กำราบรักจอมเผด็จการ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 12,005 Views

  • 54 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    12,005

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58

ตอนที่ 11

 

            เสียงหายใจยาวเป็นห้วงๆ จนเมื่อแสงทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามาในยามแดดจัด มือหนายกมือขึ้นมาบังตาระคนแปลกใจตัวเองว่าเตียงของเขาอยู่ใกล้หน้าต่างตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกทั้งยังร้อนราวกับก่อนนอนไม่ได้เปิดแอร์ไว้ เมื่อมองความอ่อนนุ่มในอ้อมอก หัวใจพลันแทบหยุดเต้น เรื่องราวก่อนสลบไปฟุ้งสู่สมองที่ยังเบลอชา เขามานอนกอดอันนาได้อย่างไร แขนยาวปล่อยเอวบางออก แต่ที่ถูกกอดอยู่ไม่รู้จะทำยังไง

ก่อนที่จะเป็นเรื่องไปมากกว่านี้ชัคหลับตาลงแล้วรอว่าเธอจะทำอย่างไร เป็นไปได้ไหมว่ามีส่วนสมรู้ร่วมคิดกับผู้ร้ายเมื่อคืน

             อันนานิ่วหน้าขัดใจเมื่อหมอนข้างหนักเสียจริง หายใจไม่ออก มือบางออกแรงผลัก แต่หมอนทำไมไม่ขยับ หญิงสาวเปิดเปลือกตาข้างหนึ่งเพื่อมองหมอนข้างที่วันนี้แปลกอย่างกับแขนคน ทว่าสิ่งที่ได้พบกลับเป็นใบหน้าของอีตาชัคที่มองมาอย่างกับจ้อง ฝันร้ายชัดๆ

            “ฝัน...ฝันแน่ๆ” อันนาสะบัดหน้าเผื่อว่าดวงตาสีเข้มที่เห็นจะหายไป

            “ดูเหมือนจะไม่ใช่”     

ไม่ใช่ฝัน! ดวงตาตาของอันนาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เรียวปากบางเผยอกว้างกำลังจะร้องกรี๊ด มือหนาตะปบปิดได้ก่อนที่เสียงของเธอจะเรียกให้ใครต่อใครมาที่นี่

“อย่าเพิ่งกรี๊ด ผมก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน”

อาการโกรธจนหูอื้อเป็นอย่างนี้เอง อันนาไม่ฟังอะไรง้างปากกัดฝ่ามือของชัคเต็มแรง ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง แต่ไม่ยอมปล่อย แถมยังกลิ้งจนร่างเบียดชิดตกเตียงมาด้วยกัน เขี้ยวคมๆ เผลอปล่อยเลยเข้าทางคนแรงมากกว่าคว้ากอดกดใบหน้าไว้กับอกหนาจนร่างบางขยับเขยื้อนไม่ได้ แค่แขนเข้าเฝือกไปข้างหนึ่งก็เสียเปรียบจะแย่  แต่ถึงดิ้นหลุดก็คงไปไหนไม่ได้อยู่ดีเมื่อมีกุญแจมือพันธนาการข้อมือของเราสองคนไว้

            “ฟังก่อนสิ เจ็บชะมัด ผมเองก็ไม่รู้ว่านอนกอดคุณได้ยังไงเหมือนกัน เชื่อใจผมนะ ถ้าจะปล้ำคุณคงทำไปนานแล้วไม่มาเหนื่อยลักหลับหรอก ผมพูดถูกอย่างที่คุณกำลังคิดอยู่ใช่ไหม”

            อันนาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ เขาจะคิดอะไรเธอไม่สนหรอก ตอนนี้สนแต่ทำไมทำเขามานอนบนเตียงของเธอต่างหาก

            “ก็อกๆ”

            สองหนุ่มสาวมองไปที่ประตูพร้อมกัน มองลูกบิดอย่างลุ้นสุดชีวิต ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยที่เห็นตรงกลางบุ๋มแสดงว่าใครก็ตามยังเข้ามาในห้องไม่ได้ ยกเว้น...

            “คุณนัดใครไว้หรือเปล่า”

            “น้ำอยู่ในห้องหรือเปล่า มดขอเข้าไปหน่อยได้ไหม ลืมเอากุญแจมาน่ะ”

            “เปล่าค่ะ” อันนาชะงักกึก  “แต่นั่นเสียงเพื่อนฉัน ฉันจะไปเปิดประตู”

            ชัคยอมปล่อยร่างนุ่ม อันนาลุกขึ้นจะเดินไป แต่เพียงก้าวเดียวก็เหมือนสปริงเด้งกลับมานั่งแปะข้างๆ ร่างหนา

            “ในสภาพที่เรายังหาคำตอบไม่ได้น่ะหรือ” 

ใบหน้าคร้ามส่ายเหมือนระอามองกุญแจมือถอนใจด้วยความโมโห แต่ไม่รู้จะไปลงกับใคร

“เงียบก่อน เมื่อคืนผมมาหาคุณที่ห้อง แต่พบคนร้ายที่นี่ แขนผมมีเลือดถูกมีดแทง ทีนี้เชื่อได้หรือยัง”

            อันนาชะโงกดูแขนอีกข้างของชัค เลือดแห้งแบบนั้นไม่เชื่อคงไม่ได้แล้วและเงียบแบบไม่ต้องย้ำจนกระทั่งธีราเดินจากไปเอง โล่งอกจะแย่

            “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากนั้นเราต้องคุยกัน” ถึงเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นที่อันนาใส่จะไม่ได้โป๊อะไร แต่ถ้าต้องออกไปด้วยกันตอนนี้คงไม่ดีเท่าไหร่

            หญิงสาวยกข้อมือขึ้นแทนถามว่าในสภาพแบบนี้จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ยังกันเล่า แล้วเขาน่ะลืมไปแล้วหรือไงว่าแขนของเธอยังเข้าเฝือกอยู่  มีเสียงขลุกขลักที่ประตูอีกครั้ง ชัคมองหาปืนจนไปพบว่ามันอยู่ที่หัวเตียง เขาหยิบมาแล้วเล็งรอ อันนาถูกสั่งให้หลบอยู่ข้างหลัง ประตูค่อยๆ แง้มเปิด ผู้บุกรุกเปรยเสียงเบาๆ อย่างระวังระไวพอกัน พอเห็นว่าใครเป็นใครจึงลดปืนลง แต่สภาพของสองหนุ่มสาวมันชวนให้สงสัย

            “เรื่องมันยาวน่ะชาญ อย่าเพิ่งถาม ตอนนี้หาวิธีเอากุญแจมือออกให้เราสองคนก่อน”

            อันนายิ้มไม่ออก ถึงจะดีใจที่ชาญเป็นคนที่หาเธอกับชัคพบ กุญแจมือถูกไขออกอย่างง่ายดายจากบอดี้การ์ดหน้าเรียบ หญิงสาวลุกขึ้นไปยืนห่างจากสองหนุ่มเมื่อได้รับอิสระ เมื่อมองสภาพห้องก็แทบร้องเฮ้อออกมา พรมกระจาย ของร่วงเต็มพื้นและหลอดไฟที่ระเบียงยังแตก  แล้วนั่นรอยเลือดใช่ไหม เลือดของใคร ของชัคหรือว่าของคนอื่น

            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่หรือคุณ”

            ขอเวลาผมสามนาที” ชัคยกมือห้ามพลางขอโทรศัพท์จากชาญ ของเขาไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน คนแรกที่โทรหากดรับสายทันที “พ่อครับผมมีเรื่องขอให้ช่วย”

            ชรันเดินเลี่ยงออกจากลิลลาก่อนที่จะเป็นเรื่องให้นักข่าวเอาไปเขียนกันอีก

            “บอกมาก่อนว่าอยู่ที่ไหน มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ แล้วปลอดภัยดีหรือเปล่า”

            ชัคมองแขนตัวเอง       ปลอดภัยดีครับ แต่เล่าตอนนี้คงไม่สะดวก พ่อช่วยดูแลทางนั้นแทนผมทีนะครับ ผมมีเรื่องสำคัญทางนี้เหมือนกัน จัดการเรียบร้อยแล้วจะรีบไปแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

            ชรันรับปากแล้วรีบวางสาย ลิลลาเดินมาหาหน้าตาบอกชัดว่าต้องรู้ให้ได้

            “พี่ชัคหรือเปล่าคะคุณลุง”

            “เดี๋ยวลุงต้องไปคุยกับแขกด้านโน้น หนูลิลอยู่กับเลขาของชัคทางนี้ไปก่อนนะ อย่าเพิ่งให้ข่าวอะไร อีกประเดี๋ยวเจ้าตัวจะมาให้ข่าวเอง”

            ชรันขยิบตาให้เลขามาประกบลิลลาไว้ แล้วเดินไปหาลูกค้าเพื่อไม่ให้เสียเรื่อง นักข่าวยังปักหลักไม่ยอมไปไหน เพียงครู่เดียวภาคินก็ตามไปบอกข่าวร้ายว่าข่าวคงปิดไม่ทันแล้ว ถึงไม่ลงหนังสือพิมพ์ แต่ทางโซเชียลมีเดียรูปภาพถูกแชร์ไปมากและกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เพราะลิลลาเพิ่งให้ข่าวว่ากำลังคบหากับชัคอยู่เมื่อวันก่อน

 

            หลังจากชัคคุยกับชาญอยู่ครู่หนึ่ง คุณบอดี้การ์ดก็โทรหาตำรวจและรออยู่ข้างล่าง กล่องยาเพิ่งถูกปิดไปหลังจากอันนาช่วยทำให้แผลให้ผู้ร่วมชะตากรรมอย่างทุลักทุเล คนหนึ่งแขนหักเข้าเฝือก อีกคนแขนถูกแทง ช่างเป็นเดือนนองเลือดของเราสองคนเสียจริง แผลที่ต้นแขนขวาของชัคไม่ลึกคงโดนมีดแค่ถากๆ เท่านั้น ต่างคนมองแขนตัวเองแล้วยิ้มออกมาในความซวยที่มาอย่างพร้อมเพียง หญิงสาวขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อออกมาก็เห็นว่าชัคกำลังนั่งมองพรมที่มีรอยเลือดหยดเป็นทาง เธอนั่งลงใกล้ยื่นมือไป แต่ถูกคว้าข้อมือไว้

 “อย่าแตะนะ อาจจะเอาไปตรวจเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้ถ้ามันไม่ใช่แค่เลือดของผม”

ร่างสูงลุกขึ้นแล้วรั้งให้อันนามานั่งที่โซฟาด้วยกัน ก่อนจะปล่อยมืออย่างรู้หน้าที่ไม่งั้นได้ถูกจ้อง แค่ที่ตื่นมานอนกอดกันอุ่นก็หาคำอธิบายไม่ได้อยู่แล้ว จู่ๆ หญิงสาวก็ลุกขึ้นดึงผ้าห่มผืนเล็กออกถึงได้รู้ว่านั่งทับโทรศัพท์

“นี่ของคุณหรือเปล่า”

ใช่อย่างไม่ต้องสงสัย พอเห็นโทรศัพท์ชัคเลยนึกขึ้นมาได้รีบเปิดหน้าจอ มีสายไม่ได้รับเกือบยี่สิบสาย แต่นั่นไม่สำคัญเท่าข้อความที่ชักนำให้เขามาถึงห้องนี้เมื่อคืน

“เอาไปดูซะ คุณส่งข้อความนี้มาหาผมหรือเปล่า”

อันนารับโทรศัพท์มาอ่านข้อความอย่างไม่เข้าใจนัก เบอร์ที่ส่งน่ะใช่แน่ๆ แต่เธอส่งข้อความให้เขาตอนไหนกันล่ะ ละเมองั้นหรือ พอเช็คจากโทรศัพท์ของตัวเองกลับพบข้อความเหมือนกันเปี๊ยบในกล่องขาออก ชัคเลิกคิ้วรอคำตอบ

“ฉันไม่มีอะไรจะสารภาพกับคุณสักหน่อย สาบานได้ ฉันไม่ได้ส่งข้อความหาคุณ แต่ในโทรศัพท์ของฉันทำไมมีข้อความขาออกได้ล่ะ หรือว่า...”

ถ้าคนร้ายใช้โทรศัพท์ของอันนาส่งข้อความหาเขา นั่นแสดงว่าตอนนั้นเธอต้องไม่รู้สึกตัวไปแล้วนะสิ ร่างหนาเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ ดวงตาของเธอไม่อาจปิดบังความกลัวไปจากความสนใจของเขาได้ เขาน่าจะเชื่อตัวเองว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย

“ก่อนนอน มีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ จะผิดปกติก็ตรงที่ไม่รู้สึกตัวว่าคุณมานอนข้างๆ ฉันไม่ใช่คนนอนขี้เซาถึงขนาดไม่รู้ตัวว่าใครเข้ามาในห้อง แล้วยังมา...กอด”

หญิงสาวถอนใจทำหน้าเหมือนโลกจะแตก ทั้งคนร้าย ทั้งอีตามาเฟียพาเหรดเข้าห้องโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด เรียวปากหนาเผยอกว้าง คนกลุ้มใจเงยหน้ามาเห็นพอดีเลยค้อนเข้าให้

“ยิ้มอะไรน่ะคุณ ฉันเครียดจะบ้าอยู่แล้วนะ”

“ไม่คิดว่าผมจะทำอะไรคุณแล้วหรือไง”

อันนาเขยิบห่างชัคเริ่มไม่ไว้ใจขึ้นมา “ก็...คิด แต่ถ้าถึงขนาด...ฉันต้องรู้สึกตัวสิ หรือว่าคุณนั่นแหละที่วางยา”

“แล้วปลอกกระสุนมันหมายความว่าผมยิงเล่นงั้นสิ” ปลอกกระสุนในซองพลาสติกหราอยู่ที่พื้น

“แล้วทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงปืน”

ชัคถอดท่อสีดำที่ติดอยู่ปลายกระบอกปืนมาส่งให้อันนา “ผมใส่ซับเพรสเซอร์ ไม่คิดว่าจะหลับกลางอากาศเหมือนกัน เกือบตายเพราะความประมาทแล้ว ไม่นึกว่าเป็นกับดัก”

“แล้วคนร้ายทำแบบนี้ไปทำไม ทำไมไม่ฆ่าเราสองคน แต่กลับทำให้อยู่ในสภาพนั้น”

ชัคยังไม่แน่ใจ ทุกครั้งที่ถูกทำร้าย เขาไม่เคยถูกทำให้ถึงตาย แล้วคราวนี้เป้าหมายของคนร้ายคืออะไรกันแน่ การปล่อยรูปออกไปได้ประโยชน์อะไร เขาน่ะเสียแน่ๆ รวมทั้งอันนาด้วย แต่ชื่อเสียงมันสำคัญตรงไหน นวัชกลายเป็นคนที่น่าสงสัยในสายตาของเขาอีกครั้ง

ประตูเคาะก่อนที่ชาญจะเปิดเข้ามาพร้อมกับตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 2 คน อันนายกมือไหว้แล้วพาตัวเองมายืนข้างหลังชัค ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ เป็นครั้งแรกที่อุ่นใจเมื่อเขาอยู่ใกล้

“ดูแลทางนี้นะชาญ ผมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการต่อ” ชัคสั่งก่อนจะหันมามองอันนาด้วยสายตาเป็นห่วง ตั้งแต่พบกันจนถึงตอนนี้ เธอลำบากเพราะเขามาหลายเรื่องแล้ว “คุณอยู่ได้นะ อีกสักพักผมจะกลับมา อย่าฟังอะไรจากใคร นอกจากผมคนเดียว รับปากได้ไหม”

อันนาพยักหน้าเข้าใจว่าอาจมีใครมาอีกอย่างเพื่อนข้างห้อง “ค่ะ เรื่องสำคัญของคุณ คุณไปเถอะ ฉันจะรอให้เบาะแสตำรวจ มันคงไม่กลับมาตอนนี้หรอก...มั้ง”

หญิงสาวฝืนยิ้ม ชัคมามองนิ่งก้าวมาชิดแล้วดึงเธอเข้ามากอด แขนอุ่นกอดไว้หลวมๆ แต่มั่นใจได้ว่าไม่มีทางผลักเขาออกไปได้ง่ายๆ มือบางยกขึ้นมายันอกหนากำลังจะดันออก หากเขาไม่พูดขึ้นว่า

“ขอโทษด้วยที่คราวนี้คุณต้องมาเดือดร้อน ผมจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้เราสองคน”

สายตาคมราวกับส่งประกายอุ่นซ่านมาเยียวยาหัวใจที่หนาวเหน็บด้วยความกลัวและระแวงมาตลอดจนถึงวินาทีนี้ การเชื่อใจใครสักคนคงไม่ใช่ความเสี่ยงเกินไปใช่ไหม อันนาอยากจะตอบรับไป แต่ไม่อาจเอ่ยคำออกมาได้เมื่อชัคไม่ใช่คนที่ปลอบโยนตั้งแต่เราพบกัน

รอยยิ้มผลิบานต้อนรับความสว่างชัดกระจ่างตาที่ส่งมาถึงเขาเพียงเรียวปากบางเผยอเปิดให้โลกได้รับรู้ความสวยงามของความหวัง กอดหลวมๆ คลายออก มือหนายกขึ้นมาลูบแก้มเนียนแผ่วเบาราวกับสายลมพัดผ่านพลางถอนใจ ก่อนจะผินหน้าไปมองบอดี้การ์ด

“ชาญดูแลด้วย”

            “ครับ คุณชัค” ชาญรับปากแล้วหันไปสั่งให้คนของเขาซึ่งรอตรงหน้าประตูให้ตามชัคไป เหตุไม่ควรเกิดซ้ำอีก

            อันนามองแผ่นหลังเจ้าของไหล่หยัดตรงจนลับสายตา ความอุ่นหายวับ ทว่าไม่หนาวอ้างว้างอย่างเคย บ้าไปแล้ว เขาเพิ่งพาความเดือดร้อนมาสู่เธอไม่ใช่หรือ ทว่าเสียงเบาๆ ในสมองกลับบอกว่าไม่ใช่สักนิด เขาไม่เคยทำร้าย แต่ขู่ให้กลัวไม่นับ จนเธอแยกออกแล้วว่าคนปากร้าย แต่ใจดีหน้าตาเป็นอย่างไร

 

            ธีราขับรถกลับมาที่บ้านหลังจากส่งรายงานอาจารย์แล้ว แถมเพื่อนยังไม่อยู่ที่ห้อง เธอก็ดันลืมว่ามันเป็นวันทำงาน แม่นั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูกสาวเลยจะกินของว่างให้ไม่เหลือเสียของ แต่ยังไม่ทันได้ได้กินเสียงรถก็แล่นเข้ามาอย่างกับควบหนีใคร หญิงสาวเดินเร็วๆ ไปหน้าบ้านก็เห็นนาวินเดินหน้ามุ่ยบอกบุญ ยกมือไหว้แม่ของเธอแล้วก็ดึงแกมลากเพื่อนให้ออกมานั่งคุยข้างนอก

“เป็นอะไร มาถึงก็ไม่พูดไม่จา แล้วไง เมื่อวานไปหายัยน้ำ นึกว่าจะฝันดี ตื่นนอนมาหน้าสดใส นี่อะไร อย่างกับไม่ได้นอน”

นาวินทำหน้าเหมือนอยากปล่อยโฮ แต่ผู้ชายทำแบบนั้นคงทุเรศเกินไป แถมธีรายังเอาโทรศัพท์มาส่องกล้องหน้าให้ดูสารรูปตัวเอง เขาด้อยกว่าผู้ชายคนนั้นตรงไหนงั้นหรือ หน้าตา ชื่อเสียง เงินทอง ทำไมน้ำไม่เคยแลตามอง

            “วินคงไม่ใช่ผู้ชายที่น้ำมองหา มดรู้เรื่องของคุณชัคกับน้ำบ้างไหม สองคนนั้นสนิทกันเมื่อไหร่”

            “เอ่อ...” ถูกจ้องแบบนี้จะตอบว่ายังไงได้เล่า “ก็พอรู้มาบ้างน่ะ”

            ดาราหนุ่มลุกขึ้นเดินกลับไปที่รถ ธีราวิ่งไปง้อ เราสามคนไม่มีความลับต่อกัน เธอรีบคว้าเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่ง แม้จะถูกมองมาตาขุ่น

รถถูกขับออกไปอย่างกับเหาะ จนเมื่อรู้ตัวว่าเอาแต่ใจเกินไปนั่นล่ะ ความเร็วถึงค่อยๆ ลดลง ธีราค่อยถอนใจโล่งอก พรีเซนเตอร์รถยนต์ไม่ควรเกิดอุบัติเหตุให้เสียชื่อ

“ใจเย็นขึ้นหรือยัง”

“อือ ต่อไปนี้ห้ามมีความลับกับวินอีก ทั้งสองคนเลย” เวลาอกหักแล้วยังน้อยใจโคตรรู้สึกแย่เลย

ธีรายิ้มแบ่งรับแบ่งสู้เมื่อถูกจ้อง บางเรื่องผู้หญิงก็ไม่อยากบอกผู้ชายนักหรอก แต่ถ้าพูดได้ทะเลาะกันอีก เสียงไลน์ราวกับระฆังช่วยชีวิต เธอเปิดดูไม่ได้คิดว่ามันสำคัญจนกระทั่งเห็นชัคในรูปกำลังนอนกอดผู้หญิงคนหนึ่งเห็นหน้าไม่ชัด แต่ชุดที่ใส่คุ้นๆ แล้วยังหัวเตียง ผ้าห่ม

แม่เจ้า!

            “เป็นอะไรมด ทำหน้าอย่างกับเมารถ แล้วดูอะไร ตาลายล่ะสิท่า”

            “เปล๊า ไม่มีอะไร” ธีรารีบปิดหน้าจอโทรศัพท์

            พิรุธชัดๆ นาวินแกล้งขับรถต่อไปอีกนิดพอธีราเผลอก็คว้าโทรศัพท์มาดู รถแล่นเข้าจอดข้างทาง ภาพที่ยังค้างหน้าจอราวกับฟ้าฟาดลงกลางใจเขา แต่เหมือนลงกลางหัวธีราเมื่อถูกมองมาด้วยความโกรธอีกครั้ง โทรศัพท์ถูกคืนอย่างกระแทกกระทั้น รถกระชากเข้าสู้เลนถนนอีกครั้ง

            “จะไปไหนน่ะวิน ใจเย็นๆ ก่อนนะ”

            “ไปเอาเลือดหัวไอ้คนที่ทำกับเพื่อนของเราสองคนน่ะสิ ถ้ามันไม่รับผิดชอบ วินจะฆ่ามัน” ชายหนุ่มระเบิดเสียงลั่น ทั้งอยากร้องไห้และกระทืบใครสักคนในเวลาเดียวกัน

            ธีราเห็นท่าไม่ดีรีบโทรหาอันนา แต่โทรศัพท์กลับปิดเครื่องติดต่อไม่ได้ แต่นาวินนี่สิ โทรหาผู้จัดการส่วนตัวให้วุ่น จนกระทั่งรู้ว่าจะไปเอาเลือดหัวของอีตาชัคได้ที่ไหน ไม่กลัวลูกปืนบ้างหรือไง ยัยน้ำจะรู้ตัวหรือยังว่ารูปหราไปทั่วแล้ว นาวินหันมาทำเสียงฮึ่มๆ ใส่ ตอนนี้เธอห่วงตัวเองก่อนน่าจะดีที่สุด

 

ภารดีมาถึงงานอีกคนทำให้ข่าวยิ่งมีมูลว่ารูปที่กำลังแชร์กันสนั่นในโลกโซเชียลมีเค้าของเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย ประกอบภาพลิลลาเป็นลมล้มตึง ขาเมาท์เลยสนุกปากกันใหญ่ ชรันมาคุยกับภารดีครู่หนึ่งก็ไปทำงานของตัวเองต่อ ปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่ในห้องรับรอง ลิลลาหยุดร้องไห้ไปนานแล้ว แต่พอเห็นแม่อีกครั้งน้ำตาก็เริ่มปริ่ม ทว่าสายตาคมวาบที่มองมาเหมือนทำอะไรผิดทำให้บีบแขนตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา

            “ชัคติดต่อมาแล้ว อีกเดี๋ยวคงมาแถลงข่าว อย่างเพิ่งตีโพยตีพาย” ภารดีพูดดักไว้ก่อนด้วยรู้นิสัยของลูกเลี้ยงดี

            “ลิลจะทำยังไงดี พี่ชัคทำแบบนี้เท่ากับหักหน้าเราสองคน ลิลไม่รู้จะตอบคำถามนักข่าวยังไงแล้ว”

            “ก็ไม่ต้องตอบ อยู่ในนี้ห้ามออกไปไหน แม่จัดการเอง อีกประเดี๋ยวรถพยาบาลจะมา ลูกก็แค่เป็นลม  ทำหน้าเศร้าๆ เข้าไว้ ตราบใดที่ชัคยังไม่ได้พูดอะไร แสดงว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ชาย”

            ลิลลาเกือบจะยิ้มออกหากว่าไม่รู้จักชัคมากเกินกว่าจะมองอะไรง่ายๆ แบบนั้นได้ เขาเหมือนจะเกรงใจแม่เลี้ยงของเธอ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่มีใครบังคับอะไรเขาได้สักครั้ง ดูอย่างที่เขาหมั้นกับอารตีนั่นไง

            “แล้วถ้ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ล่ะคะแม่”

            ภารดียิ้มมั่นใจ หากต้องเลือกชื่อเสียงกับทางผ่าน อย่างไรเสียลิลลาย่อมเป็นทางเลือกที่ดีและมีปัญหาน้อยกว่า

“ชัคไม่มีทางเอาชื่อเสียงของตัวมาดิ่งลงเหว แล้วลาก Prime ไปด้วยเพราะเรื่องนี้หรอก สัปดาห์หน้าเครื่องดื่มตัวใหม่จะเปิดตัว ถ้าวางแผนไม่ดีคงถูกเลื่อนออกไป ใครจะยอมเสียประโยชน์เป็นร้อยล้าน”

            “ลิลเชื่อแม่ค่ะ”

            ลิลลาค่อยยิ้มออก แผนเป็นไปตามคาดรอเพียงไม่นานรถพยาบาลก็แล่นเข้ามารับนางเอกดังไปโรงพยาบาล นักข่าวได้ภาพซีดเซียวของเธอบนเตียงก่อนขึ้นรถไปโดยมีภารดีคอยอยู่ข้างๆ เกิดข่าวมากมายในโลกโซเชียล นางเอกในละครกำลังเป็นนางเอกในชีวิตจริง ผู้หญิงในภาพเดียวกับชัคกลายเป็นนางมารร้าย ทุกคนจดจ่อการแถลงข่าวที่ชรันบอกกับนักข่าวว่าลูกชายจะมาตอบคำถามด้วยตัวเอง        

 

            ภาคินมายืนรอน้องชายที่ทางเข้าประตูฉุกเฉินซึ่งนักข่าวไม่รู้ว่ามีประตูบานนี้ ไม่นานนักรถสปอร์ตสีดำก็ขับเข้ามาจอดตามมาด้วยรถของบอดี้การ์ด ชัคลงจากรถแล้วเดินมาหาพี่ชายที่เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเพื่อจะได้รับมือ สีหน้าของชายหนุ่มไม่ได้วิตกกังวลนัก เขาไม่ใช่ดารา การเป็นข่าวทำให้ลิลลาอกหัก ไม่หนักหนาเท่าความน่าเชื่อถือในวงการธุรกิจ สองพี่น้องเดินเร็วๆ มาเข้าลิฟต์ขนของไปยังห้องทำงานที่ชรันรออยู่

            “ชัคมาแล้วครับ” ภาคินบอกแล้วก็ออกไปรับหน้านักข่าวเพราะมีรูประหว่างชัคกับผู้หญิงคนเดิมออกมาอีกแล้ว

            ชรันเริ่มหนักใจ ตอนนี้ข่าวไปเร็วเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้แล้ว ลิลลาเป็นลมอีกรอบจนต้องเรียกรถพยาบาลมารับยิ่งเหมือนบีบให้ต้องทำอะไรสักอย่าง ความสงสารมาก่อนเหตุผลในหลายๆ เหตุการณ์เสมอ           

            “เล่ามาให้หมด อย่าปิดบังพ่อแม้แต่เรื่องเดียวมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่”

            ชัคเล่าตั้งแต่อันนาเคยถูกลักพาตัวไปเพื่อถามหลายๆ อย่างเกี่ยวเขาจนกระทั่งล่าสุดที่คนร้ายใช้โทรศัพท์ของเธอส่งข้อความมาสร้างกับดัก แล้วสร้างสถานการณ์ขึ้น โดยไม่แน่ใจว่าเป้าหมายคืออะไร ทั้งที่หากฆ่านักข่าวคงได้เขียนข่าวการตายของเขาในวันนี้แทน

            ชรันขมวดคิ้วคิดหนัก ตอนที่เขายังไม่วางมือจากธุรกิจมันก็มีบ้างการเล่นงานลับหลัง แต่ไม่เคยถึงตาย ทำไมคราวนี้ถึงลากพนักงานในบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง คิดเป็นอื่นไม่ได้เลยว่ามันเป็นการทำลายชื่อเสียง ของใครล่ะ ชัคหรือว่า Prime

            “คิดว่าใครที่ทำเรื่องพวกนี้ได้”

            คำตอบมาจ่ออยู่ปลายลิ้น แต่ยังไม่มีหลักฐาน แค่ความสงสัยจะเอาไปทำอะไรได้

            “ยังไม่แน่ใจครับ แต่ผมคิดว่านอกจากทำให้เสียชื่อเสียงแล้ว มันต้องมีเหตุผลอื่นอีก อันนาก็แค่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น”

บางทีมันอาจจะทำเหมือนกับอารตี อันนาถูกตามมาสักพักแล้ว เธออาจตายเพราะถูกฆ่า แต่เพราะอะไร เขายังหาคำตอบไม่ได้

            “ถ้างั้นพ่อจะส่งเด็กคนนั้นไปต่างประเทศให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา ให้เงินสักก้อน เรื่องคงจบ”

            เป็นวิธีที่ดี แต่เขาจะทิ้งปัญหาให้กลายเป็นคำต่อว่าด่าทอที่อันนาต้องรับไปจนกว่าคนจะลืมได้ยังไง เธอไม่มีใครปกป้อง นอกจากเขาเท่านั้น

            “ไม่ครับ ให้ผมแก้ปัญหานี้เอง ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาจากผม การทิ้งใครสักคนไปไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง”  

            สายตารู้ทันมองลูกชายอย่างไม่สบายใจ ภารดีอาจจะกำลังบีบชัคด้วยการสร้างข่าวอยู่ก็ได้ แล้วทางนี้ล่ะจะเอายังไง ดูท่าไม่น่ายอมเล่นไปตามเกมง่ายๆ

            “แล้ว...หนูลิล”

            “ลิลลาไม่เคยอยู่ในเส้นทางชีวิตของผมมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วครับพ่อ จะต้องบอกอีกกี่ครั้งว่าไม่ต้องพยายามแล้ว”

            ผู้เป็นพ่อตบไหล่ลูกชายเป็นการบอกด้วยภาษากายว่าจะไม่ขัด ในเมื่อเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมา ก็ต้องแก้ไข เขาวางมือแล้ว ธุรกิจไม่ได้พังเพราะภาพใบเดียว ถ้าสถานการณ์แย่กว่าที่คิดภาคินอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดึงมาใช้ชั่วคราวจนกว่าเรื่องจะเงียบ

 

ชัคขอเวลานั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปยังห้องแถลงข่าวที่ไม่ได้มีเฉพาะนักข่าวเท่านั้น พนักงานเป็นพันชีวิตก็รอฟังอยู่ด้วย วิสัยทัศน์ของผู้บริหารอาจพังครืนหรือฟื้นจากหลุมเพียงคำพูดไม่กี่คำ ชายหนุ่มคลี่ริมฝีปากออก...ยิ้มเพื่อดึงสิ่งดีๆ กลับมา ไม่ได้ยินดีที่ต้องมาพูดเรื่องส่วนตัว หากเลือกได้เขาจะไม่ทำแบบนี้เด็ดขาด 

สายตาของนักข่าวที่มองมาทำให้รู้ว่าเลือกเผชิญหน้าตอนนี้ยังดีกว่าให้อันนามาต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน เสียงถามเริ่มเซ็งแซ่ ชายหนุ่มนิ่งฟังเพียงไม่นานก็หยิบไมโครโฟนขึ้นมาพูด

            “สำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ผมเพียงต้องการแจ้งว่าบางอย่างที่เป็นเรื่องส่วนตัวหากมีการเผยแพร่ออกไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผมคงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายนะคะครับ แต่สำหรับกรณีนี้ ผมคงต้องบอกว่าขอบคุณที่ทำให้ผู้หญิงในภาพปฏิเสธการขอหมั้นไม่ได้อีก”

            นักข่าวพากันอึ้งไม่นึกว่าต้นธารของข่าวจะยอมรับง่ายๆ ไร้ข้อแก้ตัวอย่างเป็นภาพตัดต่อ หรือถูกแบล็คเมล์ อีกทั้งหากไม่ได้ลำเอียงจนเกินไป ชัคและผู้หญิงปริศนาก็ไม่ได้อยู่ในสภาพอนาจาร เสื้อผ้ายังครบดี เพียงแค่นอนกอดกันเท่านั้น หากถูกฟ้องตาม พรบ คอมพิวเตอร์ ไอ้ที่นั่งอยู่เป็นร้อยตอนนี้คงเข้าคุกเดือดร้อนกันถ้วนหน้าล่ะ

            “แล้วน้องลิลลาล่ะครับ อย่างนี้แสดงว่าคบซ้อน” นักข่าวสายบันเทิงที่รุดมาทำข่าวถาม หลายคนหูผึ่งรอฟังคำตอบ

            “ผมคบได้ทีละคนเท่านั้นครับ สำหรับลิลลาเรารักนับถือกันเป็นพี่น้องที่เวลาไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกดีๆ นี้ไปได้ หากจะมีใครสักคนผิด คงเป็นผมเองที่ไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเธอคนนั้นมาก”

            นักข่าวหลายคนเขียนพาดหัวข่าวเพียงฟังคำตอบจบ นางเอกมโนอดฟาดพี่ชายสนิท หรือไม่ก็ รักเงียบๆ นางเอกสาวอาการเพียบหนัก นักธุรกิจเปิดตัวคนรักสุดหวือเมธาก็ฟังอยู่ด้วย ถึงไม่มีใครบอกก็พอจะรู้ว่าใครคือผู้หญิงคนนั้น วันนี้มีแค่อันนาขาดงาน แถมยังไม่ได้โทรมาลา

            เสียงคำถามดังกระหึ่มอีกรอบจนไม่รู้จะฟังใครก่อน ชัคชี้มั่วๆ ไปยังนักข่าวสาวคนหนึ่ง คิดเสียว่าถามให้เสร็จ เมื่อหมดความสงสัย เขาจะได้ไปจากตรงนี้

            “ผู้หญิงในภาพเป็นใครหรือคะ”

            “ถ้าคุณมีเพื่อน พี่สาว น้องสาว อยู่ในภาพกับผู้ชายคงรู้สึกแปลกๆ นะครับ ผมอยากให้เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของเราสองคนมากกว่า แต่ว่าเมื่อพร้อมผมไม่ปิดบังอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นถ้าอยากถามอะไร ให้ถามผม อย่าทำให้เธอหนีไปจากผมเพราะนักข่าวเลยนะครับ ผมไม่ใช่ดาราที่ไหน ชอบมีชีวิตเงียบๆ มากกว่า”

            นักข่าวหน้าเจื่อนกันถ้วนหน้า แต่ยังไม่วายจะถามให้ได้ข่าว นาวินเข้ามาถึงงานพอดีก็เปิดฉากถามตะโกนถามไม่ไว้หน้า แม้ว่าธีราจะดึงแขนให้รู้สึกตัวว่ากำลังงานงอกแล้ว

            “ที่ไม่ยอมบอกว่าผู้หญิงในภาพเป็นใครเพราะคุณจะไม่รับผิดชอบใช่ไหม”

            ราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องมายังดาราหนุ่ม ธีราอยากจะหายตัวได้ ชัคส่ายหน้ารู้สึกได้ว่าหายนะกำลังมาเยือนอีกรอบ นั่นไง นักข่าวกรูกันเข้าไปล้อมเหยื่อรายใหม่ทันที

            “นาวินนี่หว่า น้องวินรู้จักผู้หญิงในข่าวหรือครับ”

            “ว่าไงล่ะ บอกมาตรงนี้ว่าจะรับผิดชอบไหม ถ้าไม่ ผมจะดูแลน้ำเอง แล้วคุณอย่ามายุ่งกับน้ำอีก”

            ชัคอยากจะหัวเราะเท่าที่ทำอยู่ตอนนี้ แค่ดูแลตัวเองนาวินยังทำได้ไม่ค่อยดีเลย อันนาโทรบอกเพื่อนจนเกิดเรื่องหรือไงกันนะ เด็กบ้าพวกนี้มันน่าจะจับอบรมเรียงตัว

            “สิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้เรียกว่ารับผิดชอบ แต่สิ่งที่คุณทำ รู้บ้างไหมอะไรจะตามมา การที่ผมไม่เอ่ยชื่อผู้หญิงที่ผมกอด ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ปรารถนาดีต่อเธอ แต่เพราะรู้ว่าชีวิตสงบสุขจะมีสีสันขนาดไหนถ้าชื่อของเธอถูกแชร์ออกไปต่างหาก”

            “จริงของคุณชัคนะวิน นายกำลังทำให้ยัยน้ำเดือดร้อน” ธีราอยากจะตะโกนใส่หน้าด้วยซ้ำ ตอนนี้นักข่าวพากันสนใจนาวินกันใหญ่แล้ว แถมยัยน้ำกำลังซวยไปด้วย

            นาวินฟังแล้วคิดตามก็ชักอยากชกตัวเอง เอาความเสียใจมาโยนใส่ชัคจนทำร้ายอันนาเข้าแล้วหน้าเลยเริ่มจ๋อยและถอยกรูด แต่ไปไม่ไหนไม่ได้อยู่ดี ชัคเดินลงมาสมทบ ไม่อยากให้เป็นข่าวไปมากกว่านี้

            “ผมตอบไปมากแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีข่าวมือที่สาม รักสามเศร้า ชายหลายใจนะครับ ผมให้ข่าว แล้วก็ติดตามข่าวของตัวเอง ถ้าผิดไปจากที่ตอบ ผมคงต้องเชิญนักข่าวที่มาในวันนี้มาพบกันอีกครั้ง ของว่างอยู่ทางด้านโน้น แล้วถ้าอยากเยี่ยมชมงานก็เชิญตามสบายนะครับ”

            ไม่ไล่ ไม่ตอบโต้ แต่สายตาของชัคบอกชัดว่าอย่าล้ำเส้น นักข่าววงแตก ให้แหล่งข่าวเดินออกไปจากวงล้อมอย่างง่ายดาย นาวินกับธีรารีบเดินตามติดๆ จนถึงห้องที่บอดี้การ์ดเปิดไว้รอ ทั้งสองตามเข้าไป





           


 


                แล้วจะมา up ต่อถึงตอนที่ 15 นะคะ มีจำหน่ายแล้วในรูปแบบหนังสือและ E-Book ค่ะ


            อัมราน_บรรพตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #43 แว่นใส (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 20:48
    นายแน่มาก
    #43
    0
  2. #42 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 16:27
    ยินดีด้วยคะ ที่เล่มวางแผงแล้ว โชคดีนะคะ ที่เล่นงานแค่เนี้ย ทั้งที่ทำอะไรได้เยอะเลย ระวังตัวเยอะๆ หน่อยคุณชัค
    #42
    1
  3. #41 เจ้นจ้า! (@slimpigeon888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 13:02
    หมั้น!!! 555+ เสร็จละยัยหนูน้ำเอ้ย!!!
    #41
    0
  4. #40 Ticha Hongbo (@ticha2557) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 17:52
    มาแล้วๆ ดีใจอ่ะ กอดอันอบอุ่น ว่าแต่ใครกันนะที่ลอบกัด
    #40
    0
  5. #39 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 14:14
    เหมือนมีปมซ่อนเงื่อนหลายอย่างเลย
    #39
    0
  6. #38 นักอ่านรุ่นป้า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 13:55
    ดีนะ ที่โดนแค่นี้
    #38
    0