นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FanFic] Fate Kaleid liner prisma illya Oath Under Snow

เรื่องราวอีกโลกหนึ่งของเอมิยะ ชิโร่ ในรูปแบบของผู้หญิง มีชื่อว่า เอมิยะ ชิโรเอะ

ยอดวิวรวม

1,713

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


1,713

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


45
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 พ.ย. 62 / 20:41 น.
นิยาย [FanFic] Fate Kaleid liner prisma illya Oath Under Snow

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เอมิยะ ชิโรเอะ



ซากาซึกิ มิยู



มาโต้ ซากุระ



เอมิยะ คิริซึงุ



จูเลี่ยน เอนสเวิร์ท

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 พ.ย. 62 / 20:41



 

ที่โลกแห่งหนึ่งที่ใกล้จะล่มสลาย เพราะว่าพลังเวทย์ของโลกนั้นถูกใช้เกือบจะหมดแล้ว หากพลังเวทย์ในโลกนี้หมดลง ก็ถึงคราวที่โลกใบนี้ถึงจุดจบ โลกจะแตกสลาย มีเพียงหนทางเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้ไว้ได้ นั้นคือพลังวิเศษของตระกูลหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ซากาซึกิ


 

พลังวิเศษของตระกูลนี้คือพลังของจอกศักดิ์สิทธิ์ ไม่สิต้องบอกว่าคนในตระกูลคือจอกศักดิ์สิทธิ์เลยต่างหาก พลังของจอกศักดิ์สิทธิ์นั้นจะใช้งานได้ถึงแค่อายุของจอกนั้น อายุ 12 ปี เท่านั้นหากเลยปี 12 แล้วละก็ พลังของจอกจะไม่มีวันตอบสนองอีกแล้ว เพราะแบบนี้ได้มีสองพ่อลูกออกตามหามัน


 

ซึ่งสองพ่อลูกว่านี้คือเอมิยะ คิริซึงุ กับเอมิยะ ชิโรเอะ เป้าหมายของทั้งคู่สองการช่วยโลกใบนี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใด้ก็ตาม สำหรับคนเป็นลูกนั้นมองพ่อบุญธรรมของตนเองเป็นเหมือนกับฮีโร่ที่ค่อยช่วยเหลือมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ตอนนี้ทั้งนั้นใกล้จะถึงเมืองฟุยูกิแล้ว


 

ตอนที่ใกล้จะถึงเมืองฟุยูกิแล้วนั้นก็เกิดปรากฏการณ์บางอย่าง รูปร่างที่เหมือนกับอะไรบางอย่างระเบิด มันได้พยายามกลืนกินเมืองแห่งนี้ ทว่าจู่ๆมันก็หายไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยความงุนงง คิริซึงุขับรถไปยังจุดที่เหมือนกับมีอะไรบางอย่างนั้น จนมาถึงหลุดขนาดใหญ่ รัศนี้คงประมาณ 8-10 กิโล


 

ชิโรเอะที่มองอย่างตกใจก็หันไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งจากรูปร่างแล้วคงอายุ 6 ขวบได้ ระยะที่ใกล้จะถูกเงาที่เหมือนกับหลุมดำจะถึงตัว อย่างกับว่าโชคนั้นเข้าข้างเด็กน้อย แต่ว่าหารู้ไม่ว่าที่คนที่ทำให้หลุมดำนั้นหายไปก็คือเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าชิโรเอะ พอชิโรเอะตกใจไปได้สักพักก็เห็นว่าหลังคาใกล้จะถล่มลงมาทับร่างของเด็กสาว


 

ร่างกายของชิโรเอะเคลื่อนไหวก่อนจะสมองสั่งการซะอีก ในความคิดขอให้ส่วนที่ถล่มลงมานั้นอย่าพึ่งถึงตัวเด็กสาวคนนั้น ความคิดของชิโรเอะนั้นมิยูได้ยินจากในจิตใจ ทำให้ส่วนที่ถล่มลงมาหยุดกลางอากาศ ชิโรเอะดีดตัวพุ่งเข้าไปกอดร่างของเด็กสาวไถลไปกับพื้นออกห่างจากส่วนที่ถล่ม


 

ภายในจิตใจของชิโรเอะก็เกิดความตกใจและงุนงงอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดแบบนั้น คิริซึงุที่อยู่ไม่ห่างไกลมากนักก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเด็กสาวที่ชิโรเอะช่วยไว้นั้นเป็นเป้าหมายที่จะเอาไปใช้เป็นเครื่องมือเอาไว้จะช่วยเหลือโลกใบนี้


 

ปึก!


 

"ซากาซึกิ มิยู เด็กที่ถูกคนในตระกูลซากาซึกิซ่อนตัว เด็กความเชื่อของพระเจ้า" คิริซึงุนั่งอ่านหนังสือบางอย่างอยู่ที่โขดหิน


 

"อะไรละนั้น ไอ้เด็กของพระเจ้าที่ว่านั้น" ชิโรเอะถาม


 

"ชิโรเอะ ดูเหมือนเราจะเจอแล้วก็ได้" คิริซึงุทำหน้าจริงจังและบอกชิโรเอะ


 

"เอะ?" ชิโรเอะใจเต้นตึกตักพยายามไม่คิดว่าสิ่งที่พวกตนหาคือเด็กในรถนี้


 

จากนั้นคิริซึงุก็อธิบายถึงตระกูลซากาซึกิว่ามันเป็นยังไง และเขตแดนที่ขังมิยูเอาไว้นั้น เอาไว้ใช้ทำอะไร ส่วนที่เงาดำมืดที่เหมือนหลุดดำนั้น เพราะว่าได้มีคนได้ปราถนาให้มันหายไว้ ด้วยเขตแดนที่เอาไว้กั้นความปราถนาของผู้คนไม่ให้มิยูได้ยินถูกทำลายไปเพราะเงาดำ


 

สิ่งที่มิยูได้รับรู้จากโลกใบภายนอกครั้งแรกคือความหวาดกลัวของผู้คน ความหวาดกลัวที่จะตาย ความปราถนาที่จะมีชีวิตรอด ทำให้เงาดำนั้นได้หายไป พอจบการอธิบายคิริซึงุก็ประกาศให้ชิโรเอะรู้ว่าเขานั้นจะใช้มิยู่เป็นเครื่องมือในการ ช่วยเหลือมนุษยชาติให้รอดพ้นจากการล่มสลายของโลก


 

คำบอกประกาศของคิริซึงุนั้นทำให้ชิโรเอะอึดอัดใจไม่น้อยเลยที่ต้องมาใช้เด็กสาวมาเป็นเครื่องมือแบบนี้ หากว่านั้นเป็นโชคชะตาจริงๆละก็ เธออยากจะเปลี่ยนมัน ไม่อยากจะให้เด็กสาวตัวน้อยๆคนนี้มาเป็นเครื่องมือของใคร ต่อให้เป็นเธอก็ไม่อยากมองเด็กสาวตรงหน้าเป็นเครื่องมือ


 

ในเช้าวันต่อมา ในบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านที่คิริซึงุเตรียมเอาไว้ เป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ชุดที่ใส่อยู่กับบ้านก็เป็นชุดกิโมโน ชิโรเอะที่เดินมาตามระเบียงบ้านก็มาเห็นมิยูกำลังนั่งเหม่อลอยมองไปยังบนฟ้าพร้อมกับถือลูกบอลเอาไว้ คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า เทมาริ ลูกบอลจะมีลายคล้ายกับดอกไม้


 

"ว่าไง มิยูจัง มานั่งทำอะไรอยู่คนเดียว" ชิโรเอะเข้ามานั่งข้างๆมิยู


 

"ดูท้องฟ้า..." มิยูบอกด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่สิ น้ำเสียงที่ดูซึมๆ


 

"งั้นเหรอ ฉันมีชื่อว่าชิโรเอะ เอมิยะ ชิโรเอะ จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ มิยูจัง" ชิโรเอะกล่าวด้วยรอยยิ้มและลูบหัวเด็กสาวตรงหน้า


 

"เอมิยะ ชิโรเอะ...." มิยูทวนคำพูดเมื่อครู่


 

"เรียกชิโรเอะก็พอ หรือจะเรียกว่า พี่สาว(โอเน่)ก็ได้นะ ฉันอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปี" ตอนนี้ชิโรเอะอายุ 16 ปี เป็นนักเรียนม.ปลายแล้วด้วย


 

"พี่...สาว..." มิยู ลองเรียกอีกฝ่ายดู


 

"เก่งมาก....ถึงคุณพ่อคิดจะใช้เธอเป็นเครื่องมือ แต่ว่าฉันไม่อยากมองเธอเป็นอย่างนั้นเลย" ชิโรเอะลูบหัวอีกฝ่ายก่อนจะกอดร่างเด็กสาวตัวน้อยๆที่น่าเอ็นดู


 

"....เครื่องมือ...." มิยูไม่ชอบที่ตนถูกมองว่าเป็นเครื่องมือ ถึงแม้ว่าตอนนี้มิยูจะเด็กอยู่ก็ตาม แต่ความฉลาดของเธอนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าตนถูกเก็บมาทำไม


 

"มิยู เรื่องนี้อย่าบอกคุณพ่อนะ......ฉันอยากให้เธอมาเป็นน้องสาวของฉันมากกว่า" ชิโรเอะพูดด้วยรอยยิ้มเศร้าๆที่เด็กสาวตรงหน้าต้องมาเจอกับเหตุการณ์แย่ๆอย่างการบอกความจริงที่เธอกับคิริซึงุเก็บเธอมาทำไม


 

คำพูดนั้นทำให้มิยูนึกถึงแม่ของเธอ นอกจากแม่ของเธอแล้วไม่เคยมีใครทำให้รู้สึกดีใจอย่างนี้มาก่อนเลย สักพักก็มีเสียงนาฬิกาดังขึ้น ชิโรเอะก็พึ่งนึกได้ว่าจะต้องไปทำอาหารแล้ว ก่อนจะลุกออกไปก็มีถามสิ่งที่มิยูอยากกิน และสิ่งที่ไม่ชอบกิน มิยูก็ตอบแต่ว่าไม่มีทำเอาชิโรเอะหัวเราะแห้งๆ


 

ช่วงที่ชิโรเอะกำลังทำอาหารมิยูก็มาแอบดูชิโรเอะ เหมือนกับว่าคำพูดที่พูดไปก่อนหน้านั้น ทำให้เธอกลายเป็นน้องติดพี่ซะแล้ว ชิโรเอะจึงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกดีใจเข้ามาไม่หยุดตัวเธอเองก็มีความรู้สึกอยากจะมีน้องสาวสักคนมานานมากแล้ว เหมือนกับว่านี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาแล้วให้เธอเลย


 

พอทำอาหารเสร็จก็นำอาหารนั้นมาให้มิยูกิน อีกส่วนหนึ่งนำไปให้คิริซึงุ ตอนนี้เป็นตอนเที่ยงจึงมีงานทำเพียงแค่นี้ มิยูเองก็เดินตามอยู่ตลอดชิโรเอะเดินพามาที่สวนหลังบ้าน พร้อมกับทำท่าให้มิยูโยนบอลมาทางตน ตอนแรกมิยูก็สงสัยจึงโยนไปอย่างว่าง่าย ชิโรเอะจึงเดาะบอลให้ดูส่งกลับไปหามิยู ทั้งสองเล่นกันถึงเย็น


 

ช่วงเย็น มิยูมาดูชิโรเอะทำอาหารใกล้กว่าตอนเที่ยง ชิโรเอะเห็นแบบนั้นแถมอาหารที่ทำก็เสร็จแล้ว เหลือเพียงแค่ซุปเท่านั้น ก็เลยชวนมิยูมาทำอาหารด้วยกัน มิยูไม่ได้แสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากนัก แต่ว่าชิโรเอะก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเด็กสาวตรงหน้ามีความสุขมากกับคำชวนนี้


 

อาหารมื้อเย็น ชิโรเอะเดินเอาไปให้คิริซึงุอีกครั้ง ตอนแรกชิโรเอะบอกให้คิริซึงุอย่าหักโหมร่างกายมาก คิริซึงุจึงระบายอารมณ์เสียออกมา เพราะตนนั้นมีเครื่องมือจะช่วยโลกแล้วแต่ก็ไม่รู้วิธีการที่จะใช้พลังของมิยูเลยสักนิดเดียว ชิโรเอะได้ฟังก็ทำสีหน้ากังวล และเสียใจที่คิริซึงุพูดแบบนั้น


 

ก่อนจะพูดเรื่องวันเกิดของมิยูในวันพรุ่งนี้ว่าจะเลี้ยงฉลองกันดีไหม ก็ถูกคิริซึงุสวนกลับมา เรื่องอายุขัยพลังของมิยูว่าหากมันหมดลงตอนมิยูอายุ 7 ปีจะทำไง แถมเทศนาไปอีกสักพัก ชิโรเอะจึงได้เพียงแค่ก้มหน้ารับฟังเท่านั้นไม่อาจโต้ตอบได้ ชิโรเอะจึงเดินกลับออกไปด้านนอกแล้วมองไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้กำลังฝนตก


 

"พี่สาว"


 

"อ๊ะ" มิยูเดินเข้ามาสกิดชิโรเอะด้านหลัง


 

"มาเล่นกัน"


 

"อึก" ชิโรเอะนั้นปวดใจไม่น้อยเลยที่อีกฝ่ายนั้นยังคงเป็นเด็กอยู่ แต่ต้องมาใช้เธอเป็นเครื่องมือแบบนี้


 

ตุบ!


 

"!? คิริซึงุ!"


 

ร่างกายของคิริซึงุดูเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรง จึงได้ล้มลงไป ชิโรเอะจึงต้องเข้าไปช่วยเหลือ นำฟูกมาปูให้คิริซึงุนอนให้สบายขึ้น ก่อนที่จะสั่งเสียกับชิโรเอะ ให้เธอส่านต่อความปราถนาที่จะช่วยเหลือมนุษยชาติเอาไว้ ชิโรเอะสะอึกในลำคอ หากปฏิเสธไปละก็คิริซึงุคงนอนไม่สงบแน่


 

นั้นเป็นเหตุจำเป็นให้ชิโรเอะต้องโกหกรับความปราถนาของคิริซึงุไป คำพูดของชิโรเอะมันเป็นคำโกหกแต่ว่าคิริซึงุกลับเชื่อในคำพูดนั้นของชิโรเอะอย่างสนิทใจ ไม่ว่าอย่างไง ชิโรเอะก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อใจลูกสาวของตนเองกันละ


 

ในคืนนั้นเป็นคืนที่ชิโรเอะเศร้าเสียใจอย่างมากที่ต้องมาโกหกกับผู้เป็นพ่อแบบนี้ ก่อนจะนำร่างของคิริซึงุไปทำพิธีศพที่ศาลเจ้า โดยที่ปล่อยให้มิยูนั้นนอนอยู่ที่บ้านคนเดียว ชิโรเอะเชื่อว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาบุกรุกบ้านของเธอตอนนี้แน่นอน เพราะตอนนี้คนในเมืองนี้นั้นต่างเริ่มย้ายออกไปแล้ว


 

5 ปีต่อมา


 

หลังจากที่ชิโรเอะจบม.ปลายก็หางานทำในเมืองฟุยูกิ แม้ว่าคนในเมืองนี้นั้นมันน้อยมาก แต่ก็พอมีงานให้ทำ ช่วงที่ยังไม่จบนั้นเธอได้รู้จักกับรุ่นน้องคนหนึ่งที่น่ารักอยู่บ้าง สำหรับชิโรเอะแล้วมิยูน่ารักกว่ามาก รุ่นน้องคนนี้มีชื่อว่ามาโต้ ซากุระ เธอมักจะมาหาชิโรเอะในที่ทำงานบ่อยๆ อ๊ะ ตอนนี้ชิโรเอะทำงานที่ร้านคาเฟ่นะ


 

ในวันนี้เป็นวันหยุด ชิโรเอะก็เลยกะว่าจะไปเยี่ยมที่โรงเรียนเก่าสักหน่อย ยังไงซะมันเป็นโรงเรียนที่เธอจบออกมา อย่างน้อยก็ควรไปเยี่ยมบ้าง ตอนมาถึงก็พบรุ่นน้องคนหนึ่งพอไปพูดคุยด้วยสักพัก ก็เลยรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ม.ปลายปี 2 เป็นรุ่นพี่ของซากุระ เพียง 1ปี เท่านั้น


 

รุ่นน้องคนนี้เป็นผู้ผมสีดำ มีออกน้ำเงินเข้มบ้าง มีชื่อว่าจูเลียต เอนสเวิร์ท เป็นชื่อที่แปลกอยู่บางเพราะว่ามันเป็นชื่อของประเทศตะวันตก ชิโรเอะจึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนต่างชาติมีเชื้อสายทางญี่ปุ่น จากหน้าตามันดูเป็นคนเอเชีย ชิโรเอะจึงคิดแบบนั้นไป


 

ตกเย็นก็ไปซื้อหนังสือที่น้องสาวขอเอาไว้และชุดนอนชุดใหม่ หนังสือแต่ละอย่างที่น้องสาวขอเป็นหนังสือที่เด็กม.ปลายอ่านกัน เป็นหนังสือวิชาการ ความสามารถของมิยูนั้น ทำเอาชิโรเอะเหนื่อยใจไม่น้อยเลยกับการหาความรู้แบบนี้ หากเธอได้ไปโรงเรียนได้ก็คงดี แต่เธอกลัว กลัวว่าจะมีคนมาทำมิยูนั้นไปเป็นเครื่องมืออีกครั้ง


 

ตอนที่กำลังกินข้าวเย็นกัน ชิโรเอะจึงให้หนังสือพร้อมกับของขวัญไป มิยูที่เห็นของขวัญนั้นก็ยิ้มอย่างจริงใจ ทำให้ชิโรเอะยิ้มออกมาด้วย รอยยิ้มแต่ละครั้งของชิโรเอะมีอารมณ์หลากหลายแฝงอยู่เสมอ ถึงดูมีความสุข มีความอ่อนโยนให้ ก็มีความรู้สึกเศร้าเสียใจอยู่ทุกครั้งไป ซึ่งไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งมิยูเองก็ด้วย


 

ในคืนนั้นชิโรเอะเข้าไปในห้องเก็บของ ฝึกเทรชซิ่งดาบ มันเป็นเวทมนต์เพียงบทเดียวที่เอมิยะ คิริซึงุเหลือทิ้งเอาไว้ให้ ที่จริงยังมีเวทย์อีกบทหนึ่ง แต่ชิโรเอะไม่ค่อยได้ใช้มันมากนัก จึงทุ่มเทไปทางเวทย์เทรชซิ่งซะเป็นส่วนใหญ่ ในวันนี้เธอก็เทรชออกมาในระดับดีแล้ว (หากเทียบก็ประมาณเอมิยะ ชิโร่ UBW ตอนสู้กับกิลกาแมชในตอนจบ)


 

พอฝึกเสร็จก็เดินออกมาเห็นว่ามิยูกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงกับชุดใหม่ที่พึ่งซื้อมาให้ ชิโรเอะรู้สึกชื้นใจไม่น้อยเลย มันเข้ากับมิยูเอาไว้มากๆ แต่จะดีกว่านี้หากน้องสาวบุญธรรมของเธอนั้นไม่ได้ถือหนังสือดาราศาสตร์อยู่ ชิโรเอะหลงคิดไปว่ามิยูจะเป็นเหมือนเด็กธรรมดาบ้างแล้วแต่กลับไม่ใช่เลย


 

"แหะๆ ไม่โรแมนติกซะเลยนะ" ชิโรเอะเดินไปนั่งข้างๆ


 

"โรแมนติก?" มิยูสงสัยกับคำพูดนั้น


 

"ช่างเถอะเอาไว้รู้วันหลังก็ได้......มิยูรู้รึเปล่า คนในสมัยก่อนนะหากขอพรกับดวงดาวที่กำลังร่วงลงมาจะสมปราถนาด้วยนะ" ชิโรเอะพูดด้วยรอยยิ้ม


 

"เหรอค่ะ.......เรื่องที่อยากขอจากดวงดาว ถ้าหากทำให้สิ่งที่ปราถนาเป็นอย่างหนึ่งได้.....ก็อยากให้ฉันกับคุณชิโรเอะเป็นพี่น้องกันจริงๆ" ความปราถนาของมิยูที่ไม่มีใครมาบังคับ เป็นความปราถนาจากใจจริงของเธอ


 

"อ๊ะ...." ชิโรเอะตกใจกับความปราถนานั้น ตั้งแต่ที่ได้พบกันนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินความปราถนาจากใจของมิยู


 

"คงเป็นไปไม่ได้สินะคะ" มิยูหลับตาก่อนจะลืมตามาถาม หากไม่สั่งเกตุดีๆละก็ แววตาของเธอนั้นเป็นสีจากสีแดงอมชมพูมาเป็นสีเหลืองอำพันเหมือนกับชิโรเอะ อย่างกับว่าความปราถนาเมื่อครู่เป็นจริง แต่ว่า....


 

"หึ ยัยน้องบ้า จำไม่ได้เหรอ 5 ปีก่อน ตอนเราคุยกันครั้งแรกก็ตรงนี้ และฉันบอกว่าอยากให้เธอมาเป็นน้องสาวของฉันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว" ชิโรเอะพูดด้วยรอยยิ้มที่ดีใจ เป็นรอยยิ้มครั้งแรกที่มีความรู้สึกอย่างเดียวที่ออกมาจากรอยยิ้มนี้


 

"นั้นสินะคะ จริงด้วย" มิยูพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใสกว่าแต่ก่อนมาก


 

สำหรับชิโรเอะแล้วเวลาที่อยู่กับมิยูนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมากที่สุขแล้ว หากมีคนทำให้เวลาอันแสนสำคัญนี่ต้องมาพังทลายละก็ ต่อให้แลกด้วยชีวิตก็จะฆ่าคนๆนั้นให้ได้ ต่อให้เป็นใครก็ตาม แต่ว่าเธอนั้นยังไม่รู้ความแข็งแกร่งของตัวเองมากนักว่าจะสามารถทำแบบนั้นได้รึเปล่า


 

ช่วงที่ก่อนจะนอนก็คิดไปพลางๆว่าจะพามิยูออกไปข้างบ้างดีไหม มิยูนั้นไม่เคยได้ออกไปไหนเลย จะให้มาอยู่ในบ้านอย่างเดียวเธอเองคงเบื่อแล้วแน่ๆ ชิโรเอะจึงตัดสินใจในคืนนั้นเลยว่าจะสอนมิยูเรื่องต่างๆให้มากกว่านี้ในด้านของความเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่ให้อ่านแต่วิชาการแบบนั้น


 

"มิยู มาเริ่มกันเถอะ" ชิโรเอะแบกหนังสือมาให้ห้องที่มิยูอยู่


 

"จู่ๆ ทำไมถึง" มิยูตกใจที่ชิโรเอะนั้นมาบอกกันแบบนี้


 

"ที่เราจะเรียนนะไม่ใช่วิชาการหรอก จะสอนเรื่องทั่วไป เพราะคิดว่าอยากจะเธอออกไปเที่ยวข้างนอก" ชิโรเอะพูดใบหน้าที่จริงจัง


 

"ข้างนอกอย่างงั้นเหรอ..." มิยูอึ้งอยู่สักพัก


 

"อ่า ขอโทษมันกระทันหั่นไปหน่อยสินะ แต่ว่าการที่ต้องมาอยู่แต่ในบ้านแบบนี้มัน-"


 

"ฉันอยากไปทะเลคะ อยากเห็นเส้นขอบฟ้าที่ท้องฟ้ากับทะเลมาบรรจบกับ อยากสัมผัสลมทะเล" ยังไม่ทันที่ชิโรเอะกล่าวหมดประโยค มิยูก็พูดขัดขึ้นมาแล้ว


 

"อ๊ะ ฮ่าๆ งั้นเหรอ เรามาเริ่มเรียนพวกเรื่องพื้นฐานกันดีกว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลกันไง" ชิโรเอะยิ้ม


 

"ฉันจะจำให้ไวเลยคะ วางใจได้เลยคะ คุณชิ- ไม่สิ พี่คะ(โอเน่ จะแปลแบบพี่สาวหรือพี่หรือพี่ค่ะ มันได้หลายแบบ)" มิยู


 

หลายวันผ่านไป


 

ในวันนี้มิยูเตรียมพร้อมอย่างมากกับการที่จะได้ไปเที่ยวครั้งแรก ชิโรเอะเองก็ดีใจที่เห็นน้องสาวนั้นตื่นเต้นเหมือนกับเด็กทั่วไป ตั้งแต่คืนนั้นมิยูก็ทำตัวเหมือนเด็กปกติแล้ว คงพลังเทพที่อยู่ในตัวมิยูเองก็ได้ที่ทำความปราถนาของชิโรเอะหรือไม่ก็ของมิยูเอง ไม่ก็ทั้งสองคนที่มีความปราถนาเหมือนกัน


 

ระหว่างทางที่จะไปทะเลชิโรเอะตัดสินใจว่าจะไปที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ ที่สำคัญมาก หากไม่เริ่มจากจุดนั้นละก็ มันเหมือนกับว่ามันไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลยสักอย่างเดียว มิยูเองก็ตื่นเต้นกับภาพที่มองรอบตัว ไม่ว่าอะไรก็แปลกตาสำหรับมิยูไปหมด ทำเอาชิโรเอะหัวเราะออกมาในลำคอ


 

พอไปถึงสถานที่ที่ชิโรเอะจะไปก่อนจะไปทะเลกัน มิยูเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมชิโรเอะนั้นถึงพามาที่แห่งนี้กัน พอมองไปรอบๆก็พบว่าบ้านหลังหนึ่งที่เหลือเป็นแค่ซาก แล้วก็มีก้อนหินซ้อนเป็นชั้นอยู่ข้างๆบ้าน มันก็คือหลุมศพครอบครัวของมิยู ที่ชิโรเอะเป็นคนทำให้


 

"พี่ค่ะ ทำไมถึงพามาที่นี้ละคะ" มิยูถาม


 

"อ่า ถ้าไม่เริ่มจากตรงนี้มันก็คาใจนะ สถานที่ ที่พวกเราจบเจอกันครั้งแรก" ชิโรเอะกล่าวออกมา


 

"อย่างงั้นเหรอคะ" มิยูตั้งใจเก็บรายละเอียดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า


 

"เมื่อก่อนคุณอยากใช้เธอเป็นเครื่องมือ แต่ว่าฉันนะอาจทำให้คุณพ่อผิดหวัง เพราะฉันไม่อยากใช้มิยูเป็นเครื่องมือ ตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกก็อยากให้เธอมาเป็นน้องสาวแล้วละ" ชิโรเอะก็พูดความจริงใจ


 

"ค่ะ" มิยูตอบรับด้วยรอยยิ้ม


 

"งั้นเราไป-"


 

"ไร้สาระ....." มีเสียงหนึ่งมาขัดชิโรเอะพูด


 

"หืม นายมัน..."


 

"แกนี่เองเอมิยะ ชิโรเอะ"


 

"จูเลี่ยน ทำไมมาอยู่ที่นี้ได้" ชิโรเอะกล่าวอย่างตกใจ


 

"คนนี้รึเปล่าเอริกะ"


 

"อืม ถึงคุณลักษะจะหายไป แต่ภาชนะบรรจุยังอยู่" มีเด็กสาวผมสีทองโผล่มาจากข้างหลังจูเลี่ยน


 

"เฝ้าดูอยู่ที่นี่ตลอด ถ้ามีใครมาถึงที่นี่คงเป็นคนตระกูลซากาซึกิ หรือไม่ก็.....โจร!" จูเลี่ยนเดินเข้ามาพูดใส่หน้าชิโรเอะ


 

จากนั้นจูเลี่ยนก็พูดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 ชิโรเอะก็ตั้งสติได้ คว้าร่างของมิยูกระโดดออกห่างจากจูเลี่ยน ตอนที่กำลังจะเทรชดาบ จูเลี่ยนก็ใช้สกิลเวทย์บางอย่างเกี่ยวกับมิติ ทำให้ชิโรเอะนั้นร่วงลงไปในพื้นไปโผล่บนอากาศ


 

ชิโรเอะก็หันไปมองอย่างตกใจ พร้อมกับล่วงลงมากระแทกพื้น พร้อมกับสำลักเลือดออกมา จูเลี่ยนเดินไปหามิยูแล้วทำอะไรบางอย่างกับมิยูทำให้สลบไป ชิโรเอะไม่คิดจะยอมให้อีกฝ่ายพามิยูไปง่ายๆ ก็วิ่งเข้าไปหวังว่าจะช่วยมีอยู่ แต่ว่ามีดาบจากที่ไหนชิโรเอะไม่อาจรู้ได้พุ่งตรงมาแทงชิโรเอะ


 

การโจมตีจากศัตรูที่ไหนก็ไม่รู้ ทำให้ชิโรเอะบาดเจ็บอย่างมาก เสียเลือดไปอย่างต่อเนื่อง แล้วมิยูก็ถูกพาไปต่อหน้าต่อตาชิโรเอะ ก่อนสติจะดับไปเพราะอาการบาดเจ็บ ภายในใจก็นึกถึงเพียงแค่มิยู หากว่าเธอไม่อ่อนแอแบบนี้ละก็ มิยูคงไม่ถูกพาตัวไปง่ายๆแบบนี้หรอก


 

ฟึบ!


 

"ที่นี้มัน ที่ไหน" ชิโรเอะที่รู้สึกตัวก็มองรอบๆ


 

"หืม รู้สึกตัวแล้วสินะ ที่นี้คือโบสถ์ฟุยูกิ ฉันมีชื่อว่า โคโตมิเนะ คิเรย์ ยินดีที่ได้รู้จัก" คิเรย์แนะนำตัว


 

"อ-อ่า ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้" ชิโรเอะฝืนลุกขึ้นมา


 

"อย่าพึ่งขยับตัวจะดีกว่าบาดแผลของเธอไม่น้อยเลย" คิเรย์บอก


 

คิเรย์ได้อธิบายถึงสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 ส่วนผลลัพธ์นั้นมันคือการช่วยมนุษยชาติ ชิโรเอะที่ได้ยินก็เคืองไม่น้อยเลยที่การฆ่าคนที่ไม่รู้แบบนั้นคือการช่วยเหลือมนุษยชาติ แววตาของคิเรย์ที่มีส่วนคล้ายกับคิริซึกุทำให้ชิโรเอะตัวสั่นเล็กน้อยแลกการที่มาสั่งสอนเธอด้วยอะไร มีอะไรที่เหมือนกัน ชิโรเอะคิดอยู่ในหัวไม่หยุด


 

ตอนที่เธอเดินออกไปคิเรย์จึงบอกสถานที่ที่ตั้งของเอนสเวิร์ทว่ามันอยู่ที่ไหน ชิโรเอะไม่รอช้าไปที่นั้นทันที สถานที่ที่มิยูถูกพาตัวไปมันไม่ทีไหนเลย ใจกลางหลุมขนาดจากที่เป็นผลจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 นั้นเอง ชิโรเอะไม่รอช้าเดินเข้าไปทันทีโดยที่ไม่สนว่าร่างกายของตนนั้นบาดเจ็บเพียงใด


 

พอเดินไปได้สักพักใหญ่ๆก็พบว่าตนนั้นมาโผล่อีกฟากของหลุมแล้ว ชิโรเอะรีบวิ่งกลับไปทันที ก็ไปถึงจุดที่จนเดินมา ชิโรเอะนึกถึงความสามารถของจูเลี่ยนก็เข้าใจได้ทันทีว่าพลังที่บดบังที่ตั้งนั้นเกี่ยวกับเวทย์มิติไม่ผิดแน่นอน ชิโรเอะกัดฟันอย่างโกรธแค้น เธอไม่ได้โกรธใครเลยนอกจากตัวเองที่อ่อนแอ


 

วันนี้เธอยอมกลับไปก่อน ใช้เวลาที่มีค่านี้ในการพักฟื้นตัว พร้อมกับฝึกการต่อสู้ไปด้วย พร้อมทำศึกสงครามกับเอนสเวิร์ทเต็มกำลังไม่ว่าเธอจะตายหรือไม่ เธอไม่สน ขอแค่ว่าจะช่วยมิยูให้ได้ ต่อให้เธอจะต้องตาย ก็ยอมไม่ว่าใครก็ตามเธอจะไม่ยอมให้เอามิยูไปใช้เป็นเครื่องมือเด็ดขาด


 

ช่วงวันเวลาผ่านไปอย่างโหดร้าย ทุกวันหลังจากที่ิชิโรเอะหายดีก็ไปที่หลุมนั้นทุกวัน วันแล้ววันเล่าก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะสามารถเข้าไปได้เลย ดาบที่เธอเทรชออกมานั้นไม่ว่าจะดาบเล่มไหนก็ไม่สามารถตัดผ่านมิติที่ขว้างกัน การที่เธอจะไปช่วยเหลือมิยูได้เลยสักนิดเดียว


 

เป็นอีกวันที่เธอต้องกลับบ้าน แววตาที่เคยสดใส บัดนี้นั้นกลายเป็นดำมืดไร้แสงสว่าง แม้ว่าจะสีเสืองอำพันคอยช่วยเอาไว้ แต่ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ไม่ว่ายังไงก็เหมือนคนที่ตายทั้งเป็นเลย หากไม่สังเกตุดีๆละก็ตอนนี้เธอเหมือนกับซอบบี้เดินไปที่ยังมีชีวิตอยู่เลยก็ว่าได้


 

"รุ่นพี่" ตอนก่อนจะได้เข้าบ้านก็มีเสียงเรียกทัก


 

"ซากุระ" พอชิโรเอะหันกลับไปก็พบว่าเป็นซากุระ


 

ชิโรเอะจึงพาซากุระเข้ามาในบ้าน แถมตอนนี้หิมะก็ตกอีกด้วย ซากุระมาช่วยทำอาหารระหว่างทำอาหารชิโรเอะก็นึกถึงมิยูที่ซ้อนทับกับซากุระ ทำให้เธอต้องหันหน้าหนี ความเจ็บปวดที่เข้ามาในใจนั้น มันยากแก่การรักษา หากอาการบาดเจ็บทางร่างกายยังมีโอกาสรักษาได้แต่ว่าบาดแผลทางจิตใจจำเป็นจะต้องใช้เวลายาวนาน


 

ตอนที่ชิโรเอะหันหนีซากุระก็เรียกสติของชิโรเอะกลับมาได้ แล้วลงมือทำอาหารต่อ หลังจากทำเสร็จ ซากุระก็เอ่ยชมชิโรเอะที่ทำอาหารออกมาได้ดี ชิโรเอะจึงยิ้มตอบรับ ภายในรอยยิ้มไม่มีความรู้สึกดีใจเลยสักนิดเดียว มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจที่มีมากกว่าตอนที่คิริซึงุเสียชีวิตซะอีก


 

"วันนี้ขอบคุณมากค่ะ อาหารของรุ่นพี่อร่อยมากเลยคะ" ซากุระกล่าวด้วยรอยยิ้มที่หน้าประตู


 

"อ่า เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนะ" ชิโรเอะเห็นว่าตอนนี้มันมืดค่ำแล้วจะปล่อยรุ่นน้องกลับบ้านคนเดียวได้ไง


 

"ไม่เป็นไรคะ.....รุ่นพี่คะ ช่วยออกจากเมืองนี้ได้รึเปล่าคะ" ซากุระพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน


 

"....ไม่ได้ ฉันยังออกจากเมืองนี้ไม่ได้" ชิโรเอะไม่คิดจะมองหน้าซากุระเลยสักนิด


 

"แต่ว่าสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์มันเริ่มขึ้นแล้วนะคะ ได้โปรดเถอะคะ ออกจากเมืองนี้ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้เถอะค่ะ" ซากุระขอร้องอีกครั้ง


 

"ซ-ซากุระ ท-ทำไมเธอถึง...." ชิโรเอะกล่าวอย่างตกใจที่ซากุระรู้สึกสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์


 

"กำลังสงสัยสินะคะ เรื่องสงคราม เพราะตระกูลมาโต้เป็น-"


 

ฉึก!


 

"กรี๊ดดดดดดดด"


 

"ซากุระ!" มีบางอย่างมาแทงไหล่ซากุระ


 

"ฮิๆๆๆๆ ไม่ไหวเลยนะซากุระ จิตใจอ่อนไหวแบบนี้ เดี๋ยวพี่คนนี้จะแก้..แก้...แก้...แก้ไข้ให้เถอะ" มีชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู ผมสีม่วงเหมือนกับซากุระไม่มีผิด


 

"พ-พี่" ซากุระหันไปเห็นก็ตกใจ


 

"พี่เหรอ? นายเป็นพี่ของซากุระงั้นเหรอ ทำไมถึงได้...." ชิโรเอะตกใจเหมือนกัน เพราะจากที่ซากุระเคยบอก พี่ชายของเธอนั้นตายไปนานแล้ว


 

"ใช่ ผมคือผู้สืบทอดของตระกูลมาโต้ มีชื่อว่า มาโต้.....อะไรนะ ช่างเถอะ เดี๋ยวก็นึกเองละ ก่อนอื่นเลยฆ่าพวกแกก่อนเลย!" พี่ชายของซากุระมีชื่อว่า ชินจิ เขาถูกเอนสเวิร์สชุบชีวิตขึ้น พร้อมกับความทรงจำบางส่วนที่หายไป


 

วืดๆๆๆ เทรช! ฉึก!


 

"อ้ากกกก ทำไม..." ตอนที่มันโจมตี ชิโรเอะไม่รอเทรชดาบออกมาฟันแส่ที่มาโจมตี


 

"ห๊า..." ชิโรเอะมองอย่างไม่เข้าใจ


 

"ทำไมๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมมันถึงมีดาบออกมาได้กัน!!!!!" จากนั้นมันการ์ดบางอย่างออกมาวางไว้ที่พื้นอย่างแรงพร้อมกับมีวงเวทย์ล้อมรอบตัวชินจิไว้ มีอะไรบางอย่างออกมาคลุมร่างแล้วเปลี่ยนชินจิเป็นเซอร์แวนท์คลาสแอสซาซิน ที่แขนขวามีหนวดแส่หลายเส้นเคลื่อนไหวไปมาอย่างน่ากลัว


 

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้านั้นทำเอาชิโรเอะอึ้งอยู่ไม่นอนเลย พร้อมกับคิดวิธีที่จะชนะอีกฝ่าย ต่อให้เป็นพี่ชายของซากุระก็ตาม หากอีกฝ่ายคิดจะมาฆ่ากันแบบนี้เธอไม่ลังเลที่จะฆ่าอีกฝ่าย ถึงยังไงอีกฝ่ายนั้นตายไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วนินะ จะห่วงทำไมว่าจะเป็นมนุษย์หรือไม่ คงเป็นตุ๊กตาของพวกเอนสเวิร์ท


 

พอมันได้เปลี่ยนร่างเสร็จก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งชิโรเอะเห็นว่าเผยให้เห็นช่องว่างมากมายก็ดีดตัวพุ่งไปพร้อมกับดาบคู่คือ คันโซ บาคุยะ ดาบคู่ใจของชิโรเอะ หวังว่าจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้เพียงดาบเดียว แต่ว่าอีกฝ่ายนั้นกลับไปโจมตีตนไปโจมข้างหลังเธอแทนเป็นซากุระที่ยืนอยู่


 

"ซาบันนิยา"


 

โผลก!


 

"ซ....ซา...กุ...ระ" ชิโรเอะหันหลังไปเห็นซากุระถูกฆ่าต่อหน้าแล้วร่างของซากุระเหมือนถูกอะไรบางอย่างดูดไป


 

"......อ้าว นี่เราทำอะไรลงไปนะ......อ้อ นึกออกแล้ว ฉันฆ่าซากุระไปนิ ฮ่าๆๆๆๆๆ" ชินจิหัวเราะอย่างสนุกสนาน


 

"หน่อยแก.......ฉันจะฆ่าแก!!!!!!!" ชิโรเอะพุ่งเข้าไปหาชินจิแรงเรี่ยวแรงทั้งหมดแล้วฟันออกไปเป็นแนวนอน


 

ตุบ!


 

ยังไม่ทันได้โจมตีอะไรเลยก็ถูกชินจิเตะกลางลำตัวกระเด็นไปทางสวนชิโรเอะใช้โอกาสนี้ในการโจมตี ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แบบไหนจะต้องหาโอกาสโจมตีให้ได้เสมอ ต่อให้ต้องตายศัตรูจะต้องตายไปด้วย แต่ว่าตอนนี้เธอยังตายไม่ได้ ต้องช่วยมิยูให้ได้ก่อน


 

ระหว่างที่กลิ้งไปกับพื้นก็ปาดาบออกไปในทิศทางที่เธอคาดการณ์ไว้มามันจะไป หากที่เธอคาดการณ์ไว้ถูกต้องชินจิจะอยู่นิ่งไปสักพักแล้วค่อยเดิน เพราะฉะนั้นต้องกะแรงลมแรงเหวี่ยงที่ถูกต้อง เหมือนกับเวลายิงธนูที่จะต้องคำนวนเส้นวิถีของธนูจะตรงไปยังกลางเป้า


 

จะว่าโชคดีก็ได้ที่ชินจิตอนนี้กลายเป็นพวกผิดปกติ จากสิ่งที่มันพูดพวกเอนสเวิร์ทต้องทำอะไรสักอย่างกับชินจิ หากเป็นคนอื่นที่มีสติดีกว่านี้ละก็แผนนี้คงไม่อาจเป็นผลได้ ดาบที่ปาออกไปนั้นมุ่งตรงไปยังจุดที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าชินจิจะเดินไป ตรงดิ่งไปทั้งหมด 6 เล่ม ทุกเล่มเข้าหัวไม่มีเสียงร้องเลยสักนิดเดียว


 

ร่างกายของชินกิกลายเป็นหุ่นตุ๊กตา พร้อมกับการ์ดที่ชินจิใช้เปลี่ยนร่าง มันคือการ์ดวีรชน มันสามารถเปลี่ยนผู้ใช้ให้กลายเป็นวีรชน ชิโรเอะรู้สึกว่าเธอไม่ควรใช้มัน เธอกลัวว่าเวลาใช้พลังของคนอื่น สติความคิดของเธอจะไปเป็นเหมือนกับชินจิ มันเสี่ยงเกินไปไม่ควรจะลอง


 

ก่อนจะเดินออกจากบ้านก็หันไปให้ผ้าพันคอของซากุระ พลางโทษตัวเองในใจอีกครั้ง หากเธอไปเร็วกว่านี้ละก็ ซากุระอาจไม่ต้องตายก็ได้ ชิโรเอะสบัดหัวแล้วหยิบการ์ดออกจากบ้านไปทันที คำพูดของซากุระ ชิโรเอะยังจำได้ดี สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์นั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว แสดงว่าจะสามารถขอพรจากมิยูได้


 

การจะช่วยมิยูได้นั้นจำเป็นจะต้องส่งไปยังโลกคู่ขนาน โลกใบนี้นะไม่สมควรที่จะอยู่เลยสักนิด ความเจ็บปวดที่จะต้องส่งน้องสาวไปคนเดียว แต่ว่านี่ก็เพื่อช่วยมิยู เรื่องพื้นฐานทั้งหมดก็สอนมิยูหมดแล้ว เด็กคนนั้นเป็นคนฉลาดจะต้องเอาตัวรอดได้แน่นอน ต่อให้ไม่มีเธออยู่ข้างๆก็ตาม


 

สงครามแห่งนรกของเอมิยะ ชิโรเอะ ได้บังเกิดขึ้นแล้ว การต่อสู้ของชิโรเอะต้องไปฆ่าแอนสเวิร์ทที่กลายมาเป็นวีรชน ไม่สิ ทำลายตุ๊กตาของแอนสเวิร์ท ไม่ว่าจะลำบากยากเย็นแค่ไหน เธอก็จะผ่านมันไปให้ได้ ต่อให้ร่างกายต้องแหลกสลายไป อย่างน้อยต้องช่วยมิยูออกมาให้ได้


 

คู่ต่อสู้ต่อไปจากชินจิคือ แคสเตอร์ ชิโรเอะต้องลำบากหน่อยที่อีกฝ่ายนั้นบินได้ ถึงอย่างนั้นทุกคนครั้งที่ชิโรเอะเคลื่อนไหวในการต่อสู้ ทั้งความเร็วความแข็งแกร่งของชิโรเอะนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับที่สังหารแคสเตอร์ที่อยู่กลางอากาศด้วยการ กระโดดไปอยู่ข้างหลังแคสเตอร์เทรชคันธนูกับลูกธนูออกมายิงใส่แคสเตอร์


 

ต่อไปคือไรเดอร์ แม้ว่าระดับจะใกล้เคียงกันแล้ว อีกฝ่ายนั้นดันมีเนตรมารทำให้ชิโรเอะขยับตัวไม่ได้ แต่ว่าชิโรเอะคาดการณ์ไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องมีอะไรซ่อนอยู่จึงปาดาบไปก่อนหน้าแล้วให้มันวนกลับปักที่หลังก่อนจะสังการมัน ต่อไปแลนเซอร์คนนี้จะง่ายกว่าคนอื่นๆเพราะคนใช้มันอ่อน ไม่สิต้องเรียกกากเลยซะมากกว่า


 

หลังจากนั้นชิโรเอะต้องมาพบเจอกับเบอร์เซิร์กเกอร์ ถือได้ว่าเป็นคลาสที่ลำบากที่สุดแล้วก็ได้ วีรชนที่นำมาใช้ดันเป็นเฮอร์คิวลิสจำเป็นจะต้องสังหารไปถึง 12 ชีวิต ถึงจะฆ่ามันได้สำเร็จ กว่าจะชนะมาได้ ชิโรเอะต้องบาดเจ็บจากการโจนนั้น ที่เอว มีแผลจากการฟันขนาดใหญ่ ชิโรเอะจึงไปทำแผลก่อน


 

นอกจากที่เอวแล้วยังมีจุดอื่นอีก เพียงแค่ว่ามันเป็นรอยเล็กๆเท่านั้น ที่แก้ม ไหล่ แขน ขา หลัง กลางอก ไม่ว่าจะตรงไหนก็มีแค่รอยฟันทั้งนั้น ถึงอย่างนั้นชิโรเอะต้องมีแต่ก้าวเดินต่อไป หากหยุดเดินเพียงแค่ก้าวเดียว มิยู ก็อาจตกอยู่ในอันตรายไปมากกว่านี้ก็ได้


 

ทางด้านมิยู ถึงได้ดูเหตุการณ์ไปพร้อมกับจูเลี่ยนที่ปลอมตัวเป็นพ่อของตน ซึ่งไม่รู้ว่าจะปลอมตัวไปทำไม ในเมื่ออยู่กับแค่มิยู สำหรับมิยูแล้วเธออยากให้ชิโรเอะหนีไป ไม่ว่าจะภาวนามากขนาดไหนชิโรเอะก็ไม่ยอมหยุด น้ำตาของผู้เป็นน้องสาวก็ไหลออกมา จะใช้เธอเป็นเครื่องก็ยอมแต่ว่าอย่าให้ชิโรเอะต้องทรมารไปมากกว่านี้เลย


 

ศัตรูคนต่อไปก็คือเซเบอร์ ความแข็งแกร่งของคลาสเซเบอร์นั้น มากกว่าเบอร์เซิร์กเกอร์ซะอีก ชิโรเอะต้องเกือบเสียแขนข้างหนึ่งเพื่อที่จะชนะ เธอเสี่ยงที่จะเข้าหาโฮกุที่อีกฝ่ายปล่อยมา นามที่แท้ของโฮกุนั้นคือเอ็กซ์คาริเบอร์ หากชิโรเอะหลบช้ากว่านี้ละก็แขนของเธอได้หายไปแน่


 

"แฮก....แฮก.....ต่อไปอาเชอร์ คนสุดท้ายแล้ว..." ชิโรเอะพยายามยืนทรงตัว จากสภาพแล้วแค่ยืนก็ทำไม่ไหวแล้ว


 

"โหว ทำเอาฉันแปลกใจเลย ที่เธอมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังวีรชน" คิเรย์ที่มาจากไหนไม่รู้ก็พูดขึ้น


 

"เพราะว่า....ฉันหยุดไม่ได้......จะต้องช่วย...มิยูให้ได้......ต้องให้ต้องตายก็ตาม" ชิโรเอะไม่พูดเปล่าเดินไปทางภูเขาด้วยสภาพที่ปางตาย


 

ในแววตาของคิเรย์ เป็นแววตาที่ชื่นชม แม้ว่าชิโรเอะจะถูกตีหน้าว่าเป็นปีศาจที่ขัดขว้างการช่วยเหลือโลกใบนี้ แต่เธอกลับยังทำตามเป้าหมายของตัวเองต่อไป จนกว่าร่างกายนั้นจะแหลกสลาย เธอก็ไม่คิดจะหยุด ถ้าเป็นไปได้คิเรย์ก็อยากจะช่วย แต่เมื่อเธอเข้าร่วมสงครามเขาได้เพียงแค่เฝ้าดูเท่านั้น


 

ส่วนชิโรเอะกว่าจะเดินไปถึงที่หมายได้ก็กินพลังงานไปเกือบหมด ถึงอย่างนั้นชิโรเอะก็กลั้นใจที่จะเดินต่อไป จนมาถึงปากถ้ำที่คาดว่าพวกจูเลี่ยนอยู่ข้างในนี้ แล้วก็มิยู อาเชอร์ด้วย หากเธอชนะอีกครั้งก็จะสามารถช่วยมิยูได้แล้ว พอเธอเดินเข้ามาไปในครึ่งทางได้ก็พบกับจูเลี่ยน


 

"จูเลี่ยน..." ชิโรเอะเอาตัวเอนพิงผนังถ้ำที่อยู่ข้างๆ


 

"ทำไมกัน.....ทำไมเธอถึงต้องมาขัดขว้างการช่วยมนุษยชาติด้วย! หากเหตุผลเพียงแค่ความรู้สึกไร้สาระนั้นละก็มันไม่ขำเลยนะ!" จูเลี่ยนกล่าวอย่างเดือดดาด


 

"อ่า ฉันเองก็คิดอยู่มาตลอด 5 ปีเลยละนะ แต่ว่าฉันทำใจให้มิยูเสียสละไม่ลงจริงๆละนะ ในบันทึกของตระกูลซากาซึกิตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่นของมิยู พ่อแม่ของแต่ละรุ่นนะ ไม่ได้มีความต้องการมากมายเลย จะขอให้ร่ำรวยก็ได้ แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ ก็แค่เด็กๆที่เกิดมามีสุขภาพแข็งแกร่งดี หากว่านั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายละก็ ฉันจะ อึก....ยอมถูกตีหน้าว่าเป็นปีศาจก็ได้"


 

ชิโรเอะไม่รอให้จูเลี่ยนได้ตอบกลับ ก็กลับทรงตัวเดินผ่านร่างของจูเลี่ยนไป ในความคิดของชิโรเอะ มองว่าจูเลี่ยนเป็นอีกด้านหนึ่งของเธอเลยก็ว่าได้ ถ้าเธอทำตามความความปราถนาของคิริซึงุต่อ ถึงอย่างนั้นไม่ว่าเธอจะคิดยังไง เธอยากจะเดินในเส้นทางนี้มากกว่า


 

เดินไปได้สักพักหนึ่ง ก็มีถึงสถานที่ที่เอาไว้ใช้ทำพิธีกรรม เมื่อมองไปรอบๆก็ยังไม่เห็นอาเชอร์สักที ก็ขึ้นไปหามิยูก่อน เป็นไปได้เธอยากจะใช้การ์ดทั้ง 6 ใบ ที่ได้มานี้ส่งตัวมิยูไปเลย แต่ว่ามันทำไม่ได้ ถ้าการ์ดไม่ครบทั้ง 7 ใบ ระบบของพิธีกรรมจะไม่ทำงาน ไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม


 

กรึกๆๆๆๆ วืดดดดด ตูม!


 

เมื่อเดินไปใกล้จะถึงตัวมิยูแล้วชิโรเอะถูกโซ่บางอย่างมารัดขา แล้วเหวี่ยงร่างของชิโรเอะไปกระแทกกับหินที่อยู่ด้านบนที่เป็นส่วนในการทำพิธีกรรมแต่ก็ยังไม่ถึงซะทีเดียว อย่างกับว่าตอนนี้เธอถูกเชิญมาอยู่ในที่นั่งพิเศษ ชิโรเอะพยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก


 

"อย่าแม้แต่จะคิด"


 

"อัก!" ยังไม่คิดได้ลุกดีชิโรเอะก็ถูกเหยียบนอนราบไปกับพื้น


 

"พี่ค่ะ! พอได้แล้ว ได้โปรดอย่าทำให้พี่ทรมารไปมากกว่านี้เลย" มิยูกล่าวทั้งน้ำตา


 

"หุบปากไปซะ ท่านจูเลี่ยนนี่คือการ์ดทั้งหมดค่ะ" ผู้ที่เหยียบหลังชิโรเอะอยู่นั้น เธอมีชื่อว่าแองแจลิก้า ผู้ใช้การ์ดอาเชอร์ หากเธอใช้การ์ดได้อย่างหายห่วงละก็ คงไม่อยู่ในสภาพนี้หรอก เธอนั้นหยิบการ์ดจากกระเป๋าของชิโรเอะ พร้อมกับการ์ดอาเชอร์ของตนไปให้จูเลี่ยน


 

"อ่า เอมิยะ ชิโรเอะ เชิญดูชะตากรรมที่มันถูกกำหนดไว้เถอะ" จูเลี่ยนพูดจบก็เดินไปหามิยูทันที


 

"ย-หยุดนะ! อัก! ข...ขอร้อง.....อย่าใช้มิยูเลย....." น้ำตาของชิโรเอะที่ไม่เคยไหลออกมาเลยตลอดเวลาหลังจากที่คิริซึงุรับเธอมาเลี้ยงก็ได้ไหลออกมาเป็นสาย


 

"เหอะ.......ข้าขออธิษฐานต่อจอกศักดิ์สิทธิ์ ขอให้เติมเต็มพลังเวทย์ทีหายไปจากโลกใบนี้ และนำร่างของซากาซึกิ มิยู เป็นเครื่องสังเวยในการจ่ายพลังเวทย์ด้วย"


 

"ไม่นะ......" วงแหวนขนาดใหญ่ค่อยๆพาร่างของมิยูลอยขึ้น


 

"ลาก่อนคะ พี่......." มิยูกล่าวออกมาและหลับไป


 

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!" มิยูได้ค่อยๆสลายกลายเป็นพลังเวทย์เติมให้กับโลก


 

ความโกรธ ความเศร้า ความเสียใจของชิโรเอะแปรเปลี่ยนทุกอย่างมาเป็นพลัง ลุกขึ้นในทั้งๆที่แองแจลิก้าเหยียบ แม้ว่าเธอจะพยายามเหยียบให้แนบกับพื้นมากแค่ไหนชิโรเอะก็ยิ่งมีพลังกำลังมาขึ้น จูเลี่ยนที่หันมาเห็นก็เรียกของเหลวบางอย่างออกมา ก่อเกิดมาเป็นรูปร่างที่คุ้นเคย


 

"ซากุ.....ระ" ชิโรเอะที่ลุกขึ้นมาได้นั้นก็ตกใจที่เห็นซากุระยืนอยู่ตรงหน้า


 

"แหม่ๆ ไม่ดีเลยนะคะ รุ่นพี่.....รุ่นพี่นะจะต้องถูกฉันฆ่าเท่านั้น!" ซากุระ ไม่สิ ดาร์กซากุระพุ่งเข้ามาเอามือนั้นพุ่งมาที่กลางอกของชิโรเอะ


 

ฉึก!!!!!


 

"อัวก!......ถ้าฉันตาย.....นายก็ต้องตายด้วย"


 

"ว่าไงนะ อึก!" จูเลี่ยนมองไปที่ข้างหลังตนพบว่ามีดาบมาปักกลางหลังตรงกับหัวใจพอดี จึงพยายามรีบรักษา แต่มีดาบอีกสองเล่มมาแทงอกด้านหน้าอีกสองเล่ม


 

"หึๆ......มิยู.......ขอโทษนะ.....ที่ไม่มีพาไปเที่ยว........


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ที่ทะเล"

ผลงานอื่นๆ ของ TheDragonLight

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Mp_9
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 17:08
    รออ่านนะครัช :)
    #1
    0