Devil May Cry 4 (V) : LEGACY

ตอนที่ 1 : Prologue (ภาพประกอบ 1 ภาพ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

Prologue

 


        30 April 05:45 Pm 2 เดือนก่อนหน้านี้

           “ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเป็นลูกน้องเลยนะ ไม่ค่อยชินเลย” เสียงติดจะเซ็งเล็กน้อยรอดผ่านจากใต้ท้องรถตู้คันใหญ่พร้อมกับที่มือที่ยื่นออกมาเคาะขี้เถ้าออกจากมวลบุหรี่ ชายหนุ่มผู้ฟังละสายตาจากกระโปรงรถและทำสีหน้าติดจะหงุดหงิดแม้จะมองไม่เห็นดวงหน้าอีกฝ่ายก็ตาม

             “นิโค ฉันเอาเอกสารให้อ่านแล้วนะ เธอเป็นหนี้ฉันจำได้มั้ย” ว่าจบ ก็หันไปจดจ่อกับงานของตนเองต่อ

             “เฮ้ทุกคน! อาหารพร้อมแล้วนะ” เสียงหวานตะโกนเรียกห่างออกไปไม่ไกล

             “เดี๋ยวฉันไป” ชายหนุ่มตะโกนตอบรับ ก่อนจะใช้เท้าเคาะที่ช่วงล่างรถ “เฮ้ ไปกินก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” จบคำพูดของเขา หญิงสาวที่อยู่ใต้ท้องรถก็เคลื่อนตัวออกมา

             เธอเป็นเจ้าของเรือนผมยาวสีดำหยักศกเปิดหน้าผากด้วยที่คาดผม สวมแว่นตากรอบสีแดงและมีรอยสักที่แขน ชุดสีเหลืองครึ่งตัวมอมแมมจากการทำงานแต่เธอก็ไม่คิดจะสนใจมันแม้แต่น้อย

             “เดี๋ยวจะเหลือไว้ให้ ไม่แน่ใจนะ” ช้อนหน้ามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มกวนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินผละจากไป

             ชายหนุ่มยังคงง่วนอยู่กับการซ่อมบำรุงรถของตน จนเมื่อมีเงาทอดพาดผ่านมายังตัวเขาจากแสงแดดในยามเย็นเรียกความสนใจของเขาให้ต้องหันกลับไปมอง ร่างของแขกไม่ได้รับเชิญยืนอยู่หลังประตูเหล็กของโรงรถที่ยังเปิดไม่สนิท

             “นั่นใคร ต้องการอะไร” ชายหนุ่มถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบ “อะไรกัน หิวรึไง” เขาเดินตรงไปยังกล่องเครื่องมือที่วางอยู่ก่อนจะทรุดตัวลงเพื่อจัดการเก็บอุปกรณ์ “นายคงโชคดีแล้วแหละเพราะอาหารพึ่งเสร็จ คีริเอะคงทำไว้เยอะด้วย” ขณะที่เขายังคงพูดอยู่ แขกไม่ได้รับเชิญก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาข้างนอก “นายคงชอบเสียงคุยนะ เพราะสองคนนั้นพูดไม่หยุดเลย” ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับคนเบื้องหลัง “นายต้องการอะไรกันแน่”

             จู่ๆ แขนขวาของชายหนุ่มก็ส่องสว่างวาบขึ้น ทำเอาเขาประหลาดใจจนโพล่งออกมา

             “อะไรกันเนี่ย” เขาหันไปมองร่างชุดคลุมแปลกหน้าแล้วพูดขึ้น “แกเป็นปีศาจเหรอ”

             “เนโร่เมื่อไหร่จะมากินข้าว” เสียงตะโกนของหญิงสาวคนเดิมบ่งบอกว่าเธอกำลังจะมาหาชายหนุ่ม เขาตกใจร้องห้ามทันที

             “คีริเอะรีบกลับเข้าไปเร็ว!

             เนโร่ลืมที่จะระวังตัวทำให้คนแปลกหน้าคว้าเข้าที่แขนขวาของเขาก่อนจะเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางของจนทุกอย่างร่วงกระจายลงมา ตัวเขาเกลือกกลิ้งไปกับพื้นพยายามฝืนตัวมองคนที่ยืนหันหลังห่างออกไปไม่ไกล การขยับตัวของคนแปลกหน้าเชื่องช้าและกะโผกกะเผกราวกับคนบาดเจ็บ

             ฉันขอมันคืนนะ” อาคันตุกะไม่ได้รับเชิญพูดเสียงแผ่วอ่อนขณะที่ถือแขนขวาปีศาจของเนโร่

     ชายหนุ่มเจ้าของมันกัดฟันกรอดก่อนจะหันไปมองแขนขวาของตนและก็ต้องคำรามร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดทรมาน เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากปากแผล

     ฉับพลันนั้นเอง! แขนปีศาจก็กลับเป็นดาบญี่ปุ่นเล่มยาว ชายแปลกหน้าตัวงอและไอออกมาเหมือนคนป่วย

     “ฉันมีเวลาไม่มากแล้ว” ว่าจบก็ชักดาบออกมาและฟันเป็นเครื่องหมายบวก ประตูมิติถูกเปิดออกท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงที่มองอยู่ของเนโร่ เขาพยายามขืนตัวแต่ก็ล้มลงกับพื้น

     “เดี๋ยว!” เนโร่ร้องเรียก ทว่าคนแปลกหน้ากำลังก้าวเข้าไปยังประตูมิติ “เดี๋ยว!” จนเมื่อเขาหายลับไปจากสายตา ชายหนุ่มพยายามกะเสือกกะสนจะไล่ตามแต่ก็ไม่อาจทำได้ เมื่อเขาต้องยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความเจ็บปวดและเลือดที่ไหลริน

     “เนโร่!” คีริเอะร้องลั่น

     “ฉันพึ่งเข้าไป มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!” หญิงสาวที่พึ่งละจากเขาไปไม่นานสบท ทั้งคู่รีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มซึ่งหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว

     “เราต้องรีบพาเขาไปรักษาแล้ว!

 

 

     สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

     “นายต้องไปจริงๆ เหรอดันเต้” เพิลริลเอ่ยถามเสียงเครียด ความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นภายในอกเมื่อได้ฟังเรื่องภารกิจของคนตรงหน้า เธอมีลางสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องไม่ดีกับเขา

     “ฉันไปไม่นานหรอกน่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว หลังจากนั้นเราค่อยไปเยี่ยมยัยปีศาจกัน” ดันเต้ลูบหัวเพิลริลราวกับเด็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นจับสองแก้มเธอดึงเบาๆ “กลัวฉันจะเป็นอะไรไปรึไง ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันน่ะเป็นใคร”

     “ฉันรู้ว่านายน่ะเป็นนักล่าปีศาจที่เก่งกาจ” เธอเน้นเสียงประชดเล็กๆ “แต่ฉันก็อดที่จะห่วงไม่ได้ ฉันมีความรู้สึกว่าภารกิจคราวนี้มัน...” แล้วเสียงของหญิงสาวก็ขาดห้วง ดันเต้ช้อนดวงหน้ามอนให้สบประสานสายตากับเขา

     “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่ะ ก็เหมือนที่ผ่านมานั่นแหละ”

     “ดันเต้” เพิลริลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

     “อายุเท่าไหร่แล้วยังขี้แยอีกนะเธอเนี่ย” เขาดึงหญิงสาวเข้ามาซบในอ้อมแขนและโยกตัวไปมาน้อยๆ เหมือนปลอบเด็กโยเย “เตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ด้วยล่ะ หลังจากภารกิจฉันคงจะหิวมากแน่นอน” จบคำพูด เขาก็ประทับริมฝีปากกับหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

     แม้จะกังวลใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเขาให้คำมั่นแล้ว ชายหนุ่มไม่มีทางผิดสัญญาแน่นอน

 

 

     แววตาสีชมพูรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์จบลง ข่าวร้ายจากมอร์ริสันทำให้หญิงสาวทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น เธอต้องการใครสักคนเพื่อรับฟังความทุกข์ทรมานในตอนนี้ ก่อนที่หัวสมองจะได้ทบทวนการกระทำของตน มือเรียวก็กดโทรออกไปเรียบร้อย

     “เฟียร์...” เธอเอ่ยเรียกเมื่อปลายทางรับสาย พยายามกลั้นสะอื้นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ความผิดปกติ

     [พี่เพิล ทำไมเสียงดูเพลียๆ แบบนั้น เกิดอะไรขึ้น]

     เมื่อได้ยินเสียงของน้องสาวอันเป็นที่รัก เพิลริลก็แทบอยากจะพรั่งพรูคำพูดออกมา ทว่า...

     “ไม่...ไม่มีอะไร เฟียร์เป็นยังไงบ้าง...สบายดีมั้ย” เธอทำเสียงร่าเริงอย่างจงใจ มันช่างงี่เง่าและดูแข็งทื่อเสียเหลือเกิน

     [อย่ามาเปลี่ยนเรื่องคุยเพิลริล เกิดอะไรขึ้นกับเธอ]


     “เฟียร์...ดันเต้...ดันเต้เค้า” เพิลริลรีบยกมือปิดปากตนเอง เธอเกือบจะเผอเรอโพล่งออกไปเสียแล้ว แต่เธอไม่อาจสะกดมันไว้ได้อีกแล้ว “จะ...จู่ๆ ก็มีต้นไม้...ฮึก...ประหลาด...โผล่ออกมา...แล้วมอร์ริสันก็พาผู้ว่าจ้าง...ไปหาดันเต้ เขา...ต้องไปปราบปีศาจ ที่แข็งแกร่ง...แล้วดันเต้...ฮือ” การพูดของเธอตะกุกตะกักและจับประเด็นได้ยาก เมื่อเธอรู้ตัวว่าพล่ามสิ่งที่ไม่สมควรออกไปก็รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “ความจริง...พี่ไม่ควรจะโทรมาหาน้อง...แต่พี่ไม่รู้จะคุยกับใคร”

     [พี่เพิล...ฉัน] เพิลริลรับรู้ว่าเฟียร์เองกำลังกังวล เธอจึงรีบพูดต่อเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความไม่สบายใจ

     “ไม่ต้องห่วง พี่ไม่เป็นอะไรหรอก ขอบคุณที่รับฟังนะเฟียร์ และขอโทษที่โทรมารบกวน แค่นี้ก่อนนะ ดูเหมือนพวกเด็กๆ จะหิวแล้ว” จบคำพูด เพิลริลก็ตัดสายการสนทนาทันที เธอปิดมือถือเพราะกลัวผู้เป็นน้องจะโทรกลับมา น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับเปิดก๊อกไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาดังๆ ได้

     เธอเป็นห่วงดันเต้...ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นตายร้ายดียังไง ไม่รู้ว่าจะไปถามข่าวคราวของเขาได้จากใคร เพราะทั้งทริชและเลดี้ก็หายไปพร้อมกับเขาเช่นกัน จากที่มอร์ริสันบอกเธอ มีเพียงเนโร่และผู้ว่าจ้างนามวีเท่านั้นที่กลับออกมา ชายหนุ่มทั้ง 2 คือความหวังสุดท้ายของเธอ หากแต่เพิลริลไม่เคยรู้ว่าจะติดต่อเนโร่ยังไง เธอคงต้องให้มอร์ริสันช่วยจัดการเสียแล้ว

     “ได้โปรดเถอะดันเต้ นายอย่าเป็นอะไรไปนะ นายต้องกลับมาหาฉันนะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #7 Henachan (@Henachan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 06:08
    มาแล้ววววว
    #7
    0
  2. #6 ZenesziaZilvalia (@ZenesziaZilvalia) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 05:28
    มาแล้ววว!!
    #6
    0