นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

คู่แล้วไม่แคล้วกัน [Yaoi][END]

โดย Xiaoai

[SF] ติณณ์ก็อายุห้าสิบเข้าไปแล้ว แต่ใครจะคิดว่าพรหมลิขิตจะเล่นตลก ชักนำรักแรกกลับมาพบกัน (ฟีลกู้ด)

ยอดวิวรวม

2,950

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


2,950

ความคิดเห็น


20

คนติดตาม


94
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 60 / 13:55 น.
นิยาย ǡѹ [Yaoi][END]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องสั้นสำหรับความรักที่อยู่ยืนยาวตามอายุขัย ผ่านพ้นอุปสรรคของการไม่ยอมรับในอดีต และจบด้วยวลีที่ว่า "คู่แล้วไม่แคล้วกัน"

ฟีลลิ่ง.. ก็จะแก่ๆ หน่อย55555

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ก.ค. 60 / 13:55


คู่แล้วไม่แคล้วกัน [Yaoi]



เสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นยังลานบ้าน บรรดาเด็กตัวน้อยห้าคนพากันวิ่งไล่จับอย่างสนุกสนาน จนเหล่าคุณแม่อดไม่ได้ต้องรีบร้องเตือนให้ระวังสะดุดล้ม

ติณณ์นั่งดูหลานตัวน้อยๆ ลูกของน้องสาวน้องชายร่วมสายเลือดแล้วยิ้มออกมา แต่ละคนช่างซนเป็นลิงเป็นค่าง แต่ก็น่ารักน่าเอ็นมากดูจริงๆ 

ถึงจะเป็นฤดูร้อนที่อบอ้าว แต่ภาพเด็กน้อยพลังงานล้นเหลือในสวนกว้างสีเขียวสดก็ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

"แบร่ เบื่อแม่แล้ว แม่ชอบดุ มาหาลุงติณณ์ดีกว่า"

"ใช่ๆ ลุงติณณ์ใจดีกว่าน้านิ!"

เด็กๆ กรูกันเข้ามาหาเขา ติณณ์หัวเราะแล้วลูบหัวหลานๆ อย่างเอาใจ พอเห็นหน้าบึ้งตึงของน้องสาวเป็นนางยักษ์ก็รีบห้ามทัพ

"นิก็อย่าดุนักเลย วันนี้เป็นรวมญาติทั้งทีนะ"

"ใช่แล้ว วันนี้วันดีนะแม่" ลูกชายตัวดีของเธอรีบรับเป็นลูกคู่ ให้คนเป็นแม่ยิ่งรู้สึกหมั่นเขี้ยว

"พี่ติณณ์น่ะชอบให้ท้ายหลาน ดูสิเอาใหญ่แล้ว" นิชา น้องสาวคนที่สองของเขาว่า ส่งสายตาพิฆาตใส่ ติณณ์ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วลุกขึ้น 

"อยากกินขนมอะไร เดี๋ยวลุงติณณ์ให้ป้าแช่มทำให้"

ป้าแช่มคือแม่บ้านของติณณ์ เป็นคนเรียบร้อยติดจะเจ้าระเบียบไปบ้าง แต่เรื่องฝีมือทำขนมไทยรับรองว่าในแถบนี้หาคนชำนาญเท่ายาก

"เย้! ผมอยากกินจ่ามงกุฎ"

"หนูอยากกินทองหยิบค่ะลุงติณณ์"

"พี่ติณณ์น่ะ" นิชาส่งเสียงกระเง้ากระงอดเหมือนเด็กๆ จนบรรดากลุ่มคุณพ่อที่คุยกันอยู่ตรงโต๊ะอีกด้านส่งเสียงหัวเราะมา

หนึ่งในนั้นส่งเสียงแซว

"ดีนะนี่แค่เป็นลุง ถ้าให้พี่ติณณ์เป็นพ่อล่ะก็ เด็กคงเกิดมาเป็นคุณชายน้อยๆ แน่"

ติณณ์ยิ้มรับคำ ไม่วายหยอกกลับขณะขยี้ผมเหล่าลิงน้อย "ไม่ใช่ เป็นเจ้าชายเลยต่างหาก"

"โห ผมอยากเกิดเป็นลูกลุงติณณ์จัง"

"เดี๋ยวแม่กับพ่อก็ทิ้งไว้นี่ซะเลย"

"ง่า ล้อเล่นฮะ อย่าโกรธน้า น้าๆๆ คุณแม่คนสวย คุณพ่อสุดหล่อ"

พาขบวนลูกลิงไปกินขนมในห้องทานอาหาร ติณณ์ก็ปลีกตัวออกมาดื่มน้ำในห้องครัว นิชาที่เดินตามมาอดบ่นไม่ได้

"พี่ติณณ์อย่าตามใจเด็กๆ มากสิคะ กลับไปบ้านนี่นิลำบากทุกทีเลย พอดุนิดหน่อยแกก็ยกลุงติณณ์ขึ้นมาอ้าง"

"อ้าว งั้นพี่ขอโทษละกัน แต่มันอดไม่ได้จริงๆ นี่นา"

ติณณ์ว่ายิ้มๆ นิชาดูจะขุ่นเคืองใจได้ไม่นาน นอกจากปลงตก เพราะเธอรู้ว่าติณณ์รักเด็กมานานแล้ว

"ว่าแต่... ทำไมพี่ติณณ์ถึงไม่แต่งงานล่ะคะ พี่ชอบเด็กๆ ออกขนาดนี้ ไม่อยากมีลูกบ้างเหรอ"

ติณณ์ถือว่าเป็นพี่ชายคนโตในบ้านที่เกิดก่อนพี่น้องคนอื่นหลายปี ต่อมาพ่อแม่ของเขาเริ่มมีฐานะจึงอยากมีลูกอีก ติณณ์จึงได้น้องคลานตามกันมาอีกถึงสี่คน

นิชาเป็นลูกสาวคนที่สองต่อจากติณณ์ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเธอจึงสนิทกับเขามากที่สุด ส่วนคนอื่นๆ นั้นออกแนวไปทางเคารพเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่ซะมากกว่า

ช่วงแรกๆ พ่อแม่เขามีฐานะไม่ดีนัก ติณณ์จึงเรียนใช้ทุนและตั้งใจทำงานพิเศษไปด้วย ทำให้ความเป็นผู้ใหญ่มีมากเกินวัย พอน้องๆ เกิดมา เขาก็ทำตัวเหมือนเป็นผู้ปกครองคนที่สามโดยอัติโนมัติ 

แลพอพ่อแม่เสีย เวลานั้นเขาก็เป็นคนนำครอบครัวทั้งหมดแทน จึงไม่น่าแปลกใจหากในครอบครัวจะรู้สึกเกรงอกเกรงใจเป็นพิเศษ

ธรรมชาติของติณณ์เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือ ชอบรับฟังมากกว่าบอกกล่าว รวมทั้งวิถีชีวิตและความชอบของเขาติดจะกลางๆ ไม่หวือหวา จึงไม่มีใครใคร่จะสนใจชีวิตส่วนตัวของเขานัก กระทั่งตอนนี้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีและทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์

ติดอยู่แค่เรื่องหนึ่งที่คนมักถามบ่อยๆ นั่นคือเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัว

ตามปกติ ติณณ์มักตอบว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ แต่มาเวลานี้คล้ายบางอย่างดลใจ ทำให้ติณณ์อยากเอ่ยความในใจที่ไม่เคยให้ใครได้รับรู้

"…นิอยากรู้จริงๆ เหรอ?"

"อยากสิคะพี่ติณณ์"

"งั้นพี่จะให้ดูอะไร"

ติณณ์นำนิชามายังห้องนอนของตน ก่อนจะรื้อกล่องกนะดาษเก่าๆ ที่ดูแลอย่างดีจนปราศจากฝุ่นออกมาจากใต้ชั้นหนังสือ

นิดูตื่นเต้นไม่น้อย พอติณณ์เปิดออก ข้างในอัดแน่นด้วยตำรามหาวิทยาลัยและปึกชีท รวมถึงมีหนังสือและข้าวของจิปาถะ

ติณณ์หยิบหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งขึ้นมา เป็นหนังสือรุ่นในรร.มัธยมรัฐชายล้วนแห่งหนึ่ง

ติณณ์และนิมานั่งยังโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง เขาพลิกหนังสือให้น้องสาวดูเงียบๆ

นิมองตามภาพหลายภาพที่มีรูปติณณ์ ติณณ์ในวัยมัธยมปลายที่ตัดผมเกรียนสั้นกลับเข้ากับใบหน้าละอ่อนอย่างประหลาด

ถึงเขาจะเป็นเด็กนักเรียนทุน แต่ก็ทำกิจกรรมเยอะ นั่นเป็นสาเหตุให้เขาเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ดีได้

"นี่นิยังไม่เคยเห็นได้ไงเนี่ย" นิชาว่าคล้ายตำหนิตัวเอง เธอดูเหมือนเด็กลงนับสิบปีเวลาตาเป็นประกายขณะพลิกหน้ากระดาษ "โห พี่ติณณ์เคยเป็นนักกีฬากรีฑาแถมยังได้เหรียญด้วย... เอ๊ะ"

นิชาอุทานเบาๆ ก่อนที่จะจิ้มไปยังคนที่กำลังถือน้ำและผ้าเย็นนั่งยองๆ เตรียมอยู่ยังมุมรูป

"คนนี้คงทำหน้าที่สวัสดิการนักกีฬา ทำไมนิถึงคุ้นๆ หน้านะ"

"ก็เพราะเขาไม่ได้อยู่กะพี่แค่รูปเดียวน่ะสิ"

"เอ๊ะ!?"

คำพูดของติณณ์ทำให้นิชารีบพลิกกลับไปดู 

ภาพที่ติณณ์เป็นตัวแทนกล่าวปราศัยก็มีเขาคนนั้นอยู่ด้านหลังติดขอบเวที

ภาพที่ติณณ์กำลังวิ่งแข่งก็ติดใบหน้าเขาคนนั้นที่ยืนตะโกนเชียร์ท่ามกลางสแตนด์กีฬา

ภาพที่ติณณ์กำลังเล่นดนตรีในงานเทศกาลหนึ่งก็มีเขายืนถ่ายรูปอยู่อีกมุมหนึ่ง

และภาพถ่ายห้องรวมวันจบการศึกษาก็เป็นภาพถ่ายที่ทั้งสองกอดคอกันข้างๆ ยิ้มจนตาหยีเป็นเสี้ยวพระจันทร์

นิชาไม่ใช่คนหัวช้า "หรือว่าพี่ติณณ์..."

ติณณ์หัวเราะขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี สีหน้ารำลึกความหลัง

"พี่กับเขาอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่มศ1 ตอนแรกคิดว่าบังเอิญเลยมีรูปคู่ติดกันเยอะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่"

"เอ้อ" นิชาดูเขินจนแก้มแดงแทน "เขา เขาชอบพี่ติณณ์ใช่ไหมคะ"

"ใช่ พอวันปัจฉิมเขาที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปีถึงยอมมาสารภาพกับพี่ แล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน"

"นิไม่เห็นรู้เลย"

"ก็ไม่ใช่เรื่องน่าบอก" ติณณ์ว่าด้วยเสียงสบายๆ เอนหลังพิงขอบเตียง "ตอนนั้นยังไม่เปิดกว้างเหมือนตอนนี้ ถึงจะพอมีบ้างในโรงเรียนชายล้วนก็เถอะ"

"แล้ว... ยังไงต่อเหรอคะ"

"ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เราก็คบกันเป็นแฟนต่อ แต่บอกใครไม่ได้ บางทีมันก็น่าอึดอัด จนที่สุดแล้วก็มีคนรู้จนได้ เขาเลยเอาพวกพี่ไปประจานบนบอร์ดมหาวิทยาลัยว่ามีความประพฤติเสื่อมเสีย"

"ได้ยังไงคะ!?" นิชาโมโหขึ้นมา 

"ว่าเขาไม่ได้หรอก" ติณณ์ยิ้มบาง "ต้องโทษพวกพี่ที่เผลอไป จริงๆ แล้วแค่หันหน้าเข้าคุยกันชิดๆ โชคร้ายที่พอดูจากมุมกล้องแล้วเหมือนพวกพี่จูบกันอยู่ ถึงจะไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยและไม่มีใครอยู่แถวนั้น แต่ยังใส่เครื่องแบบ ถึงโดนว่าว่าเสื่อมเสีย"

"คนถ่ายนี่แย่จริงๆ เขาทำไปแล้วจะได้อะไร"

"ไม่รู้สิ" ติณณ์โคลงศีรษะ "อย่างน้อยพี่ก็ถูกพักการศึกษาไปสองอาทิตย์และโดนทัณฑ์บนไว้"

เอ่ยถึงตรงนี้ น้ำเสียงของติณณ์ค่อยเคร่งขรึมขึ้น

"ส่วนสำหรับเขานั้นเลวร้ายกว่าพี่มาก เพราะเขาเป็นคนจากตระกูลมีชื่อเสียง พ่อแม่ถึงกับรับไม่ได้ สั่งให้ย้ายด่วนโดยไม่ทันได้ร่ำลาใคร…แต่ พี่เอง คงเป็นคนที่ควรรู้สึกผิดที่สุด"

"ถึงอยู่มหาลัยแล้ว แต่พี่ก็ยังไม่เข้าใจความรัก เขามีแต่ความหวานให้พี่ ดังนั้นพอถูกบังคับให้กลืนความขมโดยทันที พี่ถึงรับไม่ไหว พอเกิดเรื่องพี่จึงโทษเขาว่าเป็นคนที่ทำให้เกิดปัญหาทุกอย่าง ขอเลิกให้มันจบตรงนี้ พอกันที พี่อยากเป็นผู้ชายปกติ ไม่อยากเป็นพวกผิดแปลกแบบเขา"

"พี่ติณณ์..."

"จากนั้น พี่ก็กลัวสายตาคนรอบข้าง กลัวคำนินทา พอเขาไปแล้วพี่ก็แกล้งทำเป็นว่าไม่เสียใจ แกล้งบอกกับคนรอบข้างว่าหลงผิดไป ตอนนี้เป็นปกติแล้ว และแกล้งคบผู้หญิง ทั้งที่พี่ไม่เคยคิดกับพวกเธอเกินเพื่อน"

"…"

ติณณ์ยิ้มอ่อนแรง "และพี่ก็คบใครไม่รอดสักคน... เพราะมีแต่ภาพเขาติดอยู่ในหัว"

"พอโตขึ้นมา ก็เพิ่งมารู้ตัวว่า... คำพูดของพี่มันรุนแรงและเหยียดหยามทั้งเขาและตัวเองแค่ไหน"

"…พี่ติณณ์"

"เราอาจเลือกก่นด่าสังคมกับคนรอบข้าง แต่บางทีก็เป็นเพราะเราที่ไม่มั่นคงเอง ดูอย่างตอนนี้สังคมเปิดกว้างขึ้นมาก ก็ยังมีคู่รักชายชายที่เลิกกันมากมายอยู่ดี"

"แต่พี่ติณณ์ก็ไม่ผิด ถูกกดดันอย่างนั้นใครจะทนได้"

"เขาทนได้" ติณณ์ว่า "เขายังไม่ยอมปล่อยมือพี่แม้วินาทีสุดท้าย เขาบอกว่า... เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องติณณ์ต้องรู้สึกละอายใจ"

นิชาโผเข้ากอดเขาแน่น ติณณ์กอดตอบ น้องสาวที่เป็นแม่คนแล้วปล่อยเสียงร้องไห้โฮเหมือนเด็กผู้หญิงไม่ผิด ติณณ์อดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

"พี่ติณณ์... นิ... นิชาขอโทษ นิชาไม่เคยรู้เลย"

ขอบตาของติณณ์เริ่มแดงแต่ได้ยินคนในอ้อมกอดว่าก็หลุดหัวเราะออกมาแทน ยกมือลูบผมเธอเบาๆ

"จะขอโทษทำไมเล่า นิไม่ผิดอะไรสักหน่อย แต่... ไม่ได้รู้สึกผิดหวังในตัวพี่ใช่ไหม"

"พี่ติณณ์ยังไงก็คือพี่ติณณ์ของนิ ดีซะอีกที่พี่ติณณ์ยอมเปิดใจเล่าให้นิฟัง"

"พี่ก็ดีใจที่นิยอมรับในตัวพี่"

"พี่ติณณ ์พี่นิอยู่ไหม พอดีมีคนรู้จักมาหาครับ"

เสียงเคาะประตูเรียกของน้องชายคนที่สามดังเข้ามา ติณณ์และนิชาผละจากกัน นิชาบีบมือพี่ชายแน่นๆ หนึ่งครั้งเป็นเชิงให้กำลังใจ เช็ดน้ำตาและลุกเดินไปเปิดประตู

"ใครมาน่ะ"

นิชาถามขณะเดินไปยังหน้าบ้าน โดยที่ติณณ์ได้เดินตามลงมาด้วย

"เขาว่าเป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานของพี่นิน่ะครับ แถมเด็กๆ ยังดูติดแจเชียว"

"อ้อ สงสัยจะเป็นพี่เว"

เสียงนชาิสดใสขึ้น ก่อนหันมาบอกกับติณณ์

"จริงสิ พี่ติณณ์ยังไม่รู้จักพี่เวหน เขาเป็นบอสของนิเอง แต่ใจดีเป็นกันเองมาก ทำงานด้วยแล้วสบายใจจริงๆ"

"เวหน..." ติณณ์พึมพำทวน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก นอกจากพยักหน้าและเดินตามไป 

"สวัสดีน้องนิ พอดีพี่ซื้อของอยู่ร้านอาหารข้างๆ แล้วเจ้าสองคนนี้วิ่งมาหาพอดี"

คุณเวหนคือผู้ชายวัยกลางคนปลายๆ คนหนึ่งที่ดูสุขุมมีภูมิฐาน อาเป็นจเพราะเสื้อเชิ้ตลำลอง กางเกงสแลคและรูปร่างที่ดูแลอย่างดีพิล้อมรอบด้วยเด็กๆ ที่แย่งกันคุยโม้เสียงดังจึงทำให้มีรัศมีความอบอุ่นเป็นมิตร

ทันทีที่ดวงตาของติณณ์สบกับดวงตาของเขา โลกทั้งใบก็คล้ายจะหยุดลง

แม้จะไม่ได้เจอกันกว่าสามสิบปี แต่คนที่อยู่ในใจตลอดมาไม่เคยเลือนรางอย่างนี้ แค่มองแวบเดียวก็จำได้ทันที

กาลเวลาอาจพรากรูปลักษณ์ภายนอกไป แต่จิตใจที่ยังคงคิดถึงนั้นไม่มีเสื่อมคลาย

"พี่เว นี่พี่ติณณ์นะ พี่ชายแท้ๆ ของนิเอง อายุเท่าพี่เวเลย"

"สวัสดีครับ…!" 

ติณณ์ยังเอ่ยไม่ทันจบ เวหนก็พุ่งเข้ากอดเขาทันที ติณณ์ตกใจตัวแข็ง แต่เวหนก็รีบผละออกไปคล้ายรู้สึกตัว อีกฝ่านยังยังเบิกตาค้างอยู่คล้ายไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"ติณณ์ ไม่เจอกันนานมาก... นานมากจริงๆ"

"นี่นายยังจำฉันได้เหรอ" 

"จะลืมได้ไง"

นิชาที่มองไปหาระหว่างทั้งสองเอียงคอ แต่ต่อมาก็ตาโต พยายามระงับความตื่นเต้นไว้ รีบพาเด็กๆ เข้าบ้าน หันมาอวยพรกลายๆ ว่า

"เชิญพี่ติณณ์กับพี่เวตามสบายนะคะ"

"แถวนี้มีร้านกาแฟสไตล์วินเทจอยู่ ไปนั่งพักกันหน่อยไหม"

ติณณ์พยักหน้า ทั้งสองจึงพากันไปนั่งอยู่ในมุมสบายๆ ที่เป็นส่วนตัวของร้านกาแฟที่ตกแต่งเรียบหรูด้วยผนังไม้และสีเอิร์ธโทน

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นโชยมา เวหนออกปากว่าจะเลี้ยงอย่างจริงจังจนติณณ์หาทางปฏิเสธไม่ได้

"ขอนมอุ่น แล้วก็อเมริกาโน่ครับ"

เวหนหัวเราะเบาๆ ออกมา ติณณ์หันมองหลังจากที่พนักงานร้านเดินไปแล้ว

"ยังชอบนมอุ่น แล้วก็ยังรู้ว่าฉันชอบอะไรเหมือนเดิม"

"ขอโทษด้วย ถ้าไม่ชอบกาแฟดำแล้วจะไปเปลี่ยนก็ได้" ติณณ์กระแอมไอเล็กน้อย เกิดความรู้สึกประหม่าตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูกประดังเข้ามา แต่เวหนเพียงส่ายหน้า ก่อนจ้องมาที่ติณณ์

"ฉันยังไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าเรื่องไหนๆ"

เสียงเพลงย้อนยุคเองก็เปิดคลอเบาๆ ยิ่งพาให้รู้สึกถึงวัยวุฒิของตนและหวนนึกถึงวันวาน

(เพลงคู่แล้วไม่แคล้วกั
รวงทอง - ม.ร.ว.ถนัดศรี

ญ.คู่กันแล้ว
ย่อมไม่แคล้วรักประจักษ์ใจ
ช.บุญแต่ปางใด
สร้างไว้ให้สมหมาย
ญ.น้องกลัวหนัก
กลัวพี่หักให้รักมลาย
ช.ปองรักไม่เสื่อมคลาย
เหมือนแสงทองฉาย
จากฟากฟ้า
ญ.น่าพิสมัย
รักจริงจากใจสุมในอุรา
ช.เหมือนวาสนา
ให้ข้าได้สมหวัง
ญ.รักเป็นมนต์
ดลใจให้เกิดพลัง
ช.ความรักอันจีรัง
ทั้งโลกเปรียบดัง
ความหวังมีเร็วพลัน
ญ.แม้พรหมลิขิตชี้
ให้รวมฤดีจงภักดีสัมพันธ์
ช.จงรักยิ่งกว่าจันทร์
รักฟ้ายิ่งกว่าปลารักน้ำ
ญ.คู่กันแล้ว
ย่อมไม่แคล้วความสุขล้ำ
ช.ใจใฝ่จำ
ความรักจำหลักถวิล
พ.เหมือนบุพเพสันนิวาส
จวบฟ้าดิน
เราสองปองจิตจินต์
คู่ดินคู่ฟ้าคู่นิทรากันเอย

พ.เหมือนบุพเพสันนิวาส
จวบฟ้าดิน
เราสองปองจิตจินต์
คู่ดินคู่ฟ้าคู่นิทรากันเอย)


"เป็นไงบ้าง แปบเดียวก็เป็นคนแก่สองคนแล้ว"

เวหนถามขึ้นก่อน ติณณ์จึงเริ่มคล้อยตาม ท่าทีสบายๆ ผ่อนคลายลง ทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องเหตุการณ์ในปัจจุบัน เรื่องเรื่อยเปื่อย เรื่องความรู้ ถามไถ่ทุกข์สุขและเรื่องราวของอีกฝ่าย พูดคุยจนกาแฟและนมในถ้วยพร่องไปจนหมด

จนพบเวหนอีกครั้ง ติณณ์เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองเหงาและว้าเหว่แค่ไหน กระทั่งได้ใครสักคนกลับคืนมา

หลังจากคุยกันจนเย็น ติณณ์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

"ถ้าว่าง… แวะมาคุยกันบ้างก็ได้"

"อื้อ ตกลง"

ติณณ์ก็อายุห้าสิบเข้าไปแล้ว แต่ใครจะคิดว่าพรหมลิขิตเล่นตลก ชักนักรักแรกกลับมาพบกัน

ทุกวันหยุดของร้านกาแฟแห่งนี้ จะมีคนวัยห้าสิบสองคนมานั่งดื่มกาแฟและนมอุ่น สนทนาถึงเรื่องก่อนเก่าที่ดูเหมือนจะมีมากมายไม่สิ้นสุด

จนวันหนึ่ง คล้ายถูกนิชาวางแผนบางอย่าง ติณณ์จึงได้มาทริปเที่ยวกับเวหนเพียงสองคนทางภาคเหนือ เป็นการขึ้นสู่ภูและไปตั้งแคมป์ ซึ่งพอขึ้นมาถึงยอดได้ก็ทำให้อยากตะโกนดังๆ ว่ายังไม่แก่โว้ยจริงๆ

"เมื่อไหร่จะแต่งงานล่ะ"

ติณณ์ว่าหลังจากทายากันยุงเสร็จแล้วส่งให้คนข้างๆ เวหนเลิกคิ้ว รับยากันยุงไปทา 

"ไม่แต่ง"

"แล้วใครจะดูแลตอนแก่"

"ก็คนที่นั่งข้างๆ นี่ไงล่ะที่รัก"

"แก่แล้วยังหยอดเป็นวัยรุ่นไปได้" 

เวหนยิ้มกว้าง เงยหน้าขึ้นมองดาวมากมาย

"ถ้า... ไม่ได้เจอกันอีกล่ะ" เวหนถามขึ้น "จะทำยังไง"

"ก็คงใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ให้ชินกับการอยู่คนเดียวไปจนตาย"

"คงเหงาน่าดู"

"ใช่ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว สวรรค์ก็ช่างเล่นตลกจริงๆ ใครจะคิดว่ายังจะได้เจอกันอีก แถมยังเป็นตอนที่กลายเป็นตาแก่ที่ไม่มีใครเอาทั้งคู่"

ลงท้ายนี้อดไม่ได้ให้เสียงหัวเราะดังขึ้นประสานกัน

ทั้งสองนั่งนอกเต็นท์ โชคดีวันนี้ฟ้าโปร่งจึงทำให้เห็นดวงดาวมากมาย แม้จะเป็นในความมืดเเต่ก็เห็นคู่รักชายชายคู่หนึ่งกอดนัวเนียกันแน่นในความมืด ก่อนที่จะเดินจากไปอีกด้าน

"เฮ้อ ถ้าเกิดในยุคนี้ก็คงดีนะ" ติณณ์ว่าอย่างปลงๆ

"อย่าเลย" เวหนปฏิเสธ "เกิดพร้อมกันน่ะดีแล้ว ถ้าไม่ได้เจอนายก็แย่สิ"

"แต่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นระหว่างเรา ยิ่งเลวร้ายเกินกว่าจะรับไหวในตอนนั้น"

"ไม่คิดเหรอว่ามีเรื่องดีๆ มากกว่าตั้งเยอะ จบไม่สวยแล้วยังไง สุดท้าย คู่แล้วก็ไม่แคล้วกัน"

ติณณ์หัวเราะแล้วต่อยไหล่อีกฝ่าย ก่อนที่จะถอนใจ

"เว... ฉันขอโทษ"

"เรื่อง...?"

"ทุกเรื่อง โดยเฉพาะคำพูดที่ไปทำร้ายจิตใจนายมาก แต่อยากให้รู้ไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันยังคิดถึงนายอยู่"

"อื้อ จะให้อภัยก็ได้ ขอแค่..."

เวหนขยับตัวเข้ามาแล้วเอาผ้าห่มหนาคลุมร่างทั้งสองเข้าด้วยกัน มือที่หยาบตามกาลเวลาแต่อบอุ่นกว่าสิ่งใดรอบตัวจับกุมไว้

"มาก้าวผ่านความกลัวไปด้วยกัน"

"ได้"

"มาก้าวผ่านปัญหามากมายไปด้วยกัน"

"ได้"

"มา... ดูแลกันและกันจนกว่าแก่เฒ่าและจากไป"

"สัญญา"



//END
บ้าพลังมาก ฮรืออออ พิมพ์ในมือถือทั้งน้าน
เป็น Short fic เรื่องที่สองที่จบแล้วค่ะ 
ส่วนเรื่องยาวก็รอต่อไป เอื้ออ 
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ อยากนำเสนอแง่มุมนี้ของนิยายวายด้วย ว่าตอนที่ไม่หล่อไม่น่ารักหรือแก่ไปแล้วจะยังไงต่อ
ขอขอบคุณเนื้อเพลงจากเว็บ https://xn--72c9bva0i.meemodel.com ด้วยค่า ฟังแล้วได้อารมณ์





ผลงานอื่นๆ ของ Xiaoai

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. #20 oak
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 17:00

    ผมรักคุณครับไรต์ ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ที่ให้ได้อ่าน

    #20
    0
  2. #19 ซาจทอ
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:26

    ซึ้งใจมากๆ ความรักที่บริสุทธิ์ฝ่าฟันผ่านกาลเวลา

    #19
    0
  3. #18 Superpoom
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 01:06
    ไมอ่านไม่ได้อ่า
    #18
    0
  4. #17 ~PiToN~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:27
    ดีจังอบอุ่นมากๆเลยรักกันนานๆนะ
    #17
    0
  5. #16 R38912122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:47
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอบอุ่นใจมากๆเลย น่ารักมาก
    #16
    0
  6. #15 jJo_707
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:51
    งื้ออ ชอบมากมายยยย TwT
    #15
    0
  7. วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 10:46
    อบอุ่นดีจ้า
    #14
    0
  8. วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 20:25
    น่ารักมากกกก
    #13
    0
  9. #12 Noonittaya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:11
    ดีงามมากค่ะ ละมุนเลย
    #12
    0
  10. #11 junenior03 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:23
    ชอบค่ะ นิยายดีมากกอ้ะ น้ำตาไหลพรากเลย
    #11
    0
  11. #10 ALOHA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 02:26
    ขอบคุณน่ะค่ะ คู่กันแล้วไม่แคล้วจริง ๆ
    #10
    0
  12. #9 Naboot
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 10:05
    น่ารักดีค่ะ น่าแต่งเรื่องยาว อ่านรักวัยรุ่นมาเยอะแล้ว อยากอ่านรักวัย สว. (สูงวัย) มั่ง อารมณ์อาจไม่หวือหวาเหมือนวัยรุ่น แต่มันโดนใจค่ะ
    #9
    0
  13. วันที่ 12 กันยายน 2560 / 23:14
    คือมันดีย์ อ่านไปยิ้มไป พาลนึกถึงก็อบลินกับยมทูตเลยค่ะ
    #8
    0
  14. วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 07:31
    บรรยากาศดีๆแบบมาเร็วเคลมเร็วจริงๆ จะมีเรื่องยาวไหมคะ ”เรื่องราวแก่ๆของชายแก่ทั้งสอง” คงจะฟินแบบแก่ๆดี55555555
    #7
    0
  15. วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 21:46
    น่ารักนะ
    #6
    0
  16. #5 pop
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:42
    น่ารักมากค่ะะะ ชอบแนวแบบนี้จัง อบอุ่นดี /////
    #5
    0
  17. #4 HoshiRO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:14
    อบอุ่นใจมากก
    #4
    0
  18. วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 02:23
    เป็นนิยายฟีลกู๊ดที่อ่านแล้วร้องไห้ ซึ้งมากๆเลย ;-;
    #3
    0
  19. วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 15:20
    งือ ดีต่อใจ แต่มาเจอกันตอนอายุมากไปหน่อย
    น่าจะมาเจอกันตอน30ก็ยังดี เรี่ยวแรงยังมีเยอะอิอิ
    #2
    0
  20. #1 Aerins (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:55
    อบอุ่นจังเลย ห่างกันไปเกือบ 30 ปีแต่ก็ได้กลับมาเจอกัน
    ขอบคุณสำหรับนิยายฟิวกู๊ดค่ะ
    #1
    0