คัดลอกลิงก์เเล้ว

Missing คิดถึงเธอ

โดย Dog_bone

นิยายสั่นๆ ง่ายๆ แต่ซึ้งกินใจ การันตรีโดยเพื่อนรวมห้อง=.=; ที่พอได้อ่านแล้วก็ตาค้างไปตามๆกัน เชิญอ่านนิยายปวดตับได้ทางนี้ ขอบคุณค่ะ

ยอดวิวรวม

63

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


63

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ม.ค. 59 / 18:59 น.
นิยาย Missing Դ֧

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ เราชื่อ Dog_bone (ชื่อเราน่ากินใช่มั้ยล่ะ) คงยังไม่เคยมีใครเห็นชื่อเรามาก่อนใช่มั้ยล่ะ นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่ลงในเว็บdek-dเลย (ถึงจะแค่ลองลงดูยอดก็เถอะ) นอกจากเรื่องนี้เรายังมีโปรเจกต์แต่งนิยายเป็นเซ็ตกับเพื่อนๆด้วยนะ (แต่ไม่รู้ว่าจะได้ลงเมื่อไหร่) ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะ

กลับมาที่นิยายเรื่องนี้ดีกว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง...
...
..
.
.
..
...
..
.
บอกแค่นี้แล้วกัน ไม่อยากสปอย
ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องสั้นๆอยู่แล้ว อ่านไม่ถึงนาทีก็จบ ไปลุ้นเอาในเรื่องแล้วกันเนาะ^0^

เรื่องนี้อาจมีภาคต่อก็ได้นะ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้อ่าน คอมเม้น และอารมณ์ของผู้เขียน
เพราะงั้นอ่านจบแล้วก็ช่วยคอมเม้นกันด้วยนะ

หมายเหตุ
สถานที่รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องจำนวนอุบัติเหตุในช่วงวันปีใหม่จากศปถ.
และขอบคุณthemeสวยๆจาก BESILLANT THEME

และเชิญผู้อ่านทุกท่านสนุกกับเนื้อเรื่องด้านล่างได้เลยค่ะ^ ^
besillant

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ม.ค. 59 / 18:59


วิวของถนนและพุ่มไม้ข้างทางถูกเลื่อนไปตามการเคลื่อนที่ของรถบัสโดยสารสีฟ้าออกน้ำเงิน ซึ่งผมกำลังโดยสารอยู่ วันนี้ผมเดินทางมาต่างจังหวัดเพื่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง หลังจากที่รถบัสคันโตแล่นมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง มันก็เข้าจอดที่สถานีแห่งหนึ่ง มันเป็นเคหสถานสีขาวขนาดไม่ใหญ่มาก สีตามเสาและกำแพงมีคราบสีเหลืองหน่อยๆบ่งบอกถึงความเก่าของตัวอาคาร

 ผมเดินออกมาจากตัวอาคารเก่าอย่างไม่ใส่ใจอะไร ที่จริงมันกลับทำให้ผมรู้สึกดีด้วยซ้ำที่อาคารเหล่านี้ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และยังคงมีสภาพเหมือนกับทุกๆปี ผมเดินผ่านประตูสีขาวที่ด้านบนถูกสลักเป็นลายไทยสีทองอร่ามไม่ต่างจากตัวอาคารด้านในที่หลังคาถูกมุงด้วยกระเบื้องสีเขียวและแดง ตัดกับต้นโพธิ์รวมถึงต้นไม้อื่นๆที่ขึ้นอยู่ตามจุดต่างๆ ทำให้ที่นี่ดูร่มรื่น ...ใช่ ที่นี่คือ'วัด'

คนหลายคนยืนกระจายกันอยู่แถวนั้น บ้างก็ยืนถือถาดอาหารสำหรับใส่บาตร บ้างก็นำขนม ผลไม้ประจำฤดูกาล น้ำดื่ม รวมถึงของเล่นโบราณดูแปลกตา มาจัดบนแผงขายของที่ตั้งอยู่ตามริมถนน พระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นไปบนฟ้า เปลี่ยนท้องฟ้าที่เคยเป็นสีแดงส้มให้กลายเป็นสีฟ้าสว่าง'บางทีผมอาจจะมาถึงเช้าเกินไป' คิดได้ดังนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะไปเดินเล่นและหาอะไรทานในตลาดแถวๆนั้น

ตลาดในช่วงเช้าเป็นอะไรที่วุ่นวาย ผู้คนมากหน้าหลายตาพากันมาจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างตะโกนเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน จนอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปเลือกซื้อ ของที่ขายในตลาดส่วนใหญ่ไม่ต่างจากของที่ขายในแผงลอยหน้าวัดเท่าไหร่ นอกจากนั้นก็มีแผงผักสด แผงขายเนื้อต่างๆร้านของชำ และร้านอาหารที่ผมหมายตาอยู่

ผมเดินเข้าไปนั่งในร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่ติดกับคลองสายหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าเจ้าของร้านสามารถเลือกสถานที่ตั้งร้านอาหารได้ดีทีเดียว การได้มองเรือและผักตบชวาไหลไปตามสายน้ำเป็นอะไรที่ไม่เลวเลย ผมนั่งมองวิวอยู่ไม่นานเด็กสาวพนักงานเสิร์ฟก็นำก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำตกที่สั่งไว้ตั้งแต่ตอนเข้าร้านมาวางบนโต๊ะพร้อมด้วยแก้วน้ำแข็งและน้ำอัดลมขวดเล็กๆ จากนั้นผมจึงเริ่มลงมือทานอาหารเช้าของผม

[ล่าสุดสายข่าวของเราได้รับยอดอุบัติเหตุในวันที่29ธันวาคม2558 หรือเมื่อวานนี้มานะคะ มีอุบัติเหตุรวม439ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ456คน และผู้เสียชีวิตอีก39คน...]

เสียงจากโทรทัศน์ในร้านดังลอดออกมาจากลำโพงของมัน ผู้รายงานข่าวสาวกำลังพูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เรียกได้ว่าจำนวนไม่ใช่น้อยๆเลย คนที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพวกนี้มักเป็นพวกนอนไม่ค่อยพอจนเกิดอาการหลับในหรือไม่ก็พวกที่เมาแล้วขับ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าการกระทำพวกนี้เป็นความเสี่ยง อันตราย และสามารถทำลายสังคมหรือครอบครัวของพวกเขารวมถึงของคนอื่นได้มากแค่ไหน แต่กว่าพวกเขาจะรู้ก็คงเป็นตอนที่เขาสูญเสียคนสำคัญไป...

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง หลังจากทานอะไรเรียบร้อย ผมก็เดินกลับมาที่วัดเดิมอีกครั้งพร้อมด้วยช่อดอกกุหลาบสีเหลืองสดที่ซื้อมาจากตลาด ผมมองไปรอบๆอีกครั้ง มีแผงขายของหลายแผงตั้งเรียงรายตามริมถนน ผู้คนถือธูปเทียน ดอกไม้และสังฆทานสำหรับทำบุญเดินผ่านไปผ่านมา และเพลงวันปีใหม่ที่ถูกเปิดขึ้นด้วยจังหวะสนุกสนานทำให้ที่นี่ดูคึกคักขึ้นจากเมื่อเช้า ผมเดินเข้ามาในโบสถ์สีขาวขนาดใหญ่ หลังคาปูด้วยกระเบื้องสีแดง เสา หลังคา และราวบันไดเป็นสีทองถูกประดับประดาด้วยกระเบื้องหลากสีจนเป็นประกายสวย ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีทองอร่ามขนาดใหญ่

พอผมเดินเข้ามาได้พอประมาณ ก็นั่งลงวางดอกไม้ไว้ข้างตัว แล้วกราบพระพุทธรูปไปสามครั้ง ตามด้วยท่องบทสวดมนต์ที่มีเขียนไว้ให้ด้านหน้าองค์พระซึ่งสำหรับผมที่ท่องบ่อยจนชินจึงไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ ผมก้มกราบลงไปอีกครั้ง ก่อนจะถือช่อกุหลาบสีเหลืองสวยเดินออกไป ทำให้คนอื่นๆต้องมองด้วยความสงสัยว่าดอกนั่นไม่ได้นำมาไหว้พระเหรอ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ดอกไม้นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำบุญ ผมซื้อมันมาให้คนสำคัญ ผมเริ่มก้าวเท้าเพื่อไปยังที่ที่เธออยู่ก่อนที่จะได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...

"อ้าว!โยม ปีนี้ก็มาอีกแล้วเหรอ"ชายคนหนึ่งที่เนื้อตัวถูกห่มด้วยผ้าสีส้มเหลือง ผมและคิ้วถูกโกนจนเหลือแค่ผิวหนัง พร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ถามด้วยความเป็นมิตร

"ครับหลวงพี่" ผมยกมือขึ้นไหว้พระสงฆ์รูปนั้นยิ้มรับก่อนจะพูดต่อ

"เธอคงจะมีความสุขมากแน่ๆ โยมมาหาเธอทุกปีเลยนี่นา"

"ครับ แต่ผมไม่อยากให้เธออยู่กับผมหรอกครับ ผมอยากให้เธออยู่ในที่ๆเธอควรอยู่มากกว่า"

"งั้นก็ดีแล้ว ไปเถอะ เธอคงรอแย่แล้ว"หลวงพี่คนนั้นยิ้มอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน ก่อนบอกให้ผมไปได้แล้ว

"ครับ ลานะครับหลวงพี่"ผมยกมือขึ้นไหว้แล้วออกเดินอีกครั้ง

 ใช้เวลาไม่นานผมก็มายืนอยู่หน้าเจดีย์สีเงินเป็นประกายขนาดประมาณสองเมตรที่ถูกประดับด้วยกระถางธูปและดอกไม้สีเหลืองสวยของผม ด้านหน้ามีรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยิ้มแย้มอย่างร่าเริง ใต้รูปภาพมีข้อความเขียนอยู่ว่า...

 'นาวสาวลลิตา จันทราวงศ์ ชาตะ 9 มิ.ย. 2530 มรณะ 30 ธ.ค. 2553 อายุ 23 ปี'

เธอคนนี้เป็นแฟนของผมเอง ตอนที่ผมเจอเธอครั้งแรก เธอเป็นคนอารมณ์ดี มีความเมตตา เข้าสังคมเก่งและยึดถือหลักศีลธรรม ซึ่งผมคิดว่ามันเหมาะกับความฝันที่อยากจะเป็นทนายของเธอมาก จากตอนนั้นผมก็ทั้งอิจฉาและหลงรักเธอ จนในที่สุดเราก็ได้คบกัน แต่แล้ว...

 

' 5ปีก่อน

"นี่นายวางแผนไว้รึยัง ว่าจะทำอะไรข้ามปีดี"

หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่นั่งอยู่เบาะข้างๆเอ่ยถามผมที่กำลังขับรถ ด้วยท่าทางตื่นเต้น ใบหน้าสวยที่มองไม่ค่อยเห็นเพราะความมืด แสดงออกมาให้เห็นเมื่อขับผ่านเสาไฟที่อยู่ตามถนน ผมกับมิ้นแฟนของผมตกลงว่าจะไปเที่ยวปีใหม่กันสองคนโดยที่เธอให้ผมเป็นคนขับรถ

"แล้วเธออยากทำอะไรล่ะ"ผมถามกลับ

"สวดมนต์ข้ามปี"เธอตอบกลับมาโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ

"สมเป็นเธอดีนะ"ผมยิ้มอย่างรู้ใจแฟนสาว เธอหัวเราะตอบ ผมรู้เสมอว่าเสียงหัวเราะของเธอสามารถทำให้โลกของผมสดใสขึ้นได้ และผมยังไม่รู้เลยว่าถ้าขาดมันไปผมจะเป็นยังไง...

"แล้วตกลง นายอยากทำอะไร"เธอถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ฉันจะทำอะไรก็ได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ แค่ที่นั่นมีเธอก็พอแล้ว"หลังพูดจบเธอก็ตบไหล่ผมเบาๆก่อนจะพูดว่า...

"พูดอะไรก็ไม่รู้ ไปเอาคำพูดนี้มาจากไหนเนี่ย"

"อะไรกัน นี่มันออกมาจากใจฉันเลยนะ...เฮ้ย!ระวัง!"

ผมดึงสติของตัวเองกลับมาที่พวงมาลัย แสงไฟสองจุดซึ่งผมมั่นใจว่ามันคือไฟหน้ารถ วิ่งเข้ามาหาพวกผมด้วยความเร็วสูง ผมพยายามหักพวงมาลัยหนีแต่ก็มันไม่ทันเสียแล้ว รถกระบะสีดำปรากฏอยู่ตรงหน้า นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็น ก่อนที่จะ...

โครมมมมมม!!!

 

แสงสว่างลอดผ่านเปลือกตา พอลืมตาขึ้นก็พบกับห้องสีขาวมีเตียงอยู่สองเตียง ซึ่งเตียงหนึ่งเป็นของผมและอีกเตียงว่างเปล่า ที่นี่คงจะเป็นโรงพยาบาล พอสำรวจร่างกายตัวเองดีๆก็พบว่าแขน ขา หัวและตาข้างซ้ายถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนาพอสมควร ข้างๆผมคือผู้ชายคนหนึ่งลักษณะเหมือนหมอ พร้อมด้วยผู้หญิงอีกสองคนซึ่งน่าจะเป็นพยาบาล ผมนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ภาพของใครบางคนปรากฏขึ้นมาในหัว

"มิ้น! คุณหมอครับ มิ้นเป็นไงบ้าง แฟนผมเป็นไงบ้าง"ผมหันไปถามคุณหมอด้วยอาการตกใจและไม่สบายใจอย่างมาก

"ใจเย็นๆก่อนนะครับ อาการของคุณไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไรมาก ส่วนคุณผู้หญิง...ตอนนี้อยู่ในห้องพักพิเศษและอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"ผมได้แต่นิ่งเงียบ พูดอะไรไม่ออก มันรู้สึกเจ็บอยู่ข้างใน อัดแน่นจนไม่สามารถออกมาเป็นคำพูดได้"ผมอยากให้คุณไปพบเธอก่อนที่จะไม่มีโอกาสนะครับ แต่ต้องดูสภาพจิตใจของคุณก่อน"

"ผมจะไปครับ"คุณหมอพยักหน้ารับแล้วให้พยาบาลพยุงตัวผมขึ้นรถเข็นไป

พวกเราเข้ามาในห้องปลอดเชื้อขนาดไม่ใหญ่มาก ข้างในมีอุปกรณ์การแพทย์จำนวนมาก เตียงผู้ป่วยและคนที่นอนอยู่บนนั้นคือมิ้น เธอถูกพันด้วยผ้าพันแผลตั้งแต่หัวจรดเท้าเหลือไว้เพียงร่างกายบางส่วน ดวงตา จมูกและปากที่ถูกครอบด้วยเครื่องให้ออกซิเจน

ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...

เสียงชีพจรของเธอดังเป็นจังหวะส่งไปทั่วห้องที่เงียบสะงัด

"มิ้น..."ผมเรียกเธอออกไปเบาๆ แต่เหมือนปาฏิหารย์ตาที่เคยปิดสนิทของเธอค่อยๆปรือขึ้นมาช้าๆ

"นัท…?"เสียงแหบและแผ่วเบาดังออกมาจากปากเล็กๆของเธอ

"ใช่ ฉันเอง"ผมเอื้อมมือไปวางที่มือบางและซีดเซียวของคนบนเตียง

"ดีใจ...ที่นายมา...มี...เรื่องสำคัญ...ที่ต้องบอก"มือบางของเธอกำมือของผมไว้แน่น เสียงติดๆขัดๆพยายามพูดออกมาให้เป็นประโยค

"อะไรล่ะ ว่ามาสิ"

"ฉัน...รักนาย"

"ฉันก็รักเธอ"เธอส่งยิ้มแสนหวานให้ผมทั้งน้ำตา ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่ผมได้จากเธอ

ติ๊ด.........'

 

จากนั้นผมและญาติของเธอก็ไปที่สถานีตำรวจ คุณตำรวจบอกว่าคนที่ขับรถกระบะสีดำคันนั้นเมาแล้วขับ เขาเมาจนพูดกับตำรวจไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ ตำรวจได้ให้ข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปแล้ว ผู้ต้องหายอมรับแต่โดยดีและยินยอมที่จะจ่ายค่าปรับ ค่าเสียหาย ค่ารักษารวมถึงค่าทำขวัญให้ทางเราด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นกลับมาได้อยู่ดี

ผมมองไปที่รูปภาพของเธออีกครั้งหลังจากคิดอะไรเพลินๆ ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็มาที่นี่ทุกๆปีในวันที่เธอจากไป และพูดประโยคเดิมด้วยความรู้สึกเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนไปไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี

"ฉันขอให้เธอมีความสุข ได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี ฉันกับครอบครัวของเธอสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของทางนี้...ฉันรักเธอ...คิดถึงนะ"

ผลงานอื่นๆ ของ Dog_bone

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 18:46
    www.facebook.com/DogBone.Page
    #3
    0
  2. #2 iiiizyunty (@pannita2001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 21:32
    สนุกกกกกก
    #2
    0
  3. วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 00:44
    ชอบจางเลยยยย สนุก
    #1
    0