นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

EVERY TIME WE TOUCH | CarolNat

โดย themoon101

"หายเหนื่อยแล้ว... แต่ยังไม่หายห่วง" #carolnat

ยอดวิวรวม

896

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


896

ความคิดเห็น


17

คนติดตาม


65
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 พ.ค. 62 / 20:39 น.
นิยาย EVERY TIME WE TOUCH | CarolNat

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

EVERY TIME WE TOUCH
Carol Danvers X Natasha Romanoff

*spoiler alert*
มีเนื้อหาบางส่วนที่นำมาจากในหนัง
และเป็นส่วนที่สปอยหนักมาก ๆ
ใครยังไม่ได้ดูอย่าพึ่งอ่านดีกว่าค่ะ

.

.

.

“ขอบคุณนะแต่ไม่ต้องห่วงหรอก บอกแล้วไงว่าไม่ได้สำคัญ”

“สำคัญสิ เรื่องของแนทสำคัญทุกเรื่องแหละ”




เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 พ.ค. 62 / 20:39



EVERY TIME WE TOUCH
Carol Danvers X Natasha Romanoff


          “โรมานอฟ!!”

          “shxt!”

          แครอลมองท่าทางตกอกตกใจของอีกคนแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ คนตัวเล็กหันกลับมาฟาดแขนเธออย่างเต็มแรงทำให้ต้องหลุดขำออกมาเหมือนทุกที รู้ทั้งรู้ว่าตีให้ตายเธอไม่เจ็บแต่หล่อนก็ยังตีเธอไม่หยุด แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้นาตาชาจะหัวเสียกว่าปกติ

          “เฮ้ๆ ขอโทษ” แครอลจับข้อมือเล็กที่กระหนำทุบลงมาบนไหล่ของตัวเอง “เป็นอะไรรึเปล่า ตีฉันแรงขนาดนี้เดี๋ยวคุณก็เจ็บหรอก”

          “แกล้งอยู่ได้ทุกครั้ง ไม่เบื่อรึไง” แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งมากแค่ไหนนาตาชาก็ไม่เคยเก็บอาการงอแงไว้ได้มิด เพราะแบบนี้แหละเธอถึงได้ชอบแกล้งหล่อนนัก

          เวลาออกไปทำภารกิจไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ดวงไหนก็ตามเธอมักจะมีความสุขจากการได้ช่วยเหลือผู้คน ได้รับคำขอบคุณได้รับรอยยิ้มกลับมาทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง สิ่งเหล่านั้นเป็นกำลังใจชั้นดีสำหรับเธอ แต่สำหรับโลกที่เปราะบางเป็นพิเศษใบนี้นั้นต่างออกไป เธอมีความสุขได้จากมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่เปราะบางไม่ต่างกัน เพียงแค่ได้เห็นหน้าหล่อนเดือนละครั้งแค่นั้นเธอก็มีความสุขต่อไปได้อีกนาน “ถ้าเบื่อก็คงไม่มาหรอก”

          “ฉันไม่ได้ขอให้คุณกลับมาโลกทุก ๆ เดือนเพื่อแกล้งฉันนะแครอล”

          “รู้หน่า แต่ฉันไม่เจอเบาะแสอะไรเลย โทษทีนะ”

          นาตาชาส่ายหน้าไปมา “ช่างเถอะ คนอื่น ๆ ก็ไม่ยังไม่เจอเหมือนกัน ฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่างนอกจากนั่งโง่ ๆ อยู่ในห้อง”

          แครอลชะงักไปเมื่อได้ยิน เธอไม่เคยเห็นนาตาชาเป็นแบบนี้มาก่อน จริงอยู่ว่าหลายครั้งที่เธอเคยเห็นหล่อนแอบนอนร้องไห้คนเดียว หลายครั้งที่ดวงตาคู่สวยฉายชัดถึงหัวใจที่แตกสลาย แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่นาตาชาจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เธอหรือคนอื่นได้เห็น แล้วทำไมครั้งนี้ถึงต่างออกไป “แนท”

          “...”

          “แนทหยุดก่อน... เป็นอะไร มีอะไรที่ฉันช่วยได้ไหม” แครอลเดินตามไปขวางหน้าอีกคนเอาไว้ นาตาชาแบบนี้ไม่ใช่ภาพที่เธอคุ้นเคยเท่าไหร่นัก คนที่มีความหวังอยู่ตลอดเวลาทำไมอยู่ ๆ ถึงดูหมดกำลังใจได้ขนาดนี้

          “ไม่สำคัญอะไรหรอกหน่า สิ่งที่เธอทำอยู่สำคัญกว่าเยอะ” นาตาชาตอบพร้อมรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบฝืน ๆ ที่หล่อนทำมาตลอดหลายปี “ครั้งนี้จะไปเลยก็ได้นะถ้ามีที่ไหนต้องรีบไป ไม่ต้องอยู่ค้างหรอก”

          “ไล่กันเลยหรอ ฉันบินมาไกล ๆ ก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะ”

          นาตาชาส่ายหน้าให้กับข้ออ้างของคนที่บินข้ามกาแล็กซี่ได้ภายในสองสามอาทิตย์ “เธอพักไม่ถึงนาทีก็หายเหนื่อยแล้ว”

          “จริง ๆ ก็ใช่ ฉันหายเหนื่อยแล้ว... แต่ยังไม่หายเป็นห่วง” แครอลเกือบลืมไปแล้วว่าความรู้สึกแบบที่มนุษย์รู้สึกกันนั้นมันเป็นยังไง และเธอก็ไม่รู้ว่าจากเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเจอมาแนทจะยังรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นจากเธอได้อยู่ไหม อย่างน้อย ๆ ก็ความเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริง เป็นห่วงแบบที่ไม่ใช่เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอ

          ประโยคสั้น ๆ ของแครอลทำให้คนฟังยิ้มออกมาเล็กน้อย “ขอบคุณนะแต่ไม่ต้องห่วงหรอก บอกแล้วไงว่าไม่ได้สำคัญ”

          “สำคัญสิ เรื่องของแนทสำคัญทุกเรื่องแหละ”

          “....”

          แครอลรู้สึกว่าการไปถล่มยานเอเลี่ยน บินข้ามกาแล็กซี่ หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พลังยังง่ายกว่าการพยายามเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงตรงหน้าเสียอีก เธอไม่แน่ใจว่าความเงียบของนาตาชาคืออะไร หากหล่อนต้องการคำปลอบใจ ต้องการกำลังใจ หรือใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็ยินดีที่จะเป็นคนนั้น
          หลายต่อหลายภารกิจมีคนมากมายต้องการกำลังใจและเธอก็ทำสำเร็จมาตลอด แต่เพราะนาตาชาไม่เคยเปิดรับความช่วยเหลือจากใครเลยต่างหากเธอถึงทำตัวไม่ถูก หล่อนเต็มใจดูแลและทำเพื่อคนอื่น แต่นับวันก็เหมือนหล่อยคอยบั่นทอนทำลายความรู้สึกตัวเอง เพราะแบบนี้ถึงจะอยากอยู่ข้าง ๆ แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่านาตาชาจะเต็มใจให้เธออยู่ด้วยไหม

          “บอกฉันได้ไหมว่าคุณเป็นอะไร”


I still hear your voice when you sleep next to me
I still feel your touch in my dreams
Forgive me my weakness, but I don't know why
Without you it's hard to survive


          นาตาชาเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของคนที่หลับไปได้สักพัก แขนแข็งแรงของแครอลที่โอบรอบเอวของเธออยู่ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว ถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ ในทีมเธอถือว่าตัวเองใช้เวลาในการให้ความไว้ใจกับแครอลน้อยมาก เธอถามหาคำตอบจากตัวเองหลายครั้งแล้วว่าทำไม... แต่มันไม่มีคำตอบไหนที่สมเหตุสมผลเลย

          ทั้ง ๆ ที่เธอพึ่งบอกเขาไปว่าสาเหตุที่ทำให้เธอจิตตกในวันนี้ไม่ได้เป็นเพราะใครแต่เป็นเพราะตัวเธอเอง นาตาชารู้สึกว่าเธอทำอะไรไม่ได้มากเท่าที่ควร การไม่ได้ช่วยเหลือผู้คนทำให้คนที่มีตราบาปติดตัวอย่างเธอรู้สึกด้อยค่าขึ้นทุกวัน ในขณะที่ใครต่อใครต่างก็ออกไปทำหน้าที่แต่หน้าที่ของเธอกลับไม่เหลือให้ทำอีกแล้ว

          ‘คุณทำอยู่แนท คุณไม่ยอมแพ้ คุณไม่หมดหวัง ทั้งที่ใครต่อใครต่างก็ถอดใจกันไปหมดแต่คุณก็ยังคงสู้’ แครอลพูดพร้อมกับดึงตัวเธอเข้าไปกอด ‘และฉันสัญญาว่าจะสู้ไปกับคุณ’

          ปลายนิ้วไล้สัมผัสไปตามโครงหน้าของคนที่ให้กำลังใจเธอเมื่อตอนเย็น อยู่ดี ๆ ก็เกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นมาว่าถ้าเธอได้นอนมองอีกคนทุกคืนก็คงจะดี

          “ทำอะไร ทำไมไม่หลับ”

          “แครอล!”

          แครอลลืมตาขึ้นมากลางความมืดทำเอาคนที่แอบมองผงะไป ยังดีที่แครอลกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่นไม่งั้นก็คงตกเตียงไปแล้ว อาจจะเพราะหน้าที่ที่ทำให้เธอความรู้สึกไว ความจริงเธอตื่นตั้งแต่ตอนที่นาตาชาขยับตัวแล้วล่ะ แต่คิดว่าอีกคนคงแค่นอนดิ้น จนรู้สึกได้ถึงสัมผัสจากปลายนิ้วที่ใบหน้าและลมหายใจอุ่น ๆ ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้กว่าปกติถึงได้มั่นใจว่าอีกคนยังตื่นอยู่แน่ “ว่าไง ทำไมไม่ยอมนอนคะ”

          “ก ก็มันยังไม่ง่วง”

          แครอลเลิกคิ้วขึ้นพลางหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียง “ตีสามเนี่ยนะไม่ง่วง”

          “ยังคิดมากอยู่หรอ” แครอลถามต่อเมื่ออีกคนตอบกลับมาเพียงความเงียบแถมยังพยายามหลบสายตาเธออีก

          “เปล่า ไม่แล้ว”

          แครอลกระชับอ้อมกอดให้อีกคนเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบกลุ่มผมที่เริ่มยาวจนเห็นสีผมที่แท้จริง ผมสีแดงเข้มกับดวงตาสีมรกตมีเสน่อย่างน่าประหลาด จมูกโด่งรั้นกับริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อทำให้เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้าเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าสิ่งใด

          “งั้นก็แปลว่าไม่อยากนอน” แครอลยกยิ้มมุมปากตามแบบฉบับของเธอจนอีกคนต้องเบือนหน้าหนี

          “อะไร จะทำอะไร เอาใหญ่แล้วนะแครอล” คนตัวเล็กทำได้แค่ยกมือขึ้นมากั้นไว้ระหว่างตัว เพราะถึงจะออกแรงดันแครอลยังไง เธอก็สู้แรงคนบ้าพลังไม่ได้หรอก แล้วยิ่งดิ้นก็เหมือนจะยิ่งเข้าทางอีกคน แครอลสอดมือทั้งสองข้างเข้ามาจี้เอวเธอเหมือนเด็ก ๆ ไม่น่าเผลอบอกไปเลยว่าจุดอ่อนของเธอคือบ้าจี้

          เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินมานานดังออกมาจากห้องนอนของนาตาชาทำให้บรรยายกาศที่ฐานดีขึ้นมาบ้าง “ไปบ้าแคล เหนื่อยแล้ว หยุดเลยนะ!”

          “ก็ดีแล้ว จะได้ง่วงไง”

          นาตาชาพลิกตัวหนีอีกคนไปทั่วทั้งเตียง แต่ยิ่งเธอหนีอีกคนก็ยิ่งสนุก สัมผัสใกล้ชิดไม่ได้ทำให้อึดอัดแต่กลายเป็นผ่อนคลาย ไม่ใช่แค่ความสบายใจที่ได้ระบายความในใจออกไปกับใครสักคนแต่พร้อมที่จะวางหัวใจเอาไว้ข้าง ๆ กัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มาจากความรู้สึกจริง ๆ ความรู้สึกที่ช่วยย้ำเตือนว่าพวกเธอยังคงเป็นมนุษย์ที่เจ็บได้ เสียใจเป็น และคู่ควรที่จะมีความสุข

          “เดี๋ยว แคล...” นาตาชารั้งมือทั้งสองของอีกคนที่เหมือนจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นมาจากเดิมเอาไว้ เธอไม่ได้อยากจะห้ามอีกคนเลยสักนิด แต่ทุกเรื่องที่ควรจะง่ายดายสำหรับกลับกลายเป็นยากไปเสียหมด
          เราสบตากันในความมืดด้วยความเข้าใจ เส้นบาง ๆ ที่สัมผัสเพียงแผ่วเบาก็พร้อมจะขาดสะบั้นมันยากที่จะสะกดเอาไว้แต่เราลืมตาตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ล่ะ ทุกอย่างจะยิ่งยากขึ้นรึเปล่า “เราหยุด... ดีกว่าไหม” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า ขบกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างใช้ความคิด

          นาตาชาจะรู้ตัวไหมว่าการห้ามเธอด้วยท่าทางแบบนี้มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอยากจะหยุดเลย “อย่าถามเลยว่าดีไหม” แครอลเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน ขยับร่างกายของทั้งคู่ให้แนบชิดกันจนแทบจะไม่ต้องถามหาคำตอบ จังหวะการเต้นของหัวใจดังชัดในความรู้สึก

          “เราหยุดไม่ได้หรอก”


'Cause every time we touch, I get this feeling
And every time we kiss I swear I could fly
Can't you feel my heart beat fast, I want this to last
Need you by my side


          แครอลโน้มตัวลงไปแนบริมฝีปากเบา ๆ กับหน้าผากของคนที่ยังงัวเงีย อื้ออออ คนที่ยังอยู่ใต้ผ้าห่มพลิกตัวหันหลังให้เธอแถมยังซุกหน้าลงกับหมอนราวกับเด็กน้อยขี้เซาที่ไม่ยอมลุกไปโรงเรียนทั้งที่ปกติหล่อนจะต้องตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกาย “แนท ตื่นได้แล้ว สายแล้ว”

          “กี่โมง”

          “จะสิบโมงแล้ว”

          “ห้ะ! สายขนาดนั้นแล้วหรอ” ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นทันทีทำให้ผ้าห่มที่ถือเป็นผ้าชิ้นเดียวที่ช่วยปกปิดร่างกายร่วงลงไปกองอยู่ที่หน้าตัก

          “ด เดี๋ยวออกไปทำแซนวิชให้นะ”

          นาตาชามองตามท่าทางอึกอักของอีกคนจนลับสายตาก่อนจะรู้สึกได้ถึงลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศที่มากระทบกับผิวกาย  ให้ตายสิ!! เธอยกผ้าห่มขึ้นปิดร่างกายตัวเองแต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไรแล้วในตอนนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในความคิดเป็นฉาก ๆ เธอจดจำมันได้ทุกสัมผัสทุกขั้นตอนและทุกคำพูด ‘ฉันมีภารกิจที่ต้องทำมีจักรวาลที่ต้องดูแล แต่เมื่อไหร่ที่คุณต้องการฉันนะแนท แค่คุณเรียกฉัน ฉันก็จะมาอยู่ตรงนี้ มากอดคุณเอาไว้แบบนี้ทันที’

          ถ้าต้องการก็จะมางั้นหรอ... นาตาชาอมยิ้มกับตัวเองอีกครั้ง ชีวิตของพวกเธอทั้งคู่ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าหน้าที่เธอเข้าใจดี มีอะไรอีกมากมายที่เราต่างต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นแค่มีคำสัญญาที่ให้ต่อกันเอาไว้ แค่นั้นเธอก็พอใจแล้ว

          “แคล... แครอล” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ให้คำสัญญากับเธอเอาไว้จะมีก็แต่เสียงเอะอะมาจากไหนครัวทำให้เธอรีบเดินออกไปดูแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเนบูล่านั่งทำหน้าเอือมระอาอยู่บนโซฟา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถ้าเนบูล่าอยู่ที่นี้แล้วอีกคนที่จะกลับมาพร้อมกันคือใคร

          “เอาคืนมานะหน้าขน นั่นของฉัน!!”

          “อย่างกหน่าแดนเวอร์ส”

          นาตาชาได้แต่กรอกตาไปมาอย่างเอือมระอาไม่ต่างจากคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้า “ตีกันอีกแล้วหรอ”

          “อืม แต่เช้าลย” เนบูล่าตอบพลางส่ายหน้าอย่างจนปัญญากับคนที่ไม่รู้จักโตทั้งสองคน

          “นี่มาถึงนานแล้วหรอ”

          “ตั้งแต่เมื่อคืน”

          คำตอบของเนบูล่าทำให้เธอชะงักไป จะเป็นไปได้ยังไง ปกติเวลายานลงจอดน่ะเสียงดังจะตายไม่มีทางที่เธอจะไม่ได้ยิน ปกติต่อให้หลับอยู่เธอก็จะตื่นขึ้นมาแล้วก็ออกไปต้อนรับทุกคนเวลากลับมาที่ฐาน เว้นก็แต่ว่าเธอกำลังยุ่งจนไม่ได้สนใจ...

          “ตอนประมาณตีสาม”

          ชัดเลย...

          “ปกติไม่เห็นกินเนยถั่ว ของแดนเวอร์สหรือของโรมานอฟกันแน่!!”

          เสียงโวยวายของร็อคเก็ตที่ดังมาจากในครัวอีกครั้งทำให้เธอต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง “รู้กันหมดทุกคนรึยัง”

          “ร็อคเก็ตบอกว่าถ้าให้ปืนใหม่สักสองสามกระบอกก็จะไม่บอกใคร”

          นาตาชาถอดหายใจอย่างโล่งอก “ก็ยังดี” ส่วนตัวเธอน่ะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่อีกคนน่ะสิไม่รู้จะว่ายังไง

          “ร็อคเก็ตไม่บอก... แต่ฉันบอกไปแล้ว”

          “ห้ะ!” นาตาชาเบิกตากว้างหันกลับไปสบตากับคนที่นั่งจ้องหน้าเธอนิ่ง ๆ เนบูล่าก็คือเนบูล่า ใครจะไปเดาใจได้กัน “นี่พูดจริงหรือพูดเล่น”

          “พูดเล่น”

          “...” นาตาชาอยากจะบ้าตายกับคนที่พูดทุกอย่างออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีจังหวะ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีอะไรเลยที่ทำให้เธอพอจะเดาได้ ซึ่งเนบูล่าก็เป็นอย่างนี้มาตลอดแต่ไปหัดพูดเล่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าสนิทกับโทนี่มากไปหรืออยู่กับร็อคเก็ตเยอะเกิน

          “แล้วเป็นไงบ้างรอบนี้ เจออะไรบ้างไหม” เธอเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดไปเลยดีกว่าต้องมานั่งอ่านความคิดของคนที่เดาใจยากที่สุดในทีม

          “ไม่เจอเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เหมือนว่าดาวดวงนึงกำลังมีปัญหาเลยว่าจะมาบอกแดนเวอร์ส”

          นาตาชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หลาย ๆ ครั้งที่ใครไปเจอปัญหาอะไรมาถ้าสามารถให้ความช่วยเหลือได้ก็จะช่วย แต่ถ้าเป็นปัญหาที่อาจจะเกินกำลัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนก็เลยตกลงกันว่าจะแจ้งแครอลให้ไปจัดการ “งั้นเดี๋ยวไปตามให้ ไม่งั้นตีกันทั้งวันก็ไม่จบ”


'Cause every time we touch, I feel the static
And every time we kiss I reach for the sky
Can't you hear my heart beat so I can't let you go
Want you in my life


          ข้อมูลที่ได้รับมาจากเนบูล่าและร็อคเก็ตทำให้เธอต้องรีบไปเพราะดาวที่ว่านั่นน่าจะต้องใช้เวลาเดินทางสองถึงสามวัน และยิ่งไปถึงได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี “เดือนหน้าเจอกันนะ” แครอลโน้มตัวไปจูบที่มุมปากของอีกคนก่อนจะผละออก

          “เดี๋ยว” นาตาชาอมยิ้มมองคนขี้เก๊กที่ทำหน้านิ่งแต่พวงแก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไปถึงใบหู ก็เข้าใจว่าแครอลคงไม่ค่อยถนัดเรื่องความสัมพันธ์ไม่ต่างไปจากเธอ เอาแต่บินไปบินมาคงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับใครจนผูกพันธ์ แต่ถ้าเทียบอายุกันจริง ๆ แล้วเขาแก่กว่าเธอด้วยซ้ำ ที่สำคัญ...มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว ไม่รู้จะเขินอะไรนักหนา

          “ผู้ใหญ่น่ะเขาทำกันแบบนี้” นาตาชาดึงปลายเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำตัวเก่งของตัวเองที่อีกคนขอไปใส่เพื่อให้เขาขยับเข้ามาใกล้ ยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอคนที่สูงกว่าตัวเองเป็นสิบเซนแล้วประกบริมฝีปากลงบนส่วนเดียวกัน เน้นสัมผัสอย่างเชื่องช้าเพื่อให้เราจดจำได้ทุกรายละเอียดก่อนจะผละออก

          “อะ ไปได้แล้ว”

          “อะไรเนี่ย ฟันแล้วทิ้งหรอ”

          นาตาชาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหัวเราะออกมา “ไปเอาคำแบบนี้มาจากไหนเนี่ย”

          “ในทีวี”

          “มันไม่ได้แปล- ว้าย! ทำอะไรเนี่ยแครอล” นาตาชาเปลี่ยนจากมือที่โอบรอบลำคออีกคนเพียง ๆ หลวมเป็นกอดเอาไว้แน่นเมื่ออยู่ดี ๆ แครอลก็พาเธอบินขึ้นไปโดยไม่บอกไม่กล่าว

          “มีคนแอบมอง”

          นาตาชาหันตามอีกคนไปมองใต้ตัวอาคารก็เห็นร็อคเก็ตกับเนบูล่ากำลังมองมา “แล้วขึ้นมาแอบบนหลังคาเนี่ยนะแคล”

          “ก็รำคาญหน้าขน”

          นาตาชามองคนที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างขำ ๆ ไม่รู้จะตีกันไปถึงไหนสองคนนี้ “แล้วมีอะไรอีกคะ ก็บอกว่าให้ไปได้แล้ว”

          “ยังไม่ไป” แครอลประคองใบหน้าสวยของนาตาชาเข้ามาใกล้ ขบเม้มริมฝีปากอิ่มเพื่อที่จะช่วงชิงสัมผัสแบบผู้ใหญ่ตามที่อีกคนพูดเอาไว้ ดูดกลืนความหอมหวานระหว่างเราจนพอใจแล้วเลื่อนไปจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้มก่อนจะผละออก “แบบนี้ที่เรียกว่าต่างหากผู้ใหญ่”

          นาตาชากระพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วก็แครอลยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้ที่เอาชนะเธอได้อย่างขัดใจ “ไอบ้าแคล! แล้วนั่นจะไปไหน!!”

          “ก็บอกว่าให้ไปได้แล้วไม่ใช่หรอ” แครอลยักไหล่ด้วยท่าทีกวน ๆ แบบที่ชอบทำก่อนที่จะลอยตัวขึ้นไปในอากาศ

          “ก็มาพาลงไปก่อนสิ!!”

          “แค่หลังคาเองนะ ระดับนาตาชา โรมานอฟลงเองได้อยู่แล้ว”

          และเพียงแค่เธอกระพริบตาแครอลก็บินหายวับไปบนท้องฟ้า “ไอบ้าเอ้ย!” เดี๋ยวนี้แกล้งเธอทั้งตอนมาแล้วก็ตอนไปเลยนะ! จริงอยู่ว่าถ้าเป็นเวลาปกติให้เธอลงจากหลังคาน่ะไม่ยากหรอก แต่ที่แครอลทำเมื่อกี้เธอจะยืนอยู่ยังแทบไม่มีแรงเลย


Your arms are my castle, your heart is my sky
They wipe away tears that I cry
The good and the bad times we've been through them all
You make me rise when I fall


          ‘แล้วเดือนนี้จะได้เจอเธอไหม’

          ‘คงไม่ได้เจออีกสักพักเลย ช่วงนี้ยุ่ง ๆ น่ะ’

          นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้านาตาชา ทั้ง ๆ ที่สัญญาเอาไว้แล้ว... ถ้าวันนั้นเธอกลับไป ถ้าวันนั้นเธอไปอยู่ข้าง ๆ แนททุกอย่างอาจจะไม่จบลงแบบนี้ก็ได้ แครอลยกมือขึ้นปาดน้ำตาหลังจากเสร็จสิ้นพิธีสตาร์ค เธอรู้ว่าความเจ็บปวดของตัวเองคงไม่อาจเทียบเท่ากับคนอื่น ๆ ที่ผูกพันกันมาเป็นเวลานาน เธออยู่ตัวคนเดียวมานาน เธอมีหน้าที่ที่ต้องทำ และสิ่งที่เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียมาไม่น้อยเช่นกัน แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เทียบได้กับครั้งนี้

          แครอลไม่เพียงแต่เจ็บปวด แต่เธอเจ็บใจตัวเอง ยิ่งนึกย้อนถึงวันเก่า ๆ นึกถึงวันที่แนทถามว่าเธอจะกลับไปไหม แต่เธอเลือกที่จะสานต่อภารกิจตรงหน้าให้เสร็จ ใครจะรู้ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้านาตาชา เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกลาด้วยซ้ำ แต่เธอจะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

          “แล้วนั่นจะไปไหน”

          แครอลหันกลับไปมองฟิวรี่ อย่างน้อย ๆ เธอก็มีส่วนช่วยเขาได้ ช่วยทุกคนได้ แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด “ไม่รู้สิ” เธอตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะบินออกมาจากโลก บินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายไร้ทิศทาง

          พลังที่เธอมีสามารถพาตัวเองไปได้ทุกที่ จะดวงจันทร์หรือพระอาทิตย์ จะกาแล็กซี่นี้หรือข้ามไปอีกกาแล็กซี่นึงเธอก็ไปได้ทั้งนั้น ‘เธอพักไม่ถึงนาทีก็หายเหนื่อยแล้ว’ เสียงหวานปนแหบของนาตาชายังติดอยู่ในความคิด แต่ในตอนไหนเธอไม่รู้ว่าที่ที่เธออยากไปอยู่ที่ไหน เธอไม่สามารถหาคำตอบได้ ที่ที่มีนาตาชาอยู่ที่ไหน... แครอลลอยเคว้งอยู่กลางอวกาศอย่างไร้ซึ่งคำตอบให้ตัวเอง

          ไกล ไกลเกินกว่าจะไปถึง คือความรู้สึกที่เธอไม่เคยต้องรู้สึกมาก่อนจนกระทั่งวันนี้


'Cause every time we touch, I get this feeling
And every time we kiss I swear I could fly
Can't you feel my heart beat fast, I want this to last
Need you by my side


          นับตั้งแต่ได้พลังมาเธอก็ไม่เคยคิดจะอยู่ที่โลกเกินกว่าหนึ่งอาทิตย์ เธอมีหลายที่ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้เธอก็ยังทำมันอยู่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ดี ไม่ให้แพ้ใครอีกคนที่ทำมันจนนาทีสุดท้ายของชีวิต แต่ทุก ๆ ครั้งเสร็จภารกิจแครอลจะกลับมาที่โลก ฐานใหม่ที่พึ่งสร้างได้ไม่นานแม้จะแทบไม่เหลือร่องรอยของนาตาชา แต่การสร้างทุกอย่างให้เหมือนเดิมมันก็ช่วยให้หายคิดถึงได้บ้าง แจ็คเก็ตตัวเก่งของหล่อนที่เธอเอาไปและยังไม่ได้เอากลับมาคืนเป็นของใช้ส่วนตัวชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่

          “ฉันกลับมาที่โลกบ่อยขึ้นแล้วนะแนท มากกว่าเดือนละครั้งอีก” แครอลนอนบนเตียงในห้องที่พยายามจัดให้เหมือนเดิมมากที่สุดพร้อมกับกอดแจ็คเก็ตไว้แนบอก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไม่รู้ว่ายังหลงเหลืออยู่จริง ๆ หรือเป็นเพราะเธอแค่จำมันได้อย่างชัดเจนในความรู้สึกกันแน่ “และทุกครั้งที่กลับมาฉันก็หวังว่าจะได้เจอคุณ” เธอกระซิบเบา ๆ กับลมกับฟ้าเพื่อหวังว่าหล่อนจะได้ยิน

          “ฉันกลับมาแล้วไงแนท ฉันกลับมาแล้ว... แล้วเมื่อไหร่คุณจะกลับมาสักที”


'Cause every time we touch, I feel the static
And every time we kiss I reach for the sky
Can't you hear my heart beat so I can't let you go
Want you in my life

.

.

.

 


ผลงานอื่นๆ ของ themoon101

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

17 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 07:21
    อ่านซ้ำอีกรอบแล้วยังเศร้าอยู่เลยค่ะ ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย อยากให้เขาได้รักได้อยู่ด้วยกัน อยากให้แนทมีความสุขบ้าง😭
    #17
    0
  2. #16 แปลก
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 03:26

    ใจไม่ดีตั้งแต่กลางเรื่องแล้วยังใจดีสู้เสือต่อไปเพราะมันละมุนมากไรท์ ภาษาที่คุณถ่ายทอดออกมามันน่ารักมาก จนตอนจบมันก็ยังให้ฟิลฟุ้งๆอยู่เลย แต่แบบ...มันไม่ไหว เหมือนโดนพาไปนอกโลกแล้วเหวี่ยงทะลุชั้นบรรยากาศมากระแทกพื้น สุดยอด ขยี้ได้สะใจมากค่ะ ชอบ!!!!

    #16
    0
  3. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    รอติดตามผลงานนะคะ เขียนดีชอบมากเลบ
    #15
    0
  4. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 14:41
    รอติดตามผลงานนะคะ เราตามหาเรื่องที่เขียนดีๆแบบนี้มานานแล้วค่ะ อยากให้คุณมีกำลังใจในการเขียนตอนต่อๆไปนะคะ
    #14
    1
    • #14-1 themoon101
      7 พฤษภาคม 2562 / 15:10
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ (((:
      #14-1
  5. #13 Cheerrr154 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 14:39
    แงงงงงงงง เศร้ามากๆเลยค่ะ แต่ชอบนะคะ คุณเขียนเก่งมากบรรยายได้ดีภาษาก็สวยเข้าใจง่าย
    #13
    0
  6. #12 BulBeam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:22

    ไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ
    #12
    0
  7. #11 SMJW
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:18

    ภาษาดีมากเลยค่ะไรท์เตอร์ มากหวานๆนี่น่ารักมากเลยอ่านไปเขินไป ส่วนตอนท้ายนี่ดิ่งในหนังก็คือร้องไห้อ่ะมาอ่านในฟิคก็คืออินมาก สงสารแครอล กลับมาอีกทีก็ไม่เจอแนทแล้ว ประโยคสุดท้ายนี่เจ็บปวดมากㅠㅠ

    #11
    0
  8. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:39

    ฉากนั้นในหนังนี่เราว่าเราก็ใจสลายแล้วนะคะ แต่พอมาในฟิคนี่แบบ TTvTT นั้มตาท่วมอีกรอบ

    ฟิคของคุณ ด้วยทั้งเนื้อเรื่อง การเขียนบรรยาย มันเป็นอะไรที่ทัชใจไปหมดจนทำให้อินสุดๆไปเลยค่ะ ทั้งเจ็บทั้งสงสารแคลจับใจ ยิ่งประโยคสุดท้ายยิ่งแบบ อรุ่กกกก

    ขอบคุณนะคะที่เขียนฟิคดีๆเรื่องนี้ ชอบมากๆเลยค่ะ

    #10
    0
  9. วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 14:37
    ร้องไห้แบบฟูมฟายมากเลยค่ะหลังจากอ่านจบ TT ยิ่งเพิ่งอินจากหนังมานี่คือปาดน้ำตาไปหลายรอบมาก คุณแต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ สุดยอดมาก ภาษาดีมาก เข้าถึงอารมณ์สุดๆเลยค่ะ อ่านแล้วคิดถึงนาตาชามากๆเลยฮือ เหมือนว่าจะจบเศร้า แต่แครอลก็ยังเหมือนรอคอยนาตาชาอยู่ (พิมพ์ไปร้องไห้ไป) ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคสั้นดีๆมาให้อ่านแบบนี้ เราอยากเลี้ยงข้าวคุณเลยค่ะ(ฮาา) ขอบคุณจริงๆนะคะ
    #9
    0
  10. วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:54

    ฮื่ออ ไม่ได้อ่านไรที่ทำน้ำตาซึมแบบนี้มานานมากก เหมือนได้ฮีลและก็ดิ่งวูบhpติดลบไปเลย อยากบอกว่าฟีลขึ้นลงเหมือนดูหนังแต่ก็ยังหมั่นในบทหลายๆอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล รู้สึกเหมือนมาระบายเนอะ555 แต่ความประทับใจนี้เราจะมองข้ามคำผิดไปค่ะ(: /ปากลจ

    #8
    0
  11. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:36

    ร้องไห้แบบร้องจนตัวโยนเลยค่ะ ฮืออออออออ คุณแต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ เราอินไปหมด ไม่ว่าจะเป็นฉากที่กุ๊กกิ๊กกันหรือฉากเศร้าๆ คุณก็เล่าเรื่องได้ดีมากๆ คุณเอาฉากต่างๆในหนังมาผูกกันและเติมเนื้อเรื่องเข้าไปจนเป็นเรื่องนี้ได้แบบ ลื่นไหลมากเลยค่ะ อ่านแล้วไม่มีสะดุดเลย ทุกการกระทำทุกคำพูดของตัวละครมันดูมีเหตุผลที่ดีจริงๆ ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ :ㅡ)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:41
    #7
    1
    • #7-1 themoon101
      2 พฤษภาคม 2562 / 23:12
      ขอบคุณนะคะ (:
      #7-1
  12. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    เจ็บปวดเหลือเกินค่ะ 〒_〒
    #6
    0
  13. #5 ประธานคิม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:29
    ฮื่อ ช้ำไปหมดแล้ว /นั่งซึม
    #5
    0
  14. #4 Melaty
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:49
    น้ำตาน้องง ฮื่อออออ ไรท์ ;-;
    #4
    0
  15. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:46

    "เมื่อไรคุณจะกลับมาสักที" ร้องไห้แล้วค่ะ ????

    #3
    0
  16. #2 P O Y
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:46

    น้ำตามา... แงงงง

    #2
    0
  17. #1 ZENNIBA
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:42

    ขยี้ยิ่งกว่าบทรุสโซ่ ;w; สงสัยน้องแคลมากTT

    #1
    0