[Fic Reborn 5986] Once upon a lover's path กาลครั้งหนึ่ง…เราเคยรักกัน

โดย DutchMillzii

ฉันใช่...รักแรกของเธอหรือเปล่า?

ยอดวิวรวม

321

ยอดวิวเดือนนี้

30

ยอดวิวรวม


321

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


9
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ต.ค. 64 / 18:56 น.
นิยาย [Fic Reborn 5986] Once upon a lover's path Ť˹…ѡѹ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[ SHORT FIC REBORN]

                                             Once upon a lover's path

                                                                          GOKUDERAHARU  5986

 


 

 


 

Every time I see you, 

I fall in love all over again.

.

.

.

ทุกๆ ครั้งที่ฉันเห็นเธอ... 

ฉันเหมือนตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า....

 

 

 

 

—————————————————————————————————————————————

 

♥ WRITER TALK

สวัสดีค่ารีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลาย 

แว็บมาปล่อยฟิคสั้นลูกชายคนรอง คั่นกลางเรื่องหลักเจ้าค่ะ 5555555

เรื่องเก่ายังไม่ถึงไหน แอบมาปล่อย Short fic ก่อนซะล่ะ55555

//รีดเดอร์ที่น่ารักอย่ารุมฮาราคีรีไรท์เลยนะคะ ส่งสายตาปิ๊งๆอ้อนวอน >_<

 

 

ช็อตฟิคเรื่องนี้ 

เกิดจากที่ไรท์เตอร์ไปอ่านฟิคท่านฮิของไรท์เตอร์ท่านหนึ่งมาค่ะ 

ซึ่งแต่งได้ดีแล้วก็น่ารักมาก 

Dangerous Love รักอันตรายสายเมฆา (Reborn fic: hibari haru #1886)

ทีนี้ไรท์อินจัด จนเกิดความมูฟออนจากต้าวก๊กลูกชายคนรองแสนรัก

ที่ไม่สมหวังในความรักไม่ได้ 

เพราะนั่นคือฟิค 1886 พระเอกก็ต้องคือท่านฮิ

ไรท์เลยสงสารลูกชายหนักมาก อินมาก TT^TT

 


 

 

สุดท้ายเลยแว็บไปปลดทุกข์อันใหญ่หลวงกับไรท์เตอร์แพรวพราวมา555 

แล้วประจวบกับไรท์แพรว ก็ยังมูฟออนจากฟิคท่านฮิของมิลล์

ตอน CHAPTER 10 ที่มีซีนต้าวก๊กช้ำรักไม่ได้เช่นกัน 

 


 

 

ไรท์เตอร์แพรวคนเทพเลยไปแต่งฟิคต้าวก๊กของตัวเองที่ค้างไว้ให้จบ 

[Reborn] Blurry Vision 5986

และเปิดเรื่องใหม่แซ่บๆ ต่อขึ้นมาสนองนี้ดส่วนตัว ทำเอาซะฟินนาเร่

แซ่บหนุบหนับที่สุดในสามโลกเลยค่ะ 

และตอนนี้ไรท์แพรวก็กำลังอัพเดตเรื่อยๆ 

ตามไปอ่านกันโลดดดด -.,-////

[Reborn] Let Me Love You 5986

 

 

ทีนี้ไรท์เตอร์มิลล์คนกาก ที่มีนิยายเพียงแค่เรื่องเดียวก็จะรอดแหล่ไม่รอดแหล่ 

ก็ไม่รู้จะทำเยี่ยงไร กับความต้องการไม่มูฟออนของตัวเองสักที 

คิดไปคิดมา คิดๆ บวกกับแรงเชียร์ปลุกปั่น ยั่วยุจากไรท์แพรวคนงามอีก 

ว่าให้ไรท์ลองแต่ง Short fic ออกมาคั่นเวลาสักพาร์ทดูสิ… 

ลองมู้ดอารมณ์ไปหลายๆแนวบ้างไรบ้าง 

ไรท์ก็ลังเล ขอคิดก่อน แต่ไม่ได้รับปากใดๆ

 


 

 

จู่ๆวันต่อมา พล็อตเรื่องนี้ก็เด้งปึ้งขึ้นมาในหัว ก็เลยลองแต่งเล่นๆดู ว่าจะรอดมั้ย >O< 

ไม่คิดว่าจะแต่งจบด้วยซ้ำ แต่แต่งไปแต่งมา บวกกำลังใจจากไรท์เตอร์แพรวสนับสนุนอย่างหนัก 

สุดท้าย Short fic เรื่องนี้ ก็ประสบความสำเร็จ ถึงนิพพานจนได้เจ้าค่ะ555555555

ขอยกเครดิตอันประทับใจนี้ ให้ไรท์แพรวคนงามที่ช่วยเข็นออกมาให้รีดทุกคนได้อ่านกัน 55555 

 


 

ช็อตฟิคเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกของไรท์เลยนะคะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจแม่ยก 5986 มั้ย 

โปรดเชิญลองเสพกันดู ปกติไรท์เป็นคนคิดไม่เก่งเท่าไหร่นัก 

กว่าจะแต่งออกมาได้แต่ละตอน จึงต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก 

สำนวนก็ไม่เก่ง ไม่เทพเท่าไหร่

แต่ก็พยายามสุดแล้ว 

ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ

 

.

 

.

 


.

 


 

.

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวอารัมภบทมายืดยาว 

นี่คือเหตุของที่มาในการเกิดช็อคฟิคสั้นๆ 5986 ขึ้นมาค่ะ5555 

ซึ่งจริงๆก็ไม่สั้นเท่าไหร่ ความยาวล่อไปสองหมื่นกว่าอักษร

เพลียในความเวิ้นของตัวเองจริงๆ55555 >_<///

 


 

ยังไงลองไปเสพกันดูนะคะ รีดเดอร์ที่รักทั้งหลาย อ่านจบแล้ว... 

ขอคอมเม้นท์ ติชม เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ว่ารู้สึกเป็นเยี่ยงไร 

ชอบไม่ชอบตรงไหน ต้องการให้ปรับปรุงอะไร วิจารณ์ได้ความเห็นเลยค่ะ พร้อมน้อมรับ

แต่ถ้าอ่านจบแล้วเกิดชอบขึ้นมา...อยากให้ไรท์แต่งอีก ไรท์ก็จะเปิดโหวตแต่งคู่อื่นๆ

ออกมาให้รี้ดๆเสพเพิ่มได้นะคะ ถ้ามันเวิร์คนะ55555 -.,-///


 

 

ขอเรื่องเดียว...นางเอกของไรท์ต้องเป็น 

‘หนูฮารุลูกสาวไรท์คนเดียวเท่านั้น เด้อออออ’ 

ไม่เอาคนอื่น 

ไรท์รักลูกสาวคนเดียว รักเดียวใจเดียว 

แต่ลูกเขย ลูกชายสามารถมีกี่คนก็ได้ 

ฮาเร็มก็ดี ไม่ติดเลยค่ะ5555555 -.,-/////

 


 

 


 

 

สุดท้าย…
 

ประชาสัมพันธ์เชิญชวนบรรดา Writer และ Reader 

ทั้งหลายมาร่วม

“สมาคมคนรักน้องฮารุ All86”

เป็น Open Chat ของ Line ซึ่งก่อโดยตั้งไรท์เตอร์น้ำ "หนามกุหลาบดำ" 

ไรท์เตอร์มิลล์ "DutchMillzii" และไรท์เตอร์แพรว "PRAEW" 

ซึ่งเป็นสมาชิกไรท์เตอร์สมาคม All86

 

จุดประสงค์การเปิด Open Chat นี้ เอาไว้คุย เม้าส์มอยหอยสังข์ 

ให้กำลังใจ แบ่งปันฟิคร่วมกัน ไว้โปรโมทนิยายและอัพเดทนิยายที่กำลังแต่งค่ะ 

ใครอยากได้พล็อตแนวเรื่องแบบไหน กำลังหาอ่านคู่หนูฮารุกับใคร

ก็สามารถแจ้งในกลุ่มกับรี้ดๆ ไรท์เตอร์หลายๆท่าน ที่เข้ามาร่วมแจมได้เลยนะคะ 

หรืออยากบอกต่อให้ไรท์เตอร์ที่ชอบแต่งคู่ไหน ก็ช่วยเชียร์ ช่วยให้กำลังใจแชร์กันได้ค่า

ถ้าแต่งได้ก็จะแต่งให้อ่าน จิ้น ฟินกันไปนะค้าาาาาาา


 

สามารถกดจอยได้ตาม QR หรือ Link ข้างล่างนี้ได้เลยนะคะ

ใน Open Chat สามารถตั้งชื่อเป็นนามแฝงได้ค่า เพราะฉะนั้นสบายใจได้เลย

ไม่ต้องเขินกันน้าาาา ^^
 


 

จิ้ม Link

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ต.ค. 64 / 18:56


 

A picture containing text

Description automatically generated


 

 

The first time you touched me,

I knew I was born to be yours.



 

.

.

.


 

ครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสฉัน..

ฉันรู้เลยว่าฉันเกิดมา เพื่อเป็นของเธอ...

 

 



 



 

 

“นี่ นายชื่ออะไรหรอ…”

 



 

 

 

 



 

 

 

เสียงใสของเด็กผู้หญิงในชุดกระโปรงบานสีเหลืองอ่อนลายดอกไม้ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักมัดผมแกะสองข้าง ในมือถืออมยิ้มขนาดใหญ่สีหวานเดินยิ้มแป้นแล้นอยู่

 



 

 

 

เด็กหญิงค่อยๆเดินเข้ามา ในซุ้มโดมดอกไม้ที่จัดตกแต่งสวยสดงดงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ตามสไตล์สวนยุโรปในปราสาทใหญ่ ก่อนจะเอ่ยทักทายเด็กชายแปลกหน้าขึ้นเบาๆ ด้วยความสนอกสนใจ เมื่อพบเพื่อนใหม่อีกคน

 



 

 

 

คนถูกทักได้แต่ช้อนตามองเด็กน้อยกลับด้วยสายตาเหวี่ยงๆ เด็กชายที่กำลังตื่นเต้นเดินง้วนอยู่กับตัวเองตอนนี้ กำลังกลัดกลุ้มกับโชว์การแสดงครั้งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในงานวันเกิดของบิดาของเขา

 



 

 

 

ตอนนี้เด็กชายกำลังประหม่าสับสน กังวลว่าตัวเองจะแสดงความสามารถออกมาได้ไม่ดีอย่างที่คิดนัก ยิ่งกับแขกคนสำคัญของผู้เป็นบิดาที่มาจากทุกทั่วสารทิศทั่วโลก เขายิ่งรู้สึกประหม่านั่งไม่ติดไปกันใหญ่

 



 

 

 

เด็กชายหันหน้ามาส่งสายตาค่อนค้อน ใส่เด็กหญิงที่ทักทายเขาตาเขียว เป็นเชิงไม่สบอารมณ์ที่ถูกทักทายในตอนนี้

 



 

 

 

เพราะเขายังไม่อยากจะสุงสิง หรือพูดคุยกับใครหน้าไหนทั้งนั้น แถมบุคลิกท่าทางดูแล้วไม่กังวลอะไร สดใสร่าเริงเจิดจ้าเกินไปของเธอ ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น เพราะในขณะที่เขากำลังคิดไม่ตก แต่เด็กผู้หญิงคนนี้ดันอารมณ์ดี มีแต่ความสุข ดูแล้วไม่ทุกข์ร้อน ยิ่งเห็นก็ยิ่งชวนขัดหูขัดตาเขาชะมัด

 



 

 

 

แถม ณ ตอนนี้…เขาไม่มีเวลาที่จะมาพูดคุยหรือเล่นสนุกกับใครทั้งนั้นหรอกนะ แม้เธอจะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู มีความน่าสนใจ แต่ช่างไม่รู้กาลเทศะเอาซะเลย…

 



 

 

 

“ชิส์ ก่อนจะถามชื่อคนอื่น ก็ต้องแนะนำตัวเองก่อนไม่ใช่หรอไง…” ถึงกระนั้นเด็กชายก็หันไปตอบกลับเด็กหญิงอยู่ดี

 



 

 

 

“ฮาฮิ! พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยแฮะ…” เธอทำตาโตบ๊องแบ๊วเหมือนทึ่งในความสามารถด้านภาษาของเขาอย่างตกตะลึง พลางเดินเข้ามาใกล้

 



 

 

 

“ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร ฉันน่ะ พูดได้ 5 ภาษาเชียวนะ…”

 



 

 

 

เด็กชายเห็นท่าทีเด็กหญิงดูตื่นเต้นตกตะลึงโอเวอร์กับการตอบโต้ภาษาญี่ปุ่นของเขาที่ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่สองขวบ เมื่อเด็กน้อยตรงหน้าดูทึ่งขนาดนั้น ได้ที..ก็ขออวดความอัจฉริยะตัวเองเกทับเพิ่มสักหน่อย

 



 

 

 

“สงสัย นายคงจะเป็นเด็กที่เรียนเก่งมากเลยสินะคะ…”

 



 

 

 

เด็กหญิงยังคงหันมายิ้มแย้ม เอ่ยพูดชื่นชมเด็กชายต่อ มันเลยอดทำให้เด็กชายที่กำลังหงุดหงิด อารมณ์เสียในทีแรก เปลี่ยนเป็นค่อยๆเริ่มรู้สึกดี เขาพึงพอใจในวาทะศิลป์ของเธอ ที่การช่างพูด ช่างเจรจาอย่างเสียไม่ได้

 



 

 

 

สุดท้ายก็ยอมเปิดใจ หันหน้ามาพูดคุยสนทนากับเด็กหญิงตรงหน้าต่อเป็นเรื่องเป็นราว

 



 

 

 

“ก็ธรรมดา ว่าแต่เธอ อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ…” เขาถามเธอกลับบ้าง

 



 

 

 

“ลองทายดูสิคะ…^^” เด็กผู้หญิงที่ถูกถามตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มิวายถามคำถามเชิงท้าทายกับเด็กชายตรงกันข้าม เพื่อลองวัดภูมิความรู้ เชาว์ปัญญาความสามารถดูสักหน่อย

 



 

 

 

 



 

 

 

เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กชายรู้สึกเหมือนถูกท้าทายเล็กๆ ก็เลิกคิ้วขึ้นทันทีในคำพูดของเธอ ซึ่งแน่นอน…เขาชอบคำท้านั่น เขาใช้สติปัญญาอันหลักแหลมชาญฉลาด ลองประเมินวิเคราะห์ สังเกตการณ์จากรูปลักษณะโดยรวมของเธอ ตั้งแต่ขนาดของความสูง ใบหน้าเยาว์วัยละอ่อน หน้าตากลมๆดูบ๊องๆเอ๋อๆ แถมยังติดขนมเหมือนเด็กเล็กๆ ท่าทางแล้ว ดูไม่น่าจะต่างกับเขาเท่าไหร่นัก

 



 

 

 

“ตัวเล็กขนาดนี้ ต้องเป็นน้องฉันแน่นอน 4 ขวบ…” เด็กชายตอบแบบมั่นใจพลางยักไหล่

 



 

 

 

“แบร่! ผิดค่ะ 5 ขวบต่างหากล่ะ…^^~” และเธอก็หันหน้ามาแลบลิ้นกิ่วตาด้วยแก้มป่องๆของเธอ เพื่อเยาะเย้ยเขาที่ตอบคำถามผิด

 



 

 

 

“ห๊ะ…ได้ยังไง ตัวกระเปี๊ยกอย่างเธอนี่นะ 5 ขวบ ไม่อยากจะเชื่อ โกหกหรือเปล่า” แล้วเด็กชายก็ร้องโวยวายขึ้นมาเหมือนไม่อยากยอมรับความจริงในคำเฉลย พร้อมแสดงสีหน้าท่าทาง เหมือนไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดที่เด็กหญิงพูดออกมาสักเท่าไหร่

 



 

 

 

“ทำไมคะ…ทีนายตัวสูงกว่าฉันนิดหน่อย ยังอายุ 5 ขวบได้เลย…” แล้วเด็กหญิงก็หันมาโต้วาทีกลับบ้าง

 



 

 

 

“ธะ เธอรู้ได้ยังไง ว่าฉันอายุ 5 ขวบ…”

 



 

 

 

เด็กชายรีบถามเธอกลับทันทีอย่างร้อนลน ที่เธอสามารถคาดเดาอายุจริงของเขาได้ถูกต้องและแม่นยำได้ถึงขนาดนี้ ในขณะที่เขานั้นทายผิด

 



 

 

 

เขาตัวโตกว่าเธออีกนะ สูงกว่า สุขุมกว่า แถมดูฉลาดและก็เก่งกว่าเธอเป็นไหนๆ ความจริงเธอต้องทายว่าเขาอายุ 6 หรือ 7 ขวบสิ…ทำไมยัยเปี๊ยกนี่คาดเดาเก่งจัง หรือว่ายัยนี่ก็เป็นอัจฉริยะด้วยงั้นหรอ -_-^

 



 

 

 

“อยากรู้งั้นหรอคะ…^^” เด็กหญิงถามกลับพลางทำหน้าตาเจ้าเล่ห์เผยรอยยิ้มหวานสดใสมีเลศนัยเล็กน้อยออกมา

 



 

 

 

“ถ้าอยากรู้จริงๆ ก็เอียงหูมาใกล้ๆสิคะ แล้วฉันจะบอกความลับให้…”

 



 

 

 

“หะ ห๋า…”

 



 

 

 

ได้ฟังดังนั้น…เด็กชายก็เอียงหูเดินเข้าไปหาเด็กหญิงอย่างกระตือรือร้นทันที ก็เขาคาใจ อยากรู้เหตุผลความคิดของเธอจริงๆนี่นา…ว่าทำไมยัยเปี๊ยกดูท่าทางบ๊องๆนี่ ถึงได้ทายอายุจริงของเขาถูกต้องกัน ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เขาไม่อยากยอมรับ ไม่อยากจะเชื่อถืออะไรง่ายๆกันหรอกนะ

 



 

 

 

 



 

 

 

“…จุ๊บ”

 



 

 

 

 



 

 

 

“ธะ เธอ ยัยบ้า!! เธอมาจุ๊บแก้มฉันทำไม ยัยเด็กโรคจิต…-_-^///”

 



 

 

 

แล้วเด็กชายก็ร้องโวยวายกระโตกกระตากขึ้นมา เอามือเล็กมากุมที่แก้มของตัวเองด้วยความเขินอายทันที ที่เขาดันโดนสัมผัสนุ่มนิ่มจากริมฝีปากเล็กๆของเธอเข้าอย่างจัง

 



 

 

 

“ฮาฮิ! ฉันไม่ได้โรคจิตสักหน่อยนะคะ ก็นายน่ารักเองนี่หน่า ถึงจะปากไม่ดีนักก็เถอะ คิคิ…”

 



 

 

 

แล้วเด็กหญิงก็หันมาหัวเราะคิกคักกับปฏิกิริยาของเด็กชายด้วยความชอบใจ ที่เขานั้น…ดูเสียอาการตกใจ ประหม่าเธอเอามากๆ แถมดันหลงกลเข้าไปติดกับดักเธอซะเต็มเปา

 



 

 

 

“หนอย…ยัยบ้า ยัยฉวยโอกาส ฉะ ฉันจะไปฟ้องคุณพ่อให้ไล่เธอออกไปจากปราสาท คอยดูนะ!!”

 



 

 

 

แล้วเด็กชายเรือนผมสีบลอนด์เงินหน้าตาน่ารัก ก็ร้องตะโกนโวยวาย ที่เสียท่าให้กับเด็กผู้หญิงแสนเจ้าเล่ห์ ที่มีรอยยิ้มสดใสอย่างร้ายกาจคนนี้ อย่างทำอะไรเธอกลับไม่ได้

 



 

 

 

“ฮาฮิ…ถึงขนาดต้องฟ้องพ่อเลยหรอคะ เด็กจังเลย ไหนว่า 5 ขวบแล้วไงล่ะ หุหุ…”

 



 

 

 

แล้วเด็กหญิงก็เอามือปล้องปาก พูดจาเหน็บแนมแขวะเด็กชายกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแสนอารมณ์ดี พร้อมกับกระพริบตาลงข้างนึง ส่งซิกให้เด็กชายด้วยท่าทางที่เหนือชั้นกว่า จนเด็กชายที่รู้สึกเหมือนกับตัวเองเสียหน้า ทั้งเสียเชิงให้กับเล่ห์เหลี่ยมของเด็กหญิง ได้แต่ควันออกหู หน้าแดงซ่าน ทำอะไรต่อไม่ได้

 



 

 

 

จากนั้นเด็กชาย เลยทำได้แต่กระทืบเท้าฮึดฮัดขึงขังหัวเสีย ร้องตะโกนโต้เถียงเธอกลับมาแทน

 



 

 

 

“ฉะ ฉันไม่ยุ่งกับเธอแล้ว ยะ ยัยผู้หญิงติ๊งต๊อง!!!///”

 



 

 

 

เด็กชายตะโกนต่อว่าเธออย่างเสียอาการ จากนั้นก็วิ่งหนีกลับเข้าไปยังปราสาทกว้างของตน ด้วยใบหน้าและกกหูที่แดงระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก

 



 

 

 

พลันในใจของเด็กชาย เสียงของหัวใจด้านในก็เต้นตุ๊มๆต้อมๆ มีอาการแปลกๆวูบวาบที่ถูกเด็กหญิงกลั่นแกล้งและสัมผัสจู่โจมเขาหนักขนาดนี้เป็นครั้งแรก

 



 

 

 

 



 

 

 

——————————————————————————————————————-

 



 

 

 

 



 

 

 

เสียงของคอร์ดเปียโนบรรเลงเพลง Mozart ของเด็กน้อยวัย 5 ขวบดังกึกก้องไปทั่วตัวปราสาท ทำเอาดึงดูดความสนใจจากแขกที่มาร่วมงาน แสดงความยินดีของหัวหน้าแก๊งมาเฟียชื่อดัง ให้ต่างมายืนล้อมรอบ มุงดูการแสดงของเด็กน้อย ผู้เป็นลูกชายในสายเลือดของเจ้าของปราสาทกันอย่างเนืองหน้า

 



 

 

 

เมื่อเด็กชายเห็นบรรดาแขกเหรื่อต่างให้ความสนใจ และเริ่มมามุงดูความสามารถอันโดดเด่น มีพรสวรรค์ของตนมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายก็แอบอมยิ้มขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ที่เขานั้น…สามารถแสดงโชว์พิเศษนี้ ได้ประจักษ์แก่สายตาของแขกทุกคนในงานเลี้ยง ไม่ขายหน้าผู้เป็นบิดาของเขา

 



 

 

 

 



 

 

 

“…ทำไมเด็กผู้ชายผมสีเงินคนนั้น เค้าเล่นเปียโนเก่งจังเลยล่ะคะ คุณแม่…”

 



 

 

 

เด็กหญิงเอ่ยถามมารดาขึ้นกลางห้องโถงกว้างของปราสาท ตอนนี้ตัวเธอและคุณแม่ของเธออยู่ในชุดราตรีหรูหรา กำลังเดินมาดูโชว์เปียโนพิเศษที่กำลังบรรเลงบทเพลง Mozart อันไพเราะเพราะพริ้ง อย่างกับถูกบรรเลงโดยนักเปียโนมืออาชีพระดับโลก

 



 

 

 

แต่ทว่า…คนที่บรรเลงอยู่ในตอนนี้นั้น…ดันเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยอายุเพียง 5 ขวบที่รุ่นราวแทบไม่ต่างจากเธอ

 



 

 

 

“อืม เด็กคนนั้น…เค้าน่าจะฝึกเล่นมาตั้งแต่เด็กๆเลยละมั้งจ๊ะ เหมือนฮารุจังไง ฮารุจังก็เต้นบัลเล่ต์เก่ง และก็มีความสามารถด้านกีฬายิมนิสติกตั้งแต่เด็กเป็นพรสวรรค์ด้วยเหมือนกัน แต่ละคน…ก็มีความสามารถที่โดดเด่น แตกต่างกันไปค่ะ อยู่ที่ว่าใครถนัดหรือชอบทำอะไร ก็จะสามารถแสดงสิ่งนั่นออกมาได้ดี^^”

 



 

 

 

คุณแม่วัยสาวสุดสวยในชุดเดรสหรูหราสายเดี่ยวสีทองหันมาตอบเธอพลางยิ้มหวาน ในความช่างอยากรู้อยากถาม ตามประสาลูกน้อยวัยช่างสงสัยของเธอ

 



 

 

 

“อ่อค่ะ…อย่างงี้นี่เอง เด็กคนนั้นเป็นคนเก่งแบบฮารุเลยใช่มั้ยคะ ดีจัง…แล้วนี่คุณพ่อหายไปไหนแล้วคะคุณแม่ ฮารุอยากกินไอศกรีม เมื่อไหร่งานเลี้ยงจะจบ คุณพ่อจะได้พาฮารุกกับคุณแม่ไปล่องเรือที่ทะเลสาบใหญ่อิตาลี ตามสัญญา…”

 



 

 

 

เด็กน้อยเริ่มร้องงอแง ออดอ้อนผู้เป็นแม่ขึ้นมาตามวัย ก็คุณพ่อของเธอดันรับปากกับเธอเป็นมั่นเป็นเหมาะ สัญญากับเธอไว้ว่า

 



 

 

 

เมื่องานเลี้ยงคนสำคัญเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ก็จะพาเธอกับคุณแม่ของเธอไปท่องเที่ยวในตัวเมือง พาไปทานข้าวริมแม่น้ำแนวทะเลสาบ ล่องเรือชมวิว ทานไอศกรีมเจลาโต้ที่เป็นของขึ้นชื่อในประเทศอิตาลี ที่เธอเพิ่งเคยได้มีโอกาสมาท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกกับครอบครัวของเธอ

 



 

 

 

…และนับเป็นเกียรติมากที่ครอบครัวของเธอ ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิด แสดงความยินดีของหัวหน้ามาเฟีย ตระกูลเก่าแก่ชื่อดังในประเทศมหาอำนาจ ที่มีความร่ำรวยมั่งคั่ง มีอำนาจบารมีและมีปราสาทแสนหรูหราใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้

 



 

 

 

คุณพ่อของเด็กหญิง ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลงานวิจัยชิ้นสำคัญให้กับตระกูลมาเฟียชื่อดังในประเทศอิตาลี

 



 

 

 

ตัวหัวหน้าหรือเจ้าของงานวันเกิด เลยมีความสนิทชิดเชื้อ กลมเกลียวกับคุณพ่อของเธออย่างดี เนื่องจากต้องติดต่อประสานงาน ดูแลโครงการงานวิจัยสำคัญต่างๆที่ดูแลร่วมกันมาหลายต่อหลายปีในระยะยาว

 



 

 

 

ครั้งนี้…เมื่อถึงวันสำคัญยิ่งใหญ่ของปี ก็เลยส่งตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส ไปเรียนเชิญทั้งครอบครัวของเธอ ให้บินมาท่องเที่ยวและมาร่วมงานเลี้ยงที่ปราสาท เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน

 



 

 

 

ซ้ำยังรับรองที่พัก ความสะดวกสบายพร้อมเสร็จ ด้วยการให้มาพักผ่อนกินอยู่ ที่ปราสาทใหญ่สุดหรูนี่ด้วยกันเสียเลย

 



 

 

 

อีกเพราะต้องการปรึกษาพูดคุย หารือกันเรื่องงานโปรเจ็กต์พิเศษ ของโครงการชิ้นถัดไป ที่กำลังมีแพลนริเริ่มตัวโครงการใหม่ไปด้วยในตัว

 



 

 

 

“อดทนรออีกหน่อยนะคะฮารุจัง คุณพ่อกำลังทำธุระสำคัญ แล้วก็งานยุ่งมากๆเลยค่ะ ไม่งอแงนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อเสร็จธุระแล้วคุณพ่อต้องรีบมาพาฮารุจังไปเที่ยวตามที่สัญญาไว้แน่นอนค่ะ โอเคมั้ยคะ^^…”

 



 

 

 

ผู้เป็นแม่ว่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน พลางปลอบประโลมลูกสาวเธอที่กำลังงอแง ทำหน้าตาเศร้าสร้อย แววตาสดใส วิบวับอ่อนแสงลงทันทีที่ไม่ได้ดั่งใจปรารถนา

 



 

 

 

 



 

 

 

“ค่ะ…เข้าใจแล้วค่ะ” เธอตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงต่ำ สีหน้าเหงาหงอย จนผู้เป็นมารดา อดที่จะอุ้มลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแสนน่ารัก ขึ้นมาปลอบประโลมบีบแก้มยุ้ยๆเบาๆหยอกล้อเสียไม่ได้ ที่เธอแสดงสีหน้าน้อยอกน้อยใจขนาดหนักถึงเพียงนี้

 



 

 

 

“…ไม่ทำหน้าตาไม่สดชื่นนะคะคนดี ฮารุจังของแม่เป็นเด็กผู้หญิงที่เข้มแข็ง ทั้งเก่งแล้วก็ฉลาดที่สุด ต้องมีแต่รอยยิ้มหวานสดใส ให้คนอื่นพบเห็นเท่านั้นนะคะ ถ้าเป็นเด็กดี เข้าใจคุณพ่อ…ไม่งอแงและเชื่อฟัง นามาฮาเกะจะไม่มาเอาตัวไปนะคะ รู้ใช่มั้ย…”

 



 

 

 

คุณแม่โอ๋ปลอบเธออย่างอ่อนโยน พลางเอานามาฮาเกะที่เธอทั้งชื่นชอบและก็กลัวมาช่วยหว่านล้อมไม่ให้เธองอแงด้วย

 



 

 

 

“ค่ะ…เข้าใจแล้วค่ะ ฮารุจะรอ และฮารุจะเป็นเด็กดี นามาฮาเกะจะได้ไม่มาเอาตัวฮารุไปจากคุณพ่อ คุณแม่ค่ะ^^”

 



 

 

 

แล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานอย่างเข้าใจเชื่อฟัง ตอบกลับให้คุณแม่ของเธอที่กำลังปลอบโอ๋เอาใจ แม้จะรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ตามประสาเด็กน้อยที่คาดหวังไว้สูง แต่เธอก็พยายามที่จะเข้าใจ และไม่ดื้อดึงกับคุณแม่ของเธอ

 



 

 

 

 



 

 

 

 



 

 

 

————————————————————————————————————————

 



 

 

 

เช้าวันที่สามของปราสาทใหญ่ในอิตาลี

 



 

 

 

เสียงเปียโนในห้องฝึกซ้อม เริ่มบรรเลงบทเพลงไปตามจังหวะคอร์ด อาร์เปจโจ(arpeggios) เสียงประสานและบันไดเสียงของคีย์เปียโน

 



 

 

 

ตอนนี้เด็กชาย กำลังหัดใช้เทคนิคมือขวาควบคุมจังหวะในการทำความเร็วและความแม่นยำในการลงนิ้วให้เชี่ยวชาญมากขึ้น

 



 

 

 

ความเร็วในการควบคุมจังหวะคอร์ด C ถึง G จะต้องกะจังหวะอย่างระมัดระวัง การดีดลง วางค้าง ยกมือ ทุกท่วงท่าที่อยู่ทุกโสตประสาทสัมผัส จะต้องดีดขึ้นลงให้เร็วที่สุด ถึงจะควบคุมจังหวะการบรรเลงเพลงให้คงที่ เพื่อรักษาระดับคีย์เสียงให้เป็นมาตรฐานที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ได้

 



 

 

 

พลันร่างเล็ก ที่ได้ยินเสียงบรรเลงอันไพเราะออกมาจากอีกห้องของตัวปราสาท อดตื่นเต้นไม่ได้ ที่ชะเง้อออกมาแอบดู ก่อนจะวิ่งไปตามเสียงเพลงที่เหมือนกับถูกดึงดูดด้วยเวทมนตร์อะไรบางอย่าง

 



 

 

 

ในใจของเด็กน้อย เพียงแค่ต้องการรู้ว่า…ต้นตอของเสียงที่ไพเราะเสนาะหูนั้น…เกิดมาจากที่ใด

 



 

 

 

เมื่อมาถึง…ก็พบเด็กชายที่ได้เจอกันวันแรกในซุ้มโดมดอกไม้ เขามีเรือนผมสีบลอนด์เงิน นัยน์ตาสีมรกตราวกับคริสตัล เด็กชายตัวเล็กกำลังบรรจงวางนิ้วดีดเปียโนด้วยท่วงท่าช่ำชอง ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงชวนมีเสน่ห์น่าหลงใหล

 



 

 

 

เธอเลยอดไม่ได้ที่จะก้าวขาเล็กๆเข้าไปในห้อง เพื่อแอบชื่นชมลอบมองดูเด็กชายตัวเล็กที่กำลังอยู่ในห้วงของท้วงทำนองเพลงอย่างสุนทรี

 



 

 

 

“…ยัยผู้หญิงติ๊งต๊องโรคจิต เธอมาทำอะไรที่นี่!? รู้หรือเปล่า ที่นี่…เป็นห้องส่วนตัวของฉันนะ -_-^”

 



 

 

 

เด็กชายที่ประสาทสัมผัสไวกว่าเด็กเล็กปกติทั่วไป หยุดเล่นและยกนิ้วมือออกมาเปียโนตัวใหญ่ทันที ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่เด็กหญิง ผมสีน้ำตาลร่างเล็กที่ถือวิสาสะมั่วซั่วเดินเข้ามาในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวของเขา

 



 

 

 

“ฮาฮิ! อย่าขี้ตืดไปหน่อยเลยค่ะ ฉันก็แค่ได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะ ที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเพราะมากๆ ก็เลยเดินออกมาดูสักหน่อย ว่าใครเป็นคนเล่นก็เท่านั้น สุดท้ายก็เป็นนายจริงๆสินะคะที่เป็นคนดีดเปียโนตัวนี้^^//”

 



 

 

 

เด็กหญิงพยายามพูดแก้ตัวร่ายยาว ว่าไม่ได้ตั้งใจบุกรุกเข้ามาอย่างไม่มีมารยาท แต่ความจริง ก็คือจงใจแอบเข้ามาดูนั่นแหละ แต่ดันถูกจับได้เอาซะก่อน =_=:;

 



 

 

 

“เหอะ…ของมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ฉันน่ะมันคนมีพรสวรรค์อัจฉริยะตั้งแต่เกิด ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงติ๊งต๊องโรคจิตแบบเธอหรอก…=3~”

 



 

 

 

เด็กชายมุ่ยหน้าไปอีกทาง ตอบกลับเย้ยหยันเด็กหญิง แม้เจ้าหล่อนจะพยายามชื่นชมเขาก็จริง แต่เขาก็ไม่มีทางหลงกลหรอก เชอะ

 



 

 

 

“ฮาฮิ! ไม่เป็นเจนเทิลแมนที่สุภาพบุรุษเอาซะเลยนะคะ อุตส่าห์เกิดเป็นลูกชายเจ้าของปราสาทมีชาติตระกูลทั้งที ปากร้ายจริงๆเลยค่ะ ผู้ชายอะไร…”

 



 

 

 

แล้วเด็กหญิงก็ต่อว่าเด็กชายที่ปากเสียไม่มีมารยาทกับเธอทันที คนอุตส่าห์ประทับใจชื่นชมดีๆ ก็ควรจะมีมารยาทที่ดีในการตอบกลับเลดี้แบบเธอบ้าง

 



 

 

 

“ฉันไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเป็นเจนเทิลแมนกับผู้หญิงติ๊งต๊องโรคจิตแบบเธอ ที่มาขโมยจุ๊บแก้มคนอื่นหรอกนะ…” เด็กชายสวนกลับ

 



 

 

 

“ฮาฮิ!…ติดใจเรื่องนี้เองหรอคะ เด็กจังเลย^^”

 



 

 

 

แล้วเด็กหญิงตัวแสบก็ยกยิ้มน้อยๆ ยอกย้อนเด็กชายกลับด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม ที่เธอดันรู้ว่าเด็กชายยังติดค้างติดใจเรื่องนี้อยู่ จนเด็กชายที่ถูกต้อนจนมุมอีกครั้ง ถึงกลับเหวเธอกลับมา

 



 

 

 

“นี่เธอ! ยัยผู้หญิงติ๊งต๊อง ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่อีก…งานเลี้ยงก็จบแล้วตั้งหลายวันแล้ว ทำไมถึงยังไม่รีบกลับไปสักที รู้ไหม เธอมันน่ารำคาญชะมัด…”

 



 

 

 

แล้วเด็กชายก็หันมาต่อว่าเธอด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขึงขังที่เอาชนะเธอไม่ได้ ก็เลยใช้สิทธิ์ของความเป็นเจ้าบ้าน ตะโกนไล่เธอแทน หมายจะทำร้ายจิตใจเด็กหญิงให้เธอขุ่นเคืองสักนิดบ้างก็ยังดี

 



 

 

 

“…แล้วคิดว่าฉันอยากอยู่ที่นี่นักหรือไงคะ”

 



 

 

 

เธอเถียงตอบกลับเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไปจากทุกที แววตาที่เคยสดใสเริ่มสั่นเครือ พลันน้ำเสียงของเธอคราวนี้ แลดูผิดหวังเศร้าๆขึ้นเล็กน้อย

 



 

 

 

“หึ…เหงาสินะ คงไม่มีใครเล่นด้วยล่ะสิท่า ผู้หญิงติ๊งต๊องโรคจิตแบบเธอ คงไม่มีใครอยากเล่นด้วยหรอก” เด็กชายเห็นท่าทีหงอยๆของเธอก็เลยถือโอกาสต่อว่าเธออีก

 



 

 

 

“ชิส์ ทำตัวงี่เง่า น่ารำคาญ ก็อยู่คนเดียวไปนั่นแหละดีแล้ว…” เด็กชายยังคงพ่นวาจาร้ายๆใส่เด็กหญิงอย่างต่อเนื่อง ที่เขานั้นทำอะไรเด็กหญิงไปมากกว่านี้ไม่ได้นอกจากต่อว่าเธอให้เจ็บแสบ

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

เด็กหญิงชะงักเงียบไป ไม่โต้เถียงอะไรกลับเหมือนทุกที

 



 

 

 

ถึงกระนั้น…คำพูดของเด็กผู้ชายปากร้ายตรงหน้าเธอ ก็ส่งผลให้ขอบตาของเธอเอ่อร้อนขึ้นมา เด็กหญิงรู้สึกเสียใจกับคำพูดของเด็กชายอย่างสุดซึ้งในตอนนี้เอามากๆ

 



 

 

 

เพราะเธอ…กำลังรู้สึกเหงาและว้าเหว่มากจริงๆ ที่ต้องเล่นอยู่ในปราสาทใหญ่โตนี่แค่คนเดียว คุณพ่อของเธอก็ยังไม่เสร็จธุระเรื่องงาน แถมคุณแม่ก็ยุ่งติดช่วยงานเอกสารให้คุณพ่อจนเธอไม่มีใครอยู่เคียงข้างเลยสักคน

 



 

 

 

ทุกคนงานยุ่งจนลืมเรื่องที่จะพาเธอไปท่องเที่ยว กินไอศกรีม และนั่งเรือเที่ยวชมเมืองตามที่ได้สัญญาไว้ก่อนที่จะมา ถึงกระนั้น…เด็กหญิงเองก็ไม่ปริปากบ่น ไม่อยากงอแง เป็นเด็กสร้างปัญหาให้พ่อกับแม่ของเธอต้องลำบากหรือทุกข์ใจใดใดมากขึ้นกว่าเดิม

 



 

 

 

แล้วตอนนี้…เธอก็ไม่มีใครเลยจริงๆสักคน ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนเล่นที่ไหน ที่จะมาอยู่เล่นเป็นเพื่อนเคียงข้างเธอเลยจริงๆสักคน แถมคนที่อาศัยอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ ก็พูดสื่อสารกันแต่ภาษาท้องถิ่น ภาษาอิตาลี ที่เธอนั้นฟังไม่ออกและไม่เข้าใจจนไม่สามารถทำอะไรได้

 



 

 

 

เธอจะไปที่ไหนทำอะไร ถามหาข่าวคราวของคุณพ่อคุณแม่ของเธอเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่เธอเข้าใจ หรือพูดคุยสื่อสารให้เธอรู้เรื่องได้เลยสักคน

 



 

 

 

แถมปราสาทหลังนี้ก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ใหญ่โตมโหฬารจนเธอรู้สึกกลัว ที่จะเที่ยวเล่นเดินไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียว เพราะเธอก็กลัวหลงทางจนหาทางกลับไม่ได้ สุดท้ายเธอเลยต้องนั่งอดอู้อ่านหนังสือ และเล่นในห้องเงียบๆคนเดียวในห้องนอนที่ใหญ่โตโดยไม่มีใคร

 



 

 

 

จู่ๆเด็กหญิงก็ขอบตาแดงก่ำ จ้องมองหน้าเด็กชายตรงหน้าด้วยสีหน้าและแววตาเจ็บปวด ราวกับเจ็บปวดข้างในใจแสนสาหัส ไม่นาน…หยาดน้ำสีใสก็ค่อยๆเอ่อไหลล้นทะลักออกมา จากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสาย

 



 

 

 

จนเด็กชายที่เผลอปากไม่ดี พูดจาแย่ๆถากถางต่อว่าเธอไปอย่างร้ายกาจ พลันรู้สึกตกใจ ว่าจู่ๆเด็กผู้หญิงแสนแก่นที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟากคนนี้ร้องไห้ทำไมกัน

 



 

 

 

ปกติ…เธอดูเป็นเด็กที่ไม่คิดอะไร ดูแข็งแรงเข้มแข็ง แถมยังฉลาดแกมโกงเจ้าเล่ห์เพทุบายต่อปากต่อคำกับเขาเก่งอย่างไม่รู้จบ แค่คำพูดร้ายๆที่เค้าต่อว่าออกไปแค่นี้ คนอย่างเธอไม่น่าจะต้องสะทกสะท้าน หรือเสียใจอะไรมากมายถึงขนาดต้องปล่อยโฮใหญ่โตออกมาถึงขนาดนี้เลยนี่นา

 



 

 

 

“เอ่อ…”

 



 

 

 

“แง”

 



 

 

 

“เอิ่บ….”

 



 

 

 

“แงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!”

 



 

 

 

“นี่ๆ ยัยต๊อง ร้องไห้ทำไมน่ะ…”

 



 

 

 

เมื่อเด็กชาย เห็นท่าไม่ดีของการแฝดเสียงดังร้องไห้โยเย ออกมาอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดของเด็กหญิง เด็กชายก็เริ่มรู้สึกประหม่า ทำอะไรต่อไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยปลอบหรือช่วยทำให้เธอหยุดร้องไห้ได้ยังไง

 



 

 

 

ปกติ…คนที่มักร้องไห้ฟูมฟายที่ถูกเอารัดเอาเปรียบกลั่นแกล้ง มันมักจะเป็นเขาที่ถูกอาเจ้เบี้ยงกี้ พี่สาวในสายเลือดแกล้งอยู่ประจำเสียมากกว่า

 



 

 

 

แต่วันนี้…อาเจ้ก็ดันไม่อยู่ในตัวปราสาท เธอไปออกงานการกุศลกับคุณแม่ที่เมืองอื่นตั้งแต่งานเลี้ยงจบ ครั้นจะเอายัยต๊องนี่ ไปหาอาเจ้ให้ช่วยปลอบเธอในตอนนี้

 



 

 

 

เห็นที…ก็คงจะไม่ทันการณ์อย่างแน่นอน เด็กชายเลยคิดหาสารพัดวิธี ในการช่วยให้เธอหยุดร้อง พลางค่อยๆหันหน้าเดินลงไปจากเก้าอี้ ก่อนจะเอามือเล็กๆเข้าไปลูบปลอบประโลมเด็กหญิงร่างเล็กนี้ตรงหน้าต่อแทน

 



 

 

 

“นี่เป็นอะไร จู่ๆเสียใจอะไรของเธอ…” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางลูบไหล่เด็กหญิงเบาๆ

 



 

 

 

เด็กหญิงเงียบเสียงเล็กน้อย พลางเงยหน้ามองหน้าเด็กชายไปแวบนึงตอนที่ถูกสัมผัสที่ไหล่เล็ก ก่อนเธอจะมึนงงรู้สึกสะอึกสะอื้นข้างในใจแฝดเสียงร้องไห้เสียงดังขึ้นมาอีกที

 



 

 

 

“ฮึก…แงงงงงงง”

 



 

 

 

“นี่…”

 



 

 

 

“แง”

 



 

 

 

“เฮ้…”

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

เด็กหญิงเริ่มหยุดเสียงร้องลง ทันทีที่เด็กชายพยายามบีบไหล่เธอแรงขึ้นเพื่อเป็นการปลอบโยน แต่เด็กหญิงก็ไม่ตอบคำถามของเขา เธอเพียงแค่สะอึกสะอื้นจ้องหน้าเด็กชาย ด้วยสายตาเย็นชาเจ็บปวดข้างในใจแทน

 



 

 

 

พลันในใจเด็กชายเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างท่วมท้น ที่แววตาของเธอมันสะท้านความเจ็บออกมาจนเขารู้สึกผิด มันเลยช่วยไม่ได้ เห็นที…ว่าเขาต้องเป็นฝ่ายเข้าไปขอโทษเธอเองดีกว่า

 



 

 

 

“นี่…เลิกร้องไห้เถอะนะ ฉันขอโทษที่พูดจาไม่ดี มาเล่นกับฉันก่อนมั้ย เธอเล่นเปียโนเป็นหรือเปล่า…” เด็กชายเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาเค้าสำนึก อย่างรู้สึกผิดที่ทำให้เด็กหญิงต้องเสียใจหนักร้องไห้ฟูมฟาย

 



 

 

 

เด็กหญิงที่ได้ยินคำขอโทษอย่างสำนึกผิดของเด็กชาย หยุดสะอึกสะอื้นทันที ก่อนจะหายเศร้าเป็นปลิดทิ้งแล้วค่อยๆเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

 



 

 

 

“ฮาฮิ! ไม่รำคาญฉันแล้วหรอคะ” เธอถามด้วยเสียงเล็กประหม่าทุ้มต่ำ แล้วเงยหน้าสบตากับเด็กชายเพื่อรอฟังคำตอบ

 



 

 

 

“มะ ไม่ ไม่เลย ไม่เคยรำคาญเธอเลย ฉันแค่รู้สึกเสียเซลฟ์ที่เธอเก่งกว่า เลยพูดจาไม่ดีไป ขอโทษนะ…”

 



 

 

 

เด็กชายตอบกลับเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มท่าทางประหม่า เขารู้สึกผิดอย่างจริงจังที่พูดจาร้ายๆว่ากล่าวเธอ

 



 

 

 

เมื่อเด็กหญิงเห็นปฏิกิริยาท่าทีของเด็กชายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างอ่อนโยน เขาคงรู้สึกผิดที่ว่าเธอจากใจจริง เด็กหญิงเลยหายโกรธเด็กชายเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะค่อยๆเผยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้างามออกมา จนเห็นฟันขาวสวยเรียงราย

 



 

 

 

“ไม่เป็นหรอกค่ะ ฉันไม่โกรธ เปียโนนี่เล่นยากมั้ยคะ? กดยังไง? ทำยังไงมั่งหรอคะ…”

 



 

 

 

เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของคนตัวเล็กกว่า เผยออกมาเป็นปกติแล้ว เด็กชายก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนเขาจะเผยรอยยิ้มน้อยๆที่อบอุ่นกลับไปบ้าง

 



 

 

 

“มาสิ…มานั่งข้างๆฉัน แล้วเอานิ้วมือวางลงตรงนี้นะ…”

 



 

 

 

เด็กชายว่าด้วยเสียงนุ่มนวล พลางเดินนำเธอไปนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนก่อน และเว้นที่ว่างให้เธอมานั่งอยู่ข้างๆเขา

 



 

 

 

จากนั้น…เด็กหญิงก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ค่อยๆเดินไปนั่งลงด้านข้างของเด็กชายตามคำเชื้อเชิญก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง พลางเอานิ้วเล็กๆขึ้นมาวางตามคอร์ดเปียโน ที่เพิ่งจะได้มีโอกาสสัมผัสดีดจริงเป็นครั้งแรก

 



 

 

 

เด็กหญิง…เธอกดถูก กดผิด สลับจังหวะนิ้วมือผ่อนเบา แบบเก้ๆกังๆฉบับคนไร้ประสบการณ์ ดูแล้วมึนมั่วไปหมด จนเด็กชายเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยกับความสมาธิสั้นสอนไม่จำของเธอ แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่น หรือต่อว่าพูดอะไรออกมาทั้งนั้น เขาไม่อยากทำเธอเสียใจและร้องไห้ฟูมฟายขึ้นอีกครั้ง

 



 

 

 

สุดท้าย…เขาต้องใจเย็น ค่อยๆเข้ามานั่งซ้อนประกบหลังของคนตัวเล็กกว่า และเอานิ้วมือที่ใหญ่กว่าเธอเล็กน้อยมาวางทับซ้อนกับมือเล็กๆของเธอไว้อีกชั้นแทน เขาพลางค่อยๆจับมือเธอ บรรจงกดคอร์สต่างๆตามคีย์ ลงพิณดีดอย่างช้าๆนุ่มนวล คุมจังหวะไปพร้อมๆกันอย่างอ้อยอิ่ง

 



 

 

 

“หัวแม่มือต้องวางตรงนี้…นิ้วชี้และนิ้วทั้งห้าฝั่งซ้ายต้องอยู่ตรงนี้…”

 



 

 

 

เด็กชายวัย 5 ขวบค่อยๆ กระซิบบอกเธอเบาๆจากข้างหลัง เขารู้สึกใจเต้น ประหม่า หายใจไม่ค่อยสะดวก พลันหน้าแดงที่สัมผัสใกล้ชิดเด็กหญิงระยะเบียดเสียดถึงขนาดนี้ พลันได้กลิ่นหอมเหมือนลูกอมขนมหวาน ลอยคลุ้งออกมาจากตัวเธอเป็นระยะ

 



 

 

 

‘ยัยนี่ตัวหอมหวานจัง…เหมือนกลิ่นลูกอมเลย พกอมยิ้มติดตัวมากินด้วยหรือไงกันนะ…’

 

เด็กชายรู้สึกสงสัย เขาเลยยื่นหน้าเข้าไปสูดดมพิสูจน์ตัวเธอดูใกล้ๆ เพื่อเช็คกลิ่นกาย ประกอบกับจังหวะที่คนตัวเล็กกว่า ก็หันหน้ามามองสบตาเขาเข้าพอดิบพอดี

 



 

 

 

มันก็เลยทำให้ปลายจมูกโด่งเล็กๆ และริมฝีปากนุ่มนิ่มของเด็กน้อยทั้งสองเฉี่ยวจุ๊บกันเข้าให้อย่างไม่ได้ตั้งใจ

 



 

 

 

“เอ่อ…//ฮาฮิ!//“

 



 

 

 

เด็กชายเด็กหญิงต่างสะดุ้ง ก้มหน้างุดหันหนีออกไปคนละทิศคนละทาง เขาทั้งคู่ต่างก็อึกอักหน้าแดง ไม่กล้าพูดอะไรต่อขึ้นกันขึ้นมา ต่างคน ต่างตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกแปลกๆที่พลันเกิดขึ้นในใจอย่างเขินอาย

 



 

 

 

เมื่อสถานการณ์ดูเงียบงันไปนานสองนาน จนเด็กหญิงเป็นฝ่ายเริ่มอึดอัด กระสับกระส่าย พลางทำตัวไม่ถูก เลยต้องเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน เพื่อทำลายความเงียบงันใจเต้นตึกตักไม่จบสิ้นแทน

 



 

 

 

“จุ๊บปากกันแล้ว…โตขึ้นก็ต้องรับผิดชอบ แต่งงานกับฉันด้วยนะคะ…”

 

เธอพูดขึ้นด้วยเสียงหวาน ใบหน้าขึ้นสีอย่างประหม่าท่าทางน่ารัก

เด็กชายเบิกตาโตกว้าง ก่อนจะตอบกลับอย่างเขินอายพยายามเบี่ยงหน้าหันหนี

 



 

 

 

“พะ พูดอะไรเพ้อเจ้อน่ะ จะ จุ๊บแค่นี้…เค้าไม่นับกันหรอกนะยัยต๊อง ชิส์//”

 



 

 

 

“ฮาฮิ! นายไม่อยากแต่งงานด้วยกันกับฉันหรอคะ…”

 



 

 

 

คนตัวเล็กเอ่ยถามเด็กชายด้วยสายตาหวั่นไหวปนเศร้าสร้อยเล็กน้อยเหมือนผิดหวัง นัยน์ตาโตสีน้ำตาลสดใส เริ่มสั่นเครือเหมือนกำลังจะร้องไห้เสียใจขึ้นอีกครั้ง ที่เหมือนถูกเด็กชายที่ชื่นชอบปฏิเสธ

 



 

 

 

“ยะ อย่าทำหน้าตาเสียใจ เหมือนจะร้องไห้แบบนั้นสิยัยบ้า…” เด็กชายเอ่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้าแดงก่ำ ใจเขาเต้นตุ๊มๆต้อมๆอย่างประหม่าจนแทบคลั่ง

 



 

 

 

“ตะ แต่ง แต่งก็ได้//”

 



 

 

 

“ฮาฮิ จริงหรือเปล่าคะ^O^//” เธอถามเด็กชายซ้ำอีกครั้ง

 



 

 

 

“อ่ะ อื้อ…” เด็กชายตอบรับและเบี่ยงหน้าหันหนีตามนิสัยขี้เขินอายของเขา

 



 

 

 

“งั้นโตขึ้น…ก็อย่าลืม ให้ฉันเป็นเจ้าสาวของนายด้วยนะคะ ฉันให้นายเป็นรักแรกของฉันเลย อย่าลืมล่ะ สัญญานะ…”

 



 

 

 

เด็กหญิงว่าด้วยสีหน้าอบอุ่นยิ้มแย้มดีใจ แก้มขาวใสฝาดสีแดงระเรื่อขึ้นมานวลๆ ก่อนจะยกนิ้วก้อยขึ้นมา ทำท่าเกี้ยวก้อยสัญญายื่นตรงไปข้างหน้า ที่เด็กชายกำลังนั่งมองเธออยู่

 



 

 

 

“…อื้อ ธะ เธอก็อย่าลืมเหมือนกัน เธอก็ต้องเป็นเจ้าสาวคนเดียวของฉัน…

 

แล้วอย่าไปรักใครมากว่าฉันก่อนซะล่ะ สัญญานะ…”

 



 

 

 

แล้วเด็กชายก็ยกนิ้วก้อยขึ้นมา เกี่ยวก้อยสัญญากับเด็กหญิง พลางเอาหัวชนกันหัวเราะคิกคักด้วยกันอย่างมีความสุข

 



 

 

 

 



 

 

 

————————————————————————————————————————

 





 

 

 

“ทำอะไรอยู่หรอคะฮายาโตะ…ฮายะจัง กับฮารุโตะหลับแล้วนะคะ…”

 



 

 

 

ฮารุเอ่ยถามสามีของเธอขึ้น เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา แล้วพบว่าสามีของเธอกำลังนั่งเท้าคาง พลางทำหน้าเหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะทำงาน

 



 

 

 

“…พอดีนึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมานิดหน่อยน่ะ” ชายหนุ่มหันมาตอบกลับภรรยา ทันทีที่หลุดออกจากวังวนของความคิดเมื่อครู่ได้

 



 

 

 

“ฮาฮิ! คิดอะไรอยู่หรอคะ ถึงได้ทำหน้าตาเหย้ายวนเซ็กซี่หวานเยิ้มแบบนั้นกัน อิอิ เอ๊ะ…ระ หรือว่า กำลังคิดถึงผู้หญิงคนอื่นๆนอกจากฮารุอยู่อย่างงั้นหรอคะ!! >O<” แล้วภรรยาสาวก็ร้องโวกเวกโวยวายขึ้นมาทันที

 



 

 

 

“ก็นะ…พอดี จู่ๆก็นึกถึงเด็กผู้หญิงเมื่อสมัยเด็กคนนึงขึ้นมาได้น่ะ ฉันเคยให้สัญญากับเธอไว้ว่า โตขึ้น…ฉันจะแต่งงานกับเด็กคนนั้น…”

 



 

 

 

ชายหนุ่มบอกเล่าภรรยาง่ายๆ อย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะเขาก็ไม่คิด ว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรกับชีวิตคู่ของเขาอยู่แล้ว ทุกวันนี้…เค้ากับยัยต๊องก็แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีความลับปิดบังอะไรเธอ เกี่ยวกับเรื่องสมัยเด็กของเขาเลยสักหน่อย

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! จะ จริงเหรอคะ ฮารุโซแซดมากเลยค่า ฮือๆ ฮารุ เสียใจ น้อยใจ ฮายาโตะคนบ้า คนผีทะเล กล้าไปสัญญากับเลดี้คนอื่นแบบนั้น…ได้ยังไงกันคะ ใช้ไม่ได้! งั้นคืนนี้ฮายาโตะ นอนนอกห้องไปเลยนะคะ ฮารุจะนอนกับลูกๆแค่สามคนค่ะ หึ…”

 



 

 

 

และฮารุก็ร่ายยาวเป็นตุเป็นตะ โวยวายขึงขังขึ้นมาเป็นวักเป็นเวนแง่งอนผู้เป็นสามี ตามประสาสาวน้อยขี้หวงขี้หึง

 



 

 

 

ที่สามีเธอนั้น…ดันคิดถึงผู้หญิงคนอื่นนอกเหนือจากเธอ จนชายหนุ่มที่เห็นท่าทางหึงหวงของภรรยาสาว อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ในความน่ารักน่าเอ็นดูของภรรยาตัวเองกำลังหึงเขาจนควันออกหู

 



 

 

 

…จะว่าไปเด็กผู้หญิงคนนั้น ก็พูดฮาฮิ! คำอุทานต๊องๆคล้ายภรรยาของเขาเหมือนกันด้วยนี่นา

 



 

 

 

ตลกดี…

 



 

 

 

มันเป็นคำฮิตติดปากหรือยังไงกันนะ คิดเล่นๆ ถ้ายัยต๊องภรรยาเขา คือเด็กผู้หญิงคนนั้นจริงๆขึ้นมา เขาคงจะตกใจช็อกพิลึก โลกคงไม่กลม จนบังเอิญเป็นยัยนี่หรอกมั้ง

 



 

 

 

โกคุเดระครุ่นคิดในใจ พลางลอบมองหน้าภรรยาสาวที่ยังคงไม่หยุดแง่งอน ต่อว่าบ่นเขาเรื่อยเปื่อยอย่างน้อยอกน้อยใจไม่จบสิ้น

 



 

 

 

จะว่าไปสมัยก่อน…ยัยต๊องฮารุคลั่งรักรุ่นที่สิบจะเป็นจะตายนี่นา แต่ทุกวันนี้…ยัยนี่ก็หันมาคลั่งรักเขาแทน ทั้งขี้หึง ขี้หวง คิดเองเออเองเก่งเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่ว่า…มันคงเป็นเสน่ห์ในความพยายามทุ่มเทเพื่อแสดงความรักของเธอรูปแบบหนึ่งละมั้ง เลยทำให้เขานั้น…ตกหลุมรักยัยต๊องแสนมึนคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นอีกเลย

 



 

 

 

…ก่อนที่เขากับฮารุ จะมาตกลงปลงใจแต่งงานกัน ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ กันมามากมายมาอย่างนับไม่ถ้วน กว่าเขาจะพิชิตใจยัยนี่ให้เลิกรักรุ่นที่สิบได้ ก็กินเวลาหลายปี กว่ายัยดื้อนี่จะยอมตัดใจลาขาด

 



 

 

 

แล้วอีกอย่างเด็กผู้หญิงเมื่อสมัยเด็กคนนั้น เขาก็เจอเธอที่ปราสาทบ้านเก่าที่อิตาลีด้วย

 



 

 

 

ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้…

 



 

 

 

เรื่องมันตั้งแต่สมัย 5 ขวบ ซึ่งก็นานมากแล้ว…แถมช่วง 8 ขวบ ตัวเขาเอง ก็หนีออกจากปราสาทของตระกูลออกมาแล้วด้วย ณ ตอนนั้น

 



 

 

 

ยัยเด็กผมแกะติ๊งต๊องโรคจิตคนนั้น…

 



 

 

 

ป่านนี้…คงแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น จนมีลูกมีเต้า เต็มบ้านไปแล้วละมั้ง ผ่านมาตั้ง 20 ปีแล้วด้วย ไม่เคยเจอกันอีกเลยขนาดตัวเขายังมีรักใหม่กับฮารุ จนแต่งงาน มีทายาทแล้วสองคนเลย

 



 

 

 

โกคุเดระครุ่นคิด ถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะเป็นคนเดียวกันกับภรรยาของเขาหรอก ก่อนจะค่อยๆสลัดความคิดฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อของตัวเองออกไป ที่ดันคิดอะไรไม่เข้าท่าบ้าบอขึ้นมา

 



 

 

 

เมื่อเห็นว่า…ภรรยาสาวสวยตรงหน้า ดูท่าทางงอนจริงจังขึ้นมา ด้วยสีหน้าบึ้งตึงน่ารักน่าชังไม่หยอก ผู้เป็นสามีเลยถือโอกาสเดินเข้าไปคว้าแขนโอบรอบเอวบางของคุณแม่ลูกสอง ที่หุ่นยังเซี๊ยะเพรียวบาง เสมือนสาววัยรุ่นที่ไม่เคยมีบุตรมาก่อน เข้ามาสวมกอดแนบชิดเอาไว้หลวมๆทันที

 



 

 

 

“ฮาฮิ! ไม่ต้องมากอดเลยค่ะ มาง้อตอนนี้ก็สายไปซะแล้วค่ะ ยังไงคืนนี้…เชิญฮายาโตะ ไปนอนคนเดียวคิดถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นของคุณเถอะค่ะ หึ!…”

 



 

 

 

ร่างบางของภรรยายังคงพูดจาประชดประชัน แง่งอนผู้เป็นสามีอยู่ไม่จบ

 



 

 

 

“ฮารุก็นึกว่า…ฮารุจะเป็นรักแรกของคุณโกคุเดระนะคะเนี่ย ชิส์ ตอนสารภาพรักกับฮารุ ตอนนั้น…ก็บอกว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน และแอบชอบฮารุมาตั้งนานแล้ว คุณบอกให้ฮารุตัดใจจากคุณสึนะซะ เพราะคุณสึนะชอบเคียวโกะจัง ให้ฮารุตัดใจเลิกคาดหวังและมาคบกับคุณแทน…”

 



 

 

 

จู่ๆ เธอก็ร่ายยาวขุดเรื่องเก่าในอดีต ขึ้นมาบ่นสามีเป็นเรื่องเป็นราว จนโกคุเดระถึงกับเลิกคิ้วมองหน้าภรรยาอย่างงงๆ ว่าผู้หญิงเวลาโกรธผู้ชาย สามารถโยงเรื่องร้อยแปดพันเก้ามาเหมารวมกันได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรอ

 



 

 

 

“…”

 



 

 

 

“หึ…คำพูดพล่อยๆในตอนนั้น มันเป็นเพียงแค่ลมปากผู้ชายสินะคะ หึหึ น่าน้อยใจชะมัด คุณโกคุเดระโกหกฮารุ ฮารุไม่น่าหลงกลเชื่อคำพูดของคุณเลยค่ะ เชอะ…”

 



 

 

 

แล้วคนตัวเล็กก็มุ่ยหน้างอแงไปอีกทาง ประชดประชันผู้เป็นสามีตรงหน้าไม่ยอมหยุด จนชายหนุ่มผู้เป็นสามีที่ทนเงียบฟังเธอบ่นร่ายยาวมานาน ช้อนสายตามองหน้าภรรยากลับ ว่าเธอสามารถเพ้อเจ้อเป็นตุเป็นตะได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรอ แถมสรรพนามที่เรียกแต่นามสกุลของเขาอีก

 



 

 

 

โกคุเดระงั้นหรอ…หึ’

 



 

 

 

ตั้งแต่แต่งกันจนมีลูกมีเต้ามา ยัยตัวแสบแสนต๊องขี้งอนนี่ ไม่ได้เรียกเค้าด้วยนามสกุลมานานแค่ไหนกันแล้วนะ สงสัยท่าจะงอนจริงจังเลยแฮะ

 



 

 

 

ปวดหัวจริงๆ -_-^

 



 

 

 

“ทำไม…ถึงเรียกโกคุเดระเฉยๆ ห้วนๆ หืม…”

 



 

 

 

ชายหนุ่มพูดพลางหมุนตัวภรรยาให้หันหน้ากลับมาสบตากันกับเขา

 



 

 

 

“กะ ก็เรียกแต่นามสกุลไงล่ะคะ หึหึ เอาแบบห่างเหินกันไปเลย ในเมื่อกล้านอกใจฮารุ ไปคิดถึงคนอื่นเองนี่นา…” แล้วฮารุก็ตอบกลับพลางหน้ามุ่ยงอนตุ๊บป่องสามีอยู่เหมือนเดิม

 



 

 

 

“พูดไปเรื่อย…นอกใจอะไรกัน เรื่องสมัยเด็กๆ เค้าไม่นับกันหรอกหน่า…”

 



 

 

 

โกคุเดระตอบภรรยาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน พลางยกมือใหญ่ขึ้นมา บีบจมูกเล็กๆของฮารุเบาๆ ที่กำลังฟึดฟัดทำแก้มป่อง ด้วยความหมั่นไส้

 



 

 

 

“เด็ก เด็กขนาดไหนกันคะ ถึงต้องมาคิดถึงเอาตอนนี้น่ะ…” ฮารุเลิกคิ้วขึ้นมาถามสามีกลับ

 



 

 

 

“ตอน 5 ขวบ…”

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! ร้ายกาจ แก่แดดมากๆเลยค่ะ อายุแค่ 5 ขวบ ฮายาโตะก็มีความรักแล้วหรอคะเนี่ย น่าผิดหวังจริงๆ >_<” แล้วเธอก็ต่อว่าสามีโวยวายขึงขังขึ้นมารอบ

 



 

 

 

“หึ…ยัยบ๊อง 5 ขวบ ตอนนั้นใครจะไปเข้าใจว่า แต่งงานคืออะไรล่ะ ฉันก็สัญญามั่วซั่วไปหมดนั่นล่ะ ก็เด็กผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่า…ฉันน่ารักเองนี่หน่า และเธอยังบอกอีกว่า ‘ให้ฉันแต่งงานกับเธอ’ เพราะฉันคือรักแรกของเธอด้วย//”

 



 

 

 

ชายหนุ่มเริ่มโต้เถียง เล่าเรื่องในอดีตให้ภรรยาฟังอย่างขยายความให้ลึกซึ้งมากขึ้น เพราะภรรยาเขาเริ่มงี่เง่ามากขึ้นแล้ว เลยต้องดีเทลให้ละเอียดกว่าเดิมขึ้นมาหน่อย

 



 

 

 

ไม่งั้น…ก็จะกลายเป็นปัญหาครอบครัวทีหลังเอาได้ น่ารำคาญจริงๆ -_-^

 



 

 

 

แต่ก็หารู้ไม่…ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเล่าเรื่องความรักสมัยเด็กในอดีตออกมา เจ้าตัวก็ดันหน้าแดง หูแดง ประหม่าเคอะเขินเหตุการณ์ที่นึกถึง จนทำให้ฮารุที่กำลังจับผิด สังเกตพฤติกรรมสามีอยู่ เกิดอาการหึงหวงขึ้นมาอีกรอบทันที

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! ฮายาโตะบ้าๆ กล้ามาหน้าแดงกับผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่ฮารุได้ยังไงกันคะ ฮารุโกรธจริงๆแล้วนะ!!”

 



 

 

 

เธอพองลมที่แก้มขึ้นอย่างแง่งอนเป็นเชิงโกรธจัด ที่สามีเธอมีอาการเคอะเขินคนอื่นเกินเหตุ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมกอดของสามีตัวเอง ด้วยอารมณ์ไม่พอใจ

 



 

 

 

จนเผลอสะบัดตัวออก จนมือเล็กๆของเธอ เลยไปปัดเอาข้าวของบนชั้นวางหนังสือทางด้านหลัง ร่วงหล่นล้มตึงลงมา

 



 

 

 

“กึง!!!’”

 



 

 

 

“ฮาฮิ!!”

 



 

 

 

“งี่เง่าจนได้เรื่องนะยัยต๊อง…”

 



 

 

 

โกคุเดระบ่นอุ๊บและใช้นิ้วเคาะที่หน้าผากภรรยาสาวเบาๆหนึ่งทีเป็นการคาดโทษ ชายหนุ่มคลายวงแขนที่กอดรัดเอวภรรยาออก ก่อนจะก้มลงไปช่วยจัดการเก็บสิ่งของที่หล่นกระจัดกระจายไปเต็มพื้นห้อง

 



 

 

 

ทั้งหนังสือ กล่องใส่ดินสอ กล่องด้ายม้วนถักไหมพรม ม้วนอัลบั้มรูปภาพที่ปลิวว่อนกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องไปหมด ชายหนุ่มก้มเก็บภาพถ่ายที่หล่นอยู่กับพื้นขึ้นมาทีละรูป

 



 

 

 

ทีละรูป...

 



 

 

 

ก่อนจะเอะใจ…รูปภาพถ่ายใบหนึ่งในม้วนอัลบั้มรูปภาพของภรรยาสาว

 



 

 

 

โกคุเดระค่อยๆหยิบรูปนั้น ขึ้นมาพิจารณาดูใกล้ๆ

 



 

 

 

…รูปภาพถ่ายใบนี้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังถือไอศกรีมเจลาโต้ชูสองนิ้ว นั่งถ่ายรูปอยู่บนเรือกอนโดล่า

 



 

 

 

เด็กผู้หญิงคนนี้…ฉีกยิ้มกว้างใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนลายดอกไม้ เธอมีเรือนผมสีน้ำตาลประกายแดงนุ่มสลวย รวบมัดผมแกะหางม้าเอาไว้ทั้งสองข้าง

 



 

 

 

มะ ไม่ผิดแน่…เขาจำได้ดี

 



 

 

 

เด็กผู้หญิงในรูปถ่ายคนนี้…คือ ยัยต๊องโรคจิตที่มาขโมยจุ๊บแก้มเขาที่ปราสาท สมัยตอนเขายังอายุ 5 ขวบ

 



 

 

 

แต่ทำไมล่ะ…ทำไมเด็กคนนี้ ถึงได้มาอยู่ในรูปอัลบั้มที่บ้านของเขาได้

 



 

 

 

ก่อนจะหยุดความสงสัย…คิดเองเออเองไม่จบสิ้น หันหน้ากลับไปถามข้อมูลความจริงจากผู้เป็นภรรยา

 



 

 

 

“น่ะ นี่ยัยต๊อง…เด็กในรูปภาพคนนี้คือใครหรอ” เขาถามคนตัวเล็กขึ้นเสียงสั่น

 



 

 

 

“หืมมม ไหนคะ?” เธอพยุงตัวลุกขึ้นมาจากการก้มเก็บของ ก่อนจะหันมาดูรูปภาพใบหนึ่ง ที่สามีเธอมายื่นส่งมาให้

 



 

 

 

“อ่อ…เด็กคนนี้ คือฮารุเองล่ะค่ะ ฮารุในวัย 4-5 ขวบละมั้งคะ ถ้าจำไม่ผิด ดูไม่เหมือนตอนนี้เลยใช่มั้ยล่ะคะ ตอนนั้น…ฮารุตัวเล็กมากๆ แต่หัวโตและแก้มป่องมากเลยล่ะค่ะ เพราะชอบทานแต่ขนมหวาน แต่ก็ดูน่ารักดีใช่มั้ยละคะ อิอิ^^”

 



 

 

 

เธอหันมาตอบกลับผู้เป็นสามีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลางหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี เมื่อเห็นรูปภาพของตัวเองในสมัยเด็ก ที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วหลายปี

 



 

 

 

“ระ รูปนี้ถ่ายที่อิตาลีนิ เธอเคยไปที่อิตาลีมาก่อนด้วยงั้นหรอ…”

 



 

 

 

โกคุเดระเริ่มถามข้อมูลฮารุอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ สีหน้าและแววตาเริ่มตื่นตระหนก ว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาเพิ่งคิดเล่นๆขึ้นมาจริงๆก่อนหน้านี้น่ะหรอ

 



 

 

 

มันจะใช่แน่หรอ…

 



 

 

 

“เอ่อ…ฮาฮิ!! ชะ ใช่มั้งคะ” เธอตอบกลับสามีแล้วพิจารณารูปถ่ายดูอีกครั้ง

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“…อืมมม น่าจะเป็นที่อิตาลีแหละค่ะ ถ้าดูจากวิวด้านหลัง สีของแม่น้ำเขียวสวยแบบนี้ รู้สึกจะเป็นที่ทะเลสาบเวนิเทียนะคะ แต่ตอนนั้น…ฮารุก็ยังเด็กมาก จำรายละเอียดอะไรต่างๆมากไม่ได้เหมือนกันค่ะ”

เธอพลางนึกก่อนจะร่ายยาวให้สามีเธอฟัง ก่อนจะพิจารณารูปภาพถ่ายในมือไปด้วย

 



 

 

 

“ถ้าจำไม่ผิด…ตอนนั้นคุณพ่อของฮารุ ต้องไปทำงานวิจัยและร่วมงานเลี้ยงฉลองกับผู้ว่าจ้างที่อิตาลีค่ะ เป็นนายจ้างที่ได้มีโอกาสร่วมงานกันมายาวนานหลายปี…” เธอว่าต่อ

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“…ฮารุก็เลยได้มีโอกาสไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ในช่วงนั้นพอดีน่ะค่ะ อ่อ…และตอนนั้นฮารุ ก็ได้พักอยู่ที่ปราสาทหลังใหญ่ สุดอลังการเลิศหรูด้วยนะคะ อเมซิ่งสุดๆเลยล่ะค่า^^”

เธอเล่าอย่างยิ้มแย้ม ทันทีที่ภาพเหตุการณ์ในอดีตค่อยๆหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น

 



 

 

 

“…บรรยากาศตอนนั้น เหมือนฮารุหลุดเข้าไปในหนังเทพนิยายเลยล่ะค่ะ ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงในปราสาทแสนสวย แต่ว่านะคะ…ถึงปราสาทที่นั่นจะสวยงามใหญ่โตหรูหรา แต่บรรยากาศก็ดูเงียบเหงาวังเวงมากเลยล่ะค่ะ ฮารุไม่มีเพื่อนเลยสักคน แถมคนที่นั่น…ก็พูดกันแต่ภาษาอิตาลีเป็นหลักด้วยค่ะ ฮารุลำบากเอามากๆเลยในตอนนั้น”

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“แถมคุณพ่อก็ยุ่งงานวิจัยแทบทุกวัน เกือบจะไม่ได้พาฮารุและคุณแม่ไปเที่ยวต่อด้วยซ้ำ ดีนะ…ที่วันสุดท้ายได้ไปนั่งเรือกอนโดล่ากัน ฮารุก็เลยได้กินไอศกรีมเจลาโต้ที่เป็นของขึ้นชื่อที่ประเทศอิตาลีก่อนจะกลับมาที่ญี่ปุ่นด้วยค่ะ^^”

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“แต่น่าเสียดายนะคะ ที่ตอนนั้น…บ้านของฮารุไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรไปมาก ทริปนั้นทั้งทริปฮารุก็เลยมีแค่รูปถ่ายใบเดียว ที่คนพายเรือนำเที่ยวเขาถ่ายให้เป็นที่ระลึกให้ เค้าว่าฮารุเป็นเด็กน่ารักดีน่ะค่ะ ก็เลยถ่ายให้^^…”

 



 

 

 

ฮารุหัวเราะร่า ทันทีที่เรื่องในอดีตจากรูปถ่ายของเธอค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่ขาดสาย เหมือนกับมีภาพฟิล์มย้อนเรื่องราวแห่งอดีต ฉายรีรันซ้ำขึ้นในหัวของเธอ

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

โกคุเดระนิ่งเงียบ รู้สึกช็อกจนพูดอะไรไม่ออก เรื่องเล่าในอดีตที่ฮารุได้ถ่ายทอดออกมาตั้งแต่ต้นทั้งหมด มันยิ่งทำให้เขาเริ่มมั่นใจว่าใช่เธอยิ่งกว่าเก่า

อะไร…มันจะเป็นบังเอิญถึงขนาดนั้นกัน ผ่านไป 20 กว่าปี

ยัยต๊องกับเขา เราเคยเจอกันมาก่อนงั้นหรอ

เราสองคนเคยเป็นรักแรกของกัน

จนโคจรมาพบกันอีกครั้งจริงๆน่ะหรอ…

 



 

 

 

“เอ๊ะ…จะว่าไป ตอน 5 ขวบ ฮารุก็มีป้อปปี้เลิฟเหมือนกันนะคะ ฮ่าๆ น่าอายจัง ฮารุนี่บ้ามาก เอาแต่…ต่อว่าแต่ฮายาโตะว่าไวไฟแก่แดด ทั้งที่ฮารุเองก็แทบไม่ต่างกันเลย คุณอยากจะลองฟังดูบ้างมั้ยล่ะคะ^^…”

 



 

 

 

แล้วฮารุก็เกาแก้มแก้เขินหัวเราะคิกคักขึ้นมาทันที ที่เหมือนนึกเหตุการณ์อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบางอย่างออก ก่อนจะเริ่มต้นสาธยายเล่าเรื่องราวความรักของเธอสมัยเด็กอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่รอฟังคำตอบจากสามีของเธอเลยว่าสนใจจะฟังต่อหรือไม่

 



 

 

 

“…เป็นเฟิร์สเลิฟที่อิตาลีนั่นล่ะค่ะ ฮ่าๆ มานึกเอาตอนนี้แล้ว สรุปคุณสึนะ…ก็ไม่ใช่รักแรกของฮารุหรอกนะคะ แต่เฟิร์สเลิฟของฮารุจริงๆ เป็นเด็กผู้ชายคนนั้นที่อิตาลีต่างหากค่ะ…^^”

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“…เด็กผู้ชายคนนั้น เขาเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักมากเลยล่ะค่ะ คล้ายๆกับฮารุโตะลูกชายของเราเลย แก้มเขาขาวใสเนียนนุ่ม ผิวเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิง เขาใส่ชุดสูทเด็กมินิไซน์สุดหรูราคาแพง ที่ถูกคัดสรรตัดเย็บมาด้วยความปราณีตจากผ้าคุณภาพเกรดดี

 



 

 

 

เขามีเรือนผมสีบลอนด์เงิน และก็นัยน์ตาใสแวววาวสีเขียวมรกตเหมือนกับน้ำทะเล เอ๊ะ…พอมองแบบนี้แล้ว ดวงตาของเด็กชายคนนั้น ก็คล้ายกับฮายาโตะมากเลยล่ะค่ะ ฮ่าๆ บังเอิญจัง

 



 

 

 

แต่เด็กผู้ชายคนนั้น…เค้าเล่นเปียโนด้วยแหละค่ะ แถมยังเล่นเก่งเอามากๆด้วย มีแต่คนทึ่งในความสามารถของเขาที่อัจฉริยะเกินตัว เด็กคนนั้นพูดได้ถึง 5 ภาษา และก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้ชัดมากๆ เค้าเป็นคนเดียวที่ทำให้ฮารุไม่เหงา ระหว่างที่อยู่ที่นั่น เค้าเคยสอนฮารุเล่นเปียโนด้วยนะคะ ตอนนั้นสนุกมากๆเลยล่ะค่ะ แต่ทุกวันนี้…ฮารุก็ลืมไปหมดแล้ว พอไม่มีใครสอนให้ต่อ ก็เล่นไม่เป็นแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ^^”

 



 

 

 

เธอเล่าย้อนออกมาด้วยสีหน้าดีใจมีความสุขยิ้มกว้างอย่างหยุดไม่อยู่ พอนึกย้อนถึงช่วงเวลาของความทรงจำแสนพิเศษในตอนนั้น เธอรู้สึกมีความสุขมากมายจริงๆ

 



 

 

 

“วันนั้น…หลังจากที่สัญญาเกี่ยวก้อยกันว่า ฮารุจะเป็นเจ้าสาวของเขาในอนาคตตอนโต เด็กผู้ชายคนนั้น เขาก็หน้าแดง เขินอายฮารุใหญ่เลยค่ะ เขาอายฮารุจนหันหน้าหนีไปดีดเปียโนแก้เขินแทน

 



 

 

 

บทเพลงที่เด็กชายบรรเลงในตอนนั้น…ฮารุยังคงจำได้และประทับใจไม่รู้ลืม เป็นบทเพลงไพเราะคลาสสิค ที่ฟังแล้วเพราะเอามากๆ แม้ฮารุจะฟังความหมายไม่ออกเลยด้วยซ้ำ แต่รู้ว่าเพราะมากจริงๆค่ะ^^

 



 

 

 

มานึกเอาตอนนี้…เหตุการณ์ในสมัยเด็กตอนนั้น แอบโรแมนติกน่าดูเลยนะคะ แถมฮารุเองก็ตอบแทนเค้าด้วยการวาดลวดลาย แสดงบัลเล่ต์เต้นประกอบเพลงที่เด็กชายคนนั้นบรรเลงโชว์อีกด้วย เด็กผู้ชายคนนั้น เค้าดูตกตะลึง พลางเขินอาย ก้มหน้าก้มตาเขินอายฮารุใหญ่เลยค่ะ ฮ่าๆ

 



 

 

 

สงสัยเขาจะหลงเสน่ห์ฮารุวัย 5 ขวบ อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้วแน่ๆ เราอยู่เล่นด้วยกันหลายวัน ซึ่งมีความสุขมากๆ วันเวลาเลยผ่านไปรวดเร็ว เราเล่นกันอยู่ที่ปราสาทนานถึง 6 วัน ฮารุได้ทำกิจกรรมแปลกใหม่มากมายด้วยกันกับเขาที่ปราสาท 

ช่วงเวลาในตอนนั้น ก็เลยแทบจะไม่รู้สึกเหงาหรือไม่มีความเบื่อสักนิดเลยล่ะค่ะ

แต่น่าเสียดาย เราก็ลาจากกันในวันที่ 7 ต่อทันที เพราะคุณพ่อจะพาฮารุไปเที่ยวต่อที่อิตาลีตามสัญญาที่ให้ไว้ ก่อนจะเดินทางกลับมาที่ญี่ปุ่น

 



 

 

 

นึกแล้วก็เสียดาย…ตอนนั้นจริงๆค่ะ ฮารุไม่ได้มีโอกาสถามชื่อแซ่ของเด็กผู้ชายคนนั้นเอาไว้เลยค่ะ มัวแต่เล่นโต้เถียงกันไปมาตลอดจนลืมเรื่องนี้ไป แถมยังแทนตัวกันด้วยสรรพนามว่านายกับฉันอย่างเดียว เลยทำให้ไม่รู้เลยว่า ชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของเด็กผู้ชายคนนั้น คืออะไรค่ะ และเขาก็ไม่น่าจะรู้จักชื่อฮารุด้วยเหมือนกัน เพราะฮารุก็ไม่เคยบอก

 



 

 

 

แต่เรื่องทั้งหมด…มันก็นานมากแล้วล่ะค่ะ ตั้งแต่สมัย 5 ขวบ ผ่านมาจะเป็นยี่สิบปีได้แล้ว ป่านนี้…เด็กผู้ชายคนนั้น เค้าคงจะแต่งงานกับผู้หญิงอิตาลี จนมีครอบครัวลูกหลานเต็มปราสาทไปหมดแล้วแน่ๆ เลยค่ะ ^O^//”

 



 

 

 

สาวน้อยร่ายยาวเรื่องราวความรักในอดีตมายาวนานด้วยใบหน้าขึ้นสีระเรื่อจางๆ พอเล่าถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่องก็มิวายอายม้วนเขินไปกันใหญ่

 



 

 

 

“ตอนนั้นก็น่าเสียดาย ที่ฮารุไม่ได้มีโอกาสร่ำลาเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นเรื่องเป็นราวเลยค่ะ เพราะคิดว่ายังไง ก็คงจะได้เจอกันอีกเรื่อยๆอยู่ทุกปีแน่ เพราะคุณพ่อของฮารุยังคงทำงานอยู่กับคุณพ่อของเขาอยู่

 



 

 

 

แต่แล้วหลังจากนั้น…ฮารุก็ไม่เคยได้กลับไปที่ไปอิตาลีอีกเลยล่ะค่ะ สองปีให้หลังจากนั้น…เหมือนนายทุนหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เคยว่าจ้างงานคุณพ่อ เหมือนเขามีปัญหาใหญ่หลวงในองค์กร โปรเจ็กทุกอย่างที่เคยมี เคยทำร่วมกันมาตลอด พลันยกเลิกแผนการทิ้งระยะยาวทั้งหมด โครงการสำคัญต่างๆก็ยุติ

 



 

 

 

สุดท้ายคุณพ่อก็เลยขาดการติดต่อกับทางนั้นไป ฮารุก็พลอยไม่ได้พบเจอเด็กคนนั้น หรือได้ข่าวคราวของเขาอีกเลยเป็นเรื่องเป็นราว เพราะอยู่กันคนละซีกโลก น่าเสียดายเหมือนกันค่ะ ที่ความรู้สึกดีๆในตอนนั้น



 

กลายเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของความทรงจำดีๆสีจางๆในช่วงชีวิตหนึ่ง



 

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องสมัยเด็กแบบนั้น…เผลอๆเด็กผู้ชายคนนั้น คงจะลืมไปหมดแล้วล่ะค่ะ คงมีแต่ฮารุที่ยังจำมันได้อยู่ แต่ก็หลงลืมไปบ้างบางส่วนแล้ว



 

แล้วก็อีกอย่างนะคะ…



 

จะไม่ว่ารักครั้งแรกหรือรักครั้งไหน…



 

ก็ไม่สู้รักปัจจุบันของฮารุที่มีต่อฮายาโตะหรอกค่ะ…



 

ฮายาโตะของฮารุทั้งแสนดี ทั้งหล่อเหลา มาดแมนแสนเท่ซ์ แถมยังเซ็กซี่ขยี้ใจฮารุสุดๆขนาดนี้ ฮารุจะไปรักใครมากกว่าฮายาโตะได้ยังไงกันล่ะคะ^^//”

 



 

 

 

แล้วเธอก็หัวเราะคิกคัก จบเรื่องเล่าด้วยการเป็นฝ่ายเข้าไปออดอ้อนสามี ที่ยืนแข็งทื่อฟังเธอเล่าสาธยาย เรื่องราวความรักในอดีต

 



 

 

 

ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็น สีหน้าท่าทางแปลกประหลาดตื่นตระหนกของสามีของเธอ ที่ตอนนี้เขาเบิกตาโตค้าง อึ้งๆ นิ่งเงียบ ไม่หือไม่อืออะไรเธอออกมาเลยสักอย่าง

 



 

 

 

“ฮาฮิ! ฮายาโตะ เป็นอะไรหรอคะ ทำไมทำหน้าตาแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น…”

 



 

 

 

ฮารุคลายอ้อมกอดที่เข้าไปออดอ้อนสามีในตอนแรก พลางยกมือขึ้นมาเขย่าตัวสามีเธอแรงๆทันที ที่เขานั้นดูช็อกค้าง นิ่งเงียบไปนานผิดปกติ จนเธอเริ่มรู้สึกตกใจ

 



 

 

 

“ฮายาโตะคะ..”

 



 

 

 

“….”

 



 

 

 

“ฮายาโตะ!”

 



 

 

 

ฮารุรีบเอามือไปประคองหน้าสามีเธอขึ้นมา พร้อมกับตบแก้มสามีเบาๆ เป็นเชิงเรียกสติเขาด้วยความเป็นห่วง เธอสับสนงุนงง ไม่เข้าใจ ว่าสามีของเธอจู่ๆเป็นอะไร อาการของเขาช็อกค้างนิ่งไป จนตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

 



 

 

 

“ฮายาโตะคะ…”

 



 

 

 

“ฮารุ…”

 



 

 

 

ชายหนุ่มที่ได้สติขึ้นมาเล็กน้อย จากการโดนภรรยาตบแก้มเรียกดึงสติเมื่อครู่ เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากันกับเธอ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดอะไรออกมาได้

 



 

 

 

“ฮายาโตะ เป็นอะไรน่ะคะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ฮารุเขารีบจับหน้าจับตาสามีเธอทันทีเพื่อเช็คอาการ เธอรู้สึกเป็นกังวล พลางตื่นตกใจที่สามีของเธอตอนนี้ มีอาการระส่ำระส่ายแปลกๆ

 



 

 

 

“ปะ เปล่า ฉะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร//” โกคุเดระตอบกลับเสียงสั่น ก่อนจะรวบมือของภรรยาตัวเองไว้แน่น ไม่ให้เธอตื่นตกใจไปมากกว่านี้

 



 

 

 

“ฮายาโตะคะ เกิดอะไรขึ้น สีหน้าคุณดูไม่ดีเลยค่ะ หน้าแดง หูแดงมาก เหมือนตัวจะร้อนเลยนะคะ ฮารุว่า ฮารุไปเอาปรอทมาวัดไข้คุณก่อนดีกว่าค่ะ…”

และฮารุก็ดึงมือที่สามีกุมเธอไว้ ชักกลับดึงออกไป ก่อนจะรีบหมุนตัวออกไปหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมาตรวจวัดไข้สามีของเธอ

 



 

 

 

“กะ ก็บอกว่าไม่เป็นอะไรไงเล่า…//”

 



 

 

 

“…ไม่เป็นได้ยังไงคะ เดี๋ยวก็หน้าซีด เดี๋ยวก็หน้าแดง อาการแปลกๆเหมือนจะมีไข้เลยค่ะ ฮารุว่าฮายาโตะไปหาคุณหมอดีกว่าค่ะ ฮารุเริ่มไม่ค่อยสบายใจแล้ว…”

แล้วฮารุก็จะรีบทำการสะบัดข้อมือออกจากผู้เป็นสามีอีกครั้ง เพราะเธอเริ่มจะกังวลมากขึ้นแล้ว

 



 

 

 

“กะ ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไงยัยต๊อง…///”

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! ไม่ได้เป็นอะไรได้ยังไงล่ะค่ะ ก็เมื่อกี้น่ะ…อุ๊บ!!”

 



 

 

 

“อื้อ~”

 



 

 

 

เสียงใสที่กำลังโวยวายต่อล้อต่อเถียงสามีอยู่เมื่อกี้ ก็ถูกริมฝีปากร้อนของคนตรงหน้าประกบเข้าให้อย่างแรง จนเธอเบิกตาค้างตกใจ

 



 

 

 

ว่าจู่ๆ ทำไมสามีของเธอก็เข้ามาจู่โจมเธอแบบไม่ทันตั้งได้ตัว ฮารุส่งเสียงร้องอู้อี้ในโพลงปากของสามีอย่างขัดขืน พยายามที่จะดื้อดึง ผลักไสและถอนจูบเพื่อมาคุยกันก่อน

 



 

 

 

แต่ชายหนุ่มผู้เป็นสามีก็หาได้ยินยอมให้เธอได้ทำตามใจไม่ เขาไม่ต้องการจะอธิบายอะไร แต่อยากถ่ายทอดส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดของเขา ผ่านรสจูบที่จะทำให้เธอไม่รู้ลืมเขาแทนคำตอบ

โกคุเดระใช้แขนรวบร่างเล็กภรรยาสาวเข้ามาแนบชิดตัวมากขึ้น ก่อนจะบรรจงดื่มด่ำ ละเลียดริมฝีปากบางเล็กของเธอให้แนบชิดลึกซึ้งมากขึ้น  ด้วยรสสัมผัสที่อบอุ่นและอ้อยอิ่ง เหมือนเทียนไขที่ค่อยๆหลอมละลายไปอย่างช้าๆ

 



 

 

 

เนิ่นนาน…จนสาวน้อยเลิกขัดขืนและโอนอ่อน ผู้เป็นสามีเว้นจังหวะให้เธอได้มีโอกาสผ่อนลมหายใจออกบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยอมละริมฝีปากออกไปเธอนาน ฮารุปล่อยให้ผู้เป็นสามี ได้กระทำตามใจรุกล้ำเธอมากขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนโกคุเดระหรี่ตา เผลอยกยิ้มร้ายกาจออกมาอย่างพึงพอใจ ที่สามารถกำราบภรรยาแสนต๊องจอมผยศตัวแสบได้อย่างอยู่มัด

 



 

 

 

ชายหนุ่มค่อยๆละเมียด บรรจงดื่มด่ำปลุกเร้าอารมณ์ของภรรยาสาวตรงหน้า ด้วยความปรารถนาแรงกล้า ที่เริ่มก่อตัวสูงขึ้นยิ่งกว่าเก่า



 

ตอนนี้เขานั้น…หลงรักเธอมากขึ้นกว่าเดิม นับวันก็มีแต่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยถอยน้อยลงเลยสักวัน

 



 

 

 

ขอบคุณนะฮารุ…

 



 

 

 

ขอบคุณที่ฉันเป็นรักแรกของเธอ…

 



 

 

 

และขอบคุณที่เธอก็เป็นรักแรกของฉัน…



 

 

“อื้อ~”

 



 

 

 

ลิ้นร้อนค่อยๆแทรกลึกซึมเข้าไป ในบางปากของสาวน้อยตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ความรักที่ท่วมท้น ความปรารถนาที่เขามีต่อเธอทั้งหมดมาเนิ่นนาน ค่อยๆส่งผ่าน รสสัมผัสที่หวาบหวามและแผดเผา พร้อมหลอมละลายเธอมากขึ้นไปเรื่อยๆ



 

โกคุเดระเริ่มใช้มือหนาค่อยๆเลิกเสื้อไหมพรมตัวนิ่มของฮารุขึ้นมา ก่อนจะเริ่มไล้มือไปที่ปลดตะขอกางเกงขาสั้นตัวน้อยด้านใน ให้เลื่อนหลุดออกมา



 

แอ๊ดดดดดดดดดดดด

 

.



 



 

.



 



 

.

 

 

 

 

 

“อ้ะ!! ทำอะไรกันอยู่ครับ!!!”

 



 

 

 

“ฮารุโตะ!!/ฮารุโตะ!!”

 



 

 

 

“คุณพ่อ!!! ถอยออกมาเลยนะครับ!! ผมเผลอทีไรชอบแอบจุ๊บคุณแม่อยู่เรื่อยเลย!!”

 



 

 

 

แล้วเด็กน้อย ก็วิ่งตรงปี่ผ่าเข้ามาแยกคนทั้งคู่ ที่กำลังกอดรัดฟัดจูบกันอย่างนัวเนีย ซึ่งในไม่กี่อึดใจ…ก็กำลังจะเข้าสู่กิจกรรมคู่รักกันตามประสาสามีภรรยาในไม่ช้าด้วย

 



 

 

 

“ยัยบ้าเอ้ย…ทำไมถึงไม่ล็อคประตูห้องก่อนเข้ามา!!///” คนถูกขัดอารมณ์ถึงกับหัวเสีย เหวภรรยาสาวขึ้นทันที พลางเลิกลั่กหน้าแดงที่ถูกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเข้ามาจับผิด

 



 

 

 

“กะ ก็แหม ก็ฮารุไม่ได้ตั้งใจมาทำเรื่องอย่างว่าเลยนี่คะ ฮารุแค่เข้ามาหาคุณเฉยๆ เห็นว่าหายไปนาน ใครจะไปคิดล่ะคะ ว่าจะลงเอยแบบนี้…>_<///”

 



 

 

 

คนตัวเล็กก็เถียงตอบกลับสามี พลางเริ่มจัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดหลุ่ย จาการถูกสามีปลดเปลื้อง ให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อถูกลูกชายตัวเล็กเข้ามาสวมกอด ด้วยความหึงหวงไม่พอใจสามีของเธอขั้นรุนแรง

 



 

 

 

“ฮารุโตะ…เห็นว่าเพิ่งหลับไปไม่ใช่เหรอ ทำไมตื่นเร็วจังครับ ไปนอนต่อมั้ย ป่ะ…เดี๋ยวพ่อกล่อมเองครับ^^:;//” โกคุเดระค่อยๆหันมาทักทายลูกชายด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆขึ้นทันที

 



 

 

 

“ไม่ครับ…ผมไม่ง่วงแล้ว ผมจะอยู่กับคูมแม่! คูมแม่ครับจุ๊บๆผมหน่อย…” แล้วเด็กชายร่างน้อยก็เหวเถียงคุณพ่อของตัวเองเสียงแข็ง เพื่อปฎิเสธความต้องการอย่างไม่สนใจ ก่อนจะหันหน้าเข้าไปออดอ้อนผู้เป็นแม่ต่อทันที พร้อมกับทำปากจู๋ยื่นหน้าเข้าไปหา

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! ดะ ได้สิคะ จุ๊บๆกันนะ ฮารุโตะเป็นเด็กดี คุณแม่จะคิสทฮารุโตะทุกวันเลย ดีมั้ยครับ…//”

 



 

 

 

ว่าจบผู้เป็นแม่ ก็ก้มหน้าลงไปจุ๊บกับลูกชายคนเล็กขี้อ้อนอย่างตามใจ เพื่อแก้สถานการณ์ที่ถูกผู้เป็นลูกบุกรุกเข้ามาอย่างเก้อเขิน

 

 

ลูกชายคนเล็กเธอคนนี้…หน้าตาน่ารักขี้อ้อน มีเรือนผมสีน้ำตาลแดงเหมือนกันกับเธอ ซึ่งเธอดีใจมากๆทันทีที่ได้พบหน้ากัน แต่ทว่า…มีเพียงแค่เส้นผมเพียงเท่านั้นที่ได้ยีนส์เด่นของเธอมา

แต่ทางด้านหน้าตา ลูกชายเธอละหม้ายคล้ายคลึงสามีของเธอ อย่างกับถูกโคลนนิ่งกันออกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสีมรกตสดใสทรงเสน่ห์ ผิวพรรณผุดผ่องนวลเนียน หล่อเหลา สง่างามเหมือนกับสามีของเธอ จนเธอแอบภูมิใจในยีนส์พันธุ์กรรมโดดเด่น ที่พระเจ้านั้นได้ประทานพรปลุกปั้นสร้างมาให้เป็นอย่างดี

 



 

 

 

ผู้เป็นพ่อได้แต่มองดูแม่ลูก แสดงความรักต่อกันตามประสาอย่างขัดอกขัดใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการแอบลอบมองดู

ก็นั่น…มันลูกชายในไส้ของเค้าเองนี่นะ บรรจงผลิตปั้นทำมาเองกับมือ จะไปห้ามอะไรได้ -_-^//

 



 

 

 

รู้สึกว่า…เจ้าลูกชายคนนี้ จะติดฮารุเกินไปมาก เวลาที่เขากับฮารุสนิทกันตามประสาสามีภรรยาทีไร เจ้าตัวน้อยตัวป่วนแสนวุ่นวาย ลูกชายตัวแสบของเขา ก็มักจะเข้ามาขวางคอขัดใจเขาได้ตลอดทุกที -_-^//

 



 

 

 

“ผมไม่อยากจุ๊บแบบนี้อีกแล้วครับ…” เด็กน้อยว่าพลางส่ายหน้า แสดงสีหน้าไม่ได้ดั่งใจทันทีที่ผู้เป็นแม่จุมพิตเบาๆจบ

 



 

 

 

“เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงคะ ไม่จุ๊บแบบนี้ แล้วลูกจะจุ๊บแบบไหนละครับ…” ฮารุมึนงงที่จู่ๆลูกชายเธอ ก็แสดงท่าทีต่อต้านขึ้นมา

 



 

 

 

“…เอาแบบที่คูมแม่จุ๊บคูมพ่อเมื่อกี้นี้น่ะครับ ผมเห็นหลายทีแล้ว เอาแบบใช้ลิ้นกันด้วย…สอนผมทีสิครับ!!”

 



 

 

 

“ฮาฮิ!!!!/เฮ้ยยยย!!!!”



 

สองสามีภรรยาร้องตะโกนเบิกตาลุกวาว ไม่รู้ว่าเขาสองคนแสดงความรักกันบ่อยเกินไปมากแค่ไหน ลูกถึงได้มีภาพจำแบบนี้ขึ้นมาซะได้ -_-:;//

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! ตะ ต่อไปนี้ ต้องระมัดระวังตัวกว่านี้แล้วล่ะค่ะ ลูกเป็นวัยกำลังจำและกำลังเรียนรู้ด้วย ฉะนั้น…อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าลูกอีกนะคะฮายาโตะ!!//”

คุณแม่วัยใสร้องเหวตะกุกตะกักเขินอาย ขึ้นมาเอ็ดดุสามีของเธอเล็กน้อย ที่เขานั้น…ชอบเผลอทำอะไรประเจิดประเจ้อแสดงความรักเร่าร้อนกับเธอ จนลูกเผลอเกิดภาพจำติดตา เช่น เหตุการณ์เมื่อตะกี้ >_<///

 



 

 

 

“ชิส์…//”

 



 

 

 

คุณพ่อเกิดอาการหัวเสียหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ขั้นรุนแรง ปกติ…เค้าก็หาจังหวะคลอเคลียภรรยาสาวลำบากพอตัวอยู่แล้ว เนื่องจากลูกชายติดฮารุที่เป็นแม่มากอย่างรุนแรง นี่เขายังต้องมาคอยระวังเพิ่มเติมมากขึ้นไปอีก 

ปวดหัวจริงๆเลย ให้ตาย -_-^//

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! จะ จุ๊บแบบนั้น…ไว้ฮารุโตะโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อเมื่อไหร่ ไว้ค่อยไปทำกับเจ้าสาวในอนาคตนะครับ ตอนนี้…จุ๊บแบบนั้น เด็กยังทำไม่ได้ เข้าใจมั้ยครับลูก^^:;//” ฮารุพยายามที่จะอธิบายแก้สถานการณ์กับลูกชายของเธอ

 



 

 

 

“ไม่ครับ! ผมจะไม่ทำกับใคร ผมจะทำกับคุณแม่แค่คนเดียว แล้วผมก็ไม่แต่งงานกับใครคนไหนด้วย ผมจะให้คุณแม่เป็นเจ้าสาวของผมคนเดียวเท่านั้นครับ ^O^” เด็กน้อยว่าด้วยเสียงใสเริงร่า



 

“ฮาฮิ!!///”

 



 

 

 

…ไม่รู้ว่าไปจำความคิดคลั่งรักขนาดนี้จากที่ไหนมา เด็กหนอเด็ก…นี่มันจะติดภรรยาเค้าหนักเกินไปหน่อยแล้ว ไอ้เจ้าลูกชายตัวแสบ หัดพูดจาแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่…แอบรู้สึกไม่พอใจลูกตัวเองขึ้นมาเลยแฮะ -_-^//



 

สงสัยเขาที่เป็นพ่อบังเกิดเกล้า เห็นทีจะต้องแก้สถานการณ์ให้ถูกต้องขึ้นสักหน่อย…

 



 

 

 

“ไม่ได้ครับลูกชาย ลูกจะแต่งกับใครก็ได้ แต่แต่งกับคูมแม่ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ คูมแม่เป็นของคูมพ่อคนเดียวเท่านั้นครับลูก เข้าใจมั้ย ไปๆไปเราออกเล่นข้างนอกกันดีกว่า…”

 



 

 

 

ว่าจบร่างสูงของโกคุเดระ ก็เข้ามาแกะมือเหนียวหนึบของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนออกจากภรรยาสาวตรงหน้าทันที

 



 

 

 

“ไม่ ไม่ ผมจะอยู่กับคูมแม่ ผมจะจุ๊บคูมแม่ คุณพ่อปล่อยผมนะครับ ผมจะอยู่กับคูมแม่ แงงงงงง”

 



 

 

 

แล้วเด็กชายในอ้อมกอดของพ่อ ก็ร้องไห้โยเยเสียงดัง มองตามคุณแม่แสนรักด้วยสายตาห่วงหาอาลัยอาวรณ์อย่างหนัก ที่ถูกผู้เป็นพ่อพลัดพรากดึงจากมา



 

“แง!!”



 

“แงงงงงงงงงงง!!”

 

 

“ไม่ดื้อนะครับฮารุโตะ คูมพ่อ มีชุดตัวต่อเลโก้เรือดำน้ำขนาดใหญ่พิเศษ ที่แอบสั่งมาให้ฮารุโตะฝึกต่อด้วยนะครับ^^”

 



 

 

 

“…หะ หา จริงหรอครับ”

 



 

 

 

 

แล้วเด็กน้อยที่ร้องไห้แหกปากเมื่อครู่ ก็พลันเงียบเสียงลงทันที ก่อนจะหันหน้าไปให้ความสนใจผู้เป็นพ่อมากขึ้น เพราะเด็กน้อยชื่นชอบการต่อเลโก้เอามากๆ มันเป็นของเล่นที่ทำให้เขานั้นได้ฝึกทักษะ ได้ฝึกกระบวนการทางความคิดอย่างสนุกทุกครั้ง ที่ได้ร่วมต่อกับคุณพ่อและคุณแม่ของเขา

 

 

“ครับ…คุณพ่อแอบซื้อไว้ให้ฮารุโตะนานแล้วล่ะครับ ความจริงกะไว้ว่าจะให้เป็นของขวัญวันเกิดของฮารุโตะ ครบอายุ 4 ขวบ แต่คุณพ่อเปลี่ยนใจแล้ว คุณพ่อให้ฮารุโตะต่อตอนนี้เลยดีมั้ยครับ ถ้าฮารุโตะเป็นเด็กดี และเชื่อฟังคุณพ่อ ไม่ไปงอแงกับคุณแม่…”

 



 

 

 

ผู้เป็นพ่อว่าด้วยรอยยิ้ม ที่ลูกชายตัวแสบกำลังจะติดกับดักที่เขาวางไว้ ด้วยของล่อตาล่อใจ

 



 

 

 

“ดีครับๆ ผมจะไม่ดื้อครับ ผมจะเชื่อฟังคูมพ่อทุกอย่าง คูมพ่อจะช่วยผมต่อด้วยใช่มั้ยครับ…”

 



 

 

 

แล้วเด็กน้อยก็เริ่มออดอ้อนด้วยสายตาเป็นประกาย

 



 

 

 

“ใช่ครับ…คุณพ่อจะช่วยต่อเอง ฮารุโตะต้องตั้งใจต่อให้เสร็จนะครับ ต้องตั้งใจทำมากๆด้วยนะครับ ต่อเสร็จแล้ว…เราค่อยเอาไปให้คุณแม่ดูเป็นการเซอร์ไพรส์ คุณแม่ต้องดีใจมากแน่ๆที่ฮารุโตะเป็นคนต่อเสร็จเอง ดีมั้ยล่ะครับ…”

 



 

 

 

ผู้เป็นพ่อว่าพลางขยิบตากระซิบบอกลูกชาย ด้วยรอยยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์

 



 

 

 

“ดีครับ ผมอยากทำให้คุณแม่ดีใจ ฮารุโตะชอบรอยยิ้มของคุณแม่ที่สุด ถ้าคุณแม่ชอบ ฮารุโตะจะตั้งใจต่อให้เสร็จเร็วๆเลยล่ะครับ^^” ลูกชายว่าด้วยรอยยิ้มดีใจตื่นเต้นอย่างหยุดไม่อยู่

 



 

 

 

“ดีมากครับ ระหว่างที่ตั้งใจต่ออยู่ ก็ห้ามหนีมาอ้อน มารบกวนคุณแม่เด็ดขาดเลยนะครับ เดี๋ยวต่อไม่เสร็จ คุณแม่เสียใจแย่เลย เข้าใจมั้ยครับ…” ผู้เป็นพ่อว่าต่อ พลางดักทางลูกชายอย่างเสร็จสรรพ

 



 

 

 

“ครับคูมพ่อ ผมจะไม่งอแง ไม่อ้อนและจะขยันต่อให้เสร็จเร็วๆเลยล่ะครับ^^//”

 



 

 

 

“เยี่ยมมากครับลูกชาย ไหนมาชกกำปั้นไฮไฟว์กับคุณพ่อที…”

 

 

“ฟึ่บ!/ฟึ่บ!”

 

 

ว่าจบคุณพ่อก็ยกกำปั้นขึ้นมา ชกชนกันเบาๆกับลูกชายตัวน้อย เพื่อเป็นการทำสัญญาข้อตกลงระหว่างลูกผู้ชายกัน ก่อนจะจัดการอุ้มลูกชายที่โอนอ่อนต่อเขาแล้ว ออกไปนอกห้องนอน

 



 

 

 

จนผู้เป็นภรรยาและคุณแม่ลูกสอง ได้แต่อมยิ้มลอบมอง ดูความน่ารักคุยกันกระหนุงกระหนิงของสองพ่อลูก ที่เขาสามารถจัดการควบคุมพฤติกรรมลูก ได้อย่างเยี่ยมยอดไม่มีที่ติเลยสักนิด

 



 

 

 

เพราะตอนแรก หลังจากแต่งงานมีลูกคนแรกกัน เธอก็กังวล…ว่าโกคุเดระสามีแสนเจ้าอารมณ์ของเธอ จะอาศัยอยู่กับเด็กไหวมั้ย ดูจากพฤติกรรมที่เคยฟัดกับแรมโบ้จังเมื่อสมัยเด็กมาก่อน



 

ดูแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อ ว่าสามีเธอนั้นจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเกินความคาดหมายไปไกลมาก



 

เขาปรนนิบัติดูแลเธอและลูกอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องอะไร ในหน้าที่สามีที่ดีเลยสักอย่าง จนเธอรู้สึกว่า เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากๆ ที่ได้มือขวาผู้พิทักษ์คนนี้มาดูแลเป็นคู่ชีวิตของเธอ

 



 

 

 

ฮารุค่อยๆเริ่มจัดแจง เก็บกวาดข้าวของในห้องที่ทำร่วงหล่นให้เข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูตามพ่อลูก ที่ได้ออกไปจากห้องนอนของเธอแล้วก่อนหน้า

 



 

 

 

“ฮาฮิ! อะไรกันคะ ฮายาโตะ ทำไมถึงเดินกลับมาเร็วจัง แล้วลูกล่ะคะ…”

 



 

 

 

เธอที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูออกไปจากห้อง ผงะตกใจ ที่จู่ๆ สามีของเธอก็เปิดประตูสวนตรงเข้ามา

 



 

 

 

“เรียบร้อยแล้วล่ะ…” โกคุเดระตอบ

 



 

 

 

“หืม เรียบร้อยอะไรคะ?” เธอถามขึ้นงงๆ

 



 

 

 

“…ฉันให้ฮารุโตะ ต่อเลโก้เรือดำน้ำเซ็ตใหญ่ที่กะว่าจะให้เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าไปแล้วล่ะ…” ชายหนุ่มว่าขึ้นนิ่งๆ



 

“ฮาฮิ! งั้นหรอคะ ให้ของที่อยากได้ขนาดนั้น สงสัยคงต่อจนเพลิน พาลไม่ได้กินข้าวกินปลาอีกแน่เลย…” ฮารุตอบ



 

“นั่นแหละจุดประสงค์ คงต้องใช้สมาธิอีกนานพอดูเลยแหละ กว่าจะกลับมาอ้อนเธอได้อีก^^…” โกคุเดระว่าพลางเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมา

 



 

 

 

“งั้นเองหรอคะ ดีจังเลย ไม่งอแงแล้วก็โอเคค่ะ ฮายาโตะเลี้ยงลูกเก่งขึ้นอีกแล้วนะคะ น่ารักจังเลยคุณสามีดีเด่นคุณพ่อแห่งชาติของฮารุและลูก…^^”

 



 

 

 

แล้วเธอก็เอามือสองข้างไปหยิกแก้มสามีเบาๆเป็นเชิงหยอกล้อชื่นชม ที่เค้าทำหน้าที่พ่อและสามีได้ดีสมบูรณ์แบบมากที่สุด

 



 

 

 

“…งั้นเดี๋ยวฮารุ ขอตัวไปเตรียมอาหารเย็นก่อนละกันนะคะ เผื่อฮายะจังตื่นขึ้นมาอีกคน จะได้ทานข้าวพร้อมกันเลยทีเดียว^^” ภรรยาสาวหันให้ไปยิ้มแย้มให้สามีเป็นเชิงบอกกล่าว ก่อนจะหมุนตัวเบี่ยงก้าวเดินออกไป

 



 

 

 

“เธอนี่มัน…ซื่อบื้อไม่เปลี่ยนเลยนะ ยัยต๊อง...”

 



 

 

 

“ฮาฮิ! อะไรกันคะ จู่ๆมาว่าฮารุทำไมเนี่ย?” ร่างเล็กที่กำลังจะหันหลังออกไป หันขวับกลับมาถามขึ้นทันที

 



 

 

 

“คิดว่าที่ฉันให้ฮารุโตะไปต่อเรือดำน้ำเซ็ตใหญ่ มันมีจุดประสงค์เพื่ออะไรกันล่ะ…”



 

โกคุเดระเลิกคิ้วอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กต้องให้เขาพูดตรงขนาดไหน ถึงจะเข้าใจ พลางกระเถิบตัวเข้ามาในห้องและปิดประตูด้านหลังลง

 



 

 

 

“หืม? ก็เพราะไม่อยากให้ลูกมาอ้อนฮารุมากเกินไปไม่ใช่หรือยังไงล่ะคะ…” เธอตอบซื่อๆ

 



 

 

 

“เรื่องนั้นก็ใช่…แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลักหรอกนะ…” ชายหนุ่มว่า

 



 

 

 

“ฮาฮิ! หมายความว่ายังไงคะ พูดจาคลุมเครือจัง?” เธอทำหน้าตามึนงงใส่สามีอย่างครุ่นคิด

 



 

 

 

“เธอนี่ซื่อบื้อจริงๆ…”

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! วะ ว้ายยยยย”

 



 

 

 

ว่าจบโกคุเดระก็สอดมือลงไปใต้ขา อุ้มภรรยาสาวตรงหน้าขึ้นมาด้วยท่าเจ้าหญิง พร้อมกับไขว้มือไปกดล็อกลูกบิดประตูห้องให้แน่นหนา ก่อนจะพาร่างบางของฮารุผู้เป็นภรรยา มาวางลงเบาๆที่เตียงนอนนุ่มคิงไซน์ ด้วยสายตาชวนฝันเหย้ายวนกรุ้มกริ่ม

 



 

 

 

“ฮาฮิ!! จะทำอะไรคะเนี่ย ฮายาโตะ ลูกก็ตื่นแล้วนะคะ เดี๋ยวเถอะ!!///”

 



 

 

 

เธอโพล่งขึ้นมาอย่างเขินอายหน้าแดงทันที ที่มือหนาของคนด้านบนกำลังรวบมือมาขึง รวบตึงเธอไว้ ก่อนจะยื่นใบหน้าคมคายหล่อเซ็กซี่กระชากใจ เข้ามาขบเม้มหยอกเย้าใบหูเล็กของเธอเล่นเบาๆอย่างหวาบหวาม

 



 

 

 

“มีเวลาถมเถหน่า เธอชมว่าฉันเป็นคุณพ่อที่ดีแล้วไม่ใช่หรอ งั้นตอนนี้…ก็ต้องเป็นสามีที่ดีด้วยสิถูกต้องมั้ย^^” ชายหนุ่มพูดพลางกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างวาบหวิว ก่อนสันจมูกโด่งๆจะค่อยๆไล้ไปตามคอระหงส์ของภรรยาสาวใต้อาณัติ

 



 

 

 

“ฮาฮิ/////”

 



 

 

 

“คนที่สาม เธออยากได้ลูกสาวหรือลูกชายเพิ่มดีล่ะยัยต๊อง…” โกคุเดระเอ่ยพูดพลางค่อยๆลากริมฝีปากจากลำคอไต่ขึ้นมาประกบปากกับเธอ

 



 

 

 

“อะ อื้อ~ คะ คนบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้ ไม่เอาแล้วค่ะ สองคนก็ป่วนจะแย่อยู่แล้ว…///” ฮารุเขินอายหน้าแดงอย่างหนักที่ผู้เป็นสามีเริ่มรุกเร้าเธอหนักมากขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง

 



 

 

 

“อ้าวเหรอ ไหนว่าชอบเด็กเยอะๆไม่ใช่หรอไง จะมีสักกี่คนก็ได้นะ ถ้าเธอชอบ…” เขาว่าพลางค่อยๆฝังจูบไล้พรมไปทั่วใบหน้าของเธอทีละส่วน

 



 

 

 

“ฮาฮิ มะ ไม่เอาแล้วค่ะ ลุกขึ้นเถอะ!!//”

 



 

 

 

เธอพูดไปเขินไป พลางดิ้นขลุกขลักไปมาบนเตียงนอนใต้อาณัติของสามี

 



 

 

 

ไม่รอช้า…โกคุเดระจัดการประกบปากกับภรรยาสาวแสนสวยตรงหน้า ด้วยจุมพิตแสนเร่าร้อนและเซ็กซี่ดูดดื่มจนแทบจะหลอมละลาย

 



 

 

 

ระหว่างมอบจุมพิตอันหวาบหวาม มือหนาก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาปลดเปลื้อง ชุดเดรสไหมพรมตัวนิ่มของเธอออกไปจากตัวอย่างเชี่ยวชาญ

 



 

 

 

ร่างสูงไล้จูบภรรยาสาวแสนน่ารัก ตั้งแต่ปลายเท้าเล็กๆ ไต่ระดับขึ้นมาตามเรียวขาสวย ตักตวงชิมความหวานของเธอไปทั่วทั้งเรือนร่าง ฮารุรู้สึกร้อนวูบวาบ ใจสั่นระรัวเต้นตึกตักกับการถูกปลุกปั่นอารมณ์จากสามีของเธอ ซึ่งต่อให้เราแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว เธอก็ยังไม่เคยชินเอาสักวัน

 



 

 

 

โกรุเดระค่อยๆละเมียด คลอเคลียทุกสรีระสัดส่วนของภรรยาสาวไปทั่วทั้งเรือนร่างงาม แทบจะสัมผัสตีตราไปทั่วทุกตารางนิ้ว ราวกับว่า เขาค่อยๆบรรจง ลิ้มรสของหวานอันโปรดปราน ที่ไม่ว่าจะตักตวงดื่มด่ำสักเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกพอใจ แถมยังต้องการที่จะกินซ้ำทุกๆครั้ง ที่ได้มีโอกาสได้ลิ้มลอง

 



 

 

 

เมื่อหญิงสาวถูกปลุกปั่นจากสัมผัสรุกเร้าอารมณ์ ชวนให้ล่องลอยอย่างเคลิบเคลิ้มของผู้เป็นสามี เธอเริ่มมีอารมณ์ร่วมตาม พลันเริ่มตอบรับรสสัมผัสของสามีที่รุกลานเธอมากยิ่งขึ้น

 



 

 

 

ร่างสูงยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยๆ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทาง จังหวะการหายใจที่หืดหอบของภรรยาสาวที่พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ แววตาหวานเยิ้มเซ็กซี่ ค่อยๆปรือไปตามแรงปรารถนา ทุกปฏิกิริยา ทุกสัมผัสอันน่าทะนุถนอมช่างเหย้ายวน



 

ชวนให้เขานั้นเคลิบเคลิ้มหลงใหล...จนแทบอดใจต้านทานความต้องการไม่ไหว ก่อนจะก้มลงไปฝังจูบแน่นกับหน้าผากมนสวยได้รูปของเธออย่างแผ่วเบา แล้วสบตาเธออย่างลึกซึ้งขึ้นอีกครั้ง

 



 

 

 

“ฮารุ…”

 



 

 

 

“คะ....”

 



 

 

 

“ฉันรักเธอนะ รักมากที่สุด…”

 



 

 

 

“ค่ะ ฮารุก็รักฮายาโตะมากเหมือนกันค่ะ….อื้อ~”

 



 

 

 

 



 

 

 

THE END ♥



 



 



 

————————————————————————————————————————

4 October 2021

จบแล้วค่า~ ช็อตฟิคที่ไม่ช็อต เพราะยาวมากๆ ฮ่าๆ แรงบันดาลใจมาจาก การที่อยากเห็นน้องก๊กในปราสาทวัยเด็กเล่นเปียโน ก๊กนางได้พรสวรรค์มาจากแม่ ฟิคนี้ก็เลยอยากให้ก๊กสอนลูกสาวฮารุเล่นเปียโนหวานๆโรแมนติก อิอิ บวกกับอยากให้คู่ชิปคู่นี้ครองรักกันมีความสุข เพราะเป็นคู่ติ่งบุกเบิกในการเริ่มต้นอ่านฟิครีบอร์นของไรท์เองค่ะ สมการ 5986 -.,-//
 

A picture containing text, seat

Description automatically generated


 

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชม ได้ตามความเห็นเลยนะคะ



 

ถ้าชอบกัน ก็จะพยายามงอกให้อีก อยากให้หนูฮารุคู่ไหนกับใครอีก ลองเม้นท์บอก รีเควสกันมาได้เลยน้า^^

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Akai
    10 ต.ค. 64 / 18:50 น.

    ฮือ~~มันคือน่ารัก ความเป็นคุณพ่อช่างอบอุ่น

    รักเมียหลงเมียมาก55555ความใจดีเอาใจฮารุคงไปหาใครไม่ได้เเล้ว

    อบอุ่นใจ

    #5
    1
    • #5-1 DutchMillz
      10 ต.ค. 64 / 20:11 น.
      อิอิ ที่สุดเลยค่าคนนี้ รักเมียหลงเมียฝุดๆ ถ้าชอบโอกาสน้าจะงอกเพิ่มให้อีพนะคะ อยากอ่านคู่ไหน หลังไค์มาได้ ^^
      #5-1
  2. #4 emkay
    7 ต.ค. 64 / 20:53 น.

    แง้ มินิฮายาโตะ กับฮารุตัวจิ๋ว เป็นเอ็นดู น่ารักจังงเลยลูกกก ยัยฮารุลูกแม่ก็คือไปหมอแก้มเขาก่อนไม่พอยังขอเขาแต่งงานด้วย 555 อยากอ่านตอนสารภาพรักจังค่ะ ฮารุโตะคุงโตขึ้นจะเจอเจ้าสาวของตัวเองเองล่ะน้าาา

    #4
    1
    • #4-1 DutchMillz
      7 ต.ค. 64 / 21:07 น.
      ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ ขอบคุณสำหรับความเห็นตอนสารภาพรักค่า ถ้าครึ้มๆ เดี๋ยวจะทำไตรภาคออกมาอีกทีนะคะ 55555 >,.<\\\
      #4-1
  3. 6 ต.ค. 64 / 08:46 น.
    ฮืออออน่ารัก~~โกคุพ่อคนปากร้ายเเต่ใจดีเสมอไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโต~
    อุเเหม่ๆๆๆพ่อคุณหลงเมียย😂😂😂😂น่ารักจริงๆก็นะเมียน่ารักขนาดนี้อะรีดเข้าใจ~~
    #3
    1
    • #3-1 DutchMillz
      6 ต.ค. 64 / 10:04 น.
      เนอะ คิคิ เขียนไปเขินไปค่า ถ้าชอบ เดี๋ยวจะทำคู่อื่นให้อ่านเพิ่มเช่น 1886 TYL เป็นยังไง หุหุ -.,-////
      #3-1
  4. 4 ต.ค. 64 / 20:56 น.
    อ่านจบแล้ว น่ารักมากกกกกกก โอ้ยยยยยยย ใจจะวายค่า ตอนเด็กคุณน้องก็ร้ายๆแล้ว ร้ายๆแต่ใจดี พ่อคนซึน สอนเค้าเล่นเปียโนอีก น่ารักที่สุด

    เป็นพ่อคนก็น่ารักอะไรขนาดนั้นก่อน ฟีลแดดดี้แสนอบอุ่น เมียจะไม่หลงได้ยังไง แถมมีการไล่ลูกออกไปอีก หลงเมียที่สุด นังก๊กกกกก น่ารักมากกก

    แพรวเรือ 5986 เต็มตัวแล้วค่ะ ท่านฮิเป็นใคร 1886 คืออะไรไม่รู้จักแล้ว 5555
    #2
    1
    • #2-1 DutchMillz
      4 ต.ค. 64 / 22:37 น.
      555555555 ดีใจที่ไรท์แพรวผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ช็อตฟิคนี้เกิดขึ้นได้ค่ะ ผู้ชายของเราๆต้องน่ารัก หลงเมีย หลงลูกไม่ไหวค่ะ หุหุ -.,-////
      #2-1
  5. 4 ต.ค. 64 / 19:19 น.
    มาค่ะ พร้อมอ่านนนน 😳
    #1
    0