สัญญารักพรางใจ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 63,526 Views

  • 413 Comments

  • 208 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    63,526

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    7 มี.ค. 58

ตอนที่ 16

           

            พลังใจที่ได้มาถูกใช้ทันทีในวันจันทร์ระหว่างการเดินทางไป Blue Ship คิมหันต์ได้รับโทรศัพท์จากปวร ช่วงเวลาที่เขาพักผ่อนนั้นได้มีคนบางคนทำเรื่องให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย เขารับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ สิ่งใดก็ตามบนโลกใบนี้หากไม่ได้ทำด้วยมือตนเอง ไม่ว่าใครใส่ร้ายอย่างไรย่อมไม่เกิดผลหากว่าหาทางยืนยันความบริสุทธิ์ได้

            “คุณไปที่เรือแล้วตรวจสอบให้แน่ใจ หาหลักฐานมาให้หมด” เขาสั่งแล้ววางสาย ถอนใจแล้วคิดอย่างมีสมาธิ

            มัทนาแน่ใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรสักอย่าง มือบางยื่นไปแตะแขนของเขาเบาๆ แล้วถามอย่างเป็นห่วง ดูท่าแล้วคงปัญหาใหญ่ถ้าถึงขนาดทำให้คิมหันต์สีหน้าเครียดแบบนี้ได้

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

            “เรือที่ส่งมอบให้ลูกค้าพบยาเสพติดซ่อนอยู่”

            ปัญหาใหญ่จริงๆ เสียด้วย ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง ตอนนี้คงเป็นข่าวออกไปแล้วแน่ๆ ถึงมาพิสูจน์ได้ตอนหลังว่าไม่จริง ทางด้านภาพลักษณ์ย่อมเสียไปแล้ว มัทนาเลื่อนมือไปบีบไหล่เขาเบาๆ เป็นเธอคงวีนแตกไม่แล้ว

            “แล้วยาเสพติดมันเข้าไปอยู่ในเรือได้ยังไง หรือว่าจะมีคนเล่นงานคุณลับหลัง”

            “ไม่คิดว่าฉันเป็นพ่อค้ายาแล้วเหรอ” คิมหันต์ยังหันมาเย้า เขาจำได้หรอกนะว่ามัทนาคิดว่าเขาเคยเป็นอะไรมาก่อน

            มัทนาไม่นึกว่าคิมหันต์ยังจำได้ “ยังจะมาอารมณ์ดีได้อีก เรื่องนี้น่าร้อนใจนะ รีบจัดการปัญหาดีกว่า แล้วต้องไปไหนก่อน สถานีตำรวจหรือว่าที่บริษัทของคุณ”

            “ไปบริษัทก่อน ต้องตรวจสอบคนของเราให้แน่ใจว่าเกลือจะไม่เป็นหนอน”

            “โอเค ไปไหนไปกันเลยค่ะคุณรหัท”

            รหัทเหยียบคันเร่งให้การเดินทางเร็วขึ้นตามคำสั่ง คิมหันต์โทรไปเช็คกับภุชงค์ที่รับเรื่องมา มัทนาเช็คข่าวในโซเชียลมีเดีย เป็นไปตามคาด เริ่มมีข่าวของเขาในเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ จะว่าไปเขาก็ดังเหมือนกันแฮะ ยังดีข่าวที่ลงยังไม่ชี้ชัดว่ายาเสพติดเป็นของใคร แค่บอกว่าพบในเรือ บางแหล่งข่าวยังเขียนมาว่าอาจมีการกลั่นแกล้งเพราะคิมหันต์ไม่เคยมีประวัติเรื่องยาเสพติด เห็นอย่างนี้แล้วค่อยหายใจโล่งขึ้นมาบ้าง          

 

            มัทนาเดินมาที่แผนกวิจัยและพัฒนาอย่างกังวล มีพี่ๆ มาถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอได้แต่บอกให้รอการพิสูจน์และย้ำอย่างมั่นใจว่าตำรวจต้องจับตัวคนร้ายตัวจริงจนได้ ผู้จัดการทั้งหมดถูกเรียกประชุมอย่าเร่งด่วนในทันที่คิมหันต์เดินทางมาถึง

            ปวรส่งรายงานที่เขาทำระหว่างรอเจ้านาย ข้อมูลต่างๆ ที่ตำรวจได้ไปและที่บริษัทมีอยู่ คิมหันต์ตั้งใจอ่าน เขาจำได้ว่าไม่มีกล้องวงจรปิดตรงส่วนเตรียมส่งเรือ แต่มีเวรยาม เรือเพิ่งไปถึงลูกค้าเมื่อวานตอนเย็น แสดงว่ายาเสพติดอาจนำขึ้นไปบนเรือตอนรอส่ง หรือระหว่างนำส่ง

            “ขอรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับเรือลำนั้นทั้งหมด แล้วเรียกตัวมาที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมง ใครไม่มาจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันที แล้วก็พยายามปิดข่าวให้ได้มากที่สุด ใครลงข่าวบิดเบือนให้เก็บข้อมูลไว้ ถ้าผลพิสูจน์ออกมาว่าใครทำ เตรียมฟ้องใครก็ตามที่ลงข่าวทันที”

            “ครับ บอส” ปวรจดงานที่ต้องทำเร่งด่วน

            “คุณประสานไปสถานีตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา แล้วก็ดูว่าทางตำรวจมีหลักฐานอะไรอีก คุณจิรัฐไปช่วยคุณประสานอีกคน”

            สองผู้จัดการรับงานไป คิมหันต์หันมามองตรัยคุณ ที่ผ่านมาเขาแค่สงสัย ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน เขาจะให้โอกาสผู้จัดการฝ่ายการตลาดอีกครั้ง แต่ถ้ามีหลักฐานแน่ชัด เขาไม่เลี้ยงคนที่คลุมเครือแบบนี้ต่อไปแน่ 

            “คุณตรัยคุณให้ข้อมูลกับลูกค้าในเรื่องที่เกิดขึ้น ย้ำไปว่าเราจะแก้ปัญหาและประสานงานกับตำรวจนกว่าจะจับคนร้ายได้ ถ้ามีลูกค้าโทรหาผมเพราะไม่แน่ใจในบริษัท ผมจะพิจารณาการทำงานของคุณ”

            ตรัยคุณหน้าเสียไปนิดหนึ่ง “แล้วถ้าทางเราไม่มีหลักฐานหักล้างได้ละครับ จะทำยังไงดี”

            ทุกสายตาจับจ้องไปยังประธานของบริษัทเพื่อรอคำตอบที่จะพาทุกคนผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไป

            “ต้องมี ผมจะหาให้ได้”

            การประชุมจบลงชั่วคราวเพื่อรอเวลาให้คนที่เกี่ยวข้องกับเรือลำเกิดเหตุมาพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วประชุมกันอีกครั้ง ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุด แต่เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวเพราะมันเป็นประเด็นยาเสพติดที่ทำให้เกิดความเข้าผิดได้ง่าย

            เอกสารเกี่ยวกับเรือลำที่เกิดเหตุถูกอ่านทบทวน ลูกค้ารายนี้ไม่เคยมีปัญหา การนำยาเสพติดไปใส่ตอนหลังเพื่อใส่ร้ายไม่น่าเป็นไปได้ ระหว่างการส่งเรือไปให้ลูกค้าจะใช้พนักงานสามคนซึ่งดูจากประวัติการทำงานแล้วไม่มีอะไรให้สงสัย แต่ก็ยังตัดออกไปจากการพิจารณาไม่ได้ เรือก่อนนำส่งจอดไว้ที่ท่ามีเวรยามก็จริง แต่มีช่องโหว่ ถ้าเวรยามทำเสียเองหรือคนร้ายเข้ามาก็ย่อมได้ ประเด็นสำคัญมีเพียงกุญแจเพราะจุดที่พบยาเสพติดเป็นห้องโดยสารไม่ใช่ด้านนอก

            ประตูห้องประชุมถูกเคาะ คิมหันต์อนุญาตไม่ได้หันไปมอง คนเข้ามาเดินไปยืนข้างหลังแล้วยื่นนิ้วมาสะกิดที่ไหล่ ชายหนุ่มหันไปกำลังจะดุ แต่พอเห็นว่าเป็นมัทนาเลยสงสัยมากกว่า

            “มีอะไรหรือเปล่า วันนี้ฉันคงต้องผิดสัญญาไปกินข้าวโรงอาหารกับเธอไม่ได้แล้วล่ะนะ”

            “ฉันมาให้กำลังใจ” พูดไปแล้วก็ชักเขิน แต่เธอทนนั่งทำงานต่อไม่ไหวเมื่อใจกังวลว่าเขาจะรับมือกับปัญหาได้ไหม เลยต้องถ่อมาหา

            คิมหันต์เลิกคิ้ว บอกว่าจะมาให้กำลังใจ แต่กลับยืนมองเขาเฉยๆ อย่างนี้จะเรียกว่าให้กำลังใจได้อย่างไร

            “มามองแค่นี้เนี่ยนะ”

            “ใครบอกล่ะ ลุกขึ้นมาก่อนสิ”

            คนที่นานๆ จะถูกสั่งยอมลุกขึ้นด้วยความอยากรู้ว่ามัทนาจะทำอะไร หัวใจของมัทนายิ่งเต้นกระหน่ำยามยื่นมือทั้งสองข้างออกไปแล้วรั้งไหล่หนาทั้งสองข้างเข้ามา แขนของเธอกอดร่างสูงไว้ คนถูกกอดอึ้งไปก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดตอบแล้วหลับตาวางใบหน้าลงบนไหล่บาง เพิ่งรู้ว่าเวลาเหนื่อยๆ ทำแบบนี้แล้วหายเหนื่อยในพริบตา

            “ฉันไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้ยังไง เท่าที่นึกออกแล้วทำได้ก็มีแค่กอดคุณไว้แล้วบอกว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังมืดแปดด้านก็เถอะนะ” ปวรบอกเธอว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ถึงไม่บอกแค่เห็นหน้าที่คิ้วผูกโบว์ของคิมหันต์ก็พอเดาได้

            “รู้ตัวหรือเปล่า พอเธอทำแบบนี้แล้วฉันรู้สึกว่าเรากำลังจะเป็นสามีภรรยาที่เข้าอกเข้าใจกัน ไม่ทิ้งกันยามเกิดปัญหา”

            มัทนาได้แต่ยิ้มซุกหน้ากับอกหนา “ก็เป็นจริงๆ นี่ หนึ่งปีของเราไง”

            “บอสครับ” ปวรผลักประตูเข้ามามองหานาย แต่คงผิดเวลาไป “เดี๋ยวผมเข้ามาใหม่นะครับ”

            มัทนาคลายกอด แต่คิมหันต์ยังกอดไม่ยอมปล่อย เธอยกมือขึ้นดันอกเขาออก อ้อมกอดคลายอย่างง่ายดาย ถามว่าปัญหาคราวนี้หนักไหม ตอบได้ว่าก็หนักอยู่ แต่ไม่มากพอให้หมดทางแก้ปัญหา อย่างน้อยในเรื่องร้ายๆ ก็ยังมีเรื่องดีๆ อยู่ว่ามัทนาเป็นห่วงเขาจากใจจริง เรียวปากหนายิ้มกว้างเมื่อคนกอดให้กำลังใจหน้าแดงก่ำ จู่ๆ หญิงสาวก็ถอดสร้อยพระที่ใส่มาวางบนมือของเขา

            “ใส่ไว้ล่ะ พระจะได้คุ้มครอง ฉันไปทำงานแล้วนะ”

            “เดี๋ยวสิ” มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ แล้วยังไม่ทันที่มัทนาจะถามว่ามีอะไร ใบหน้าคร้ามก็เลื่อนเข้าไปใกล้แล้วจูบที่แก้มแดงเน้นๆ รวดเร็วแล้วรีบถอนใบหน้าออกมาไม่แน่ใจว่าจะถูกตบหรือต่อยกลับมาหรือเปล่า

            “ขอบใจที่ให้กำลังใจฉัน”

            “ฉันไม่ได้ขอ” มัทนาดึงมือกลับฝืนตัวเองไว้ไม่ให้ยกมือมาจับแก้ม

            คิมหันต์ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นคนโกรธแต่เขินไปด้วย แถมยังไม่ตบหรือต่อยอย่างที่เขาคิดว่าเธออาจจะทำ

            “ฉันอยากให้ แต่ถ้าเธอคิดว่าขาดทุน จะจูบฉันกลับก็ได้นะ” เขาเดินก้าวใหญ่ๆ เข้าไปใกล้

            คนถูกท้าถอยหลังไปก้าวใหญ่ๆ เหมือนกัน วันนี้เขากำลังมีเรื่องเครียด เธอจะไม่โกรธ แม้ว่าจะทำเรื่องให้น่าต่อยแค่ไหนก็ตาม

            “ไม่ล่ะ ขอบคุณในความหวังดี ฉันไปจริงๆ แล้วนะ”

            มัทนาเดินรีบออกไปจากห้องก่อนจะเหลวเป็นน้ำ คิมหันต์ยิ้มร่าท่ามกลางปัญหา มองสร้อยทองคำขาวที่ห้อยพระในมือก่อนจะใสสร้อยไว้กับตัว รู้สึกอุ่นใจ สบายใจและซาบซึ้งใจในความปรารถนาดีของคนให้ เขากลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม รอยยิ้มยังประดับอยู่ที่ริมฝีปากแม้จะอ่านรายงานที่ปวรได้จากตำรวจซึ่งตรวจที่เกิดเหตุ รอยนิ้วมือกำลังถูกตรวจเพื่อหารอยนิ้วมือแฝง ต้องมีทางออกที่เขาสามารถหาพบ คนทำผิดอย่างไรก็ต้องทิ้งพิรุธหรือหลักฐานไว้

 

            นันทินีเพิ่งเห็นข่าวของคิมหันต์จากหนังสือพิมพ์กรอบบ่าย เมื่อคืนเธอไปเที่ยวกลับมาดึกเลยตื่นสาย แต่ก็ไม่ช้าไปที่จะได้รู้ว่าเกิดเรื่องกับอดีตแฟน ถามว่าสะใจ ก็สะใจอยู่ แต่เมื่อคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าจงใจจากใครสักคนก็ชักจะไม่สบายใจ เธอเพิ่งไปขอร่วมมือกับเสี่ยทรงชัย แต่ถ้าเป็นเรื่องยาเสพติดแบบนี้ไม่ดีต่อเธอแน่ๆ หากว่าตำรวจจับตัวคนร้ายแล้วกลายเป็นคนกันเอง แม่ม่ายสาวรีบโทรหาเสี่ยทรงชัย พอปลายสายรับก็ตั้งคำถามใส่ทันที

            “เสี่ยเป็นคนทำใช่ไหมที่พบยาในเรือของคิมน่ะ”

            ทรงชัยหัวเราะจะมีสักกี่คนกันที่เดาได้ว่าเป็นฝีมือของเขา ถ้านันทินีไม่ได้เป็นผู้หญิงของคิมหันต์มาก่อน เขาคงสนใจอยากให้มาเป็นมากกว่าคนร่วมมือกัน

            “ไม่ดีเหรอ คุณอยากให้มันเดือดร้อน นี่ไงผมก็ทำแล้ว”

            นันทินีกุมขมับ “ไม่ใช่แบบนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่เกี่ยว วิธีนี้มันเกินไป ถ้าตำรวจจับได้จะทำยังไง ไม่เข้าตารางกันหมดเหรอ”

            “ผู้หญิง...กลัวเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะมาขอให้ผมร่วมมือด้วยทำไม”

            สายถูกตัดทิ้งจากฝ่ายที่โทรมาแบบไม่บอกไม่กล่าวแทนคำพูดว่าไม่พอใจ เสี่ยทรงชัยเบ้ปากส่ายหน้า สายคนสนิทโทรเข้ามาพอดี สุ้มเสียงบอกชัดว่ายังมีข่าวดีให้เขาได้ฟังอีก

            “ผมตรวจสอบแล้วครับ ไอ้คิมหันต์ยังมืดแปดด้านอยู่เลย คนของผมก็กบดานไปแล้ว ไม่มีใครจับได้แน่นอน”

            “แล้วลูกค้าของมัน” เรื่องนี้ต่างหากที่เขาหวังผล นอกจากทำให้ Blue Enterprise กลายเป็นบริษัทค้ายา

            “ถ้าลูกค้ารายเก่ายังไม่มีการถอนเช่า แต่ลูกค้ารายใหม่ที่กำลังตกลงกันมีถอนตัวไปแล้ว 3 รายครับ” ปลายสายรายงานน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจกับเสี่ยทรงชัย

            “ดีมาก ดูสิว่าพอไม่มีลูกค้า มันจะยังกร่างได้อีกไหม”

            “แค่นี้ก่อนนะครับ” ปลายสายกดวางไปทันทีราวกับมีเรื่องต้องรีบทำต่อ

            ทรงชัยหัวเราะลั่น เขาน่าจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว คนอย่างไอ้คิมหันต์ถ้าไม่สั่งสอนเสียบ้างก็หยิ่งผยองไม่เห็นใคร โดยเฉพาะเขา มันคงลืมไปแล้วว่าใครใหญ่มาก่อนที่มันจะมา อีกเจ็ดวันรับรองได้ ไม่ว่าลูกค้าแบบไหนมันต้องรับ แต่เขาจะไม่ซื้อเรือของ Blue Ship แต่จะเข้าไปขอซื้อกิจการให้สะใจมากกว่า อยากเห็นนักว่ามันจะทำหน้ายังไง

 

            ภุชงค์เดินทางมาถึงสำนักงานของ Blue Ship พนักงานพากันมองแล้ววิพากษ์วิจารณ์ที่เห็นตำรวจมาที่นี่ แต่ไม่กี่นาทีก็ไปทำงานต่อเพราะไม่มีข้อมูลมากไปกว่าที่รู้กันเมื่อเช้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรือเกิดเหตุมาพร้อมกันในห้องประชุม รวมทั้งคนลำเลียงเรือไปส่ง คิมหันต์เป็นประธานของการประชุมเช่นเดิม ห้องเงียบกริบเมื่อสายตาคมมองกราดไปยังพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง

            “ใครที่เก็บกุญแจของเรือลำนั้นบ้าง”

            ตรัยคุณยกมือแล้วตอบ “มีผมกับประวิทย์ครับ แล้วก็ช่างบางคนที่เข้าไปตรวจสอบเครื่องยนต์และความเรียบร้อยของตัวเรือ การตกแต่งก่อนส่งลูกค้า”

            คนที่ถูกเอ่ยถึงยกมือขึ้นรายงานตัว สีหน้าบางคนเรียบเฉย บางคนดูกระสับกระส่ายไม่สบายใจ

            “การยืมกุญแจจะมีสมุดเซ็นยืมคืนเสมอครับ”

            สมุดบันทึกถูกส่งมาให้คิมหันต์ ตรัยคุณทำงานละเอียดเพราะไม่มีช่องว่างของการไม่ได้รับกุญแจคืนเลยสักครั้ง เขาเก็บสมุดบันทึกไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดความสงสัยว่าหากมีการปลอมลายเซ็นล่ะมันอาจเกิดขึ้นก็ได้ไม่ใช่หรือ

            คิมหันต์สอบถามรายตัวถึงการทำงานของแต่ละคน สิ่งที่เขาถามจะบันทึกพร้อมกับส่งภาพและเสียงไปให้ภุชงค์ที่มาก่อนหน้าเมื่อชั่วโมงก่อน เขาไม่ได้ความเชี่ยวชาญในการจับพิรุธ การถามของเขาและการแสดงออกของพนักงานย่อมต่างไปเวลาอยู่ต่อหน้าตำรวจ เมื่อสอบถามครบทุกคนพนักงานบางคนถอนใจโล่งอก แต่เพียงไม่ถึงอึดใจก็เกิดความเครียดขึ้นอีกครั้ง

            “ตำรวจอยู่อีกห้อง ผมไม่ได้สงสัยใครเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องให้ตำรวจเก็บหลักฐานสำหรับการพิสูจน์หาตัวคนผิด”

            ปวรเปิดประตูเข้ามาแล้วเชิญพนักงานไปหาตำรวจทีละคน คิมหันต์กลับไปห้องทำงานของเขา ตอนนี้ตำรวจกำลังทำหน้าที่แล้ว รหัทเข้ามาในห้องพร้อมโน้ตบุ๊กซึ่งมีภาพและเสียงของตำรวจที่กำลังสอบสวนพนักงาน

            “สงสัยใครเป็นพิเศษไหมครับ”

            “มี คนเก็บกุญแจ ตามบัญชีและขอให้ทางตำรวจเช็คการติดต่อกับคนภายนอกของสองคนนั้น”

            คิมหันต์จับพิรุธได้เมื่อถามตรัยคุณว่าใครที่น่าสงสัย รายนั้นตอบอย่างรวดเร็วว่าจิรัฐ ถึงเขาจะไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของพนักงาน แต่ก็พอรู้ว่าตรัยคุณกับจิรัฐขัดแย้งกันในเรื่องงานจนลามไปเรื่องส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง ถ้าไม่ได้บอกเพราะเกลียดชัง ก็อาจจะต้องการให้เขาเห็นว่ามั่นใจ ทั้งที่พนักงานคนอื่นๆ ไม่กล้าตอบ หรือไม่ก็ทำหน้าคิดแล้วตอบอย่างไม่แน่ใจ

            “ส่งคนของเราตามทั้งสองคนนั้นด้วย แล้วคุณไปตามจิรัฐมาหาผม”

            รอไม่นานนักจิรัฐก็เข้ามาในห้องทำงานของคิมหันต์ สีหน้าของผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนายังดูเป็นปกติ แม้ว่าจะถูกสงสัยจากตรัยคุณ คิมหันต์ต้องการถามเรื่องพนักงานที่เข้าไปตรวจสอบเรือในส่วนของเทคนิคเท่านั้น ไม่ได้จะถามเรื่องอื่น

            “ผมรับรองได้ครับ ช่างสองคนนี้ไม่มีประวัติเสียหาย ส่วนถ้าบอสสงสัยผม ผมยินดีให้ตรวจสอบการติดต่อ บัญชี หรืออะไรก็ตามที่ตำรวจร้องขอ” จิรัฐเอ่ยขึ้นเพื่อความสบายใจของเขาและเผื่อว่าคิมหันต์ลำบากใจที่จะพูด

            “ตามดูพฤติกรรมของสองคนนั้นให้ผมที ส่วนคุณ ผมไม่เคยสงสัย”

            “ขอบคุณนะครับบอส”

            จิรัฐรู้สึกโล่งอกที่ได้ยินแบบนี้ เจ้านายไม่ได้หูเบาเชื่อคำพูดของใครง่ายๆ คิมหันต์รอจนอยู่เพียงลำพัง ถามว่าไม่สงสัยจิรัฐเลยจริงๆ น่ะหรือ ตอบได้เลยว่าไม่ แต่เขามีคนที่น่าสงสัยกว่าต่างหาก

 

            เวลาที่ทุกข์ต่อให้ยาวนานแค่ไหนก็เท่ากับวันที่มีความสุข คิมหันต์กลับบ้านพร้อมมัทนาในเวลาเดิม กอดเดียวทำให้ระยะห่างของเรากลายเป็นใกล้ชิด ได้เห็นน้ำใจของคนที่ได้ชื่อว่าภรรยา เธอชวนเขาคุยเรื่องที่ฟังแล้วสบายหูและสบายใจ มากกว่าถามเรื่องคดีที่มีความคืบหน้า แต่ยังไม่มากพอที่จะจับกุมใคร คิมหันต์ยังหัวเราะได้ บางทีอาจจะหัวเราะมากกว่าเวลาปกติด้วยซ้ำเพราะคนชวนคุยทำให้ความเครียดหายไป

            รหัทตั้งใจขับรถ วันที่เกิดปัญหาหนักกลายเป็นเหมือนวันธรรมดาๆ รถไม่ติดอะไรนักทำให้รถคันเดิมมาจอดใต้ต้นจามจุรีในเวลาเดิม คนบนเรือนมองมาแล้วพากันโล่งอก เมื่อเห็นคิมหันต์กับมัทนาลงจากรถด้วยใบหน้าสบายๆ ไม่ได้เคร่งเครียดอย่างที่กังวลกัน

            “เผือกมากับแม่ช่วยกันยกสำรับ ไม้ไปรับพ่อคิมกับยัยมัทนะ เอาน้ำมะตูมไปด้วยหายเหนื่อยแล้วค่อยขึ้นมาบนเรือน” พิมพ์อรสั่งพลางเดินไปห่มผ้าให้พิมพ์ใจเมื่อรู้สึกได้ถึงลมเย็นๆ ที่พัดมา

            บำรุงลงมาจากเรือนพร้อมถาดน้ำมะตูมที่เตรียมไว้รอเก็บใส่ตู้เย็นไว้ตั้งแต่บ่าย แต่น้ำแข็งเพิ่งใส่ให้เมื่อครู่ตอนที่ได้ยินเสียงรถขับเข้ามา เขาวางถาดไว้ที่แคร่แล้วกวักมือเรียกน้ำเสียงร่าเริง

            “มานี่ๆ มากินน้ำก่อน จัดมาให้ทั้งเหยือก อำนวยการผลิตโดยคุณพิมพ์อร”

            มัทนาเดินมานั่งที่แคร่ คิมหันต์ตามมาแล้วนั่งลงข้างๆ เอนกายแทบจะนอนลงไปถ้าคนใจดีไม่เทน้ำกลิ่นหอมใส่แก้วมาส่งให้ดื่ม

            “รู้เรื่องกันแล้วล่ะสิพี่ไม้”

            “ไม่รู้สิแปลก แต่ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครเชื่อข่าวแบบนั้นหรอก” บำรุงยิ้มให้คิมหันต์พลางตบไหล่แบบไม่คิดอะไรมากอย่างที่บอกไปจริงๆ

            พิมพ์อรเดินออกมาจากครัวพร้อมสำรับ เผือกเดินตามมาพร้อมสำรับช้อนกับจาน บำรุงวิ่งไปในครัวช่วยถือหม้อข้าวออกมา วงข้าวตั้งง่ายๆ ตรงแคร่นั้นเอง ยากันยุงถูกจุดใกล้ๆ กัน

            “กินข้าวกันจ้า วันนี้แม่ทำของโปรดของพ่อคิมด้วยนะ คุณทีปต์โทรมาบอกไว้ ไม่นึกว่าจะชอบกินหนังไก่ทอด ไม่งั้นแม่ทำให้กินบ่อยๆ แล้ว”

            “อ้าว แล้วมัทล่ะคะแม่ เห่อลูกชายคนใหม่ ลืมลูกสาวเลยนะคะ” มัทนาทำหน้าน้อยอกน้อยใจทำให้ทุกคนพากันหัวเราะ

            “กินน้ำพริกไปก่อน ส่วนไม้กับพ่อหัทต้มฟัก เผือกหมูหวาน ครบทุกคนแล้วนะ จะไม่น้อยอกน้อยใจกัน”

            มัทนาหัวเราะบ้าง แม่แจกแจงเสียเธอหมดคำถามเลย “ยายละคะ”

            “กินข้าวแล้วหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ฝากขอบใจพ่อคิมมาตั้งหลายครั้งที่พาไปเล่นน้ำ” พิมพ์อรเอ่ย วันนี้นางฟังที่แม่พูดจนแทบจะท่องได้แล้ว

            “เอาไว้เราไปเที่ยวกันอีกนะครับ” คิมหันต์ก็สนุกที่ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวเหมือนกัน

            “เผือกเห็นด้วยครับ”

            คนเห็นด้วยสำลักข้าวทันควัน พิมพ์อรช่วยลูบหลังทั้งปลอบใจและดุ แต่เด็กน้อยยังหัวเราะร่าได้เพราะพี่คิมพยักหน้ารับปากว่าจะพาไปเที่ยวอีก ไม่มีใครพูดเรื่องที่กำลังเป็นข่าวให้คิมหันต์ไม่สบายใจ เธอรู้เขาเข้มแข็งพอที่จะผ่านเรื่องยากๆ ไปได้ แต่เวลานี้เลิกงานแล้ว ไม่ควรเครียดอีก 

 

            มัทนาอาบน้ำเสร็จแล้วก็ลงมาจากเรือนเดินไปข้างๆ ครัวพร้อมไฟฉายและกรรไกร เธอตัดดอกกุหลาบมาหลายดอก เสร็จแล้วก็มารออยู่ในห้อง คิมหันต์ออกมาจากห้องน้ำผมยังเปียกอยู่เลยเช็ดไปเดินไป มัทนามองแล้วยิ้มให้พลางเอาดอกดาวกุหลาบมาใส่ถาดที่มีธูปกับเทียนอยู่ ร่างสูงนั่งลงข้างๆ มองเธอใช้กรรไกรตัดใบกับหนามของดอกไม้ออก พอเสร็จถาดใบนั้นก็ยื่นมาให้เขา

            “ฉันเตรียมดอกไม้แล้วก็ธูปเทียนให้แล้ว ไปห้องพระนะคุณ วันนี้มีเรื่องที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ฉันก็เลยอยากให้คุณไหว้พระ อย่างน้อยการมีสมาธิก็ทำให้เรามีปัญญาในการแก้ปัญหา” เธออธิบาย พอถูกมองตรงๆ แบบนี้ชักไม่ไหวแฮะ อยากหลบตาแต่ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธออ่อนไหว

            คิมหันต์รับถาดมาถือไว้ แต่มืออีกข้างที่เพิ่งปล่อยผ้าขนหนูไปกลับยื่นมาจับมือของมัทนาไว้

            “ไปด้วยกันสิ ฉันไม่แน่ใจว่านอกจากนะโมสามจบแล้ว ยังสวดมนต์บทอื่นได้หรือเปล่า”

            “ไม่ต้องห่วง พี่ไม้ฝากหนังสือสวดมนต์ไว้” เธอส่งหนังสือสวดมนต์ให้เขาพร้อมกับดึงมือออก แต่กลับถูกจับไว้แน่นกว่าเดิม ก่อนจะตามมาด้วยเหตุผลที่ไม่น่าจะฟังขึ้นเท่าไหร่

“ถ้างั้นก็ยิ่งต้องไปด้วยกัน ของเต็มมือแล้ว ฉันคงถือหนังสือสวดมนต์เองไม่ได้หรอก”

ไม่พูดเปล่าคนแรงมากกว่ายังดึงให้คนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นแล้วเดินตามกันไปที่ห้องพระ พิมพ์อรออกมาดื่มน้ำเห็นเข้าพอดีได้แต่ยิ้มเอ็นดูที่ลูกๆ พากันไปไหว้พระ มัทนาก้มหน้างุดยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ เธอแค่กอดให้กำลังใจไม่ได้อนุญาตให้เขาเดี๋ยวจับมือเดี๋ยวหอมแก้มได้สักหน่อย

ยังดีที่พอเข้ามาในห้องพระแล้วเขายอมปล่อยมือแล้วจุดเทียน จุดธูปสวดมนต์ แต่ยังอุตส่าห์มาขอให้สวดมนต์ด้วยกัน เธอทำตามเพราะการไหว้พระเป็นเรื่องที่ดี คิมหันต์กราบพระพร้อมกับเธอ คนเราพอได้อยู่กับความสงบ ความปลอดโปร่งของจิตใจจะเกิดขึ้นเอง เขาหันมายิ้มให้มัทนา เธอยิ้มตอบ รู้สึกได้ว่าพักนี้เขายิ้มจนไม่รู้สึกว่าแปลกอีกแล้ว

“ขอบใจมากสำหรับวันนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณก็จะหาทางผ่านไปจนได้นั่นแหละ คุณเข้มแข็งรับปัญหาได้มากกว่าฉัน แต่อย่างน้อยเราก็อยู่บ้านเดียว มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือเกินจริงไหม” เธอไม่ได้รู้สึกว่าการที่เขามีปัญหาในเรื่องงานแล้วกลายเป็นภาระเพิ่มขึ้น กลับกันเธออยากช่วยเขามากกว่า แต่ก็รู้ว่าถ้าเป็นเรื่องงานเธอคงช่วยอะไรเขาไม่ได้มาก

“จริง ถ้างั้นช่วยฉันอีกอย่างสิ”

“อะไรล่ะ ถ้าทำได้ก็จะทำให้”

คิมหันต์ยื่นมือไปจับมือที่เตรียมดอกไม้ ธูปและเทียนให้ ปัญหาต่อให้ยุ่งยากในการแก้ไขขนาดไหนก็ไม่สำคัญถ้ามีใครสักคนคอยบอกว่าไม่เป็นไร

“ถ้าถึงวันที่เราหย่ากัน เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ไหม ถ้าฉันมีเรื่องไม่สบายใจ นอกจากปู่แล้ว ฉันยังมาหาเธอได้หรือเปล่า”

ฟังแล้วมัทนาใจหาย แต่ยังฝืนใจยิ้มร่าเริง “ได้อยู่แล้ว แต่ฉันคงมีเวลาว่างมากกว่าคุณ”

ตาสบตาราวกับเวลาได้หยุดลงชั่วขณะ ทั้งสองไม่รู้ว่าอะไรทำให้เรามาถึงเวลาดีๆ แบบนี้ด้วยกันได้ ความรู้สึกหวานละมุนอุ่นซ่านเกิดขึ้นกลางใจ จะเป็นอย่างไรหากว่าเราแต่งงานกันเพราะความรักไม่ใช่เหตุผลสุดวิสัยที่กลายเป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจน มือบางดึงมือออกมาจากมือหนาเมื่อหัวใจบ้าๆ ดันเต้นแรงจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยิน

“วันนี้แทบไม่ได้งานเลย ฉันไปทำงานที่ค้างไว้ก่อนนะ”

ร่างเพรียวลุกขึ้นรีบเดินออกไปจากห้องพระด้วยหัวใจเต้นระรัว คิมหันต์ไหว้พระอีกครั้ง อยากขอบคุณท่านที่ทำให้สมองของเขาโล่งสบาย ไม่เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบและขอพรให้มัทนาพบแต่สิ่งดีๆ เหมือนกันที่เธอมอบสิ่งดีๆ ให้กับเขาเช่นกัน

 

            คิมหันต์เดินกลับมาที่ห้องนอนของเรา มัทนานั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊ก เขาอ่านหนังสือที่หยิบติดมือมาจากห้องพระ คนตั้งใจทำงานเหลือบมองแล้วแอบยิ้ม คนหน้าดุอ่านหนังสือพระดูน่ารักแม้จะไม่เข้ากันเท่าไหร่ แต่รสพระธรรมคงซาบซึ้งมากเมื่อมองอีกที คิมหันต์ก็หลับไปทั้งที่หนังสือยังเปิดอ้าคาอก

เธอเดินไปดึงหนังสือออกให้เขาจะได้นอนสบาย ก่อนจะเดินกลับมาทำงานต่อ ทว่านั่งได้ครู่เดียวก็เริ่มหาวเลยปิดโน้ตบุ๊กแล้วตามมานอนบ้าง ไฟในห้องถูกปิด แสงจันทร์สาดเข้ามาสลัวราง เธอตะแคงมองซีกแก้มของคนหลับไปก่อน จู่ๆ โทรศัพท์ของคิมหันต์ก็ดังขึ้น เขาลุกขึ้นแล้วรับโทรศัพท์ด้วยเสียงที่ไม่งัวเงียสักนิด

บทสนทนาดูเหมือนจะสำคัญ มัทนาเดินไปเปิดไฟแล้วกลับมานั่งที่เตียงรอฟังข่าวเพราะจากที่แอบฟังคร่าวๆ น่าจะมีข่าวดี

            “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

            “คนที่ฉันสงสัยมีความเคลื่อนไหว คนของปู่เพิ่งโทรมาบอก”

คิมหันต์ลุกขึ้นเหมือนจะไปไหน มัทนาลุกตามพร้อมเต็มที่ถ้าต้องลุย แม้ว่าชุดนอนที่ใส่จะเป็นเสื้อกับกางเกงวอร์มเก่าๆ แต่ผ้าเนื้อนิ่มใส่สบาย

            “ฉันไปด้วย มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน”

            “ไม่ต้องไปไหนหรอก ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก มีแต่รูปที่คนของปู่ส่งมาให้” เขาส่งโทรศัพท์ให้มัทนาดูพลางรินน้ำในเหยือกใส่แก้ว ที่ลุกขึ้นมาก็แค่จะมากินน้ำเท่านั้น “อย่างน้อยก็รู้ว่าตรัยคุณยังติดต่อกับพนักงานที่ถูกฉันไล่ออก หลังจากที่วันนี้ตรัยคุณเพิ่งติดต่อกับเสี่ยทรงชัย ส่วนประวิทย์ยังไม่มีอะไรผิดปกติ”

            “ถูกไล่ออกเพราะอะไรหรือคะ” เธอยิ้มเขินๆ คราวนี้ไม่ใช่เพราะสายตาของเขา แต่เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าเขาไปจะไปลุยน่ะสิ

            “ทะเลาะวิวาท เสพยา ตอนนี้ไปทำงานในเรือให้เสี่ยทรงชัย”

            “เข้าเค้าแฮะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าใครเป็นคนร้าย”

            คิมหันต์กินน้ำเสร็จแล้วเดินกลับมาที่เตียง ตอนนี้ไม่ง่วงแล้ว มัทนาคงไม่ง่วงเหมือนกันเพราะพร้อมไปลุยกับเขาแล้ว เป็นเรื่องน่าตลก แต่เขากลับยิ้มชอบใจ การที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงนุ่มนิ่ม แต่ดูห้าวๆ แมนๆ ก็ดีไปอย่าง ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

            “ต้องรอ พวกมันต้องติดต่อกันอีก ฉันคงเอาอดีตมาตัดสินเรื่องในปัจจุบันไม่ได้หรอก”

            มัทนาพยักหน้าหงึกๆ มองคิมหันต์แบบเห็นด้วยกับเขาเต็มที่ พอเห็นเขายกมือมาเสยผมที่ทิ่มตาก็ชักแปลกๆ เธอไม่ทันสังเกตหรือว่าเขาเป็นอย่างนี้มาสักแล้ว

            “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมมองฉันแบบนั้น”

            “ฉันว่าผมของคุณยาวไปแล้วล่ะ”

            มัทนาหรี่ตามองคิมหันต์เหมือนมีแผนบางอย่างอยู่ในใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #261 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 20:29
    หนูมัทจะตัดผมให้
    #261
    0
  2. #260 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 19:58
    ใกล้ชิดๆชิดใกล้อิอิ
    #260
    0
  3. #259 Aou Pidjadee (@kunoaou) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 18:38
    คือแบบว่า อุ่นๆในใจ จริงๆนะคะ #ตัดผมกันหนูมัทจะตัดให้ใช่มั้ยคะ ^^
    #259
    0
  4. #258 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 13:15
    เห้ออออ อยากตัดให้อ่ะ
    #258
    0
  5. #257 แว่นใส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 12:38
    จะตัดผมให้เหรอจ๊า
    #257
    0
  6. #256 fsn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 12:14
    น่ารักคะ มีคนช่วย มีคนเป็นกำลังใจ ที่ว่าหนักก็ผ่อนลงนะคะ
    #256
    0
  7. #255 พี่น้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 10:10
    เพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนม
    #255
    0
  8. #254 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 23:55
    มีทั้งไล่ยิง ทั้งยาเสพติด แต่อ่านแล้วพระเอกอบอุ่นนุ
    #254
    0
  9. #253 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 23:02
    อยากมีเหมือนกันค่ะ 555 สู้ๆนะคิม อย่านึกถึงวันหย่าเลย ขอให้ไม่มีวันนั้นนะ
    #253
    0
  10. #252 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 21:57

    ขอบคุณค่ะคุณ ปอปอ แก้ไขแล้วนะคะ

    #252
    0
  11. #251 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:44
    เสียบรรยากาศเลยมาพูดเรื่องหย่า
    #251
    0
  12. #250 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:34
    ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
    #250
    0
  13. #249 ปอปอ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 17:40
    จุด"เทียน"จ้า



    ฮุๆๆๆหลงรักหนูมัทแล้ว รีบรู้ตัวไวๆนะ
    #249
    0
  14. #248 Aou Pidjadee (@kunoaou) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 16:28
    คือรู้สึกได้เลยค่ะ  ว่า อุ่นไปทั้งหัวใจ
    ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์
    #248
    0
  15. #247 พี่น้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 15:39
    กำลังหวานกันอยู่แต่ไหงคุณคิมพูดเรื่องหย่าซะงั้น
    #247
    0
  16. #246 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 12:39
    หวานละมุนพอดีๆ
    #246
    0
  17. #245 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 12:29
    เห้อ รอเวลาที่ความรักเต็มในใจนะจ้ะ 2 หนุ่มสาว
    #245
    0
  18. #244 น้องนุช (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 11:35
    สนุกคะ ขอให้มีความสุขตลอดทุกทุกปีคิดอะไรอยากได้อะไรขอให้สมหวังทุกปราการแคล้วคาดปลอดภัย
    #244
    0
  19. #243 aew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 11:13
    เมื่อไหร่คุณคิมจะรักหนูมัทซะที
    #243
    0
  20. #242 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 14:10
    สงสัยใครคะพี่คิม อย่าบอกนะว่าเดชา มารหัวใจอ่ะ
    #242
    0
  21. #241 แว่นใส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 11:44
    คนในเป็นหนอนชัวร์
    #241
    0
  22. #240 Pornrat D. (@modhuff) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 23:29
    อ้ายยยย ละมุมค่ะ ดูสมจริงดีนะคะ เฝ้าลุ้น ใครคือคนร้าย ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น !! สู้ๆค่ะไรต์
    #240
    0
  23. #239 MINNY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 23:19
    เรียบๆง่ายๆ

    แต่อุ่นถึงหัวใจ
    #239
    0
  24. #238 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 20:58
    น่ารัก



    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #238
    0
  25. #237 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 12:52
    สัญญาหนึ่งปีเก็บพับไปได้แล้ว
    #237
    0