กำราบรักจอมเผด็จการ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 11,907 Views

  • 54 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    58

    Overall
    11,907

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    3 ก.ค. 58

ตอนที่ 12

 

พอประตูปิดลงนาวินก็แทบเข่าทรุด แต่พอรู้ตัวว่าถูกมองอยู่เพราะหลุดมาดก็รีบยืนตรงแหน่วมองศัตรูหัวใจอย่างเอาเรื่อง แต่ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะในห้องมีบอดี้การ์ดหน้าโหดอีก 2 คน

            “คุณทำอะไรน้ำ”

            ถามยังไม่ทันจบด้วยซ้ำ ใบหน้าของนาวินก็สะบัดหงายล้มทั้งยืน ธีราเข้ามาช่วยประคองเพื่อน ดีเท่าไหร่แล้วที่ปากไม่แตกให้เสียหล่อ ชัคย่างสามขุมเข้ามาหน้าตาโหดจนอยากร้องกรี๊ด

            “ที่ผมชกคุณไม่ใช่เพราะคุณเข้ามาทำให้เกือบเสียเรื่อง แต่คุณทำให้อันนาเป็นเป้าใหม่ของนักข่าว ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเองเป็นใคร ไปไหนมาไหนก่อนหน้านี้บ้าง”

            นาวินลุกขึ้นมาจ้องหน้าชัค แต่พอถูกจ้องกลับก็ชักหวาดๆ เลยพูดอ้อมแอ้มเสียงเบาลง แต่ยังไม่ชอบหน้าเหมือนเดิม

            “ตอนนั้นผมกำลังโกรธ แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่คุณยังไม่ตอบว่าจะรับผิดชอบยังไง”

            ชัคกอดอกเริ่มรำคาญ มันเรื่องอะไรที่เขาต้องมาคำถามของเด็กพวกนี้

“เอาเป็นว่าผมมีทางออกสำหรับเราสองคนอยู่แล้ว คุณกลับไปแล้วก็อย่าไปหาอันนาที่หอพักอีก นักข่าวตามคุณจนรู้แน่ๆ ว่าอันนาอยู่ที่ไหน”

            ยิ่งกว่าจ๋อย นาวินถอนใจยาวรู้สึกผิดเต็มประตูถึงจะหวังดีก็เถอะ ธีราตีไหล่เพื่อน เนี่ยแหละที่เธอบอกปากแทบฉีก แต่เขาฟังเสียที่ไหน อกหักจนบ้าเลือดเพื่อนเดือดร้อน ถ้าไม่ได้ชอบอยู่ล่ะก็เธอกระโดดเสยคางไปแล้ว

            ประตูห้องเปิดออกคนของชัคเข้ามาแล้วกระซิบบอกอะไรสักอย่างที่ทำให้สีหน้าของเขายิ่งถมึงทึงยามมองนาวินมากขึ้นไปอีก

            “มีอะไรหรือคะคุณชัค เกี่ยวกับยัยน้ำหรือเปล่า”

            “ผมจัดการเอง พวกคุณกลับไปก่อน แล้วอย่าลืม ห้ามไปหาอันนา”

            บอดี้การ์ด 2 คนผายมือเชิญแขกแถมยังเดินไปส่ง นาวินกับธีราจำใจต้องกลับไป นักข่าวจะเข้ามาสัมภาษณ์ แต่พอเห็นสองหนุ่มหน้าโหดก็พากันชะงักกึก เดินเร็วๆ มาจนถึงรถ ดาราหนุ่มรีบขับออกไป ธีราเช็คข้อความต่างๆ จากโทรศัพท์ ทั้งเฟสและไลน์พรึบ เธอเลื่อนอ่านอย่างตั้งใจเพราะเป็นเรื่องของเพื่อนทั้งนั้นจนกระทั่งไปเจอพาดหัวในเฟส

            อดีตกิ๊กนาวิน กลายเป็นสาวปริศนาของ CEO เครื่องดื่มชื่อดัง งานนี้อาจมีวางมวย

            ธีราลอบถอนใจค่อยๆ เก็บโทรศัพท์ ถ้านาวินเห็นได้เดือดกันอีกรอบ ได้พังกับพังแน่ๆ นี่ใช่ไหมข่าวล่าสุดที่ชัคบอกว่าจะจัดการเอง นึกไม่ออกเลยว่าจะไปจัดการยังไง ยัยน้ำกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของนักข่าวไปแล้ว

 

            หลักฐานต่างๆ ตำรวจเก็บไปหมดรวมทั้งโทรศัพท์ของอันนาและเลือดที่พรม ชาญบอกให้เธอเก็บเสื้อผ้าเพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว หากคนร้ายกลับมาอีกครั้งอาจไม่รอดได้ตื่นมาในตอนเช้าอีกก็ได้ เขาพาเธอออกจากหอพักทางบันไดหนีไฟทั้งๆ ที่ลงลิฟต์ก็ได้ อันนาสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงขนาดต้องหลบผู้คน

            รถจอดอยู่หลังตึก ชาญช่วยถือกระเป๋ามาใส่ไว้ในรถแล้วเปิดประตูให้เข้าไปเบาะหลัง อันนาเข้าไปนั่งทั้งเกรงใจทั้งงง พอรถขับผ่านหอพักก็ชัดตงิดที่วันนี้มีรถเข้ามาจอดมากจนล้นถึงถนนด้านนอก พอมองซ้ำรถก็ขับผ่านไปไกลแล้ว

            “เรากำลังจะไปไหนหรือคะคุณชาญ”

            “ไปบ้านหลังใหม่ครับ ตอนนี้คุณคงกลับห้องไม่ได้สักพัก มันไม่ปลอดภัยแล้วยัง...” นักข่าว ชาญงึมงำอยู่ในลำคอไม่อยากให้อันนาไม่สบายใจ “อย่าเพิ่งถามผมเลยครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นทั้งหมดคุณชัคจะอธิบายให้คุณฟัง”

            “ถ้างั้นฉันขอยืมโทรศัพท์โทรหาเพื่อนได้ไหมคะ เผื่อมีธุระอะไรสำคัญ”

“ก็ได้ครับ” ชาญส่งโทรศัพท์มาให้

อันนากดเบอร์ของธีรา รอสายอยู่นานกว่าเพื่อนจะรับ แน่ล่ะรายนี้ไม่ค่อยรับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก

“น้ำเองนะมด เมื่อเช้ามาหามีอะไรหรือเปล่า”

อันนาได้ยินเสียงกรี๊ดลั่นอย่างกับยัยมดไปเดินเหยียบอะไรเข้าแล้วยังเสียงนาวินที่จะแย่งโทรศัพท์ แต่ถูกเอ็ดกลับ ก่อนจะเปิดลำโพงให้ได้ยินด้วยกัน เพื่อนๆ ดีใจอย่างกับเธอหายไปนาน แต่ตอนกรอกเสียงกลับมานี่สิ อย่างกับอาจารย์ฝ่ายปกครอง

“โทรไปทำไมปิดเครื่อง”

“เรื่องมันยาวน่ะ แล้ววินทำอะไรให้มดปวดหัวอีกหรือเปล่า”

“เปล่านะน้ำ” นาวินรีบแก้ตัวเลยถูกธีราค้อนใส่ ก็เพิ่งไปทำให้เป็นเรื่องมาหยกๆ ไม่ใช่เรอะ แล้วถ้าคนของชัคตามเจอว่าเราสองคนมาจ่อมอยู่แถวหอของยัยน้ำ มีหวังถูกฆ่าหมกท่อแน่ๆ

            “น้ำฟังมดนะ มีสองทางที่น้ำต้องทำ อยู่แต่ในห้องห้ามออกมาจนกว่านักข่าวจะกลับไป หรือว่าหลบออกมาจากหอพักให้ได้ ตอนนี้มดกับวินรออยู่ที่ซอยข้างหลัง เรื่องของน้ำกำลังเป็นข่าว นักข่าวกำลังล่าประเด็นร้อน”

            “ประเด็นร้อนอะไรยัยมด”

            โทรศัพท์ถูกชาญยึดไปทันที ปลายสายจะพูดอะไรก็ไม่รู้แล้ว อันนาเริ่มไม่พอใจจะดึงโทรศัพท์คืน สีหน้าของบอดี้การ์ดหน้าเรียบเริ่มลำบากใจจนปิดไม่มิด

“ขอโทษครับ แค่ไม่อยากให้คุณกรี๊ดลั่นระหว่างที่ผมขับรถ รอฟังจากคุณชัคทีเดียวดีกว่า”

แล้วทำไมเธอต้องรอฟังจากชัคด้วย เขาไม่ใช่ผู้ปกครองของเธอสักหน่อย อยากอาละวาด แต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าหน้าบึ้งใส่ชาญ แค่ตื่นมาแล้วมีชัคอยู่บนเตียงมันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรนักหนา เราสองคนไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่ากอดสักหน่อย หรือว่ายุคนี้ผู้ชายเป็นฝ่ายเสียตัว แล้วเธอกลายเป็นคนทำให้เขามีมลทินหรือไง มันเรื่องอะไรกันแน่

 

            บ้านสองชั้นในหมู่บ้านมีรั้วรอบขอบชิดกลายเป็นที่อยู่ใหม่ของอันนา การย้ายที่อยู่ชั่วคราวพอเข้าใจได้ แต่ประเด็นร้อนที่ธีราพูดค้างไว้หมายถึงอะไร ภายในบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมเหมือนเอาไว้รับรองแขกอยู่แล้วมีแม่บ้านวัยดึกอยู่หนึ่งคน ชาญสั่งให้นำเสื้อผ้าของเธอไปเก็บ ส่วนตัวเองขับรถหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

อันนาออกมาเมียงมองอยากไปหาธีรามากกว่าอยู่ที่นี่ พอเดินไปที่ประตูบ้าน บอดี้การ์ดของชัคที่ไม่รู้ไปซ่อนตัวอยู่ตรงก็เข้ามาห้ามแล้วขอให้กลับเข้าบ้านไป นี่มันคุกชัดๆ

            จากบ่ายจนค่ำยังไร้วี่แววคนให้คำตอบ แม่บ้านทำอาหารมาให้ หญิงสาวกินข้าวคนเดียวเงียบๆ อึดอัดอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภายในบ้านไม่มีโทรศัพท์เลยสักเครื่อง เธอเปิดทีวีดูแก้เหงา ว่างจนไม่รู้จะทำอะไร บ้านเงียบ แม่บ้านเหมือนกับหายตัวได้ ถ้าไม่นับบอดี้การ์ดคงเหมือนอยู่คนเดียว เธอขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งรอชัคด้วยความโมโห เขามีสิทธิ์อะไรมากกักขังปิดกั้นทุกอย่างจนเหมือนนักโทษแบบนี้

            เสียงรถขับเข้ามาจอด อันนางัวเงียตื่นรีบลุกจากโซฟาแล้ววิ่งไปหน้าบ้าน แต่ไม่เห็นใคร มีแต่รถที่จอดไว้ เธอเดินหา ทว่าเสียงรถกลับดังขึ้นอีกครั้ง พอวิ่งมาหน้าบ้านอีกรอบรถของชัคก็ไม่อยู่แล้ว หญิงสาวเดินไหล่เหี่ยวคอตกกลับมาที่โซฟาไม่ทันมองด้วยซ้ำว่านั่งลงไปเจออะไร จนกระทั่งถูกกอดเอวไว้ หญิงสาวสะดุ้งลุกขึ้นพรวดมองคนทำให้โมโห แล้วย้ายไปนั่งอีกฝั่ง

            “กินข้าวหรือยัง” ชัคถามเสียงเพลียๆ เสื้อสูทสีดำวางพาด เสื้อเชิ้ตยับย่นเหมือนไปฝ่าสงครามมาทั้งวัน

            อันนากอดอกจ้องหน้าเขา เธอไม่ได้รอมาหลายชั่วโมงเพื่อรอตอบว่ากินข้าวหรือยัง

            “ฉันต้องการคำตอบทั้งหมด เริ่มจากคำถามแรก ทำไมฉันถูกพามาที่นี่ มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ประเด็นร้อนอะไร รู้ไหมฉันรอคุณจนโมโหมาก”

            ชัคพยักหน้า แต่ยังไม่ตอบ แต่เดินไปรินเครื่องดื่มให้ตัวเอง แถมยังเผื่อแผ่มาถึงคนมองมาตาขวาง ถ้ามีปืนเขาคงถูกยิงไปแล้วกระมัง อันนาเม้มปากมองชัคเขม็ง แต่เขากลับยิ้มกว้างไม่ได้ระคายต่อสายตาของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

            “มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่จู่โจมจนเราต้องทำบางอย่าง แม้จะไม่ใช่ความตั้งใจแรก เหตุผลนี้ทำให้คุณต้องมาที่นี่ ก่อนที่จะเป็นข่าวออกไปในทิศทางที่ผมควบคุมไม่ได้”

            “ข่าวอะไร ฉันลุ้นจนจะเป็นลมอยู่แล้วนะคุณ” อีกนิดคงร้องไห้อยู่แล้ว

            ไอแพดที่ชัคสั่งให้เลขารวบรวมข่าวทั้งหมดระหว่างเขากันอันนายื่นมาให้ หญิงสาวรับไปอย่างไม่เข้าใจนัก

            “ดูซะ ตอนนี้คุณกลายเป็นมือที่สามระหว่างผมกับลิลลาไปเรียบร้อยแล้ว”

            “หา!

            อันนาก้มหน้าลงรีบอ่านทุกอย่างที่ควรได้รู้ มือทั้งสองข้างสั่นเทาไม่ใช่เพราะกลัว แต่กำลังโมโหจนน้ำตาคลอ มือที่สาม จับผู้ชาย คบซ้อน นางมาร้ายงั้นเรอะ หญิงสาวสูดหายแรงๆ กลั้นสะอื้นให้อยู่เพียงในอกไม่ใช่มาร้องไห้ด้วยข่าวที่ไม่จริง สายตาคมตวัดผ่านกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงตรงหน้า

“คุณคงไม่บ้าจี้คิดว่าฉันทำเรื่องพวกนี้เพราะจะได้เป็นข่าวกับคุณหรอกนะ”

            “ก็...เกือบคิด แต่เรื่องมือที่สามคงเบาลงในวันสองวันนี้ แต่การที่นักข่าวหาตัวคุณไม่พบจะกลายเป็นยิ่งตาม แต่ผมยอมให้คุณไปถูกรุมทึ้งด้วยคำถามทุเรศๆ ไม่ได้หรอก”

            คนปากร้าย แต่ใจดีชอบทำหน้าแบบนี้เองสินะ

             “ถ้างั้นฉันอยู่เงียบๆ สักอาทิตย์นึง นักข่าวคงหมดความสนใจไปเองแหละเนอะ เอาเป็นว่าฉันลาออกจากบริษัทของคุณ ใบลาออกจะส่งให้ทางไปรษณีย์ก็แล้วกันนะ ตอนนี้ฉันคงไปที่บริษัทไม่ได้แล้ว”

            “นักข่าวคงหยุด ถ้าเพื่อนชายของคุณไม่ทำแบบนั้นในการแถลงข่าวของผม”

            อันนาฟังแล้วรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงเรื่อยๆ เอาความโลกสวยมาใช้กับชีวิตคนจริงๆ ไม่ได้เลยสินะ ทั้งแฟนคลับของนาวินกับลิลลา เธอคงไม่กล้าเข้าเฟส ทวิตเตอร์ไปอีกนาน

            “งานนี้ยัยลิลเหยียบฉันจมดินแน่ๆ” อันนาหัวเราะเบาๆ ไม่รู้จะเครียดไปทำไมแล้ว ไม่รับรู้ เดี๋ยวมันคงผ่านไป

“คุณสองคนเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า”

ชัคมองมาอย่างสงสัย คราวก่อนที่ชาญบอกว่าลิลลาทำให้อันนาสลบจนต้องอุ้มเธอมาหาเขา ตอนนั้นไม่เชื่อ ตอนนี้เริ่มเป็นไปได้

ไวน์แดงที่ชัครินมาให้ถูกยกขึ้นมาดื่ม หลังจากเครียดมาทั้งวัน คนเจ้าเล่ห์มองมา...อีกไม่กี่แก้ว เธอจะตกลงบางอย่างกับเขาได้ง่ายขึ้น

“ลืมไป ฉันคงไม่เล่าถ้าไม่เกิดเรื่อง ฉันกับลิลลาเคยรู้จักกันมาก่อนที่... ช่างเถอะ มันไม่สำคัญเท่าไหร่ ทีนี้ฉันกับยัยลิลดันทะเลาะกัน เลยจากกันไม่สวยไง แถมตอนนี้มีเรื่องของคุณเข้ามาอีก ฉันคงไม่เหลือดี มือที่สามเห็นๆ เลย”

ไวน์รินใส่แก้วให้อีกรอบ อันนายิ้มขอบคุณ ชัคยังหน้านิ่งแม้ว่ากินไวน์ไปหลายแก้วแล้ว สายตาคมวาวมองมา เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

            “น่าแปลกถ้าคนร้ายไม่ฆ่าเราสองคน แต่ทำให้เกิดเป็นเรื่องฉาว แสดงว่าต้องการให้บริษัทคุณเสียหายด้านภาพลักษณ์ใช่ไหม” เสียงของอันนาเริ่มพลิ้วๆ เธอวางแก้วไวน์รู้สึกเหมือนเมาทั้งที่กินแก้วเดียว เอ หรือสองแก้ว

            “ไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ แต่ทำไมถึงต้องเป็นคุณที่มันพุ่งเป้าเข้ามา” นี่ต่างหากที่เขาอยากได้คำตอบ

            “ฉันมันตัวซวยละมั้ง แล้วเราควรทำยังไงต่อไปดี กลุ้มชะมัด ผู้หญิงมีเป็นร้อยๆ ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะคุณ”

            แก้วไวน์วางลง ใบหน้าคร้ามเผยยิ้มร้ายที่อำพรางไว้ “ผมมีข้อตกลงที่พาเราสองคนผ่านเรื่องแย่ๆ ได้ โดยที่ชื่อเสียงของคุณไม่เสียไปกว่านี้ ภาพลักษณ์บริษัทก็ดูดีในพริบตา”

            “วิธีไหนหรือคุณ”

            อันนายิ้มร่าไม่แน่ใจตัวเองว่าดีใจที่กำลังจะมีทางออกหรือเมาไปแล้ว ชัคบอกวิธีที่คิดมาตั้งแต่บ่ายอย่างมีสติครบถ้วน เธอคงลืมไปแล้วว่าเขาทำธุรกิจอะไร แค่ไวน์ไม่กี่แก้ว ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

 

            หนังสือพิมพ์กรอบเช้าวางรอให้อ่านที่โต๊ะทำงานในห้องสีขาวของอธิการบดี มาเรียมาแต่เช้าตามเคย นมสดกับขนมคุกกี้เป็นของที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ หญิงชราหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านตามปกติของทุกวัน สายตาที่ยังไม่ฝ้าฟางอ่านข่าวอย่างตั้งใจจนไปพบกรอบข่าวหนึ่ง

ความกลัวทะยานพุ่งสู่กลางใจ มืออันสั่นเทาควานหาโทรศัพท์มาแล้วโทรออก เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นปลายสายก็รับทักทายมาน้ำเสียงสดชื่น          

“สวัสดีครับคุณแม่มาเรีย ของที่ผมส่งไปหมดแล้วหรือไงครับ ผมจะได้ส่งไปให้ใหม่”

            มาเรียส่ายหน้าไม่ใช่เพื่อตอบ แต่รับไม่ได้ในสิ่งที่อาจเกิดขึ้น โชคชะตากำลังทำร้ายคนดีอีกแล้วใช่ไหม 

“คุณภีมเรื่องที่กลัวมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าทางนั้นจำอันนาได้คงแย่แน่ๆ ความลับทั้งหมดคงเปิดเผยในไม่ช้า”

            ภีมรู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร “ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้ อย่าเพิ่งคิดมากเกินไปครับ”

            มาเรียวางสายรู้สึกเป็นห่วงอันนาจับใจ ทำไมต้องเป็นลูกชายของชรันด้วย ทำไมต้องกลับมาเจอกันอีก ทำไมพ่อลูกจะมีชะตากรรมเดียวกันหรืออย่างไร ไม่ได้  อันนาต้องหนี คราวนี้จะต้องห่างไกลคนพวกนั้นมากขึ้นไปอีก

 

ปวดหัว...

อันนาโผเผตายังไม่ค่อยลืมเข้าห้องน้ำไป พอน้ำกระทบผิวแก้มสติที่เลือนพร่าจึงเริ่มกลับมา เมื่อคืนเธอกลับมาที่ห้องได้ยังไงหนอ นึกสินึก ปวดหัวชะมัด หญิงสาวหลับตาลงความทรงจำที่เหมือนภาพก็ค่อยๆ หลั่งไหลเข้าสู่การระลึกได้

ใช่แล้ว!

อีตามาเฟียอุ้มมาส่งถึงห้อง อันนาก้มลงสำรวจร่างกายตัวเอง ชุดยังเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรให้น่าห่วง พอเดินเร็วๆ มาดูที่นอนก็ค่อยโล่งใจ ผ้าห่มเลิกขึ้นตรงที่เธอนอนเท่านั้น แต่เดี๋ยวนะ ก่อนอุ้มมานอนชัคพูดเรื่องของเราสองคน หญิงสาวหลับตาปี๋จำไม่ได้ว่าตอบไปว่ายังไงบ้าง ทำยังไงดี อาบน้ำก่อนเดี๋ยวค่อยคิดต่อ

อันนาเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดลงมาที่ชั้นล่าง แม่บ้านเดินมาบอกว่าอาหารเตรียมไว้แล้ว เธอไม่หิวเลย แต่จำต้องเดินตามไป ชาญเดินมาสมทบส่งโทรศัพท์มาให้ อันนารับไปแบบงงๆ พอรับสายก็ยิ้มร่าดีใจเพราะธีราโทรมาบอกว่าคุณแม่มาเรียอยากพบ ปัญหามีอยู่นิดเดียวตรงที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ยังไง บอดี้การ์ดกล้ามโตยืนเฝ้าอย่างกับมาติดคุกดังว่าไว้จริงๆ หญิงสาวนำโทรศัพท์ไปคืนชาญ

“คุณชัคสั่งไว้ว่าถ้าคุณต้องการจะไปไหน ให้ไปได้ครับ แต่ต้องมีผมไปด้วย ถ้าพบนักข่าวไม่ต้องหนี แค่อย่าให้สัมภาษณ์ก็พอแล้ว”

อันนายิ้มกว้างรีบวิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วลงมารอที่รถ ที่นี่ก็ไม่ได้เหมือนคุกนักหรอก เหมือนโรงเรียนมากกว่า ไปไหนมาไหนต้องให้อาจารย์ฝ่ายปกครองอนุญาต เขามีสิทธิ์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เธอบอกทางจนมาถึงคอนแวนต์ย่านชานเมืองเล็กๆ

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะคุณชาญ”

ชาญพยักหน้าแล้วปักหลักรอ อันนาเดินแกมวิ่งมายังตึกอธิการ ทางเดินเงียบเพราะเป็นเวลาเรียน หญิงชรานั่งรออยู่ที่ห้องทำงานพร้อมกับลุงคุณภีมผู้อุปการะรายใหญ่ของโรงเรียน หญิงสาวยกมือไหว้

             “สวัสดีค่ะคุณภีม”

            ภีมรับไหว้แล้วมองอันนานั่งลงข้างๆ มาเรีย อ้อมแขนของเด็กน้อยในสายตาของเขากอดหญิงชราด้วยความรัก โชคดีเหลือเกินที่อันนายังจำเขากับมาเรียได้ ความทรงจำที่ถูกพระเจ้าดึงออกไปช่วยปกป้องจนมาถึงวันนี้

“คิดถึงจังเลยค่ะคุณแม่มาเรีย” 

มาเรียยิ้มอิ่มสุขทว่าดวงตากลับหม่นเศร้า มือเหี่ยวย่นลูบแก้มของอันนาประหนึ่งแม่ที่รักลูกสาว ตลอด 10 ปีที่ดูแลกันมา หากจะเกิดอะไรขึ้นอีก นางคงยอมไม่ได้

            “น้ำบอกแม่ตามตรงได้ไหมเรื่อง...ข่าว มันเป็นความจริงหรือเปล่าที่น้ำกับคุณชัคกำลังคบหากันอยู่”

            อันนาหัวเราะฝืดๆ ข่าวของเธอกับชัคคงมาแรงแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ ถ้าเขาไม่ใช่ว่าที่แฟนของลิลลา นักข่าวคงไม่สนใจหรอก

            “เอ่อ...มันเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเพื่อแก้หน้าให้น้ำกับบริษัทของคุณชัคค่ะ มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับเราสองคน แต่เราไม่ได้เกินเลยไปกว่าที่เห็นในภาพนะคะ”

            “แล้วที่ข่าวบอกว่าน้ำทำงานที่บริษัทของคุณชัคล่ะ จริงหรือเปล่า” ภีมถาม ที่ผ่านมาเขาไม่เคยละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเด็กที่อุปการะไว้ แต่ครั้งนี้ต้องถามก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่างลงไป

            “จริงค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เจอกันบ้าง คุณชัคเข้าใจว่าน้ำเป็นสปายของบริษัทคู่แข่ง เลยมีเรื่องทะเลาะกัน จนมาเกิดเรื่องนั่นแหละค่ะ”

            มาเรียมองภีมด้วยความเศร้ายิ่งกว่าเดิม เกิดความเงียบที่อันนาไม่เข้าใจจนกระทั่งหญิงชราพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบกล่องใบหนึ่งออกจากตู้เซฟมาให้เธอเปิดดู

            “อะไรหรือคะ”

            รูปหลายอัลบั้ม เอกสารต่างๆ ที่น่าจะเกี่ยวกับเธอ อีกทั้งยังมีหนังสือพิมพ์เก่านานจนกระดาษเหลืองกรอบ ข่าวอุบัติเหตุรถพุ่งตกหน้าผาจนไฟครอกคนขับเสียชีวิต สาบานได้ว่าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก แต่ทำไมคุ้นเหมือนเคยไปที่นี่มาก่อน พออ่านคำบรรยายใต้ภาพข่าวโลกพลันดับวูบ ชายที่ถูกไฟครอกชื่อว่า อิศรา อัศวนานนท์

พ่อของเธอเอง!

            น้ำเย็นๆ ไหลลงจากตา พ่อจากไปแล้วด้วยโรคหัวใจไม่ใช่ขับรถตกหน้าผา แต่ข่าวนี้หมายความยังไง ทำไมเธอถึงจำไม่ได้ อัลบั้มรูปถูกเปิดอย่างเร่งร้อน วันเกิดกับพ่อเมื่อ 8 ปีก่อน สิงคโปร์ในเดือนธันวา บ้านของเราในวันครบรอบหนึ่งปีของการจากไปของแม่ ทำไม...

            อันนาส่ายหน้าร้องไห้ออกมา เธอจำไม่ได้ว่าเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นในชีวิต แม่จากไปเพราะอุบัติเหตุ เธอจำได้ไม่ลืมว่ากอดกับพ่อแล้วร้องไห้จนหลับไป แต่หลังจากนั้นล่ะ เกิดอะไรขึ้นบ้าง ความทรงจำตรงนี้หายไปไหน

ไม่ใช่! เธอตื่นขึ้นมาในบ้านหลังหนึ่งมีพยาบาลอยู่ด้วยกันต่างหาก

คุณแม่มาเรียเป็นคนออกค่ารักษาแล้วบอกว่าพ่อจากไปแล้วเพราะหัวใจวาย เธอตกบันไดจนสลบไปเกือบเดือนเพราะผ่าตัดสมอง ทำให้ศพของพ่อฝังไปแล้ว แต่ทำไมข่าวถึงลงว่าพ่อตายเพราะขับรถตกหน้าผา สมองราวกับระเบิดที่ถูกถอดสลัก เธอปวดจนยกมือขึ้นมากุมขมับ สายตาพร่า มืออวบอูมคว้าเธอไปกอดไว้แล้วร้องไห้

ฝัน...ตอนนี้คงฝันอีกแล้วใช่ไหม เมื่อไหร่ฝันร้ายจะออกไปจากเธอเสียที

 

ชัคยังมาทำงานตามปกติ แม้ว่าจะยังมีนักข่าวมารอสัมภาษณ์หาเรื่องไปเขียนอยู่หลายคน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่พอใจเลยสั่งให้จัดห้องให้อยู่รอกันไป แต่รอไปเถิดวันนี้หรือวันไหนๆ คงไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวอีกแล้ว เมื่อเช้าเขาไปเยี่ยมลิลลาที่โรงพยาบาล สายตาของภารดีที่มองมาบอกชัดไม่พอใจ แต่ไม่พูดเรื่องระคายหูออกมา

แผนงานเปิดตัวเครื่องดื่มถูกเลื่อนออกไปเป็นปลายเดือนเพราะชัคไม่อยากให้ใช้กระแสจากเรื่องฉาวมาทำให้เกิดความสนใจในตัวสินค้า แล้วที่สำคัญอยากเคลียร์เรื่องระหว่างเขากับอันนาให้ลงตัวเสียก่อน เมื่อคืนก็สลบพับไปยังไม่ได้คำตอบเสียนี่

“ของที่ให้ไปหา ได้แล้วนะคะ”

เสียงของเลขากระชากชัคให้หลุดจากภวังค์ นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า ถุงสีขาววางบนโต๊ะ ข้างๆ มีแฟ้มงานที่ต้องเซ็น ชายหนุ่มเลือกหยิบแฟ้มงานมาเปิดทำทีตั้งใจฟัง

“ทางตำรวจให้ซิมกลับมาค่ะ แต่ข้อมูลต่างๆ ในซิมถูกดึงไปหมดแล้ว ตอนนี้กลายเป็นซิมเปล่าๆ”

“ขอบใจมากครับ”

เลขาก้มหน้าให้นิดหนึ่งแล้วขอตัวไปทำงานต่อแม้จะรู้สึกแปลกๆ ที่วันนี้เจ้านายไม่ถามอะไรเลย ชัควางมือจากแฟ้มแล้วหยิบถุงสีขาวมาเปิดดู เรียวปากหนายิ้มขันเมื่อนึกถึงหน้าคนรับ

“ถ้าให้อีกคราวนี้คงถูกบ่นแน่ๆ”

โทรศัพท์เปิดเครื่องไว้แล้ว เมมโมรี่ว่างเปล่า ชัคเปิดเมนูรายชื่อแล้วใส่เบอร์ของตัวเองลงไปกดบันทึก ไม่ได้คาดหวังอะไร ก็แค่ต่อไปเขากับอันนาคงมีเรื่องต้องคุยกันบ่อยขึ้นเท่านั้นเอง

 

แสงสีแดงฉานกำลังครอบครองขอบฟ้า อันนานั่งมองอยู่ในที่แห่งใดก็ไม่รู้ได้ รู้แต่มันเงียบ สงบและว่างเปล่า มีเพียงขอบฟ้าแสนไกลที่มองเห็นได้จากดวงตาแต่ไม่ชัด เธอหลับตาลงพลันเสียงฟ้าร้องกัมปนาทดังเข้าใส่ ดวงตาทั้งคู่เปิดขึ้นอย่างตื่นตะลึง แสงจ้าขาวใสไม่ใช่แดงฉานกระทบใส่จนต้องปิดตาลงไป

ความหอมละมุนคุ้นจมูกนำทางให้มองหาที่มา ผ้านุ่มกำลังเช็ดใบหน้าและแขนให้อย่างอาทรห่วงใย น้ำตาพานจะไหลออกมาอีกครั้ง หญิงสาวผวากอดมาเรียไว้ราวกับเด็กหลงทางต้องการใครสักคนพาออกไปจากเขาวงกตอันน่าสับสน

“มันอะไรกันคะคุณแม่มาเรีย ทำไมน้ำจำรูปพวกนี้ไม่ได้เลย แล้วยังข่าวนั้น”

มาเรียหลับตาลงไม่คิดเลยว่าจะต้องมาถึงเวลานี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาได้ 8 ปี ชีวิตใหม่ของอันนาไม่ควรกลับไปเริ่มนับใหม่อีกแล้ว ภีมส่ายหน้าไม่ยอมใจอ่อนอีก

“หมอบอกว่าที่น้ำจำทุกอย่างได้แค่ถึงวันที่แม่ตายก็เพราะกลไกของสมองปิดปั้นสิ่งเจ็บปวด รุนแรงเกินกว่าสภาพจิตใจจะรับไหว สมองถึงได้ปิดกั้นความทรงจำหลังจากนั้นไว้ หรืออาจมาจากการผ่าตัดสมองส่งผลต่อกลีบสมอง ทำให้ความจำบางส่วนหายไป คุณแม่มาเรียเล่าให้ลุงฟังว่าน้ำฝันเห็นอะไรบ้าง นั่นไม่ใช่ความฝัน อิศราตายเพราะถูกฆ่า แต่ลุงไม่มีหลักฐานจะเอาผิดคนบงการได้ถึงไม่รื้อฟื้นเรื่องในอดีต หนูจะได้มีชีวิตต่อไปอย่างปลอดภัย การที่สลบไปยาวนานทำให้ใครๆ เข้าใจว่าหนูตายไปแล้ว”

อันนายังไม่แน่ใจ ไม่ใช่ใคร แต่เป็นตัวเอง 8 ปีที่ขาดพ่อ 9 ปีที่แม่จากไป ความทรงจำของเธอหายไปเกือบหนึ่งปีทำไมเธอไม่จำขึ้นมาได้สักครั้งว่าพ่อถูกฆ่า ไม่ใช่หัวใจวาย ทุกอย่างที่เคยรู้มาเกี่ยวกับการตายของพ่อไม่เคยมีความจริงอยู่เลยเลยหรือ

            “มันคือเรื่องจริง” มาเรียย้ำ “ตอนนั้นน้ำสลบไปนาน พอฟื้นขึ้นมาก็จำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพื่อกันไม่ให้น้ำต้องเป็นอันตราย แม่กับคุณภีมถึงบอกว่าอิศหัวใจวาย ถึงน้ำจะสงสัยแต่คงเชื่อแม่มากกว่า ทุกอย่างก็เพื่อให้น้ำปลอดภัยนะ”

            ฝันหรือ...? ไม่ใช่อีกแล้ว ทุกครั้งที่ฝันเห็นห้องสลัวราง พ่อถูกทำร้าย เธอกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้พ่อต้องให้บางอย่างกับคนร้ายไป ในรถคันนั้น แล้ว...ยังไงต่อ เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เธอออกมาจากรถได้ยังไง ใครอยู่ที่นั่น ถ้าพ่อจากไปเพราะถูกฆาตกรรม แล้วสุสานที่เธอไปหาพ่อมาตลอด 8 ปีล่ะ

            “ใครกันคะที่น้ำไปหาทุกครั้งที่สุสาน หากพ่อ...”

            มาเรียน้ำตาคลอ การหลอกลวงเพราะหวังดี ให้อย่างไรก็ทำร้ายจิตใจอันนาเมื่อรู้ความจริงอยู่ดี

            “ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีแต่ความทรงจำของหนูน้ำเท่านั้น” ภีมตอบ

            “แม่ขอโทษ ที่ต้องบอกน้ำก็เพราะการใกล้กับคุณชรันและลูกๆ ของเขา น้ำจะเป็นอันตราย”

            ยิ่งกว่าไม่เข้าใจ “ยังไงหรือคะ น้ำสับสนไปหมดแล้ว

            “ตอนนั้นคุณชรันกำลังถูกตรวจสอบบัญชีเพราะถูกกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษี อิศราทำงานกับคุณชรันและรู้ทุกอย่าง พอเป็นข่าวไม่กี่วัน อิศราก็ถูกฆ่าแต่ตำรวจกลับสรุปว่าเขาตายเพราะขับรถประมาททำให้ตกหน้าผาพร้อมกับลูกสาว ทุกอย่างไหม้หมดจนตรวจสอบอะไรไม่ได้มาก”

            ตรงกับที่เธอเห็นในฝันที่มาจากความทรงจำ สมองพยายามจะบอกไม่ให้เธอลืมมาตลอด แต่หลังจากนั้นกลับจำอะไรไม่ได้เลย ในฝันก็ไม่เห็นภาพตัวเองมากไปกว่ากระเด็นออกมาจากรถ เข้าใจแล้วว่าทำไมในหนึ่งปีแรกของการสูญเสียเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหน นอกจากอยู่ในคอนแวนต์

            “แล้วคุณลุงกับคุณแม่มาเรียไปพบน้ำได้ยังไงหรือคะ”

            ภีมเล่าต่อ “ลุงขับรถตามไปห่างๆ จนเห็นร่างของหนูน้ำนอนแน่นิ่งอยู่ข้างถนน มีเพลิงไหม้สว่างจ้าตรงหน้าผา พอลงไปช่วยยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เสียงหวอตำรวจก็ดังมาไกลๆ ลุงเลยต้องพาหนูน้ำหนีมาจากตรงนั้นก่อน แล้วพามารักษาตัวและปิดบังทุกคนไว้ ถ้าคนร้ายเป็นชรันจริงๆ ให้เขาเข้าใจว่าหนูตายไปแล้วเพื่อความปลอดภัยดีกว่า”

            มืออวบอูมรั้งร่างอันนาเข้าไปกอด

“ไปให้ไกลจากคนพวกนั้น แล้วลืมว่าเคยเป็นใครมาก่อน เพื่อความปลอดภัยของน้ำเอง มันอันตราย ถ้ามีชีวิตใหม่มาได้ 8 ปีแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่า แม่ไม่อยากเสียน้ำไป”

            อันนาซึมซับความห่วงใยจากแม่คนที่สองบนโลกใบนี้ น้ำตาที่เสียไปไม่เท่ากับเวลาที่เธอไม่อาจหวนย้อนคืน ความโกรธแค้นทำให้การหนีเป็นทางเลือกสุดท้าย แม้ว่าตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไรกับตัวเอง

            “น้ำต้องการเวลาสำหรับคิดค่ะ มันเร็วไปที่จะเชื่อว่าอดีตที่เคยเชื่อมันไม่มีอยู่จริง มีคนฆ่าพ่อของน้ำ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยคนชั่วให้ลอยนวล”

            อันนาคลายกอดลุกขึ้นมาแล้วไหว้เทวดาและนางฟ้าในชีวิต การรู้ความจริงไม่ได้ทำให้หัวใจแตกสลาย แต่ทำให้ยิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาทั้งสองคนหวังดีขนาดไหน

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยชีวิตน้ำไว้ น้ำสัญญาถ้าตัดสินใจทำอะไรลงไป น้ำจะบอกก่อนค่ะ”

มาเรียเหมือนจะพูดอะไร แต่ภีมส่ายหน้าห้ามไว้ เราสองคนกำหนดชีวิตของอันนามาแล้ว ต่อไปนี้สิ่งใดก็ตามที่ลูกสาวของเพื่อนเลือก เขาจะสนับสนุน อันนาเข้ามากอดมาเรียอีกรอบก่อนจะเดินออกจากห้อง พื้นที่เหยียบราวกับสั่นคลอนไม่มั่นคงดังเดิม

เธอเสียเวลาไป 8 ปีเพื่อกลับมาพบคนที่อาจฆ่าพ่องั้นหรือ ชีวิตของพ่อมีความหมายกับเธอที่สุด คนเลวๆ ต้องชดใช้บ้าง แต่ต้องทำยังไงให้รู้ว่าใครเป็นคนบงการ



 


                แล้วจะมา up ต่อถึงตอนที่ 15 นะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ มีจำหน่ายในรูปแบบหนังสือและ E-BOOK แล้วค่ะ


            ปล. ฝากนิยายเรื่องต่อไปเล่ห์รักพรางแค้น ภาคต่อของ สัญญารักพรางใจ ตาม link http://writer.dek-d.com/Darrano/writer/view.php?id=1149264


            อัมราน_บรรพตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #47 fsn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 22:46
    ว้าว ชีวิตสองหนุ่มสาวอันตรายจริงๆ

    การมีข่าว เพื่อให้งานเปิดตัวสินค้าเลื่อนไป เป้าหมายหลัก รอง หรือผลพลอยได้คะ
    #47
    1
    • #47-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 13)
      9 กรกฎาคม 2558 / 10:01
      ม่ายบอกกกกก ต้องลุ้นคร่า
      #47-1
  2. #44 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 13:18
    ถัาไม่มอมเหล้าคงไม่ได้อันนามาไว้กับตัวใช่ไหมเฮียชัค
    #44
    1
    • #44-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 13)
      9 กรกฎาคม 2558 / 10:02
      5555 สงสัยจะใช่ค่ะ
      #44-1