สัญญารักพรางใจ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 63,526 Views

  • 413 Comments

  • 208 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    63,526

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    6 มี.ค. 58

ตอนที่ 15  

 

            บำรุงเสียดายเป็นที่สุดเพราะไม่ทันแซ็วน้องสาวตอนเข้าครัว แล้วเพื่อชดเชยอาหารแต่ละอย่างเลยถูกวิจารณ์ละเอียดยิบให้คนทำหัวเราะจนน้ำตาแทบไหล ทีปต์ชมแล้วชมอีกว่าอร่อย เลยถูกหลานชายแซ็วว่ากินอาหารจากเชฟจนเบื่อมากกว่าละมั้ง เลยถูกมัทนาค้อนใส่ แต่แล้วก็หัวเราะออกมาเอง มาติกาโดนหางเลขถูกวิจารณ์ไปด้วย แม้จะเบาหวิว แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจนเผือกสำลักข้าว

            บำรุงขอเป็นคนล้างจานให้ไหนๆ ก็ได้กินอาหารฝีมือน้องสาว มัทนามาส่งมาติกาที่รถ คิมหันต์ช่วยยกกระเป๋าขึ้นไปให้ปู่เพราะวันนี้จะค้างที่นี่ เรือนไทยหลังกลางๆ กลายเป็นเล็กไปทันตาเมื่อมีสมาชิกมาเพิ่มถึงสามคน รหัทจองใต้ถุนเรือนบอกว่ามุ้งหลังเดียวอยู่ได้แล้ว ส่วนปู่ของเขาอยู่ห้องเก่าของบดินทร์

            “ผมยกกระเป๋ามาให้ครับ”

            “ขอบใจนะคิม ได้ข่าวว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับหนูมัท” ทีปต์เข้าเรื่องที่อยากถามตั้งแต่รู้เรื่องจากรหัทและคนของเขาที่ถูกโทรตามไปช่วยหามัทนาในคืนนั้น

            “ผมจัดการแล้วครับ ตั้งท่าจะบ่นผมล่ะสิที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก”

            “จะบอกว่าคิมทำดีแล้วต่างหาก” ทีปต์วางมือบนไหล่ของหลานแล้วบีบเบาๆ “ทำดีกับหนูมัทและครอบครัวให้มากๆ ให้คิดว่าเป็นญาติของเราจริงๆ ดูแลกันไปอย่างนี้ตลอดชีวิตของคิมนะ”

            ฟังที่ปู่บอกแล้วคิมหันต์ยิ่งสงสัย ตั้งแต่อยากให้เขาแต่งงานกับมัทนา ตอนนี้ยังขอให้ทำดีกับคนทั้งบ้าน ปู่มีความลับอะไรกันแน่

            “ทำไมปู่ถึงอยากให้ผมดูแลมัทกับครอบครัวนักล่ะครับ ปู่ติดค้างอะไรถึงต้องตอบแทนให้ทุกคนในบ้านหลังนี้”

            ทีปต์ถอนใจเบาๆ “การตอบแทนมันเป็นเรื่องของความรู้สึกนะคิม เรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา อาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับคนอื่นก็ได้”

            “ตอบแทนเรื่องอะไรครับ”

            ชายชรานิ่งไปเหมือนจะพูดบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้ดีแล้ว เขาไม่ควรทำให้คิมหันต์เป็นฝ่ายที่ลำบากใจ ต้องรอให้แน่ใจกว่านี้ก่อน

            “ตอบแทนที่ทำให้ปู่ยังมีคิมอยู่น่ะสิ ไม่งั้นคิมคงแต่งงานไปกับยัยแม่ม่าย ปู่ได้ตรอมใจตาย”

            “อย่ามาเฉไฉไปนอกเรื่องสิปู่” คิมหันต์ไม่เชื่อเลยสักนิดว่าเหตุผลเป็นเรื่องแค่นี้

            “ไปหาเมียแกได้แล้ว ปู่จะไปอาบน้ำแล้วนอน”

            ทีปต์เปิดกระเป๋าเสื้อผ้า คิมหันต์อยากถามต่อ แต่เขารู้ใจปู่ ตอนนั้นที่พ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิต เขารู้ว่าเกิดอุบัติเหตุหลังจากเกิดเรื่องไปแล้วเกือบสองเดือน หลังจากแข็งแรงพอที่จะฟังข่าวร้าย ไม่มีอะไรให้เสียใจมากไปกว่าพ่อแม่จากไปแล้ว

            ตอนนั้นถ้าเขารู้ตั้งแต่แรกคงช็อคตายไปก่อนแล้ว แม้เข้าใจสิ่งที่ปู่ทำ แต่ยากที่จะยอมรับในตอนแรก เวลาทำให้เกิดสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าการทำใจ เขาอยากถามคนที่ทำให้พ่อกับแม่ตายว่าหัวใจทำด้วยอะไร

           

            บรรยากาศยามดึกที่บ้านสวนเงียบสงบ เสียงหริ่งเรไรดังเคล้าไปกับความมืด หน้าต่างบานใหญ่ถูกเปิดออกเพื่อรับความเย็นของอากาศบ้านสวนกลางธรรมชาติ หลายสิ่งกลับมาเหมือนวันเดิมๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังคงฟุ้งกระจายไปทั้งเรือน ไม่ว่าความวุ่นวายและสับสนภายนอกจะเป็นอย่างไร ทว่าที่นี่ บ้านสวนแห่งนี้ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความเรียบง่ายแสนธรรมดา   

            มัทนากำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนระหว่างที่คิมหันต์ไปอาบน้ำ พอเสร็จก็เปลี่ยนปลอกหมอน เขาเข้ามาเห็นเลยช่วยกัน ถึงจะแต่งงานมาหลายวันแล้ว แต่หลายสิ่งกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่ได้ตลอดเวลา รวมทั้งโปสเตอร์ของโรเบิร์ต ดาวนีน์ จูเนียกับฮิวจ์ แจ็คแมน ที่เพิ่งเห็นว่าเอามาติดในห้อง ถ้าชอบผู้ชายหล่อล่ำขนาดนี้ คงไม่ใช่ทอมจริงๆ ละมั้ง

            มัทนามองตามสายตาคิมหันต์แล้วยิ้มเขินๆ คงไม่แปลกอะไรหากเธอจะมีดาราที่ชอบบ้างใช่ไหม หญิงสาวเดินมาหวีผมเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ พอเห็นตลับยาที่ใส่ยาไว้แต่ละช่องแล้วก็ชักสงสัย

            “คุณป่วยหรือคะ ฉันเห็นกินยาบ่อยๆ”

            “ก็ไม่เชิงว่าป่วย แต่ฉันต้องกินยาให้ตรงเวลาตามที่หมอสั่ง ถ้าไม่กินก็อาจส่งผลให้ฉันป่วยได้” เมื่อก่อนเขาต้องใส่นาฬิกาคอยตั้งเวลาเตือนเพราะลืมกินยาอยู่บ่อยครั้ง แต่พอนานเข้าก็เริ่มชินและจำเวลาได้เอง

            “เห็นตัวโตแข็งแรง คุณก็อ่อนแอเหมือนกันนะ”

            “ฉันอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาอ่อนแอ เกือบตายก็ตั้งหลายครั้ง วันที่พ่อแม่ฉันเสียชีวิต ฉันโคม่าถูกพาเข้าห้องไอซียู(ICU) หลายอย่างเกิดขึ้นมากมายระหว่างที่ฉันหลับไปยาวนาน พอฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นกำพร้าพ่อแม่ไปแล้ว”

            มัทนามองคิมหันต์เปลี่ยนไป เธอเห็นใจเขา แต่ก็นับถือในความต้องการมีชีวิตต่อไปให้ได้ของเขาเหมือนกัน จะว่าไปแล้วจากที่เคยคิดว่าชีวิตของเขาน่าอิจฉา บ้านรวย ปู่รัก ธุรกิจก็ไปได้สวย เขาเองก็มีเรื่องให้เสียใจเหมือนกัน แต่เลือกเข้มแข็งแทนที่จะแสดงความอ่อนแอออกมา

            “ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องพ่อแม่ของคุณ ถึงคุณจะเคยบอกว่าทำใจได้แล้วก็เถอะ” เธอจำได้เขาเคยบอกว่าพ่อแม่ตายไปไล่เลี่ยกับเวลาที่เธอสูญเสียเหมือนกัน “พ่อของฉันจากไปทันที แต่พี่ชายสมองตาย แม่ทุกข์ใจมาก การที่ต้องอนุญาตให้พี่ดินทร์จากไปอย่างสงบ ฉันไม่รู้ว่าแม่ทำยังไงถึงผ่านเวลานั้นมาได้ แต่เราก็อยู่กันมาถึงตอนนี้ คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกที่เสียใจหรอกนะ”

            คิมหันต์เห็นด้วยกับมัทนา เขายิ้มให้เธอเสมือนคนที่สามารถปรับทุกข์ด้วยได้ เธอพูดถูกทุกอย่างเราต่างผ่านความเสียใจจากการสูญเสีย ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่เคยพบการจากลา มันเป็นธรรมชาติที่โหดร้าย แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้

            “เวลาเราไม่ทะเลาะกันก็ดีเหมือนกันนะ”

            “ฉันไม่ได้อยากทะเลาะกับคุณสักหน่อย” เธอวางมือจากหวี แล้วทีนี้จะทำอะไรต่อดีล่ะ จะไปนอนตอนนี้ก็คงไม่ได้ คิมหันต์นั่งอยู่เสียกลางเตียง

            “ฉันขอโทษเธอนะเรื่องของนัน”

            ดีเหมือนกันที่คิมหันต์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อกี้เธอเปิดคอมเช็คเมล์เห็นมีใครก็ไม่รู้ส่งลิงค์ของคลิปหนึ่งมา พอคลิกไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นคลิปของตัวเองที่ทีคนเอาไปลงยูทูป(Youtube) แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็ถูกบล็อกไป เธอทำเรื่องน่าอาย แม้ว่าจะถูกกลั่นแกล้ง แต่ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร แต่ก็ยังเข้ามาปกป้องเธอไว้ ทั้งที่จะเสียชื่อเสียงตามไปด้วย

            “คุณแสดงความยุติธรรมให้ฉันเห็น น่าดีใจจะตาย คุณปกป้องฉัน แทนที่จะเป็นแฟนเก่า ทั้งที่ฉันอาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณเสียหาย เสียชื่อเสียง ฉันอยากบอกว่า...ขอบคุณมากนะ”

            ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเสียหาย คิดแต่ว่าจะทำยังไงไม่ให้มัทนาเสียหายมากกว่า ระหว่างภรรยากับแฟนเก่า ไม่มีคำว่าต้องเลือกมาตั้งแต่แรก ถึงเขาจะแต่งงานเพราะเหตุผลหลายอย่างก็ตาม

            “ฉันสัญญากับเธอในวันแต่งงานของเราแล้วนี่”

            ความรู้สึกอุ่นซ่านหวานละมุนเกิดขึ้นกลางใจ ตั้งแต่วันที่เราตกลงแต่งงานกันจนถึงวันนี้ ยังไม่มีอะไรที่ทำให้เราทนกันไม่ได้ กลับกันความเข้าใจได้ก่อตัวและกลายเป็นความรู้สึกดีๆ ระคนเคยชินกับการมีกันและกัน

            “นั่นแหละ ใครจะไปคิดว่าคุณจะทำตามที่พูดจริงๆ ป่านนี้แฟนเก่าคงเกลียดคุณมาก”

            “นันหมดรักผมไปนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะทิ้งผมไปทำไม ที่ก็กลับมาก็เพราะ...” เขาถอนใจพูดถึงผู้หญิงลับหลังถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่ควร “ช่างเถอะ มานอนได้แล้ว ฉันจะทำงานสักหน่อยแล้วค่อยนอน”

            มัทนายังไม่เข้านอน แต่ออกไปจากห้อง คิมหันต์ลุกจากเตียงไปที่โต๊ะทำงาน ไม่นานนักประตูห้องก็เปิดออก ภรรยาของเขาเดินกลับมาพร้อมนมหนึ่งแก้ว เขาก้มหน้าทำงานต่อ ทว่าเสียงเดินกลับใกล้เข้ามา แล้วพอเงยหน้าอีกครั้ง นมแก้วนั้นก็วางข้างๆ มือ

            “ขอบคุณมากๆ นะ”

            คิมหันต์ยิ้มรับคำขอบคุณที่ระอุอุ่นอยู่ในหัวใจ จริงๆ แล้วเขาอยากจะหัวเราะเชียวล่ะ หัวเราะตัวเองที่กำลังมีความสุขแบบไม่ได้คาดหวัง ราวกับเวลาได้หยุดลงชั่วครู่เพื่อให้เราได้ซึมซับความรู้สึกที่ก่อเกิดในใจของกันและกัน มัทนาหันหลังกลับแล้วเดินไปที่เตียง เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมใจเต้นแรงนักก็ไม่รู้

                         

            เสียงนกร้องแว่วๆ จากนอกหน้าต่างทั้งที่เพิ่งพ้นแสงแรกของวันใหม่ไปไม่นาน มัทนาบิดขี้เกียจตามความเคยชิน แต่เมื่อนึกได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องนี้คนเดียวก็รีบหันไปมองที่นอนอีกฝั่งก็พบว่ามันว่างเปล่า ผ้าห่มพับเก็บไว้ปลายเตียง ตั้งแต่แต่งงานกันมาเธอตื่นนอนก่อนคิมหันต์แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของคิมหันต์ตอนหลับอีกเลย

            เธอมักหลับไปก่อน พอตอนเช้าเขายังตื่นก่อนเธออีก เขาน่าจะเป็นสามีที่ดีได้ แต่เธอช่างเป็นภรรยาที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

            มัทนารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พออกมาจากห้องก็ได้ยินเสียงเผือกกำลังเริงร่าอยู่กับปู่คนใหม่ ยายนั่งอยู่ที่แคร่มีขนมครกหอมกรุ่นวางอยู่ใกล้ๆ  แม่ออกมาจากครัวพร้อมโอวัลตินที่เพิ่งชงใหม่ๆ มาให้คุณทีปต์ คิมหันต์กำลังขนพวกจานใส่รถ โดยมีรหัทช่วยอีกแรง

            “เตรียมของจะไปไหนกันหรือคะ”

            “เราจะไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวน่ะสิ ไหนๆ ก็อยู่กันครบ” คิมหันต์เป็นคนตอบ แต่คนต้นคิดน่ะกำลังกินโอวัลตินสบายใจอยู่

            “ไปไหนหรือคุณ น่าสนุกจัง”

            “ไปล่องเรือกัน นี่ยาแก้เมาเรือผมไปซื้อมาแล้วเผื่อมีใครเมา แต่ที่ถามๆ ไม่มีใครเมาเรือนะ คุณยายเก่งเสียด้วยบอกว่าจะลงเล่นน้ำ”

            มัทนาหันไปยิ้มให้ยาย นานแล้วที่เราไม่ได้ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว อาจจะตั้งแต่พ่อกับพี่ชายจากไป เราเก็บความบอบช้ำไว้ภายในใจและไม่อาจทำเหมือนเดิมได้อีก

            “ถ้างั้นฉันไปเตรียมเสื้อผ้าก่อนนะ”

            “เผื่อฉันด้วยใช่ไหม” คิมหันต์ถามไม่ได้คาดหวังอะไร

            “ได้อยู่แล้ว จะไปเตรียมให้ยายกับแม่ด้วย แหมน่าจะมีห่วงยาง”

            เผือกวิ่งตามลูกพี่ขึ้นเรือนไป บำรุงกลับมาจากอู่ที่เพิ่งไปเขียนป้ายว่าปิดอู่หนึ่งวัน เขาเข้ามาช่วยคิมหันต์ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พิมพ์อรเข้าครัวไปยกกับข้าวที่ทำเมื่อเช้าออกมา มัทนาลงจากจากเรือนพร้อมเผือกและกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของแต่ละคน บำรุงรีบไปจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าบ้าง

            เรากินข้าวเช้าด้วยกันก่อนออกเดินทางบนแคร่ไม้ หาใช่โต๊ะหรูหรา อาหารก็แสนธรรมดา บางคนนั่งพับเพียบ บางคนยืนแล้วตัก ความสุขและรอยยิ้มกลับมาสู่บ้านสวนเมื่อมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา

 

            การเดินทางด้วยรถยนต์ที่จะพาเราทั้งหมดไปท่าเรือเริ่มต้นในตอนสาย แล้วยังแวะตลาดเพื่อซื้อของกินที่พิมพ์อรกังวลว่าจะไม่พอ ภายในรถจึงเต็มไปด้วยของกิน ใช้เวลาเดินทางอีกเกือบสองชั่วโมงรถก็จอดที่ท่าเรือของบริษัท Blue Ship ในวันเสาร์ เรือของคิมหันต์จอดอยู่ที่เดิม เขาลงจากรถแล้วไปไขเปิดประตูเหล็กแล้วเดินกลับมาพาหญิงชราเดินไปเรือก่อน

            “ค่อยๆ ก้าวนะครับคุณยาย” คิมหันต์ช่วยประคองหญิงชราเข้าไปในลำเรือแล้วหาที่นั่งให้ก่อนจะเดินออกมาแล้วก้าวออกไปบนฝั่ง

            “ยัยอรเข้ามาในเรือเร็วๆ สิ”

            พิมพ์อรเดินมาสมทบพร้อมกับมัทนาพากันหัวเราะชอบใจ วันนี้ยายโบกมือลาเสื้อคอกระเช้าชั่วคราวแล้วมาใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น

            “ใจร้อนเป็นวัยรุ่นจริงๆ เลยค่ะยาย” หญิงสาวจับแขนแม่ให้ก้าวเข้าไปในเรือที่ไม่ได้โยกเยกอะไร แต่ก็อาจเสียหลักล้มได้ถ้าไม่ระวัง พอหันมากลับมาทีปต์กำลังจะขึ้นเรือเป็นรายต่อไป คิมหันต์มองมาพอดีเธอรีบบอก “เดี๋ยวฉันดูแลทางนี้เองค่ะ”

            “ถ้างั้นฉันไปช่วยรหัทขนของกินกับเสื้อผ้าแล้วกันนะ”

            มัทนามองตามแล้วยิ้ม เริ่มเปรียบเทียบกับตัวเอง เขาไม่ใช่คุณชายบนหอคอยที่ดันถูกเธอสอยร่วงลงมาอยู่กับพื้นดิน ที่ไหนได้ เขาทำได้ทุกอย่าง ไม่ออกคำสั่งพร่ำเพรื่อ เวลาอยู่บ้านกับเวลาอยู่ที่ทำงานเขามีการแสดงออกที่ต่างออกไป เธอคิดว่าตอนนี้แหละน่าจะเป็นตัวจริงของเขา ส่วนเธอตอนไหนก็เหมือนกัน พอหันกลับมาปู่กำลังมองอยู่ เธอยื่นแขนให้จับแล้วพูดชัดๆ ให้ได้ยินกันสองคน

            “ปู่จับแขนมัทนะคะ”

            ทีปต์คว้าแขนหลานสะใภ้ไว้รู้สึกอิ่มใจที่ถูกเรียกว่าปู่ในที่สุด บำรุงบอกให้น้องสาวเข้าไปได้แล้ว ส่วนตัวเองก็อุ้มเผือกเข้ามาแล้วรับของจากคิมหันต์กับรหัทที่ลำเลียงเป็นรอบสุดท้าย

            เมื่อทั้งคนและของขึ้นมาอยู่บนเรือครบแล้ว เรือยอร์ชลำใหญ่ก็แล่นออกจากท่าเพื่อท่องสู่ท้องทะเลกว้าง คิมหันต์รับหน้าที่ขับเรือ แดดเริ่มแรงขึ้นทำให้พิมพ์อรพาพิมพ์ใจเข้ามาหลบในห้องโดยสาร วงหมากรุกเริ่มทำงานโดยมีบำรุงกับทีปต์เล่น เผือกยังวิ่งดูวิวรอบๆ เรืออย่างตื่นตาตื่นใจราวกับไม่รู้สึกร้อน รหัทคอยส่องกล้องทางไกลตามหน้าที่ดูแลความปลอดภัย มัทนาเดินมาสมทบคิมหันต์เมื่อเรือแล่นมาได้สักพัก

            “แน่ใจนะคุณว่ามันจะไม่ไปน็อคกลางทะเล” ที่ถามนี่เพื่อความแน่ใจ

            “ฉันให้ช่างมาตรวจสอบจนแน่ใจแล้วล่ะน่า เดี๋ยวจะขับเรือไปจอดแถวๆ ที่น้ำตื้นๆ ค่อยเล่นน้ำ ตอนนี้แดดยังแรงอยู่ เดี๋ยวไม่สบาย”

            ความรู้สึกอ่อนโยนยามมองเขาเกิดขึ้นและเธอรู้ตัวว่ามองเขาแบบไหน ความจริงแล้วเขาไม่ต้องทำอะไรให้ครอบครัวของเธอเลยยังได้ หนึ่งปีที่คิดว่าคงเต็มไปด้วยความอึดอัด น่าโมโห กลายเป็นมีเรื่องให้ทำแล้วสบายใจ จนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมากกว่า

            “ขอบคุณนะ ฉันไม่ได้พาแม่กับยายมาเที่ยวนานแล้ว”

            คิมหันต์พยักหน้า เขาไม่ได้ฉุกคิดจนกระทั่งปู่ออกปากชวนแล้วคุณยายยิ้มกว้างบอกว่าอยากไปเที่ยวนั่นล่ะ เขาถึงได้รู้ว่าไม่น่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร

            “ไปกินขนมกันเร็ว ช้าหมดอดกินนะ” บำรุงกวักมือเรียกหย็อยๆ ร่าเริงราวกับอายุเท่ากับเผือกไปแล้ว

            คิมหันต์เดินลงไปก่อนแล้วยื่นมือมารอให้มัทนาจับ มือบางเลื่อนไปจับมือหนาไว้แล้วยอมให้เขาอุ้มลงมาจากชั้นบน เขาปล่อยแล้วให้เธอเดินนำไปสมทบทุกคนที่ท้ายเรือ ขนมที่แม่ซื้อและทำมาถูกเทใส่ชามใบใหญ่ ที่มีถ้วยใบเล็กแล้วแต่ว่าใครอยากกินอะไร

            ยายไม่เมาเรืออย่างที่บอกไว้ หญิงชรากินขนมไปพลางมองทะเล หมวกใบเล็กยื่นมาให้มัทนาเอาไปใส่ให้หญิงชรา ทีปต์กลายเป็นไกด์คอยบอกว่าเกาะไหนชื่อว่าอะไร เผือกมองตามเหมือนกำลังจะไปผจญภัย บำรุงคอยถ่ายรูปให้ พอเห็นมัทนาเอาแต่ยืนมองก็เรียกไปร่วมวง คิมหันต์เลยไปหาพิมพ์อรกับพิมพ์ใจ ทำตัวเป็นไกด์อีกคน

 

            คิมหันต์ขับเรือไปใกล้เกาะล้าน โดยอยู่บริเวณด้านนอกเกาะแล้วหาจุดที่น้ำตื้นและสะอาดเพื่อจอดเรือให้ได้เล่นน้ำกัน โชคดีที่ลงเรือกันตอนเกือบเที่ยง ทำให้พอบ่ายพระอาทิตย์ก็สาดไปจนเกิดเงาตรงบริเวณที่เขาจอดเรือไม่ร้อนพอดี พิมพ์อรเดินจูงมือพิมพ์ใจมาท้ายเรือที่มีบันไดทอดลงไปในน้ำ บำรุงกับเผือกลงไปเล่นน้ำก่อนใคร เด็กน้อยมีห่วงยางที่คิมหันต์แวะซื้อมาเตรียมให้ทุกคน           

            “เดี๋ยวผมดูแลคุณยายให้เองครับ” คิมหันต์ค่อยๆ พาพิมพ์ใจลงไปในน้ำ โดยมีบำรุงคอยรับอีกคนหนึ่ง

            พอได้ลงน้ำหญิงชราก็หัวเราะดีใจกวักมือเล่นน้ำแม้ว่าจะลอยตัวไม่ค่อยถนัดนัก แต่ยังดีที่มีหนุ่มๆ ช่วยพยุงให้

            “ห่วงยางค่ะแม่”

            คิมหันต์รับห่วงยางมาให้พิมพ์ใจเกาะ พอได้ห่วงยางการลอยตัวในน้ำก็เลยเป็นเรื่องง่าย ขาที่ลอยนิ่งๆ เริ่มตีน้ำจนเป็นละอองฝอยเรียกยิ้มของทุกคน มัทนาเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีดำกับกางขาสั้นแล้วลงเล่นน้ำเหมือนกัน เผือกเล่นน้ำอยู่ไม่ไกล แต่ความที่น้ำมีการไหลตลอดเวลาก็เริ่มจะห่างออกไป

            “อย่าไปไกลนะเผือก เกาะห่วงยางเอาไว้แน่นๆ  ถ้ายังว่ายน้ำไม่แข็ง”

            “ฮะ พี่มัท”

            “ปู่ลงมาว่ายน้ำเล่นด้วยกันสิครับ” คิมหันต์ชวน

            “ไม่เอาล่ะว่ะ นั่งมองดีกว่า นานๆ จะได้มามองฟ้ามองทะเล ถ้าไม่ได้หนูมัท สงสัยปู่คงนั่งมองสวน มองดอกไม้มองหมาไปเรื่อยจนกว่าหลานจะว่างสักที” ทีปต์แกล้งบ่น

            “ต่อไปนี้ผมจะหาเวลามาดูแลปู่”

            “ขอบใจนะไอ้หลานรัก”

            หลานๆ พากันยิ้ม รวมทั้งรหัทที่ลงไปร่วมวงเล่นน้ำด้วย พอว่ายน้ำเหนื่อยก็มานั่งที่บันไดกินขนมกินน้ำ แล้วลงไปเล่นน้ำต่อ พิมพ์ใจลอยคอเกาะห่วงยางเพลิน พิมพ์อรเรียกให้ขึ้นจากน้ำก็ไม่ยอมบอกว่าอยากเล่นอีกสักพัก ก็ได้แต่ตามใจกัน บำรุงคิดเกมกลั้นหายใจ ทีปต์เป็นคนจับเวลาให้ งานนี้คิมหันต์ชนะแบบขาดลอย ตามด้วยรหัท สองพี่น้องแพ้ราบคาบ

            ทุกคนพากันเพลินจนไม่ทันเห็นว่าเผือกเอามือออกจากห่วงยางแล้วว่ายน้ำเล่น พอจะว่ายกลับมากอดหวงยางไว้ กลับว่ายไม่ถึงหมดแรงค่อยลงจมลงไป เด็กน้อยตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พิมพ์อรมองหาหันไปเห็นตะโกนลั่น

            “เจ้าเผือก เร็วๆ เข้ามัท ไม้”

            มัทนาอยู่ใกล้สุดรีบว่ายโผเข้าไปหาน้อง เผือกจมลงไปแล้ว เธอดำลงไปใต้น้ำก็เห็นน้องตะกายทั้งแขนและขา แต่ยังคงจมลงไป เธอคว้าแขนเล็กไว้แล้วเหวี่ยงขึ้นไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี เผือกขึ้นสู่ผิวน้ำ บำรุงกับรหัทคว้าตัวไว้อีกทอด ทีปต์ช่วยดึงเผือกขึ้นไปบนเรือ เด็กน้อยสำลักน้ำหน้าซีดตัวสั่น ดวงตาตกใจกลัว

            “ยัยมัทล่ะ”

            ทุกคนพากันมองหา ตอนนี้นอกจากไม่เห็นมัทนาแล้ว คิมหันต์ยังหายไปด้วย บำรุงกับรหัทกระโจนลงทะเลไปอีกรอบ ยังไม่ทันได้ดำลงใต้น้ำ คิมหันต์ก็คว้าเอวมัทนาขึ้นมาแล้วว่ายไปที่เรือ บำรุงเข้ามาช่วยอีกคน ร่างอ่อนปวกเปียกแต่ยังรู้สึกตัวถูกดึงขึ้นไปนั่งข้างๆ เผือก

            “เป็นยังไงบ้างไอ้มัท” บำรุงถามเสียงร้อนใจ

            คิมหันต์ช่วยบีบขาที่มัทนากุมไว้ เขาดำลงไปเมื่อไม่เห็นเธอขึ้นมาพร้อมกับเผือก รหัทเข้าไปในเรือแล้วหยิบยานวดแก้ปวดออกมาให้นายที่รับไปแล้วละเลงลงขาที่กำลังเป็นตะคริวของมัทนา

            “ขอหายใจก่อนนะพี่ไม้”

            “โอ๊ย...” มัทนาเกือบจะชักขาหนี แต่พอเห็นคิมหันต์กำลังช่วยก็เลยอ้อมแอ้มบอกน้ำเสียงเกรงใจ “ก็มันเจ็บนี่”

            “ทนหน่อยนะ เป็นตะคริวแบบนี้นวดสักพักก็หาย ถ้าฉันทำเจ็บไปก็บอกนะ จะได้เบาๆ มือ”

            มัทนาพยักหน้านั่งมองคิมหันต์นวดขาให้ ระหว่างนั้นบำรุงลงไปดูแลพิมพ์ใจกลัวจะเกิดเหตุซ้ำ เผือกพอจะหายตกใจบ้างแล้ว เด็กน้อยกระเถิบมากอดเอวมัทนาไว้แล้วร้องไห้ คนเป็นพี่เลยต้องปลอบใจระคนสอนไปนิดหน่อย ขาเริ่มหายเจ็บจากที่เป็นตะคริว

            คิมหันต์หยุดมือที่กำลังนวดแล้วเดินกลับเข้าไปในเรือหาน้ำอุ่นมาให้สองพี่น้อง ทีปต์กับพิมพ์อรเห็นความใส่ใจของคิมหันต์ก็ได้แต่ยิ้มให้กัน บำรุงพายายขึ้นเรือเพราะหญิงชราบอกว่าเริ่มเหนื่อยแล้ว

            “เดี๋ยวมัทกับเผือกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กินยากันไว้ด้วยแม่ติดมา เผื่อจะไม่สบายกัน”

            มัทนากำลังจะลุก แต่พอเห็นหนุ่มๆ พากันนั่งเฉยๆ ไม่มีใครลงเล่นน้ำต่อก็เลยเอ่ยอย่างเกรงใจ

            “ไปเล่นน้ำกันต่อได้นะ ตอนนี้มัทไม่เป็นอะไรแล้ว”

            “เล่นน้ำจนตัวเปื่อยแล้ว” ไม่พูดเปล่าบำรุงยังแบมือโชว์นิ้วที่เปื่อยซีดให้เห็นชัดๆ “ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวกลับเข้าฝั่งก็กินบาร์บีคิวริมหาดกันดีกว่า มื้อนี้พี่แสดงฝีมือเอง”

            เสื้อผ้าที่เปียกถูกนำมาผึ่งให้พอหมาดก่อนจะเก็บใส่ถุงที่เตรียมมาเวลาเอาไปซักจะได้ไม่เหม็น คิมหันต์ขับเรือพาทุกคนกลับ โดยมีรหัทคอยผลัดกัน พิมพ์ใจเล่นน้ำเหนื่อยเลยหลับไปตลอดทางเหมือนกับเผือก พิมพ์อรกับมัทนาช่วยกันเก็บขยะในเรือ บำรุงกับทีปต์ช่วยกันเสียบของทะเลที่ซื้อมาเพื่อที่พอขึ้นฝั่งจะได้ไม่ต้องเสียเวลา

 

            เรือกลับมาจอดที่เดิม หนุ่มๆ ช่วยกันขนของกลับมาไว้ในรถ รหัทรับหน้าที่ขับรถพาทุกคนมาชายหาดพอได้ที่จอดร่มๆ ก็ช่วยกันปูเสื่อ เอาของมาวาง คิมหันต์กับทีปต์ขับรถไปหาอาหารอย่างอื่นเพิ่ม เตาถ่านที่พิมพ์อรบอกให้ขนมาด้วยถูกยกลงมาจากรถด้วยเหตุผลที่ว่ามาทะเลทั้งทีจะไปนั่งร้านอาหารทำไม ทำเองกินเองสนุกกว่า มาถึงตอนนี้ทุกคนเห็นด้วย

            บำรุงหน้าดำโดยไม่รู้ตัวเมื่อรับหน้าที่ก่อถ่าน มัทนากับเผือกวิ่งข้ามทางไปซื้อน้ำกับน้ำแข็งที่เหลือไม่พอกินแล้ว รหัทตามมาช่วยถือ

            เมื่อถ่านคุได้ที่การย่างก็เริ่มขึ้น คิมหันต์กับทีปต์ขับรถกลับมาพอดี เสื่อที่ดูกว้างกลายเป็นแคบเมื่อทุกคนในครอบครัวเข้ามานั่ง หมึกกับกุ้งย่างได้ที่ถูกลำเลียงเข้ามา คนใจร้อนรีบแกะกุ้งอย่างมัทนาเลยมือพองไป คิมหันต์ยกจานกุ้งมาแล้วแกะให้ทุกคน พิมพ์อรช่วยหั่นหมึกเป็นชิ้นกินง่าย

            ลมเย็นๆ จากทะเลพัดเข้ามาอากาศเริ่มเย็นสบายในเวลาหกโมงเย็น คิมหันต์เรียกรหัทมากินด้วยกัน บอดี้การ์ดหนุ่มนั่งลงที่ปลายเสื่อเลยถูกบำรุงดึงเข้ามาในวง ทีปต์ชอบใจเข้าไปช่วยย่างบ้าง คิมหันต์มองปู่แล้วยิ้ม นานแล้วที่ไม่ได้เห็นปู่มีความสุขสดใสเหมือนกลับไปเป็นวัยรุ่นแบบนี้ การเสียลูกชายและลูกสะใภ้ไปก่อนเวลาอันควรได้พาความมีชีวิตชีวาของปู่จากไปด้วย เผือกอิ่มจนนั่งตรงๆ ไม่ได้ แต่กุ้งมาเมื่อไหร่ก็ยังกินได้เรื่อยๆ

            อาหารที่ซื้อมาและของทะเลที่ย่างยังไม่หมด แต่ทุกคนพากันล่าถอยด้วยความอิ่มจนบ้างนั่งผึ่งพุงมองทะเลในยามโพล้เพล้ บ้างนั่งเล่นหมากรุกต่อ มัทนาเดินตามคิมหันต์ไปที่ยังชายหาด ละอองคลื่นกระเซ็นใส่ตัวยิ่งทำให้เย็นสบายแม้ว่าจะเหนียวตัวไปบ้าง คิมหันต์เดินช้าลงเมื่อเห็นว่ามัทนาเดินมา แล้วพอเธอเดินมาถึงตัวก็เดินเคียงกันไป

            “วันนี้ฉันมีความสุขมาก ยายไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมาตั้งนาน แม่ยิ้มกว้างกว่าที่ฉันเคยเห็น ขอบคุณมากๆ นะ ที่พาพวกเรามาเที่ยว”

            คิมหันต์คิดว่าไม่ใช่แค่เธอหรอกที่มีความสุข เขาก็เหมือนกัน การได้เห็นคนที่เรารักยิ้มได้นั้นเป็นความสุขอยู่ในใจ ถ้าย้อนกลับไปได้ เขาคงทำแบบนี้กับปู่ไปตั้งนานแล้ว

            “ทีเธอยังพาปู่ของฉันไปเที่ยวเหมือนกันนี่”

            มัทนายิ้มจนตาหยี เราต่างทำเรื่องดีๆ ให้แก่กันสินะ คิมหันต์เป็นคนดีคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธอมีอคติมากไปเท่านั้นเลยไม่เคยเห็นมุมน่ารักของเขาเลย

            “ขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องมาเสียเวลากับฉัน”

            “เธอไม่ได้บังคับฉันเสียหน่อย” เขาไม่ใช่คนที่จะถูกบังคับได้ง่ายๆ เสียด้วยสิ

            “ก็ถ้าฉันกับปู่ของคุณไม่ติดต่อกันมาก่อน...”  

            “ปู่ไม่เคยบังคับฉันได้ ถ้าฉันไม่ยอมเอง”

            มัทนาหยุดเดินแล้วมอง ไม่สิ จ้องเลยดีกว่า เขาไม่ได้เมามันกุ้งจนพูดอะไรแปลกๆ ออกมาใช่ไหม ถ้าปู่ไม่ได้บังคับแล้วเขายอมแต่งงานกับเธอทำไม ว่ากันตามจริงเรื่องที่เกิดขึ้นสำหรับวัยของเธอกับคิมหันต์เกือบจะเป็นเรื่อง ไม่ถือ ไปแล้ว แต่ที่เธอแต่งงานกับเขาก็เพราะมันเป็นเรื่องที่คนวัยแม่ของเธอและปู่ของเขา ถือประหนึ่งเรื่องคอขาดบาดตาย

            “คุณยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เพราะว่ากอดกันคืนเดียวเนี่ยนะ”

            “ฉันมีเหตุผลของฉัน เธอก็มีเหตุผลของเธอ”

            ป่วยการถามต่อเพราะมันจริงของเขา เราต่างมีเหตุผลที่ทำให้คนรอบข้างสบายใจ คิมหันต์แตะแขนให้มัทนาเดินกลับเพราะเดินมาไกลแล้ว สองหนุ่มสาวเดินกลับมาคุยกันเรื่องเที่ยววันนี้ ยังไม่ทันถึงเผือกวิ่งมาหาพร้อมจานในมือ

            “พี่ไม้ให้เอามาให้ครับพี่คิม”

            “โด๊ปเยอะๆ นะพี่จัดให้” บำรุงป้องปากตะโกนให้ได้ยิน

            “ไอ้พี่ไม้ ทำไมไม่กินเอง” มัทนามองของในจานแล้วตะโกนกลับ มีที่ไหนเอาหอยนางรมมาให้คิมหันต์เป็นจานแบบนี้ ถ้าเธอไม่รู้ทันพี่ชายคงเกินไปล่ะ

             จานถูกยื้อมาจากมือของคิมหันต์เพื่อเททิ้ง ชายหนุ่มยื้อไว้ไม่ยอม “ทิ้งทำไมล่ะเสียของ เดี๋ยวฉันกินเอง”

            “ภรรยาที่ดีต้องดูแลสามีนะยัยมัท” บำรุงอุตส่าห์วิ่งมาบอกแบบถึงตัวได้ยินชัดๆ

            มัทนายอมปล่อยมือจากจาน แล้วดึงโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก แกล้งมาก็ต้องถูกแกล้งกลับสิมันถึงจะสนุก ปลายสายรับ เธอรีบพูดเสียงดังๆ ให้คนแถวนี้ได้ยิน

            “พี่ยุพาหรือคะ”

            “เฮ้ย! ไอ้มัท” บำรุงร้องเสียงหลง

            บำรุงวิ่งตามมัทนาที่วิ่งไปคุยโทรศัพท์ไป คิมหันต์หัวเราะชอบใจยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ น้องวิ่งไปหาแม่ แล้วเอาตัวแม่บังไว้ คนพี่จะแย่งโทรศัพท์ก็ทำไม่ได้ดังใจ สุดท้ายทำอะไรไม่ได้เลยอ้อนว่าอย่าเผาพี่เลย

            ครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บของใส่รถ เก็บขยะลงถัง แล้วเดินทางกลับบ้านกันในเวลาทุ่มกว่าๆ แสงอาทิตย์ลาลับ แสงจันทร์ฉายฉานบนผิวน้ำทะเลเป็นเงากระเพื่อมละลานตา      ทีปต์หยิบออร์แกนออกมาเป่า บำรุงครวญเพลงตามราวกับวัยใกล้ๆ กัน มัทนาคอยปรบมือ พิมพ์ใจอารมณ์ดีร้องเพลงเก่าๆ ลูกหลานพากันยิ้ม คิมหันต์เต็มตื้นรู้สึกเหมือนได้ครอบครัวกลับมา ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ คงได้ร้องเพลงด้วยกัน

            การเดินทางจบลงในเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ คิมหันต์เป็นคนอุ้มพิมพ์ใจขึ้นไปบนเรือน โดยมีพิมพ์อรเดินตามไปช่วย มัทนามองแล้วรู้สึกถึงความอ่อนโยนจากผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วย เธอช่วยประคองทีปต์ ชายชราขอนั่งกินน้ำก่อนจะไปห้องน้ำ บำรุงกับรหัทช่วยกันขนของลงจากรถ เผือกถือถุงเสื้อผ้าเปียกไปเข้าเครื่องซักผ้าและกดปุ่มซัก กะว่าเอาไว้ตอนเช้าค่อยเอาไปตาก       ไม่ถึงห้าทุ่มทุกคนก็เข้านอนด้วยความเหนื่อยล้า แต่ว่ามีจิตใจเปี่ยมสุขเมื่อได้เติมพลังให้กันและกัน

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #228 ลูกเจี๊ยบ (@gerjeab) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 07:21
    ดีจังได้ไปเที่ยวด้วย
    #228
    0
  2. #227 ViVi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 17:24
    ขอบคุณไรเตอร์นะคะ รอติดตามค่ะ
    #227
    0
  3. #226 Thisisnui (@thisisnui) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 23:09
    น่ารักค่ะ ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกอิ่มๆใจจัง
    #226
    0
  4. #225 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 17:59
    พี่คิมน่าร้อกกกกอ่าาา
    #225
    0
  5. #224 fsn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 17:51
    โห น่าสนุก ฝุดๆ เลยคะ

    คุณทีปต์ กับนายไม้ กลายเป็นคู่หูต่างวัยไปแล้ว
    #224
    0
  6. #223 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 14:11
    รวมแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข ^^
    #223
    0
  7. #222 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 11:39
    อบอุ่นจังครอบครัวนี้
    #222
    0
  8. #221 แว่นใส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 10:29
    ครอบครัวสุขสันต์จริง ๆ ด้วย
    #221
    0
  9. #220 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 20:35
    หลงรักพ่อคิมขึ้นมาบ้างอ๊ะยังจ๊ะนู๋มัท
    #220
    0
  10. #219 พี่น้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 21:29
    ฟินเบาๆแบบอบอุ่นๆ
    #219
    0
  11. #218 คนคนเดิม (@pinyapatnarak) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 18:20
    อยากรู้เรื่องปู่ว่าตืดอะไรไว้กับบ้านหนูมัทจังเลยอ่ะ-3-
    #218
    0
  12. #217 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 17:26
    สายใยบางๆเริ่มก่อตัว
    #217
    0
  13. #216 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 12:04
    อ้ายยยย ฟินเบาๆอีกละ ไรท์ทำไมมาลงแบบทรมานใจรีดขนาดนี้ ขอหวานซึมลึกกว่านี้หน่อยสิ นะๆ pls.
    #216
    0
  14. #215 Omi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 09:57
    น่ารักจังเลย แม้จะไม่เต็มใจแต่งงาน แต่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ดีออก
    #215
    0
  15. #214 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 20:03
    น่ารักดีแบบนี้
    #214
    0
  16. #213 minimoj (@minimj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 18:17
    อุ้ยๆๆๆๆ มีโมเม้นต์แบบนี้ด้วย อิอิ
    #213
    0
  17. #212 Patimaporn Por (@patimaporn2316) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 16:50
    อ๊าก เขิน ฟิน ฟรุ๊งฟริ๊ง
    #212
    0
  18. #211 พี่น้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 14:51
    คุณคิมกับหนูมัทเริ่มมีความรู้สึกดีต่อกันแล้ว
    #211
    0
  19. #210 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 13:31
    ขอเดาได้มั้ย ว่าเกี่ยวกับพี่ชายนางเอกแน่ๆ คิดว่ารู้แล้วหล่ะว่าอะไรแต่ไม่เขียนนะ เดี๋ยวจะสปอลปม
    #210
    0
  20. #209 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 11:11
    รออ่านต่อนะคะ

    #209
    0