นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Dios de Walden | ณ ภูเขาที่ไกลแสนไกล [ RP ]

โดย Espresso_sys

หากสถานที่ในนิมิตฝันที่ได้เห็นปรากฏขึ้นตรงหน้าคุณจะทำอย่างไรล่ะ? จะปล่อยให้โอกาสในการเริ่มหาคำตอบหลุดมือไปหรือเปล่า? ถ้าไม่.. งั้นมัวรออะไรอยู่ล่ะนักปีนเขา! ภูเขาวัลเดนรอนายอยู่นะ!

ยอดวิวรวม

310

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


310

ความคิดเห็น


274

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 101 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  8 มิ.ย. 64 / 14:41 น.
นิยาย Dios de Walden | ҷʹ [ RP ]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Dios de Walden

วิชาเคมี ม.4: บทที่ 2 พันธะเคมี


" ฤดูกาลปีนเขามาเยือนอีกแล้วสินะ.. ยินดีที่ได้พบ คุณนักปีนเขา :) "



ครั้นเมื่อภวังค์ความฝันฉายเรื่องราว ประกายแสงแวววาวประจักษ์อยู่บนฟ้า
ปริศนา ความสงสัย หรือภาพมายา จักรู้ได้หนา เมื่อมาเยือนยังถิ่นคีรี

. . .

Mount Walden
เมื่อภาพความฝันได้ฉายเรื่องราวประหลาดสุดจะหยั่งรู้ที่มาหรือสาเหตุที่มันเกิดขึ้น สิ่งที่เห็นในความฝันคือผู้คนไม่คุ้นตา 
สถานที่แปลกประหลาด เวทมนต์ การสูญเสีย สงครามและมังกร.. เหมือนทุกอย่างในความฝันจะเริ่มต้นที่ภูเขาลูกหนึ่ง
ที่ไม่เคยเห็นและไม่คาดคิดว่ามันจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ประกายแสงเจิดจรัสที่ปรากฏขึ้นอยู่บนยอด 
ดูเหมือนจะมีคำตอบรอคุณอยู่บนปลายสุดของภูเขาลูกนั้น

คุณ.. อยากหาคำตอบให้กับความฝันที่เกิดขึ้นในทุกราตรีของคุณมั้ยล่ะ?

...หากตกลง ก็ละทิ้งการเป็นคนธรรมดาห้วนคืนสู่การเป็นนักปีนเขาที่ภูเขาวัลเดนได้แล้วนะ ;)

. . .

Letter from the god of Walden
สารจากเทพเจ้า

เสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสือดังขึ้นท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาจากน่านฟ้า
เขายิ้มหลังจากที่อ่านหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนั้นจบ

ปึก!!

แรงกระทบกันระหว่างหน้ากระดาษทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยหลังมือเรียวใต้ถุงมือได้ทำการปิดหนังสือดังกล่าวลง
เกือบไปแล้วที่ดวงเนตรสีใสนั่นเริ่มจะหม่นลง ต้องขอบคุณหนังสือเล่มใหม่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าที่ฉุดให้ดวงเนตรกลับมาฉายแววสนุกอีกครั้ง
เขายิ้ม.. ก่อนจะมองเนื้อหาในหนังสือเล่มใหม่สลับกับเบื้องล่างภูเขาเป็นระยะ 

" หนังสือเล่มนี้ดูท่าจะสนุกไม่น้อย.. ข้าคงต้องขอยืมแรงเหล่ามนุษย์พรีออเดอร์เล่มใหม่เข้าแล้วกระมัง? "

เขาพูดกับตัวเองแบบนั้น ก่อนร่างนั้นจะมลายหายไปราวกับไม่มีตัวตน

วิชาเคมี ม.4: บทที่ 2 พันธะเคมี

!! Now Close !!
Mountaineers : [ 08 / 08 ]
Time now : Morning
Season in Myron : Spring
Season in Walden : Up to God
Location : Unknow
Chat : click here

!! Announce !!
แจ้งประกาศให้เหล่านักปีนเขาทุกคนได้รับทราบ ขณะนี้ระบบได้เปิดทำการโรลเพลย์ปกติแล้ว อีกทั้งผู้เล่นยังสามารถเช็คสถานะระหว่าง NPC ที่มีต่อผู้เล่นได้ใน visitor books สามารถกดตรวจสอบได้ที่รายชื่อหรือที่พักของตัวเองได้เลยเมี๊ยว ส่วนผู้เล่นท่านใดที่ทางระบบยังไม่ได้เขียนเรื่องราวให้ โปรดรออย่างใจเย็น หากระบบทำการปิดโรลเพลย์ชั่วคราวอีกครั้งเมื่อไหร่จะกลับไปดำเนินเรื่องให้ครบนะเมี๊ยว
จากระบบแงวดำ

วิชาเคมี ม.4: บทที่ 2 พันธะเคมี


Thx For Theme

SNAP

สารบัญ 101 ตอน อัปเดตล่าสุด 8 มิ.ย. 64 / 14:41101 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

274 ความคิดเห็น

  1. #274 tattletales (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2564 / 19:55



    「Reneir Luciole Neri」



    — สุสาน —




    เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่ดังมาจากทางด้านหลัง

    ทำเรเน่สะดุ้งเฮือก เด็กชายพลันรีบหันหน้าไป

    มองต้นเสียงทันที ‘ที่นี่คือดินแดนของคนตายนะ’ 

    ไม่ต้องบอกก็พอรู้อยู่หรอก สถานที่ที่ไร้ซึ่งหลัก

    ฐานของสิ่งมีชีวิตนั้นคงจะเรียกแบบนั้นได้ไม่

    ผิดอะไรนัก



    “…งั้นเหรอฮะ”



    เสียงเล็ก ๆ หลุดตอบกลับไป ในขณะเดียวกัน

    ดวงตาสีเขียวอ่อนจับจ้องไปยังร่างของเจ้าคู่

    สนทนาที่ไม่สนใจเหลียวแลมองผู้หลงทางคนนี้

    เลยแม้แต่น้อย ครั้นจะไปบังคับให้หันกลับมาก็

    ใช่เรื่อง ดูจากการขุดอะไรอยู่แล้วก็คงเป็นงานสิ

    นะ อา งานอะไรน่ะ ไม่อยากรู้ก็พอเดาได้แล้วล่ะ

    มั้ง



    “คุณเป็นสัปเหร่อเหรอ?”



    เด็กชายเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ และได้พิสูจน์ความ

    คิดของตนเอง อา ฝังหลุมศพจริงด้วย แต่ในเมื่อ

    โดนเมินแล้วก็ปล่อยให้เมินต่อไปก็ไม่เสียหายอะไร 

    เรเน่นั่งกอดเข่าเงียบมองชายคนนั้นทำงานของตน

    ต่อไป เปลือกตาหุบต่ำลงอย่างใช้ความคิด



    “จริงสิ คุณรู้เรื่องจดหมายไหม?”




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มิถุนายน 2564 / 20:06
    #274
    0
  2. #273 Espresso_sys (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2564 / 18:03

    แปะคุมโช

    #273
    0
  3. #272 Espresso_sys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2564 / 18:03

    แปะคุมนาเดีย

    #272
    0
  4. #271 Espresso_sys (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2564 / 18:02

    แปะคุมจีเซล (อาจมาตอบดึกๆ วันนี้หรือพรุ่งนี้นะเมี๊ยว TT)

    #271
    0
  5. #270 Espresso_sys (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2564 / 18:01

    ปักคุมเรนนี่ (ขอเคลียงานก่อนนะเมี๊ยว ไม่ได้ตั้งใจหายแต่งานรัดตัวมั่กเลยเมี๊ยว TT)

    #270
    0
  6. #269 Yurin_linlin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2564 / 09:47
    https://image.dek-d.com/27/0917/2184/131992274

    @ธารน้ำ - Marcaret , Ferdinand



    ชายหนุ่มหันสายตากลับไปมองที่มาร์กาเรตด้วยสายตานิ่งค้าง ริมฝีปากขยับแยกออกจากกันคล้ายจะพูดอะไรสักอย่างออกไป
    ทำแบบนั้นอยู่ในไม่กี่วิ ก็จบลงด้วยการเม้มแน่นกลับคืนสู่ความเงียบ โชกิชิชมเชยหญิงสาวตรงหน้าเขาอยู่ในใจ เป็นผู้หญิงที่
    ฉลาดและกล้าหาญมาก น้อยคนจะมีความคิดที่ใจเย็นอะไรแบบนี้ เทียบกับตัวเองแล้วยังไม่ดีขนาดนี้ด้วยซ้ำ แค่คืนแรกตนก็
    กังวลนั่นนี่ไปเรื่อยแล้ว



    “ ...แล้วปีนี้เธอจะขึ้นเขาหรือเปล่า ”



    ดวงตาสีท้องฟ้ากลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ไม่มีความในใจใดหลุดออกมา เลือกตัดสินใจถามคำถามอื่นออกไปเปลี่ยนเรื่องแทน
    เรื่องที่อีกฝ่ายทำอาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่สำหรับตัวเขารอนานขนาดนั้นไม่ได้ เขาจะติดอยู่ที่นี้นานขนาดนั้นไม่ได้ ถึงตัวเขาจะ
    ไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวตัวเองเสียเท่าไหร่ แต่มันก็ยังต้องกลับไป ในเมื่อจดหมายนั่นมันอาจมีทางออกให้เขา
    แล้วแท้ๆ



    “ บางทีแล้วพวกนักปีนเขาก่อนหน้า ที่เธอเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ลงมา พวกเขาอาจจะออกจากที่นี้ไปอีกทางหนึ่งหรือเปล่า
    เพราะมันไม่มีใครเห็น จะสรุปว่าพวกเขาตายก็คงไม่ได้ ”



    มันอาจจะดูเหมือนคำปลอบใจก็ได้ ซึ่งโชกิชิก็แค่พูดในข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น ภูเขาก็ไม่ใช่สถานที่ขนาดเล็ก
    นอกจากข้อสรุปว่าตายไปแล้ว ก็มีแค่ว่ามีทางออกอื่นกับยังอยู่ที่นั้นเท่านั้น สุดท้ายก็อย่างว่ามีแต่ต้องขึ้นไปดูเองเท่านั้นว่า
    มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่



    “ นั่นเป็นรอยยิ้มที่ดีนะ …..อ่ะ ฉันไม่ได้ชมหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันก็แค่...ก็แค่พูดถึงมาตรฐานรอยยิ้มเท่านั้นแหละ
    ว่าควรเป็นแบบนั้น ”



    เผลอหลุดมาจนได้หลังจากได้เห็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจขนาดนั้นออกไป ไม่รู้ว่าจะโทษใครดีระหว่างตัวเองที่ปากไวกับมาร์กาเรต
    ที่มีรอยยิ้มที่ดูชวนคิดถึงน้องสาวที่บ้านขนาดนี้ มันดูจริงใจชวนใจอ่อนเกินทน อยากจะใส่แค่ไหนก็ไม่กล้าว่าแรงต่อแล้วทุกที
    และไหนยังจะคำแก้ตัวแบบชุ่ยๆเมื่อกี้อีก รอยยิ้มมาตรฐานบ้าอะไร บนโลกใบนี้มีของแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน



    เรื่องน่าอายแบบนี้ หวังว่ามาร์กาเรตจะจับไม่ได้แล้วกัน



    ระหว่างที่กำลังถกเถียงกับตัวเองในใจ โชกิชิไม่ได้ทันสังเกตว่าอีกฟากของธารน้ำนั้นมีหนึ่งในคู่กรณีของตนอยู่ มารู้ตัวอีกที
    ก็ไม่ทันจะหลบจังหวะที่เฟอร์ดินานด์เข้ามาชนไหล่แล้ว ใบหน้าของชายหนุ่มที่โดนชนแบบไม่ทันตั้งตัวแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ
    ออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันควัน หมุนตัวกลับไปมองแผ่นหลังคนที่เดินทิ้งไปไกลแล้วด้วยสายตาแหลมคม



    “ คนไร้มารยาท ”



    รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน ขอแค่ให้ตัวเองได้ยินก็พอสบายใจขึ้นมาบ้าง มันไม่มีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้มาก่อนสักครั้ง ดีเหลือ
    เกินได้ตัดสินใจถูกว่าไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย ได้แต่ท่องในใจว่าห้ามโมโหไปมากกว่านี้เท่านั้น ถึงอยากจะมีเรื่องแค่ไหน ตน
    ก็มีดีแค่ที่ปาก มีปัญหาที่ต้องใช้กำลังขึ้นมาก็มีแต่เสีย ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสมเพชเหลือเกินกับสภาพตัวเอง



    “ ไม่เป็นไร ”



    เห็นมาร์กาเรตที่ยกมือจะจับต้องตน แต่ก็หยุดชะงักไป ชายหนุ่มก็มีสายตาอ่อนลงขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้มีความรู้สึกดีต่อผู้หญิง
    คนนี้เพิ่มขึ้นมาอีก ยังดีที่หญิงสาวรู้ตัวว่าไม่ควรจับตัวเขาจริงๆ ยิ่งในเวลาแบบนี้แล้วด้วย อย่าทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดนั้นนักเลย
    โชกิชิถอนหายใจยาวทีหนึ่ง แล้วจึงเริ่มยันตัวเองลุกขึ้นยืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ใช่...มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น
    ก่อนอื่นเขาต้องเปลี่ยนเรื่องไม่ให้บรรยากาศมันดูเสียไปมากกว่านี้ มาร์กาเรตเป็นพวกทำสีหน้านั่นนี่ง่ายเสียด้วย



    “ หลังจากนี้เธอต้องไปเจอใครหรือเปล่า ”



    พยายามไม่หลบตาสุดตัวในการพูดประโยคต่อไป



    “ จะไปทานข้าวเช้าด้วยกันหรือเปล่า ”




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มิถุนายน 2564 / 09:55
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 11 มิถุนายน 2564 / 09:58
    #269
    0
  7. #268 ผู้มากับสายลม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2564 / 08:08
    https://image.dek-d.com/27/0917/2244/131997310
    {NADIA}
    -ณ ลานเลี้ยงโปโร่-

    นาเดียยังคงไม่กล้าสบตากับหญิงสาวทั้งสองคน เธอพยายามอย่างยิ่ง
    ที่จะหลบสายตาและคิดหาวิธีออกจากสถานการณ์นี้จนหัวหมุน

    จนกระทั่งเจ้านกตัวกลมถูกยื่นมาให้เธอ ดวงตาคมสีดอกไลแลคกระพริบปริบๆ
    ช้อนสายตาขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของนกที่อยู่ๆก็ยื่นมาให้เธอเสียอย่างนั้น

    จะ...จะดีหรอ...

    ถึงเจ้านกตรงหน้าจะกระพือปีกเล็กๆของมันคล้ายกับพร้อมจะปีกออกมาจากอ้อม
    แขนของผู้เป็นนายมากก็ตาม แต่สัตว์เลี้ยงตัวนี้มีเจ้าของ มันคงจะไม่เหมาะสม
    ที่เธอจะรับมันมาอุ้ม...

    "เอ๊ะ!?" อยู่ๆแขนสองข้างของเธอก็หนักอึ้งเมื่อหญิงสาวแปลกหน้าผู้มี
    เส้นผมสีดำสนิทเงางามเบื้องหน้าก็วางเจ้านกอ้วนกลมขนฟูสีขาวลงในอ้อม
    แขนของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าสวยแสดงออกว่ากำลังสับสน ไม่นึกว่า
    อีกฝ่ายจะวางมันลงในอ้อมแขนของเธอเสียดื้อๆแบบนี้

    นาเดียเงยหน้าขึ้นมองตามหลังหญิงสาวทั้งสองที่จับมือกันตรงไปยังฝูงแพะภูเขาและ
    ทำท่าคล้ายกับ...กำลังสั่นสอนมันราวกับแม่ดุลูก

    เสียงร้องของเจ้านกตัวกลมในอ้อมแขนดังขึ้น เรียกให้เธอละสายตาจากภาพตรงหน้า
    ก้มลงมอง...ไอโอร่าในอ้อมแขน

    "ปุริ...?" มือข้างหนึ่งยกขึ้นจิ้มลงบนขนของเจ้านกตัวกลมเบาๆ ใจของเธอค่อยๆ
    สงบลงเมื่อได้อยู่ใกล้ๆกับสัตว์ขนฟูในอ้อมแขน

    น่ารักจัง... เธอคิดในใจพลางลูบขนของเจ้านกขนฟูไปเบาๆอย่างเพลินมือ อยากจะ
    ซุกหน้าลงกับเจ้าก้อนขนในอ้อมแขนแล้วฟัดให้หน่ำใจ

    แต่อย่างไรเจ้าตัวนี้ก็มีเจ้าของจะให้ซุกหน้าลงกับขนของมันก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่

    ได้แต่อดกลั้นและลูบขนมันเล่นเท่านั้น...


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มิถุนายน 2564 / 08:31
    #268
    0
  8. #267 Lost ' A L I C E . (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 22:08

    @ Uphill



    To: Caster

    ท.. เทพ???

    เด็กสาวอึ้งไปได้พักหนึ่งเมื่อได้ยินอีกฝ่ายแนะนำตัว เธอมองคนที่อ้างตัวว่าเทพลงมาจากต้นไม้ด้วยสมองที่ว่างเปล่า
    ก่อนจะเปลี่ยนมาหรี่หยีดวงตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยละเอียด พูดตามตรงว่าไม่อยากจะเชื่อ
    ดู ๆ ไปแล้วก็เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปที่ออกจะแปลกสักหน่อยที่ใช้ศัพท์โบราณคร่ำครึ
    เอาเป็นว่าเรื่องที่เขาเป็นเทพ ตอนนี้จีเซลยังไม่ปักใจเชื่อนัก

    เด็กสาวไม่ได้เอ่ยอะไรปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อไปส่วนเธอก็ฟังไปคิดไปพลาง
    จนกระทั่งจู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจของฝ่ายนั้น สติถึงถูกเรียกกลับมา
    เธอกลั้นหายใจพร้อมกับถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง จะเอาหน้าเจ้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไมนะ 

    "ฉันไม่ทราบหรอกค่ะว่าที่นี่คือทางขึ้นเขาวัลเดน แต่ทางนี้มันอยู่ใกล้กับที่พักของฉันพอดีเลยออกมาเดินเล่นสูดอากาศสักหน่อย
    เผอิญมีเรื่องน่าปวดหัวเต็มไปหมดตั้งแต่มาที่นี่ ไหนจะจดหมายเมื่อเช้าอีก"


    มือบางนวดขมับเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้

    "เฮ้อ เทพส่งสารที่รีบด่วนสรุปแบบนี้ใช้ไม่ได้จริง ๆเลยนะคะ
    ภูเขาวัลเดนของพวกคุณเทพน่ะ สำหรับฉันไม่ได้น่าปีนเลยสักนิด เพราะฉะนั้นเรื่องปีนเขาคิดว่าน่าจะไม่ใช่ในเร็ว ๆนี้หรอกค่ะ"


    คราวนี้ผ่อนลมหายใจราวกับเอือมระอา จีเซลยังไม่มีความรู้สึกอยากจะปีนเขาเลยจริง ๆ
    แต่ทำอย่างไรได้ เท่าที่เคยฟังมาดูเหมือนมันจะเป็นหน้าที่ของนักปีนเขา
    เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

    "อ๊ะ จริงสิ พอดีเลย ๆ ...ถ้าเมอซิเออร์เป็นเทพส่งสารล่ะก็ขอฉันฝากข้อความไปหาเทพองค์อื่น ๆ ด้วยนะคะว่า
    'ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตของฉันแย่ลงพวกว่างงาน' ประมาณนี้แล้วกันนะคะ"


    ริมฝีปากอิ่มระบายรอยยิ้มหวานพร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นจันทร์เสี้ยวสองดวง
    รู้สึกยินดีเหลือเกินที่ได้เจอเทพที่เป็นโอเปอเรเตอร์ฝากข้อความได้ ถ้าอีกฝ่ายเป็นเทพส่งสารจริง ๆ ล่ะก็นะ--

    "ว่าแต่บนต้นไม้นี่มองเห็นนักปีนเขาด้วยเหรอคะ? ฉันว่านอนตรงนี้ไม่น่าจะได้เชยชมนักปีนเขาหรอกมั้ง?
    แถมเวลานี้นักปีนเขาท่านอื่น ๆ คงจะนอนอยู่ในกระท่อมไม่ก็เดินสำรวจหมู่บ้านอยู่"



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 มิถุนายน 2564 / 21:25
    #267
    0
  9. #266 Celica (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 21:59

    @cafeteria

    RENNY

    to Aella


    เดินตามอีกฝ่ายมาสักพักก็มาถึงสถานที่คุ้นตา

    ที่เด็กผู้หญิงที่ชื่อฮาลิน่าพาตนมาเมื่อวาน…


    จะว่าไปเงินค่าอาหารครั้งที่แล้วได้จ่ายรึยังนะ

    เมื่อวานเขากับฮาลิน่าก็รีบออกจากร้านไป

    แต่ฮาลิน่าน่าจะจ่ายไปแล้วล่ะมั้ง หวังว่าจะใช่นะ ต้องใช่สิ._.


    เอาเป็นว่าตีเนียนไปก่อนแล้วกัน!


    เรนนี่ที่ภายนอกดูสงบนิ่งแต่ในใจมีเป็นหมื่นล้านคำ

    ขยับแว่นสายตาก่อนจะหันไปเด็กสาวชุดดำข้างๆ

    ด้วยใบหน้าที่ยังคงแต่งแต้มไว้กลด้วยรอยยิ้ม


    “เป็นร้านอาหารร้านเดียวของที่นี่หรอครับ

    อ่ะ… ไม่ได้หมายความว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อยหรอกนะ

    ผมแค่สงสัยเฉยๆน่ะ ฮะฮะ”


    ชายหนุ่มที่รู้สึกว่าคำพูดตัวเองมันฟังดูแปลกๆ

    ก็รีบเอ่ยแก้คำพูดตัวเองพลางหัวเราะติดตลกกลบเกลื่อน

    ก่อนจะเหลือบมองซ้ายขวาหวังว่าเจ้าของร้านจะไม่เผอิญมาได้ยิน



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 22:00
    #266
    0
  10. #265 Celica (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 21:53

    @Big hut

    RENNY

    to Aella


    ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก

    เมื่อได้ยินคำว่าเขาเข้าใจถูกแล้วจากปากของเด็กสาว

    เห็นจ้องไม่กะพริบตอนเล่าก็นึกว่าปล่อยเบลอไม่ฟังเขาเสียแล้ว


    “มีคนที่เป็นเหมือนผมด้วยสินะ”


    เรนนี่ผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อยต่างจากในตอนแรก

    ที่กังวลว่าเด็กสาวจะหาว่าตนเป็นคนแปลกๆจากเรื่องที่เล่าให้อีกฝ่ายฟังไป

    และที่ได้ยินว่าตนก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรม


    “ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลยครับ”


    ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆพร้อมกับยิ้มแห้งก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ

    เป็นเชิงตกลงเรื่องที่อีกฝ่ายจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลัง


    “กองทัพต้องเดินด้ยท้องนี่นะ”


    กล่าวจบก็ก้าวเดินตามคุณผู้ใหญ่ตัวน้อยที่เดินนำทางตนไปสักที่



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 21:53
    #265
    0
  11. #264 Espresso_sys (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 15:05



    - มาร์กาเรต -

    to Hosogawa Chokishi



    " เพราะกลัวถึงต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปยังไงล่ะคะ "

    มาร์กาเรตกล่าวออกไปพร้อมรอยยิ้มไม่ใช่เรื่องหนักใจหรือเรื่องที่น่าปิดบังใดๆเลยสำหรับตัวเธอ
    หากอีกฝ่ายอยากรู้เธอก็พร้อมที่จะตอบ อย่างน้อยนี่อาจจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ไว้ใช้ในอนาคตก็เป็นได้

    " นักปีนเขาที่มาถึงที่นี่ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกใจร้อนและโลภที่จะอยากได้พลังจากเทพเจ้าในเวลาอันสั้น
     พวกเขาเหล่านั้นจึงรีบปีนขึ้นเขาไปภายในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์แรกหลังจากมาถึงที่นี่ค่ะ "

    " และจากที่ฉันรู้ ตอนนี้ยังไม่มีนักปีนเขาคนไหนลงมาจากเขาวัลเดนเลยสักคนค่ะ "


    เด็กสาวกล่าวเสริม ขณะเดียวกันรอยยิ้มบนกรอบหน้าก็เริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด
    อย่างว่าแหละ เรื่องพวกนี้เธอไม่สามารถล้อเล่นหรือคุยเป็นหัวข้อที่ใช้พูดสนุกในกลุ่มเพื่อนได้เลย
    มันเป็นเรื่องของความเป็นความตายและชีวิตเป็นเดิมพัน หากเจ้าหล่อนได้ขึ้นไปบนเขานั้นแล้วจริงๆ จะเจอกับแบบทดสอบอะไรบ้างก็สุดจะหยั่งรู้

    ดวงเนตรสีน้ำตาลเปลือกไม้คล้อยสายตามองไปยังปลายสุดของยอดเขาที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าเทพ
    เธอหรี่ตามองสักพักก่อนจะสะบัดหน้าไปมาเบาๆ เพื่อปัดเป่าความคิดในแง่ลบของเสีย และหันมาสบตากับอีกฝ่ายตามมารยาทการสนทนา

    " เพราะอย่างนั้น พวกฉันถึงได้ใช้ระยะเวลาตลอดหนึ่งปีนี้ในการเตรียมตัวและวางแผนการขึ้นเขาน่ะค่ะ "

    รอยยิ้มกลับมาแต่งแต้มบนใบหน้านวลผ่องของเด็กสาวอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจและไร้ซึ่งการปิดบัง
    กล่าวตามตรงตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกกลัวมากมายขนาดนั้น หากเทียบกับตอนที่มาเยือนครั้งแรกก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว


    ตึก ตึก ตึก



    - เฟอร์ดินานด์ -


    เสียงฝีเท้าดังขึ้น ณ อีกฟากของธารน้ำ ปรากฏร่างที่คุณคุ้นเคยหรือพอผ่านตามาบ้างของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท
    ร่างสูงเดินก้มหน้ามองผืนหญ้าตลอดทางที่เดินมาโดยไม่สนใจด้วยว่าเบื้องหน้าจะมีสิ่งมีชีวิตใดขวางทางเขาอยู่หรือไม่

    ตึก ตึก ตึก

    กระทั่งร่างสูงของเด็กหนุ่มเดินผ่านสะพานข้ามธารน้ำมาได้ ไม่รู้ว่าเดินยังไงถึงชนเข้ากับไหล่คุณเข้าอย่างจัง

    ปึก!

    " ... "

    และไม่มีแม้แต่จะหันมามอง แค่เดินตรงไปในเส้นทางที่คุ้นชินเสียเฉยๆ เท่านั้น 

    " เอ่อ.. คุณโชชิกิเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? "

    ฝ่ามือเรียวเผลอยกขึ้นเล็กน้อยเกือบจะเอื้อมไปจับต้องตัวชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อดูอาการ
    ทว่าก็ต้องชะงักมือกลางอากาศเมื่อรู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่คุณหนูของตน หากไปยุ่งมากเกรงว่าอาจเป็นการเสียมารยาท


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 17:01
    #264
    0
  12. #263 Espresso_sys (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 15:05



    - อัมเบรียล -

    to Reneir L. Neri



    " คุณมาทำอะไรที่นี่ "

    สุรเสียงดังขึ้นท่ามกลางฝูงอีกาที่ร้องโวกเวกโวยวายอยู่ไม่เลิกมาพักใหญ่แล้ว
    แต่นั่นก็ไม่มีผลอะไรต่อการรับรู้ถึงบุคคลภายนอกที่ได้ย่างกรายเข้ามาเยือนยังดินแดนคนตายแห่งนี้
    เจ้าของสุรเสียงทุ้มดังกล่าวคือชายเจ้าของเรือนผมยาวสีขาว ในมือของบุรุษเพศคนดังกล่าวถือจอบขุดดินไว้มั่นเหมือนกำลังจะทำอะไรบางอย่างอยู่

    " ที่นี่.. คือดินแดนของคนตายนะ "

    บุรุษเพศดังกล่าว กล่าวโดยไม่คิดจะเงยหน้ามามองคุณเลยด้วยซ้ำแม้เสียงของปักษาสีดำสนิทอย่างอีกาจะเบาลงแล้ว
    แต่เสียงถัดมาที่ชวนหนวกหูไม่แพ้กันเลยคือเสียงขุดดินที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ 

    จึก! จึก! จึก!

    ดูเหมือนว่าก่อนหน้านั้นชายปริศนาในสุสานแห่งนี้จะขุดดินไว้ได้พอประมาณแล้ว
    พอลงไม้ลงมือขุดเข้าอีกหน่อยก็เลยได้รูปร่างรูปทรงของหลุมดังกล่าวออกมาให้เห็นได้บ้าง
    มันดูเหมือนหลุมที่เอาไว้.. ฝังโลงศพของคนที่ตายแล้วยังไงไม่รู้

    ชายคนดังกล่าวที่เอ่ยทักทายคุณในคราแรกไม่กล่าวสิ่งใดต่อนอกจากตั้งใจขุดหลุมลงไปให้ลึกกว่านี้

    จึก! จึก!

    เหมือนกับว่าจะลืมไปแล้วว่าคุณเองก็ยังอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 16:42
    #263
    0
  13. #262 Espresso_sys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 15:04

     

    - เมลัน | ฮาลิน่า -

    to Nadia



    " โอ๊ะ ตายจริง ดูเหมือนสภาพจิตใจเธอจะดูแย่เอามากๆ เลยนะ คุณผู้มาเยือน "

    ดวงเนตรสีฟ้าใสลอบสังเกตอาการของอีกฝ่ายโดยคร่าวเพียงปราดตามองแค่แว๊บเดียว
    นั่นคือเรื่องที่เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีดำขลับพบเจอมามากมาย จนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอไปเสียแล้ว
    วิธีจัดการเมื่อพบกับบุคคลที่มีนิสัยดังกล่าวของเมลันก็ค่อนข้างเรียบง่ายทว่าได้ผล อย่างน้อยมันก็อาจจะสร้างความประทับใจแรกพบต่ออีกฝ่ายได้ก็ได้

    " อ๊ะ นี่ "

    สองฝ่ามือที่จับก้อนตัวกลมติดปีกยื่นไปยังเบื้องหน้าคุณพร้อมระบายรอยยิ้มหวาน
    เมื่อมองสลับกับเจ้าบางสิ่งที่เมลันยื่นให้มาดูเหมือนว่าเจ้าก้อนกลมนี้ก็มีสีดวงตาคล้ายเจ้าของมันอย่างไม่บอกไม่ถูก
    สองปีกเล็กกระพรือไปมาเบาๆ อย่างดีใจและตื่นเต้น ไม่รู้ว่าดีใจเพราะได้เจอกับบุคคลใหม่ๆ หรือดีใจเพราะได้ออกจากอ้อมกอดของนายมันกันแน่?

    " ปุริ!! "

    " เจ้านี่ชื่อไอโอร่า รับมันไปถือไว้ซะสิ ฉันจะไปจัดการเจ้าแพะจอมอารมณ์บูดพวกนั้นสักหน่อย "


    ไม่รอให้คุณได้ตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น สาวเจ้าในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์วางเจ้าก้อนกลมติดปีกนามไอโอร่าลงบนฝ่ามือคุณเสียดื้อๆ
    ก่อนจะจับมือเรียวเล็กของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีโกโก้นมให้ออกไปทำภารกิจดัดนิสัยแพะไปด้วยกันกับเธอ
    ทิ้งให้คุณได้ใช้เวลาอยู่กับเจ้าก้อนที่เอาแต่ร้องว่าปุริอยู่เพียงหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัว

    " ปุริ? "

    ขณะเดียวกันหากมองจากตรงนี้ คุณจะเห็นหญิงสาวทั้งสองเดินเล่นไปมาในฝูงแพะภูเขาอย่างสบายอารมณ์
    เด็กสาวที่มาช่วยเหลือคุณในคราวแรกก็ลูบไล้กลุ่มขนหนาของแพะภูเขาอย่างเบามือแลดูอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
    ส่วนอีกคนที่ส่งสัตว์เลี้ยงมาให้คุณดูแลก็ยืนเท้าเอวชี้นิ้วดุเจ้าแพะที่คราแรกจ้องจะทำร้ายคุณราวกับแม่สอนลูกอยู่ก็ไม่ปาน






    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 16:35
    #262
    0
  14. #261 Espresso_sys (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 15:04



    - แคสเตอร์ -

    เทพแห่งการส่งสาร

    to Giselle



    " ข้าคือ ' เทพแห่งการส่งสาร ' นามว่าแคสเตอร์ หาใช่บุคคลที่ถูกขับไล่โดยพวกชาวบ้านแต่อย่างใด "

    บุรุษเพศบนต้นไม้เหนือศีรษะคุณที่ได้กล่าวอ้างตนว่าเป็นเทพได้ขยับเคลื่อนร่างกายลุกขึ้นนั่งตามปกติ
    จากนั้นจึงกะระยะลงให้เท้าถึงพื้นได้โดยสวัสดิภาพ เพีบงไม่นานร่างที่เคยอยู่บนต้นไม้ดังกล่าว
    ก็ลงมาพูดคุยกันข้างล่างเหมือนคนปกติ.. อ่า เหมือนการพูดคุยทั่วไปสักที

    " ข้อมูลที่เจ้าจักได้รู้นอกเหนือจากนี้ คือข้ามาที่นี่เพื่อเชยชมเหล่านักปีนเขาประจำฤดูกาลกลุ่มใหม่ "

    ดวงเนตรสีทองหรี่หยีลงเล็กน้อยราวกำลังพินิจพิจารณา เช่นเดียวกัน รอยยิ้มที่ฉาบหน้าเจ้าตัวก็ยังไม่ถูกลบเลือน

    " แต่ไม่คาดคิดว่าฤดูกาลนี้จะมีเด็กตัวเล็กเช่นเจ้าถูกเลือกโดยพวกเทพมากมายขนาดนี้ "

    " ฮ้า- พวกเทพนี่มันยังไงกันน้า "


    เขายักไหล่ขึ้นก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆ แน่นอนว่า ณ จุดสูงสุดของยอดเขาอันเป็นที่พำนักของเหล่าเทพ
    เขาเป็นเพียงแค่เทพส่งสารธรรมด๊าธรรมดา ไม่สามารถออกสิทธิ์ออกเสียงค้านการเลือกผู้ถูกทดสอบได้เลยสักนิด
    ถึงกระนั้นหากทำได้จริงเขาก็ไม่คิดจะทำอยู่ดี ..ก็นะ มันเป็นสีสันของชีวิตอมตะเช่นเขาดีนี่

    " ว่าแต่เจ้ามาที่นี่เพราะอยากจะปีนเขาแล้วหรอกหรือ? รู้ใช่หรือไม่ว่าที่นี่คือทางขึ้นเขาวัลเดนน่ะ? "

    กรอบหน้าคมคายยื่นเข้าใกล้เด็กสาวในระยะที่สามารถรับรู้ลมหายใจซึ่งกันและกันได้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
    ศีรษะเอียงเล็กน้อยแสร้งว่าตนกำลังสงสัยเอามากๆ ทั้งๆ ที่รอยยิ้มที่ยังคงเปื้อนอยู่บนกรอบหน้าขาวนวลมันก็ยังไม่จากไปไหนเลยด้วยซ้ำ

    " เจ้าจักรีบร้อนเช่นนี้ไม่ได้นา ข้ายังไม่ได้เริ่มประกาศฤดูกาลปีนเขาของปีนี้ให้พวกชาวบ้านได้รับรู้เลย "

    " แย่จริงๆ เลยน้า จีเซลเอ๋ย แย่จริงๆ "




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 16:22
    #261
    0
  15. #260 Espresso_sys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 15:03



    - อาเอลล่า -

    to Renny



    เด็กสาวจ้องมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบขณะเดียวกันก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างมากเพียงแต่สีหน้าของเธอไม่ได้ถูกแสดงออกมาเท่านั้น
    ทำให้คาดเดาได้ค่อนข้างยากว่าเด็กคนนี้ตั้งใจฟังจริงๆ หรือกำลังเหม่อลอยอยู่กันแน่?
    อย่างไรก็ตาม ก็ยังดีที่เจ้าหล่อนยังมีสัญญาณที่พอจับได้ว่ายังรับฟังกันอยู่อย่างการพยักหน้าหงึกทุกครั้งที่บุรุษเพศตรงหน้าเล่าหรืออธิบายมา

    อาเอลล่านิ่งเงียบไปสักพักอย่างใช้ความคิด เธอกำลังเรียบเรียงและไต่ตรองอยู่ในหัวว่าควรตอบคำถามไหนก่อนดี

    " คุณเข้าใจถูกแล้วค่ะ "

    กรอบหน้าเรียวส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยยืนยันว่าสิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดไม่ใช่เพราะสติไม่ดีหรือเป็นเพียงความฝัน
    ที่แห่งนี้คือความจริงและมีอยู่จริง เพียงแต่อยู่อีกโลกหนึ่งก็เท่านั้น ไม่แปลกนักที่ผู้มาเยือนที่นี่แบบไม่เต็มใจจะเข้าใจผิดกันเช่นนี้

    " กระท่อมหลังที่หนึ่ง กระท่อมหลังที่สอง กระท่อมหลังที่สาม และกระท่อมหลังที่สี่- ...ต่างมีคนแบบคุณอยู่ค่ะ "

    นิ้วเรียวยกขึ้นนับเลขได้ทั้งหมดสี่หลังก่อนจะยกขึ้นชูสี่นิ้วให้กับอีกฝ่ายเป็นการยืนยัน
    ดวงเนตรสีดำสนิทยังคงกะพริบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เลิกรา ในหัวพลางใช้ความคิดไปด้วย
    เดาว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้พักในกระท่อมสี่หลังนี้จึงไม่ได้พบปะพูดคุยกับผู้มาเยือนคนอื่นๆ บ้างเลย

    " ทานมื้อเช้าหรือยังคะ? "

    มือเรียวเล็กลดลงแนบข้างลำตัว ฝ่ามืออีกข้างกระชับหนังสือมารยาทในการเข้าสังคมไว้แน่น
    ก่อนจะถามอีกฝ่ายถึงมื้อเช้า เลี่ยงการตอบคำถามก่อนหน้าไปก่อนแทน
    อย่างไรเสีย มื้อเช้าเป็นเรื่องที่ควรเลี่ยงนี่นา อาจจะตื่นตระหนกจวนจะร้องไห้เพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องก็ได้กระมัง

    " รายละเอียดเพิ่มเติม ดิฉันจะเล่าให้ฟังตอนไปถึงที่นั่นนะคะ "

    เธอไม่แสดงท่าทีหรือสีหน้าใดๆ เลย มีเพียงแต่อากัปกิริยาของเจ้าตัวที่เริ่มเคลื่อนตัวออกมาจากกระท่อมหลังใหญ่แล้วปิดบานประตูลงแค่นั้น
    เด็กสาวตัวเล็กในชุดเดรสสีดำแต่งลูกไม้กำลังมุ่งหน้าเดินนำคุณไปที่โรงอาหารกลางด้วยท่าทีสุขุมต่างกับวัยโดยสิ้นเชิง
    ดูเหมือนคุณจะต้องตามเจ้าหล่อนไปแล้วแหละ



    (โรลตอบตอนนี้และไปโรลต่อที่โรงอาหาร ตอนที่ 10 ได้เลยนะเมี๊ยว!)


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 15:43
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 15:44
    #260
    0
  16. #259 Yurin_linlin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2564 / 01:35
    https://image.dek-d.com/27/0917/2184/131992274

    @ธารน้ำ - Marcaret



    แปรเปลี่ยนไปตามคนทดสอบอย่างงั้นเหรอ? แย่จริง ข้อมูลแบบนี้รู้อะไรก่อนไปก็ไม่มีความหมายมากขนาดนั้นเสียด้วยสิ แต่
    น่าหงุดหงิดเป็นบ้า การทดสอบแบบนี้เหมือนบอกโต้งๆเลยชัดๆว่ามันเล่นกับจิตใจคนแน่นอน ช่างเป็นการสอบไม่เป็นส่วนตัว
    เอาเสียเลย



    “ ไม่เป็นไร รู้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ”



    ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาปราม ใช่ รู้แค่นี้ดีกว่ามากแล้วจริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะมีบางคนตอบคำถามตนไม่ได้ ยิ่งเทียบกับเมื่อคืน
    ก็ดีกว่ากันเยอะ เอมริสและฮอตซ์...เก็บรายชื่อสองคนที่มาร์กาเรตเอ่ยขึ้นไว้ในหัว มีโอกาสเจอจะไล่ถามดู หวังว่าสองคนนั้น
    จะคุยง่ายแบบหญิงสาวตรงหน้าของเขาสักหน่อย คิดแล้วกลับไปเจอหน้าเรเน่คืนนี้ลองบอกดูสักหน่อย อย่างไงก็เป็นเพื่อนร่วม
    กระท่อมกันอีกสักพัก



    “ แต่เธอไม่ได้ปีนเขา เธอไม่เลือกออกจากที่นี้ไปงั้นเหรอ ถ้าเป็นคนมาจากโลกภายนอกมายังที่นี้ก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้อง
    อยู่นานขนาดนี้ ”



    โชกิชิขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับหัวข้อนี้มากที่สุด ไม่ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะมีอะไรเป็นพิเศษ เป็นใครก็ต้องเลือกกลับออกไปกันทั้งนั้น
    ไม่ว่าจะครอบครัวหรือสิ่งที่ยังหลงเหลือฝั่งนู่นก็ตาม แต่กับมาร์กาเรตกลับบอกว่าอาศัยที่นี้ตั้งหนึ่งปีและไม่ได้ปีนเขาด้วย อีกฝ่าย
    ไม่น่าจะใช้เวลาทิ้งไปฟรีๆง่ายแบบนี้ ...ลอบมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ผุดขึ้นมา หยุดคิดไม่ได้ว่าหรือจะเป็นคนไม่คิดอะไรมาก
    แตกต่างจากภายนอกที่เห็น?



    “ …..เธอไม่กลัวเหรอ? ”



    สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะต้องถาม และก็ฉุดคิดได้ว่าก่อนหน้าหญิงสาวดูจะทำหน้าเครียดขึ้นมา คำถามเกี่ยวกับภูเขาจะเป็นคำถาม
    ที่ไม่ได้อยู่ในหัวข้อที่คุยกันได้หรือเปล่านะ



    “ ถ้าตอบไม่ได้ช่างมันเถอะ ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น ”



    เสสายตาไปมองพื้นน้ำหลบการจ้องมองตอบกลับมา




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 01:37
    #259
    0
  17. #258 tattletales (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 20:48



    「Reneir Luciole Neri」



    — สุสาน —




    โอเค นี่มันที่ไหนเนี่ย



    เรเน่หยุดเดินอยู่ในสถานที่ที่เหมือนจะมีตัว

    อะไรออกมาทุกเมื่อ ขมวดคิ้วเข้าหากัน เอา

    ล่ะ ใจเย็น ๆ ก่อน ตอนแรกตั้งใจหาที่ที่มีแสง

    น้อย ๆ เดินหลบแดดไปมากลับมาหลงทางเข้า

    เสียนี่ใช้ได้ที่ไหนกัน



    ต้องรอคนมาเจอเหรอ



    เด็กชายคิดเช่นนั้นก่อนจะนั่งลงบนพื้นเรียบ ๆ 

    พักเหนื่อยก่อน น่าจะหลงมาไกลพอดู เจ้าอีกาก็

    ส่งเสียงร้องอย่างไม่หยุดหย่อน อย่างกับในหนัง

    สยองขวัญสักเรื่องเลยล่ะ




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 20:53
    #258
    0
  18. #257 tattletales (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 20:47


    「Reneir Luciole Neri」


    — กระท่อมหลังที่ 2 —


    แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบเข้ากับเปลือกตา

    ของเด็กชายที่นอนขี้เซาอยู่บนเตียง สองมือ

    เล็ก ๆ ควานหาผ้าม่านเพื่อปิดมันตามกิจวัตร

    ประจำวัน ควานหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ช่างมันไป

    ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้อยากเอาหัวซุกใต้หมอน

    ต่ออีกสักพัก …อีกสักหลายพัก และหลายพัก

     นอนซุกหมอนรอเสียงคุ้นเคยของพี่สาวของเขา

    ที่ต้องมาคอยปลุกตอนเช้าอยู่เรื่อยไป


    “…”


    แต่ผ่านไปสักพักแล้วก็ยังไม่มีเสียงเรียกใดๆ ให้

    ได้ยินหรือมีใครมาดึงเขาลงจากเตียง เรเนียเงย

    หน้าขึ้นจากหมอนช้า ๆ อย่างง่วงซึม มองซ้าย

    มองขวา มองรอบ ๆ แล้วหาวออกมาวอดใหญ่


    จริงสิ ไม่ใช่ที่บ้านแล้วนี่นา…


    ความสะลึมสะลือเริ่มเลือนหายไป เรเน่บิดขี้เกียจ

    เล็กน้อย ก่อนดวงตาสีเขียวอ่อนจะไปสะดุดเข้า

    กับสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่กำลังจ้องเขาตามันวาวอยู่


    นกล่ะ มีนกมาปลุกด้วยล่ะ


    ครั้นจะเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นว่าจดหมายที่

    มันคาบอยู่นั้นจ่าหน้าซองถึงตัวเอง จึงจัดการ

    เปิดอ่านจดหมายฉบับนั้นอย่างไม่รีบร้อน 


    “จงศรัทธาในดวงจันทร์… แล้วแสงแห่งดวง

    จันทร์จักนำทางเจ้า”


    นำทาง? นำทางไปไหน ฮะ? อย่าบอกนะว่าเป็น

    จริงอย่างที่เอเดนเคยบอกเอาไว้ว่าที่ไม่ยอมลง

    มาสักคนเพราะมัวแต่หลงทางกันน่ะ …อะไรกัน 

    ทำไมสั้นจัง สั้นไปไหม มันต้องการจะบอกอะไร 

    เด็กชายเหลือบมองกลับไปที่ตัวนกสีขาวอีกครั้ง 

    ถามไปแล้วมันจะตอบไหม


    “เอ่อ… แล้วผมควรทำยังไง รอให้ดวงจันทร์

    ออกมาเหรอ…”


    “ว่าแต่นายเป็นนกของใครเนี่ย” ถูกฝึกมาให้ส่ง

    จดหมายถูกคนซะขนาดนี้คงมีเจ้าของแหละน่า


    “เฮ้อ”


     เหมือนรูมเมทของเขาจะไปที่อื่นแล้ว ตอนนี้คง

    ไม่มีใครเหลือให้ถามอะไร แต่มันเช้าอยู่อะ เช้า

    เกิน ช่วงเช้าที่แสงแดดส่องอยู่ แต่ถ้าออกจาก

    กระท่อมตอนนี้คงดีกว่าออกไปตอนเที่ยงอย่าง

    แน่นอน …เฮ้อ มีทางเลือกไหนเหลืออีกบ้างเนี่ย

    นอนต่อดีไหม ตื่นเต็มตาตั้งแต่อ่านจดหมายแล้ว

    แล้ว ถึงฝืนนอนต่อก็คงไม่ได้อะไร เรเน่ส่ายหัว

    ซ้ายขวา เรียกสติของตัวเอง มองหาห้องอาบน้ำ

    และลุกเดินไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ล้าง

    หน้าล้างตาให้ตื่น และเก็บจดหมายใส่กระเป๋า

    กางเกงไว้เจอเอเดนเมื่อไหร่ค่อยถามก็แล้วกัน


    ไปไหนดีนะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 20:52
    #257
    0
  19. #256 ผู้มากับสายลม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 20:46
    https://image.dek-d.com/27/0917/2244/131991944
    {NADIA}
    -ณ ลานเลี้ยงโปโร่-

    ดวงตาคมสีดอกไลแลคใต้กรอบแว่นสายตาทรงกลมที่ตอนนี้เธอ
    เพิ่งรู้ตัวว่ามันเอียงกระเท่เร่จนเกือบจะหลุดออกจากใบหน้าตอนที่เธอ
    สะดุดล้มลงเมื่อครู่นี้ นาเดียมองมือบางที่ยื่นลงมาตรงหน้าของเธอ หลีก
    เลี่ยงที่จะสบตากับหญิงสาวเบื้องหน้า

    มืออันสั่นเทายกขึ้นวางลงบนมือที่ยื่นมาแต่โดยดีก่อนที่จะยันตัวเองให้ลุกขึ้น
    ยืนแม้ขาจะอ่อนแรง

    "นะ...นั่นเองหรอ..." เธอเหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อยทั้งๆที่ตอนนี้เธอไม่ได้
    อยากรู้แล้วว่าโปโร่หน้าตาเป็นยังไง นาเดียอยากหลบออกจากตรงนี้ไปทำใจ
    ให้สงบสักพักหนึ่งเสียก่อน "ขะ...ขอบคุณที่ช่วย เอ่อ..."

    แต่ก่อนที่นาเดียจะได้ผละออกจากคนตรงหน้าไปไหน เสียงที่ไม่คุ้นเคยก็ทำให้
    หญิงสาวชะงักไปอีกรอบก่อนที่เธอจะมองเห็นหญิงสาวอีกคนที่เดินฝ่าฝูงแพะภูเขา
    ตรงมาทางพวกเธอ ดูเหมือนว่าพวกแพะภูเขาจะรู้จักและคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนั้น
    ดีจึงไม่ได้อารมณ์เสียหรือทำอันตรายเธอแม้แต่น้อย

    มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อโค้ทสีเทาของตัวเองแน่น รู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาเมื่อถูกล้อม
    ไปด้วยคนหรือแพะภูเขาในตอนนี้ หัวใจใต้อกเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอกเสื้อ

    ทำให้เมื่อถูกถาม ร่างโปร่งจึงสะดุ้งโหยง ดวงตาคมสีดอกไลแลคหลบไปด้านข้าง

    "ดะ...ดะ...ดูเหมือนจะ...เรียกว่าแบบนั้น...ค่ะ" ริมฝีปากเอ่ยพูดไปก็แทบจะกัดลิ้น
    ตัวเองด้วยความประหม่าบวกกับความตื่นตระหนก อยากจะหยิบลูกอมรสมะนาวใน
    กระเป๋าขึ้นมาแกะโยนเข้าปากจะแย่อยู่แล้ว

    เธอไปได้หรือยัง...


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2564 / 08:58
    #256
    0
  20. #255 Lost ' A L I C E . (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 20:35

    @ Uphill



    To: Caster

    แมวเชสเชอร์รึไงน่ะ?

    คิ้วเรียวลอบย่นเข้าหากันทีละเล็กกับท่าทางพลิกตัวบนต้นไม้ไปมาของอีกฝ่ายที่ดูสบายราวกับนอนบนปุยเมฆ
    แต่ถ้าเขาเป็นเชสเชอร์ เธอก็เป็นอลิซน่ะสิ- อา จริง ๆ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดูเหมือนพล็อตการ์ตูนเรื่องนั้นเหมือนกันนะ
    หรือจริง ๆ แล้วที่นี่คืออีกฝั่งของโพรงกระต่าย-- ว่าไปนั่น

    "เอ๊ะ.. คุณรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอ?"

    เด็กสาวเอียงศีรษะทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มติดขี้เล่นเอ่ย ก่อนจะต้องผงะไปอีกครั้ง
    เขารู้ชื่อขอเธอด้วย แม้จะกล่าวราวกับไม่มั่นใจ แต่กลับเรียกชื่อเธออย่างเต็มปากในประโยคต่อมา

    ถามว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษเนี่ยนะ? แถมยังพูดดักความปรารถนาของเธอในตอนนี้ได้ราวกับอ่านใจออกอีก
    จีเซลรู้ตัวว่า เธอไม่สามารถเดาอะไรได้จากรอยยิ้มและดวงตาของอีกฝ่ายเลยสักนิด

    น่าหงุดหงิดจริง

    "คุณพูดจริงนะคะ? สุภาพบุรุษพูดคำไหนคำนั้นไม่คืนคำนะ"


    กระนั้นใบหน้าอ่อนเยาว์กลับวาดรอยยิ้มขึ้นแต่งแต้ม
    ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองดูสักหน่อยคงไม่เสียหาย

    "เผอิญว่าสิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่อะไรที่จับต้องได้น่ะค่ะ อย่างเช่น.. ข้อมูล"

    "ก่อนอื่นคุณเป็นใครคะ? นักปีนเขาที่ชาวบ้านไม่ต้อนรับหรือคะถึงได้มานอนบนต้นไม้แบบนี้?"



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 23:49
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 23:57
    #255
    0
  21. #254 Celica (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 20:09

    @Big hut

    RENNY
    to Aella



    ประตูไม้เปิดอ้าออกพร้อมกับความหวัง

    ผู้ที่เปิดประตูเป็นเด็กสาวในชุดเดรสสีดำ

    ท่าทางดูเรียบร้อย แต่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ

    เขาก็ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของเธอตอนนี้ได้

    ตั้งแต่มานี่เหมือนเขาจะดวงสมพงษ์กับเด็กๆนะ



    "สวัสดีนะคุณหนู

    คือว่ามีเรื่องอยากจะถามนิดหน่อย"



    เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอย่างเป็นมิตร

    พร้อมด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกมือขยับแว่น

    แล้วเงียบไปสักพักเพื่อเรียบเรียงคำถามในหัว



    "ไม่รู้ว่าจะฟังดูแปลกไหม แต่เมื่อวานจู่ๆผมก็โผล่มากลางทุ่งหญ้านอกหมู่บ้านน่ะ"



    นึกย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อวาน

    ก็รู้สึกปวดหัวแปลกๆจนอดถอนหายใจไม่ได้



    "จากตรงนั้นผมก็รู้แค่ว่าที่นี่คือหมู่บ้าน

    ที่มีเทพกับมังกรคุ้มครอง คนที่ช่วยผมไว้ก็เล่ามาแค่นี้"



    ชายหนุ่มกรอกตัวพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัว

    ก่อนจะพูดเล่าเรื่องประหลาดนี่ต่อ



    "ประเด็นหลักเลยก็คือเหมือนนี่

    จะไม่ใช่โลกที่ผมเคยอยู่..ไม่ฟังดูบ้าใช่ไหม"



    เรนนี่รู้สึกว่าเรื่องที่ตัวเองพูดมันดูประหลาด

    จนคิ้วเรียวเริ่มขมวดแต่มันก็เป็นเรื่องที่เขาเจอมาจริงๆ



    "เอ่อ… เอาเป็นว่าคุณหนูเคยเจอใคร

    ที่โผล่มากลางทุ่งหญ้าแบบผม
    หรือรู้ข้อมูล
    เกี่ยวกับเรื่องที่ผมเล่าเพิ่มเติมบ้างไหม"



    ว่าแล้วก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ในตอนเล่าจบ

    เขาคงไม่ได้ดูเหมือนคนบ้าในสายตาเด็กสาวใช่ไหม



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 20:12
    #254
    0
  22. #253 Espresso_sys (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 15:58



    - แคสเตอร์ -

    เทพแห่งการส่งสาร

    to Giselle



    กรอบหน้าคมคายผละออกจากลำต้นไม้ที่ห่อหุ้มด้วยเปลือกสีน้ำตาลแก่ ลากสายตามามองบุคคลที่ขานเรียกตนอยู่ในตอนนี้
    ดวงเนตรสีทองเป็นประกายเคลื่อนต่ำมองลงไปยังหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมาทักทายตนเบื้องล่าง
    เขายิ้ม ก่อนจะเปลี่ยนอิริยาบถเป็นการนอนราบบนกิ่งไม้โดยใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างหนุนศีรษะของตน
    พร้อมกับกระดิกขาสองขาไปมาโดยไร้ซึ่งความรู้สึกกลัวว่าตนเองจะตกลงไปเลยสักนิด

    " เห.. ไม่คิดว่าเจ้าจักรู้จักหมอนั่นด้วยนะ "

    เสียงทุ้มกล่าวขณะที่ดวงตาเหม่อมองกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่กำลังบดบังท้องฟ้าไม่ให้ใครก็ตามได้มองเห็นมันอย่างชัดเจน

    " เจ้าใช่.. จีเซลหรือเปล่านะ? "

    คราวนี้บุรุษปริศนาบนกิ่งไม้เหนือศีรษะคุณเปลี่ยนท่านอน? เป็นการนอนคว่ำแล้วนำฝ่ามือทั้งสองมารองคางมนของตนแทน
    กรอบหน้าสีนมที่ถูกวาดด้วยรอยยิ้มสามารถตีความได้อย่างหลากหลายความหมาย ไม่สามารถคาดเดาคนข้างบนได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

    " นี่จีเซล เจ้าอยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ย? ข้าสามารถหามาให้เจ้าได้นะ "

    เขายิ้มจนตาปิดลงสนิทได้ทรงจันทร์เสี้ยว ก่อนจะกล่าวประโยคถัดมาเสริมเป็นการดักคำถามของอีกฝ่าย

    " ยกเว้นคำขอที่ว่า ' ฉันอยากกลับไปโลกเดิม ' เพราะข้าไม่สามารถทำให้เจ้าได้ "

    เสียงเหล่าปักษาดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่าเบื้องหน้า ชายหนุ่มปริศนาปิดปากเงียบสนิท
    รอเพียงฟังคำตอบจากคุุณเพียงเท่านั้น ขณะเดียวกันรอยยิ้มก็ยังคงติดอยู่บนใบหน้าเขาช่างไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มคนแรกที่คุณเจอด้วยเมื่อวานเลย




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 16:14
    #253
    0
  23. #252 Espresso_sys (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 15:44



    - มาร์กาเรต -

    to Hosogawa Chokishi



    " เพราะว่าฉันและเจ้านายอยู่ที่นี่มาเกือบหนึ่งปีเห็นจะได้แล้วน่ะค่ะ "

    มาร์กาเรตยิ้มรับคำเชยชมที่ได้รับมาจากอีกฝ่าย นั่นก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่านั่นแหละ
    หากเทียบกับผู้มาเยือนที่มาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ กับตัวเธอและผู้เป็นนายที่พักอาศัยอยู่ที่มานานเกือบปี
    ตัวเธอเองย่อมมีความรู้เกี่ยวกับที่นี่มากพอตัวอยู่แล้ว ในใจลึกๆ แอบหวังจะเขียนโน้ตสรุปสั้นๆ ให้อีกฝ่ายได้เข้าใจถึงสถานการณ์และวิธีรับมือในขณะนี้
    แต่น่าเสียดายนักที่เธอไม่ได้พกกระดาษโน้ตพร้อมดินสอมาด้วยเนี่ยสิ ...โอกาสหน้าคงยังไม่สายไปหรอกกระมัง

    " นักปีนเขาที่ต้องตาย? "

    เด็กสาวทวนคำถามของอีกฝ่ายพร้อมกะกพริบตาปริบอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก ฝ่ามือเรียวยกขึ้นแตะปลายคางราวพินิจ
    ก็พอรู้อยู่ว่านักปีนเขาฤดูกาลก่อนที่ขึ้นไปยังไม่ลงมาเลยสักคนแต่ก็ไม่ทราบถึงเหตุผลที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ลงมากัน
    ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคิดถึงเรื่องที่ว่าพวกเขาอาจไปเยือนยังดินแดนของเทพเจ้าแล้วจึงไม่ลงมาก็เป็นได้
    ส่วนเรื่องความตาย.. แม้มันเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ทำพลาดกลางทางเสียก่อนมันก็อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ไม่ใช่เหรอ?

    " ฉันไม่ทราบเรื่องที่พวกเขายังอยู่หรือตายนักหรอกค่ะ "

    มาร์กาเรตกล่าวออกไปตามตรงก่อนจะกล่าวประโยคถัดมาเสริม

    " แต่ฉันพอทราบมาจากคุณเอมริสและคุณฮอตซ์ว่า บนเขานั่นมันต่างจากภูเขาทั่วไปที่เรารู้จักค่ะ "

    สีหน้าของเด็กสาวดูจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงเนตรสีน้ำตาลที่ตอนแรกฉายแววอ่อนโยนตอนนี้กลับกลายเป็นแววตาที่ดูจริงจังขึ้นมาทันที

    " ภูเขาจะแปรเปลี่ยนและสร้างอุปสรรคที่ต่างกันให้กับนักปีนเขาแต่ละคนค่ะ
    เหมือนกับว่ามันต้องการจะทดสอบเราด้วยอุปสรรคเหล่านี้จนกว่าจะถึงยอดเขาค่ะ "

    " หากอยากทราบข้อมูลที่ลึกกว่านี้ ฉันขออนุญาตแนะนำคุณโชกิชิให้ไปถามคุณฮอตซ์หรือคุณเอมริสดูนะคะ
    พวกเขามีประสบการณ์มากกว่าฉันที่ยังไม่เคยปีนเขาวัลเดนเลยสักครั้ง "


    คนตัวเล็กกว่ากล่าวเสริม ก่อนจะกลับมาทำสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมสลัดสีหน้าตึงเครียดก่อนหน้าทิ้งไป
    เอาหน่า.. เราไม่ควรจะมีเรื่องเครียดแต่เช้าไม่ใช่หรือ? นี่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเลยนะ อย่าเพิ่งรีบร้อนเครียดกันไป

    " ต้องขอโทษที่ไม่สามารถบอกอะไรให้ทราบได้มากกว่านี้นะคะ แหะๆ "


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 15:57
    #252
    0
  24. #251 Espresso_sys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 15:30



    - ฮาลิน่า -

    to Nadia



    เด็กสาวรีบส่ายหน้าซ้ายขวาเร็วๆ ทันทีที่อีกฝ่ายกล่าวถึงเรื่องความเป็นความตายที่เกิดขึ้น
    ตอนนี้ยังไม่มีใครต้องตาย.. ไม่มี หากเป็นเช่นนั้นจริงมันคงเร็วเกินไปสำหรับเธอเป็นแน่
    มือเล็กส่งยื่นไปตรงหน้าคุณหวังจะจับให้คุณได้ลุกขึ้นยืน ขณะที่นัยน์ตาสีดำสนิทของตัวเธอเองยังคงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดยากจะจางหาย

    " ...ลุกขึ้น "

    เสียงแผ่วเบาจากบุคคลตรงหน้าคุณดังขึ้นประหนึ่งหวังเพียงกระซิบกระซาบให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
    ฮาลิน่าเม้มปากเข้าหากันเพื่อสกัดกั้นอารมณ์รู้สึกผิดนี้เอาไว้ จัดการเรียงสิ่งที่ต้องทำเป็นขั้นเป็นตอนในหัวใหม่เสียก่อน
    ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆ เพื่อขับไล่ความคิดในแง่ลบของตนให้ออกไปเสีย

    " ..ตรงนั้น คือโปโร่ "

    เด็กสาวว่า พลางมองผู้มาเยือนที่กำลังอยู่ในท่าทีสั่นเทาไม่หาย มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เจ้าหล่อนจะมีท่าทีแบบนั้น
    นั่นเกือบจะเป็นการเอาชีวิตเข้าแลกเลยนะ มันต้องเป็นความรู้สึกที่ตราตรึงไว้อยู่ในใจอีกนานเป็นแน่ แต่ถึงกระนั้นเด็กสาวก็ไม่ได้ลดมือลงไปจากคุณเลย


    " โอ๊ะ วันนี้มาเช้าจังนะลิน่า "




    - เมลัน -

    เสียงใสดังเรียกขานนามเด็กสาวมาจากแผ่นหลังบาง
    อิสตรีผู้มีเรือนผมสีดำขลับขาวงดงามประกอบกับดวงตาสีฟ้าใสช่างเข้ากันได้ดีอย่างหามิได้
    ในอ้อมกอดของเจ้าหล่อนมีสิ่งมีชีวิตตัวกลมและมีปีกกำลังแดดิ้นไปมาประหนึ่งต้องการจะหลุดพ้นจากพันธนาการของสาวเจ้าให้จงได้

    " ปุริ!! "

    ระหว่างทางที่หญิงสาวปริศนาเดินมาทางพวกคุณคือการเดินฝ่าฝูงแพะภูเขา
    สิ่งที่น่าแปลกคือมันไม่ปฎิกิริยาที่ต้องการทำร้ายเธอเลย ราวกับว่าพวกมันรู้จักเธอดีอย่างไรอย่างนั้น
    เพียงไม่นาน ร่างสูงโปร่งของอิสตรีในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์พร้อมสัตว์เลี้ยงในอ้อมกอดมายืนหยุดตรงหน้าคุณ

    " เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? "

    " คือว่า.. แพะภูเขามัน.. "


    เด็กสาวพยายามอธิบายให้คนข้างกายได้รับฟัง
    ทว่าดูเหมือนเธอจะยังไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวให้ฟังเท่าไหร่นัก
    อาจเป็นเพราะจะยังคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่หรือเปล่านะ?

    " ไม่เป็นไรๆ ไว้ค่อยเล่าทีหลัง- ว่าแต่เธอเป็นใครน่ะ? ผู้มาเยือนประจำฤดูกาลหรอกเหรอ? "


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 15:43
    #251
    0
  25. #250 Espresso_sys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2564 / 15:23



    - อาเอลล่า -

    to Renny


    เสียงเรียกขานที่ไม่คุ้นหูเท่าไหร่นักดังออกมาจากหน้ากระท่อมหลังใหญ่
    หากให้เดาในตอนนี้ก็คงไม่พ้นผู้มาเยือนประจำฤดูกาลใหม่เป็นแน่
    ขณะนี้คนในกระท่อมหลังใหญ่มีเพียงเด็กสาวผู้สวมเดรสแต่งลูกไม้สีดำยังคงอยู่
    คนอื่นๆ ออกไปตั้งแต่เช้ามืดราวตีสี่ตีห้าเห็นจะได้ เพราะมีธุรกงการหลายอย่างต้องไปจัดการหลังจากที่มีการปรากฏของเหล่าผู้มาเยือนมากมาย

    ปึก

    หนังสือเล่มหนาหน้าปกสลักคำว่า ' มารยาทในการเข้าสังคม ' ถูกปิดลง เด็กสาวเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มนั้น
    ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูงและสาวก้าวเท้าเดินไปเปิดบานประตูไม้

    " สวัสดีค่ะ "

    เสียงใสเล็กเอ่ยออกมาตามประสาวัย ทว่าท่วงท่าของคนตรงหน้าคุณช่างต่างจากน้ำเสียงลิบลับ
    เธอดูเรียบร้อยเกินกว่าจะเป็นเด็กหญิง อีกทั้งเธอยังไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมาเลยนอกจากดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองคุณอยู่อย่างไร้ความหมาย

    " มีธุระอะไรหรือคะ? "

    ศีรษะเอียงคอเล็กน้อยเป็นเชิงสงสัย ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาขอความช่วยเหลือแต่เช้าแบบนี้
    ฮ้า.. หากมีพวกผู้ใหญ่อย่างรุ่นคุณฮอตซ์หรือแอนเดรียอยู่พวกเขาอาจจะช่วยเหลือได้มากกว่าเธอก็ได้



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2564 / 15:29
    #250
    0