ตอนที่ 9 : บทที่แปด - บุรุษรูปงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    25 พ.ย. 61

**Rewrite 25/11/18

 

บทที่แปด บุรุษรูปงาม


     วันถัดมาหลังส่งลู่ฉินเข้าวัง ปันจินกับไป๋หลิงต่างตรงไปยังห้องอาหาร รับมื้อเช้าพร้อมหน้าแม่สามีและหมิงเฉียน ส่วนอูลาน่าลาช่างอิ่นผู้เป็นพ่อสามีสังกัดกรมวังเป็นราชองครักษ์เช่นกันจึงออกไปในเวลาไล่เลี่ยกับบุตรชาย

     ตกบ่ายปันจินไม่รู้สึกว้าเหว่แต่อย่างใดแม้ต้องอยู่ลำพังในเรือนปีกขวา นางเองชอบหมกตัววาดรูปอ่านหนังสืออยู่เป็นทุนเดิม การมีเวลาส่วนตัวย่อมเป็นข้อดี

     “อาเถา เจ้านำสิ่งนี้ไป” ปันจินส่งถุงเงินเล็กๆ ให้สาวใช้ในห้องนอน อธิบายแผนการคร่าวๆ ที่ตนเองครุ่นคิดมาถึงคืน

     “บ่าวว่าอย่างไรเสียควรบอกให้ท่านเขยรับรู้เอาไว้สักหน่อยนะเจ้าคะ”

     “เจ้าไปทำตามที่ข้าสั่งเถอะ” ปันจินยิ้มบางให้อีกฝ่าย สาวใช้รู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนใจเจ้านายได้จึงก้มหน้าออกจากห้องไป สวนทางกับร่างโปร่งที่ลอยละล่องเข้ามาในห้อง วิญญาณซึ่งมีใบหน้างดงามหมดจดทรุดกายลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง

     ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ท่านหญิงเพิ่งมีโอกาสซักถามความที่เกิดในร้านอัญมณีซูเซียว

     “พี่สาว เมื่อวานเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”

     “เจ้าลิงน้อย”

     คนฟังขมวดคิ้ว “ตกลงท่านได้เรื่องได้ราวอะไรบ้าง”

     “น้องสาว ข้าเฝ้ามองหรงจู๊ร้านอัญมณีอยู่พักใหญ่ แม้มั่นใจว่าต้องเคยพบกันมาก่อนแต่กลับไม่ได้รู้สึกสนิทสนมนัก” วิญญาณคนงามก้มหน้า คล้ายจนใจแกมท้อแท้ “เหมือนยามเช้าเจอหน้าคนขายน้ำเต้าหู้ ทักทายกัน ยิ้มแย้มให้กัน แต่หาได้ผูกพันเช่นมิตรสหาย อืม หรือต้องกล่าวว่าคล้ายเวลาคนขายถังหูลู่แถมให้เจ้าไม้หนึ่ง เจ้าคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่เจ้าก็ไม่ได้เก็บไปใส่ใจอะไรมากนัก”

     “ข้าไม่เคยซื้อน้ำเต้าหู้เองและไม่ชอบถังหูลู่สักเท่าไร” ปันจินขัดขึ้น คิดว่าการเปรียบเปรยเมื่อครู่ช่างขาดศิลปะเหลือเกิน เหมือนสามารถเข้าใจได้ หากสุดท้ายกลับฟังดูวกไปวนมา “แล้วตกลงเจ้าลิงน้อยคืออะไร หรือเมื่อก่อนท่านเลี้ยงลิงเอาไว้”

     “ไม่รู้สิ จู่ๆ มันก็แวบเข้ามาในนี้ตอนข้ามองหรงจู๊ผู้นั้น” วิญญาณสาวใช้นิ้วเคาะศีรษะตนเอง “ข้าเหมือนได้ยินตัวเองเรียกคนผู้หนึ่งว่าเจ้าลิงน้อย หรือว่าแท้จริงแล้ว...”

     ปันจินผุดลุกขึ้น ลุ้นระทึกว่าวิญญาณจะเอ่ยสิ่งใด ถ้าพี่สาวสามารถคิดเรื่องราวในอดีตรวมถึงห่วงอาวรณ์ที่มีต่อโลกมนุษย์นี้ออก ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี

     “หรือหรงจู๊ผู้นั้นคือเจ้าลิงน้อย” ท่านหญิงพรูลมหายใจ ทรุดกายลงนั่งเช่นเดิม

     “หยุดฟุ้งซ่านเถอะ เจ้าลิงน้อยสมควรเอาไว้เรียกผู้อ่อนวัยกว่า นี่เขาอายุไม่ใช่น้อยแล้ว ท่านจะเป็นผู้อาวุโสของเขาไปได้ยังไง”

     ผู้ฟังจุ๊ปาก ทำท่าเหมือนขัดใจในความไร้เดียงสาของปันจิน “ข้าตายเดือนไหนปีใดยังมิรู้ นับประสาอะไรกับการเป็นผู้อาวุโส บางทีข้าอาจแก่กว่าเจ้าเป็นร้อยๆ ปีก็ได้”

     “หลายร้อยปีก่อนคงมิได้แต่งกายเยี่ยงนี้กระมัง”

     ทั้งสองถกเถียงกันอยู่อีกครู่ใหญ่จึงตกลงกันได้ว่าควรไปพบคนผู้นั้นอีกสักรอบเพื่อสอบถามเรื่องจี้ถานฮวา บางทีมันอาจนำไปสู่ข้อเท็จจริงบางประการ

     เวลาล่วงเลยไปจนบ่ายคล้อย อาเถากลับมาเคาะประตูห้อง แจ้งว่าเรื่องที่ถูกสั่งให้ออกไปจัดการเรียบร้อยดีแล้ว

     เนื่องจากไม่สะดวกให้ลู่ฉินไปหออัญมณีซูเซียวเพื่อช่วยจัดการเรื่องอู่ซื่อ ท่านหญิงยิ่งต้องขบคิดวางแผนอย่างรอบคอบ ลู่ฉินเข้าเวรผลัดกลางวัน หากคิดสะสางก็พอมีเวลาจัดการถมเถก่อนเขากลับเรือน ขั้นต่อมาหาต้องมีผู้ช่วย นอกเหนือจากวิญญาณพี่สาวคนสวยอาเถาถูกลากเข้ามาเอี่ยวแม้เจ้าตัวจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องปกปิดท่านเขยก็ตาม

     ปันจินให้สาวใช้ออกไปติดต่อรถม้ารับจ้างไว้ล่วงหน้า วางอุบายว่าวันมะรืนจะออกไปวัดว่อฝอ๑๗แต่เช้าตรู่

     “หากน้องสามีเจ้าอยากไปด้วยจะทำอย่างไร” เด็กสาวค่อนข้างขี้อ้อนและชอบตามติดพี่สะใภ้ทั้งสองไปนู่นมานี่เป็นประจำ อาจเพราะนางเป็นบุตรสาวคนเดียว ต่อให้สนิทสนมกับมารดาเพียงใดแต่เมื่อมีพี่ชายแต่งสะใภ้เข้าก็รู้สึกราวกับมีสหายเพิ่มขึ้น

     “เมื่อตอนกลางวันข้าคุยกับน้องหมิงเฉียนแล้ว มะรืนนี้นางต้องไปจวนใหญ่” หมิงเฉียนกลับไปเยี่ยมท่านย่าที่จวนใหญ่สกุลน่าลา เวลาลงมือเหมาะสมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

     “ไม่คิดเลยว่าน้องสาวจะเจ้าแผนการ ”

     ปันจินไม่ตอบ

     คนเราทุกคนย่อมมีแผนการทั้งนั้น เพียงแต่ผู้ใดโง่เขลาเบาปัญญาแผนการมักตื้นเขินตาม รู้จักคิดรู้จักตรองแผนการก็แยบคายขึ้นอีกหน่อย อย่างตอนนางผลีผลามหาทางดักพบลู่ฉินในตรอกหน้าร้านเครื่องเขียนอย่างไรเล่า นั่นนับว่าใจร้อนเกินไป กระทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน

     ตกดึกหลังลู่ฉินกลับถึงเรือน นางช่วยล้างหน้าชำระกายเสร็จก็ใช้หวีไม้สนสางผมเปียยาวให้เขา

     คน'เจ้าแผนการ'ยังคงตกประหม่า คล้ายเด็กน้อยทำผิดกลัวถูกบิดามารดาจับได้ ตัวเองไม่ทราบว่ามีปฏิกิริยาเช่นนั้น หากลู่ฉินผู้ช่างสังเกตกลับมองออกว่านางกำลังปกปิดบางอย่างเอาไว้ เขาชั่งใจว่าสมควรเปิดโปงภรรยาหรือปล่อยเจ้าลูกพลับน้อยให้ดำเนินการต่อ

     “เจ็บ” ความจริงชายหนุ่มหาได้รู้สึกเจ็บถึงเพียงนั้น เพียงนางถักผมของเขาแน่นไปสักหน่อย ปันจินละล่ำละลักขอโทษขอโพย หาได้ทราบถึงเจตนาเรียกร้องความสนใจของสามี

     “เจ้าเหม่อลอยเรื่องใด” เขาหมุนกายกลับไป ดึงหวีออกจากมือนุ่มนิ่ม “คงไม่ใช่ว่าคิดจะไปจัดการเรื่องอู่ซื่ออะไรนั่นลำพังหรอกนะ” ปันจินหัวเราะแห้งๆ โวยวายในใจเงียบๆ ว่าคนผู้นี้อ่านใจผู้อื่นออกหรืออย่างไรกัน

     “นี่ใกล้หน้าหนาวแล้ว ตัดเย็บชุดเพิ่มอีกดีหรือไม่” ของเดิมมีมากเพียงพอ นางแค่หาทางเบี่ยงเบนหัวข้อเท่านั้น

     “ทำตามเจ้าเห็นสมควรเถอะ” ลู่ฉินเลือกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยามดับไฟเข้านอนก็ยกมือขึ้นลูบข้างขมับภรรยา

     “คนเป็นรังแกเจ้า ข้าสามารถตามไปเอาคืนได้ แต่หากวิญญาณระรานเจ้าข้าคงได้แต่เชิญนักพรตแล้ว” เสียงทุ้มพึมพำ

     ปันจินแทบกลั้นหายใจ เหมือนถูกเขามองทะลุความคิดหมดสิ้น อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าชายหนุ่มคงพูดดักคอเท่านั้น


     ยามผ่านเข้าสู่เขตวัด ความวุ่นวายและเสียงอึกทึกภายนอกล้วนค่อยๆ เบาบางลง พฤกษาเก่าแก่แผ่กิ่งก้านร่มรื่น กลิ่นอายความสงบชวนเลื่อมใส เพราะอยู่ในช่วงใบไม้ร่วงจึงเห็นสีแดงสลับน้ำตาลแก่ไล่เรียงราวภาพวาด เมื่อรถม้าหยุดนิ่งอาเถาก็ประคองปันจินลงมาด้านล่าง

     “ข้าจะอยู่กินอาหารมังสวิรัติและสวดมนต์หลายจบ พวกเจ้าค่อยมารอรับตอนปลายยามเซิน๑๘ก็แล้วกัน” ท่านหญิงปันจินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงไร้พิรุธ บ่าวชายกับสารถีรับคำ ขณะสาวใช้อีกสองคนอึกอักคล้ายลำบากใจ

     “คุณชายรองสั่งให้พวกบ่าวคอยดูแลปรนนิบัติท่านหญิงเจ้าค่ะ”

     “มีแค่อาเถาอยู่ก็พอแล้ว พวกเจ้ากลับไปพร้อมกันนั่นละ” สุดท้ายล้วนต้องยอมฟังคำสั่ง กลับไปแต่โดยดี

     “วันนี้เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมไปเลย” ดูเหมือนวิญญาณพี่สาวจะชอบเห็นปันจินแสดงความเป็นเจ้าคนนายคนวางมาดออกคำสั่ง นางจึงค่อนข้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

     สองคนและวิญญาณอีกหนึ่งดวงรออยู่ไม่ถึงสองเค่อ รถเทียมม้าขนาดกลางคันหนึ่งก็แล่นเข้ามา พออาเถาเห็นหน้าสารถีชัดเจนว่าใช่คนที่ตนว่าจ้างและจ่ายมัดจำไว้ก็รู้สึกพอใจความตรงต่อเวลาของอีกฝ่าย

     “ได้นำของที่สั่งไว้มาด้วยหรือไม่” สารถีพยักหน้า ส่งตะกร้าแก่สาวใช้ เปิดดูพบว่ามีอาหารพร้อมทั้งสุราอยู่ด้านในเสร็จสรรพก็รู้สึกพอใจ อาเถาส่งตะกร้าเข้าไปไว้ในห้องโดยสาร ก่อนประคองปันจินตามขึ้นไป

     จุดหมายแรกคือหออัญมณีซูเซียว

     ปันจินลงไปต่อรองขอซื้อกระดิ่งลมหยกซึ่งประดับร้านด้วยตนเอง คนงานหญิงที่ออกมารับรองได้ทราบความจำนงก็มีสีหน้างงงวย สุดท้ายจึงขอให้รอสักครู่และตามผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผีพี่สาวคาดหวังว่าบางทีคงเป็นหรงจู๊ผู้นั้นออกมารับรองทว่ากลับต้องผิดหวัง ผู้ที่ออกมาคือผู้ช่วยอีกคนในร้านซึ่งเป็นรองเพียงหรงจู๊ ปันจินมองสีหน้าซึมเซาของวิญญาณข้างกาย ทำได้แค่ส่งสายตาปลอบประโลมก่อนเริ่มเจรจา

     คราแรกผู้ช่วยซึ่งเป็นบุรุษร่างสันทัดวัยสามสิบปลายๆ ดูหนักใจพอควร เขากล่าวว่าของตกแต่งทุกชิ้นในร้านเป็นเถ้าแก่คัดสรรมาด้วยตนเอง ขายโดยพลการระหว่างที่เถ้าแก่และหรงจู๊ออกไปทำธุระข้างนอกนั้นค่อนข้างไม่ถูกต้อง ต้องรอคนทั้งสองกลับมาตัดสินใจเสียก่อน

     ปันจินคลี่ยิ้มฝาดเฝื่อน สายตาเลยไปปะทะร่างอู่ซื่อและวิญญาณเด็กหนุ่มที่ยืนเมียงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไกลๆ

     “ผู้ช่วย ข้าถูกใจมันมากจริงๆ กระดิ่งลมหยกชิ้นนั้นหากนำไปตกแต่งในเรือนต้องงดงามมากแน่ ครั้งก่อนยามได้รับเทียบเชิญมาชมเครื่องประดับข้าก็ซื้อกลับไปไม่น้อย” ผู้ช่วยอึ้งไป เขารับรองลูกค้าคนสำคัญมากมาย ย่อมเข้าใจถึงความนัยของประโยคชัดเจน

     ใจความสำคัญหาได้อยู่ที่การโอ้อวดหรือพูดจาทำนองลำเลิกว่าตนอุดหนุนสินค้าไปเยอะ ปันจินเพียงเอ่ยให้ทราบว่านางสำคัญพอที่จะได้รับเทียบเชิญมางานคราวก่อน

     “เห็นแก่ท่านหญิงสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ” อาเถาก้มศีรษะเล็กน้อยให้ผู้ช่วย จงใจเน้นคำเรียกขานเจ้านายชัดเจน

     “ท่านหญิง...เอ่อ” ผู้ช่วยตาโต จากเครื่องแต่งกายก็พอทราบว่าสตรีตรงหน้าหาใช่คนธรรมดา แต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นฮูหยินขุนนางสักท่านคาดไม่ถึงว่านางเป็นเชื้อพระวงศ์

     “หากเถ้าแก่ทราบแล้วไม่พอใจละก็ ท่านให้คนมาแจ้งข้าที่จวนน่าลาภายหลังก็ได้ ข้าจะอธิบายกับเขาเอง”

     “ขอรับ ข้าจะรีบสั่งให้คนห่อมันให้ท่านเดี๋ยวนี้” ผู้ที่แต่งเข้าเป็นสะใภ้อูลาน่าลาและมีศักดิ์เป็นถึงกู้ซานเก๋อเก๋อมีเพียงคนเดียว เขายอมโดนเถ้าแก่เอ็ดเสียดีกว่า เชื่อว่าพอฟังคำอธิบาย สีหน้าเถ้าแก่ต้องดีขึ้นและชมว่าเขาตัดสินใจถูกต้องแน่นอน


     “สุสานสกุลอู่อยู่นอกเมืองเจ้าค่ะ” วิญญาณหญิงวัยกลางคนกล่าวพลางเริ่มอธิบายเส้นทาง ท่านหญิงถ่ายทอดต่อให้สาวใช้ฟังเพื่อแจ้งแก่สารถี สกุลอู่แม้ไม่ได้มีลูกหลานใหญ่โตถึงขั้นแม่ทัพนายกอง แต่ไม่นับว่ายากแค้น คงมีเพียงสามีของอู่ซื่อที่โชคร้ายถูกบุตรชายล้างผลาญเพราะติดการพนันทั้งยังคบสหายเลว ญาติมิตรทั้งหลายแรกเริ่มให้ยืมเงินทอง พักหลังมีแต่คนขยาด เมื่อของหนี้เก่าไม่คืนมีหรือนางและสามีจะกล้าบากหน้าไปขอยืมเพิ่มเป็นค่ารักษา จึงได้แต่พึ่งพาตนเอง

     ด้านปันจินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ยังรู้สึกแปลกใจไม่หาย นางทราบว่าหากหยิบยกเอาฐานะของตนเองกับสามีออกมา ผู้ช่วยต้องยินยอมขายของให้แน่นอน แต่ที่คาดไม่ถึงคือวิญญาณเด็กหนุ่มซึ่งเคยราวีคราวก่อนถึงขั้นก้มหัวโขกศีรษะเพื่อขอให้ช่วย ปันจินอาศัยช่วงที่คนงานในร้านไม่เห็น เอ่ยเบาๆ ว่านางจะกลับมาแน่นอน อีกฝ่ายนิ่งไป รับคำอย่างสงบเสงี่ยมว่าง่าย ผิดกับการอาละวาดคราวก่อนลิบลับ

     บางทีคงเพราะเห็นแล้วว่านางกลับมาช่วยอู่ซื่อกระมัง

     เส้นทางไปยังสุสานนั้นใช้เวลาเดินทางชั่วยามกว่าๆ ดีที่ออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่ ดังนั้นนางจึงไม่ต้องกังวลว่าจะกลับไปรอที่วัดไม่ทันยามเซิน เมื่อไปถึงลงเดินไม่กี่ก้าว วิญญาณอู่ซื่อก็ลอยล่องผ่านหน้าปันจินไปอย่างรวดเร็ว อาเถารับหมวกกันลมมาจากเจ้านาย เดินตามปันจินไปเงียบๆ

     อู่ซื่อก้าวออกจากบ้านครั้งสุดท้ายก่อนล้มป่วยและตรอมใจอยู่บนเตียงคือวันที่ทำพิธีฝังสามี บัดนี้ได้มาเยือนอีกครั้ง ความรู้สึกมากมายต่างพรั่งพรูมารวมกัน

     “ท่านพี่” เสียงร่ำไห้อย่างโหยหาระคนยินดีดังขึ้น

     ท่านหญิงพบว่าแม้แต่ผีพี่สาวยังเบือนหน้าไปอีกฝั่ง เอาแต่ถูจมูกไปมาเหมือนคนพยายามระงับความเศร้า

     “พี่สาว ท่านอยากร้องก็ร้องเถอะ” คนงามเชิดหน้า ทำเหมือนไม่ยี่หระทั้งที่เรื่องตรงหน้าสะเทือนใจนัก

     “ข้าเปล่าเสียหน่อย” ปันจินไม่อยากต่อความกับอีกฝ่ายซึ่งพยายามกลบเกลื่อนสุดกำลัง จึงเดินถือถุงแพรที่ด้านในมีกระดิ่งอยู่ไปหยุดอยู่หน้าหลุมศพ สาวใช้ร่างอวบด้านหลังได้แต่สอดสายตาไปมาทั่วบริเวณเงียบเหงาวังเวงนี้ โชคเข้าข้างที่อากาศไม่แย่นัก แสงอาทิตย์สาดส่อง ทำให้บรรยากาศดีขึ้นเป็นกอง

     “ท่านป้า หมดห่วงเสียที”

     “ท่านหญิง” วิญญาณสตรีชุดน้ำเงินได้สติ ผละจากหลุมมาคุกเข่าคำนับให้อีกฝ่ายด้วยความตื้นตันล้นพ้น “ชาตินี้ข้าไม่สามารถทดแทนบุญคุณท่านได้ หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอเกิดมารับใช้...”

     “ท่านป้า!” ปันจินส่ายหน้า ร้องห้ามเป็นพัลวัน “ข้าเพียงทำในสิ่งที่ทำได้เท่านั้น อย่าคิดมากไปเลยนะ”

     “ท่านหญิง ลดเสียงลงหน่อยเจ้าค่ะ” อาเถารีบป้องปาก ชำเลืองมองไปยังรถม้า เห็นสารถีตั้งหน้าตั้งตากินหมั่นโถวกับผักดองที่นำติดมาเป็นอาหารกลางวันถึงวางใจ “ดีร้ายที่นี่ก็เป็นสุสาน ท่านเร่งมือสักหน่อยคงปลอดภัยกว่า”

     อาเถาเกรงว่าเกิดปันจินถูกวิญญาณตามรบกวนจะยิ่งแก้ไขลำบาก

     “ข้าเห็นด้วย” ผีพี่สาวย้ำ แม้ยังไม่พบพลังงานแฝงความพยาบาทหรืออาวรณ์ต่อโลกแถวนี้ แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ แกะหายแล้วอุดคอกจะมีประโยชน์อันใด ตัวปันจินเองก็ทราบว่าความสามารถพิเศษอาจนำมาซึ่งปัญหา ยิ่งอยู่ท่ามกลางสถานที่ฝังผู้วายชนม์ยิ่งไม่สมควรประวิงอยู่นาน

     “อืม นำอาหารกับสุราออกมา” อู่ซื่อมองดูสาวใช้ร่างอวบทยอยนำทุกอย่างออกมาจัดวางด้านหน้าพร้อมเทสุราหน้าหลุมทั้งสองก็พาลน้ำตาปริ่มอีกระลอก มองดูเถาวัลย์ที่ระเกะระกะก็มั่นใจว่าบุตรชายไม่เคยมาดูดำดูดีเลย

     หลังอาเถาใช้ถาดไม้ที่อยู่ในตะกร้าขุดหลุมเล็กๆ ระหว่างหลุมของอู่ซื่อและสามีแล้ว ปันจินหยิบเอากระดิ่งลมออกมา จัดการฝังมันลงไป

     “ท่านป้า ขอให้ท่านและสามีไปเกิดในภพภูมิที่ดี พรั่งพร้อมด้วยลาภยศและเงินทอง มีลูกหลานเชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล”

     วิญญาณพี่สาวเองก็ประนมมือ กล่าวในทำนองเดียวกัน เหลือเพียงอาเถาที่ได้ยินเจ้านายพูดก็รีบหลับตาและเลียนแบบปันจินทุกอย่าง

     “ท่านหญิง ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆ” อู่ซื่อยิ้มกว้าง นัยน์ตาไม่แดงก่ำอีกต่อไปทว่ายังมีหยดน้ำคลอหน่วงเหนี่ยว นางลอยไปหยุดอยู่ใกล้บริเวณที่ฝังกระดิ่งลมแทนใจ ร่างซึ่งเดิมโปร่งใสเลือนหายไปทีละน้อย เกิดเป็นแสงระยิบระยับสะท้อนกับไอแดด ปันจินไม่เคยประสบสิ่งนี้มาก่อน นางสบตากับวิญญาณสตรีข้างกาย หัวใจล้นปรี่ด้วยความปีติ

     “ท่านหญิง ขอให้ท่านมีความสุข ครองคู่กับคนรักจวบจนเส้นผมหงอกขาว ไม่พรากจากกัน...” น้ำเสียงสุภาพ แววตาจริงใจ ทุกสิ่งจางไปกับสายลมวูบหนึ่งที่หอบเอาใบไม้แห้งสีแดงส้มบนพื้นให้หมุนเป็นวง

     ปันจินลุกขึ้นยืน รับหมวกกันลมจากอาเถามาสวม หันหลังเดินกลับไปยังรถม้า หัวใจผู้ให้เต็มตื้น ปล่อยสุสานสกุลอู่เอาไว้เบื้องหลัง

     “ทำได้ดีมาก” ทั้งวิญญาณพี่สาวและอาเถาต่างส่งยิ้มให้นางโดยมิได้นัดหมาย เห็นได้ชัดว่าแม้สาวใช้ไม่ค่อยอยากให้เจ้านายออกมาทำเรื่องเสี่ยงอันตรายพรรค์นี้ แต่พอเสร็จสิ้นก็รับรู้ถึงความตั้งใจ

     รถเทียมม้าวิ่งกลับไปตามทางสายเดิม หลังพ้นเขตหมู่บ้านเล็กๆ ก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางสายหลัก ผ่านไปสักครู่ใหญ่นางเริ่มมองเห็นบ้านเรือน ทั้งยังมีแผงขายอาหาร หอสุรา ร้านค้า คาดว่าคงใกล้เข้าสู่ตัวเมืองแล้ว ขณะกำลังขบคิดกับตนเองว่าสมควรไปพบวิญญาณเด็กหนุ่มผู้นั้นเมื่อไหร่ จู่ๆ เกิดเสียงดังเอะอะมะเทิ่งขึ้น ปันจินพยักหน้าให้อาเถาเลิกม่านมอง พบว่ามีกลุ่มคนล้อมวงทุ่มเถียงจนหน้าดำหน้าแดง

     “มีคนวิวาทกันด้านหน้าขอรับ” สารถีร้องบอก เกาศีรษะคิดหาวิธีใช้เส้นทางอื่น ประจวบกับรถเทียมม้าคันหน้าเองเริ่มขยับไปฝั่งซ้าย ค่อยๆ เคลื่อนที่เลาะไปใกล้แผงขายของอย่างระมัดระวังเขาจึงทำตาม

     “ช่างกระไรเสียจริง อากาศดีแท้ๆ กลับมีเรื่องเสียได้” สาวใช้ถอนหายใจ

     เสียงโหวกเหวกดังแว่วเป็นระยะ มีทั้งถ้อยคำด่าทอท้าทายผสมกัน กระทั่งรถม้ากำลังผ่านบริเวณที่มีชายฉกรรจ์ทะเลาะเบาะแว้งก็เกิดการลงไม้ลงมือขึ้น อีกฝ่ายตรงเขาชกต่อยทุบตี ก่อนผลักคู่กรณีเซมากระแทกรถม้าที่ปันจินโดยสารเข้า

     “ยังมิมีผู้ใดมาห้ามปรามอีกหรือ” แรงสะเทือนทำให้อาเถาที่กำลังบ่นหวีดร้องขึ้น สารถีมองความยุ่งเหยิงชุลมุนก็รีบเร่งลงมาไล่ให้ออกไปพ้นจากรถม้าของตน ครั้นจะเข้าไปกลางวงก็เกรงถูกลูกหลง ได้แต่ยืนชี้ไม้ชี้มือห้ามปราม

     “ว้าย” อาเถาส่งเสียงพลันเข้าไปประคองเจ้านายสาว ปันจินเห็นท่าไม่ดี เร่งสาวใช้ลงไปด้านล่างก่อนเพื่อความปลอดภัย

     “ระวังเจ้าค่ะ” นางกำลังจะส่งมือให้สาวใช้ ฉับพลันแรงกระแทกครั้งที่สามก็ทำจนเองเสียหลัก

     “ระวัง!” เสียงผีพี่สาวดังขึ้น ประสานกับเสียงทุ้มต่ำของบุรุษ

     หมวกสานกันลมของนางตกลงพื้น หยุดอยู่ระหว่างปลายรองเท้านางและรองเท้าบุรุษสีเข้ม

     “เป็นอะไรหรือไม่” บุรุษหน้าตาสะอาดหมดจดชวนมองผู้หนึ่งประคองปันจินไว้ เขาอยู่ในเสื้อหม่ากว้า๑๙สีเขียวเข้ม นัยน์ตาเป็นประกายสดใสเฉกแสงตะวัน “มีคนไปแจ้งทางการแล้ว อีกเดี๋ยวคงหมดเรื่องหมดราว”

     ปันจินดึงมือขวาที่เขาคว้าไว้ทันออกก่อนถอยหลังมาสองสามก้าว นางแต่งงานแล้วไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวบุรุษอื่น สตรีสองสามคนที่อยู่ใกล้ๆ พากันป้องปากเมียงมอง สนอกสนใจคนตรงหน้า

     “ขอบคุณมาก” นางรู้ว่าช่างเป็นการเสียมารยาทหากนำรูปลักษณ์เขาไปเทียบกับสามี เพียงแต่ในใจยังคงเอนเอียงว่าลู่ฉินหล่อเหลาชวนมองกว่า

     อาเถาถลามาหาด้วยสีหน้ากังวล กำลังจะเรียกท่านหญิงแต่ด้วยมีไหวพริบจึงยั้งปากไว้ทัน สาวใช้มิต้องการให้ผู้คนล่วงรู้ว่าสตรีข้างกายเป็นท่านหญิงสูงศักดิ์ “ขอบคุณคุณชายมากเจ้าค่ะที่ช่วยคุณหนูของข้าไว้”

     “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจ” ไม่กี่อึดใจถัดมาคนของทางการก็มาถึงที่เกิดเหตุ ชาวบ้านซึ่งพากันมุงดูต่างสลายตัวรวดเร็ว ท้องถนนเปิดกว้างทันตา ผิดกับเมื่อครู่ราวหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อสารถีเข้าประจำที่ พวกนางก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อทันที

     “พวกเรารีบไปกันเถอะ” ปันจินใคร่อยากเดินทางเต็มทน

     “แม่นาง...” บุรุษที่ช่วยนางไว้ร้องเรียก ก้มลงเก็บหมวกกันลมปัดฝุ่นก่อนยื่นแก่นาง “หมวกของท่าน”

     เสียงใสเอ่ยขอบคุณ เสียงฝีเท้าอาชากระทบพื้นอีกครา ผ่านไปเนิ่นนานบุรุษผู้นั้นยังคงยืนมองจนลับสายตา

     “บอกจะออกมาดูคนตีกันครู่เดียว เจ้าหายมานานขนาดนี้นึกว่าเข้าไปร่วมวงกับเขาเสียแล้ว” ชายอีกคนเดินเข้ามาตบไหล่สหาย เอ่ยกระเซ้าอย่างสนิทสนม

     “สวีเจี้ยนหลิง ทุกคนอุตส่าห์มารวมตัวฉลองเพราะเจ้าได้เลื่อนขั้น เข้าไปด้านในเร็วเข้า อย่าคิดว่าเป็นจ้วงหยวน๒๐แล้วสามารถทำตามอำเภอใจได้นะ” บุรุษนามสวีเจี้ยนหลิงคลี่ยิ้มกว้าง เดินตามสหายกลับเข้าไปในหอสุรา

     รถม้าของแม่นางคนเมื่อครู่มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองหลวง ลางสังหรณ์บอกเขาว่าต้องได้พบเจ้าของดวงตาชุ่มฉ่ำหวานล้ำคู่นั้นอีกแน่นอน


     ทั้งที่ขาไปทุกอย่างราบรื่นไร้ปัญหา ขากลับต้องรีบทำเวลาจนนางใจหายใจคว่ำ ปันจินตัดสินใจพาอาเถาลงจากรถม้าตั้งแต่ยังไม่ถึงประตูทางเข้าวัด พวกนางเดินลัดเลาะหอระฆังออกไปจนพบกับบ่าวไพร่ในจวนที่รอรับอยู่ โชคดีที่ผีพี่สาวกระซิบเตือน ไม่เช่นนั้นหากพวกเขาพบสะใภ้รองนั่งรถม้าอีกคันมาจอดคงหาข้อแก้ตัวลำบาก

     ครั้นกลับมาถึงเรือนของตน นางรีบสั่งให้รีบยกน้ำเข้ามาเพื่ออาบชำระกายทันที หลังสระผมจนรู้สึกโล่งสบาย อาเถาก็เรียกสาวใช้อีกคนมาช่วยกันเช็ดเส้นผมเป็นการด่วน ด้วยเกรงว่าอากาศที่เย็นลงอาจทำให้เจ้านายเป็นหวัดได้

     “พอแล้วอาเถา ข้าเช็ดต่อเอง เจ้าไปพักเถอะ” คนสนิทออกไปกับตนมาทั้งวัน ยามนี้เรื่องที่ต้องการจะทำก็ทำสำเร็จหมดแล้ว ให้ผู้อื่นไปพักบ้างไม่เสียหายอะไร

     “แต่ว่าผมของท่านยัง...”

     “อาเถา”

     “เจ้าค่ะ” เมื่อถูกย้ำอาเถาก็ไม่กล้าค้านใดอีก นางหับบานประตูไม้ลง ปล่อยให้ปันจินนั่งเช็ดผมตัวเองไปเรื่อยๆ ลำพัง กระทั่งลู่ฉินกลับมาถึง ผมของนางก็เกือบแห้งพอดี

     “ท่านพี่ หิวหรือไม่เจ้าคะ” เขากลับมาเร็วผิดปกติ คาดว่าคงปฏิเสธไม่ไปกินดื่มต่อกับสหาย นางเดินตามเขาไปยังห้องเล็กด้านข้าง ช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตามความเคยชิน

     “ภรรยา เจ้าไปซุกซนที่ใดมา” สุ้มเสียงราบเรียบทุ้มต่ำเล่นเอามือที่กำลังช่วยปลดเครื่องแบบราชองครักษ์ชะงัก

     ท่านหญิงปันจินเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ฝ่ามือชื้นเหงื่อขึ้นฉับพลัน ชายหนุ่มหันกลับมาพลันคลี่ยิ้มบาง เลิกคิ้วหนาเป็นเชิงถาม

     ในขณะที่แฝดพี่อย่างหนิงเฉิงมีเค้าโครงคมคายเช่นบิดา ใบหน้าของชายหนุ่มกลับดูนุ่มนวลคล้ายคลึงมารดาหลายส่วน ทำให้ดูละมุนละไมยิ่ง

     “ไปเล่นสนุกไยไม่ชวนข้า” เขาชี้ไปยังหมวกสานกันลมที่นางวางไว้บนชั้นไม้ ขอบด้านหนึ่งคล้ายถูกโคลนเปื้อนเป็นวงใหญ่ นางหน้าชาวาบ ค่อนขอดอาเถาในใจว่าไฉนนำเสื้อผ้าวันนี้ไปแล้วไม่หยิบเอาหมวกนี่ออกไปด้วย คงเป็นเพราะยามบุรุษผู้นั้นส่งมันคืนให้ นางเพียงรับมาวางไว้ข้างกาย ไม่ได้หยิบสวมใส่อีก จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่ามันเลอะเทอะ

     คิดถึงตรงนี้นางได้แต่ครางเสียงอ่อน “ท่านพี่ คือข้า...”

     ลู่ฉินยื่นหน้ามาใกล้ เจ้าของฉายาบุรุษหยกสอดนิ้วเข้าไปในเรือนผมนุ่มลื่นหอมกลิ่นน้ำมันบุปผาจางๆ

     “หืม ว่าอย่างไร”

     นางคลับคล้ายเห็นอนาคตว่าอีกประเดี๋ยวต้องกลายเป็นมะพลับนุ่มนิ่มให้เขาบีบเล่น๒๑จนสาแก่ใจ



๑๗คำว่าว่อฝอหมายถึงพระนอน เป็นคำเรียกวัดที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ส่วนใหญ่มักมีชื่อทางการอื่น เพียงแต่ชาวบ้านเรียกกันอย่างติดปากถึงพระนอนที่ประดิษฐานอยู่

๑๘ ยามเซิน ช่วงเวลาประมาณ ๑๕.๐๐-๑๖.๕๙ น.

๑๙หม่ากว้า เสื้อคลุมสำหรับสวมทับชุดยาวของชาวแมนจู มีความยาวถึงช่วงเอว

๒๐จ้วงหยวน หรือ จองหงวน คือผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาผู้เข้าสอบบัณฑิตทั้งหมด

๒๑ มะพลับนิ่ม หมายถึงคนอ่อนแอไร้อำนาจ มักตกเป็นเบี้ยล่างผู้อื่น



ช่วงเม้ามอยกับซือซิง ʕ •ᴥ• ʔ
มีตัวละครใหม่ออกมา รูปหล่อซะด้วย =.,=  
ส่วนผีพี่สาวยังไม่ได้เบาะแสอะไรเป็นเรื่องเป็นราว น่าสงสาร แต่อย่างน้อยบทนี้ปันจินได้ช่วยให้ใครบางคนหมดห่วง
เหลือแต่ว่าเจ้าลูกพลับจะรับมือสามียังไงนี่สิ 55555 จากนิสัยลู่ฉิน บทหน้าคงไม่ธรรมดาแน่นอน อิอิ

ด้วยรัก

ซือซิง
19/08/18


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #742 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:42
    ท่านพี่นี่ควรจะเป็นพวกนักสืบมากกว่า อ่านคนเก่งมาก
    #742
    1
    • #742-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 21:13
      เดี๋ยวท่านพี่มีบทให้โชว์สกิลอีกค่ะ
      #742-1
  2. #356 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 16:07

    ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่น้อง สามีจับได้ ว่าแล้ว

    #356
    1
  3. #198 บทมากร (@sawari-friend) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:46

    ปันจินจะตอบว่าอย่างไรน้า แล้วลู่ฉินจะทำยังไง มีหนุ่มมาต้องใจปันจิน^_@

    #198
    1
  4. #152 หน่อย? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 22:10

    มีสามีฉลาดก็ยากหน่อยนะคะ

    #152
    1
  5. #151 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 21:30

    มีหนุ่มมาหลงรักภรรยาแล้วนะท่านพี่

    #151
    1
  6. #150 niceday777 (@niceday777) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 10:12
    มีผู้มาใหม่ รอดูว่าไหน้ำส้มของท่านพี่จะขนาดไหน
    #150
    1
  7. #149 avid reader (@naru712) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 08:09
    มีแววไหนำ้ส้มแตกฮึๆๆ
    #149
    1
    • #149-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      20 สิงหาคม 2561 / 14:17
      เรามาดูกันว่าไหน้ำส้มเลเวลไหน สู้ช่างอิ่นกับตันหลิวได้ไม๊ =.,=
      #149-1
  8. #148 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 06:52

    มีหนุ่มเพิ่มมาอีกคน ดีว่าตบแต่งกันเรียบร้อย ไม่ต้องพะวงว่าจะลงเรือผิดลำ

    #148
    1
  9. #146 deedee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 02:27

    ลู่ฉินจะทำยังไงเนี่ย มีหนุ่มหล่อมาชอบปันจิน

    #146
    1
  10. #145 Meow270433 (@Meow270433) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 00:35

    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไป
    #145
    1
  11. #144 quantumguru (@quantumguru) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:43
    รอยะคะ
    #144
    1
  12. #143 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:28
    หล่อๆๆก็เสียดายอะ
    #143
    1
  13. #142 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:28
    หล่อๆๆก็เสียดายอะ
    #142
    1
  14. #141 hellominky9549 (@hellominky9549) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:24

    ใครนะหนุ่มหล่อที่โผล่มา
    #141
    1
  15. #140 MAYzaa (@pung_may) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:08
    ลู่ฉินนนจะทำอะไรปั่นจินนน บ่อยๆหน่อยนะปั่นจินอ่อนแอ555555 รอเรื่องผีพี่สาวอยากรู้แล้วววว่าพี่สาวเป็นใคร เอาล่ะลู่ฉินมีคู่แข่งแล้วนะระวังตัวไว้ด้ย55555 สู้ๆคาะไรท์รออยู่ทุกวันน้าาา มาอัพเร็วๆนะคะ ^ ^
    #140
    1
    • #140-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      20 สิงหาคม 2561 / 00:18
      เดี๋ยวๆ ตกลงสงสารน้องหรือเข้าข้างลู่ฉิน 5555
      #140-1
  16. #139 fangchada (@fangchada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 22:51

    จะรอน้าาา
    #139
    3
    • #139-2 fangchada (@fangchada) (จากตอนที่ 9)
      20 สิงหาคม 2561 / 22:36
      นอนรอเลยอิอิ
      #139-2
    • #139-3 fangchada (@fangchada) (จากตอนที่ 9)
      20 สิงหาคม 2561 / 22:37
      นอนรอเลยอิอิ
      #139-3
  17. #138 Femeela (@Femeela) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 22:19

    รอตอนต่อไป อิอิ
    #138
    1
  18. #137 ped.ped (@pedpd1122) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 22:16
    เค้าจะรอน้าาาาาาา สู้ๆ เยิฟ
    #137
    1