Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 9 : ใกล้กันมากกว่านี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 ก.พ. 62




การจราจรติดขัดในเช้าวันจันทร์ยังคงเป็นฝันร้ายวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีกของชาวเมืองกรุงเทพมหานคร นทต้องตื่นแต่เช้าตรู่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เหมือนทุกวันที่มีเรียน เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานทไม่ได้นั่งทำการบ้าน หรือเล่นเกม เขายืนประจำเคาท์เตอร์ในร้านขายและเช่าซีดี ท่ามกลางยุคสมัยที่สามารถหาดูหนังทางอินเตอร์เน็ต และกดฟังเพลงผ่านแอปพลิเคชั่นได้ง่ายกว่าเดินตามหาแผ่นซีดีที่ต้องการ และงานอีกอย่างนอกจากคิดเงิน คำนวนค่าปรับก็คือเรียงซีดีสำหรับเช่าตามตัวอักษร เล่นเอาเขาปวดต้นคอจนถึงขณะที่กำลังยืนโหนรถไฟฟ้า
       
            " อ้าว นท"
       นทเงยหน้ามองชายที่เข้ามาหลังรถไฟฟ้าจอด ชายในเสื้อเชิ้ตสีขาวคนเดิม เพิ่มเติมคือเนคไทสีดำ

             "พี่โอ สวัสดีครับ"
       เขาเขยิบเข้าไปให้พนักงานหนุ่มเข้ามายืนใกล้กับเขา เพื่อฝูงชนที่กำลังเข้าตามมาสามารถร่วมขบวนไปด้วยกันทันเวลา
       นทไม่คุ้นกับพี่โอผูกเนคไท จนเขาพบว่ามันถูกผูกอย่างเร่งรีบจนเบี้ยวนั่นเอง
              "เนคไทเบี้ยว"
       เขาชี้ที่คออีกคนขณะที่รถออกตัว โอก้มมองผลงานของความเร่งรีบ

              "อุตส่าห์ตั้งใจผูก" เขาย่นคิ้ว

              "ผมผูกให้มั้ย"

              "อ่า"

       นักศึกษาหนุ่มที่ฝึกผูกเนคไทจนชำนาญเพราะไม่เคยนึกถึงวิธีที่ง่ายกว่านั่นคือเมื่อใช้เสร็จ เพียงดึงให้มันหลวมแล้วค่อยถอดออก หากจะใช้อีกครั้งแค่สวมใหม่และดึงกระชับสายให้แน่น เขาเพิ่งรู้วิธีนี้จากคำแนะนำของพีทผู้ทำทุกอย่างในชีวิตให้ง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ(เพราะความขี้เกียจ)เมื่อจบปี1หมาดๆ แต่อย่างไรนทก็ยังถนัดผูกใหม่ทุกครั้งมากกว่า
       นทแก้เนคไทสีดำอีกฝ่าย จัดให้ได้ความยาวตามต้องการ ผูกรอบคอคนสูงกว่าเล็กน้อย และปรับให้มันเข้าที่


              "แน่นไปมั้ยครับ"

              "เอาออกนิดนึง"
       อายุเข้า25แล้วยังผูกเนคไทไม่เป็น แต่เด็กที่ยังอายุไม่เบญจเพสดีกลับดูคล่องแคล่วกว่าเขาซะอีก เมื่อได้ตามต้องการนทก็พับปกจับคอเสื้อเชิ้ตให้เสร็จสรรพ


              "เรียบร้อย"

              "เก่งนะเนี่ย ขนาดอยู่บนรถไฟยังผูกได้สวยกว่าพี่อีก"

              "ปกติไม่เห็นผูก วันนี้มีงานสำคัญหรอครับ"

              "มีประชุมกับผู้ใหญ่อีกบริษัทน่ะ ต้องดูเรียบร้อยหน่อย" นทก็สงสัยว่าทำไมผมอีกฝ่ายถึงเซ็ตเปิดหน้าผากเป็นทรงดูสะอาดตากว่าทุกครั้ง และกลิ่นน้ำหอมพรมเพืื่อเสริมความมั่นใจไม่เหมือนก่อนหน้า


       ความเจ็บปวดช่วงบ่าแล่นตรงมาถึงต้นคอจนนทหยีตา ต้องบีบๆนวดเผื่อจะช่วยคลายเส้นที่ตึง  โอยืนใกล้กับนทพอที่จะรู้ว่าความเจ็บปวดแสดงผ่านสีหน้านทชัดเจนแค่ไหน

              "ทำการบ้านหนักหรอ"


              "งานพิเศษที่บ้านน่ะครับ ก้มๆเงยๆจนปวดไปหมด" เขายิ้มแห้งๆพลางนวดคลึงบ่าตัวเอง

              "โทษที" ขออนุญาตก่อนมือหนาเอื้อมจะสัมผัสบ่าคนอายุน้อยกว่า จนกระทั่งอีกฝ่ายอนุญาต โอกดเบาๆและลงน้ำหนักจนนทหยู่หน้า

               "โอ้ย! พี่!" เขาทั้งเจ็บปนขำ

               "สะพายกระเป๋าเยอะด้วยแน่ๆ บ่าแข็งมาก ไม่น่าถึงปวด"

               "พูดเหมือนเป็นหมอนวดเลย"

               "ย่าพี่เป็นหมอนวด" และก็กดนวดบ่าอีกฝ่ายที่ดิ้นเพราะโดนจุดจนเจ็บร้าวขึ้นมาถึงต้นคอ นทยอมแพ้ โอหยุดมือก่อนอีกคนจะกองลงไปกับพื้นรถไฟฟ้าเพราะทนเจ็บไม่ไหว
       ...ถึงแม้ตอนนทเจ็บปนขำกลบเกลื่อนจะดูน่ารักดีก็ตาม

       โอหยิบหลอดยานวดกล้ามเนื้อยื่นให้นทที่ยังคลำๆบ่า มันถูกเปิดใช้บ้างแล้วเกือบถึงครึ่งหลอด พนักงานบริษัทที่ต้องนั่งหลังแข็งหน้าคอมพิวเตอร์เวลางาน และยังต้องแก้งานเมื่อถึงบ้าน อีกต้องสะพายกระเป๋าเป้เดินทางทุกวัน โอจึงพกยานวดกล้ามเนื้อหลอดไม่ใหญ่มากติดกระเป๋าเวลาปวดบ่าปวดไหล่ที่ทำงาน เขาก็หยิบขึ้นมานวดให้พออาการบรรเทา

              "กลับบ้านนวดยาดู ค่อยๆนวดเท่าที่ทนไหว"

              "พี่ให้ผม แล้วพี่ไม่ใช้แล้วหรอ"

              "พี่ให้ยืมเฉยๆ เจอกันครั้งหน้าเอามาคืนด้วย" โอยิ้มกระทั่งตาคู่สดใสของเขาด้วย เมื่อรถชะลอความเร็วจนหยุด ถึงสถานีสยามที่นทต้องลงแล้ว "ตั้งใจเรียนล่ะ" ถึงเวลาต้องแยกกัน

              "พี่ก็... ตั้งใจทำงานนะครับ"
       นทยิ้มโบกมือลา ก่อนค่อยๆตามฝูงชนออกจากขบวนรถ นทก็ยังคงอมยิ้มจนกระทั่งขึ้นรถเมล์ พร้อมยานวดกล้ามเนื้อในมือ

________________________________



       กีฬาทำให้เกิดความสามัคคี การ์ตูนและหนังดีๆก็ทำให้เรามีเพื่อนได้ เช่นเดียวกับพีท หลังจากรู้จักกับวาโยเมื่อวานเรื่องบังเอิญหลายๆอย่างที่ทำให้สนิทเร็วกันอย่าง ชอบหนังเรื่องเดียวกัน การ์ตูนเรื่องเดียวกัน และจบจากโรงเรียนเดียวกัน พีทจำวาโยไม่ได้เพราะพวกเขาเรียนคนละสายกัน นานๆทีเด็กสาย ไทย-อังกฤษ-สังคม ที่มักจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในชั้นมัธยมปลาย(ซึ่งมีแค่2ห้องต่อระดับชั้นเมื่อเทียบกัยสายวิทย์ที่มี4ห้องเรียนต่อระดับชั้น)จะได้โคจรมาเจอกันสักที แต่วาโยจำพีทได้ รุ่นพี่สายวิทย์ห้องเก่งพ่วงหน้าตาดีสาวกรี๊ดเหมือนเป็นอีกเกณฑ์นอกจากเกรดเฉลี่ยสะสม ไม่พ้นเพื่อนสาวๆในห้องวาโยที่พากันกรี๊ดกร๊าดพีท แต่ชวนหมั่นไส้มากกว่าสำหรับรุ่นน้องอย่างเขา อคติจางๆตั้งแต่มัธยมถูกทลายลงด้วยกีฬาและความชอบแบบเด็กๆ ต้องขอบคุณงานหนังสั้นคราวนี้ นอกจากพีทจะได้รู้จักรุ่นน้องคอเดียวกัน(ถึงขั้นจะนัดกันไปดูหนังอนิเมชั่นภาคต่อที่ตนรอคอยตั้งแต่วัยประถม) และยังได้รู้จักกับอีกคนที่ลูบหัวนกเค้าแมวตัวเล็กอยู่ที่เขตพระนคร

       เย็นวันจันทร์พีทไม่เปิดอ่านไลน์ของใคร ของกลุ่มไหน ตรงมาที่ร้านตัดผม แต่ไม่ได้มาตัดผม



              “เลือกทรงผมได้รึยัง” เจ้าของร้านมองเด็กกวนในชุดนักศึกษาเรียบร้อย เข้ามาถึงก็ส่งยิ้มแทนคำทักทายและวางของแถวโซฟา ไม่รอให้แอนดริวบอกกล่าวอะไรนัก



              “ยัง” พีทยิ้มแฉ่ง



              “แล้วมาทำไม” แอนดริวขมวดคิ้ว



              “คิดถึง”



              “เอ็ดดี้?”



              “พี่นั่นแหละ” พีทส่งสายตาเจ้าชู้



              “งั้นฝากเอาขยะหลังร้านไปทิ้งให้หน่อย ทำตัวให้เป็นประโยชน์” ขี้เกียจจะปรือตามองให้อีกคนรู้ว่ามุกจีบสาวแบบนี้เขาเหนื่อยใจแค่ไหน จึงเปลี่ยนใจแตะจงอยปากเอ็ดดี้เล่นแทน


              “หูย ใจร้าย”

       ถึงปากจะแซวแต่ก็เดินไปหลังร้าน มองหาถึงขยะจัดการรวบผูกปากถุงหิ้วเดินออกมาหน้าร้านตามคำสั่ง



              “อ้อมหลังร้าน เอ็ดดี้เหม็น”

       พีทเจอเอ็ดดี้หันมามองด้วยสายตาเหนือกว่า ทำได้เพียงถอยกลับไปหลังร้านตามที่แอนดริวว่า ถือตัวเองมาก่อนเลยยอมให้หรอกเจ้านกเค้าแมว



              “อย่าลืมล้างมือตรงหลังร้าน”

       พีทจัดการฟอกสบู่พร้อมเช็ดผ้าแถวๆนั้นเรียบร้อย



              “ใส่ถุงขยะใหม่ด้วย ลิ้นชักสุดท้ายใกล้ๆอ้างล้างมือ”



              “กวาดพื้นตรงแถวโซนสักให้หน่อย”

       หนุ่มนักศึกษาหยิบไม้กวาดที่โกยปฏิบัติหน้าที่อย่างคล่องแคล่ว



              “หยิบผ้าตรงเคาท์เตอร์เช็ดเบาะเก้าอี้สักต่อด้วย”

       ตามด้วยคว้าผ้าแห้งจัดแจงเช็ด เจ้าของร้านให้เอ็ดดี้เกาะนิ้ว ยืนมองอย่างสบายตัว



               “กระจกตรงนี้มีรอย ใช้ผ้าเช็ดผืนสีฟ้าอ่อน” แอนดริวชี้นิ้ว



               “เก้าอี้หน้ากระจกเบี้ยว” พีทขยับจัดเก้าอี้ไม่อิดออดบ่นสักคำ แต่ทำมากมายเกินลูกค้าขนาดนี้ หวังให้อีกคนตอบแทนน้ำใจเขาบ้างนิดๆหน่อยๆ


              

               “หิวน้ำมั้ย”



               “ขอสักแก้วนึงจะดีใจมากเลย”



               “คุยกับเอ็ดดี้”

       

        พีทเบะปากเหมือนเด็กจะร้องไห้ ความดีของเขายังไม่มากสู้เจ้าสัตว์ปีกไม่ได้


               “มานี่เดี๋ยวไปหยิบน้ำก่อน”

       ก็ยังเป็นห่วงนกมากกว่าคน แอนดริวเปลี่ยนมือคอนไม้ให้เอ็ดดี้เกาะเป็นแขนพีทแทน ไม่นานนกที่แค่เกาะนิ้วเฉยๆก็ได้ดื่มน้ำก่อนคนที่ถูกหลอกให้ทำนู่นทำนี่ ซึ่งได้เพียงแค่มองตาละห้อย

    

              “น้ำมั้ย” ความพยายามของพีทเข้าตาเจ้าของร้าน พีทพยักหน้าทำตาอ้อน แอนดริวยื่นกระบอกน้ำที่เพิ่งให้เอ็ดดี้ดื่ม จ่อปากพีท



              “ไม่ใช่นก”



              “ก็บอกหิวน้ำ” คนดึงหน้าขรึมเดินกลับไปหลังร้าน เขาก้าวขายาวๆก่อนจะดึงหน้าตัวเองไม่อยู่

       แอนดริวหุบยิ้มไม่ได้ เขากำลังสนุก ชายอายุเพิ่งสามสิบไม่นานแอบสังเกตพีทที่แข่งจ้องตากับเอ็ดดี้ เหมือนฝ่ายใดฝ่ายนึงกำลังจะเข้าสิงร่าง ไม่คนก็นก





              “มองทำไม” พีทคุยกับเอ็ดดี้ แต่ทำแอนดริวสะดุ้งด้วย



              “เป็นนกเค้าแมวสบายเนอะ ยืนเกาะเฉยๆบนคอน มีคนเอาน้ำมาให้ ไม่ต้องทำการบ้านด้วย กินดีอยู่ดีเหลือเกิน” แอนดริวปักใจเชื่อไปครึ่งนึงว่าพีทคงอยากจะสิงเอ็ดดี้จริงๆ เจ้าเด็กกวนคงน้อยใจที่เขาหลอกให้ทำงาน แอนดริวแม้จะเป็นคนหน้านิ่งแต่นั่นแค่หน้ากาก เขาไม่ใช่คนใจร้ายขนาดจะไม่ย้อนกลับไปหลังร้านเตรียมน้ำสักแก้วให้คนเด็กกว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ



              “อิจฉาแกชะมัด” เจ้าเด็กกวนยกยิ้ม

       พีทจูบเบาๆบนหัวเอ็ดดี้อย่างทะนุดถนอม เช่นเดียวกับที่แอนดริวเคยจูบเอ็ดดี้  ริมฝีปากของเจ้าของมัน กับขนนกละมุน อะไรจะนุ่มกว่ากัน ริมฝีปากสีระเรื่อสุขภาพดีที่ยกยิ้มให้แค่เจ้านกเค้าแมวตัวเดียว เมื่อไหร่กันนะที่พีทจะได้รอยยิ้มนั้นบ้าง

   


              “ไม่มีน้ำแข็งดื่มอุ่นๆได้ใช่มั้ย” แอนดริวเดินกลับเข้ามาพร้อมชามะตูมอุ่นๆในแก้วใส วางบนโต๊ะข้างโซฟา และพาเอ็ดดี้ขึ้นมือตนแทน



              “ตั้งใจให้ ผมเต็มใจดื่ม”



              “งั้นเต็มใจล้างด้วย”

       

              “ให้ทำอะไรก็ได้ ถ้าได้อยู่ด้วย”

       พีทใช้ความสดใสของความเด็กกว่าเข้าสู้ ถือโอกาสที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยยังเป็นของเขาแค่ไม่กี่วินาทีนี้ มองลึกเข้าไป แอนดริวจะรู้มั้ยว่าเจ้าเด็กกวนของเขายอมนั่งรถเมล์ฝ่าจราจรคลาคลั่งมาหาเขาแม้จะอยากกลับไปอาบน้ำนอนเล่นแค่ไหน แต่ความอยากมองตาคู่สวยคู่นี้มีมากกว่า เขาจะรู้มั้ยว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแม้จะต้องคุยงาน แม้จะได้เพื่อนใหม่คุยกันอย่างถูกคอ แต่เขาก็อยากคุยอยากสนิทกับเจ้าของร้านคนนี้มากกว่าขนาดไหน

     ...เขาจะรู้มั้ยว่าพีทไม่เคยอยากมองตาใครขนาดนี้มาก่อน



              “จะอยู่นานมั้ย”



              “ครับ?” น้ำเสียงช่างเรียบนิ่งจนพีทเดาอารมณ์ไม่ถูก ว่าถามจริงหรือประชด



              “ถ้าอยู่จนปิดร้าน จะได้เห็นตอนให้อาหารเอ็ดดี้”



              “แล้วอยู่ได้มั้ยล่ะครับ”

       

              “ไล่ก็ไม่อยากไปไม่ใช่หรอ” พีทที่อยากทำให้แอนดริวยิ้มให้เขาบ้าง ตอนนี้อีกฝ่ายดันทำเขายิ้มจนหุบไม่อยู่แทน และยิ่งยิ้มขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายเดินไปหยิบกุญแจมอเตอร์ไซด์ในลิ้นชักหลังเคาท์เตอร์


               “อยากกินผัดไทย เอาสักห่อมั้ยเดี๋ยวเลี้ยง”




               ต่อให้ต้องโดดคาบเช้า พีทสาบานกับตัวเองว่าคืนนี้เขาต้องขอไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรมหรืออะไรก็ได้ให้ เพื่อจะสนิทกับแอนดริวมากกว่านี้ จะต้องนอนค้างที่นี่เลยก็ยอม!







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #25 ThE_DEssTIiNY (@ThE_DEssTIiNY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:05
    ขอผัดไท(ย)ด้วยคน!หิว!!
    มียอยักษ์น้าาาา
    ทำไมดีงามเบอร์นี้คะะะะ
    อยากได้มาไว้บ้านซักคน คนแบบเพพพพพ่
    #25
    2
    • #25-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 9)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:44
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ แก้ไขเรียบร้อยแล้ว
      ทั้งผัดไทย และอนุญาต <3
      #25-1
  2. #24 ThE_DEssTIiNY (@ThE_DEssTIiNY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:45
    อนุญาต ไม่มีสระ อิ น้าาา
    #24
    0