Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 11 : เหตุการณ์ในธนาคาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 432 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

ในระหว่างที่ไตรภพกำลังใช้ความคิดบางอย่างระลึกเรื่องราวในอดีต ช่อผกาได้เดินเข้ามาพร้อมกับอาหารข้าวต้มร้อน ๆ ไตรภพจึงปลุกมะลิให้รับประทานอาหาร ดูเหมือนเด็กสาวจะหิวเป็นอย่างมาก เติมอาหารไปถึง3จาน

 

“ค่อย ๆ กินก็ได้ลูก เดี๋ยวติดคอ”

 

“ก็มันอร่อยนี่คะ”

 

ช่อผกายิ้มอย่างมีความสุข พินิจมองไปยังเด็กสาวตรงหน้าที่มีอายุราว ๆ เก้าถึงสิบปี เนื้อตัวดูมอมแมม แต่จมูกที่โด่งเป็นสัน ดวงตากลมโต กลับทำให้ผู้มองรู้สึกเอ็นดู

 

“มะลิ ต่อไปนี้เรียกฉันว่า แม่ นะลูก”

 

“แม่…”

 

“ใช่จ้ะ แม่จะดูแลเธอเองนะ มะลิไม่ต้องห่วง หลังจากทุกอย่างลงตัวแล้ว แม่จะตามหาครอบครัวของหนูให้ได้ แม้ว่าแม่จะไม่ได้ให้กำเนิดหนูมา แต่แม่สัญญาว่าจะดูแลหนูให้ดีที่สุดเลยนะ”

 

มะลิซึ่งกำลังรับประทานข้าวต้มจานที่สามอยู่นั้น วางช้อนลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงวัยกลางคนตรงหน้า เธอมองช่อผกาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในหลายปีที่ผ่านมาเด็กสาวต้องผ่านความทุกข์ยากมามากมายโดยเฉพาะการถูกเคี่ยวกรำจิตใจจากการบังคับให้ทำเรื่องไม่ดีต่าง ๆ จากพวกแก๊งเชิ้ตดำ

 

ภาพความทรงจำลาง ๆ ในหัวสมองของเด็กสาว เป็นใบหน้าของครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เธอเรียกหาว่า‘พี่กาน’ แต่กลับนึกภาพผู้เป็นพี่สาวไม่ค่อยออก เนื่องจากระยะเวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนาน อีกทั้งยังไม่รู้ชื่อจริง และนามสกุลตัวเอง ข้อมูลที่รู้คือเธอมาจากจังหวัดแพร่ ซึ่งเธอบังเอิญได้ยินชายเชิ้ตดำคุยกัน

 

ในขณะที่เธอถูกบังคับให้ถูกรถชนแล้ว รถชนเล่า เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ทำให้เธอได้มาพบเจอกับช่อผกาและไตรภพ โดยเฉพาะชายหนุ่มที่สามารถจัดการแก๊งเชิ้ตดำได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะช่วยเหลือเธอแล้ว ยังยินดีที่จะรับเลี้ยงเสมือนลูก จะไม่ให้เด็กสาวตื้นตันใจได้อย่างไร

 

“แม่คะ ฮือ ฮือ ฮือ”

 

มะลิร้องไห้ซบลงบนหน้าอกของช่อผกาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตาที่มาจากความอัดอั้นตันใจพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี ไตรภพถอนหายใจมองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความเวทนาปนสงสาร ดูเหมือนว่าหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ต้องไปถล่มแก๊งเชิ้ตดำให้ราบคาบ

 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ช่อผกาได้ขึ้นไปหญิงกระเป๋าที่ถูกด้วยพลาสติกทึบอีกที เธอเปิดกระเป๋าดูเพื่อตรวจสอบเงินในกระเป๋า ซึ่งเงินยังคงอยู่อยากครบถ้วน หลังจากนั้นช่อผกา ไตรภพ และมะลิ ได้ขับรถVios ป้ายแดง ไปที่ธนาคารกสิกร ในตัวเมืองของจังหวัดน่าน

 

ช่วงเวลา14.00น. เป็นเวลาที่คนทำงานประจำต้องอยู่ที่ทำงาน ทำให้ในธนาคารไม่มีลูกค้ามากนัก ช่อผกาได้กดบัตรคิวพร้อมกับนั่งรอคิวของตนเอง พลางมองดูไตรภพที่หยอกล้อกับมะลิอย่างอบอุ่น ดูเหมือนว่าความกังวลใจของเธอเกี่ยวกับไตรภพที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากจมน้ำ ค่อย ๆ เบาบางลงบ้างแล้ว

 

“เชิญหมายเลข87 ค่ะ”

 

ช่อผกาดูใบลำดับคิวในมือของเธอ ก่อนที่จะลุกไปยังเคาน์เตอร์ธนาคารช่องเบอร์4 โดยถือกระเป๋าใบใหญ่วางลงบนเคาน์เตอร์

 

“คุณลูกค้าคะ มาทำรายการอะไรคะ”

 

“มาฝากเงินค่ะ”

 

พนักงานรับกระเป๋าของช่อผกาด้วยความงุนงง นึกแปลกใจว่าทำไมลูกค้าหญิงตรงหน้าถึงไม่หยิบเองออกมาจากกระเป๋าเอง แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของพนักงานธนาคารจึงเปิดกระเป๋าออกดูอย่างช้า ๆ พลาสติกที่ห่อหุ้มกระเป๋าไว้หลุดออก กลายเป็นกระเป๋าLouisใบงามสีน้ำตาล

 

“นี่”

 

พนักงานดวงตาลุกวาง มองแบงค์พันที่ซ้อนกันเป็นปึก ๆ เต็มกระเป๋า ตั้งแต่เธอทำงานมาหลายปี ยังไม่เคยเจอลูกค้ามาฝากเงินสดมากมายขนาดนี้ จริงอยู่ที่ธนาคารมีลูกค้าที่ร่ำรวย แต่ลูกค้าเหล่านั้นส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพกเงินสด นี่จึงเป็นครั้งแรกกับเหตุการณ์ตรงหน้า

 

“คุณลูกค้าคะ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันไปตามผู้จัดการให้นะคะ”

 

พนักงานเชิญช่อผกา ไตรภพ และมะลิเข้าไปในห้องผู้จัดการทันที ก่อนที่จะรายงานให้กับผู้จัดการรับทราบ ซึ่งผู้จัดการเป็นผู้ชายอายุประมาณห้าสิบเศษ มีใบหน้าภูมิฐาน สวมใส่สูทของธนาคาร หันมายิ้มแย้มกับช่อผกา

 

“เดี๋ยวทางธนาคารขอเวลานับเงินสักพักนะครับ ผมให้เด็ก ๆ ไปจัดการเรียบร้อยแล้ว เป็นยอดสิบล้านบาทที่คุณช่อผกาแจ้งมานะครับ”

 

ช่อผการู้สึกแปลกใจที่ชายตรงหน้ารู้ชื่อของเธอ เมื่อนึกขึ้นได้ตอนยื่นสมุดบัญชีพร้อมบัตรประชาชนไป เธอจึงรู้ว่าผู้จัดการดูชื่อเธอจากบัตรประชาชนที่ส่งให้พนักงาน

 

“ได้ค่ะ”

 

“ว่าแต่คุณช่อผกามีอะไรให้ทางธนาคารช่วยไหมครับ”

 

ผู้จัดการธนาคารถามช่อผกาอย่างนอบน้อม ไม่กล้าเสียมารยาท ทั้งนี้จากการกวาดตามองบัตรประชาชน ช่อผกามีภูมิลำเนาอยู่ที่ ตำบลท่าน้าว ซึ่งห่างจากตัวเมืองพอสมควร ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าที่ธนาคารสาขานี้ก็ได้

 

“ฉันมาดูตึกแถว แถว ๆ นี้ค่ะ”

 

“พอจะให้ผมช่วยอะไรได้ไหมครับ ผมก็พอจะมีความรู้เรื่องอสังหาริมทรัพย์อยู่บ้าง”

 

ชายวัยกลางคนกล่าวประจบช่อผกาพร้อมเสนอตัวทันที นอกจากงานธนาคารแล้ว มันมักจะเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ค่านายหน้าจากการแนะนำลูกค้าของธนาคารไปซื้อบ้านและที่ดินจากเจ้าของอีกด้วย

 

“เป็นตึกแถว อยู่ในซอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดค่ะ ฉันเห็นเจ้าของลงประกาศขายอยู่ในอินเตอร์เน็ตเลยจะแวะเข้ามาดู”

 

“เอ่อ คุณช่อผกาครับ อย่าหาว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ตึกตรงนั้นเจ้าของขายราคาแพงมาก ไม่ลดราคาแม้แต่บาทเดียว ผมว่าราคา7 ล้านต่อหนึ่งห้องมันแพงจนเกินไปนะครับ ถ้าติดถนนราคานี้อาจจะได้ แต่ตัวตึกอยู่ในซอย แถมด้านข้างก็เป็นที่ร้างอีกต่างหาก ราคาที่เหมาะสมไม่ควรเกิน3 ล้านนะครับ”

 

“ผู้จัดการก็รู้จักด้วยหรอคะ”

 

ช่อผกาเอ่ยถามผู้จัดการที่บอกข้อมูลเรื่องตึกแถวได้อย่างแม่นยำ ทั้ง ๆ ที่ได้รับฟังข้อมูลแค่เพียงตึกแถวตรงข้ามมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดเท่านั้น

 

“มีคนสนใจเยอะเหมือนกันครับที่อยากจะทำหอพักนักศึกษา แต่พอได้ยินราคาก็ถอยกันเป็นแถบครับ เพราะถึงแม้ว่าจะตกแต่งด้านในอย่างสวยงาม แต่เจ้าของไม่ได้ขายสองคูหาในราคา7ล้านนะครับ แต่เป็นคูหาละ7 ล้านต่างหาก รวมสองคูหา14 ล้าน ผมว่าราคานี้สามารถซื้อตึกติดถนนใหญ่ได้เลยนะครับ”

 

“คูหาละ7 ล้านหรอคะ ฉันคิดว่าสองคูหา7 ล้านเสียอีก”

 

“ใช่ครับ พอคนที่มาดูตึกได้ฟังแบบนี้จากเจ้าของ ก็ถอยทันที ผมเคยต่อราคาอยู่หลายครั้ง แต่เจ้าของที่ก็ไม่ลดให้ผมจริง ๆ จนระยะหลังใครมาถามผมเรื่องตึกนี้ ผมก็จะแนะนำให้ไปหาที่อื่นดีกว่าครับ”

 

ช่อผการับฟังข้อมูลจากผู้จัดการด้วยความกังวลใจ ในอินเตอร์เน็ตเผยให้เห็นตึกแถวสองคูหาที่ด้านในตกแต่งอย่างสวยงาม มีทั้งหมด4 ชั้น เดิมทีเธอคิดอย่างจะเปิดร้านอาหาร2 ชั้น โดยมีชั้นลอยเป็นห้องพิเศษสำหรับแขกที่มาเป็นครอบครัวใหญ่ โดยชั้น3 และชั้น4 จะออกแบบเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัว

 

“แต่ถ้าคุณช่อผกาอยากจะลองคุยดูก็ได้นะครับ นี่ครับ ยอดเงิน10 ล้านบาทเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วนะครับ”

 

ผู้จัดการที่ได้รับสัญญาณจากพนักงานว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยบอกช่อผกา มันสังเกตหญิงตรงหน้าที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

 

ไตรภพที่นั่งอยู่กับมะลิบนโซฟา ห่างจากช่อผกาและผู้จัดการไม่มากนัก ก็รับฟังข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งไตรภพไม่ได้สนใจเกี่ยวกับตึกแถวนั้นอยู่แล้ว แต่เป็นผู้เป็นแม่ต่างหากที่อยากได้ ชายหนุ่มจึงไม่อยากจะออกความเห็นใด ๆ จะราคา7 ล้าน หรือ14 ล้าน ไตรภพย่อมสามารถซื้อได้อยู่แล้ว เพราะเงินในบัญชีของเขามากมากถึง20 ล้านบาท แต่ก็ไม่อยากจะให้ช่อผการับรู้ยอดเงินในบัญชี จึงได้แต่นิ่งเงียบบนโซฟา

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

เสียงสัญญาณเตือนภัยของธนาคารดังขึ้น เสียงอื้ออึงอลหม่านดังไปทั่วธนาคาร พนักงานหลายคนรีบวิ่งเข้ามาในห้องผู้จัดการ พร้อมปิดประตู ล๊อคห้องโดยทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น”

 

ผู้จัดการเอ่ยถามพนักงานหลายคนในห้องที่มีใบหน้าซีดเซียว ราวกับเจอเหตุการณ์เลวร้ายบางอย่างมา

 

“โจรปล้นธนาคารค่ะผู้จัดการ พวกมันมากันหลายคนพร้อมอาวุธปืน ตอนนี้กำลังกวาดเงินที่เคาน์เตอร์อยู่ค่ะ”

 

“มันยิงพนักงานตายไปแล้ว2 คนค่ะผู้จัดการ ฮือ”

 

“ใช่ค่ะ พวกโจรยิงพี่พัชรหน้าเคาน์เตอร์ตายเพราะหยิบเงินช้า พวกหนูได้จังหวะที่มันกำลังหยิบเงิน จึงรีบวิ่งมาในห้องนี้ทันที”

 

เสียงพนักงานเล่าเหตุการณ์ด้านนอกสลับไปสลับมา ไตรภพมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างถอนหายใจ ดูเหมือนช่วงนี้ดวงของมันจะซวยเป็นอย่างมาก ทั้งเกิดอุบัติเหตุ รถเสีย แถมยังเจอโจรปล้นธนาคารอีก ดูท่าว่าจบเหตุการณ์นี้มันต้องไปทำบุญล้างซวย9 วัด เป็นแน่

 

ช่อผกาหลังจากได้ยินเรื่องราวด้านนอก รีบอุ้มมะลิขึ้นมาทันที เธอมองไตรภพสลับกับพนักงานไปมา พร้อมชะเง้อมองเหตุการณ์ด้านนอกผ่านกระจกใส แต่ก็ไม่เห็นมากนัก เพราะตามกระจกมีม่านบังอยู่

 

ปึง ปึง ปึง

 

เสียงกระแทกประตูอย่างแรงดังขึ้นบริเวณประตูของห้องผู้จัดการ พนักงานที่อยู่ตรงประตู รีบวิ่งมารวมกลุ่มกับพนักงานคนอื่น ๆ ด้วยความหวาดกลัว

 

“เฮ้ย พวกที่อยู่ข้างใน เปิดประตูเดี๋ยวนี้”

 

เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้น สลับกันความพยายามที่จะดันประตูเข้ามา ที่แท้หลังจากหยิบเงินบนเคาน์เตอร์เสร็จ พวกมันเห็นพนักงานหลายคนวิ่งเข้ามาด้านใน จึงแบ่งกำลังกันมาที่ห้องผู้จัดการนี้ เนื่องจากพวกมันรู้ดีว่าข้างหลังห้องนี้เป็นตู้เซฟเก็บเงินของธนาคาร

 

“ไม่เปิดใช่ไหม ได้“

 

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง

 

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วห้องนับไม่ถ้วน กระจกประตูและบานกลั้นแตกออกมาด้วยอานุภาพของลูกปืน ชายฉกรรจ์ใส่ผ้าโพกหัวสองคน เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือปืนไว้ด้านข้าง

 

“ใครเป็นผู้จัดการ”

 

หนึ่งในโจรถามขึ้น พนักงานทุกคนต่างมองไปทางผู้จัดการตามสัญชาติญาณ มันจึงเดินเข้าไปหาผู้จัดการที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ เอาปืนพกจี้ไปที่หัวของผู้จัดการ

 

“พาเข้าไปที่เก็บเงินเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นสมองเอ็งกระจุยแน่”

 

ผู้จัดการมองกระบอกปืนที่จ่ออยู่บนศีรษะอย่างตื่นตระหนก ขาของมันสั่น ผั่บผั่บ อย่างไม่รู้ตัว มันเดินนำโจรเข้าไปในห้องเก็บเงินด้านหลัง พอถึงห้องเก็บเงินแล้วโจรรีบกวาดเงินลงกระสอบ ส่วนโจรอีกคนดูต้นทางไว้ที่หน้าห้องผู้จัดการ

 

“ฮ่า ๆ ในนี้มีเงินสดสิบกว่าล้าน พวกเรารวยแล้ว”

 

“จริงหรอพี่ สิบกว่าล้านเลยหรอ”

 

“เออสิวะ ตอนแรกข้าก็คิดว่ามันจะไม่ได้เก็บเงินเยอะขนาดนี้ เต็มที่ก็หลายล้านเท่านั้น”

 

โจรคุยกันข้ามหัวของตัวประกันในห้องผู้จัดการ ที่แท้เงินของไตรภพถูกนำไปเก็บในห้องเก็บเงิน โดยปกติแล้วนโยบายของธนาคารแบบใหม่จะไม่เก็บเงินสดไว้ที่สาขาเกิน10 ล้าน เพราะกลัวโดนปล้นนั่นเอง

 

“ช่วยกันถือคนละกระสอบ”

 

โจรที่เข้าไปในห้องนับเงินแบกกระสอบใหญ่ที่มีเงินอยู่ในนั้นออกมา โยนไปทางเพื่อนของมัน ก่อนที่จะแบกกระสอบอีกใบ สายตาของมันเหลือบไปทางมะลิในทันที

 

“นี่มันเด็กที่อยู่ที่สาขาท่าน้าวนี่ มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

 

“จริงด้วยพี่ ยัยเด็กนี่อยู่ท่าน้าวนิ สงสัยหนีมาพี่”

 

การสนทนาของพวกมันอยู่ในสายตาของไตรภพ ชายหนุ่มเดาออกจากคำพูดของพวกมันทันทีว่าพวกมันแท้จริงแล้วต้องเป็นแก๊งเชิ้ตดำอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้จักเด็กสาวอายุไม่ถึงสิบขวบอย่างมะลิในที่ห่างไกลท่าน้าวแบบนี้

 

“จับมันกลับไปด้วย”

 

โจรคนแรกพูดกับโจรคนที่สอง มันจึงวางกระสอบลงเดินเข้าไปหามะลิที่อยู่ในอ้อมกอดของช่อผกา ซึ่งดูเหมือนมะลิเองจะหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

 

ฟึบ

 

เสียงลมมดังขึ้นตามแรงคว้าของมัน เป็นไตรภพเดินออกมายืนขวางช่อผกากับมะลิไว้ จับข้อมือของโจรในทันที

 

“เฮ้ย แกอยากตายหรือไงวะ”

 

ทันทีที่โจรพูดจบ ไตรภพกระแทกข้อมือของโจรจนปืนหลุดลงมา ชายหนุ่มตวัดขาเตะไปที่โจรคนนั้นอย่างแรงจนมันกระเด็กไปชนกระจกอีกมุมของห้องแตกกระจาย

 

โจรอีกคนหันมาที่ไตรภพทันที มันปล่อยกระสอบเงินออก ควักปืนที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมาหมายจะยิงไปที่ไตรภพ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 432 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #250 Sixmoon (@Sixmoon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 00:26
    กะแล้วมาธนาคารมันต้องมีเหตุการณ์สุดคลาสสิคอย่างโจรปล้นธนาคาร
    #250
    0
  2. #161 Tenvl2356 (@Tenvl2356) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 12:26
    ขนาดประเทศพัฒนามาจนขนาดนี้แล้วแท้ๆ แต่ยังมีกลุ่มอิทพลเถื่อน กลุ่มโจรเยอะแยะไปหมด ไม่รู้ประเทศพัฒนามาได้ด้วยอะไร ดูย้อนแย้งกันมากครับ
    #161
    0
  3. #91 111555999888Jo (@111555999888Jo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:43
    สนุกคะไรท์
    #91
    0
  4. #84 Film1625 (@Film1625) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 18:58
    นึกว่าเป็น คามิโจโทมะ
    #84
    0
  5. #16 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 12:18

    ขอบคุณมาก

    #16
    0
  6. #8 SilverEvill (@SilverEvill) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 15:55
    ค้างงงงง ไรท์
    #8
    1
    • #8-1 Flukekts0168 (@Flukekts0168) (จากตอนที่ 11)
      19 มิถุนายน 2563 / 02:02
      พรุ่งนี้ 9.00 นะครับ555
      #8-1