นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย *Yaoi.SuJu.83Line* 나 두고 가지마

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แรงบันดาลใจมาจากคอมเม้นต์ของคุณฮีที่ไปเม้นต์ให้พี่ทึกตอนจะขึ้นเครื่องไปดูไบ เป็นฟิคสั้น(มากกก) แต่หวังว่าชิปเปอร์แปดสามจะมาช่วยกันพายเรือของเรานะคะ :)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 เม.ย. 61 / 08:32


두고 가지마

 

คนที่ปกติร่าเริงอย่างคิมฮีชอล วันนี้กลับไม่พูดไม่จา แต่คิมสึทุกคนก็พอจะเดาออกว่าทำไมเจ้านายของพวกเธอถึงได้หงอยขนาดนี้ ช่างแต่งหน้าคนสนิทที่กำลังทาอายแชโดว์ให้อยู่ถึงกับยิ้มอ่อนด้วยความเอ็นดู ตั้งแต่เข้ามาในห้องแต่งตัวของอานึนฮยองนิมเมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อน พี่ฮีชอลถอนหายใจแทบจะนาทีละครั้งเห็นจะได้

 

แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเจ้านายโดยบังเอิญ แสงไฟหน้าจอกระพริบขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากอินสตาแกรม

 

“โอ๊ะ ฮีชอลอปป้าคะ ทึกอปป้าลงรูปในไอจีค่ะ”

 

ตากลมๆของเจ้าของโทรศัพท์ลืมขึ้นอย่างไวจนหญิงสาวช่างแต่งหน้าเกือบยั้งมือที่ถือแปรงทาตาไม่ทัน ฮีชอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากโต๊ะแล้วจ้องหน้าจออยู่ซักพักด้วยความรู้สึกหลากหลาย คิมสึอีกคนที่กำลังจัดชุดนักเรียนประจำรายการให้อยู่ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงรู้ทัน

 

“จะคิดถึง หรือจะรู้สึกยังไง ก็พูดออกไปบ้างก็ได้นะคะอปป้า ~~

 

คนหน้าสวยเขม่นตามองลูกน้องตัวเองพยายามจะดุ แต่ดูเหมือนเดี๋ยวนี้คิมสึของเขาจะสร้างภูมิต้านทานสายตาเหวี่ยงของเจ้านายขึ้นมาเพราะแต่ละคนยังหัวเราะคิกคักไม่หยุดก็แหม จริงๆแล้วคิมสึรู้ดีว่าพี่ฮีชอลเป็นคนน่ารัก ต่อให้บางครั้งอาจจะปากจัดไปหน่อย แต่เจ้านายของพวกเธอก็ไม่เคยโมโหใส่พวกเธอจริงๆเลยซักที

 

เมื่อเห็นว่าลูกน้องแต่ละคนไม่มีท่าจะหยุดแซว คนที่โดนแซวก็เลยต้องปลงแล้วหันกลับมาสนใจมือถือในมือตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกับที่คนในกองถ่ายมาเรียกฮีชอลให้ไปเข้าฉาก เขากัดปากชั่งใจตัวเองอยู่อีกครู่ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์คอมเม้นต์ลงไปใต้รูปของคุณหัวหน้าที่ตอนนี้อยู่บนเครื่องบินแล้วเรียบร้อย

 

อย่าทิ้งฉันไปปปปปป T___T’


 

 


วันนี้การถ่ายทำรายการค่อนข้างยืดยาวกว่าปกติ ฮีชอลที่แอบเห็นผู้จัดการดูกระสับกระส่ายและมองดูนาฬิกาข้อมืออยู่เรื่อยๆถึงได้พยายามตั้งใจทำงานสุดความสามารถ แต่กว่าที่จะถ่ายทำเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปถึงตอนค่ำ ดาราใหญ่แห่งจักรวาลก็เลยถึงได้ต้องมาทุลักทุเลเปลี่ยนเสื้อผ้าในรถอย่างช่วยไม่ได้

 

“โอ๊ย!” ร่างบางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อหัวไปกระแทกกับเพดานของรถตอนที่ยืนขึ้นสวมกางเกงแล้วรถวิ่งผ่านหลุมบนถนน ผู้จัดการที่กำลังขับรถมองผ่านกระจกหลังมาด้วยสายตารู้สึกผิด

 

“ขอโทษนะฮีชอล แต่เราต้องรีบกันหน่อยแล้วล่ะ เดี๋ยวจะขึ้นเครื่องไม่ทัน”

 

“ไม่เป็นไรฮะฮยอง” ถึงจะไม่ได้โกรธอะไรกับผู้จัดการ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี มือเรียวลูบหัวที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยผมสั้นสีดำแล้วอดนึกเสียดายผมยาวเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนไม่ได้

 

“ไม่น่าเผลอตัดเลย” นึกแล้วก็บ่นอุบ ผู้จัดการหัวเราะก่อนตอบ

 

“พี่ก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าอยู่ๆตัดทำไม ในเมื่อนายพยายามเลี้ยงผมไว้ตั้งนาน”

 

“ตอนนั้นไม่มีอะไรทำน่ะฮยอง ผมไปถึงร้านทำผมก่อนเวลานัด ช่างเค้าเห็นว่ามีเวลาเหลือเฟือ อยากจะตัดรึเปล่า ผมก็เลยตัดฆ่าเวลา”

 

“นายนี่มันความฮีชอลสูงจริงๆ”

 

อาคารที่มีรูปทรงเป็นเอลักษณ์ของสนามบินอินชอนเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆจากถนน ฮีชอลรีบเก็บข้าวของส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ใส่ในกระเป๋าย่าม ก่อนจะเช็คโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง

 

ตานั่นไม่ได้คอมเม้นต์กลับสงสัยคงจะไม่ทันได้เห็นคอมเมนต์ของเขาก่อนต้องปิดเครื่องสินะ


 

 


“ห้องนายอยู่ถัดไปอีกสองชั้นจากห้องพวกพี่กับห้องทีมคิมสึนะ อ้ะ นี่คีย์การ์ด” พี่ผู้จัดการจัดแจงกดลิฟต์ และแจ้งตารางงานของวันถัดไป ฮีชอลรับคีย์การ์ดห้องตัวเองมาพร้อมขยี้ตาด้วยความง่วง ต่อให้คราวนี้ผู้จัดการจะหาตั๋วเฟิร์สคลาสให้ก็จริง แต่ฮีชอลกลับนอนไม่หลับตลอดการเดินทางเพราะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบาย ก่อนหน้านี้เขากินยาแก้ไข้กันไว้ก่อน แต่ดูเหมือนว่าด้วยความที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยคุ้นเคย ไข้ก็เลยเอาชนะยาจนได้

 

ร่างบางโบกมือลาคิมสึกับผู้จัดการตอนที่พวกเขาเดินออกจากลิฟท์ไปยังห้องพัก ฮีชอลขึ้นต่อไปอีกสองชั้น พอออกจากลิฟท์แล้วก็มองหาห้องของตัวเอง

 

แต่แล้วความเหนื่อยความง่วงที่มีก็หายไปแทบจะทันที ขาเรียวก้าวมาหยุดตรงหน้าห้องตัวเองที่มีใครบางคนยืนพิงประตูรออยู่ด้วยรอยยิ้มเปื้อนลักยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์

 

“มายืนทำอะไรหน้าห้องคนอื่นตอนตีสี่ตีห้าฮึ?” ฮีชอลรู้สึกเกลียดกล้ามเนื้อบนใบหน้าตัวเองหน่อยๆที่อดขยับยิ้มไม่ได้ ต่อให้พยายามจะทำเสียงดุก็ตาม

 

“มารอไงขอโทษนะที่ทิ้งนายไว้คนเดียว” ลีดเดอร์ผู้ซึ่งตอนนี้อยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งตื่นเอ่ยตอบ ผมสีน้ำตาลสั้นสีน้ำตาลชี้โด่เด่ เสื้อยืดตัวโปรดที่ใส่นอนก็ยับไม่เป็นท่า ที่เด่นสุดคือสลิปเปอร์ของโรงแรมที่สวมมานี่คงเพิ่งตื่นแล้วออกมาจากห้องตัวเองจริงๆถึงได้ไม่ใส่รองเท้าให้เป็นเรื่องเป็นราว

 

เจ้าของห้องที่เพิ่งมาถึงไม่ได้ตอบอะไร กลับเสียบคีย์การ์ดของตัวเองแล้วเดินเข้าห้องไป  ทิ้งให้คนที่มายืนรอหน้าจ๋อย แต่แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทันเพราะอีกฝ่ายกลับเปิดประตูค้างไว้พลางหันมาเลิกคิ้วถาม

 

“เอ้า จะยืนอยู่อีกนานมั้ย รีบเข้ามาสิ ฉันเมื่อย” ต่อให้การแสดงออกภายนอกจะดูปกติแค่ไหน แต่จริงๆแล้วในใจของดาวเด่นแห่งจักรวาลกลับมีความสุขจนเจ้าตัวรู้สึกเขิน หนึ่งในความเป็นปาร์คจองซูที่ฮีชอลชอบก็คือความเอาใจใส่ที่ทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะทุกที

 

ปาร์คจองซูรีบถือโอกาสเดินผ่านประตูเข้าไปก่อนอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ฮีชอลก็เริ่มจัดการเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอน

 

“ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ?”

 

“ไม่อ้ะ เพิ่งอาบมาบนเครื่องก่อนจะลงนี่เอง เฟิร์สคลาสของสายการบินนี้มีห้องน้ำให้อาบด้วยนะ ดีจริงๆ”

 

แล้วทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความเงียบ อีทึกมองร่างบางของอีกฝ่ายวุ่นวายกับการรื้อของจากในกระเป๋าเดินทางออกมาจัดเงียบๆเหมือนพยายามจะไม่มองหน้าเขาก็อดถามไม่ได้

 

“โกรธฉันเหรอ?”

 

ฮีชอลชะงักมือเพราะโดนถามโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

 

“เปล่าฉันรู้ว่านายต้องมาเป็นตัวแทนออกสื่อเลยต้องมาพร้อมกับคนอื่น จะโกรธทำไมล่ะ”

 

“ก็ที่นายมาคอมเมนต์ในอินสตาแกรม…”

 

“ก็แค่อยากพูดแบบนั้นไม่ได้รึไง?”

 

ร่างบางพูดจบแล้วก็หันมาค้อนใส่ แต่ลีดเดอร์ลีดเดอร์กลับยกยิ้มมุมปากกับคำตอบของอีกฝ่ายแทน ฮีชอลเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หายากจากอีกฝ่ายแล้วก็รู้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว

 

“อ้อนฉันเหรอ ฮีนิมอ่า ~~ ” ว่าแล้วก็ย่างเท้าเข้าไปหาเจ้าของเรือนผมสีดำที่ตอนนี้ถอยหนีไปจนสุดมุมห้อง

 

“ปล่ะปล่าวนะ คิมสึใช้ให้พิมพ์” เมื่อคิดอะไรไม่ออกต้องโทษคิมสึไว้ก่อน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะเอวบางๆของตัวเองก็ถูกมือของเอ็มซีประจำบริษัทรวบไปกอด ฮีชอลดิ้นขลุกขลักพร้อมโวยวายแก้เขินพลางคิดไปถึงตอนคอนเสิร์ตที่ไทเป เดี๋ยวนี้อิตาลีดเดอร์ชอบกอดห้ามก็ไม่ฟัง

 

“ฉันอยู่นี่แล้วไงจะอ้อนอีกก็ได้นะ น่ารักดีออก” เสียงนุ่มที่พูดอยู่ข้างหูทำเอาคนขี้โวยวายเขาอ่อนจนแทบทรุด ร่างบางตั้งใจจะพูดแก้ตัวกับอีกฝ่าย แต่ทันทีที่หันหน้าเข้าหา ก็เป็นจังหวะที่อีทึกรออยู่แล้ว เขาถือโอกาสนี้ขโมยจูบเบาๆจากริมฝีปากอิ่มของคนปากแข็ง คนที่ถูกกอดดิ้นประท้วงอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะย้อมแพ้ในที่สุด มือเรียวที่ก่อนหน้านี้พยายามจะตีต้นแขนของอีกฝ่ายกลับอ้อมมาโอบรอบคอไว้หลวมๆ

 

คิมฮีชอลไม่เคยคิดว่าวันที่ตัวเองมีความรู้สึกแบบนี้จะมาถึง

 

วันที่รอยยิ้มธรรมดาๆของคนๆนึงทำให้เขาใจเต้น ทั้งๆที่เขาไม่รู้สึกอะไรแม้แต่เวลาโดนคนอื่นที่ไปออกรายการด้วยแทบแซวจีบแทบจะทุกวัน

 

วันที่อ้อมกอดธรรมดาๆของใครบางคนทำให้เขารู้สึกเขินทั้ งๆที่ตัวเขาเองทั้งกอดทั้งโลมพวกน้องๆและเมมเบอร์วงอื่นอยู่บ่อยๆ

 

วันที่จูบเบาๆบนริมฝีปากทำให้เขาแทบละลาย ทั้งๆที่เขาเคยจูบใครต่อใครมาแล้วตั้งหลายคน

 

แต่เพราะอีทึก เป็น คนพิเศษ ต่อให้รู้จักกันมามากกว่าสิบปี ฮีชอลกลับรู้สึกว่าเขาได้ค้นพบความรู้สึกใหม่ๆอยู่เสมอทุกครั้งที่อยู่ใกล้ปาร์คจองซู

 

ทันทีที่หัวหน้าวงถอนจูบ คนโดนจูบก็รีบก้มหน้างุดแล้วเลื่อนมือที่โอบรอบคอของอีกฝ่ายไว้มาพักบนบ่าแทน

 

“ยังอายอยู่อีกเหรอฮีชอลอ่า นี่แค่จูบธรรมดาๆเอง ตอนไปซุเปอร์แคมเราจูบกันต่อหน้ากล้โอ้ย!” คนขี้แกล้งยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องร้องโอ้ยออกมาเสียก่อนเพราะโดนอีกคนตีด้วยความรัก(?)หนักๆ

 

“หน้าด้านก็ต้องโดนซะบ้าง!” ฮีชอลดุแล้วผลักอีกฝ่ายออก ก่อนจะหันหลบมาปิดปากไอ สีหน้าทะเล้นของหัวหน้าถูกแทนที่คิ้วขมวดจริงจังแทน

 

“นายไม่สบายเหรอ?”

 

“เหมือนว่ากำลังเริ่มๆ”

 

“ไปหาหมอมารึยัง?”

 

“ยังฉันเพิ่งมารู้สึกตัวตอนขึ้นเครื่องมาแล้ว”

 

อีทึกโหมดหัวหน้าผู้มีความรับผิดชอบทบทวนตารางงานของเช้าที่กำลังจะเริ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคิ้วที่ขมวดอยู่จะคลายออกเล็กน้อยเมื่อจำได้ว่าฮีชอลไม่มีกิจกรรมอะไรตอนเช้า

 

“นายไม่ต้องทำอะไรจนกว่าจะซ้อมตอนบ่ายๆโน่นเลย นอนพักก่อนนะ มีเวลาอีกประมาณเจ็ดชั่วโมง”

 

ฮีชอลพยักหน้ารับก่อนจะคลานขึ้นเตียงของตัวเองไป เมื่อเห็นว่าอีกคนทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เจ้าของเตียงก็ขยับตัวมาข้างๆเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มีพื้นที่มากขึ้น


“ห้องตัวเองก็มีทำไมไม่ไปนอน ไม่กลัวติดไข้เหรอ?” เจ้าของเตียงถามเสียงอู้อี้เพราะตอนนี้เจ้าตัวได้จัดการเอาผ้านวมคลุมตัวเองจนมิดจนถึงครึ่งหน้า โผล่มาแค่ส่วนตาโตๆกับกลุ่มผมสีดำ อีทึกยิ้มเอ็นดูกับความน่ารักของคนที่อายุอ่อนกว่าเขาไม่กี่วัน

 

“ไม่ทันแล้วล่ะ ถ้าจะติดก็คงติดตั้งแต่ตอนฉันจูบนายแล้ว” ว่าแล้วก็จัดการเอาคนตัวบางมาเป็นหมอนข้าง แถมยังแกล้งพริ้มตาหลับไม่รู้ไม่ชี้กับคนที่เริ่มดิ้นประท้วงอีกรอบ

 

“ไอ้บ้า เตียงตั้งกว้าง ขยับไปเลยนะ ~~

 

“นอนได้แล้วฮีชอล” คนแก่กว่าพูดเสียงต่ำ วงแขนแกร่งกระชับรอบเอวให้แน่นขึ้น แล้วฮีชอลที่กำลังโวยวายกลับต้องรีบปิดปากเงียบและหยุดดิ้นเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

 

ไม่งั้นจะทำอย่างอื่นแทน”

 

ด้วยประการนั้น ฮีชอลถึงกับรีบข่มตาหลับโดยไม่ดิ้นไม่บ่นอะไรต่ออีก ทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่ายเพราะกลัวไม่ได้นอน

 

ps - Espe 83 - rq

ผลงานอื่นๆ ของ Espe-Zali

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:41

    น่ารักมากๆเลยง่าา ฮีนิม พี่ทึก

    #4
    0
  2. #3 ยพฟไ
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:49

    ชอบมากเลยค่ะ คุณฮีมีความน่ารัก สนุกดีค่ะ แต่งอีกเยอะๆเลยนะคะ

    #3
    0
  3. วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:32
    ทำไมอ่านไม่ได้อ่า
    #2
    2
    • #2-1 Espe-Zali
      23 เมษายน 2561 / 12:58
      เพิ่งติดต่อแอดไป ขอเวลาตรวจสอบนิดนึงนะคะ ฮือออ
      #2-1
    • #2-2 ZERO
      5 มกราคม 2562 / 19:28
      งุ้ย💓💓
      #2-2
  4. วันที่ 13 เมษายน 2561 / 23:45
    สนุกค่ะ ชอบที่เนื้อเรื่องกระชับดีค่ะ คุณฮีน่ารักจัง เหมือนชีวิตจริงเลยค่ะ ชอบมากกกกก😭 ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #1
    1
    • #1-1 Espe-Zali
      22 เมษายน 2561 / 09:46
      ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาคอมเม้นต์ให้ด้วย เป็นกำลังใจเขียนธีสิสให้น๊าาา สู้ๆๆๆ
      #1-1