อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,880,209 Views

  • 15,777 Comments

  • 15,958 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    87,951

    Overall
    2,880,209

ตอนที่ 164 : ตอนที่ 163 : ประสบการณ์ที่เหนือกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 875 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

ในจังหวะที่เล้งซานกำลังจะใช้ลมปราณกระตุ้นแท่งมิติภายในแขนเรียกใช้ห้องอักขระนั่นเอง ก็ได้มีบางอย่างทำให้เล้งซานต้องหยุดชะงัก

พรึบ....

เสียงเท้าสัมผัสพื้นอย่างนุ่มนวล เป็นชายฉกรรจ์ที่พันผ้าสีดำไว้รอบศีรษะทะยานร่างร่อนลงตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างเถาป่ายและเล้งซาน แผ่กระจายลมปราณที่ให้ความคุ้นเคยกับเล้งซานออกมา

เล้งซานเบิกตากว้างขึ้น "เป็นท่านได้ยังไง..."

"เกะกะ หาที่ตาย!!" เถาป่ายที่กำลังเลือดขึ้นหน้า หาได้สนใจผู้ใดในยามนี้ พุ่งตัวพร้อมปล่อยฝ่ามือตรงเข้าใส่อย่างหนักหน่วง

ชายฉกรรจ์แววตาเปล่งประกาย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือโต้กลับทันที

ตูมมมม

ความรุนแรงจากการปะทะทำเอาสายลมกรรโชกหนักหน่วง แม้เล้งซานที่ห่างออกไปร่วมสิบเมตรยังมิอาจทรงตัวต้านทานแรงลมไว้ได้ แสดงถึงความรุนแรงในการปะทะที่หนักแน่น

ร่างของเถาป่ายปลิวถอยรนไปไกลนับสิบเมตร แขนทั้งท่อนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ได้สั่นรุนแรงไปมากกว่ารูม่านตาของมัน!!

"อะ...อะไรกัน!! ชนชั้นลมปราณสีส้มขั้น 3" เถาป่ายตกตะลึงอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายนั่นลมปราณสูงล้ำกว่ามันถึงสองขั้น!! ซ้ำร้ายตัวมันเองยังหน้ามืดตามัวโจมตีอีกฝ่ายก่อนเสียอีก

"หน่ะ...นี่อาจเป็นการเข้าใจผิด ข้าเถาป่ายผู้นำพรรคอสูรเงาแห่งเมืองหลวง ไม่ทราบว่าท่านจอมยุทธเป็นใครกัน" เมื่อรับรู้ถึงกำลังของอีกฝ่าย จิ้งจอกเฒ่าก็ผ่อนท่าทีลงในบัดดล อย่างน้อยการบอกตำแหน่งและชื่อเสียงของมันอาจทำให้ความผิดพลาดเมื่อครู่ถูกอะลุ่มอะล่วยลงได้

ชายฉกรรจ์ส่งสายทิ่มแทงเถาป่ายด้วยจิตสังหารที่สูงล้ำ โดยมิได้สนใจคำกล่าวของเถาป่ายด้วยซ้ำ!!

"เจ้ากล้าดียังไง ทำร้ายนายน้อย"

"!!!!!!!" เมื่อได้ยินคำพูดที่ออกจากปากของชายฉกรรจ์ ทำเอาเถาป่ายตื่นตะลึงอย่างมาก มันรู้สึกราวกับหูฝาดไป

"ทะ...ท่านเรียกเจ้าเด็กนั่นว่า อะไรนะ"

"เด็กหนุ่มนั่นคือนายน้อยของข้า ข้าเป็นผู้ติดตาม" ชายฉกรรจ์กล่าวอย่างแจ่มชัด

“บะ...บ้าไปแล้ว!! ข้าไม่มีทางเชื่อว่านายน้อยตระกูลใดจะใช้ชนชั้นลมปราณสีส้มให้เป็นเพียงผู้ติดตาม!!” เถาป่ายสั่นสะท้าน เพราะหากชายผู้นี้เป็นผู้ติดตามของเล้งซานจริง นั่นหมายความว่าเถาป่ายไม่อาจเลี่ยงการปะทะ ต่อให้มันยอมประณีประนอม แต่มีหรือว่าเล้งซานจะยอมเช่นนั้น

“เชื่อหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่เจ้า เพราะความคิดของคนที่กำลังจะตายไยข้าต้องใส่ใจ” 

ชายฉกรรจ์กางแขนออกสองข้าง ปรากฏปราณกระบี่นับหมื่นสายพวยพุ่งออกจากร่างรอบทิศทาง

“ปราณกระบี่คลุมสวรรค์”

“บัดซบ!!” เถาป่ายโคจรปราณคุ้มกันเต็มที่ เงาที่พื้นใต้เท้าของเถาป่ายหมุนวนรอบตัวราวกับเป็นกำแพงลมปราณ

ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ

ปราณกระบี่จากชายฉกรรจ์นับหมื่นสายพุ่งอัดกระแทกเข้าใส่ปราณเงาของเถาป่ายอย่างไม่หยุดหย่อน!!

นี่เป็นกระบวนท่าเดียวกับที่เล้งซานใช้ก่อนหน้านี้ แต่หากเทียบความรุนแรงแล้วละก็ ปราณกระบี่ของเล้งซานเป็นเพียงตะเกียบไม้ไผ่ แต่ปราณกระบี่ของชายฉกรรจ์ผู้นี้ คงไม่ต่างอันใดกับหอกเหล็กกล้า!! ความรุนแรงไม่อาจประมาณ!! เพียงสายเดียวของปราณกระบี่นี้คงเพียงพอที่จะพรากชีวิตของชนชั้นลมปราณสีเขียวได้อย่างง่ายดาย

เถาป่ายกัดฟันแนบแน่น แม้ว่าจะสามารถป้องกันปราณกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เถาป่ายก็ต้องผลาญลมปราณในปริมาณมหาศาล ผิดกับชายฉกรรจ์ที่ใช้ลมปราณเพียงน้อยนิดในการยิงปราณกระบี่นับหมื่นนี้

การปะทะของชนชั้นลมปราณสีส้มนี้ ทำลายล้างป่าบริเวณโดยรอบจนโล้นเลี่ยนเตียน เล้งซานจำต้องถอยออกห่างไม่อาจเข้าไปใกล้ได้มากนัก

“เจ้าเด็กโง่ ชายผู้นั้นใช่เจ้านั้นหรือไม่?” เสียงเฟรย่ากล่าวถามขึ้น

“อืม...ชายคนนี้ คือผู้อาวุโสเล้งฟานตี้ ผู้นำตระกูลลี้ลับอย่างแน่นอน ข้าแปลกใจยิ่งนักที่ผู้อาวุโสเล้งยอมออกมาจากสวนลึกลับแห่งนั้น”

เถาป่ายสีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก จริงอยู่แต่ลมปราณของเถาป่ายจะด้อยกว่าเล้งฟานตี้กว่าสองขั้น แต่ตัวมันเองที่เป็นหนึ่งในผู้นำพรรคใหญ่อย่างพรรคอสูรเงาก็ค่อนข้างมั่นใจมีวิชาของพรรคมัน หากมันปะทะกับพรรคที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก แม้พลังลมปราณที่ด้อยกว่าก็อาจชิงความได้เปรียบจากวิชาที่สูงล้ำกว่าได้ แต่เพียงการปะทะครั้งแรกนี้ก็ทำให้มันรับรู้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นกำลังภายใน หรือวิชาที่ใช้ ตัวมันเองล้วนอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่าย!!

“บัดซบ!! มันเป็นใครกัน!!”

เถาป่ายระเบิดพลังปราณอย่างรุนแรงในฉับพลัน ทำลายปราณกระบี่ทั้งหมดในคราวเดียว แต่ก็แลกมาซึ่งการสูญเสียลมปราณในร่างจำนวนมหาศาล เถาป่ายเริ่มมีอาการหอบให้เห็นอย่างเด่นชัด

ใบหน้าขาวซีดชำเรืองมองไปยังเล้งซานด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง

“ทะ...ทำไมเด็กบัดซบเช่นเจ้า ถึงได้มียอดฝีมือข้างกายมากมายนัก” 

เถาป่ายเริ่มที่จะรู้สึกเสียใจที่มันได้เลือกเป็นศัตรูกับเล้งซาน แรกเริ่มเดิมทีแม้มันจะหวาดหวั่นอยู่บ้างที่เล้งซานเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของราชวงศ์เสวียนอู่ แต่ด้วยความแค้นของบุตรชายที่มีมันจึงได้วางแผนลอบสังหารเล้งซานและหวังว่าจะสามารถทำลายหลักฐานได้อย่างหมดจด แต่ถึงแม้หลังการลอบสังหารราชวงศ์เสวียนอู่อาจสาวถึงตัวมันได้ มันเชื่อว่าราชวงศ์เสวียนอู่ก็คงมิกล้าแตกหักกับพรรคอสูรเงาอย่างโจ่งแจ้งเป็นแน่ เพราะราชวงศ์เสวียนอู่ก็มีศัตรูมิใช่น้อย เหล่าพรรคใหญ่ทั้งสิบของเมืองหลวงก็เป็นดั่งประตูด่านหน้าของราชวงศ์ เถาป่ายยังคงเชื่อมั่นว่าหากต้องเลือกระหว่างพรรคอสูรเงาที่แข็งแกร่งที่สุดในสิบพรรคใหญ่กับเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว ราชวงศ์ย่อมต้องเลือกอะลุ่มอะล่วยกับเหตุการณ์ลอบสังหารเป็นแน่ เถาป่ายถึงได้กล้าลงมือกระทำ

แต่แล้วกลับพบว่ารอบข้างของเล้งซานเต็มไปด้วยยอดฝีมือชั้นสูง!! ไหนอะอาจารย์ของมันที่เป็นชนชั้นราชันย์ ไหนจะชายเบื้องหน้าที่อ้างตนเป็นเพียงผู้ติดตามเด็กหนุ่ม แต่แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด!!

ขุมกำลังใดกันที่ปลุกปั้นผู้เยาว์เช่นนี้!!

ทว่า...เถาป่ายก็ได้ข้ามเส้นตายที่เกินกว่าจะถอยกลับมาแล้ว หากให้ขอความเห็นใจจากเล้งซานมันเลือกที่จะลากเล้งซานตกตามไปตามมันเสียยังดีกว่า!!

เถาป่ายเปิดแหวนมิติของมัน หยิบเอาอาวุธประจำกายออกมาลักษณะของมันคือเคียวขนาดใหญ่สีแดงสดราวกับเคียวของมัจจุราชขนาดของมันนั้นใหญ่โตเสียจนดูเทอะทะ ความยาวของด้ามจับเกือบสองเมตรใบมีดโค้งงอที่ส่วนปลายก็ยาวกว่าหนึ่งเมตร แผ่พลังออกมาชัดเจนว่าเป็นอาวุธอักขระชั้นสีเหลืองขั้นกลาง!!

ฟุบๆ

เถาป่ายหมุนควงเคียวขนาดใหญ่นี้ร่ายรำราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผิดกับขนาดที่ดูเทอะทะของมัน แสดงให้เห็นถึงความชำนาญในการใช้จนถึงขีดสุด ทันทีที่มันจับเคียวนี้ความน่าเกรงขามของเถาป่ายทะยานขึ้นอีกหลายเท่าทุกครั้งที่มีการตวัดเคียวราวกับอากาศโดยรอบถูกกรีดออกก่อเกิดเสียงเสียดแทงแก้วหู

"ข้าเถาป่าย ไม่เคยหลบหนีศัตรู และไม่คิดจะขอความเห็นใจ แม้ข้าจะลมปราณด้อยกว่า แต่อย่าหมายสังหารข้าได้โดยง่าย!!" เถาป่ายแสดงความน่าเกรงขามออกมาสมเป็นผู้นำพรรค บุคลิคแตกต่างจากมู่หลงลี่ผู้นำพรรคหยกดาราอย่างสิ้นเชิง!! หากเทียบลักษณะแล้วมู่หลงลี่คงเปรียบดังกุนซือผู้ชี้นำ เถาป่ายคงเป็นดังแม่ทัพผู้ชำนาญศึก!!

เถาป่ายแม้จะเจ้าเลห์เพทุบายราวกับจิ้งจอกเฒ่าในการวางแผน แต่เมื่อต้องต่อสู้จริงจังมันจะเปรียบดังพญาราชสีห์

เล้งซานที่ยืนดูอยู่ห่างๆยังอดไม่ได้ที่จะขนลุกเกรียว

"แม้เถาป่ายจะดูน่าเกรงกลัว แต่ผู้อาวุโสเล้งก็ไม่น่าที่จะพ่ายแพ้" เล้งซานครุ่นคิดถึงความแข็งแกร่งในวิชาของตระกูลเล้งและพรรคมังกรเหินที่แข็งแกร่งอย่างมากในอดีต อีกทั้งยังมีกำลังภายในที่เหนือกว่าถึงสองขั้น เล้งฟานตี้ไม่น่าที่จะเพลี่ยงพล้ำได้

เถาป่ายพุ่งเข้าใส่ในระยะประชิดทันที ตวัดเคียวขนาดใหญ่ของมันราวกับกิ่งไม้แห้งที่เบาหวิว แม้เล้งซานยังไม่อาจมองการเคลื่อนไหวของเคียวได้ชัดเจนนัก!!

เล้งฟานตี้เปิดใช้วิญญาณมังกรหลบไปมาอย่างรวดเร็วพลางยิงดัชนีปราณกระบี่ต่อเนื่องรุนแรง

เถาป่ายหาได้สนใจดัชนีปราณกระบี่ที่พุ่งเข้าในร่างกายแม้แต่น้อย!! ดัชนีปราณกระบี่หลายสายแทงเข้าที่หน้าอกเถาป่าย แต่ทว่ากลับแตกสลายออกในทันทีที่สัมผัสร่าง!!

เล้งซานที่เฝ้าดูการต่อสู้เบิกตากว้างขึ้น

"เถาป่ายมันใส่ชุดเกราะอักขระไว้ภายในนี่เอง!!"

ใบมีดขนาดใหญ่ของเคียวในมือถูกตวัดจากซ้ายไปขวา เล้งฟานตี้เอี้ยวตัวหลบไปด้านหลังเล็กน้อย แต่ในจังหวะนั้นเองเถาป่ายพลิกข้อมือจนปลายด้ามของเคี้ยวฟาดเข้าที่ชายโครงเล้งฟานตี้อย่างจัง

ตูม!!

โชคดีที่เล้งฟานตี้เกร็งลมปราณมังกรบรรพตไว้ได้ทัน จึงไม่ได้บาดเจ็บมากนัก แต่การปะทะนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า แม้เล้งฟานตี้จะมีกำลังที่เหนือชั้นกว่าเถาป่าย แต่ในเรื่องของประสบการณ์การต่อสู้ ยังเป็นรองเถาป่ายอยู่หลายขั้น!!

นี่ไม่นับว่าน่าแปลกใจเลย เพราะตลอดเวลาที่เล้งฟานตี้อยู่ภายในสวนลึกลับฝึกวิชาแต่เพียงผู้เดียว!! ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เลย!! อาจมีเสวียนอู่เฉินช่วยเป็นคู่ต่อสู้บ้าง แต่นั่นเท่ากับว่าเล้งฟานตี้มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าด้วยลักษณะนิสัยของแต่ละคนนั้นทำให้มีทักษะที่แตกต่างกันออกไปรวมถึงความหลายหลายในวิชาและกระบวนท่า การประลองกับบุคคลเพียงคนเดียวทำให้ไม่อาจได้รับประสบการ์ในการต่อสู้มากเท่าที่ควร

และอีกปัจจัยที่ทำให้เล้งฟานตี้เสียเปรียบนั่นก็คือเล้งฟานตี้ ไม่มีอาวุธประจำกาย!!

เนื่องจากเล้งฟานไม่ได้มีศัตรูใดๆ อาศัยอยู่แต่ในสวนลึกลับภายในราชวัง ทำให้เล้งฟานตี้ไม่จำเป็นต้องสรรหาอาวุธที่ทรงพลังใดๆไว้ป้องกันตัว และด้วยความทะนงของตระกูลลี้ลับที่ได้มาอาศัยใบบุญจากราชวงศ์เสวียนอู่จึงไม่อยากที่จะสร้างความลำบากให้กับราชวงศ์โดยการให้จัดหาอาวุธที่ทรงพลังมาให้ เล้งฟานตี้ฝึกกระบี่จริงก็เป็นเพียงกระบี่เหล็กกล้าธรรมดาที่ใช้ในการฝึกซ้อมเท่านั้น

ส่วนเถาป่ายนั้นอยู่ในยุทธภพมาเนิ่นนาน จำนวนศัตรูนั้นมากมายกว่ามิตรนับร้อยเท่า มันจึงดั้นด้นเสาะหาความแข็งแกร่งที่นอกเหนือจากการฝึกลมปราณมาอย่างยาวนาน จนมีอาวุธอักขระระดับสูงถึงสองชิ้น ลำตัวสวมใส่เสื้อเกราะอักขระปกป้องตำแหน่งอวัยวะสำคัญ และยังมีเคียวที่เป็นอาวุธอักขระชั้นสูงเป็นอาวุธที่ใช้โจมตี ทำให้ความต่างของกำลังภายในสองขั้นในการต่อสู้กับเล้งฟานตี้นั้นถูกทดแทนจนแทบจะไม่มีผล

ในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นเมื่อผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า เถาป่ายเริ่มจับทางและคาดเดาการเคลื่อนไหวของเล้งฟานตี้ได้แล้ว ทำให้สามารถฉากหลบได้ในหลายๆจังหวะที่สำคัญได้ ผิดกับเล้งฟานตี้ที่เริ่มจะมีบาดแผลเล็กน้อยตามตัวสะสมเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป

ยามนี้ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า เล้งฟานตี้ค่อยๆเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆจากความต่างของประสบการณ์อย่างเห็นได้ชัด หากไม่มีท่าร่างของวิญญาณมังกรที่ทำให้เล้งฟานตี้มีความเร็วมากกว่า และปราณคุ้มกันชั้นสูงอย่างปราณมังกรบรรพตแล้วละก็ เล้งฟานตี้ อาจไม่สามารถรับมือเถาป่ายได้จนถึงตอนนี้

เล้งซานที่เฝ้ามองดูเริ่มเป็นกังวล เพราะแม้แต่เด็กหนุ่มก็ยังมองออกแล้วว่าเล้งฟานตี้นั้นมีประสบการณ์น้อยนักในการต่อสู้จริงเช่นนี้...




จากผู้เขียน....อย่าโลกสวย คิดว่าฝ่ายพระเอกจะต้องชนะอย่างเดียว 55555

อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 875 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #12138 Ohm009 (@Ohm009) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:20
    ทำไมไม่เรียกมังกรละ
    #12138
    0
  2. #3760 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 10:50

    รอดหวุดหวิดเลย

    #3760
    0
  3. #3706 wittayakeen2524 (@wittayakeen2524) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 13:50
    ไหนบอกว่าแต่ละขั้นของลมปราณสีส้มแตกต่างมากไง นี่ห่างกันสองขั้น อย่างน้อยมันไม่น่าจะไล่ตามโจมตีได้เลยนะ ต่อให้มีเกราะอักขระก็เถอะไม่น่าจะสลายพลังที่ต่างกันมากๆให้สลายไปหมดอย่างดีก็อาจจะสลายไปบางส่วน เพราะไหนจะปราณเหนือกว่า วิชาเหนือกว่าแค่โจมตีตรงๆไปเลยไม่ต้องหลบหลีกอะไรก็น่าจะชนะได้
    #3706
    1
    • #3706-1 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 164)
      14 สิงหาคม 2561 / 13:33
      คิดว่าน่าจะหมายถึงขั้นต้นกับกลางนะที่ห่างกันมากๆ
      ส่วนอันนี้น่าจะเพราะอ่อนปสก.ด้วย
      #3706-1
  4. #3634 Lingyug007 (@Lingyug007) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 18:41

    ค้างต่อไป

    #3634
    0
  5. #3633 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 17:47
    เขียนได้ดีครับ
    #3633
    0
  6. #3630 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 16:28
    สิงสนามซ้อมหรือจะสู้จิ้งจอกเจ้าเล่ในสนามจริง
    #3630
    0
  7. #3628 gasterkung (@gasterkung) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 13:12
    -เอาดาบไห้เขาไปเซ่
    #3628
    0
  8. #3627 ONEGODLIKE (@RED2HOT) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 13:08
    ขอบคุณครับไรท์ มาต่อไว ๆ นะครับ
    #3627
    0