ตอนที่ 8 : บทที่เจ็ด - เสียงกระดิ่งลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 458 ครั้ง
    25 พ.ย. 61

**Rewrite 25/11/18
 


บทที่เจ็ด เสียงกระดิ่งลม

     “พี่สะใภ้รอง”

     เสียงของหมิงเฉียนเรียกสติหญิงสาวกลับคืน ปันจินรีบคล้องแขนอีกฝ่ายไว้ราวหาที่ยึดเหนี่ยว วิญญาณเด็กหนุ่มเบื้องหน้าดูร้อนรนระคนเกรี้ยวกราด พยายามยื่นหน้าเข้าหาเพื่อบอกความต้องการซ้ำๆ เน้นย้ำให้รับปากช่วยเหลือมัน ท่านหญิงเบือนหน้า เอียงซบอยู่กับน้องสามี ไม่ต้องการเห็นภาพที่เป็นดังฝันร้ายอีก

     “พี่สะใภ้ ข้าจะพาท่านไปนั่งพัก” หมิงเฉียนเข้าช่วยพยุงอีกฝ่ายไปยังชุดเก้าอี้รับรองมุมหนึ่งของร้าน เกาฮูหยินสั่งให้ผู้ติดตามช่วยรินน้ำชาส่งให้ ทุกคนดูวิตกกับท่าทางคลับคล้ายคนจะเป็นลมนั่นพอสมควร

     “เจ้ากล้าเสแสร้งเป็นไม่ได้ยิน” ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ลดราวาศอกง่ายๆ มันล่องลอยตามมา หรี่ตาลง ส่งผลให้ใบหน้าซีกซ้ายที่เป็นแผลยิ่งดูยับยู่ ชวนขนหัวลุุก “ข้าจะตามเจ้าไป ดูสิว่าจะทนได้นานสักแค่ไหน”

      “พอได้แล้ว” เสียงสตรีแหบแห้งดังขึ้น ปันจินที่ก้มหน้ามาตลอดเงยหน้าขึ้น พบวิญญาณสตรีชุดสีน้ำเงินปรากฏตัวอยู่ข้างวิญญาณเด็กหนุ่ม “จะระรานผู้ที่อยู่คนละโลกกับเราไปทำไมกัน”

     คนถูกเอ็ดย่นคอ มองไปคล้ายมารดากำลังสั่งสอนบุตรชาย ผิดตรงที่ทั้งสองแต่งกายแตกต่างกันสิ้นเชิง ในขณะผู้หนึ่งใส่ผ้าเนื้อหยาบ ตัดเย็บไม่ละเอียด อีกฝ่ายกลับอยู่ในชุดสีน้ำเงินเรียบง่าย ทว่าลายปักประณีตยิ่ง พอคาดเดาได้ยามมีชีวิตอยู่หาใช่ชาวบ้านธรรมดาสามัญ

     “แม่นาง อย่าโกรธเจ้าเด็กเลือดร้อนคนนี้เลย เขาเพียงมีห่วงกับโลกแต่มิได้มีเจตนาร้ายต่อท่านแน่นอน” น้ำเสียงปลอบนุ่มนวลคล้ายผู้อาวุโสในบ้าน ชวนให้หัวใจที่เกือบกระดอนออกนอกอกซ้ายของปันจินเริ่มเต้นด้วยจังหวะสงบลง

     “ท่านก็พูดได้สิ อย่างไรสามีท่านก็ตายไปแล้ว...” เด็กหนุ่มพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนลอยห่างออกไปไม่วายหันมองปันจิน อ้าปากคล้ายมีสิ่งใดจะพูดแต่ท้ายสุดกลับเลือกสะบัดหน้า ก่นด่านางว่าเป็นพวกคนรวยใจแคบ พวกคุณหนูใจเสาะ

     จู่ๆ ถูกว่าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อให้เป็นท่านหญิงผู้ไม่ถือสาเอาความย่อมอารมณ์เสียเป็นธรรมดา

     “อย่าเก็บไปใส่ใจ” วิญญาณสตรีชุดน้ำเงินมีดวงตาแดงก่ำ นั่นไม่ได้เสริมให้น่ากลัวแต่กลับเรียกให้น่าเวทนา คล้ายคนที่ร่ำไห้อย่างหนักเป็นเวลานาน

     ปันจินไม่อาจตอบอะไรกลับไปเพราะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย นางจึงสบตาพอให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนทราบแล้ว

     “พี่สะใภ้ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง” หมิงเฉียนยอบกายลงกุมมือนางไว้

     “ตอนข้ายังมีชีวิตอยู่ เฝ้าอ้อนวอนสวรรค์ให้ประทานบุตรสาวสักคนแต่กลับไม่สมปรารถนา ถ้าหลุดพ้นห่วงเมื่อใด หวังว่าชาติหน้าคงได้สมใจ” คำรำพันนี้มาพร้อมความเย็นวาบจากฝ่ามือโปร่ง วิญญาณหญิงวัยกลางคนวางมือซ้อนทับกับหมิงเฉียนลงบนมือนาง การกระทำนั้นเรียกความทรงจำแย่ๆ ให้หวนคืน เพียงแต่ปันจินรู้สึกได้ว่านั่นเป็นเพราะความแตกต่างของสัมผัสระหว่างผู้ที่อยู่ต่างภพ หาได้มีความมุ่งร้ายปะปนมา

     เมื่อวิญญาณถอยห่างกลับไปยังริมหน้าต่าง ท่านหญิงจึงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับใบหน้าก่อนส่งถ้วยชาคืนแก่สาวใช้

     “ทำทุกคนวุ่นวาย ขออภัยด้วย”

     “ท่านหญิงกล่าวหนักเกินไปแล้ว ของพวกนี้เลือกซื้อวันไหนก็ได้อย่ากังวลเลย” เกาฮูหยินส่ายหน้า ยังอยู่คุยเป็นเพื่อนท่านหญิงครู่ใหญ่กระทั่งมีคนรู้จักเข้ามาทักทายจึงปลีกตัวไป

     “ข้าไม่อยากดูเครื่องประดับแล้วเจ้าค่ะ” เด็กสาวกล่าว แววตาจริงจัง “พวกเรากลับจวนกันเถอะ”

     “เจ้ายังไม่ได้ซื้อต่างหูสักคู่หรือปิ่นสักชิ้น จะกลับได้อย่างไร” ปันจินรู้ตัวว่าเป็นสาเหตุให้น้องสามีหมดสนุก นางจึงยืนกรานให้อีกฝ่ายเดินดูเครื่องประดับให้ทั่วเสียก่อน

     “แต่ว่า” หมิงเฉียนสองจิตสองใจ เกรงว่าหากอีกฝ่ายเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาถึงตอนนั้นนางคงรับมือพี่ชายคนรองไม่ไหว

     “พี่สะใภ้รองของเจ้าไม่เป็นอะไรจริงๆ” ปันจินลงบนหลังมือเด็กสาว ยืนยันหนักแน่น “ข้าขอนั่งพักสักประเดี๋ยว แล้วจะลุกไปช่วยเจ้าเลือกอีกแรงดีหรือไม่”

     “เจ้าค่ะ ถ้าท่านไม่สบายตรงไหนต้องรีบเรียกข้าเลยนะเจ้าคะ” เด็กสาวเน้นย้ำก่อนยอมผละไปชมสินค้าอื่นโดยดี ครั้นเห็นผู้อื่นไปแล้วจึงสั่งความผู้ติดตามพลางยื่นมือไปหาสาวใช้ร่างท้วมของตน “พวกเจ้าตามไปดูแลคุณหนูให้ดี อาเถา พาข้าไปสูดอากาศที”

     ปันจินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปล่อยอาเถาประคองตนเองไปจนถึงขอบหน้าต่างไม้บานใหญ่

     “แม่นาง...” วิญญาณตนเดิมจับจ้องนางด้วยความงงงวย

     “อาเถา หันหลังกลับไป หากใครมาเจ้าก็รีบบอกข้า”

     “ท่านหญิง” อาเถากะพริบตา กำลังจะเอ่ยแย้งก็ถูกสายตาของเจ้านายปรามไว้ นางยอมหันกายกลับไปแต่โดยดี ก่อนจะตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสตรีด้านหลัง

     “ท่านป้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าท่านตายที่นี่”

     “ท่านหญิงคุยกับผู้ใดเจ้าคะ หรือว่า...”

     “อาเถา ไว้จะเล่าให้ฟัง เจ้าหันหลังกลับไปก่อน คอยดูไว้” สาวใช้กลืนน้ำลาย มั่นใจนักหนาว่าท่านหญิงของตนกำลังสนทนากับใครบางคนที่มองไม่เห็นแน่นอน

     “ท่านป้า” หากลูกค้ารายอื่นมองมาดูเหมือนปันจินเพียงยืนรับลมอยู่ข้างหน้าต่างเท่านั้น

     “ท่านสามารถเรียกข้าว่าอู่ซื่อ” สตรีวัยกลางคนประสานมือค้อมเอวอย่างนอบน้อม ได้ยินสตรีร่างอวบผู้นั้นเรียกอีกฝ่ายว่าท่านหญิง เกรงว่านางคงไม่ใช่หญิงสาวธรรมดา ด้วยนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนตั้งแต่ครั้งสมัยยังมีชีวิต นางจึงเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง

     “สามีข้าแซ่อู่ เคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่รับคำร้องประจำศาล เขาตายไปได้สามปีแล้ว”

     “ท่านป้า แล้วท่านเล่า ไฉนมาอยู่ที่หออัญมณีแห่งนี้”

     “ข้ามาอยู่ที่นี่เพราะของสิ่งนั้นเจ้าค่ะ” ปลายนิ้วชี้ไปยังกระดิ่งลมเสียงใสซึ่งห้อยอยู่เหนือศีรษะปันจิน “กระดิ่งลมหยกนี่สามีข้าเป็นคนซื้อให้ตั้งแต่เมื่อยี่สิบห้าปีก่อน” สีเขียวอ่อนของมันล้อกับแสง ทุกครั้งที่สายลมเอื่อยๆ พัดมาจากส่งเสียงกังวานเบาๆ มีลวดลายใบไม้แกะสลักอยู่รอบๆ มองเพียงปราดเดียวก็ทราบว่าเป็นของมีราคา “พวกเรามีลูกชายสองคน แต่ลูกชายคนโตของข้าป่วยตายไปตอนอายุได้สิบขวบ ดังนั้นพวกเราสองสามีภรรยาจึงประคบประหงมดูแลบุตรคนเล็กเป็นอย่างดี ไม่นึกเลยว่า...”

     ปันจินมองแววตาแดงก่ำทว่าไร้ความอาฆาตคู่นั้น ฟังเรื่องราวของวิญญาณที่เผชิญ

     อู่ซื่อเป็นบุตรสาวของร้านขายผักเล็กๆ ย่านชานเมือง นางได้แต่งงานกับลูกหลานคนในกองธง อีกฝ่ายเป็นบุรุษหน้าตาธรรมดาหากมีนิสัยซื่อสัตย์มั่นคง ทั้งยังรักใคร่ภรรยายิ่ง สองสามีช่วยกันก่อร่างสร้างตัว เขาสอบบรรจุตำแหน่งเสมียน และค่อยๆ ก้าวหน้าอย่างช้าๆ ก่อนตายทำขุนนางขั้นเจ็ดเจ้าหน้าที่รับคำร้องประจำศาลซุ่นเทียน นับว่ามีหน้ามีตาไม่น้อย ตามที่อู่ซื่อเล่า บุตรชายคนโตถูกพรากไปด้วยโรคภัย ดังนั้นทั้งสองจึงดูแลเอาใจใส่บุตรชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวเป็นอย่างมาก อาจเพราะเหตุนี้ถึงเสียนิสัย เอาแต่ใจตนเองเสมอ คบหาสหายเลว พากันก่อเรื่องก่อราวให้บิดามารดาต้องก้มหัวขอโทษผู้อื่นบ่อยครั้ง

     “บางคราวเพียงลมปากย่อมไม่อาจแก้ไขเรื่องราว จำต้องใช้เงินเข้าช่วย ข้ากับสามีเก็บหอมรอมริบเอาไว้ไม่น้อย ข้าเองมีรายได้จากการปักผ้าฝากผู้อื่นขายอยู่บ้าง ทุกอย่างสมควรคลี่คลายถ้าลูกชายข้ากลับตัวกลับใจ” เพียงย้อนคิดถึงเรื่องราวในอดีต วิญญาณในชุดสีน้ำเงินก็แทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

     “ช่วงเวลานี้เมื่อสามปีก่อน สามีข้าเริ่มป่วย ข้าตามหมอมารักษาและค้นพบว่าเงินบางส่วนที่เก็บไว้หายไปหมดแล้ว”

     คืนนั้นนางยืนส่งท่านหมอและผู้ช่วยออกนอกประตูทั้งน้ำตา แม้หมอไม่เก็บค่ารักษาเพราะสงสารอู่ซื่อและสามี อย่างไรเสียค่ายาที่นางต้องซื้อหาให้สามีกินแพงเกินไป ลองคำนวนดูพบว่าไร้ปัญญาหามาในเวลาอันสั้น คืนนั้นเองเช่นกันนางตบหน้าบุตรชายเป็นครั้งแรก อู่ซื่อทราบว่าอีกฝ่ายขโมยเงินไปเข้าบ่อนพนัน นางแค้นใจจนแทบอยากฉีกเขาเป็นชิ้นๆ แต่นั่นก็คือเลืิอดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ คนเป็นแม่ไม่มีทางกระทำได้ลงคอ

     โชคเข้าข้างที่เถ้าแก่ซึ่งรับงานปักผ้านางไปขายช่วยหารายได้เสริมให้ นางจึงรับงานเย็บผ้ามาทำที่บ้าน กลางวันคอยดูแลสามี ตกกลางคืนตั้งหน้าตั้งตาปักผ้า แต่อู่ซื่อเองอายุอานามไม่ใช่น้อยแล้ว สังขารย่อมไม่ยินยอมถูกทรมานเคี่ยวกรำ บางคราเผลอสัปหงก ฝีเข็มแทงพลาดเข้าเนื้อจนเลือดไหล นางยังกลั้นเสียงไว้ มองสามีที่หลังกินยาก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นบ้างบนเตียงเตา กดความชอกช้ำใจไว้ในซอกลึก ตั้งหน้าเย็บเสื้อหนาวมากมายให้ผู้อื่นได้ซื้อหานำไปสวมใส่

     “สมัยยังเป็นสาวรุ่นไม่ประสีประสาข้าเคยคิดว่าขอให้ตนเองจากไปก่อน” อู่ซื่อรำพึง “เพียงคิดว่าต้องมองเขานอนนิ่งไม่ไหวติง หัวใจก็แทบหยุดเต้น แต่ท่านรู้หรือไม่ เมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ หัวใจข้ายังเต้นอยู่ ยังมีลมหายใจ เพียงแต่ข้าไม่เป็นข้าอีกต่อไป”

     “ท่านป้า ท่านตรอมใจใช่หรือไม่” ท้ายประโยคเสียงปันจินแผ่วลง อีกฝ่ายคลี่ยิ้มจาง นัยน์ตาฉายแววโหยหาใครบางคนลึกซึ้ง

     “ข้าเองก็ไม่ทราบ รู้เพียงร่างกายป่วยกระเสาะกระแสะไม่อยากทำสิ่งใด คงเป็นผลจากการตรากตรำทำงานด้วยกระมัง เขาจากไปยามไฮ่ในคืนที่หิมะตกหนัก ไม่ถึงหน้าร้อนข้าก็สิ้นใจตาม”

     ลมหนาวพัดผ่านอีกครา เสียงกระดิ่งลมดังขึ้น ใสกังวานดุจหัวใจของผู้ให้

     เขาเป็นบุรุษของนาง

     ก่อนสิ้นลมอู่ซื่อนอนป่วยอยู่บนเตียง มองดูของแทนใจเหนือหน้าต่างเป็นครั้งสุดท้าย แสงจันทราอาบไล้ไปบนหยกเนื้อดี เสียงแผ่วแว่วมา ตราตรึงจวบจนลมหายใจปลิดปลิว

     วิญญาณยิ้มกว้าง น้ำตาไหลรินเป็นสาย “ผู้อื่นซื้อแก้วแหวนเงินทองให้ภรรยา ส่วนเขามอบกระดิ่งลมหยกนี่ให้ข้า บอกว่ายามข้าเรียกว่าท่านพี่ช่างหวานไม่แพ้เสียงกระดิ่งลมนี่ ตอนนั้นข้าทั้งฉุนทั้งเขิน จำได้ว่าหยิกเขาไปหลายที”

     “ท่านป้า...” ท่านหญิงปันจินรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว อดสะเทือนใจตามมิได้

     “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะที่เล่าเสียยืดยาว”

     “ตกลงท่านยังไม่ได้บอกข้าว่าไฉนถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

     “ข้าจากไปอย่างมีห่วง คำสั่งเสียคือช่วยใส่กระดิ่งลมนี่ลงในโลง แต่ข้าตายได้ไม่ถึงสามวันลูกชายก็ทยอยขายข้าวของภายในเรือนทิ้ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรข้าหาได้ใส่ใจ มีเพียงของชิ้นนี้ที่อาลัยจนไม่อาจปล่อยวาง” หลังจากนั้นนางร่อนเร่ตามผู้ที่ซื้อต่อไปเป็นทอดๆ จวบจนมันถูกซื้อหามาตกแต่งหออัญมณีซูเซียว

     “บางทีนี่อาจเป็นกรรมที่ข้าต้องรับ” อู่ซื่อถอนใจ กำลังจะยื่นมือไปกุมคนเบื้องหน้าที่อุตส่าห์รับฟังก็พลันถูกร่างโปร่งแสงของใครอีกคนถลาเข้าห้าม

     ผีพี่สาวเคลื่อนมาขวาง แผดเสียงปกป้องปันจินเต็มที่ "อย่ามายุ่งกับนาง!"

     “พี่สาว นางไม่ได้รบกวนข้า นางช่วยข้าเอาไว้” ปันจินละล่ำละลักแก้ไขความเข้าใจผิด อาเถาซึ่งยืนสงบเสงี่ยมฟังเจ้านายพูดคนเดียวลอบชำเลืองมองครั้นได้ยินปันจินเอ่ยคำว่าพี่สาว นางอยู่กับท่านหญิงมานาน ย่อมเคยผ่านหูหลายครั้ง

     วิญญาณสาวงามชำเลืองมองสตรีในชุดสีน้ำเงิน ต่อให้ดูไร้พิษสงยังคงไม่วางใจ จากเหตุการณ์หลายครั้งที่เคยประสบ เริ่มแรกดูไม่ร้ายแรง แต่พอไม่ได้ดั่งใจเหล่าวิญญาณมีห่วงก็ลงมือราวีท่านหญิงไม่เลิกรา

     “ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท ขอบคุณท่านป้ามากที่ช่วยน้องสาว”

     “ไม่ต้องเกรงใจ” แม้ทั้งสองจะมีใบหน้างดงาม ทว่าหาได้มีเค้าโครงของพี่น้องร่วมสายเลือด อู่ซื่อเพียงโค้งให้และจากไป ไม่คิดติดใจอันใดอีก พวกเขาต่างอยู่กันคนละโลก แม้แม่นางผู้นี้มีความสามารถที่น้อยคนจะมี แต่พวกนางต่างเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน ไม่คิดวอนขอให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ

     “ท่านได้เบาะแสใดบ้าง” ปันจินเห็นวิญญาณพี่สาวยังเหม่อมองตามอู่ซื่อไป

     “นางเป็นใคร”

     “วิญญาณที่ตามกระดิ่งลมนั่นมา” ปันจินบุ้ยใบไปยังเหนือขอบหน้าต่าง “ท่านพบหรงจู๊ผู้นั้นหรือไม่”

     คนถูกถามพยักหน้า ท่าทางกลับไม่สดชื่นยินดีสักนิด กำลังจะอ้าปากเล่าก็ถูกเสียงของอาเถาขัดขึ้นเสียก่อน

     “ท่านหญิง คุณหนูหมิงเฉียนกำลังเดินมาทางนี้เจ้าค่ะ”

     ปันจินไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากรอซักถามวิญญาณพี่สาวเมื่อกลับถึงจวนภายหลัง


     เมื่อรถม้าใกล้ถึงจวน จู่ๆ ร่างของวิญญาณสาวที่เอาแต่นั่งเงียบเหม่อมองนอกหน้าต่างตลอดขากลับก็ค่อยๆ จางหาย ปันจินสังหรณ์ใจว่าบุรุษสง่างามผู้นั้นอาจ...

     ไม่สิ เขาถึงกับออกมารอนางเชียวหรือ บางทีอาจเป็นความบังเอิญเสียมากกว่า

     “พี่รอง ท่านมายืนทำอะไรตรงนี้เจ้าคะ” หมิงเฉียนมองพี่ชายคนรองซึ่งก้าวมารับตนและปันจินลงจากรถม้าด้วยตัวเอง ด้านหลังยังมีพ่อบ้านกับบ่าวชายที่ถือโคมรอเป็นเพื่อนคุณชายรองอีกด้วย

     ปันจินเห็นเขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในชุดลำลองหาใช่เครื่องแบบจึงอดรู้สึกใจเต้นมิได้ เขาไม่ได้เพิ่งกลับมาถึงทว่าตั้งใจออกมายืนรอ

     “ไฉนกลับมาค่ำมืด” หมิงเฉียนไม่ได้รู้สึกไปเอง แม้เสียงทุ้มเอ่ยกับนางแต่สายตาจับจ้องเพียงภรรยา

     พี่รองเองก็ออกอาการไม่แพ้พี่ใหญ่เลยนี่

     “นานๆ จะออกไปที ข้าเลยถือโอกาสพาท่านหญิงไปเรือนจวี๋ฮวาต่อ พี่รองก็ทราบว่าอาหารที่นั่นเลิศรสเพียงใด”

     “พูดเหมือนผิงจิงไม่ได้หอบเอาสารพันอาหารโปรดของเจ้ามาฝากเป็นประจำอย่างนั้นล่ะ” ลู่ฉินไม่สนใจอาการเม้มปากถลึงตาจากเด็กสาว เพียงยกมือขึ้นดันหน้าผากนางเอาไว้ กำปั้นน้อยๆ ของหมิงเฉียนก็มิอาจสัมผัสเขาได้แล้ว

     “หมิงเฉียน” ปันจินแตะบ่าน้องสามี ทราบว่าอีกฝ่ายมีกิริยาซุกซนไม่เรียบร้อยปรากฏเป็นบางครั้งด้วยเพราะเติบโตมากับญาติๆ ซึ่งล้วนเป็นบุรุษทั้งสิ้น “พี่รองของเจ้าเพียงเย้าเล่น อย่าโมโหไปเลย”

     ทุกคนต่างมองออก สาวน้อยแสร้งทำเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอายยามพี่ชายกล่าวถึงเหอเซ่อลี่ผิงจิง

     เมื่อพี่สะใภ้คนดีหาทางลงให้หมิงเฉียนจึงรีบพยักหน้า เรียกสาวใช้ที่ติดตามออกไปวันนี้กลับเข้าจวน เดิมทีอาเถารั้งรออยู่ พอเห็นว่าท่านเขยเดินเคียงคู่กับผู้เป็นนายก็จงใจทิ้งระยะห่างอยู่เบื้องหลังก่อนเลี่ยงไปจัดการเตรียมน้ำสำหรับล้างหน้าล้างตา

     “หมิงเฉียนสร้างความลำบากใจหรือไม่”

     “ไม่สักนิด ถ้าไม่มีนางข้าคงเบื่อแย่” ทั้งสองสนทนาสัพเพเหระกันมาตลอดทางกลับเรือนปีกขวา

     “นางอาจร่าเริงสดใสสมวัย แต่บางครั้งก็แสดงกิริยาแก่นแก้ว เจ้าสามารถกล่าวตักเตือนได้ ไม่ต้องห่วงว่าหมิงเฉียนจะเสียใจ” ปันจินคลี่ยิ้ม พยักหน้า ทั้งที่ในใจยังครุ่นคิดถึงเรื่องของสตรีชุดสีน้ำเงิน


     ท่ามกลางค่ำคืนเงียบสงัด ลู่ฉินสัมผัสได้ถึงอาการกระสับกระส่ายของสตรีข้างกาย

     “ปันจิน” เขาเอ่ยเรียกนาง ยื่นมือไปเขย่าเบาๆ “เจ้าฝันร้ายหรือ”

     กายของนางไม่ได้ร้อนจัดหรือเย็นเยียบเช่นที่นึกกลัว เพียงตัวรุมๆ มีเม็ดเหงื่อผุดพราย

     เขาได้ยินเสียงนางพึมพำอะไรบางอย่างฟังไม่ได้ศัพท์จึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง แสงสว่างในห้องนอนเจิดจ้าขึ้นด้วยฝีมือลู่ฉิน ชายหนุ่มเปิดประตูเรียกสาวใช้กะดึกให้เตรียมน้ำอุ่นพร้อมผ้าสะอาด

     “ท่านพี่” ดวงตาคู่โตยอมเปิดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงผ้าหมาดที่ซับใบหน้าและซอกคอ

     “เช็ดตัวเสียหน่อยจะได้หลับสบาย” ลู่ฉินมองแววตาเลื่อนลอยของนาง สอดมือประคองใต้คอ รั้งร่างภรรยาให้อยู่ในท่านั่ง ปล่อยนางพิงไหล่ซ้ายเขาไว้

     “หายากนักที่คนตัวเย็นเช่นเจ้าจะอุ่นถึงเพียงนี้”

     นางฟังเจ้าของชายาบุรุษหยกกระเซ้า จุดความอบอุ่นเล็กๆ ให้แผ่ซ่านไปทั่วใจ

     “คงเพราะท่านนวดจนลมปราณข้าเดินดีกระมัง”

     ลู่ฉินไม่ตอบโต้ หัวเราะเบาๆ บรรจงแกะกระดุมเสื้อนอนออก แม้ปันจินขืนตัวขอให้ตามสาวใช้มาจัดการหากเขากลับปฏิเสธ ท้ายสุดจึงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลย ปล่อยคนตัวโตจุ่มผ้าลงในอ่าง บิดจนหมาด เช็ดกายช่วงบนซึ่งเหลือเพียงเอี๊ยมจนทั่ว ตามด้วยผ้าแห้ง ก่อนสวมเสื้อกลับเช่นเดิมโดยปราศจากสถานการณ์ชวนใจหายใจคว่ำ

     “...แต่ท่านรู้หรือไม่ เมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ หัวใจข้ายังเต้นอยู่ ยังมีลมหายใจ เพียงแต่ข้าไม่เป็นข้าอีกต่อไป”

     คำพูดของอู่ซื่อยังลอยวนอยู่ในความคิด ปันจินเม้มริมฝีปาก ยันตัวไว้ไม่ยอมเอนกายนอนลง

     “เกิดเรื่องที่หอซูเซียวสินะ” เมื่อตอนค่ำลู่ฉินสังเกตสีหน้านางยามลงจากรถม้าเป็นอย่างดี แม้เจ้าตัวดูปกติกระนั้นสายตาเหมือนมีเรื่องสำคัญให้ครุ่นคิด “เล่าให้ข้าฟังบ้างว่าเจ้าทำเรื่องซุกซนขายหน้าอันใดอีก”

     “ข้าไม่ใช่เด็กอายุห้าขวบเสียหน่อย” นางพึมพำถอนใจ เริ่มต้นเล่าเรื่องโดยเมินเฉยต่อแววตาล้อเลียน ลู่ฉินฟังภรรยาเล่าถึงวิญญาณเด็กหนุ่มกับอู่ซื่อตั้งแต่ต้นจนจบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

     “ต่อไปอยู่แต่ในเรือนเถอะ ใช่ว่าทุกครั้งจะโชคดีเจอวิญญาณไร้พยาบาทเช่นนี้”

     “ท่านพูดเป็นเล่นไป” ลู่ฉินไม่โต้เถียง ในใจเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ ต่อให้มันไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม ปันจินเป็นภรรยาเขา หาใช่วิหคในกรง เพียงคำนึงถึงความปลอดภัยของนางจึงอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

     “ท่านพี่ ข้าอยากช่วยอู่ซื่อ พรุ่งนี้ข้าจะไปหอซูเซียวอีกครั้งและขอซื้อ...”

     “ข้าไม่อนุญาต” ถูกเสียงทุ้มสวนกลับทันควันนางถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง

     “ท่านพี่”

     “ที่แล้วมาเจ้าต้องคอยวิ่งวุ่นสะสางเรื่องให้ผู้อื่นงั้นหรือ”

     “เปล่านะ ข้าไม่เคยทำอะไรเช่นนั้นเลย เพียงแต่ข้ารู้สึก...รู้สึกสงสารท่านป้าที่เจอวันนี้มาก”

     “เพราะนางเป็นหญิงสูงวัยงั้นหรือ” การที่คนเรามักรู้สึกสงสารเวทนาเด็กกับคนแก่ นั่นเป็นเพราะคนสองช่วงวัยนั้นอ่อนแอ หากภรรยาจะใจอ่อนย่อมเป็นเรื่องเข้าใจได้

     “ไม่ใช่หรอก” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา “เป็นเพราะนางอยากไปอยู่ข้างสามีเท่านั้นเอง”

     ปันจินช้อนตาขึ้นสบ เล่นเอาลู่ฉินถึงกับนิ่งอึ้ง ต่อให้ต้องการยืนกรานปฏิเสธเพียงใดคำพูดกลับติดอยู่ปลายลิ้น ไม่อาจขัดขวางความมุ่งมั่นตั้งใจซึ่งฉายชัดทางแววตา

     “ใจอ่อนเกินไปแล้ว” คำพูดนี้ไม่ทราบว่าบอกกับตัวเองหรือภรรยา “เจ้าจะทำตามต้องการก็ได้ เพียงแต่ต้องรอข้าไปเป็นเพื่อน”

     “แต่ว่าถ้าท่านไป...” ปันจินอ้าปาก คิดหาข้ออ้างแต่ลู่ฉินไวกว่า เขารีบดับไฟปีนขึ้นเตียงทันที

     “ไม่มีแต่ เข้านอนเถอะ”

     ท่านหญิงได้แต่กะพริบตาปริบๆ ในความมืด


     หากมีเขาไปด้วยนางจะมองเห็นวิญญาณได้อย่างไร




ช่วงเม้ามอยกับซือซิง ʕ •ᴥ• ʔ
ซือซิงคัมแบ็คคคค พาปันจินกับลู่ฉินมาหาทุกคนแล้ว  คิดถึงจัง
ทำไมผีพี่สาวเจอหรงจู๊แล้วมีท่าทางแปลกๆ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไปต้องติดตามค่ะ
เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้าาาาา

ด้วยรัก

ซือซิง
16/08/18


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 458 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #741 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:30
    เกลียดลูกคุณป้าจริง ไม่น่ามีบุตรชายเเบบนี้เลย ส่วนพี่สาวเจออะไรกันนะ
    #741
    0
  2. #740 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:30
    เกลียดลูกคุณป้าจริง ไม่น่ามีบุตรชายเเบบนี้เลย ส่วนพี่สาวเจออะไรกันนะ
    #740
    1
  3. #605 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 13:44
    ตามใจภรรยาชะ
    #605
    0
  4. #543 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:42
    เป็นเรื่องเนิบนาบที่อบอุ่นมากเลยค่ะ สังเกตว่าสไตล์งานเขียนไรท์จะเป็นแบบนี้ทุกเรื่องเลย มีเอกลักษณ์ดี อ่านเพลินๆ
    #543
    1
  5. #355 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:33

    มาแบบเนิบๆ กับความรัก แต่ก็ละมุนนะ

    #355
    1
  6. #136 บทมากร (@sawari-friend) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:58

    ลู่ฉินน่ารัก มีความเป็นห่วงปันจิน ถึงกับออกมารอ ระหว่างหนิงเฉิงกับลู่ฉิน ใครออกอาการมากกว่ากัน^-^

    #136
    1
  7. #135 Fau sago (@sagosago) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:53

    นี่นางเอกตั้งใจแต่แรกแล้วใช่ไหม ที่จะเลือกพระเอกเป็นสามี ตกลงใครลวงใครเนี่ย

    #135
    1
    • #135-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      19 สิงหาคม 2561 / 22:10
      อันนี้ต้องดูกันต่อไปค่ะว่าจะเป็นยังไง
      #135-1
  8. #134 deedee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 01:28

    ลู่ฉินว่าปันจินว่าอย่าใจอ่อนช่วยเหลือดวงวิญญาณ แต่ตัวเองก็อดใจอ่อนให้กับปันจินไม่ได้เหมือนกันแหละ

    #134
    1
    • #134-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      18 สิงหาคม 2561 / 15:17
      ลู่ฉินทำใจแข็งไม่ลงค่ะ ถูกสายตาพิฆาต
      #134-1
  9. #133 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:49

    สามีน่ารัก...^_^

    #133
    1
  10. #132 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:30

    รอต่อค่าาา

    #132
    1
  11. #131 ศรีไงศรีเองงงง (@alich25) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 16:48

    น่ารักกกกกก

    #131
    4
    • #131-3 ศรีไงศรีเองงงง (@alich25) (จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2561 / 23:17
      ทั้งคู่เลยยย ฮี่ๆ แต่คุณสามีละมุนมาก อิจฉาปันจิน555555555
      #131-3
    • #131-4 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      18 สิงหาคม 2561 / 01:04
      คนเขียนยังอยากสิงลูกพลับเลยค่ะ >,.<
      #131-4
  12. #130 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 13:52
    สนุกค่า รอเล่มแล้วนะคะ
    #130
    1
  13. #129 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 13:43

    คิดถึงไรท์เหมือนกันนะคะ

    เรื่องนี้สนุก ชวนติดตามมาก ท่านหญิงน่ารักลู่ฉินก็น่ารัก

    #129
    1
    • #129-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2561 / 23:07
      ขอบคุณนะคะ คิดถึงนักอ่านมาก (จริงๆ คือรู้สึกผิด)
      คงได้อัพอย่างสม่ำเสมอแล้วค่ะ ^^
      #129-1
  14. #128 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 13:25

    สนุกค่าาาา​ รอตอน​ต่อไป​

    #128
    1
  15. #127 finegirl55 (@finegirl55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 11:06
    สู้ๆค้าา
    #127
    1
  16. #126 niceday777 (@niceday777) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 09:38
    สามีเป็นห่วง น่ารัก
    #126
    1
  17. #125 a_lisza (@a_lisza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 09:15
    สนุกค่ะ รออ่านตอนต่อไป
    #125
    1
  18. #124 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 07:11

    ลู่ฉินดีต่อใจมากกกกกกก

    #124
    1
  19. #123 lemonice2 (@lemonice) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 04:45
    มาแล้ววววว ววว ดีใจมากกกก รอจนคิดว่าจะได้อ่านจบก่อนตายมั้ยเนี่ย
    #123
    1
  20. #122 avid reader (@naru712) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 00:31
    คิดถึงมาก อย่าหายไปนานนะไรท์
    #122
    1
    • #122-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2561 / 01:29
      กลับมาแล้ว ช่วงนี้เริ่มเข้าที่ น่าจะอัพได้สม่ำเสมอค่า
      #122-1
  21. #121 MAYzaa (@pung_may) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:53
    แง้ ไรท์มาอัพแล้วววหายไปนานเยยยย คิดถึงงง
    #121
    1
    • #121-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2561 / 00:00
      กลับมาแล้วค่ะ พอดีไปซุ่มปั่นต้นฉบับมา ><
      #121-1
  22. #120 sweetpeony2 (@sweetpeony) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:53
    อีกฝ่าย ' ไม่ ' ลดราวาศอก รึเปล่าคะ
    #120
    1
  23. #119 Femeela (@Femeela) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:45
    หายไปนาน นึกว่าเทเราซะแล้ว^^
    #119
    3
    • #119-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      16 สิงหาคม 2561 / 23:47
      ไม่เทจ้า ขืนเทลู่ฉินโกรธแย่เลย ยังไม่ได้สวีทกับลูกพลับ 555
      #119-1
    • #119-3 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 8)
      16 สิงหาคม 2561 / 23:53
      จัดปายยยยย
      #119-3