คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 17 : ระยะห่าง...พิสูจน์(ใจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    21 พ.ย. 62





“The distance is proof of the heart.”



ตอนนี้ผมก็เขามาภายในห้องคอนโดของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามจริงก็รู้สึกเพลียหน่อยๆเหมือนกัน ยังไงก็ขอตัวไปอาบบน้ำ ก่อนจะโทรตามให้มีมี่มาช่วยทำอาหารให้ทาน 


วันนี้คงไม่ต้องทำอาหารทานเองแล้วววว


ผมเดินเข้ามาภายในห้องนอน ขวานหาผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำขนาดใหญ่ ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานมาก เพราะตอนนี้ผมรู้สึกหิวข้าวเอามากๆเลย 


ก็ตอนอยู่สนามแข่งก็ไม่ได้ทานอะไรเลย แต่จะว่าไปก็รู้สึกเหมือนได้ทานขนมขบเคี้ยวนิดหน่อย จากฝีมือการป้อนของคุณหวังอี้ป๋อ ตอนแรกก็แอบตกใจตัวเอง ทำไมถึงได้อ้าปากรับขนมจากมือของอีกคนได้ แอบรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทำตัวแปลกๆไปทุกครั้งเลยเวลาอยู่กับอีกคน 


เพราะปกติเวลาดูหนังอยู่ห้อง ถ้ามีมี่อยู่ด้วยเธอก็มักจะชอบยื่นเอาขนมมาให้ผมทานบ่อยๆ เพราะเธอชอบว่าผม เวลาตั้งใจทำอะไร หรือให้ความสนใจกับอะไรแล้ว สิ่งรอบข้างจะไม่มีตัวตนเลย มีหลายครั้งที่นั่งทานข้าว แล้วเปิดดูหนังไปด้วย เล่นเอาดูหนังจบเรื่องไป ข้าวในจานผมยังเหลือเต็มเลย

 

เพราะแบบนั้น มี่มี่เลยชอบป้อนอะไรใส่ปากผมบ่อยๆในตอนที่ผมกำลังให้ความสนใจกับอะไรสักอย่าง จนตอนนี้ผมก็ชินกับอะไรแบบนี้ไปแล้วซะด้วย


แต่ใครจะไปคิดว่าป๋อตี้จะชอบป้อนขนมคนอื่นแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็เป็นผมเองที่เผลอทำตัวอย่างเคยชินคาบกินขนมที่เขาป้อนไปตั้งหลายคำแน๊ะ


อ่าาา ทำไมผมถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กน้อยเข้าไปทุกวันเลย แถมยังเผลอทำนิสัยแบบนี้ต่อหน้าคนอายุน้อยกว่าอีก ฮือออ น่าอายที่สุดเลยเซียวจ้าน…..



“จะกินอะไรดีวันนี้คุณเซียวจ้าน~” มีมี่พอเดินเข้ามาถึงก็เอ่ยถามอย่างกวนอารมณ์ ไหนจะรอยยิ้มมุมปากบวกกับสายตาที่ดูล้อเรียนผมไม่น้อย


“อย่ามองเราแบบนั้น ขอร้อง..” ผมรีบเอ่ยท้วงทันที มีที่ไหนตัวเองเป็นผู้หญิง มามองผู้ชายแบบผมอย่างนั้นได้ยังไงกัน 


มีมี่เริ่มไม่น่ารักแล้ว...ใครใช้ให้มองกันแบบนั้นกันเล้า!!


“อะ อะก็ได้ๆ แล้วจะกินอะไรดี บอกมา...” มีมี่เอ่ยถามผมอีกครั้งอย่างจริงจัง 


สิ้นสุดประโยคคำถามของมีมี่ ผมก็นึกคิดอยู่สักพัก กินอะไรดีนะ ทำไมแต่ละครั้งที่จะทานข้าว ผมถึงนึกเมนูที่จะทานไม่ค่อยจะได้สักที…


“ขอเป็นข้าวผัดกุ้งก็แล้วกัน พึ่งนึกได้ว่าเราพึ่งซื้อกุ้งมา ตัวใหญ่มากกก” ผมบอกกับว่าที่เซฟ ก่อนเจ้าตัวจะพยักหน้าตอบเป็นการตกลง 


ผมเลยอาสาเป็นลูกมือช่วยมีมี่แกะกุ้งในการทำข้าวผัดครั้งนี้ด้วย


“อีก 4 วันจ้านจะเปิดกองแล้วนะ” 


“อืม เราพร้อมอยู่แล้ว”


“ก็ดี เราบอกไว้ก่อนเผื่อจ้านจะต้องเตรียมตัว” มีมี่เอ่ยตอบก่อนจะหยุดนึกคิดอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะเอ่ยพูดกับผมอีกครั้ง “แต่เราว่าจ้านคงไม่คิดหนักอะไรมากหรอก เพราะ...ได้ร่วมงานกับน้องชายคนสนิทนิเน๊อะ อะไรๆก็คงจะง่ายไปหมด จ้านคิดเหมือนเราไหม?”

มีมี่เอ่ยพูดซะยาว โดยไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมท้วงได้เลย แล้วไหนถึงได้มาจบบทการสนทนาด้วยคำถามแบบนี้กันละ 


“อ่าาา มีมี่ไม่ได้พูดเล่นกับเราใช่ไหม?”


“พูดเล่นอะไรกันละ นี่เราจริงจังมากนะ เพราะเราคงสบายใจไปมาก ก็จ้านจะได้มีน้องชายคนสนิท ที่คิดว่าคงดูแลจ้านได้ดีไม่แพ้เราแน่นอน~” ว่าจบก็ทำลอยหน้าลอยตายิ้มกว้างซะ


มีมี่ชักจะไปกันใหญ่แล้ว อะไรคืออี้ป๋อจะดูแลผมได้ดีขนาดที่มีมี่ว่า บ้ารึไง เขาเด็กกว่าผมหลายปีเลยนะ 


ผมต่างหากละที่จะเป็นฝ่ายดูแลเขาอ่ะ…




ทานข้าวฝีมือมีมี่หมด ผมก็ตั้งใจว่าจะดูหนังสักเรื่องก่อนจะเข้านอน ก็ยังไม่ดึกเลย พึ่งจะสองทุ่มเอง ดูหนังจบเรื่องคงจะพอดีกับเวลาเข้านอนปกติของผม


ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว อุ้มคุณชิโร้ตัวอ้วนไว้บนตัก พร้อมกับดูหนังไปด้วย ใช้มือข้างนึงลูบตามลำตัวเจ้าแมวอ้วนไปด้วย ก้มมองก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ คุณชิโร้น่ารักมากนะ เขาไม่เคยป่น ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกไม่ดีหรือไม่ชอบได้เลย แถมยังออดอ้อนเก่งซะเหลือเกิน ถึงบางครั้งจะชอบกวนผมอยู่บ้าง แต่ผมกลับรู้สึกยินดีมาก ที่จะให้คุณชิโร้กวน


“จ้าน อย่านอนดึกนะ” เสียงมีมี่เอ่ยทักจากห้องครัว สงสัยจะละกลับห้องแล้วละมั้ง


“อืมม ดูหนังเรื่องนี้จบเราก็จะนอนเลย สบายใจได้” ผมตอบเธอและส่งยิ้มบางๆมอบให้ ก็เธอจะได้สบาย รับปากไปก่อน ถ้าง่วงก็จะนอนเลย แต่ถัายังจะก็ค่อยคิดอีกที


“งั้นเรากลับห้องแล้วนะ” 


“ฝันดีมีมี่”


“ฝันดีเซียวจ้าน~”

มีมี่ว่าจบเธอก็ยิ้มบางให้ผมก่อนเจ้าตัวจะเดินกลับห้องเธอไป โดยที่จะไม่ลืมล็อคห้องให้ผมด้วย จากนั้นผมก็ให้ความสนใจกับหน้าจอทีวีขนาด 52 นิ้วต่อ หนังกำลังสนุกเลยละ



ครืดดด !!


ขณะกำลังให้ความสนใจกับหนังในจอ เสียงโทรศัพท์เจ้าปัญหาก็ดังขึ้นขัดจังหวะกันซะงั้น ผมลุกยืนเต็มความสูงพร้อมกับอุ้มคุณชิโร้ไว้ในอ้อมแขน เดินไปหยิบโทรศัพท์สีดำที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าว ก่อนจะก้มมองไปยังเบอร์ของใครสักคนที่โทรเข้ามา


เมื่อเห็นชื่อที่ตัวเองเมมเอาไว้ในเครื่องก็เผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ซะงั้น….


“ว่าไงหรอ ป๋อตี้...” 


[ จ้านเกอ ผมโทรมากวนพี่รึป่าว ]


“ที่จริง….ก็กวนอยู่นะ” ผมตอบคนในสาย พร้อมกับกลั้นขำไม่ให้คนในสายได้รู้


ป๋อตี้ดูจะเงียบไปสักพัก ในตอนที่ผมตอบเขาจบ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยพูดกับผมต่อ

[....งั้นหรอ แล้วผมจะต้องวางสายไหม] เสียงเอ่ยตอบทำไมถึงได้ดูแผ่วเบาขนาดนั้นกันนะ


ผมแกล้งเอาคืนคนขี้แกล้งสำเร็จแล้วละ


“วางสายงั้นหรอ….วางได้จริงดิ”


“ทำไม...พี่ถึงจะวางไม่ได้ละ ผมมีสิทธิ์ห้ามพี่ได้ด้วยงั้นหรอจ้านเกอ...” เสียงคนในสายพูดตอบอย่างน้อยใจ 


เขาไม่มีสิทธิ์จะบังคับจ้านเกอได้ขนาดนั้นหรอก



“นั้นสินะ..” ผมพยายามกลั้นขำสุดความสามารถ ก่อนจะพูดต่อกับคนในสาย อยากเห็นหน้าอีกคนในตอนนี้จัง ว่ากำลังทำหน้ายังไงอยู่ 


[.... ]  อี้ป๋อเมื่อได้ยินจ้านเกอบอกมาแบบนั้น ถึงกับพูดต่อไม่เป็นเลย.


“แต่….ฉันกลัวนายจะร้องไห้นี่สิ งั้นฉันจะว่าง และคุยกับนายก็ได้...ป๋อตี้”


หวังอี้ป๋อเมื่อได้ยินคนในสายพูดตอบมาแบบนั้นเขาถึงกับเปลี่ยนอารมณ์และสีหน้าแทบไม่ทัน นี่จ้านเกอจะรู้ตัวบางไหม ว่าได้ทำให้ใครบางคน เศร้าได้ และยิ้มได้ในเวลาเดียวกัน


[ นี่ จ้านเกอให้ความสำคัญกับผมขนาดนันเลยหรอ ] 


“.....” อ่า คำตอบของผม มันทำไมถึงกลับมาเล่นงานผมได้ละ


[ จ้านเกอ...พี่ได้ยินผมพููดไหม?]



“เออ...นายว่าไงนะ พอดีเมื่อกี้ฉันฟังไม่ค่อยถนัดเลย~” แฮ่ๆ ผมโกหกเองอ่ะ ขอหนึ่งวันก็แล้วกันนะ


[ ไม่เป็นไร ผมคงไม่สำคัญจริงๆ ] เสียงในสายเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทำเอาคนฟังถึงกลับยิ้มไม่ออกเลย 


“นี่ พรุ้งนี้นายมีไปทำงานต่างจังหวัดใช่ไหม...” ผมขอเปลี่ยนเรื่องคุยกับป๋อตี้ดีกว่า เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุกที่จะแกล้งแล้วละ


[ อืม..]


“แล้วได้ไปกี่วัน ไปถ่ายรายการใช่ไหมถ้าจำไม่ผิด”


[ ใช่ถ่ายรายการ น่าจะ 3 -4 วัน ]


“อืม...อย่างนี้ก็อดเจอกันเลยอะดิ” 


[ คงงั้น ทำไม พี่อยากจเจอผมหรอ? ]


“ใครว่ากันละ…แค่คิดว่านายจะกลับมาทันงานเปิดกองวันแรกรึป่าวแค่นั้นเอง~” ตามจริงก็คิดว่ายังไงหวังอี้ป๋อเขาก็ไม่มา ไม่ได้อยู่แล้ว เป็นถึงนักแสดงหลักจะไม่มาได้ยังไงกัน 


[.....จะเจอกันไหม จ้านเกอก็รอดูวันนั้นได้เลย ] 


“ทำไมฉันต้องรอด้วยละ”


[ก็พี่อยากเจอผมไม่ใช่หรอ?]


“นายอย่ามามั่ว ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าอยากเจอ...”


[.....]


“แล้ว….ที่โทรมาจะคุยแค่นี้?”


[มีเยอะว่านี้มาก แต่ผมกลัวว่าจ้านเกอจะทนฟังผมเล่าไม่ไหวเนี่ยสิ]


“ถ้านายจะมีเรื่องเล่าเยอะขนาดนั้น ก็รบกวนอัดใส่แผ่นเก็บไว้แล้วค่อยส่งมาให้ฉันเปิดฟังแทนก็แล้วกัน” อี้ป๋อเขาบ้ารึไง คนอะไรจะมีเรื่องเล่าเยอะแยะขนาดนั้นกัน 


[ แต่ผมมีขอเสนอให้จ้านเกออยู่ สนใจรึป่าว ]


“ขอเสนองั้นหรอ ขอฟังก่อน”


[ไม่ได้สิ พี่ต้องรับปากว่าจะรับข้อเสนอของผม ผมถึงจะยอมบอก]


“นายมันเจ้าเล่ย์อ่ะป๋อตี้” นี่ผมชักจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้วละ หนังที่เปิดอยู่ตอนนี้ก็เริ่มดูไม่รู้เรื่องแล้ว ค่อยกลับมาย้อนดูทีหลังแล้วกัน 


ตอนนี้ขอเคลียร์กับเด็กน้อยขี้ยั่วก่อน!


[ ฮ่าๆ นี่จ้านเกออารมณ์เสียแล้วหรอ ผมชักอยากเห็นหน้าของจ้านเกอตอนนี้แล้วซิ ]


“ว่าไงนะ….อยากเห็นหน้าฉัน!”


[ อืม..ใช่ผมอยากเห็นหน้าพี่ตอนนี้เลย~ ]


“ทะ ทำไมต้องอยากเห็นด้วยละ...”


[ ก็… ]


เซียวจ้านเมื่อได้ยินหวังอี้ป๋อบอกว่าอยากจะเจอหน้าเขาในตอนนีั้ ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกลับทำตัวไม่ถูก รู้สึกได้ว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงขึ้นขณะที่หูก็ยังรอฟังคำตอบของคนในสายไปด้วย


“ก็ ก็อะไร...”


[ ก็...หน้าของจ้านเกอตอนนี้คงจะตลกน่าดูเลยยังไงละ ]


“ห๊ะ!! นายจะเล่นแบบนี้ใช่ไหม งั้นวางสายไปเลย!” ไม่อยากจะคิดว่าผมกำลังจะ จะ หึ้ย!!


[ฮ่าๆๆ จ้านเกอไม่โกรธสิ ผมล้อเล่นเฉยๆ]


“หยุดหัวเราะ ฉันเดี๋ยวนี่นะ หวังอี้ป๋อ” ผมพูอบอกคนในสายด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ไม่ได้ล้อเล่นแล้วนะ ผมจริงจัง มีที่ไหนมาล้อเล่นกับอารมณ์ผมในตอนนี้กัน


[โอเค ผมยอมพี่ทุกอย่าง~] 


“ดี งั้น...ฉันจะวางแล้ว”


[ทำไม รีบวางพี่ง่วงแล้วหรอ?]


“อืม พรุ้งนี้มีงานเช้าน่ะ ส่วนนายก็ต้องไปสนามบินแต่เช้าไม่ใช่หรอ ไปนอนได้แล้ว” ผมบอกกับคนในสาย ครั้งนี้ผมพูดจริงจัง ก็พรุ้งเราทั้งคู่ต่างมีงานแต่เช้า ถ้าไม่รีบเข้านอนพรุ้งนี้ผมกลัวตื่นมาแล้วจะไม่สดชื่น เดี๋ยวโดนมีมี่บ่นอีก 


[ก็ได้….แต่ที่ผมยอมวางไม่ใช่เพราะผมอยากวางหรอกนะ แต่ผมเป็นห่วงพี่มากกว่า กลัวจะนอนไม่พอ ขอให้เข้าใจแบบนี้ด้วยนะจ้านเกอ] 


“โอเคขอบคุณมากที่เข้าใจ ฝันดีนะป๋อตี้”


[จ้านเกอ พรุ้งนี้ผมโทรหาพี่ได้ไหม?]


“ได้สิ แล้วจะรอรับสายเลย”


[งั้นฝันดีจ้านเกอ….]


บอกลากันเรียบร้อยผมก็เป็นฝ่ายกดวางสายของอีกคน เมื่ออีกคนไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมปิดทีวี อุ้มคุณชิโร้ไปนอนในที่ของเขา จากนั้นก็ปิดไฟห้องนั่งเล่น ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องของผม ขอตัวไปล้างหน้าแปรงฟันอีกรอบก็แล้วกัน


พอทำธุระเรียบร้อยผมก็กระโดนขึ้นเตียงขนาดคิงไซร์ทันที พอแผ่นหลังได้สัมผัสกับที่นอน ผมก็รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมตัวเรียบร้อย ก่อนจะหลับตาพริมลงให้จมไปกับความฝัน แต่ในหัวของผมดันฉายภาพใบหน้าชวนมองของคนที่ผมพึ่งวางสายจากเขาไปใบหน้าของคนในความฝันเติมแต้มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะชอบใจ ในยามที่ทำให้ผมงอนหรือโมโหได้ 


ปล่อยร่างกายจมอยู่กับความหลับไหล และความฝันที่ไม่ได้เลวร้ายแต่อย่างใด แต่กลับอยากให้คืนนี้เป็นฝันที่ยาวนานกว่าทุกคืนที่ผ่านมาเลย





///////




เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสสำหรับใครบางคน แต่สำหรับอีกคนกลับรู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจ วันนี้หวังอี้ป๋อมีเดินทางไปถ่ายรายการต่างจังหวัดเป็นเวลา 3 วัน และนั้นก็ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 


การเดินทางมายังสนามบินเป็นไปอย่างระเบียบ แฟนคลับที่มาตามก็ยังไม่มาก ทำให้การเดินเหินไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น อาจจะเพราะว่าเขาได้เที่ยวบินที่เช้ากว่าปกติ และนั้นก็ถือว่าเป็นผลดี เพราะถ้าสายกว่านี้คงวุ่นวายน่าดู


หวังอี้ป๋อเดินทางมาถึงสถานที่ที่เขาต้องมาอัดรายการวันนี้และอีกสองวันข้างหน้าแล้ว เขารีบก้าวเดินไปยังที่พักส่วนตัวที่ทางผู้จัดการของเขาได้เตรียมรอเขาไว้ก่อนแล้ว 


“บ่ายสามโมงไปที่กอง เดี๋ยวฉันจะให้อาเฟ้ยมารับ” ผู้จัดการของเขาว่าขึ้นในตอนที่เดินนำหวังอี้ป๋อมาส่งภายนห้องพัก “ยังไงก็พักไปก่อน”


“รู้น่าา ”


“ก็ดี อ่อและมีอีกอย่าง วันก่อนมีคนส่งรูปของเธอมาให้ฉันดู บอกว่าเจอที่ร้านไอศกรีมกับเซียวจ้าน พวกเธอไปรู้จักกันตอนไหน?”


พอได้ยินชื่อของอีกคนเข้ามาในบทสนทนาระหว่างเขากับยี้เฉินทำเอาหวังอี้ป๋อหันควับมองมายังคนตรงหน้าทันที


“ทำไม?” อี้ป๋อเอ่ยถามผู้จัดการของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาก่อนจะเอ่ยต่อ “ผมจะรู้จักกับเซียวจ้านไม่ได้งั้นหรอ?”

หวังอี้ป๋อรู้สึกไม่ชอบใจแล้วสิ ถ้าจะสั่งห้ามให้เขาสนิทกับจ้านเกอ บอกเลยว่าครั้งนี้เขาไม่ยอมง่ายๆแน่ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาห้ามเขาได้เลย


“ฉันแค่นึกแปลกใจ ปกติไม่ค่อยเห็นสนิทกับใครง่ายๆไม่ใช่หรือไง”


“แต่กับจ้านเกอ เขาไม่เหมือนคนอื่น”


“โอเค ฉันพอจะเข้าใจแล้วละ แต่บอกไว้ก่อนถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา รู้ใช่ไหมว่าจะต้องทำยังไง...”


“หึ! มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น...”


ยี้เฉินไม่ได้ว่าอะไรต่อเธอทำเพียงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอพอจะเดาได้อยู่แล้วว่าหวังอี้ป๋อคงไม่ได้สนิทกับเซียวจ้านแค่คนรู้จักในแบบทั่วๆไปแน่ พอจะมองออกว่าช่วงนี้เด็กในการดูแลของเขาเปลี่ยนไปเยอะมาก แต่ล้วนแล้วก็ถือว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่เรียกว่าดีในตอนนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายในวันข้างหน้าเนี่ยสิ


หลังจากคุยกับยี้เฉินจบไป หวังอี้ป๋อก็เดินเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเอง พร้อมกับที่อดคิดเรื่องที่คุยกับผู้จัดการของเขาจบไปไม่ได้ เขารูดีว่ายี้เฉินหมายถึงอะไร แต่เขาจะไม่ทำให้เรื่องนี้มาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจ้านเกอแน่นอน

จะไม่มีวันนั้นแน่นอน 


“อี้ป๋อออออ” เสียงเอ่ยร้องชวนน่าให้หงุดหงิดดังมาจากด้านนอก ทำเอาเจ้าของชื่อที่ได้ยินรู้สึกรำคาญหูไม่น้อย


“มีอะไร เข้ามาทำไมไม่เคาะก่อน?” อี้ป๋อเอ่ยถามปีเตอร์ด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจกับคนตรงหน้าเท่าไหร่


“เอ่า! นี้กูทำตัวปกติแล้วนะ ปกติคือกูไม่เคยเคาะอยู่แล้ว มึงก็รู้ไหมทั่น~” ปีเตอร์รีบพูดแย้งคนหน้านิ่งทันที ปกติไม่เคยเคาะไง ถ้าเคาะก่อนเข้ามานะ มันจะดูไม่ปกติทันที


“ชั่งแม่ง...แล้วมีธุระอะไร มันไม่ถึงเวลานัดเข้ากองนิ”


“จะมาชวนออกไปหาร้านทานข้าวข้างนอกไปด้วยไหม?”


“ขี้เกียจ” อี้ป๋อเอ่ยตอบปีเตอร์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ จนคนที่เห็นนึกหมั่นไส้ในใจ


“เกิดมาหล่อ จะพูดอะไรก็ดูดีไม่หมด กูละเบื่อมึงเหลือเกินหวังอี้ป๋อ” ปีเตอร์พูดบ่นออกมาอย่างนึกรำคาญ “สรุปมาทีจะไปไหมทั่น”


“ไปก็ได้ แต่มึงเลี้ยงใช่ไหม?” 


“ป่ะ!! ได้ใจกูมากพ่อหล่อรวย หน้าตาดี แต่ทำไมขี้งกจังวะ” 


“ตกลงจะเลี้ยงไหม?”


“เออๆ เลี้ยงก็ได้วะ โว๊ะกูละยอมมึงเลยอี้ป๋อ” ปีเตอร์บ่นหวังอี้ป๋อด้วยความหงุดหงิด ทำงานเกือบทุกวัน เงินค่าตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ มันเอาไปไว้ไหนหมด แต่มีบางอย่างที่อี้ป๋อมันจะจ่ายไม่อั้นก็คือตอนออกไปร้านเหล้าเท่านั้นแหละ



หวังอี้ป๋อและปีเตอร์พากันเดินลงมาจากห้องพักของโรงแรม พวกเขาใช้รถส่วนตัวของปีเตอร์ในการออกไปหาร้านสำหรับนั่งเล่นหาอะไรกินรอเวลาเข้ากอง นี้ก็พึ่งจะเก้าโมงเช้าเอง เหลือเวลาตั้งหลายชั่วโมง พวกเขาเลือกร้านที่ห่างจากกองถ่ายไม่มาก เมื่อถึงเวลานัดจะได้เดินทางไปได้สะดวกหน่อย


“นี่ มีเรื่องจะถาม” ปีเตอร์เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาหลังจากทั้งคู่อยู่บนรถคัน


“เรื่องอะไร?”


“คุณเซียวจ้าน” 


“มึงจะมาเสือกอะไรเรื่องนี้?” หวังอี้ป๋อตะคอกเสียงดังใส่ปีเตอร์ทำเอาคนโดนตะคอกใส่หน้าเวอกันเลยทีเดียว


“ใจเย็นสิว่ะ กูแค่จะถามไม่ได้จะเสือกอะไรเลย~”


“มึงไปรู้อะไรมาบ้าง...” อี้ป๋อเอ่ยถามปีเตอร์ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกปานน้ำแข็ง ทำเอาคนถูกถามขนลุกไม่ทั่วสันหลังแล้ว


“ไม่รู้ แค่...ไอ้หมิงฟาร์มันเล่าให้ฟัง มันบอกว่ามึงแอบขึ้นคอนโดคุณเซียวจ้านและยังแอบไปไหนมาไหนสองคนบ่อยๆด้วย ตกลงมันยังไง?” ปีเตอร์ยอมเล่าเรื่องที่เขาไปได้ยิยมาจากหมิงฟาร์ให้หวังอี้ป๋อฟังจนหมด แต่ก็ยังอยากจะรู้จากปากเพื่อนของตัวเองอยู่ดี


“กูต้องบอกมึงหรอ?”


“เอ่าทั่น กูยอมเล่าแล้วไง มึงก็ต้องบอกส่วนที่เหลือมาสินะนะ” ปีเตอร์พูดอ้อนวอนด้วยความอยากรู้ ทำเอาหวังอี้ป๋อจนปัญญา ยอมเอ่ยปากเล่าให้ฟัง


“กูก็แค่ รู้สึกดีเวลาอยู่กับเขา” อีป๋อเอ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ในตาเต็มไปด้วยความจริงจัง และทุกประโยคที่พูดออกมาล้วนออกมาจากใจของเขาทั้งหมด


“แค่รู้สึกดีเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกชอบด้วยหรอ?”


“มึงจะให้พูดคำว่าชอบออกมาให้ได้ใช่ไหม ไอ้ปีเตอร์” อี้ป๋อเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างหัวเสีย เล่าก็เล่าให้ฟังหมดแล้ว มันยังดูไม่ออกอีกหรอว่าเขารู้สึกกับจ้านเกอยังไง


“ก็อยากได้ยินชัดๆไง พูดให้ฟังหน่อยดิ” ปีเตอร์พูดบอกอี้ป๋อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ย์ ชวนโมโห


“เออ กูชอบเขา พอใจมึงยังไอ้เหี้ย!” พูดประโยคนั้นจบได้ ก็อดที่จะยิ้มออกมาคนเดียวไม่ได้ ขนาดไม่ได้บอกกับเจ้าตัวเขายังเขินได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเมื่อถึงเวลาต้องสภาพต่อหน้าจ้านเกอจริงๆ เขาจะไม่เอาหัวมุดแผ่นดินหนีเลยรึไง


“ฮ่าๆๆ กูอัดเสียงไว้แล้วนะ กูจะเอาไปแลกเงินกับไอ้หมิงฟาร์มัน ฮ่าๆ” ปีเตอร์หัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินประโยคสารภาพความในใจของหวังอี้ป๋อคนคลู ก็เขาไปพนันกับหมิงฟาร์เอาไว้ว่า ถ้าหวังอี้ป๋อมันยอมบอกว่าอบคุณเซียวจ้าน หมิงฟาร์มันจะยอมให้เงินก้อนโตไปเลี้ยงสาวเลยยังไงล่ะ


“พวกมึงมันเหี้ย” อี้ป๋อสบถด่าปีเตอร์ด้วยความโมโห มันหลอกให้เขาพูดว่าชอบ แล้วมันก็จะเอาไปแบกเมย์เขากับไอ้หมิงฟาร์ มันน่าแตะให้ตายคาตีนจริงๆ


ทั้งคู่เดินทางมาถึงร้านอาหารริมทะเล ที่ไม่ได้ห่างจากกองถ่ายมากนัก พวกเขาสั่งอาหารมาทานสามสี่อย่าง ก่อนจะนั่งชมบรรยากาศรอบๆไปด้วย โชคดีที่คนไม่เยอะมาก เลยทำให้การนั่งทานอาหารเป็นไปอย่าง เรียบง่าย ก็มากับคนดังไง ถ้าเกิดมาเจอแฟนคลับที่นี่ มีหวังนั่งทานข้าวกันแบบอึดอันและไม่ได้บรรยากาศแบบนี้แน่


นั่งทานอาหารไปได้สักพัก หวังอี้ป๋อเลยนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่มาถึงจนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้โทรจ้านเกอเลยสักครั้ง เขาเลือกเดินออกมาตรงลานด้านหลังของร้านอาหาร ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์คู่ใจในกระเป๋ากางเกง กดเบอร์ของใครอีกคนที่เขาสามารถจำได้ขึ้นใจ 


ไม่ได้รอนานเขาก็ได้ยินเสียงสดใสของคนในสายทันที


[ว่าไง~ หวังเหล่าซือ] อ่า เรียกกันด้วยสรรพนามใหม่อีกแล้ว อี้ป๋อเผลอยิ้มกว้างออกมาจนได้


“จ้านเกอ...พี่ถ่ายแบบเสร็จรึยัง”

[ยังเลย เหลืออีกสองเซตก็จะเสร็จแล้ว แล้วนายไปถึงที่นั้นนานยัง]


“สักพักแล้วละ..”


[อืม..เอางี้ดีไหมนายเข้ากองกี่โมง?]


“บ่ายสาม”


[อ่า ฉันถ่ายแบบเสร็จพอดี แต่นายคงไม่ว่างแล้ว...] เสียงคนในสายพูดด้วยน้ำเสียงเเหนิบนาบ จนคนที่ได้ยินเผลอขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้


“ทำไมหรอ?”


[ก็ฉันว่าจะอวดภาพวาดสักหน่อย เนี่ยพึ่งลงสีเสร็จเมื่อตอนสายนี่เอง]


“พี่เอาเวลาไหนไปวาด ทำไมผมไม่รู้”


[ฮ่าๆ แอบเซอร์ไพร์ไง เนี่ยรู้ไหมฉันวาดจากที่ฉันจินตนาการขึ้นเองเลยนะรู้ไหม] คนในสายพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นด้วยความดีใจ จนคนฟังเผลอยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้ 


“อยากเห็นแล้วสิ” อี้ป๋อพูดบอกคนในสายด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เขาได้ยินเสียงของจ้านเกอ


[อยากให้เห็นเหมือนกัน~] 


“งั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน รอผมกลับไปก่อนแล้วจะไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่า จ้านเกอว่าไง...”


[เอาอย่างงั้นหรอ...รอได้แน่นะ] 


“ผมรอได้อยู่แล้ว ขอแค่จ้านเกอไม่ไปไหนก็พอ” อี้ป๋อพูดบอกคนในสายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำที่พูดออกมาล้วนออกมาจากใจของเขาทั้งหมด


เซียวจ้านพอได้ยินหวังอี้ป๋อบอกแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขารู้ว่าอี้ป๋อหมายถึงอะไร ก่อนจะเอ่ยตอบกลับอีกคนที่ยังรอฟังเขาอยู่

[ฉันจะไปไหนได้ยังไง ทำงานทุกวันขนาดนี้ พูดแล้วก็เหนื่อยรอเลยป๋อตี้...]


“เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว ทนหน่อย...”


[อืม..นายเหมือนกันนะ]

เมื่อได้ยินคำพูดของคนในสาย ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาก็เริ่มอ่อนลง มีเพียงหัวใจที่พองโตขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มกว้างที่ไม่เคยได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่พอเป็นตอนนี้ตอนที่ได้ยินเสียงของอีกคน มันกลับทำให้เขาอยากจะยิ้มในทุกๆวัน ขอแค่เขาคนนั้นยิ้มเหมือนกันในทุกวันก็พอ...








100%


TBC................................................








"กำลังใจดี อัพถี่อัพไวน้าาา"

#คนนี้ของผมป๋อจ้าน

*ยังไม่ได้ทวนคำผิดนะคะ*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

95 ความคิดเห็น

  1. #93 Karnked (@Karnked) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 17:05
    กลับมาอ่านตอนนี้รอบที่2ให้คความรู้สึกเหมือนในชีวิตจริงพวกเขาต้องเป็นแบบนี้แน่ๆเลยอ่า/ฟินยิ้มจมูกบาน
    #93
    1
  2. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 23:08

    รอยยิ้มของกันและกัน
    #81
    0
  3. #79 pkk1436 (@pkk1436) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 18:53
    คนพี่งอแงได้น่ารักอะ ^^ ว่าแต่ฟอร์มเยอะทั้งสองคนเลยนะ
    #79
    1
  4. #77 844909556 (@844909556) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 10:48

    ฟิลรอค่ะ

    #77
    1
    • #77-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 17)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 12:17
      😅รอก๋อนน้าาา
      #77-1
  5. #76 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:35
    ขอแบบฟินๆจะมีมาม่ามั้ยคะไรท์จะเตรียมผ้าห่มรอเลยแต่ไม่อยากให้มีชอบแบบฟินๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคร้า
    #76
    1
    • #76-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 17)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 05:14
      มาม่านิดหน่อย ปมของพระเอกเรา คือต้องเคลียร์ให้จบ ก่อนจะบอกรักนายเอก ไม่เยอะๆ อย่าคิดมากกก

      555 บอกแล้วนะ😅
      #76-1
  6. #75 Kepler9 (@Kepler9) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 09:08
    ปูเสื่อรอ เมื่อไหร่จะมา
    #75
    4
    • #75-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 17)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 10:23
      กำลังปั่นอยู่รอก๊อนนนน 😅😅
      #75-1
    • #75-3 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 17)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 10:51
      คิดว่าก่อนเที่ยง แต่ไม่รู้จะทันไหม


      แอบอู้งานมาปั่นนิยาย 5555
      #75-3