Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 10 : ศัตรูในทางแคบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 451 ครั้ง
    29 มิ.ย. 63

ระหว่างที่ไตรภพกับช่อผกากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น พนักงานได้มองสองแม่ลูกอย่างดูแคลน เธอมองรถยนต์ที่กำลังซ่อมอยู่ด้านนอกและใบประเมินค่าซ่อมสลับไปมา จริงอยู่ที่ไตรภพและช่อผกาแต่งตัวดูดี แต่พวกเขามาด้วยรถยนต์ Toyota Vios โฉมเก่ามาก เธอจึงรู้สึกเป็นกังวลใจอยู่ไม่น้อย

 

“งั้นเชิญลูกค้าดูรถไปก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูขอไปปรึกษากับผู้จัดการก่อนค่ะ”

 

ไม่รอให้ช่อผกาและไตรภพได้ตอบ พนักงานคนนั้นเดินเข้าไปในห้องผู้จัดการทันที ไตรภพรู้ทันความคิดของหญิงสาวเพราะถ้าเป็นมันคงกังวลใจไม่น้อย รถยนต์มีราคาไม่ถึงห้าหมื่นบาท ในขณะที่ค่าซ่อมแสนกว่า ๆ เป็นเคสที่ตัดสินใจลำพังในฐานะพนักงานไม่ได้

 

ไตรภพ ช่อผกา จูงมือมะลิเดินดูรถยนต์ในโชว์รูม มีรถยนต์ Toyota ทุก Segment ตั้งแต่ระดับ Ecocar ไปจนถึง D Segment นอกจากนี้ยังมีรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ซึ่งช่อผกาไม่ได้สนใจรถเก๋งเท่าใดนัก เธอมอง Fortuner คันสีขาวอย่างไม่วางตา

 

“แม่ว่ารถนี้ใหญ่ดีนะ เอนกประสงค์ด้วย แม่เคยนั่งข้างในของพี่ณีและพี่พงศ์อยู่นะ พวกเขาก็ใช้รุ่นนี้นี่”

 

“ถ้าแม่ชอบก็ซื้อสิครับ”

 

“แม่ว่าราคามันแพงเกินไปนะ ตัวท็อปสุดราคาล้านปลาย ๆ เลย เราไปดู Vios ก็ได้นะลูก ประหยัดเงินดี”

 

ช่อผกาเอ่ยขึ้นอย่างกังวล เธอดูรถสลับกับป้ายราคาอย่างไม่วางตา แม้จะได้เงินมาอย่างไม่คาดฝัน แต่เธอก็ต้องจัดสรรปันส่วนให้กับการลงทุนร้านอาหารและค่าเล่าเรียนของไตรภพ เงินสดสิบล้านบาทยังคงอยู่ในกระเป๋าใบเดิมซึ่งช่อผกาได้เอาไว้ในตู้เสื้อผ้าชั้นสอง เนื่องจากกะทันหันจนเกิดไป จึงไม่มีเวลานำไปฝากธนาคาร

 

“แต่เราควรจะมีรถครอบครัวนะครับแม่ เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก อีกอย่างรถที่อยู่ที่บ้านก็นั่งได้แค่สองคน ตอนนี้เรามีมะลิมาอยู่ด้วย ผมว่ายังไงก็ต้องซื้อนะครับ”

 

ไตรภพอธิบายเหตุผลให้กับช่อผกาฟัง ชายหนุ่มรู้ว่าผู้เป็นแม่กังวลเรื่องเงิน แต่ไตรภพก็ไม่อยากบอกช่อผกาว่าตนเองได้เงินจากมงคลมาต่างหากห้าสิบล้าน เพราะมันตั้งใจจะเอาเงินไปซื้อสมุนไพรเพื่อมาบ่มเพาะพลัง

 

แม้ราคาสมุนไพรจะไม่แพงมากนัก แต่การฝึกเพลงหมัดเทพอสูรก็ทำให้การบ่มเพาะของมันช้าขึ้นมาก ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ดูท่าว่าหลังจากจัดการเรื่องราวต่าง ๆ จบ จะต้องกลั่นยาเพื่อบ่มเพาะสักที

 

ระหว่างที่ไตรภพและช่อผกากำลังพูดคุยกันอยู่ในโชว์รูมรถ พนักงานคนเดิมได้เดินเข้ามาหาสองแม่ลูก พร้อมกับมีสีหน้าลำบากใจ

 

“ลูกค้าคะ คือ ทางศูนย์อยากจะให้คุณลูกค้ามัดจำค่าซ่อมไว้ 50% ค่ะ”

 

“ปกติซ่อมเสร็จค่อยจ่ายไม่ใช่หรอคะ ทำไมถึงต้องเก็บเลยหละ ?”

 

ช่อผกาถามพนักงานด้วยความสงสัย โดยปกติแล้วตามนโยบายของบริษัทต้องมีการดำเนินการซ่อมเสร็จสิ้น รวมถึงตรวจสอบสภาพรถ จึงจะจ่ายเงินทั้งหมด แต่ยังไม่ทันที่จะได้ซ่อมอะไรเลย กลับต้องจ่ายมัดจำก่อน ตัวเธอเองก็ไม่ได้พกเงินสดมา

 

“ทางศูนย์ฯกลัวน้าผกาไม่มีเงินจ่ายหละมั้ง”

 

เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากประตูทางเข้าโชว์รูม เป็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบสามปี มีรูปกำยำ ผมตัดสั้นเกรียน สวมใส่เสื้อคอกลมของตำรวจ เดินควงผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกัน แต่งหน้าหนาจัด หน้าตาถือว่าดูได้ สวมใส่เสื้อเอวลอย คู่กับกางเกงยีนส์สั้นเกือบจะถึงต้นขา

 

“ภัทร !”

 

ช่อผกามองผู้มาใหม่อย่างตกใจ หนึ่งในนั้นเป็นหลานของเธอเอง ธนภัทร ลูกสาวของช่อมณีและนายกพงศ์ ส่วนอีกคนข้าง ๆ เธอรู้สึกคุ้น ๆ หน้า แต่นึกไม่ออก แน่นอนว่าเธอไม่เคยรู้จักหญิงสาวตรงหน้ามาก่อน แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหน

 

“ผมว่าน้ากลับไปข้ายร้านสมุนไพรเน่า ๆ เผื่อมีเงินมาซ่อมรถดีกว่านะ สมองน้าคิดอะไรอยู่ เฮ้ยแก ไอสวะ ไม่เตือนแม่แกบ้างวะ คนฉลาดเขาไม่ซ่อมรถเก่า ๆ เส็งเครงแบบนี้ที่ศูนย์หรอกเว้ย”

 

ธนภัทรหัวเราะออกมา หญิงสาวด้านข้างกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว เธอเป็นลูกของผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าน้าว นอกจากนี้เธอยังเป็นแฟนสาวของธนภัทรอีกด้วย ชายหนุ่มเล่าให้ฟังเกี่ยวกับพฤติกรรมและเรื่องราวอันน่าสมเพชของญาติทางแม่เพียงหนึ่งเดียวของมัน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องใส่สีตีไข่เกือบทั้งหมด

 

“ภัทร ทำไมก้าวร้าวแบบนี้”

 

ช่อผกามองไปยังผู้เป็นหลานด้วยความโกรธ แม้ช่อมณีและพงศ์จะดูถูก ดูแคลนเธอ เธอก็มักจะอดทนอดกลั้นปล่อยเรื่องราวผ่านไป แต่หลานที่เธอเห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยกลับไม่ให้ความเคารพเธอในฐานะผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย

 

“แม่ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกครับ ผมว่าเราควรจะแนะนำให้มันไปขายบ้าน ขายรถ ดีกว่า ไม่งั้นถ้าขึ้นโรงขึ้นศาลขึ้นมา ศาลท่านจะอายัดทรัพย์สินเพราะเงินที่เอามาซื้อมาจากการตัดไม้เถื่อน และโกงกินการจัดซื้อต่าง ๆ”

 

ไตรภพพูดออกมาเสียงดัง ราวกับจะให้คนในโชว์รูมได้ยิน เพราะธนภัทร ลูกพี่ลูกน้องของมันต้องนี้ กำลังถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อสอบสวนคดีการตัดไม้เถื่อน แม้ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าน้าวจะยืนยันว่าธนภัทรไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใด ๆ แต่กระแสสังคมกลับเอนเอียงเชื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่าง ‘กานติมา’ มากกว่า

 

“หนอย แก”

 

ธนภัทรโกรธจนหน้าสั่น มองไตรภพราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในใจรู้สึกสับสน ปกติลูกพี่ลูกน้องมันคนนี้มักจะไม่พูดจา มีนิสัยเรียบร้อย ทำให้มันแกล้งชายหนุ่มมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในครั้งสุดท้ายที่เจอกันมันเผลอเล่นแรงจนเกินไป จับไตรภพกดน้ำจนสำลักแน่นิ่งไป มันรีบกลับบ้านไปบอกพ่อและแม่ของมัน ผลลัพธ์ที่ได้คือการไม่สนใจไตรภพที่นอนหมดสติอยู่ ราวกับว่าชายหนุ่มไม่มีค่าอะไรเลย

 

ยังเคราะห์ดีที่มีคนแถวนั้นผ่านไปเห็นจึงรีบช่วยปั๊มหัวใจให้ไตรภพ ก่อนที่จะโทรตามช่อผกามาในทันที ใครต่อใครต่างคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะไตรภพมักจะไปเล่นน้ำที่ฝายแถวหมู่บ้านอยู่แล้ว 

 

“นี่มันลูกนายกพงศ์นี่ พวกเรามาดูเร็ว”

 

“ใช่จริง ๆ ด้วย พ่อมันเล๊วเลว โกงกินแม้กระทั่งเงินบริจาคของวัด“

 

“ลูกมันก็ใช่ย่อยนะแก เรียนก็ไม่เก่ง ให้พ่อฝากเข้าโรงเรียนตำรวจ แถมยังชอบตั้งด่านรีดไถประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ฉันได้ยินว่ามันเกี่ยวข้องกับขบวนการตัดไม้ในป่าอนุรักษ์ด้วยนะแก”

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงไปทั่วโชว์รูม ธนภัทรมีใบหน้าเขียวคล้ำ มองไปที่ไตรภพด้วยความเกลียดชัง จากนั้นชายหนุ่มรีบจูงมือหญิงสาวที่มาด้วยออกจากโชว์รูมไป ขึ้นรถ Toyota  Vios โฉมใหม่ล่าสุดขับออกไปในทันที

 

นายกพงศ์เพิ่งถอยรถยนต์ป้ายแดงไม่กี่วันก่อน ชายหนุ่มจึงเอารถมาเช็คระยะ 1,000 โลที่ศูนย์ Toyota ก่อนที่จะพบกับช่อผกาและไตรภพ จึงอดไม่ได้ที่จะมาเหยียดหยัน คิดไม่ถึงว่าไตรภพกลับกล้าที่จะด่าทอมัน ทั้งยังทำให้มันอับอาย

 

“โถ่เว้ย”

 

ธนภัทรทุบไปที่พวงมาลัย ชีวิตของมันต้องนี้ถูกผู้กำกับผู้เป็นพ่อของหญิงสาวด้านข้างและพ่อของมันเองกำชับว่าให้เก็บตัวจนกว่าคดีจะซาลง มันรู้สึกอึดอัดกับการใช้ชีวิตแบบนี้เป็นอย่างมาก โครงการใหญ่ก้อนแรงที่พ่อของมันร่วมมือกับผู้กำกับมีมูลค่าหลายสิบล้านก็ถูกชะลอไปก่อน ไม่อย่างนั้นพ่อของมันคงไม่ออกรถยนต์ Vios ให้มันแบบนี้

 

“แทนที่จะได้ Camry กลับต้องมาได้ Vios โถ่เว้ย !!!”

 

“ใจเย็น ๆ หน่า พ่อจ๋าช่วยอยู่แล้ว เดี๋ยวพอสังคมเลิกสนใจ ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง”

 

ธนภัทรยังคงอารมณ์เสียไม่หาย แต่เมื่อนึกถึงอากัปกิริยาเมื่อครู่นี้จึงต้องฝืนทำจิตใจให้สงบ มันไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่ยังมากับหญิงสาวด้านข้างที่กำลังจะหมั้นหมายในไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ต้องถูกเลื่อนงานออกไปอย่างไม่มีกำหนดก่อน

 

นายกพงศ์พ่อของมันนั้นอยากจะให้จับลูกสาวของผู้กำกับให้ได้ จะได้เสริมอำนาจและบารมีในการลงสนามการเมือง มันจึงรวบหัวรวบหางหญิงสาวตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นพ่อโดยการวางยาในผับ ทำให้หญิงสาวทำตัวติดกับชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง

 

“แล้วพี่สาวของเธอไปไหนแล้วหละ”

 

ธนภัทรเอ่ยถามหญิงสาว มันคิดถึงผู้เป็นพี่สาวของเธอ ที่ชื่อว่า ‘จูน’ ถ้าเทียบหน้าตาระหว่างผู้เป็นพี่สาวและน้องสาว ต้องบอกได้ว่าเปรียบเสมือนฟ้ากับเหว เพราะผู้เป็นพี่หน้าตาไม่เหมือนน้องสาวเลย แม้น้องสาวจัดถือว่าหน้าตาไม่ได้แย่ก็ตาม

 

พี่สาวของเธอนั้นเป็นดาราชื่อดังในประเทศ แม้จะไม่ถูกจัดว่าเป็นนางเอกแถวหน้า แต่ก็เป็นนางเอกน้องใหม่ที่น่าจับตามอง มันรู้สึกหลงรักพี่สาวของเธอเป็นอย่างมาก แต่รู้ดีว่าเธออยู่สูงจนเกินไป จึงต้องมาจับเป้าหมายอย่างผู้เป็นน้องแทน

 

“มากับจ๋าจะถามหามันทำไม”

 

“ไม่ใช่นะจ๋า ฉันก็แค่ถามถึงเฉย ๆ ไม่ได้เจอนานแล้วเท่านั้นเอง”

 

“เหอะ ๆ อีนั่นมันแค่ลูกคนละแม่กับจ๋า ภัทรจะไปสนใจทำไม ถ้าภัทรยังพูดถึงมันอีกนะ จ๋าจะฟ้องพ่อจริง ๆ ด้วย”

 

จ๋าขู่ชายหนุ่มด้านข้างทันที เธอนั้นไม่ชอบผู้เป็นพี่สาวของเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม่ของเธอแต่งงานกับพ่อของเธออยากถูกกฎหมาย แต่วันดีพ่อกลับไปรับจูนในตอนที่เธออายุเก้าขวบมาเลี้ยงที่บ้าน เนื่องจากแม่ของเธอตายอย่างกะทันหัน

 

เธอรู้สึกช็อคเป็นอย่างมากที่อยู่ดี ๆ กลับมีพี่สาวขึ้นมา พ่อของเธอกลับแอบซ่อนครอบครัวเอาไว้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้เป็นแม่ของเธอเลยที่ไม่ยินยอมที่จะรับจูนเข้ามาเลี้ยง แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ สองแม่ลูกจึงจงเกลียดจงชังจูนเป็นอย่างยิ่ง

 

“โอ๋ ๆ ที่รัก ฉันจะไม่พูดถึงจูนอีกแล้ว”

 

ธนภัทรปล่อยมือด้านซ้ายจางพวงมาลัย จับไปบริเวณกางเกงของหญิงสาว ทั้งยังจอดรถข้างทาง ทำให้จ๋าเบิกตากว้างอย่างสงสัย

 

“จะทำอะไรหนะภัทร”

 

“ก็เรายังไม่เคยทำในรถเลยไม่ใช่หรอ ฉันจะจัดให้เธอแทนการขอโทษแล้วกัน”

 

“คนบ้า!!!”

 

ทางด้านช่อผกาหลังจากที่ธนภัทรออกไปจากโชว์รูม เธอรู้สึกเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของธนภัทรเป็นอย่างยิ่ง ไตรภพปลอบผู้เป็นแม่ ก่อนที่จะหันไปทางพนักงาน

 

“ผมรู้ว่าคุณกังวลใจเรื่องค่าซ่อม เดี๋ยวทางเราจะจ่ายให้ทั้งหมดเลยแล้วกัน จะเร็วจะช้า ยังไงก็ต้องจ่ายอยู่ดี”

 

ช่อผกาพึ่งเข้าใจความคิดของพนักงานและบริษัท ตัวเธอเองลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปได้ จึงไม่ปฏิเสธคำพูดของไตรภพ โอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือชำระค่าซ่อมทั้งหมด พนักงานได้แต่มองไปที่สองแม่ลูกอย่างตกตะลึง ก่อนที่จะยื่นใบเสร็จให้กับช่อผกาด้วยความประหม่า

 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ ถ้าเป็นฉันก็คงทำแบบเดียวกับคุณ”

 

พนักงานรู้สึกโล่งใจ ตัวเธอเองเคยได้ยินเรื่องราวของเศรษฐีที่แต่งตัวบ้าน ๆ ไปซื้อรถด้วยเงินสดในโชว์รูมมาจากอินเตอร์เน็ต แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอด้วยตนเอง ทำให้เธอต้องลอบสาบานในใจว่าจะไม่แสดงพฤติกรรมดูถูกใครอีกเป็นอันขาด

 

หลังจากที่ช่อผกาจ่ายเงินค่าซ่อมรถไป ผู้จัดการได้เข้ามาบริการช่อผกาและไตรภพด้วยความนอบน้อมหลังจากรู้ว่าหญิงตรงหน้าพึ่งจ่ายค่าซ่อมรถเก่า ๆ ถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท มันแนะนำรถรุ่นต่าง ๆ ให้กับช่อผกาด้วยการประจบประแจง

 

ในที่สุดไตรภพก็ไม่อาจทัดทานผู้เป็นแม่ได้ ช่อผกาได้ตัดสินใจซื้อรถยนต์ Toyota Vios รุ่น J แรกเริ่มในราคาห้าแสนต้น ๆ แทนที่จะเป็น Fortuner ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการจะประหยัดเงิน โชคดีที่มีรถยนต์ปลดระวางจากรถทดลองขับพอดี ช่อผกาจึงสามารถซื้อรถยนต์ได้ในราคาถูกลงกว่าห้าแสนกว่าบาทอีก

 

หลังจากโอนเงินเก็บที่มีอยู่ห้าแสนกว่าบาทออกไปทั้งค่าซ่อมรถและซื้อรถยนต์ ทำให้เงินในบัญชีช่อผกามีเพียงหลักพันบาทเท่านั้น เธอรู้สึกเสียดายเงินเป็นอย่างมาก แต่เมื่อคิดว่าเงินสิบล้านบาทยังคงอยู่ในกระเป๋าที่บ้าน เธอจึงรู้สึกเบาใจลงกว่าเดิม

 

หลังจากซื้อรถยนต์แล้วไตรภพขับรถคันใหม่ออกมาพร้อมกับช่อผกาและมะลิ ซึ่งมะลิดูจะยังคงอ่อนเพลีย สะลึมสะลือไม่ยอมตื่นจากอกของช่อผกา ทำให้เธอตัดสินใจกลับบ้านก่อนเพื่อไปอาบน้ำอาบท่าให้เด็กสาว พร้อมกับรับประทานอาหารที่บ้าน นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเงินสดสิบล้านไปฝากธนาคารในตอนบ่าย

 

ทันทีที่มาถึงบ้านดูเหมือนมะลิจะตื่นกลัวไม่ใช่น้อย ช่อผกาจึงฝากมะลิไว้กับไตรภพชั่วคราว โดยตัวเธอเองจะไปเตรียมกับข้าวที่หลังบ้าน

 

“เธอไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่เป็นบ้านของเธอ”

 

“บะ บ้าน”

 

มะลิน้ำตาคลออีกครั้งหลังจากได้ยินคำว่าบ้าน ตัวเธอเองคิดถึงบ้านเป็นอย่างมากแต่ไม่รู้ว่าจะกลับไปที่นั่นอย่างไร ไตรภพเห็นเด็กหญิงตรงหน้าร้องไห้จึงอุ้มมะลิมานั่งที่ตัก ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาให้กับเด็กสาว

 

‘ชีพจรปั่นป่วนมาก’

 

ไตรภพจับชีพจรของมะลิ ก่อนที่จะแผ่พุ่งพลังลมปราณเข้าไปในร่างกายของเด็กสาว ดวงตาคู่งามของมะลิค่อย ๆ หลับลงด้วยความผ่อนคลาย เหมือนได้นอนบนเตียงอุ่น ๆ ที่มีลมพัดสบาย ๆ

 

“ชีพจรหงส์น้ำแข็ง”

 

ไตรภพอุทานขึ้นมาในทันทีที่ตรวจพบลมปราณของมะลิ เนื่องจากตัวมันเองไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอกับผู้มีชีพจรหงส์น้ำแข็ง ต้องบอกก่อนว่าทั้งชีวิตของมันเคยพบเจอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คือ อาจารย์หญิงของมันที่ล่วงลับไปนานแสนนานแล้ว

 

ชีพจรหงส์น้ำแข็งเป็นชีพจรที่ในเส้นเลือดจะมีอุณหภูมิต่ำราวกับน้ำแข็ง หากส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ในระดับสูงสุดแล้วจะพบว่าเซลล์แต่ละเซลล์มีน้ำแข็งเกาะอยู่ ต้องบอกได้ว่าหากผู้มีชีพจรหงส์น้ำแข็งทำการฝึกปรือพลังยุทธ์ จะสามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วกับคนปกติถึงสิบเท่า 

 

นอกจากนี้หากฝึกฝนลมปราณธาตุน้ำแข็ง จะยิ่งทวีความแข็งแกร่ง จนสามารถบรรลุเป็นสุดยอดฝีมือได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะอาจารย์ของตัวมันเองในตอนที่มันยังไม่เป็นจักรพรรดิเทพ เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในห้วงสุริยะ ก่อนที่จะหายตัวไป ทิ้งตำแหน่งจักรพรรดิเทพให้กับมันสืบต่อ

 

“นี่คงจะเป็นโชคชะตา”

 

ไตรภพถอนหายใจ มองเด็กสาวตรงหน้าที่หลับลงด้วยใบหน้ามีความสุข ราวกับเด็กสาวตัวน้อยชื่นชอบการซุกตัวลงในอ้อมแขนของชายหนุ่ม

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 451 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #485 เจครับ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 16:08

    มีความรู้สึก คล้ายถังชิ่ว

    #485
    0
  2. #391 IㅤWantㅤCigarette (@stuidmaidsdeee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 18:44
    เชื่อไหมพระเอกเก็บใครมาแม่งต้องมีแววเทพหมดอะ เหอะๆ
    #391
    0
  3. #192 tonpaijk1212 (@tonpaijk1212) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 11:50
    ไม่อาวฮาเร็มน้าาา
    #192
    0
  4. #143 RattikornPan (@RattikornPan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 20:56
    นึกว่าจะได้ขี่รถเบนซ์ซะอีก
    #143
    0
  5. #6 อัมพร? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 11:56

    ขอบคุณค่ะ

    #6
    1
    • #6-1 Flukekts0168 (@Flukekts0168) (จากตอนที่ 10)
      17 มิถุนายน 2563 / 14:56
      ยินดีครับ ขอบพระคุณที่เป็นกำลังใจให้ครับ
      #6-1