นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[OS] Secret [EunseoXChengxiao] fet.ExSeol , WJSN

โดย Summersnow​

ชวนมาร่วมแก๊งทหารเสือล้วงความลับของอึนเสี่ยว สถานะที่แน่ชัดแค่เพื่อนสนิท หรือ แฟน

ยอดวิวรวม

2,148

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


2,148

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


62
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ย. 59 / 10:07 น.
นิยาย [OS] Secret [EunseoXChengxiao] fet.ExSeol , WJSN

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
"Secret"



มาแว้วว ภาคต่อ Say Something  พาร์ทนี้เป็นของอึนเสี่ยวเพราะตอนที่แล้ว
เผลอผูกปมคู่นี้ไว้นิดนึงเลยมาแก้ 55 ดีไม่ดียังไงฝากติชมด้วยนะค้า 
หรือตามเค้าได้ที่ @crush_exyเน้ออ. ฟีดแบคดีก็มีต่อเรื่อยๆ

ฝากสำหรับใครที่สนใจคู่พี่ใหญ่ ในแท็ค #เอ็กซอล เค้ารวบรวมโมเมนต์เอาไว้
ใครอยากจะลงเรือเล็กๆลำนี้ไปกับเราก็เข้าไปแชร์โมเมนต์กันได้
ตอนนี้มีเค้าสิงอยู่เดียว ????????????

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ก.ย. 59 / 10:07


วันนี้เป็นวันที่สาวๆ Cosmic girls ทั้ง 12 คนต้องเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตM countdown ที่ประเทศจีน 
ทำให้เมมเบอร์ชาวจีนทั้งสามคนอย่าง ซอนยี มิกิ และซองโซต่างพากันตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ
เมื่อจะได้กลับไปยังบ้านเกิด แถมวันนี้ยังเป็นวันพิเศษอีกอย่างนึงคือเป็นวันเกิดของอึนซอ 
เหล่าเมมเบอร์จึงพากันวางแผนบางอย่างเพื่อเซอไพรซ์วันเกิดให้เจ้าตัวโดยการทำเป็นไม่สนใจ
ตั้งแต่ที่อยู่สนามบิน เป็นเหตุให้อึนซอต้องแยกมานั่งหงอยอยู่คนเดียว ในขณะที่เมมเบอร์คนอื่น
กำลังถ่ายวีดีโอกันอย่างสนุกสนาน

“ออนนี่ ฉันไปหาอึนซอได้มั้ยคะ ฉันสงสารอึนซอ”ซองโซเอ่ยถามมิกิที่นั่งอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา
เธอเอาแต่ชะโงกหน้ามองอึนซอที่นั่งอยู่คนเดียวว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง เธออยากไปเล่นกับอึนซอ
แต่เหล่าออนนี่ก็สั่งห้ามเธอว่าวันนี้ห้ามไปเล่นกับเขาจนกว่าจะถึงปาร์ตี้วันเกิด แต่พอมองเห็น
ใบหน้าซึมๆของอึนซอในตอนนี้แล้วเธอก็อดไม่ได้จริงๆ

“ไม่ได้ เดี๋ยวก็ไม่เซอไพรซ์กันพอดี อย่าพึ่งใจอ่อนเดี๋ยวอึนซอก็มีความสุขแล้ว”มิกิเอ่ยปลอบใจสาวน้อย
ขี้สงสารยิ่งกับอึนซอที่สนิทกันปานจะกลืนกินด้วยแล้ว ไม่แปลกที่ซองโซจะกังวล 
แม้จะเป็นแค่การเซอไพรซ์วันเกิดก็ตาม

“ซองโซอา มาถ่ายถ่ายรูปกับพี่ดีกว่ามา”โบนาที่กำลังยืนถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆสังเกตเห็นอาการซองโซ
เลยหาอย่างอื่นให้น้องทำก่อนที่แผนจะแตก ซึ่งคนน้องก็ว่านอนสอนง่ายตามเคยรีบลุกขึ้นมาเล่น
กับออนนี่ตามคำชวน

“ไม่สนใจกันบ้างเลยรึไงนะ”คนที่นั่งอยู่คนเดียวบ่นงุบงิบริมฝีปากยื่นออกมาหน่อยๆเมื่อมองไปยังซองโซ
แล้วพบว่าเจ้าหล่อนกำลังถ่ายรูปเล่นกับโบนาและลูดาอย่างสนุกสนานไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิด 
แถมวันนี้ยังเอาแต่เกาะติดมิกิไม่ยอมมาเล่นกับเขาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ลำพังเมมเบอร์คนอื่นเมิน
วันเกิดเขาก็รู้สึกแย่แล้ว นี่คนที่เขาอยากให้สนใจที่สุดยังเมินกันไปอีกคน มันน่าน้อยใจนัก 
ซองโซจำไม่ได้เลยรึไงนะว่าวันนี้เป็นวันอะไร



ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงสาวๆก็บินลัดฟ้ามาถึงประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ สาวๆต่างแยกย้ายเข้าห้องพัก
ของโรงแรมเพื่อพักผ่อนก่อนออกไปซ้อม สมาชิกถูกแบ่งให้นอนห้องละสองคนตามความสมัครใจ
ซึ่งแน่นอนว่าเอ็กซี่กับซอลอาต้องอยู่ด้วยกัน เช่นเดียวกับอึนซอและซองโซ พักเพียงไม่นานก็ถึง
เวลาซ้อมดูเหมือนการซ้อมจะผ่านไปไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นักเมื่อความผิดพลาดปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน 
ทำให้ต้องอยู่ซ้อมกันต่อ กว่าจะได้กลับมาโรงแรมก็พากันอ่อนล้าไปตามๆกันแต่ถึงอย่างนั้นทุกคน
ก็ยังไม่ลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้

“ซองโซอา เค้าเหนื่อยจัง”อึนซอจัดการอ้อนเพื่อนรักทันทีที่เข้ามาในห้องได้ ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนตัก
ซองโซที่กำลังนั่งจ้องทีวีอยู่บนเตียง เขารอให้ซองโซมาเล่นด้วยทั้งวันแต่เจ้าหล่อนก็ยังนิ่งจนสุดท้ายทน
ไม่ไหวเลยต้องมาเรียกร้องความสนใจซะเอง

“เหนื่อยก็ไปนอนเตียงตัวสิ เค้าจะดูทีวี”สาวเจ้าเอ่ยไล่กลายๆในมือถือรีโมททีวีไว้พลางกดเลื่อนช่องไปเรื่อยๆ
เพื่อที่จะได้ไม่เผลอแพ้ลูกอ้อนของคนบนตัก ได้แต่นึกในใจว่าขอให้อึนซออดทนรออีกซักนิด 
เดี๋ยวเธอก็จะกลับมาเล่นกับเขาได้แล้ว รวมถึงบอกตัวเองด้วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เอ็กซี่ออนนี่จะโทรมาเรียกซักที

“ตัวรำคาญเค้าเหรอ”ว่าพลางลุกขึ้นทำหน้างอจ้องใบหน้าสวยของคนตรงหน้า

“เค้าไม่ได้รำคาญ เค้าแค่จะดูทีวี”

“แล้วทีวีมันน่าดูกว่าเค้ารึไง”

“อึนซออา ตัวงอแงใหญ่แล้วนะ”ตอนนี้ซองโซก็เริ่มหน้าบึ้งไม่ต่างกัน เพราะเธอก็กำลังลำบากใจแล้ว
เขายังมาเซ้าซี้แบบนี้อีก ถ้าทางนู้นยังช้าอยู่อีกนิดคงได้ทะเลาะกันเป็นแน่

“ตัวไม่รู้เหรอว่าทำไมเค้าถึงงอแง ตัวจำไม่ได้เลยใช่มั้ยว่าวันนี้วันอะไร”อึนซอถามออกไปด้วยความ
น้อยอกน้อยใจที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากท่าทางของร่างเพรียวซึ่งเธอไม่เคยว่าเขาแบบนี้มาก่อน

“……………………”ซองโซเลือกที่จะเงียบด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะตอบไปว่ายังไง เธอก้มหน้าลงไม่ยอมสบตาร่างสูง

“ก็ได้ เค้าไม่ยุ่งกับตัวแล้วก็ได้”เมื่อเห็นว่าร่างเพรียวไม่ยอมตอบอึนซอเลยลุกออกจากเตียงไป 
กลับไปนอนลงบนเตียงของตัวเองแล้วหันหลังให้อีกฝ่าย เขาพยายามหลับตาเอาไว้เพื่อไม่ให้เห็น
ดวงตาแดงก่ำฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาของตัวเอง


ทางด้านซองโซก็ได้แต่มองแผ่นหลังของเขาพลางถอนหายใจ ได้แต่ขอโทษเขาอยู่ในใจอยู่หลายครั้งแล้ว
กลับมาดูทีวีต่ออย่างไม่รู้จะทำเช่นไร ทำได้แค่รอให้พวกพี่ๆเตรียมของให้เสร็จ

กริ๊งงงง

และแล้วก็เหมือนเสียงสวรรค์ดังขึ้นซองโซรีบรับโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงทันทีก่อนจะยื่นให้อึนซอ
ที่พลิกตัวกลับมาแล้ว ร่างสูงมองหน้าเธอเพียงเล็กน้อยก่อนจะรับไปคุย ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นลีดเดอร์
ที่โทรมาเรียกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าต้องการคุยงาน

“เอ็กซี่ออนนี่ให้ไปที่ห้อง บอกว่าจะคุยงานอะ”เก็กเสียงแข็งบอกอีกฝ่ายด้วยความที่ยังงอนก่อนจะพลิกตัว
ไปแสร้งบิดขี้เกียจ ให้ซองโซได้แอบขำอยู่ในใจเพราะเดี๋ยวเขาก็คงจะหายงอนเธอเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ 



ซองโซเดินนำหน้าอึนซอมายังห้องของพี่ใหญ่ เธอแอบยิ้มและตื่นเต้นไม่แพ้เจ้าของวันเกิด 
มือเรียวยื่นไปกดกริ่งประตูอยู่ซักพักก่อนที่พวกออนนี่ข้างในจะมาเปิดให้ เพียงแค่ได้ยินเสียงแหลม
ที่ดังออกมาจากในห้องในตอนนี้อึนซอก็พอจะเดาอะไรได้แล้ว ร่างสูงฉีกยิ้มออกมาพร้อมๆกับ
เหล่าออนี่ที่ออกมาร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ งานปาร์ตี้เล็กๆกับเด็กทั้งสิบสองคนจึงเริ่มขึ้นอย่างอบอุ่น 

อึนซอรู้สึกขอบคุณพี่ๆและน้องเล็กมากที่แม้จะเหนื่อยกันขนาดไหนก็ยังลุกขึ้นมาจัดงานวันเกิดให้เขา 
ความน้อยใจก่อนหน้านี้เลยไม่มีหลงเหลืออีกนอกจากความรักความผูกพันที่มีมากขึ้นกว่าเดิม สนุกกัน
ได้ไม่นานทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับห้องของตัวเองด้วยความที่เริ่มดึกและพรุ่งนี้มีงานต่อ


“หลอกเค้าซะเนียนเลยน๊า”หลังจากที่เหลือกันอยู่สองคนแล้วอึนซอก็พึ่งได้มีโอกาสเอาเรื่องกับหมวยน้อยเสียที 
ที่หลอกเขาได้อย่างแนบเนียนจนเกือบจะร้องไห้ ร่างสูงบีบจมูกโด่งของเจ้าหล่อนเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“ไม่งอนเค้าแล้วเหรอ”ซองโซหัวเราะน้อยๆให้กับการเปลี่ยนอารมณ์แบบ 180 องศาของอึนซอที่ก่อน
หน้านี้ยังหน้างอใส่เธออยู่เลย

“แล้วตัวอยากให้เค้างอนจริงๆรึไงล่ะ”

“ถ้าตัวงอนตัวก็ใจร้ายที่สุดแล้ว รู้มั้ยไม่ใช่แค่ตัวนะที่ต้องทนรู้สึกน้อยใจ เค้าก็ต้องอดทนทำเป็น
ไม่สนใจตัวเหมือนกันน่ะแหละ”

“คิกๆ น่ารักจัง ขอบคุณนะซองโซอา ขอบคุณที่คอยทำให้เค้ามีความสุขตลอดเลย เค้า….”

“………….”ร่างเพรียวเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยว่าเขาจะพูดอะไรต่อ  ในใจก็แอบลุ้นไปด้วยเพราะ
เท่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับอึนซอ แต่เป็นอึนซอที่ไม่เคยพูด
เลยว่ารักหรือทำอะไรที่ทำให้สถานะของเรามันชัดเจนเลยซักครั้ง  การที่เธอไม่เคยพูดหรือถาม
มันออกไปกับเขาตรงๆมันไม่ได้แปลว่าเธอไม่ต้องการสถานะเหล่านั้น เธอแค่รอให้อึนซอพูดก่อนต่างหาก

“เค้าอยากอยู่กับตัวไปตลอดเลยล่ะ”สุดท้ายอึนซอก็ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เขายิ้มตาหยี
ให้ซองโซปิดบังแววตากังวลที่ซ่อนอยู่ เขาเองก็อยากพูดความในใจออกไปแต่เขากลัวว่า
บางสิ่งบางอย่างจะเปลี่ยน หากเราระบุสถานะขึ้นมา เขากลัวว่าวันนึงจะต้องเลิกกัน 
การที่เราเป็นอยู่แบบนี้อย่างน้อยๆเราก็ไม่มีวันต้องพูดคำนั้น เขาเพียงอยากมีนางฟ้าคนนี้อยู่กับเขาตลอดไป 
อยากดูแลเธออยู่แบบนี้ อยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากสอนภาษาเกาหลีให้ 
อยากฟังสำเนียงน่ารักๆจากเจ้าหล่อนไปทุกวัน

“อื้อ เค้าก็อยากอยู่กับตัว สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะ เค้าขอให้อึนซอมีความสุขมากๆ”ซองโซรู้สึกผิดหวัง
นิดหน่อยที่สุดท้ายก็ไม่ได้ยินคำนั้นอยู่ดี แต่เธอก็ไม่อยากจะแสดงอะไรออกไปให้อึนซอต้องรู้สึกคิดมาก
เพราะวันนี้เป็นวันเกิดเขาเธออยากให้เขามีความสุขมากที่สุด

“แค่นี้เองเหรอ ไหนของขวัญเค้าอะ รู้มั้ยวันนี้ตัวทำเค้าเกือบร้องไห้เลยนะ”

“ก็เขียนจดหมายให้แล้วไง”

“มันเหมือนของคนอื่นอะ ของตัวเค้าขอแบบพิเศษหน่อยไม่ได้เหรอ”ร่างสูงยิ้มกรุ่มกริ่มเมื่อคิดหาทางแกล้งอีกคนได้

“แล้วตัวอยากได้อะไร”

“ตรงนี้ไง”คนเจ้าเล่ห์ชี้ไปที่แก้มเนียนที่พองลมเต็มแก้มของตัวเองพลางเอียงหน้าเข้าไปหาอีกฝ่าย  
ซึ่งซองโซก็ว่าง่ายตามเคยแม้จะเขินแต่ก็ยอมยื่นริมฝีปากไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆหนึ่งทีเพื่อแทนของขวัญ
ที่ไม่มีโอกาสออกไปซื้อให้ ทำ ให้คนโดนจุ๊บได้แต่หัวเราะคิกคักชอบใจยิ้มจนตาปิด แต่ ก็ดูเหมือนจะยังไม่พอ

“ตรงนี้ด้วย”คราวนี้ร่างสูงชี้ไปที่ริมฝีปากแดงของตัวเอง เขายืนเอามือไขว้หลังยื่นหน้าไปหาคนสวยเต็มที่

“บ้า ไม่เอาด้วยหรอก เค้าจะไปอาบน้ำแล้ว”ร่างเพรียวปฏิเสธด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนจะพยายามเดินหนี 
แต่อึนซอก็ยังตามมาดักทางเอาไว้พลางยื่นหน้าแป้นแล้นให้เหมือนเดิม

“ถ้าไม่จุ๊บก็ไม่ให้ไป”

“อึนซอ นิสัยไม่ดี”ถ้าหากนี่เป็นคำด่า อึนซอคิดว่ามันคงเป็นคำด่าที่น่ารักที่สุดในโลกแค่สำเนียงเกาหลี
ของอีกคนก็น่าเอ็นดูพอแล้ว นี่ยังมาด่าด้วยใบหน้าเขินอายแบบนี้ยิ่งอยากน่าฟัดเข้าไปใหญ่ 

“อื้อ เค้าจะนิสัยไม่ดีไปจนกว่าตัวจะจุ๊บเค้านี่แหละ”ร่างสูงพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี 
ยิ่งซองโซก้มหน้าลงเท่าไหร่เขาก็โน้มตัวลงไปหาเพื่อจ้องหน้าเจ้าหล่อนเท่านั้น เป็นผลให้
หมวยน้อยต้องยอมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บที่ริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วแล้วผละออกมา

“ไปอาบน้ำแล้ว ห้ามตามมาอีกนะ เค้าจะงอนอึนซอไปจนกว่าจะอาบน้ำเสร็จ”พูดจบก็วิ่งดุ๊กๆหาย
เข้าไปในห้องน้ำทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“เฉิงเสี่ยวอา ไม่เอาผ้าเช็ดตัวไปด้วยเหรอ”อึนซอยืนหัวเราะชอบใจกับความน่ารักของเจ้าหล่อน 
และยังมิวายพูดกวนประสาทต่อด้วยชื่อจีนของสาวเจ้า

“อึนซอบ้า!”โผล่พรวดออกมาหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไป แต่ก็ไม่ลืมแวะด่าเขาต่ออีกซักหน่อยด้วยถ้อยคำ
ที่ทำให้คนถูกด่ามีความสุขมากกว่าเดิม ไม่รู้ทำไมซองโซถึงเป็นมนุษย์ที่น่ารักขนาดนี้


“ย่าห์ ตกลงสองคนนี้เป็นอะไรกัน”ซอนยีเอ่ยถามมิตรสหายที่ตอนนี้กำลังเอาหูแนบประตู
ห้องอึนซอกับซองโซ(อีกแล้ว)ซึ่งแน่นอนว่าประตูโรงแรมคงไม่ได้ยินชัดเจนนัก หากแต่ว่ามัน
ก็ไม่ใช่ปัญหาการเผือกเมื่อซอนยีเล่นแอบขโมยหูฟังหมอที่แฟนคลับเอามาให้เล่นมาด้วย 
พวกเธอสงสัยมานานแล้วว่าระหว่างอึนซอกับซองโซเป็นแฟนกันรึเปล่าเพราะตัวติดกันเหลือเกิน
แถมเล่นกันมุ้งมิ้งมากกว่าชาวบ้าน พอถามก็เอาแต่ตอบว่าแค่เพื่อนสนิทกัน ซึ่งพวกเธอคิดว่ามันไม่ใช่

“อาจจะเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆก็ได้นะคะ”ลูดาที่มาส่งดายองมักเน่ผู้เข้าร่วมแก๊งทหารเสือแทนอึนซอ
ชั่วคราวเอ่ยขึ้นเสียงเบา เธอไม่ได้ยินหรอกว่าข้างในคุยอะไรกันเพราะไม่มีหูฟัง และก็ไม่เข้าใจ
ว่าพวกนี้จะปฏิบัติการอะไรแผลงๆกันอีก 

“เพื่อนอะไรจุ๊บกันด้วย”ซูบินแย้งขึ้นมาในขณะที่ยังตั้งใจฟังอยู่ เผื่อจะได้ยินของดีเหมือนตอนเอ็กซี่อีก

“ฟังด้วยคนสิ”

“อะ เอาไป”ซูบินยื่นหูฟังหมอให้เสียงปริศนาอย่างง่ายดาย ก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่าในบรรดาเมมเบอร์
เสียงแหบๆแบบนี้มีอยู่คนเดียว เป็นผลให้ขนลุกซู่โดยฉับพลัน เธอรีบหันไปหาตัวช่วยแต่ก็พบกับ
ความว่างเปล่าเมื่อสหายทั้งหมดไปยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่หน้าห้องตรงข้ามกันหมด สุดท้ายเลย
หันไปยิ้มแหะๆให้เอ็กซี่ที่มาตอนไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ยัยพื่อนตัวดีก็ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนกันเลย

“นี่อยากเปลี่ยนอาชีพจากนักร้องเป็นนักสืบกันแล้วเหรอ”ลีดเดอร์ถามพลางยกยิ้มที่มุมปาก
ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวสำหรับคนอื่น เมื่อกี้เขาตั้งใจจะออกมาหาอึนซอเพราะเจ้าตัวลืม
จดหมายไว้ในห้องเขา ก็เลยจะเอาออกมาให้แต่ก็มาติดที่เห็นพวกเมมเบอร์ห้าคนยืนเกาะติดประตูอยู่ 
ซอนยี โบนา ซูบินนี่พอเข้าใจเพราะคราวที่แล้วก็ก๊กนี้  ส่วนดายองนี่ก็แสบใช่ย่อยแต่กับลูดานี่สิ
เอากับเขาด้วยเหรอ

“พวกฉันก็แค่เป็นห่วงเมมเบอร์ คนมีคู่อย่างเธอจะรู้อะไร”โบนายืนกอดอกเอ่ยต่อกรกับเอ็กซี่เพราะ
ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ท่านลีดเดอร์ไม่กล้าทำอะไรมากนักรองมาจากซอลอา

“แล้วอยากรู้อะไรถึงต้องมาทำตัวเป็นถ้ำมองกันเนี่ย สองคนนั้นรองมักเน่นะ ยังจะคิดลามกกันอีก”

“ไม่เหมือนพี่ใช่มั้ยคะ”ดายองโพล่งขึ้นก่อนจะถูกเอ็กซี่ถลึงตาใส่จนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง

“ย่าห์ ถ้าอยากรู้ว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกันนักล่ะก็….ฉันจะบอกวิธีให้เอามั้ย”เอ็กซี่เสนอโดยไม่
ต้องให้พวกนั้นตอบว่ากำลังอยากรู้อะไร เพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน งานนี้คงต้องยอม
เข้าแก๊งทหารเสือชั่วคราวเรื่องสนุกๆแบบนี้จะขาดลีดเดอร์จอมซ่าไปได้ยังไง

“คะ?”ดายองกับลูดามองหน้าเอ็กซี่อย่างแปลกใจทีแรกก็นึกว่าจะหาบทลงโทษแปลกๆมาให้
พวกเธอซะอีกแต่กลับเข้าร่วมขบวนการด้วยเฉยเลย

“ฉันว่าคราวนี้อึนซอกับซองโซเจองานหนักแน่ๆ”โบนากระซิบบอกซูบินกับซอนยี เพราะดูจากรอยยิ้ม
ของลีดเดอร์แล้ว คงหาเรื่องมาให้คนอื่นปวดหัวอีกแน่ๆ แต่ใครสนล่ะไม่ใช่พวกเธอซักหน่อยที่โดน 
เป็นคนแกล้งยังไงก็สนุกกว่าอยู่แล้ว



“หายไปไหนมาตั้งนาน”ซอลอาเอ่ยถามร่างสูงที่พึ่งเข้ามาในห้องหลังจากที่เขาบอกจะไปหาอึนซอ
แค่แป๊บเดียวแต่กลับหายไปเป็นชั่วโมง จนเธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาถึงพึ่งมา

“ไปเล่นกับพวกเด็กๆมานิดหน่อย”ตอบหน้าซื่อทั้งที่หายไปวางแผนล้วงความลับในหัวใจของคู่รองมักเน่มาแท้ๆ

“ไปเล่นหรือไปหาอะไรแปลกๆทำกันอีก”พี่ใหญ่คนสวยถามอย่างรู้ทันคำว่าเล่นของเอ็กซี่นี่ไม่ใช่เล่นๆ
เหมือนคำพูดเลยซักครั้ง

“เหนื่อยจัง นอนดีกว่า”คนถูกจับผิดยักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินผ่านซอลอาที่นั่งอยู่ปลายเตียงไป
พุ่งลงนอนบนเตียงตัวเองทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

“ย่าห์ ลุกไปอาบน้ำเลยนะ ห้ามนอน”ร่างบางเอ่ยห้ามคนขี้เกียจที่กำลังจะจมไปกับเตียง  รู้เลยว่า
เปลี่ยนเรื่องแบบนี้ต้องกำลังคิดทำอะไรแผลงๆกันอยู่ แต่เธอก็ไม่ได้ห้ามปกติเอ็กซี่ทำอะไรเธอก็เล่น
ไปด้วยตลอดนอกซะจากว่าจะเกินไปจริงๆเธอถึงเอ่ยปราม ส่วนใหญ่จะเป็นเขาด้วยซ้ำที่ชอบห้ามเธอเล่นนั่นเล่นนี่ 
เมื่อก่อนคิดว่าเขาไม่อยากให้เล่นด้วยแต่หลังจากวันก่อนเธอก็เข้าใจแล้วว่าเขาแค่เป็นห่วง

“อือ พรุ่งนี้ค่อยอาบก็ได้”พอได้นอนลงบนเตียงแล้ว เอ็กซี่ก็รู้สึกง่วงทันทีตามประสาคนหลับง่าย 
หัวถึงหมอนทีไรก็พร้อมจะหลับได้ทุกเมื่อ

“ไม่ได้ ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยไอ้ขี้เซา ย๊า!”เมื่อเห็นว่าพูดปากเปล่าคงไม่ได้ผลซอลอาเลยจำต้องลุกไปดึง
อีกคนให้ยอมลุกขึ้นมา แต่ไอ้คนที่นอนอยู่ก็กลับแรงเยอะกว่าดึงเธอให้ล้มลงไปนอนกับเขาซะอย่างนั้น
แถมยังจัดการกอดเธอเอาไว้ซะแน่น

“พี่ก็ขี้เซาเหมือนกันแหละ”เอ็กซี่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองคนสวยที่เขาดึงลงมานอนด้วย เจ้าหล่อนนอนตะแคง
หันหน้าเข้ามาหาเขา ทำให้เขาได้จ้องใบหน้าสวยในระยะใกล้พอที่จะทำให้หัวใจเต้นรัวได้ทุกครั้ง

“ไม่ต้องคิดเลยนะ ถ้าไม่ไปอาบน้ำอย่าหวังว่าจะได้จูบ”ซอลอาเอานิ้วแตะจมูกโด่งของร่างสูงไว้
เมื่อเขากำลังเลื่อนใบหน้ามาใกล้เธอ ทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าเขาต้องการอะไร

“พี่ก็ให้ฉันจูบก่อนสิ แล้วฉันจะยอมไปอาบ”

“แน่ใจ ถ้าให้แล้วไม่ไปต้องอัดคลิปล้างหน้าโชว์นะ”ถามย้ำพลางหรี่ตาจับผิด เอ็กซี่น่ะเจ้าเล่ห์ 
เขาฉลาดเกินไปจนบางทีก็ไว้ใจไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นต้องมีข้อต่อรองไว้ก่อน

“อาฮะ ด้วยเกียรติของลีดเดอร์เลย”ร่างสูงพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน เขาแค่ขอจูบแต่ถ้ามันเกินเลยไป
กว่านั้นก็ถือว่าเป็นโมฆะไปก็แล้วกัน ใบหน้าใสจึงเลื่อนเข้าไปหมายจะฉกชิงเรียวปากสวยของคนพี่หากแต่

แกร็ก!!

“ออนนี่!!”

“เฮ้ยย!”

ตุบ!

อัก!

ดูเหมือนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อจู่ๆดายองก็โผล่จากไหนมาก็ไม่รู้เปิดประตูพรวดเข้ามา 
ทำเอาคนที่กำลังจะสวีทกันต้องตกใจเอ็กซี่รีบเด้งตัวออก ในขณะที่ซอลอาก็ผลักเขาออกเช่นกัน 
ทำให้ร่างสูงกลิ้งตกเตียงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นในทันที

“ดายอง ทำไมไม่เคาะห้องก่อน”ซอลอาเอ่ยดุน้องเล็กไปเบาๆที่จู่ๆก็เข้ามาไม่บอกก่อน 
แต่จะโทษน้องคนเดียวก็ไม่ได้ต้องโทษไอ้คนขี้ลืมที่ลืมปิดประตูด้วย

“ข ขอโทษคะแต่ฉันปวดฉี่อะ ซูบินออนนี่ใช้ห้องน้ำอยู่ฉันเลยมานี่ค่ะ เดี๋ยวค่อยด่าฉันใหม่นะคะ ขอเข้าห้องน้ำก่อน”
ดายองพูดเร็วจนไม่เว้นพักหายใจ ก่อนจะรีบวิ่งตัวปลิวเข้าห้องน้ำไปทันที

“โอย เจ็บ”เสียงโอดโอยจากเอ็กซี่ดังขึ้นทำให้ซอลอาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขากลิ้งตกลงไปข้างล่างเตียง 
เธอจึงชะโงกไปดูเตียงอีกฝั่งก่อนจะพบกับเอ็กซี่ที่กำลังนั่งลูบสะโพกตัวเองป้อยๆ

“ฮ่าๆ สมน้ำหน้า”พี่ใหญ่หัวเราะออกมาจะว่าสงสารก็สงสารแต่นึกสมน้ำหน้ามากกว่า เจ็บตัวซะบ้างก็ดี

“ย่าห์ ฉันเจ็บอยู่นะ ไม่สงสารกันหน่อยรึไง คอยดูเถอะเดี๋ยวดายองออกไปจะคิดทบต้นทบดอกเลย”
เอ็กซี่คาดโทษอีกคนไว้ล่วงหน้าว่าเขาแสบซอลอาก็แสบไม่แพ้กันนั่นแหละ

“เอาสิ แบร่”เจ้าหล่อนแลบลิ้นใส่อย่างนึกสนุกที่แกล้งอีกคนได้ เอ็กซี่จึงเตรียมตัวจะลุกขึ้นมาเอาคืน
แต่ดายองก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาซะก่อนทำให้เขาต้องกลับลงไปนั่งบนพื้นที่เดิม

“เอ็กซี่ออนนี่ ทำไมลงไปนั่งบนพื้นแบบนั้นล่ะคะ”น้องเล็กถามด้วยความสงสัย สาบานว่าไม่ได้รู้อะไรเลยจริงๆ

“เหอะๆ ฉันคิดถึงพื้นที่บ้านพวกเราน่ะ เลยลงมานั่งพื้น”ท่านลีดเดอร์ได้แต่หัวเราะเหอะๆออกไปด้วย
ความคับแค้นใจ ก่อนจะตอบออกไปเรื่อยตอนอยู่ที่บ้านต้องนั่งพื้นกันตลอด 
คงไม่แปลกหรอกมั้งที่เขาจะลงมานั่งพื้นเล่น

“เหรอคะ งั้นฉันกลับห้องก่อนนะคะ ฝันดีค่ะ”ถึงปากจะบอกว่าถ้าเข้าห้องน้ำแล้วจะออกมาให้ด่า 
แต่ดายองก็คงไม่อยู่ให้ด่าจริงๆหรอก ร่างเล็กรีบพูดรีบออกไปทันทีมาเร็วเคลมเร็วยิ่งกว่าประกันชีวิต

“อ้าว เดี๋ยวสิ ดายอง อย่าพึ่งไป”กลายเป็นซอลอาที่อยากจะขอร้องอ้อนวอนให้มักเน่อยู่ต่อ 
เพราะรู้ว่าถ้าดายองออกไปแล้วจะโดนอะไร แต่ดูเหมือนเธอจะรั้งความเร็วของดายองไว้ไม่ทัน 
ครั้นหันไปมองใครบางคนที่นั่งอยู่พร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจนั่นเธอก็ชักจะอยากวิ่งตามน้องเล็กไปอีกคน

“หึ หึ เสร็จฉันแน่ คิม ฮยอนจอง"

“ย่าห์ ไหนบอกจะอาบน้ำไง อย่านะ อร้ายย ชู โซจองง!!”



หลังแสดงคอนเสิร์ตกันเสร็จ วันต่อมาสาวๆมีถ่ายแบบสัมภาษณ์กันเล็กน้อยก่อนจะถูกปล่อย
ให้เป็นเวลาว่าง หนึ่งวันที่ผ่านมาแก๊งทหารเสือเริ่มปฏิบัติแผนการลับโดยมีท่านลีดเดอร์เป็นแกนนำ 
เริ่มจากให้ซอนยีกับลูดาเป่าหูซองโซ โดยการพยายามถามว่ากับอึนซอเป็นอะไรกัน 
ทำไมไม่ระบุสถานะที่ชัดเจน หรือเพราะว่าอึนซอกลัวจะไปเต๊าะคนอื่นไม่ได้ ประหนึ่งนักข่าว 

ในขณะที่โบนากับเอ็กซี่ก็แกล้งทำเป็นใกล้ชิดนัวเนียกับอึนซอตลอดเวลา แน่นอนว่าอึนซอต้องเล่น
ด้วยอยู่แล้วตามประสาคนอัธยาศัยดีขี้เล่น เลื้อยไปทั่วเป็นปกติ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ซองโซที่มองเห็น
ยิ่งคิดมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ส่งผลให้วันนี้เจ้าหล่อนดูเงียบๆไปแม้ตอนถ่ายแบบจะยังแนบชิด
กับอึนซอเหมือนเดิมก็ตาม


สมาชิกถูกแบ่งเป็นฝั่งละหกตามแต่ใครอยากไปที่ไหน ซองโซได้แต่มองอึนซอนิ่งว่าเขาจะมากับเธอรึเปล่า 
แต่ก็ไม่ร่างสูงเลือกไปกับทีมของเอ็กซี่โดยไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

“ทำไมตัวไม่ไปกับเค้าอะ”ร่างเพรียวเดินเข้ามาถามอึนซอระหว่างเตรียมตัวจะออกจากสตูดิโอ 
ใบหน้าสวยมองอีกคนด้วยสีหน้างอนๆ

“ก็เค้าอยากไปซินเทียนตี้นี่นา ตัวก็มากับเค้าสิ”อึนซอตอบกลับไปพลางเช็คของในกระเป๋าไปด้วยเลย
ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย

“ไม่ใช่ว่าตัวอยากไปกับโบนาออนนี่ หรอกเหรอ”จากที่โดนเป่าหูมาทั้งวันซองโซก็อดที่จะตัดพ้อเขาออกไปไม่ได้

“อื้อ อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง”ร่างสูงยังคงพยักหน้าต่อไปอย่างไม่รู้ตัว ที่ตอบไปแบบนั้นไม่ได้หมายถึงโบนาแค่คนเดียว 
เขาสนิทกับเมมเบอร์ทุกคน แต่ที่เข้ากันได้ดี คือ ดายอง เอ็กซี่กับโบนา เพราะเขาจะเล่นบ้าๆบอๆยังไงก็ได้
 
“…………………………..”

“ซองโซ ตัวเป็นอะไรอะ”จนกระทั่งอีกคนเงียบไปอึนซอถึงจะพึ่งรู้ตัว เขาเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายที่
ยืนน้ำตาคลอหน่วยอยู่ ทำให้ร่างสูงต้องใจหล่นวูบ จะเข้าไปปลอบอีกคน

“ไม่ต้องมายุ่งกับเค้า ตัวจะไปไหนก็ไปเลย!!”แต่ซองโซกับถอยหลังหนีแล้วเดินไปขึ้นรถกับทีมที่จะไปหนานจิงลู่

“ซองโซ เดี๋ยวสิ ซองโซ!”อึนซอจะตามไปก็ไม่ได้เพราะได้เวลาถ่ายทำแล้วประกอบกับจะต้องขึ้นรถ 
เขาได้แต่เกาศีรษะอย่างงงๆว่าทำไมจู่ๆซองโซถึงได้ร้องไห้แบบนั้นทั้งที่เขามั่นใจว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรเลยซักนิด  
หนึ่งวันที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกันว่าทำไมซองโซดูเงียบๆไปแถมยังขี้งอนอีกจะว่าเซอไพรซ์
วันเกิดอีกก็คงจะไม่ใช่ อึนซอไม่เคยทำให้ซองโซต้องร้องไห้มีแต่จะเช็ดน้ำตาให้เท่านั้น แล้วเมื่อกี้มันคืออะไร 
ซองโซร้องไห้เพราะเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ


“ย่าห์ เล่นแรงไปรึเปล่า”โบนากระทุ้งศอกใส่เอ็กซี่ที่ยืนมองคู่รองมักเน่อยู่ห่างๆแถวๆบริเวณรถตู้ 
ตอนแรกก็สนุกอยู่หรอกเวลาอึนซอมันทำหน้ามึนไม่รู้เรื่องตอนที่ซองโซหึง แต่พอน้องเหมือน
จะร้องไห้แบบนี้ก็อดสงสารไม่ได้

“เอาน่า ถ้าไม่แรงก็ไม่รู้ผลน่ะสิ เนอะ”เอ็กซี่หันไปเนอะใส่ซอลอาที่ยืนอยู่ข้างเขาอีกที เพราะเขากับ
ซอลอากว่าจะเข้าใจกันก็ด่ากันไปซะเยอะ คนเราถ้าไม่ทะเลาะก็ไม่มีวันเข้าใจกันได้หรอก

“อะไร รู้จักกันด้วยเหรอ เล่นอะไรก็รับผิดชอบกันด้วยนะ”ร่างบางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่รู้จัก 
แม้เอ็กซี่จะเล่าแผนการทั้งหมดให้ฟังแล้วก็ตามแค่เห็นแล้วนึกถึงตัวเอง เพราะเธอก็หึงเอ็กซี่อยู่
เหมือนกันที่ชอบไปกอดคนนู้นคนนี้ทีเหมือนเป็นพ่อลูกกับอึนซอไม่มีผิด พูดจบเจ้าหล่อนเดิน
กอดอกขึ้นรถไปเยี่ยงนางพญา

“เอ้า นี่เป็นอะไรไปด้วยเนี่ย  คนแก่นี่เอาใจยากชะมัด”

“พูดอะไร ได้ยินนะ”

“หูดีซะด้วย คนแก่เขาหูตึงไม่ใช่เหรอ”ลีดเดอร์ส่ายหน้าบ่นอยู่คนเดียว ให้โบนาที่ยังยืนอยู่ต้องแอบขำ
ให้กับความไม่ยอมกันของคู่นี้ เป็นแฟนกันแล้วก็ยังทะเลาะกันได้ตลอด



ทั้งสองทีมแยกย้ายกันไปเที่ยวตามสถานที่ที่ตัวเองเลือกและโทรหากันบ้างเป็นพักๆเพื่อที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน  
จนกระทั่งเริ่มมืดทีมของเอ็กซี่จึงตัดสินใจไปดูพลุกันแล้วให้อีกทีมตามาทีหลัง พวกเธอพักถ่ายกันซักพัก 
และทันทีที่ไม่อยู่ต่อหน้ากล้องวิตามินของวงก็หยุดทำหน้าที่เปลี่ยนเป็นยาเบื่อแทนเสียอย่างนั้น 
อึนซอเกาะราวสะพานอย่างซึมๆเพราะดันคิดถึงซองโซขึ้นมา จนตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอร้องไห้ทำไม 
ในใจเอาแต่นึกเป็นห่วง

“เป็นอะไรอึนซอ”เอ็กซี่เดินเข้ามาถามแม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าน้องเป็นอะไร แต่ที่มานี่มาเพื่อช่วย
ไม่งั้นถ้าอึนซอยังมึนอยู่ล่ะก็ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้

“ซองโซเป็นอะไรไม่รู้อะพี่ เมื่อวานก็ไม่ค่อยคุยกับฉันเลย วันนี้ยังทำเหมือนจะร้องไห้อีก 
ฉันเข้าใจนะว่าซองโซอยากให้ฉันสนใจแต่ปกติเขาก็ไม่เคยถึงขั้นตัดพ้อและร้องไห้แบบนี้”
ตอบลีดเดอร์ไปตามตรงอย่างไม่มีปิดบังเพราะคิดว่าเอ็กซี่คงเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว

“ถามจริงเถอะอึนซอ แกเคยคิดอยากจะขอซองโซเป็นแฟนบ้างมั้ย”

“เคยคิดนะพี่ แต่ฉันกลัวว่าถ้าเราเอาสถานะมาจำกัดความสัมพันธ์เราจะไม่เหมือนเดิมรึเปล่า 
ฉันกลัวว่าจะได้ยินคำว่าเลิกกัน”

“ฉันจะบอกให้นะถ้าเรามั่นใจในความรัก คำว่าเลิกกันมันก็ไม่เกิดขึ้นหรอก แต่ที่แกทำอยู่เนี่ย
มันเหมือนแกมั่นใจในตัวแกเองและตัวของซองโซ แล้วแบบนี้แกคิดว่าซองโซจะมั่นใจในตัวแกได้มั้ยล่ะ 
ผู้หญิงทุกคนเขาก็ต้องการสถานะที่ชัดเจนทั้งนั้น ไม่มีใครจะอยากอยู่ในสถานะคลุมเครือ
แบบนี้ไปตลอดชีวิตหรอก”เอ็กซี่ตบไหล่คนน้องไปอย่างให้กำลังใจ

“แล้วฉันต้องทำไงอะพี่”คนน้องพยักหน้าเข้าใจ มันจริงทุกอย่างกับสิ่งที่เอ็กซี่พูด ตอนนี้เขารู้สึกเหมือน
เห็นแก่ตัวไปเลยที่เอาแต่คิดว่าอยู่กันไปแบบนี้ก็ได้ซองโซคงไม่คิดมาก ทั้งที่ทุกวันที่เธอยิ้มให้เขา
มันก็เพราะแค่อยากทำให้เขาสบายใจ

“นี่ฉันต้องตอบคำถามแกทุกเรื่องเลยมั้ย ถ้าเรื่องแค่นี้แกยังคิดเองไม่ได้นะ แกลาออกจากการ
เป็นน้องฉันไปเลยดีกว่า เสียชื่อหมด แกรู้คำตอบในใจแกดีอึนซอ”

“โอเค พี่นี่สมกับเป็นลีดเดอร์จริงๆ ข้าน้อยขอคาราวะ”ร่างสูงยกมือขึ้นคำนับอีกคน ใช่ เขามีคำตอบ
ในใจอยู่แล้วว่าต่อจากนี้ควรทำยังไง



การถ่ายทำฉากสุดท้ายของวันนี้สิ้นสุดลงตรงลานชมพลุ ไม่นานอีกทีมก็เข้ามาสมทบ 
เมมเบอร์แต่ละคนวิ่งเข้ามาหากันประหนึ่งไม่เจอกันมาเป็นเดือน ก่อนจะพูดคุยกันถึงสิ่งที่ทำมาในวันนี้ 
พร้อมกับชมวิวและพากันถ่ายรูปไปด้วย ยกเว้นก็แต่ซองโซที่เดินตามมาเงียบๆ เธอยังไม่อยาก
เห็นหน้าอึนซอในตอนนี้เลย ยิ่งถ้าเห็นเขายิ้มอย่างมีความสุขเธอก็ยิ่งรู้สึกเศร้าเพราะความสุข
ของเขาไม่ใช่เธอเหมือนทุกที

หมับ!

“ว๊าย!!”จู่ๆก็มีคนมาคว้ามือเธอเอาไว้ทำให้เธอต้องตกใจแต่พอมองไปเธอก็พบว่าคนที่มาจับคือ
คนที่อยู่ในห้วงความคิดของเธอเอง

“มากับเค้าหน่อย”ร่างสูงพูดแค่นั้นก่อนจะดึงมือซองโซให้ออกไปคุยห่างจากที่พวกเหล่าเมมเบอร์อยู่เล็กน้อย

“มีอะไร”ซองโซพยายามเก็กเสียงแข็งแต่เสียงที่เปล่งออกมามันก็ยังคงเบาอยู่ดี เธอพยายาม
ไม่คิดมากและจะกลับไปเป็นซองโซคนเดิมให้อึนซอแต่เธอแค่อยากขอเวลาหน่อย

“ตัวเป็นอะไรบอกเค้าได้มั้ย วันนี้เค้าคิดมากทั้งวันเลยนะ เค้าเป็นห่วงตัว”อึนซอจับมือสวยของร่างเพรียว
ขึ้นมาพร้อมกับส่งสายตาแสนเป็นห่วงไปให้

“เค้าไม่ได้เป็นอะไร อึนซอไม่ต้องคิดมากหรอก มันไม่ได้สำคัญ”เธอเบนสายตามองไปทางอื่น 
แค่คำว่าไม่สำคัญที่กลั้นใจพูดออกมามันก็พาลจะทำให้น้ำตาไหลออกมาเสียให้ได้

“สำคัญสิ ตัวสำคัญกับเค้านะซองโซอา”

“ทุกคนสำคัญเท่ากันหมดอึนซอ ตัวก็สำคัญกับเค้ารวมถึงเมมเบอร์ทุกคนด้วย 
หรือตัวจะบอกว่าเมมเบอร์คนอื่นไม่สำคัญสำหรับตัว”ซองโซถามออกไปคล้ายๆบอกอึนซอกลายๆ
ว่าคำว่าสำคัญของเขามันก็ใช้กับทุกคน เธอเองก็เช่นกัน สำหรับเธอเขาพอจะมีอะไรที่ทำให้มัน
พิเศษกว่านี้บ้างมั้ย แม้จะอยากถามตรงๆแต่เธอก็ไม่กล้าอยู่ดี เธอไม่กบ้าเรียกร้องอะไรมาก
เพราะอีกใจก็อยากจะรักษาสิ่งที่มันเป็นอยู่เอาไว้

“ใช่ สำคัญทุกคนสำคัญกับเค้า แต่กับตัวมันสำคัญตรงที่…เค้ารักตัวไงซองโซ”ร่างสูงพูดออกไป
อย่างไม่ลังเลอีก ถ้าหากวันนึงต้องเลิกกันกับการที่ต้องเห็นซองโซร้องไห้ในตอนนี้ เขาขอเลือก
ไม่ให้อย่างหลังมันเกิดขึ้นจะดีกว่า

“อ อึนซอ ตัว…”คนสวยดึงสายตากลับมาจดจ้องใบหน้าของอึนซอทันทีที่ได้ฟังคำที่อยากฟังมาโดยตลอด 
เธอตกใจไปพร้อมๆกับดีใจอย่างถึงที่สุดจนน้ำตาไหลลงมาจนได้ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก

“เค้าขอโทษที่ไม่เคยกล้าพูดมันออกมา ขอโทษที่ไม่นึกถึงความรู้สึกตัว ตัวไม่ต้องยกโทษให้เค้าก็ได้
แต่เค้าขอไถ่โทษด้วยการเป็นแฟนกับตัวนะ”อึนซอจ้องตาสาวเจ้าด้วยสายตาอ้อนวอนและมีน้ำใสๆเอ่อคลอออกมา 
พร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าตลอด

“ฮึกๆ เค้าไม่ยกโทษให้หรอก อึนซอจะต้องไถ่โทษไปจนตายเลย”ซองโซโผเข้ากอดร่างสูงทันที 
เธอขอแค่นี้จริงๆสำหรับเราแค่ให้เธอได้รู้ว่าเรารักกันแบบไหนแล้วเขาจะไปกอดไปเล่นกับใครเธอก็จะไม่ว่าอะไรอีก 
ไม่ใช่ให้เธอได้แต่คิดน้อยใจไปคนเดียวว่าอึนซอก็ทำแบบนี้กับทุกคนเหมือนกันหมด

“หืมม งั้นข้าน้อยขอน้อมรับโทษทัณฑ์ไปจนตายเลยก็ได้ขอรับ”ร่างสูงกอดอีกคนตอบพลางทำเสียงน่ารักใส่เหมือนทุกที

“เค้าบอกตัวไปแล้วนะ แล้วตัวล่ะรักเค้ารึเปล่า”เขาดึงคนสวยออกมาจากอ้อมกอดหลังจากกอดกันไปนานนับนาที 
เขาคิดถึงเวลาที่ซองโซเขินจะตายอยู่แล้วเลยอยากเห็นซักหน่อย

“ไม่รู้ ไปหาออนนี่ดีกว่า”คนขี้แยที่หยุดร้องไห้แล้วหันมาแลบลิ้นใส่ก่อนจะเดินหนีร่างสูงไป 
เอาเข้าจริงมันก็เขินมากกว่าจุ๊บเขาเสียด้วยซ้ำถ้าจะให้พูดว่ารัก

“จะไปไหน ไม่บอกเค้าจะหอมแก้มตัวตรงนี้เลยนะ”อึนซอตามมาคว้ากอดร่างเพรียวจากด้านหลัง 
พลางยื่นหน้าจะไปหอมแก้มให้อีกคนต้องเบี่ยงหลบ

“อึนซออย่านะคนเยอะ  ยอมแล้วๆเค้ายอมแล้ว”ซองโซหัวเราะไปด้วยเอ่ยห้ามไปด้วยก่อนจะยอมอยู่นิ่งๆ
เป็นการบอกว่าเธอยอมที่จะพูดแล้ว

“หลับตาก่อนสิ”ออกคำสั่งให้อึนซอทำตามอย่างไม่อิดออด

“ไม่บอกหรอก อึนซอคนโง่”ร่างเพรียวยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูเขาก่อนจะรีบวิ่งหนีไปยังกลุ่มพี่ๆที่ยืนกันอยู่

“หนอยย ถ้าเค้าจับได้ตัวโดนแน่ซองโซอา”พอรู้ว่าถูกหลอกเข้าให้อึนซอก็รีบวิ่งตามไปทันที



“เคยคิดจะขอเป็นแฟนแบบโรแมนติกงี้บ้างมั้ยเนี่ย”คนที่มองดูคู่น้องสวีทอยู่อย่างซอลอาเอ่ยถาม
คนรักขี้เก็กข้างๆ รายนี้ไม่รู้ว่าทำอะไรโรแมนติกเป็นบ้าง  มีที่ไหนบอกว่ารักปุ๊บจับปล้ำปั๊บคำว่า
ฟงว่าแฟนไม่เคยหลุดจากปาก

“ยังจะให้ขออีกเหรอ ขนาดนี้แล้วรอขอแต่งงานทีเดียวเลยดีกว่า”เอ็กซี่กอดอกตอบหน้านิ่งพลาง
เสตามองไปทางอื่นตามประสาคนมาดเยอะ แต่มุมปากก็ยังมีรอยยิ้มน้อยๆให้รู้ว่าเขาเองก็เขิน 
และถึงมันจะเป็นประโยคดิบๆไปหน่อยแต่ก็ทำให้ซอลอาเขินไม่แพ้กัน

“บ้า!”

“ขนาดนี้แล้วรอขอแต่งงานทีเดียวเลยดีกว่า แหวะ!!”เหล่าเมมเบอร์ที่เหลือต่างพากันยืนเรียงหน้ากระดาน
พูดล้อเลียนลีดเดอร์อย่างพร้อมเพรียง พลางหัวเราะกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเสียงหัวเราะหลอนๆ
ของซูบินที่ดังมากกว่าเพื่อน

“จะเอาอย่างนี้ใช่มั้ย ได้ ตายเรียงตัวเลยแล้วกัน”พูดจบท่านลีดเดอร์ก็จัดการวิ่งไล่เตะเมมเบอร์
แต่ละคนราวกับสุนัขที่วิ่งไล่จับฝูงนกที่แตกฮือ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ซองโซวิ่งหนีอึนซอมาทางนี้พอดี 
เลยทำให้ต่างพากันวิ่งไล่จับชุลมุนวุ่นวายไปหมด เหลือพี่ใหญ่ที่ยืนมองดูเด็กๆอยู่คนเดียว 
เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นเมมเบอร์มีช่วงเวลาดีๆแบบนี้ด้วยกัน นี่แหละข้อดีของการมีจำนวนสมาชิกเยอะ 
เพราะคุณจะรู้สึกเหมือนได้ทั้งเมมเบอร์ ได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งแฟน ได้ทั้งลูกในเวลาเดียวกัน  อ้อ 
คนกุมความลับภายในวงด้วย ถ้าคุณไม่เชื่อใจกันมากพอคุณไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้ มันเลยทำให้
รู้สึกเหมือนได้อยู่ในครอบครัวใหญ่อีกครอบครัวหนึ่งที่แสนจะอบอุ่น

“ซอลอาออนนี่ช่วยเค้าด้วย พี่เอ็กซี่จะฆ่าเค้า”เห็นมั้ยล่ะลูกน้อยดายองเรียกให้ไปช่วยแล้ว 
                                      ขอตัวก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ 

ผลงานอื่นๆ ของ Summersnow​

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 MadamStephi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 20:47
    น่ารักมากเลยค่ะ555555
    #9
    0
  2. วันที่ 24 มกราคม 2560 / 02:27
    น่าย้ากกกอ่ะ..อ่านไปเขินไปแต่งมาอีกนะไรท์^^
    #8
    0
  3. #7 moonss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 00:30
    คู่นี้แอบหวานนะ แต่คู่เอ็กซอลนี้ซิ เอ็กซี่สายหื่น 555555
    #7
    0
  4. วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 04:51
    หนๆก็ไหนๆแล้ว แต่งโบซวนต่อแล้วไปแต่งคู่แฝดยอนจองซูบินตอนยอนจองเข้ามาเลยสิคะ คิคิ ไรท์แต่งฟิคน่ารักดีค่ะ เค้าชอบ รอติดตามนะคะ ชรุ้บบง
    #6
    0
  5. วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:08
    เอาอีกๆ 5555
    #5
    0
  6. วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 17:37
    เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ววววว
    #4
    0
  7. #3 DeeTheDay
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 18:05
    เขินนนนน อ้ากกกก อ่านไปยิ้มแก้มปริไป เขินมาก อึนเสี่ยวน่ารักมากกก ชอบภาษาไรท์มากๆเลย อ่านแล้วเข้าใจง่าย เป็นกำลังใจให้แต่งอีกนะคะ จะตามอ่านไปเรื่อยๆ เห็นบอกว่าคู่ต่อเป็นเป็นเอ็กโบใช่มั้ยคะ คู่ต่อไปเราขอยกป้ายเชียร์เหม่ยลูค่ะ อยากให้ไรท์แต่งมาก 5555555
    #3
    0
  8. #2 whbbg
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 18:49
    แอร้ยยย เขินน อึนซอคนบ้าา 5555
    #2
    0
  9. #1 WJSN EunXiao
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 18:47
    วรั้ยยยเขินนนนนเขินแรงมากๆค่ะยิ้มแบบคนบ้าไปอี้กกกกก5555555คือไม่รู้จะเขินอะไรขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่ใช่ตัวเองอ่ะโว๊ะ! แต่งดีมากๆเลยค่ะแต่งมาอีกเยอะๆเลยสนุกมากภาษาดี้ดีชอบมากค่ะขอบคุณนะคะถ้าแต่งมาอีกก็จะตามอ่านอีกแน่นอนค่ะ
    #1
    0