่ายเซลฟี่เข้าบ้านมาด้วย

                เสือนับก็จะถ่ายรูปบ้าง!

                จะสร้างกระแสคู่จิ้น หึหึ

                แล้วก็จะเอาลงโซเซี่ยลให้เหล่าชิปเปอร์พายเรือกัน

                เราจะมาประกาศศักดาให้เขารู้กันไปเลยทั่วราชอาณาจักรว่า...คนนี้ของเสือนับ

                ผมฮัมเพลงเดินหิ้วตุ๊กตาหมีเข้าบ้านมาก็มาเจอเข้ากับ... อะไรเนี่ย

                “มึงฟ้องนับใช่มั้ย ไอ้ติน!

                “เปล่า”

                “ตอแหล! ถ้ามึงไม่บอกนับแล้วนับจะรู้เรื่องกูขโมยดอกไม้เหรอ!

                เรื่องนี้ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้แล้วครับเฮีย

พี่ไอศูรย์ชี้หน้าฝาแฝดอย่างโมโห “มึงสะใจใช่มั้ยที่น้องน้อยด่ากู!

                “นิดหน่อย” พี่ออสตินพยักหน้า “จริงๆ ก็สะใจมากอยากหัวเราะดังๆ เลย”

                บางทีพี่ออสตินก็กวนส้นตีนไม่ใช่เล่นเลยนะ

                “ไอ้ออสติน!” พี่ไอศูรย์ทำท่าจะกระโจนเข้าไปพี่ออสตินแต่ผมออกปากไปก่อน

                “กลับมาแล้วครับ!” ตะโกนเข้าไปแล้วทำหน้างงๆ ใส่พวกเฮียเขา “พวกพี่ทำอะไรกันอยู่เนี่ย ทะเลาะกันเหรอ?”

                “เปล่า! / เปล่า” ทีอย่างงี้สามัคคีกันเชียว

                ผมทำเป็นปิดหูปิดตาข้างหนึ่งแล้วบอก “ผมซื้อของกินมาฝากเยอะแยะเลย”

                และหลังจากสิ้นประโยคนั้น คุณพี่บราค่อนเบอร์หนึ่งก็พุ่งมาโอบกอดผมด้วยความปลื้มปริ่มแล้วพร่ำเพ้อพรรณนาบรรยายว่าผมรักเขาอย่างนั้นอย่างนี้ มีของฝากเพราะใจผมคิดถึงแต่เขา

                อี๋ ขนลุก! ใครคิดถึงพี่กัน ไม่มี!

                “พี่รู้ว่านับรักพี่ที่สุด จุ๊บๆ”

                “ออกไปนะเว้ยยยยยย!” ผมพยายามผลักหน้าพี่ไอออกไม่ให้มาจุ๊บแก้ม ถึงพี่ชายจะหล่อลากกระชากตับแต่จากนิสัยแล้วทำใจลวนลามไม่ลงเหมือนกัน

                ผมกลัวไง โอเค๊

                กว่าจะหลุดจากพี่ไอศูรย์ได้ก็ตอนที่พี่เก้าเข้ามา คนผมเทาควันบุหรี่เดินหน้ายิ้มๆ มายื่นสารพัดถุงพิซซ่าของกินมาให้แล้วพูดง่ายๆ

                “อันนี้เป็นของที่นับสองซื้อมาฝากพี่ๆ โดยเฉพาะเลยนะครับ” แววตาสีเข้มของพี่เก้ามีประกายบางอย่างวาดผ่านแล้วไหนจะรอยยิ้มน่าขนลุกอีก “ไม่รู้นับสองจะซื้อของโปรดมาให้พี่รึเปล่านะ”

                ตอนแรกก็งงๆ ว่าพี่เก้าทำอะไรแต่สักพักต้องร้องอ้อทันที เมื่อพี่เก้าพูดจบปุ๊บ บราค่อนระยะสุดท้ายรีบปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระแล้วคว้าถุงไปเปิดดูเพื่อเช็กว่ามีของโปรดของเขามั้ย

                เออ แผนดึงดูดความสนใจของพี่เก้านี่มันดีจริงๆ

                สามีใครวะ เมก้าเคลฟเวอร์ ฉลาดสุดสุด

                อ้อ สามีของเค้าเองงงง

                ส่วนคนไม่มีก็อิจฉากันต่อไปนะ วะฮะฮ่าาา

                พี่ออสตินตอนแรกยืนนิ่งดูไม่สนใจแต่สักแป๊บก็กระดึ๊บๆ ไปแย่งถุงจะพี่ไอศูรย์แล้ววิ่งหนีเข้าห้องครัวไปเลย คนถูกขโมยของต่ออหน้าต่อตาก็เหวอกินสิครับ

                “ไอ้พี่เวร เอาของกูคืนมานะเว้ย นับซื้อให้กูคนเดียว!” ตะโกนไล่ตามไปแล้ววิ่งตามไปอีก

                “ของอยู่ในมือกูแปลว่าของกูเถอะ” พี่ออสตินว่าหน้าตายแล้ววิ่งหลบมือมาร

                บอกทีสิว่าพวกพี่เขายี่สิบเก้าแล้วไม่ใช่เก้าขวบ

                “ผมซื้อมาให้ทุกคน!” ผมว่าตามไปเพื่อแก้ไขความเข้าใจนี้ “แบ่งๆ กันด้วยนะ!

                หวังว่าจะไม่ตีกันบ้านพังนะ ผมมองพวกเขาแล้วก็ส่ายหน้าอ่อนใจก่อนจะหันไปบอกพี่เก้าว่าจะไปดูเครื่องดนตรีสักหน่อยเพราะพรุ่งนี้ต้องเอาไปแสดงแล้ว พี่เก้าพยักหน้าแล้วบอกผมว่าจะไปหาพี่ไนน์สักหน่อย มีธุระจะคุยด้วย

                ผมไม่ได้ถามว่าธุระอะไร เอ้า พี่เขาบอกแล้วนี่ว่ามันคือธุระ ธุระแปลว่าธุระ ธุระที่แปลว่าห้ามถามต่อ

                เดินไปทางห้องดนตรีอย่างไม่ติดใจอะไรและแน่นอนว่าเสือนับกับเครื่องดนตรีถ้าได้คลุกหมกตัวอยู่ในห้องนี้แล้วก็ยากที่จะออกจากห้อง

                หลังจากลองซ้อมลองเสียงของฮาร์ปเป็นครั้งสุดท้ายไม่พบข้อผิดพลาดก็จับยกมันใส่กล่องอย่างทะนุถนอม ผมลูบเครื่องดนตรีนี้อย่างรักใคร่

                “พรุ่งนี้เราจะชนะไปด้วยกันนะ” พึมพำกับลูกรักเสร็จก็หอบหิ้วไปวางไว้มุมห้องหลังจากนั้นก็เดินไปบอกพ่อบ้านว่าให้เอาเครื่องดนตรีชิ้นไหนไปส่งที่ไหนเวลาไหนและกระชับหนักๆ ว่าห้ามให้ใครรู้เรื่องการแสดงของผม

                เพราะเดี๋ยวมันไม่เซอร์ไพร์สไง!

                หลังจากวุ่นวายกับเรื่องการแสดงเสร็จก็รู้สึกหิวขึ้นมาอีกครั้ง ผมเดินไปดูที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกินแต่กลับพบว่าทุกคนในบ้านกำลังนั่งกินพิซซ่าถาดสุดท้ายกันอยู่ อ้อๆ ยกเว้นพี่เก้า ไปไหนหว่า

                “พี่ไนน์ พี่เก้าอ่ะ” ผมถามพี่ไนน์แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหมายจะหยิบน้ำเย็นแต่นึกได้ว่าต้องรักษาเส้นเสียงเลยปิดแล้วเปิดไปหาน้ำอุ่นแทน

                “ขึ้นห้องไปอาบน้ำแล้ว งั่มๆ” ตอบพลางเคี้ยวพิซซ่าเต็มปาก “มึงซื้อร้านไหนมาวะ อร่อยดี ขอพิกัดด่วนๆ”

                “ไม่ให้ จำร้านไม่ได้แล้ว” ตอบหน้านิ่งสุดๆ

                พี่ไนน์ถลึงตาใส่แล้วใช้นิ้วที่เปื้อนซอสชี้มาทางผม “เดี๋ยวนี้มึงหวงแม้กระทั่งของกินเลยเหรอ!

                “เออ แล้วพี่จะทำไม” ใครว่าผมหวงของกิน ผมหวงและห่วงคุณพ่อครัวสุดหล่อของร้านต่างหาก เดี๋ยวจะโดนพี่ไนน์งาบ ไม่ได้ๆ ผมต้องช่วยเหลือมนุษย์โลกให้รอดเงื้อมมือมารร้าย!

                “กูไปถามไอ้เก้าก็ได้ ไม่ง้อ” คนกวนประสาทยักคิ้วให้ผมสองทีแล้วหันไปจิ้มๆ แขนพี่ออสติน เห็นนะ! เอานิ้วเปื้อนซอสเช็ดแขนพี่ผม อี๋ สกปรก คบไม่ได้!

                “จริงด้วย นับสอง” พี่ไอศูรย์ร้องทักขึ้น “ตอนนี้ก็ดึกแล้วนะ ไปพักได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงประกวดนะ”

                “เดี๋ยวก็จะไปพักแล้ว” ตอบแล้วเดินมาจิ๊กพิซซ่าชิ้นหนึ่งจากนั้นปรายตามองหน้าพี่ชายตัวเองทีละคน “พรุ่งนี้ใครจะไปงานผมก็อย่าสร้างปัญหานะ ไม่งั้นผมเอาตายแน่”

                สาธุ ขอให้พรุ่งนี้เสือนับได้ประกวดอย่างราบรื่นเถอะ เพี้ยงงง

                “พี่เคยสร้างปัญหาด้วยเหรอ” พี่ไอศูรย์กะพริบตาปริบๆ

                “พี่ไม่เคยทำนะ พี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ทำอะไรบ้าๆบอๆ หรอก” พี่ออสตินว่าพลางหยิบทิชชูมาเช็ดปาก

                “ป๋าเชื่อฟังนับ พรุ่งนี้จะเอาตุ๊กตาไปแค่สิบตัวพอ” ป๋านับนึ่งพยักหน้าหงึกหงัก

                “....” ผม

                ทำไมสุดท้ายก็ไม่วางใจอยู่ดีวะ

                ผมหรี่ตามองทุกคนอีกรอบก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นจึงหมุนตัวขึ้นห้องเพื่อไปอาบน้ำนอน แล้วในตอนที่ผมเพิ่งแง้มเปิดประตูได้นิดหน่อยยังไม่ทันได้เข้าห้องพลันได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ของพี่เก้ากับใครไม่รู้

                คุยกับกิ๊กเปล่าวะ อย่างนี้ต้องแอบฟัง!

                แต่พอฟังไปฟังมา...เนื้อความคำพูดที่ผมได้ยินเล่นเอาความดันจะขึ้นอีกรอบ

 

                “ใช่ๆ เอากุหลาบสีดำหนึ่งพันหนึ่งดอก”

                “หาครบยัง? ยังขาดอีกสามร้อย? หาให้ครบ!

                “อ้อ แล้วอย่าลืมนะ ต้องเอาไปที่หน้าลานหอประชุมใหญ่ ต้องเอาให้เด่น ถ้ามันมืดก็หาไฟมาสิ! ไฟไม่มีก็เอาสปอตไลท์ฉาย!

                “พอนับสองออกมาก็ให้คนของเราเอาการ์ดไปให้”

                “แล้วถ้าน้องถามว่าใครให้ก็ไม่ต้องบอก ทำตัวให้ดูลึกลับน่าค้นหา เข้าใจ?”

                “แผนนี้มันเวิร์ก รับรองดีแน่ๆ”

 

                ตอนแรกคิดว่ามีแค่พี่ชายที่อาการหนัก

                สามีตัวดีนั้นไม่ได้ต่างกันสักนิด

 

“ไปๆ รีบไปจัดการซะ”

                “เดี๋ยวจะน้อยหน้าพวกพี่ชายเขา แค่นี้ไม่เว่อร์ๆ”

 

                มีพี่ชายไม่ปกติ

                ไม่เป็นไร

                แต่ขอคนรักปกติหน่อยเถอะ!  ฮือออออออ



------------------------------


พี่เก้าเขาอุตส่าห์ซุ่มเงียบเเล้วนะ55555555555555555

#นับเก้ารัก


อา... ช่วงนี้เดือนพรายติดสอบนะคะ เเหะๆ

ขอบคุณที่ยังรักยังรอกันน้าาาา


--------------------------------------------


อะเเฮ่ม ขอพื้นที่ฝากนิยายเรื่องสั้นนิดนึง มันสั้นจริงๆ สั้นจนไม่น่าเชื่อ (1เล่มบางสุดๆ อย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าเดือนพรายจะทำได้)

เป็นเรื่องของป๋านับหนึ่งนั่นเอง เรื่องนี้จะเป็นคนละไทม์ไลน์กับนับสอง 

เป็นไทม์ไลน์ที่นับสองเรียนจบ ชีวิตสดใสเเล้ว เเละป๋านับหนึ่งก็อายุ 32  (ในเรื่องนี้ไทม์ไลน์อายุ 28)


เเละคนนี้ก็คือป๋านับหนึ่งนั่นเองงงงงงงงงง


ติดตามอ่านกันได้ที่



             



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.057K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

69,362 ความคิดเห็น

  1. #69319 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 01:24
    ไม่แผ่วเลย555858885555
    #69,319
    0
  2. #69294 plss_m (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:53
    ยอมแล้ววววววววว555555
    #69,294
    0
  3. #69239 gift72 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 22:00
    เกลียดความ ไม่เว่อๆของพี่เก้า
    #69,239
    0
  4. #69173 nettaa35 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 21:01
    บราค่อนคลั่งน้อง พี่เก้าคลั่งเมีย5555555
    #69,173
    0
  5. #69066 YVM88 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 15:18
    โอยยยยพี่เก้าาาาาาาาาาา เอาเลยยยจ้าาาาา ความหลงเมีย เอาให้สุด ไม่ให้น้อยพี่ชาย55555
    #69,066
    0
  6. #68987 kikkpstpk (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 17:18
    ไม่มีอะไรจะพูดแล้วนอกจาก555555555555555555555555555555555555555555
    #68,987
    0
  7. #68986 Cheezymm (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 21:27
    โว้ยยยยยย แต่ละคนนนนน ขอร้องเลย 55555555555555
    #68,986
    0
  8. #68985 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 10:38
    ไม่ไหงแล้ววตลกตั้งแต่ป๋านับหนึ่งตอนออสตินทะเลาะกับไอศูรย์ก็ขำ5555555555588888
    #68,985
    0
  9. #68984 DebbyMar (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 05:31
    ใช่ค่ะ พวกเค้าเป็นมาเฟีย เป็นนักฆ่า เป็นผู้บริหารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่โคตรโหด
    นอกบ้านอ่ะนะ ส่วนในบ้านโคตรปัญญาอ่อน 55555
    #68,984
    0
  10. #68983 chichichichichichichic (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 01:22
    ตอนเเรกฉันอิจนะแต่ตอนนี้ฉันสงสาร5555555555
    #68,983
    0
  11. #68982 ddmm417 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 23:37
    5555555555555นับสองไม่ใช่แค่พี่ชายแล้วนะที่บราค่อนอ่ะ พี่เก้านี่ก็เผลอๆหนักเลยนะ5555555
    #68,982
    0
  12. #68981 jiab155 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 22:37
    ปวดหัวกับบ้านนี้มาก5555555
    #68,981
    0
  13. #68980 tang_thai°°° (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 21:54
    รส.เครียดแทนเลยนะ
    #68,980
    0
  14. #68979 KanyaKanyapak (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 20:01
    ความวุ่นวายที่แท้จริง
    #68,979
    0
  15. #68976 VKK42 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 17:43
    รอดูความวุ่นวายบรรลัยลือลั่นเป็นตำนานการประกวด 555555555
    #68,976
    0
  16. #68975 Ploiiy30072542 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 13:15

    วงวารนับสอง😂
    #68,975
    0
  17. #68974 gpoch (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 07:51
    แงงงงงงง แผนเซอร์ไพรส์แคกก่อนไปอี๊กกกก
    #68,974
    0
  18. #68973 phitsamai1996 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 01:29

    พี่เก้า เสือซุ่มนี้555555555555
    #68,973
    0
  19. #68972 A2244 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 01:16
    กุมขมับแล้วเนี่ย 5555555555
    #68,972
    0
  20. #68971 ็๊็Huuuuuuunnnnnn1948 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 00:53
    พี่เก้าเปลี่ยนแผนด่วนนนนน5555555
    #68,971
    0
  21. #68970 aommy-22 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 23:03
    นึกว่าจะเป็นคนปกติ โอ้ยยยยชุ้นไม่น่าหวัง55555
    #68,970
    0
  22. #68969 Siladee123 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 22:40
    สะดุดตรง ‘เมกาเครฟเวอร์ ฉลาดสุดสุดๆ’ ประโยคให้หนังหอแต๋วแตกลอยเข้ามาเลยเพราะดูบ่อยมาก5555555555 แล้วก็นะคุณพี่เก้า อย่างจี้เลย555555555555
    #68,969
    0
  23. #68968 Ray RZ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 21:17
    พี่เก้าา 555555 โอ๊ยยยย ขำ โป๊ะแบบจังๆเลยค่ะพี่ น้องรู้แผนแล้ว 55555
    #68,968
    0
  24. #68967 pommys (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 21:04
    ไม่เป็นความลับแล้วหละค่ะพี่เก้าาา
    #68,967
    0
  25. #68966 mothergod (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 19:47
    เรื่องนี้ยอมกันไม่ได้จริงๆ55555
    #68,966
    0