คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 18 : เป็นทุกๆเหตุผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    3 ธ.ค. 62




"Is every reason"




“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ”


“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” 

วันนี้เป็นวันถ่ายแบบวันสุดท้ายของเซียวจ้านกับห้องเสื้อชื่อดังของคุณเหว่ยหลิง เขาอาสาพาไปทานข้าวเลี้ยงขอบคุณ พร้อมกับมาส่งที่คอนโดด้วย ตอนแรกเซียวจ้านจะให้คนรับรถไปรับ แต่ทางคุณเหว่ยหลิงยังยืนยันจะมาส่ง เลยไม่อยากปฏิเสธน้ำใจ ยอมให้เขาส่งทั้งที่จริงๆแอบเกรงใจอยู่เหมือนกัน


“งั้นผมขอตัวก่อน คุณเหว่ยหลิงขับรถกลับดีๆนะครับและขอบคุณมากๆที่มาส่งผมวันนี้” เซียวจ้านกล่าวขอบคุณและบอกลาเหว่ยหลิงก่อนจะส่งยิ้มบางๆมอบให้ตามมารยาท


“ครับหวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีกนะครับ” เหว่ยหลิงบอกกับเซียวจ้านพร้อมกับส่งยิ้มกลับมาเช่นกันก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยต่อ “แล้วเรื่อง~”


“อ่อ คุณเหว่ยหลิงอย่าพึ่งกังวลนะครับ ผมจะเอาเก็บไปคิดดูอีกที อย่าพึ่งมั่นใจในตัวผมมากเกินไป รอดูผลตอบรับของงานเซทนี้ก่อนนะครับ”


“ครับ แต่ผมก็ยังมั่นใจคุณเซียวจ้านอยู่ดี”


“ขอบคุณที่มั่นใจในตัวผมนะครับ” ว่าจบก็ระบายยิ้มบางๆให้กับอีกคนที่นั่งอยู่ในรถคันหรู ก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ผมคงต้องขอตัวแล้วจริงๆ”


“อ่าา ขอโทษด้วยครับที่เผลอชวนคุยนานเลย ขึ้นห้องเถอะครับ บอกฝันดีล่วงหน้าเลยนะครับ” เหว่ยหลิงบอกลาเซียวจ้านอีกครั้ง


“ฝันดีล่วงหน้าเช่นกันครับ” ว่าจบก็โบกมือเป็นการบอกลาอีกคน

ไม่นานรถคันหรูก็ขับเคลื่อนออกห่างจากระดับสายตาเรื่อยๆ จากนั้นเซียวจ้านจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปภายในคอนโดหรูทันที

มาถึงห้องพักแล้วก็จัดการวางกระเป๋า ถอดเสื้อคลุม จากนั้นก็เดินตรงไปยังบ้านหลักๆเพื่อจะเล่นกับคุณชิโร้ แต่เจ้าแมวจอมขี้เซาก็ยังนอนหลับพริ้มอีกตามเคย 


ครี๊ด~~ 

ไม่นานเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นใครโทรเข้ามาเซียวจ้านก็ไม่ได้ปล่อยให้อีกคนรอนาน เพราะไม่งั้นคงประสาทแดกแน่นอน


“ว่าไงมีมี่”


[ถึงคอนโดยังจ้าน] 

มีมี่เอ่ยถามเซียวจ้านที่น้ำเสียงดูจะเป็นห่วงอีกคนมากๆ


“ถึงแล้ว...อยู่บนห้องแล้วด้วย”


[โอเค นึกว่ายังไม่ถึงสะอีก]


“ทำไมถึงว่าอย่างงั้นล่ะ”


[ป่าวหรอก งั้นแค่นี้นะ อ่อแล้วจะกินอะไรอีกไหมหรืออิ่มแล้ว]


“ตอนนี้น่ะอิ่มอยู่ แต่อีกสักพักไม่แน่~”


[ยอมเลย..]


“แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เรามีของตุนไว้เยอะอยู่ มีมี่ไปพักต่อเถอะ”


[โอเค งั้นแค่นี้แล้วกัน จ้านก็ไปพักได้แล้ว]


“โอเค บายนะฝันดีด้วย”


[ฝันดีจ้านจ้าน]


คุยกับมีมี่เสร็จคิดว่าตัวเองควรจะไปอาบน้ำได้แล้ว ทำงานมาทั้งวัน เหนียวตัวจะแย่ เซียวจ้านเดินเข้าไปภายในห้องนอนของเขาเอง ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นภาพวาดที่เขาพึ่งลงสีเสร็จไปเมื่อวานนี้เอง 

แอบยืนยิ้มมองภาพวาดตรงหน้าคนเดียว เมื่อนึกถึงแรงบันดาลใจในการวาดภาพนี้ออกมา มันคือจินตนาการที่ออกมาจากสมองในหัวของเขาเองล้วนๆ แต่แรงบันดาลใจในภาพกลับมาจากใครบางคน ที่ตอนนี้ไม่รู้เจ้าตัวกำลังทำอะไรอยู่


เซียวจ้านอาบน้ำ ใส่เสื่อผ้าเรียบร้อย เขาก็เดินออกไปดูคุณชิโร้อีกครั้ง ก่อนจะใช้มือไปช้อนตัวเจ้าแมวจอมขี้เซาเข้ามาไว้ในออมแขน คิดว่าจะเล่นกับคุณชิโร้สักพักจากนั้นก็จะปล่อยให้ไปนอนต่อ 

เซียวจ้านยังไม่รู้สึกง่วงเท่าไหร่ เลยคิดว่าจะดูซีรี่ย์สักเรื่องก่อนเข้านอน แต่จะให้นั่งดูซีรี่เฉยๆก็คงจะน่าเบื่อไปหน่อย เขาเดินหายเข้าไปในห้องครัว ก่อนจะหยิบเอาขนมขบเคี้ยวที่เขาชอบ แอบซื้อมาตุ้นติดห้องไว้กินเล่นเวลาอ่านหนังสือ นั่งวาดรูปและอย่างเช่นตอนนี้ ตอนที่กำลังดูซีรี่ย์อยู่ยังไงละ

ตากลมใสจ้องมองหน้าจอทีวีขนาดใหญ่อย่างไม่กระพริบตา มือข้างหนึ่งกอดหมอนแน่นแนบอก ส่วนมืออีกข้างก็คอยหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวเสียงดังกรุบกรับช่างดูมีความสุขเหลือเกิน


แต่ความสุข ณ เวลานั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์คู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆกับจานใส่ขนม เซียวจ้านถอนหายใจออกมาอย่างนึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปมองยังหน้าจอที่กำลังสั่นไหวพร้อมกับเสียงริงโทนที่ดังกังวานจนน่ารำคาญ ก่อนจะหยิบเอารีโมททีวีมากดหยุดการเคลื่นไหวของหน้าจอ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายของอีกคนที่โทรเข้ามาทันที


[จ้านเกอ ผมโทรมารบกวนพี่หรือป่าว...] กดรับสายของอีกคนปุ๊ป ก็ต้องเจอกับคำถามทำนองนี้เกือบทุกครั้ง


เกรงใจเก่งเหลือเกินนนน

 จริงๆก็กวนแหละ แต่ขอไม่บอกแบบนั้นก็แล้วกัน เดี๋ยวก็น้อยใจกันอีก ขี้เกียจจะง้อแล้ว


“ไม่เลย~ ว่าแต่นายเลิกกองแล้วหรอ?” เซียวจ้านเอ่ยถามคนในสายด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสไม่น้อย จนคนที่พึ่งทำงานเสร็จได้ยินถึงกลับหายจากอาการเหนื่อยล้าทันที


[พึ่งเลิก ผมกำลังจะกลับที่พัก] 

คนในสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจะเหนื่อยไม่น้อยเลย เซียวจ้านเขาคิดแบบนั้น


“เหนื่อยไหม ป๋อตี้...” แอบถามด้วยความเป็นห่วง ก็หวังอี้ป๋อน่ะทำงานหนักจะตาย รับงานอย่างกับตัวเองเป็นหนี้ร้อยล้าน เห็นแล้วก็อดห่วงสุขภาพไม่ได้


[เหนื่อยสิ...] คนในสายตอบทำเอาคนฟังรู้สึกใจเสีย ก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยต่อ [แต่ตอนนี้หายแล้วละ] พูดจบก็ยิ้มกว้างคนเดียว โดยที่คนร่างบางคงไม่ได้เห็น


“หายเหนื่อยก็ดีแล้ว”


[จะนอนรึยังจ้านเกอ] หวังอี้ป๋ออยากจะบอกให้อีกคนรอเขาก่อน อยากจะบอกว่าอย่าพึ่งง่วงตอนนี้เลย ขอฟังเสียงจ้านเกออีกสักพักจะได้ไหม


“ยังหรอก อีกสักพักนู้นแหละ แล้วนายถึงห้องยัง”


[ถึงแล้ว กำลังจะเปิดประตูห้อง]


“งั้นหรอ นายไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม จะได้รู้สึกสบายตัว” เซียวจ้านบอกกับหวังอี้ป๋อด้วยความนึกเป็นห่วง ขนาดตัวเขาเองทำงานในห้องแอน์ทั้งวัน ยังเหนียวตัวจะแย่


[ผมกลัวอาบน้ำกลับมาแล้วจ้านเกอจะหลับก่อนเนี่ยสิ] หวังอี้ป๋อเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นึกกังวล ถ้าไปอาบน้ำแล้วกลับมา กลัวว่าคนในสายจะรอนานแล้วหลับไปก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นมันคงจะไม่ดีต่อเขาเองเอามากๆ


“ฮ่าๆ นายไม่ต้องกลัวฉันจะหลับหรอก” เซียวจ้านเอ่ยท้วงคนในสายด้วยน้ำเสียงขบขันพอใจก่อนจะรีบเอ่ยต่อ

“ตราบใดที่นายยังไม่บอกฝันดี ฉันคงจะนอนไปหลับแน่ๆ” ว่าจบก็ยิ้มกว้างคนเดียว นี่เขาเผลอพูดอะไรออกไปเนี่ย นึกอยากจะย้อนเวลากลับไป ก็คงไม่ทันซะแล้ว ทำไมเดี๋ยวนี้เขาชอบพูดอะไรออกมาแปลกๆกับหวังอี้ป๋อทุกทีเลย


แล้วคนทางนั้นได้ยินเขาบอกแบบนั้น จะรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะแปลกๆเหมือนเขาไหมนะ แถมใบหน้ายังรู้สึกร้อนๆขึ้นอีก 

นี่เขากำลังเขิลกับคำพูดของตัวเองอยู่งั้นหรอ บ้าที่สุดเลยเซียวจ้าน~



[พูดแบบนี้ ทำเอาผมไม่อยากไปอาบน้ำเลย...] หวังอี้ป๋อยิ้มกว้างจนเมื่อยแก้มจะตายอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เขารู้สึกว่าจ้านเกอจะกล้าพูดกับเขาเยอะขึ้น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนเยอะมากและนั้นก็ทำให้เขาเอง กล้าที่พูดตรงๆกับอีกคนเช่นกัน


“เออ...คือฉันแค่พูดขำๆไง ก็นายจะได้ไม่เครียด...” นายไม่เครียดแต่ฉันเครียดมาก เครียดที่เผลอพูดอะไรออกไปแบบนั้น


[ทำไมผมถึงคิดจริงละ แต่จ้านเกอสบายใจได้...ผมไม่ปล่อยให้จ้านเกออดหลับอดนอนรอให้ผมบอกฝันดีหรอกนะสบายใจได้เลย...] หวังอี้พูดกับคนในสาย ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหน้าจะแดงขนาดไหนแล้ว 


รู้ว่าจ้านเกอต้องเขิลมากๆ เพราะขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกเขิลเลย


“พูดอะไรของนาย ไปอาบน้ำได้แล้ว!” เซียวจ้านลืมตัวเผลอพูดตวาดออกมาด้วยความเขิลอาย 

ก็คนมันเขิลจริงๆนิน้าา


[โอเคครับจ้านเกอ ผมขอเวลาอาบน้ำไม่เกิน20นาที รอได้ไหม?]


“....อืม รอได้~” พูดจบก็ยิ้มกว้างคนเดียว สงสัยจะเป็นเอามากแล้วละ


[โอเค พี่วางได้เลย….]


“....”

เซียวจ้านกำลังคิดว่าเขาไม่อยากจะวางสายเลย อยากถือสายรอแบบนี้ เพราะมันจะทำให้ความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว และไม่ต้องมาตั้งตารอว่าอีกคนจะโทรมาตอนไหนด้วย

เป็นแบบนั้นได้มันคงจะรู้สึกไม่น้อยเลย


[จ้านเกอ...พี่เงียบทำไม ไม่อยากวางสายจากผมงั้นหรอ?]

พูดเหมือนอ่านใจกันได้เลย จะเก่งเกินไปแล้ว ก็เขาดันคิดแบบนั้นจริงๆนี่น้า จะให้พูดแบบนั้นออกไป มันจะไม่ดูว่าเขาเป็นคนงี้เง้าใช่ไหม…


“เอ่อ อ่องั้น-”


[เอางี้ดีกว่า ผมจะกดวางสายจ้านเกอก่อน แล้วผมจะคลอไปหาใหม่ก็แล้วกัน จ้านเกอโอเครึป่าว] คนในสายพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา หวังอี้ป๋อเขาพอจะเดาได้ ว่าจ้านเกอ คงไม่อยากวางสายจากเขาแน่ๆ

ขอคิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนก็แล้วกัน ขนาดเขาไม่ได้เจอหน้าจ้านเกอสองสามวันมานี่ ยังรู้สึกกระวนกระวายอยากเจอหน้า แต่พอได้ยินเสียงกลับทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้ พอเป็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งไม่อยากให้ความรู้สึกนี้หายไป 

เพราะถ้าจ้านเกอไม่ว่างที่จะคุยแล้ววางสายจากเขาไปตอนนี้ โดยที่เขายังคุยกับอีกคนได้ไม่หายคิดถึงแบบนี้ มันคงดูจะแย่กับหัวใจเขามากๆ


“แบบนี้จะดีหรอ..คือฉัน”


[จ้านเกอไม่สะดวกก็ไม่เป็นรัย...] 

ไม่ใช่ไม่สะดวกสักหน่อย! เขาสะดวกมากอยู่แล้ว แล้วทำไมถึงทำเสียงเหมือนว่าน้อยใจกันยังไงไม่รู้ แล้วแบบนี้จะกล้าปฏิเสธได้หรอ

ก็ในเมื่อลึกๆแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะวางสายจริงๆนิ


“โอเค งั้นฉันจะวางสายแล้วนะ….แต่ฉันจะรีบคลอกลับหานายตอนนี้เลย นายว่าดีไหม?” พูดจบก็ยิ้มกว้างอีกแล้ว ทำไมรู้สึกว่าตั้งแต่คุยกับหวังอี้ป๋อมา เขาถึงรู้สึกเมื่อยๆแก้มเหมือนจะแตกเลยนะ


[ดีครับ ผมจะรอนะจ้านเกอ...]


สิ้นประโยคของหวังอี้ป๋อจ้านเกอก็กดวางสายการสนทนาแบบได้ยินแค่เสียง แล้วเปลี่ยนมาเป็นการโทรคุยกันที่จะสามารถเห็นได้ทั้งใบหน้า รอยยิ้ม แทบจะทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้ และเวลานี้เขาทั้งคู่ก็นึกอยากจะขอบคุณผู้คิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นแบบนี้ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกว่า ถึงตัวจะอยู่ไกลกันแค่ไหน แต่กลับรู้สึกเหมือนว่าใจของเราไม่ได้ห่างกันไปไหนเลย


ไม่ได้ปล่อยให้หัวใจของเขาทั้งคู่รอนาน เมื่ออีกคนวางสายและโทรเข้ามาใหม่ แต่รอบนี้กลับเห็นได้ทั้งใบหน้าขาวเนียน ไหนจะรอยยิ้มสดใส ที่มองที่ไรทำให้รู้สึกหัวใจฟองโตขึ้นมาทันทีอย่างเช่นตอนนี้ รอยยิ้มกว้างที่เขามักจะเห็นประจำบนใบหน้าของอีกคนมันชั่งดูเหมาะสม และไม่อยากทำให้รอยยิ้มสดใสแบบนี้หายไปไหนเลย


“เป็นไง รอนานไหม?” เสียงเอ่ยถามทันที ที่อีกคนกดรับสายที่จะมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของอีกคน ที่เห็นกี่ทีก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย

[ไม่นานเลย...ช้ากลัวนี้ผมก็รอได้ ขอแค่จ้านเกอบอกให้รอ ผมรอได้อยู่แล้ว] อีกคนพูดพร้อมกับจ้องใบหน้าของอีกคนผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ที่ตอนนี้เราทั้งกำลังสบตากันอยู่ โดยไม่มีใครละสายตาจากกันและกันเลย


“อือ ฉะฉันไม่ปล่อยให้นายรอนานหรอกน้าา” พูดจบก็รีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันที ใครจะทนจ้องตากันได้นานขนาดนั้น 

แค่นี้หน้าก็ทั้งร้อนทั้งแดงมากแล้ว ไม่รู้ว่าหวังอี้ป๋อจะเห็นชัดรึป่าวแต่ภาวนาว่าคงไม่เห็นละนะ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเอามาก เพียงแค่อีกคนพูดจาอ่อนโยนเอาใจหน่อยก็เขิลตัวแตกอยู่แล้ว


เราทั้งสองคนพูดคุยถามไถ่กันโดยที่ต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากันตลอด ตอนแรกก็รู้สึกว่าง่วงอยู่หรอก แต่พอคุยกันไปคุยกันมา เริ่มตาสว่างกว่าเดิมซะงั้น ตอนแรกกะว่าจะอวดรูปที่วาดและลงสีเสร็จสักหน่อย แต่หวังอี้ป๋อบอกว่าพรุ้งนี้ก็จะกลับแล้ว เดี๋ยวจะแวะมาหาที่คอนโด 

แต่มันจะดีหรอ มาคอนโดเลยนะ แอบกังวลว่าจะเป็นข่าว ก็เขาคือหนุ่มฮอตแถมกำลังเป็นที่นิยมและกระแสก็มาแรงไม่มีตกขนาดนั้น ถ้าเขามาหาผมที่คอนโดแล้วมีคนเจอแอบเอาไปทำข่าวเสียๆหายๆ แบบนั้นก็คงจะแย่ไปหน่อย และผมเองคงรู้สึกไม่ดีมากๆ ที่จะทำให้ชื่อเสียงของหวังอี้ป๋อเสื่อมเสีย

จะว่าไป ผมก็ผู้ชายนี่น้า ไม่ใช่สาวๆ ที่หวังอี้ป๋อแอบคบด้วยสักหน่อย แล้วจะกลัวเป็นข่าวทำไม นี่ผมเป็นคนคิดมากตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

[จ้านเกอเหม่ออะไร?]


“อะ อ่อโทษทีฉันคิดอะไรนิดหน่อยนะ”


[ง่วงก็ไปนอนได้แล้ว ผมไม่ได้ใจร้ายบังคับให้พี่คุยกับผมทั้งคืนหรอก] อีกคนว่าก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดู ที่ตอนนี้ดวงตาจะปิดเต็มทีแล้ว เห็นแล้วก็นึกอยากจะจับมาฟัดให้แก้มช้ำจริงๆ


“ ยังไม่ได้ง่วงสักหน่อย~” พูดจบก็ทำหน้างอใส่คนที่เอ่ยว่า จนอีกคนถึงกับกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ จะน่ารักเกินไปแล้ว


[อยากคุยกับผมขนาดนั้นเลย?]


“ว่าไงนะ ฉันนี้นะอยากคุยกับนาย ฉันก็แค่...กลัวว่านายจะเหงาหรอกถึงได้อยู่คุยเป็นเพื่อนน่ะ”  


[งั้นหรอ...ผมจะยอมเชื่อดูสักครั้งนะครับ]


“นี่ นายว่าฉันกำลังโกหกงั้นหรอ?”


[ผมไม่ได้ว่าจ้านเกอโกหก แต่ผมแค่คิดว่าจ้านเกอน่าจะเขินผมมากกว่า...]


“หึย งั้นวางเลยนะ ฉันว่าฉันเริ่มง่วงแล้วล่ะ”


[เขิลแล้วก็ชอบหนีด้วย?]


“ไม่ได้นะหนีนะ ฉันง่วงจริงๆ และอีกอย่างนายยังไม่อาบน้ำเลย พรุ้งนี้บินเช้าไม่ใช่รึไงกันเล่า!” อะไรของหวังอี้ป๋อเนี่ยก็บอกว่าไม่ได้เขิน ก็แค่...รู้สึกหน้าร้อนแปลกๆเฉยๆหรอกน้า ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่บอกอี้ป๋อให้รู้หรอก ไม่งั้นมีหวังโดนล้อแน่นอน เรื่องขี้แกล้งเป็นที่หนึ่งยกให้หวังอี้ป๋อคนนี้เลย



[โอเคผมเชื่อจ้านเกอก็ได้ ส่วนเรื่องบินเช้าจ้านเกอไม่ต้องเป็นกังวลว่าผมจะเหนื่อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ...]อี้ป๋อบอกกับที่มองมาที่เขาตาแป๋ว จนเขาเองกลั้นยิ้มเอาไว้แทบไม่อยู่ ก่อนจะเอ่ยพูดกับอีกคน [เพราะสองวันหลังจากนี้ผมว่าง...] พูดจบก็ยิ้มกว้างในคนในจออีกครั้ง คิดแล้วก็อยากไปหาจ้านเกอเร็วๆเลย


“งั้นหรอ...แล้วนาย  มีนัดที่ไหนรึป่าว” เซียวจ้านเอ่ยถามอี้ป๋ออย่างลังเล ตามจริงเขาเองก็ได้พักเหมือนกัน แอบใจชื่นหน่อยๆตอนรู้ว่าหวังอี้ป๋อก็ว่างตรงกันกับเขา แต่ลึกๆก็อยากให้คนหน้านิ่งได้อยู่ห้องพักผ่อนน่าดีกว่า ก็ไปทำงานต่างจังหวัดมาตั้งหลายวันแล้วนิ


[คิดว่าไม่มี…] พูดจบก็ยิ้มบางๆให้กับคนใจจอ


“ดีแล้ว...นายจะได้พักผ่อน” จ้านเกอบอกกับป๋อตี้อย่างนั้น แต่ภายในใจก็อยากจะไปเจออี้ป๋อนะ ก็เราคุยกันไว้ก่อนแล้วไงว่าจะมาดูภาพวาดที่เขาพึ่งวาดเสร็จไปเมื่อวาน

แต่ดูท่าแล้วเหมือนว่าหวังอี้ป๋อเขาจะลืมสินะ


[จ้านเกอ….] อี้ป๋อเอ่ยเรียกคนหน้าหวาน ที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าอีกคนกำลังคิดมากเรื่องอะไรอยู่แน่ๆ ก่อนที่เขาเองจะตัดสินใจเอ่ยถามอีกคนขึ้น [พรุ้งนี้...มีงานที่ไหนรึป่าว] อี้ป๋อเอ่ยถามอีกคนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 


“ทำไมหรอ?” เซียวจ้านเอ่ยถามหวังอี้ป๋อด้วยความแปลกใจ ถามเขาแบบนี้แปลว่า…..


[ผมไปหาจ้านเกอได้ไหม…...]


“.....” เซียวจ้านเขาไม่ได้ตอบคำถามของอีกคน แต่เขากำลังยิ้มกว้างในใจพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงจนจะทะลุออกมากลางอกของเขาแล้ว พยายามจะไม่แสดงอาการเขินอายจนแทบจะทำตัวไม่ถูกให้กับเด็กน้อยตรงหน้าได้เห็นแน่ๆ 

ฮืออออ หน้าร้อนมากเลย หวังว่ามันจะไม่แดงจนอีกคนสังเกตุได้นะ


[จ้านเกอ..ไม่ว่างสินะ] อี้ป๋อบอกกับอีกคนด้วยน้ำเสียงแผ่วอย่างนึกเสียดาย พร้อมกับแววตาที่ดูจะแอบเศร้าขึ้นมาไม่น้อย

เซียวจ้านเห็นสีหน้าของอี้ป๋อตอนนี้แล้วก็นึกที่จะแกล้งต่อไม่ไหว ยอมรับเลยว่าเขาไม่ค่อยชอบเห็นอีกคนทำหน้าเศร้ามองกันแบบนี้เลย มันทำให้เขารู้สึกใจโหว่งๆแปลกๆยังไงไม่รู้สิ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน


“นี่...ใครบอกนายว่าฉันไม่ว่าง~” พูดพร้อมกับกลั้นยิ้มให้ได้มากที่สุด


[จ้านเกอ...ว่างงั้นหรอ?] อี้ป๋อเอยถามจ้านเกออีกครั้งด้วยความตื่นเต้นและแอบดีใจ แต่ก็เก็บอาการเหล่านั้นเอาไว้ กลัวกว่าถ้าอีกคนได้เห็นคงหัวเราะเยาะเขาแน่ๆเลย


“อืม..” ตอบพร้อมกับยิ้มบางๆออกมา 

ก็พยายามกลั้นยิ้มแล้วนะ แต่มันกลั้นไม่ไหวจริงๆ เนี่ย! เมื่อยแก้มจะแย่อยู่แล้ว…..


[ผมไปหาจ้านเกอได้ไหม?] อี้ป๋อเอ่ยถามอย่างลังเล ก็อยากจะไปหาจ้านเกอจริงๆนิ


เซียวจ้านมองมายังหน้าจอของโทรศัพท์คู่ใจ ที่จะมีใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนปรากฎอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ แอบยิ้มกว้างในใจ ในตอนที่อีกคนเอ่ยถามเหมือนหวังอี้ป๋อก็อยากจะมาเจอเขา และเขาเองก็อยากจะเจอกับหวังอีป๋อเช่นกัน 

แต่จะให้บอกกันไปตรงๆก็คงจะเขินอายไม่น้อย ถ้าอย่างงั้นขอไม่บอกดีกว่า….

เคยให้เวลากับตัวเองในการคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับหวังอี้ป๋อมันคืออะไร แต่คำตอบของเขามันยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่นานเกินรอเขาเองคงจะได้คำตอบนั้นแน่นอน


“ดะ ได้สิ...” พูดจบก็รีบหันหน้าหนีจากสายตาของอีกคนทันที จ้องกันขนาดนี้ก็ตายกันพอดี แค่นี้ก็เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว

ทำไมไม่ชินสักที ขยันจังนะทำให้คนอื่นเขินตัวเป็นเกลียวขนาดนี้น่ะ


[โอเค...] อี้ป๋อว่าพร้อมกับยิ้มกว้างอีกครั้ง [งั้นเราไปนอนกันดีกว่าไหม ผมว่ามันดึกมากแล้ว...]


“อ่อ จริงด้วย เอาจริงรอบนี้ฉันก็ง่วงชึ้นมาจริงๆแล้วละ” เซียวจ้านว่าพร้อมกับหาวว้อดออกมา จนคนที่มองอยู่ก่อนแล้วอดที่จะขำออกมาไม่ได้ น่าฟัดให้จมเขี้ยวเหลือเกิน


[งั้น...ฝันดีนะจ้านเกอ]


“อือ...ฝันดีเช่นกันนะ”


[พรุ้งนี้เจอกัน….]


“แล้ว...เจอกัน”


เซียวจ้านเป็นฝ่ายกดวางสายจากหวังอี้ป๋อก่อน ทั้งที่จริงก็ไม่อยากเป็นฝ่ายกดวางสักเท่าไหร่ แต่จะทำยังไงได้ ถ้าเขาไม่วางอีกคนก็คงไม่ยอมวางง่ายๆแน่

แต่พอกดตัดสายของหวังอี้ป๋อไป เขากับรู้สึกใจหายแปลกๆ ความรู้สึกอิ่มเอมในใจเริ่มจางหายไปเรื่อยๆพร้อมกับดวงตาที่เริ่มปิดลงอย่างช้าๆ

ถึงจะอย่างนั้น ตื่นเช้าในวันใหม่ เขาก็ยังต้องเจอกับอีกคนอยู่ดี

พอคิดได้แบบนี้ ก็ได้แต่ระบายยิ้มกว้างคนเดียวในความมืด

หวังว่าคนหน้านิ่งที่อยู่ทางนู้นจะยิ้มกว้างอย่างสุขใจไม่น้อยไปกว่าคนทางนี้นะ














TBC.







โอ้ววว มาย ก๊อดดดดดด

ครบร้อยแล้วววววว

นั่งน้ำตาซึม T_T

กว่าจะแต่งตอนนี้จบได้สารภาพเลยว่า นานมากกกก

เปิดเวิร์ดนั่งดูหน้าจอว่างป่าวมาหลายวันแล้ว มันคิดไม่ออกจริงๆ

แต่สุดท้ายความพยายามก็ไม่สูญป่าว เราแต่งจบตอนได้แล้วนะ


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและชอบกัน


สุดท้ายขอกำลังใจเล็กๆน้อยในการแต่งตอนต่อไปกันด้วยนะ



“กำลังใจดี อัพถี่อัพไว”










#คนนี้ของผมป๋อจ้าน

*ยังไม่แก้คำผิด ถ้าหลุดเยอะขอโทษด้วยนะ*



อย่าตกใจเราเอาเพิ่มจากตอนเฉยๆ เดี๋ยวนิยายจะไม่เตือน แฮ่ๆ

เนื้อเพลง My Lady

ไม่จำเป็นหรอก lady ไม่ต้องดีเท่าใคร
แค่เธอมาเป็นแฟนพี่นั้นก็ดีเท่าไร
ไม่ต้องสวยเหมือนใคร แค่นี้ก็โดนใจ
ให้ย้อนกลับไปยังไง ก็เลือกเธอ

ได้มีเธอที่รัก ก็ไม่เคยต้องเหงา
ที่บางทีพี่ทักก็แค่ใจพี่เฉา
อยากให้มากวนใจ จะให้พี่ทำไงอ่ะ
ก็เธอมันดีต่อใจซะเหลือเกิน

ต้องเป็นฉัน ที่ต้องขอบคุณ
ที่เธอยอม ให้ใจ
ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งแบงค์พัน
ดีใจที่เรานั้นได้รักกัน
ขอให้เราได้อยู่ ด้วยกันตลอดไป

ต้องเป็นฉัน ที่ต้องขอบคุณ
ที่เธอยอม ไว้ใจ
เธอทำให้ทุกๆวันมีคนเอาไว้คิดถึงกัน
แม้จะเอาแต่ใจ
ยังไงก็รัก ยังไงก็รักเธอ

แต่ก่อนเธอเป็นแค่ baby
เดี๋ยวนี้พี่ยกให้ ให้เธอเป็น my lady
ข้างนอกนั้นไม่เท่าไหร่แต่ข้างในเธอ sexy
ใครจะมองยังไงนั้นมันก็เรื่องเขาเด้

ตอนนี้ทั้งใจ ให้เธอคนเดียว
บอกเลยว่าไม่ต้องการ
ไม่ต้องการผอมเพรียว
แค่ขอรักกันจริงจากใจ

พี่ต้าเขาก็ชอบตูมๆ
ส่วนพี่ก็คิดว่าพี่ก็ชอบอูมๆ
แต่ของเธอก็ดีอยู่แล้ว
อย่างน้อยไม่ต้องซูมๆ
พูดแล้วคืนนี้จะจัดให้บูมๆ

จะสวยกว่าเธอแล้วไง
ก็ยังเป็นเธอทั้งใจ
ก็พี่นั้นรักใครไม่ได้อีกแล้ว

ถ้าไม่ใช่เธอจะไม่ยอม
กี่บทนางร้ายก็จะพร้อม
เกรี้ยวกราดแค่ไหนก็จะยอม
ตอนที่พี่หื่นๆเธอก็อย่าร้องน่ะ

อย่าส่งเสียดัง ไม่อยากให้ใครได้ฟัง
ให้ได้ยินแค่พี่เท่านั้น

ต้องเป็นฉัน ที่ต้องขอบคุณ
ที่เธอยอม ให้ใจ
ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งแบงค์พัน
ดีใจที่เรานั้นได้รักกัน
ขอให้เราได้อยู่ ด้วยกันตลอดไป

ต้องเป็นฉัน ที่ต้องขอบคุณ
ที่เธอยอม ไว้ใจ
เธอทำให้ทุกๆวันมีคนเอาไว้คิดถึงกัน
แม้จะเอาแต่ใจ
ยังไงก็รัก ยังไงก็รักเธอ


my lady kt long flowing
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

151 ความคิดเห็น

  1. #90 Karnked (@Karnked) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 15:44
    ยิ้มหน้าบานกว่าสองคนนั้นก็อีชั้นนี่แหละคร้า5555
    #90
    0
  2. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 20:20

    อิอิ! น่ารัก เมื่อไรจะตกลงคบกันเป็นแฟนเสียที ลุ้นกับความน่ารักของพี่ความขี้อ้อนของน้อง
    #83
    4
    • #83-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 18)
      3 ธันวาคม 2562 / 20:43
      ตอนหน้าจะมาไหม?

      มาลุ้นกัน 555
      #83-1
  3. #82 Bks Bongkiz (@bkyib) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 09:03
    สะกดผิดนะคะ
    ตุ้น > ตุน
    เม่อ > เหม่อ
    #82
    1
    • #82-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 18)
      3 ธันวาคม 2562 / 09:08
      ขอบคุณน้าาา
      ไปแก้มาแล้ววว
      #82-1
  4. #80 pkk1436 (@pkk1436) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 17:24
    คนฟังคงยิ้มหน้าบานแล้วละจ้านเกอ
    #80
    0