Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 69 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59




SF 좋더라(I’M YOUNG) 2/X
- Hoonnam-



_________


"ไม่อร่อยเหรอ?"



ซึงฮุนมองคนอายุน้อยสุดของบ้านที่นั่งเขี่ยสลัดมันฝรั่งในจานตัวเองไปมา ทั้งๆที่อาหารบนโต๊ะเป็นของโปรดเเทฮยอนเเทบทั้งนั้น เเต่เจ้าตัวก็เอาเเต่เขี่ยสลัดมันฝรั่งคำเดียวในจานนั่นนานเเล้ว


"..."


"ก็อร่อยนะฮยอง ฮยองทำรสชาติเหมือนเดิมเลย"


คนตอบกลับกลายเป็นซึงยุนที่เงยหน้าขึ้นมาจากจานของตัวเองพร้อมกับเเก้มตุ่ยๆเพราะของกินเต็มปาก


"อุ่ย"


ลีดเดอร์ของวงยิ้มเเหยก่อนจะขยับไปเบียดจินอูเมื่อซงมินโฮเตรียมจะเเจกมะเหงกใส่


"เเทฮยอนอา"


ซึงฮุนเเตะต้นเเขนคนที่นั่งข้างๆตัวเองเบาๆ น้องเล็กของบ้านสะดุ้งหน่อยๆเเล้วก็ทำส้อมหลุดมือ หลังเสียงเเสตนเลสกระเเทกจานกระเบื้องดังเคร๊ง ห้องนั่งเล่นก็เงียบสงัด


จินอูซึงยุนเเละมินโฮต่างเเลกเปลี่ยนสายตากัน ในขณะที่ซึงฮุนมองเเทฮยอนนิ่งนาน


"วันนี้สลัดไม่อร่อยเหรอ?"


คนเป็นพี่ถามออกไปอีกครั้งเเถมยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเเล้วทำปากเบะ เเทฮยอนยิ้มออกมาบางๆเเล้วตักสลัดเข้าปากหนึ่งคำ


"ฮยองเคยทำสลัดเเล้วไม่อร่อยด้วยเหรอ?"


"ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆสิ เนื้อย่างนี่ด้วย ไม่รีบกินเดี๋ยวก็กินไม่ทันหลุมดำอย่างซึงยุนหรอก"


ชายหนุ่มว่าพร้อมกับคีบเนื้อลงใส่จานของน้อง เเถมยังตักสลัดมันฝรั่งใส่ลงจานของเเทฮยอนเพิ่มให้ด้วย


"ขอบคุณนะฮยอง"


"อื้ม"


..........


"มาๆๆ เดี๋ยวล้างเอง"


แทฮยอนหน้าเหวอ เพราะอยู่ดีๆซึงยุนก็เดินมาเเล้วใช้สะโพกดันเขาออกจากอ่างล้างจาน


เเทฮยอนมองซึงยุนที่ล้างจานอย่างขันเเข็งผิดปกติเเล้วก็เลิกคิ้ว พอเขาจะเปลี่ยนเป้าหมายไปหยิบผ้าเช็ดโต๊ะ ซงมินโฮก็เดินมาหยิบตัดหน้าไปเฉย


"เดี๋ยวฮยองเช็ดให้ ไปเล่นเถอะ จุนเน่กับจินฮวานมาเล่นด้วยเเน่ะ"


"เเล้วให้ฮยองทำความสะอาดกันอะเหรอ?"


เเทฮยอนส่ายหน้า เดินกลับไปหาซึงยุนเพื่อจะหยิบจานที่ซึงยุนล้างไปคว่ำ จินอูฮยองก็ยังมาเเย่งจานไปต่อหน้า


"อะไรของพวกฮยองเนี่ย?"


แทฮยอนโวยลั่น มองสามคนในครัวที่ง่วนทำงานบ้านไม่สนใจเขา ยังดีที่จินอูฮยองส่งเสียงบอกบ้าง


"ไปห้องซึงฮุนสิ จินฮวานกับจุนฮเวไปเล่นเกมส์กันเเล้ว"


ใจจริงเเล้วเเทฮยอนอยากจะเดินเข้าห้องไปหมกตัวเองอยู่กับเตียงเเละเทียนสลัวๆมากกว่า เเต่ในเมื่อฮยองของเขาพยายามกันขนาดนี้ ไปนั่งดูเจ้าพวกนั้นเล่นเกมส์สักพักก็แล้วกัน


แทฮยอนเคาะประตูเเล้วโผล่หน้าเข้าไปข้างใน ซึงฮุนกำลังต่อจอยส์เกมส์อยู่กับจินฮวานที่พื้น ส่วนจุนฮเวนอนเหยียดยาวเล่นโทรศัพท์ตัวยาวเต็มเตียงของซึงฮุน


"ย่าห์นายจุนฮเว เป็นมักเน่ควรจะช่วยเซทเกมส์ให้ฮยองเขาไม่ใช่รึไง เเล้วนี่ล้างเท้าหรือยังขึ้นเตียงซึงฮุนฮยองเขาน่ะ"


"โอ๊ย ขี้บ่นสมกับเป็นเพื่อนจีนานเลยนะ"


จุนฮเวบ่นเเล้วก็เบะปาก เเทฮยอนกลอกตาใส่เเล้วก้าวข้ามเด็กตัวยาวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง


อย่างน้อยมาอยู่กับพวกวุ่นวายนี่ คงหยุดคิดเรื่องของ'เธอ'ได้สักพักนึง


...........


"ย๊า จินอูฮยอง อย่าขี้โกงดิ"


"ฉันเปล่า จุนเน่ต่างหากที่วิ่งมาเเย่งบอลจากนาย เด็กบื้อเอ้ย!"


จินอูเอาจอยเกมส์เขกหัวซึงยุน ส่วนซึงยุนก็ยื่นเท้าไปเขี่ยจุนฮเวที่นอนเหยียดยาวกดจอยส์อยู่บนพื้น


"ฮยองมาเขี่ยผมไมวะ ก็เล่นห่วยเองอ่ะ"


"ปากดี จินฮวานจัดการมันดิ๊"


เสียงโวยวายถกเถียงกันดังลั่นห้องนอนของซึงฮุนจนหนวกหู ซึงฮุนหัวเราะ โยนจอยเกมส์ส่งให้จินฮวานเเล้วขึ้นเตียงมานั่งข้างๆแทฮยอน


เขาลอบสังเกตน้องมาสักพักเเล้ว ถึงใบหน้าของอีกฝ่ายจะหันตรงไปยังพวกที่เล่นเกมส์กันอยู่ เเต่แววตาล่องลอยเเละมือที่ประสานกันบนหน้าตักนั้นบอกเขาว่าเเทฮยอนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองเเล้ว


"เเทฮยอนอา"


"..."


ชายหนุ่มเลียริมฝีปาก เขาเขยิบตัวเข้าไปใกล้น้องก่อนจะเอนตัวเอาต้นเเขนดันต้นเเขนเเทฮยอนเบาๆ


"หือ?"


เเทฮยอนสะดุ้งก่อนจะหันมองเขา เเล้วซึงฮุนก็ได้เห็นน้ำตาหยดโตบนเเก้มขาวๆ


เป็นครั้งที่เท่าไหร่เเล้วก็ไม่รู้...


"ธรรมดาหน้าตาก็ขี้เหร่อยู่เเล้ว ร้องไห้ยิ่งขี้เหร่นะ"


"ใครกันเเน่ที่ขี้เหร่"


เเทฮยอนหัวเราะเเล้วก็ส่งกำปั้นลุ่นๆชกไปที่อกซึงฮุน ซึงฮุนหัวเราะ เขาใช้มือข้างหนึ่งจับคางเเทฮยอนไว้ ส่วนมืออีกข้างปาดซับน้ำตาให้จนเกลี้ยงเกลา


"ร้องไห้อายพวกเด็กๆไหมน่ะ?"


เเทฮยอนส่ายหน้า น้ำตาใสๆเม็ดโตทิ้งตัวลงบนเเก้มอย่างต่อเนื่อง


"ถ้าหยุดร้อง ฮยองจะพาออกไปเดินเล่น เอาไหม?"


ซึงฮุนยิ้มออกมาเมื่อเห็นประกายเเวววาวในดวงตาชื้นน้ำคู่นั้น เเทฮยอนคงอึดอัดที่ต้องอยู่ในห้องเเล้วออกไปไหนไม่ได้ ถึงจะขอเมเนฮยองก็คงไม่ให้เเน่ๆ


"ดีมาก เก่งมากคนเก่ง"


เขาโยกหัวอีกฝ่ายเบาๆเมื่อเห็นน้องพยายามสูดหายใจลึกๆ ซึงฮุนยันตัวลุกขึ้นจากเตียง ชายหนุ่มเดินไปหยิบเเจ็คเก็ตสีน้ำเงินมีฮู้ดตัวหนึ่งกับฮู้ดดี้สีขาวออกจากราวเเขวนเสื้อผ้า เขาส่งเเจ็คเก็ตสีน้ำเงินส่งให้น้อง ส่วนตัวเองสวมฮู้ดดี้สีขาวทับบนเสื้อยืดที่สวมอยู่


"เดี๋ยวไปเอาของแปปนึง"


เเทฮยอนบอกคนเป็นพี่เมื่อเดินออกมาจากห้อง ซึงฮุนพยักหน้า เขาเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อสวมถุงเท้า ก่อนจะลุกขึ้นเมื่อเเทฮยอนออกมาจากห้อง


พร้อมกับสมุดเเต่งเพลงที่เขาไม่ได้เห็นมานานเเล้ว


"อยากไปนั่งที่เงียบๆ หรือว่าอยากไปหาร้านนั่งชิลๆดี?"


คนที่จับจองตำเเหน่งพลขับหันมาถาม เเทฮยอนเม้มปาก นิ่งไปพักหนึ่งเเล้วถามพี่กลับ


"ฮยองหล่ะอยากไปไหน?"


'ที่ไหนก็ได้ที่มีเเค่เราสองคน'


เป็นคำตอบที่เขาได้แต่ตอบแทฮยอนในใจ


"ตามใจน้องเลย"


"ถ้าเราไปแถวเเม่น้ำฮัน..."


น้องพูดค้างไว้เท่านั้นเเต่ซึงฮุนก็เข้าใจ ทั้งสองข้างของแม่น้ำฮันขนาบด้วยสวนสาธารณะยาวไปตลอดสาย เปิดให้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นสถานที่ๆมีคนมาทำกิจกรรมต่างๆกันตลอดเวลา


"ที่ๆคนไม่ค่อยเยอะก็พอมีอยู่นะ"


ซึงฮุนว่าแล้วก็ออกรถ ถ้าน้องอยากจะไป เขาก็ยินดีจะตามใจอยู่แล้ว


"แวะซื้ออะไรไปกินหน่อยไหม?"


เขาถามคนที่นั่งเอนศีรษะพิงกับกระจกรถ เมื่อน้องไม่หือไม่อือ คนเป็นพี่จึงเปิดไฟเลี้ยวก่อนจะหักพวงมาลัยเข้าจอดหน้ามินิมาร์ทเล็กๆแห่งหนึ่ง


แทฮยอนสะดุ้งหน่อยๆเมื่อเสียงประตูรถกระเเทกปิด เขามองตามคนเป็นพี่เขาไปในร้าน ช่วงขายาวนั้นก้าวพาตัวเองเดินไปหยิบขนมตามชั้นอย่างคล่องเเคล่วว่องไว ก่อนที่เจ้าของใบหน้าตี๋ๆพร้อมรอยยิ้มแฉ่งจะไปปรากฎตัวที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน


หญิงอายุวัยรุ่นราวคราวเเม่ที่เป็นเจ้าของร้านคงจะถูกใจพี่เข้า ถึงได้จับไม้จับมือขาวๆนั้น เเถมยังเเถมขนมให้มาอีกห่อโต


"ไปหว่านสเน่ห์อะไรอาจุมม่าเขาหล่ะ?"


"หืม หว่านสเน่ห์อะไร เปล่าเลยนะ"


ซึงฮุนพูดกลั้วหัวเราะ เขาหย่อนถุงลงบนหน้าตักของน้อง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วบังคับพวงมาลัยไปตามทาง


เส้นทางริมแม่น้ำฮันที่เขาพาน้องมาเป็นสวนส่วนที่ปิดปรับปรุง มีรั้วเหล็กใหญ่ๆวางกั้นพื้นที่พร้อมป้ายเบ้อเริ่มแจ้งว่าพื้นที่บริเวณนี้ปิดปรับปรุง


แต่ไม่มีป้ายบอกว่าห้ามเข้า ไม่มีใครเฝ้าพื้นที่นั้น และเเสงไฟข้างทางยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี ผู้ชายตัวโตสองคนจึงเบียดตัวผ่านรั้วเข้าไปจับจองพื้นที่บริเวณบันไดที่ทอดยาวลงไปในท้องน้ำ


ซึงฮุนเหยียดเเขนไปด้านหลัง ขาเหยียดยาว เงยหน้ารับลมอย่างผ่อนคลาย


"ชาเขียวนี่คือ?"


แทฮยอนล้วงเอาขวดชาเขียวจากถุงขึ้นมาแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ซึงฮุนมองหน้าน้องเเล้วก็หัวเราะ


"ของฮยองเอง"


"ของฮยอง?"


"ชาเขียวของฮยอง ของเราก็เบียร์ไง"


"ฮยองกินชาเขียว เเล้วผมกินเบียร์อะเหรอ?"


"ใช่สิ"


เขาว่าพร้อมล้วงเอากระป๋องเบียร์ขึ้นมาเปิดเเล้วส่งให้น้อง ถ้าเขากินเบียร์หล่ะมีเมาแน่ๆ เเล้วอยู่กับแทฮยอนนี่ จะหลุดพูดอะไรออกไปบ้างก็ไม่รู้


เสี่ยงเกินไป...


"บรรยากาศแบบนี้ก็ต้องเบียร์กับของทอดใช่ไหมหล่ะ เเต่ในร้านไม่มีของทอด เอาคิมบับไปก่อนเเล้วกันนะ"


เขาเพยิดหน้าไปยังถุงจากมินิมาร์ท


"คิมบับไว้ก่อนก็แล้วกัน"


แทฮยอนรับเบียร์มาจากมือพี่ เขาดื่มหนึ่งอึกก่อนจะวางลงข้างตัว มือขาวหยิบสมุดขึ้นมากางออก แล้วปล่อยให้บรรยากาศและเเสงไฟบริเวณนั้นทำหน้าที่ของมัน


ซึงฮุนลอบมองน้องอยู่เป็นระยะ แทฮยอนเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองแล้ว ดวงตาเรียวเป็นประกายที่เขาชอบมองนั้นไม่รู้โฟกัสอยู่ตรงไหน มือขาวๆนั้นนานๆทีจะขยับเขียนอะไรยุกยิกสักทีหนึ่ง


เเละน้ำตา...


ที่หยดลงบนเเก้มนั่นไม่หยุดหย่อน


ต้องขอบคุณสายลมที่ช่วยทำหน้าที่เช็ดคราบน้ำตานั้นออกไปแทนเขา


ซึงฮุนชะงักไปเมื่อจู่ๆน้องก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกหมดกระป๋อง เเทฮยอนกระเเทกกระป๋องเบียร์บุบบี้ลงกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นตะโกนสุดเสียง


ข้อความนั้นเป็นข้อความ...ที่ส่งถึง 'เธอ'


หัวใจของอีซึงฮุนเจ็บจนชาไปหมดแล้ว...


ชายหนุ่มยกชาที่คลายความเย็นลงแล้วขึ้นดื่มอีกอึก


บางทีเขาก็สงสัยเหลือเกินว่า หัวใจของเขา...จะทนเจ็บไปได้อีกนานเเค่ไหนกัน


...........


ซึงฮุนที่กำลังถอดรองเท้าชะงักไปกับบรรยากาศแปลกๆ เขาเก็บรองเท้าเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น


เเทฮยอนนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟา ส่วนเซโฮฮยองยืนค้ำหัวคนเป็นน้อง



"ออกไปคนเดียวอย่างนั้นได้ยังไง จะไปไหนทำไมไม่บอก แล้วขับไปจอดหน้าคอนโดอย่างนั้น เป็นข่าวขึ้นมาจะทำไง นายก็รู้ว่าพวกนักข่าวช่างเชื่อมโยงช่างขุดคุ้ยจะตายไป"


"มีอะไรกันเหรอซึงยุน?"


จากที่ฟังเซโฮฮยองเขาก็พอจะจับใจความได้ แต่ก็ยังอยากถามลีดเดอร์ที่ยืนกอดอกพิงกำเเพงห้องอยู่เพื่อความแน่ใจ


"เเทฮยอนขับรถไปที่คอนโดแฟนเก่า"


หัวใจของเขาราวกับหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง


นี่เเทฮยอนคิดถึงเธอขนาดไหนกัน...


"ท่องเอาไว้ ว่านายคือวินเนอร์นัมแทฮยอน ไม่ใช่แค่นัมแทฮยอนเด็กมหาลัยธรรมดาๆทั่วไป นายเป็นวินเนอร์ ช่วยรับผิดชอบสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ด้วย"


"ขอโทษครับ"


เซโฮฮยองถอนหายใจแล้วก็เดินผ่านเขาออกประตูไปพร้อมปิดประตูดังปัง! ซึงยุนที่ยืนอยู่ข้างเขาถอนหายใจออกมาก่อนจะคลายมือที่รัดอยู่รอบอกลง


"รู้ใช่ไหมว่าทำแบบนี้มันผิด"


"รู้"


"สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก"


"...."


"อย่างน้อยก็ออกไปกับเมมเบอร์คนใดคนนึงเถอะนะ"


"อืม"


"อืม? เอาเถอะ ถือว่านายรับปากแล้วนะเเทฮยอน อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกนะ โชคดีที่เป็นคนในบริษัทเราที่เห็น ถ้าเป็นพวกนักข่าวหล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลย"


"ขอโทษ"


"รีบอาบน้ำพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราเข้าบริษัทกันเเต่เช้านะ"


"อืม"


หลังจากซึงยุนเข้าห้องไปซึงฮุนก็ยืนมองน้องอยู่พักใหญ่ ในหัวเขาว่างเปล่า เพราะไม่รู้เเล้วว่าต้องทำยังไง คิดออกเพียงอย่างเดียวก็คือ เเทฮยอนคิดถึงเธอขนาดไหนกันถึงได้กล้าขับรถไปหาคนเดียว


"ฮยอง"


"ว่าไง?"


"ไปดูหนังกันไหม?"


"..."


"ซึงยุนบอกว่าให้ไปกับเมมเบอร์สักคน"


"ก็ไปสิ"


บอกแล้วว่าถ้าเป็นเเทฮยอน เขาก็พร้อมจะตามใจ


แทฮยอนให้เขาขับรถพามาที่ลานกว้างๆแห่งหนึ่งเพื่อดูหนัง


พื้นที่สนามหญ้าขนาดเกือบเท่าสนามบอลนั้นมีรถเริ่มมาจับจอง กลางลานนั้นมีจอฉายหนังขนาดใหญ่ยักษ์ มันเป็นการดูหนังแบบที่เราจะต้องเปิดหาคลื่นวิทยุเพื่อฟังเสียงจากหนังเรื่องนั้น เพราะบนหน้าจอฉายเพียงภาพเปล่าๆเท่านั้น


ซึงฮุนกับเเทฮยอนดูหนังกันคนละเเนว เเต่อย่างที่บอกว่าเขาตามใจน้อง เขาจึงให้น้องเลือกเรื่องที่อยากดู


Paris,Texas เป็นชื่อหนังที่แทฮยอนเลือก


ซึงฮุนไม่ได้สนใจจะดูมันด้วยซ้ำ เขากำลังทบทวนความคิดของตัวเอง กำลังพยายามตอบคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจ


ที่ผ่านมา ทั้งหมดที่เขาทำลงไป ไม่มีผลอะไรเลยใช่ไหม?


เเทฮยอนหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลยหรือ?


ความรู้สึกไม่น้อยลงสักนิดเลยใช่ไหม?


คิดถึงขนาดไหนถึงได้ไปหา?


เขาควรจะพอหรือยัง?


ว่าแต่น้องได้เจอกับเธอไหมนะ แล้วรู้สึกยังไง? โอเคหรือเปล่า? ไหนจะที่ถูกดุอีกหล่ะ...


เเทฮยอนก็ไม่ได้สนใจภาพเคลื่อนไหวบนจอเช่นกัน คนเป็นน้องกัดปากเเน่นเพราะกำลังขบคิดอย่างหนัก


ซึงฮุนฮยองจะโกรธเขาไหมนะ?


ที่พี่เงียบขนาดนี้เพราะพี่โกรธใช่หรือเปล่า?


ความรู้สึกอยากจะเเก้ตัวนี่มันอะไรกันนะ?


แล้วไอ้ที่อยู่ดีๆก็อยากชวนพี่ออกมานี่มันยังไงกัน?


เพราะต่างฝ่ายต่างคิดถึงอีกคน สุดท้ายก็เลยหันมาเจอกันโดยบังเอิญ


"หนังถูกใจไหม?"


คนเป็นพี่เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนเพราะไม่อยากให้บรรยากาศอึดอัด


แทฮยอนส่ายหน้า


"ดูไม่รู้เรื่อง"


"เหรอ...อืม"


"..."


"เราคิดอะไรอยู่?"


"แล้วฮยองหล่ะคิดอะไรอยู่?"


ซึงฮุนเลื่อนสายตาที่ไร้การโฟกัสใดๆมามองน้อง ถ้าเเทฮยอนหัวไว คงจะรู้ว่าคำตอบสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาเอง


ไม่มีใครพูดอะไรอีกหลังจากนั้น มีเพียงลมหายใจที่สะท้อนหนักหน่วงขึ้น เเละระยะระหว่างปลายจมูกที่ขยับลดลงเรื่อยๆ


แทฮยอนหลับตาตอนที่ริมฝีปากพี่เเนบลงมา เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัว เเละถ้าฟังไม่ผิด เสียงหัวใจของพี่ก็ด้วยเหมือนกัน


หนังก็ไม่ได้โรเเมนติกสักนิด เสียงเพลงประกอบนั่นก็ไม่ได้อ่อนหวาน เเสงไฟจากข้างทางก็ไม่ได้มีความอ่อนละมุนใดๆ


เเล้วทำไมกันนะ?


หัวใจถึงได้เต้นเเรงขนาดนี้...

 

End?




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #904 Mo_mo (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 12:12
    อมก.น้องนัมมมอย่าเศร้าลูกกกก
    #904
    0
  2. #725 nu_koi (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 07:14
    นัมช่วยรับรู้สิ่งที่พี่ฮุนมอบให้ด้วยเถอะลืมๆมันไปได้แล้วรักครั้งเก่า
    #725
    0
  3. #710 Yuii_iiuY (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 08:03
    น้องเม ฮืออออออออ
    สงสารทั้งน้องทั้งพี่เลย

    เมมเบอร์ฮยองก็เอาใจน้องกันเต็มที่
    น่ารักกันทั้งนั้น

    ตอนจบน่าจะแฮปปี้ (?)
    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ

    จุ๊บเหม่ง
    #710
    0
  4. #709 Nikhotohoto (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 01:18
    อู้ๆๆๆๆ อู้ๆๆๆ แล้วทำมัยอ่านจบแล้วหัวใจยังเต้นแรงแบบนี้ละ เอาละสิ คนพี่ได้ข้ามขั้นเลย คนน้องก้อดูจะผ่อนคลายลงไปบ้างแล้ว ตอนต่อไปลุ้นเลยว่าจะออกมาเป็นแนวไหน ไม่ต้องแทฮยอนหรอกค่ะ เป็นใครก้อต้องใจเต้นเมื่อได้อยู่ใกล้ผู้ชายอบอุ่นละมุนแมนแบบอีซึงฮุน ~~~~ ขอให้ใจของทั้งคู่รวมเป็นหนึ่งนะ แทฮยอนหนูต้องให้โอกาสพี่เค้าได้มอบความอบอุ่นให้หนูนะลูก ขอบคุณเมมาก พี่ชอบฟิคเรื่องนี้มากเลย รอติดตามนะจ๊ะ
    #709
    0
  5. #708 YimPaew (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 23:20
    งู้ยยยย อ่านที่แรกนึกว่าซึงฮุนจะอกหักซะล่ะ
    พอมาตอนท้ายค่อยใจชื่นขึ้นหน่อย
    ความหวังยังมีอยู่นะฮุน สู้ๆๆๆ
    #708
    0