Forest of Memories [ Fic Creepypasta ]

ตอนที่ 12 : Kidnap

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

          ดวงตาสีมรกตนิ่งค้างด้วยความสับสน ลักพาตัว? กระโดดจากชั้นเก้า? เธออยากจะหยิกตัวเองเพื่อเช็คว่านี่ไม่ใช่ฝันให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

               " ถ้าไม่มีอะไรก็ไปกันได้แล้ว ครั้งนี้อย่ามาอิดออดอะไรอีกล่ะ " 

 

          ชายผมน้ำตาลหน้าตาบูดบึ้งตอบหน่ายๆและเดินเข้ามา ตั้งท่าเหมือนจะกระชากเจ้าพวกสายยาต่างๆออกอย่างไม่ใยดี

 

           เด็กสาวผมแดงรีบร้องห้ามอย่างตื่นตระหนก

 

               " ด..เดี๋ยวก่อน! "

 

            ชายร่างสูงขมวดคิ้ว 

 

                " ยังไม่เข็ดครั้งที่แล้วรึไง อยากโดนจับขนาดนั้นเลยหรอเธอนะ "

 

             นัยตาที่ถูกมองว่าต้องสาปสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่กลัวพวกเขา ไม่ใช่กลัวเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เป็นความกลัวที่เกิดขึ้นจากตนเอง เธอกลัวสิ่งรอบตัว กลัวเป้าหมาย กลัวว่าคุณพ่อจะเป็นอะไรไป กลัวว่าถ้าทุกคนรู้ว่าเธอหายไปจะต้องเสียใจ กลัวทุกๆอย่าง กลัวตัวเอง..

 

                 " ..ขอร้อง... "

 

             เสียงของเธอเบาบางแต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เจ้าของดวงตาสั่นคลอนยกมือขึ้นกำแขนเสื้อสีส้มเหลืองไว้อย่างกล้าหาญและยำเกรง

 

                  " อธิบายสักทีเถอะ บอกฉันว่าทุกอย่างคืออะไร พวกคุณเป็นใคร จะพาฉันไปที่ไหน ไปทำอะไรกันแน่ ขอร้องล่ะ.. ฉันจะไม่ยอมร่วมมือกับพวกคุณแน่ถ้าหากไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้คืออะไร "

 

             เซฟไฟร์พูดเสียงดังเท่าที่คิดว่าหนักแน่นพอจะทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจและไม่รบกวนผู้ป่วยคนอื่น พยายามจะจ้องมองชายทั้งสองคนไปพร้อมๆกัน

 

                     " เธอนี่มัน... "

 

              นายหน้ากากเริ่มปล่อยรังสีความอารมณ์เสียออกมาอย่างน่ากลัวจนเธอรู้สึกได้ แต่แล้วชายในชุดฮู้ดอีกคนที่นั่งเงียบมานานก็พูดขึ้น

 

                    " อ่า เธอก็ควรจะได้รู้อะไรบ้างล่ะนะ.. แต่ให้เล่าทั้งหมดคงไม่ไหวหรอก เอาเป็นว่าให้เธอถามสิ่งที่อยากรู้มาก็แล้วกัน "

 

            ชายอารมณ์ร้อนสบถอย่างหัวเสีย

 

                 " หา??? นี่นาย.... ชิ! ช่างมันแล้วกัน! "

 

            เขาทำเสียงไม่พอใจแต่ก็ยอมเงียบแต่โดยดี เด็กสาวขมวดคิ้ว เริ่มสงสัยเรื่องขีดจำกัดความโกรธที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่นักของคนพิลึกตรงหน้า

 

                 " ว่าไงล่ะ พอจะโอเครึเปล่า "

 

             เมื่อชายที่นั่งอยู่ถามย้ำเธอจึงได้สติ ที่จริงเธอมีคำถามอีกล้านแปดที่แทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่ แต่เวลาของพวกเขาคงจะไม่พอสำหรับทุกอย่างอย่างแน่นอน

 

                " ...พวกคุณจะพาฉันไปที่ไหน เพื่ออะไร "

 

                " คำถามซ้ำๆเหมือนเทปพวกนี้น่ะหยุดถามได้แล้วน่า!! ก็บอกอยู่ว่าเรื่องมันยาวเลยจะไว้เล่าทีหลังไง! "

 

            เจ้าของหน้าบูดระเบิดลงอีกครั้ง เพื่อนของเขาจับแขนเขาไว้แล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

               " ใจเย็นน่า ทิม ฉันรู้ว่านายโมโหที่เราพาเธอไปไม่ได้ครั้งที่แล้ว แต่เรามาค่อยๆคุยกันดีกว่า "

 

            ชายที่ถูกเรียกว่า ทิม นิ่งไป เขายอมใจเย็นลงและยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

 

                 " เออ.. ให้เร็วแล้วกัน "

 

           คนสวมฮู้ดพยักหน้าและหันกลับมาหาเธอ

 

                " เราจะพาเธอไปหาหัวหน้าของเรา เขาต้องการจะพบเธอในเร็วๆนี้ แค่นั้นล่ะ "

 

           เขาตอบอย่างรวบรัด.. รวบรัดเกินไป เธอเข้าใจบางอย่างแต่กลับมีข้อสงสัยเพิ่มขึ้นมาอีกสิบกว่าอย่าง คิ้วได้รูปขมวดลง กำลังจะเอ่ยถามคำถามต่อไป

 

               " นั่นคือทั้งหมดที่บอกได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีเรื่องอื่นจะถามอีกรึเปล่า "

 

           ชายในชุดฮู้ดตอบขึ้นดัก เหมือนจะรู้แน่ชัดว่าเธอจะถามซักต่อ

 

           เด็กสาวขมวดคิ้ว เมื่อโดนดักทางเเล้วคำถามที่อยู่ในหัวจึงกลายเป็นสูญเปล่าเสียหมด แต่จึงนึกได้ถึงบางอย่างที่แปลกไป

 

                  " จริงสิ.. โทบี้ล่ะ? "

 

            เธอถามออกไป นึกขึ้นได้ว่าชายคนหนึ่งหายไปจากกลุ่มของพวกเขา ชายที่เธอพอจะรู้จักดีที่สุด

 

            ชายหน้าบูดขมวดคิ้ว " ถามทำไม? "

 

                   " ก็ครั้งที่แล้วเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน แต่ครั้งนี้มากันแค่สองคนก็ต้องถามสิ "

 

             เซฟไฟร์ขมวดคิ้ว นายหน้ากากไม่ยอมตอบอะไร เพียงแต่ยืนหน้านิ่วอยู่อย่างนั้น

 

                  " โทบี้มีเหตุผลที่มาไม่ได้ เลยได้ไปจัดการเรื่องอื่นแทน "

 

             เมื่อเห็นคู่หูไม่ยอมตอบ ชายในชุดฮู้ดจึงเป็นคนตอบแทน เด็กสาวพยักหน้าให้เบาๆถึงแม้จะแอบไม่พอใจกับคำตอบนิดหน่อย


 

                  " เอ่อ.. ขอคำถามสุดท้ายนะ.. ยังไงก็ต้องไปด้วยกัน จะให้ฉันเรียกพวกคุณว่ายังไงดี "


 

               เธอถามออกไปด้วยท่าทีลังเล กลัวจะไปทำให้ใครไม่พอใจอีก ชายสวมฮู้ดเลิกคิ้วขึ้นเหมือนเพิ่งจะนึกได้


 

                  " อ่า ขอโทษทีนะ ฉันฮู้ดดี้ ส่วนหมอนั่นแมสกี้  "


 

               เขาตอบประโยคสั้น ชื่อที่ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นแค่ฉายานั่นมันอะไรกัน เด็กสาวจึงพลั้งปากถามออกไป


 

                  " แต่เมื่อกี้คุณเรียกแมสกี้ว่าทิม.. "


 

               บรรยากาศภายในห้องดูอึดอัดขึ้นชั่วขณะ ฮู้ดดี้จึงหันมาอธิบายให้เธออีกครั้ง


 

                  " เราบอกชื่อจริงของเราไม่ได้หรอก แค่เรียกด้วยชื่อนั้นก็พอแล้วล่ะ "

 

              เจ้าของผมแดงส่งเสียง อื้ม ตอบไปเบาๆ รู้สึกตัวว่าถามอะไรที่ไม่ควรออกไป แต่ถึงแม้จะอยากขอโทษปากสีซีดก็ไม่ยอมขยับ เช่นเดียวกับหลายส่วนในร่างกายที่รู้สึกเหมือนจะชาไปชั่ววูบ

 

              แต่สักพักคนที่เงียบไปก็พูดขึ้นมา 

 

                   " เอ้า ไม่มีอะไรจะถามแล้วใช่ไหม ดี ไปกันได้แล้ว "

  

             คนอารมณ์เสียพูดเองเออเองและไม่ยอมรอให้เธอตอบอะไร เพียงแต่ตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วหลังจากก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือของตน

 

             ยังไม่ทันจะร้องห้าม สายน้ำเกลือและอะไรหลายอย่างก็ถูกดึงกระชากออกไปจากแขนซีด เซฟไฟร์สบถออกมาด้วยความเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ด เลือดสีเข้มจำนวนหนึ่งไหลซึมออกมาจากรอยแผลถูกเจาะ

 

                   " ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!!! "

 

              เธอร้องออกมาอย่างลืมตัว กุมแขนของตนและกดไว้เพื่อบรรเทาความปวดที่พุ่งพล่าน

 

                   " แล้วเธอจะออกไปแบบลากไอ้พวกนี้ไปด้วยรึไง!! ลุกมาได้แล้วน่า!! "

 

               ชายผมน้ำตาลตวาด เสียงดังพอๆกับที่เธอร้องเมื่อครู่ ก่อนจะถูกคู่หูมาห้ามไว้อีกครั้ง

 

                เด็กสาวชะงัก รู้สึกถึงความอันตรายบางอย่างจากชายทั้งสองตรงหน้า อันตราย.. แต่ก็คุ้นเคย..

 

                ฮูดดี้ที่เห็นท่าไม่ดีจึงพูดถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องคิด

 

                    " จะว่าไป ทำไมเธอถึงไม่แจ้งพยาบาลไปล่ะ ในตอนที่เราเข้ามา "

 

               เขาถามสิ่งที่พอจะนึกออกไป ซึ่งเป็นหัวข้อที่ดึงความสนใจของทั้งคู่ได้พอสมควร

 

               เซฟไฟร์หลบตา " พูดไปพวกคุณก็ไม่เชื่อหรอก ฉันเองยังไม่แน่ใจเลยว่าทำไมถึงทำแบบนั้น "

 

               เธอเงียบไปหลังจากจบประโยค แต่ก็โดนสายตาของทั้งสองบังคับให้พูดอยู่ดี

 

                       " ...ฉันแค่รู้สึกว่าพวกคุณไว้ใจได้.. ไม่รู้สิ มันเหมือน..ฉันเคยรู้จักกับพวกคุณมาก่อน ก็แค่นั้นล่ะ.. "

 

               พูดได้เพียงเท่านั้นเด็กสาวก็เงียบไป เสียงหวานหายจากดั่งกลัวว่าจะสูญเสียพวกมันให้แก่ธาตุอากาศ เธอเพียงแค่พูดสิ่งที่รู้สึกออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะพูดได้ทั้งหมด จากเรื่องที่ผ่านมาในอดีต เธอฝึกการควบคุมตัวเองไว้จนกลายเป็นเหมือนระบบอัตโนมัติไปเสียแล้ว

 

         แม้จะคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ สิ่งที่เธอพูดไปกลับทำให้ชายปริศนาทั้งสองคนตัวแข็งเหมือนรูปปั้น เพราะทั้งสองมักจะซ่อนสีหน้าความรู้สึกเอาไว้ กระทั่งครั้งแรกที่ได้พบก็สวมหน้ากากเพื่อปิดบังตัวตน เธอจึงค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นความตกอกตกใจบนใบหน้าของพวกเขา

 

              " แต่ว่ายังไงมันก็เป็นแค่ความรู้สึกนี่นา.. ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก.. "

 

           เด็กสาวพูดตบท้าย หวังจะให้ประโยคฟังดูลื่นหูขึ้น มือสีซีดยังคงกำไว้ที่แขนเนื่องจากความเจ็บปวดไม่ยอมคลายลง

 

               " ..เหอะ ความเชื่อใจน่ะใช้พูดซี้ซั้วได้ที่ไหน เธอต้องเป็นคนยังไงถึงจะพูดอย่างนี้กับคนแปลกหน้ากัน "

 

             ดูเหมือนแมสกี้จะได้สติก่อนจึงเอ่ยปากจิกกัดเธอ แต่จะพูดว่าได้สติก็คงไม่ถูก เพราะเจ้าตัวเองก็ดูแปลกใจหลังจากพูดจบประโยคแล้วเหมือนกัน

 

            ถึงจะรู้อย่างนั้นก็เถอะ..

 

                 " แต่ฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าเป็นแค่ความรู้สึกชั่ววูบ ยังไงฉันก็คงเชื่อใจพวกคุณไม่ได้ในทันทีหรอกน่า "

 

             เด็กสาวสวนกลับ ทั้งๆที่ปกติเธอจะนิ่งเงียบและยอมรับคำเสียดสีจากผู้คนที่โรงเรียน แต่การสวนกลับชายตรงหน้าก็เป็นบางอย่างที่เธอรู้สึกคุ้นเคยและต้องทำเหมือนกัน

 

                   " นี่.. เมื่อไหร่จะเลิกสวนฉันได้สักทีละเนี่ย เธอน่ะ "

  

              แมสกี้บ่นอย่างหัวเสีย ก่อนจะชะงักเพราะหลุดคำพูดบางอย่างไป เซฟไฟร์เองก็คงจะเถียงต่อถ้าหากไม่รู้สึกถึงคำแปลกๆ

 

                  " แต่ฉัน.. ไม่เคยทำแบบนี้กับคุณ..? "

 

                 " โว้ย! ช่างมันน่า ลุกได้แล้ว!! "

 

             ชายน่าเครียดโวยวายขึ้นอีกครั้งพลางกระชากแขนให้เด็กสาวลุกขึ้นยืน เพราะความปวดที่ยังไม่บรรเทาทำเอาเธอร้องเสียงหลง คราวนี้ไม่ใช่แค่น้ำตาเล็ด แต่เธอร้องไห้ออกมาจริงๆ ถึงจะแค่น้ำตาไหลชั่วครู่ก็เถอะ

 

              เด็กสาวหอบเบาๆ ดูเหมือนคำดูถูกที่บอกว่าเธอเป็นโรคเลือดจางกำลังจะกลายเป็นจริงอย่างไรอย่างนั้น

 

                 " ช่วยเลิกใจร้อนสักทีจะได้ไหม!! ฉันเองก็พยายามจะให้ความร่วมมือแล้วนะ!! "

 

              เธอตะโกนอีกครั้ง ดูคล้ายกับจะลืมไปแล้วว่าตนอยู่ในโรงพยาบาล แขนสีซีดสะบัดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายมาได้ ขายาวก้าวถอยหลังทันทีตามสัญชาตญาณ

 

             ใบหน้าของอีกฝ่ายเป็นสีหน้าที่เธออ่านไม่ออก ทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อฮูดดี้กำลังจะเข้ามาขวาง แมสกี้ก็ตะโกนสวนกลับไป

 

                 " เพราะเธอเอาแต่ชักช้ายังไงเล่า! ช่วยรู้ตัวทีเถอะว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง!! "

 

            เมื่อได้ยินดังกล่าว สมองที่เริ่มจะขาดสติจึงทำให้เธอเถียงต่ออย่างที่ไม่สนใจสภาพแวดล้อมหรือแม้แต่มารยาทที่เป็นพื้นฐานความคิดของเธอ

 

                " ก็บอกฉันสิว่ามันเป็นยังไง!! เอาแต่พูดว่าไม่มีเวลาไม่มีเวลา แล้วจะให้ฉันไปเข้าใจอะไรเล่า!!"

 

                " หุบปาก!! "

 

            ความเจ็บปวดและโศกเศร้าบางอย่างพลันพุ่งขึ้นมาเมื่อได้ยินคำดังกล่าว ใบหน้าขาวซีดเริ่มแดงระเรื่อด้วยความอึดอัดใจ แม้แต่เสียงห้ามปรามของชายสวมฮู้ดก็ไม่สามารถหยุดอะไรได้แล้วในตอนนี้

 

                " ถ้าจะบอกให้ฉัน!– "

 

                " ฉันบอกให้หุบปาก!!! "

 

          สิ้นเสียงตวาดของชายผมน้ำตาล ดวงตาเขียวเข้มของเด็กสาวจึงเบิกกว้างออก สัมผัสเย็นเฉียบของเหล็กบางที่ลำคอทำให้เธอหยุดเสียงไว้ในทันที ความเร็วของชายตรงหน้าทำให้เธอไม่สามารถจะทำได้แม้แต่ป้องกันตัวเอง

 

          ความเงียบปกคลุมห้องเย็นไปชั่วครู่ ใบหน้าซีดขาวของเธอยิ่งทวีความจางไปมากกว่าเดิม หากแต่ที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความไม่เข้าใจต่างหาก เสียงถอนหายใจของฮูดดี้เป็นเพียงเสียงเดียวที่ที่แห่งนี้สะท้อนออกมา

 

               " เซฟไฟร์!!! "

 

           ก่อนที่ชายตรงหน้าจะได้กล่าวอะไร ประตูสีขาวของห้องพักผู้ป่วยก็ถูกเหวี่ยงออกอย่างรุนแรงด้วยกำลังของชายผมบลอนด์พร้อมกับมารดาที่ตามมาติดๆ เสียงหวีดร้องของหญิงวัยกลางคนทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนเร่งฝีเท้าวิ่งตามมา

 

            ทั้งด้วยความเป็นห่วงน้องสาวและสัญชาตญาณตำรวจทำให้คิวมัสรีบถลาเข้ามาหมายจะจับบุรุษทั้งสอง ฮู้ดดี้และแมสกี้สบถออกมาพร้อมกันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนชายสวมฮู้ดจะดึงตัวเด็กสาวไว้ตั้งใจจะพาไปด้วย แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยเพราะตำรวจหนุ่มเข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้ทัน 

 

           ก่อนที่จะโดนจับดึงตัวไว้ได้มีดที่เคยจ่ออยู่บนลำคอของเซฟไฟร์ก็ลอยจากชายสวมหน้ากากไปยังมือของตำรวจหนุ่ม โชคดีที่การฝึกฝนทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคม เพราะมือหนายกหลบได้ทัน มีดเล่มเงินจึงลอยผ่านไปยังกำแพงแทน แต่เมื่อเป็นอิสระชายทั้งสองก็รีบวิ่งไปยังทางหนีโดยไม่รอช้า

 

            ริมฝีปากบางเกือบจะหลุดคำร้องเรียกทั้งสองคนที่ได้กระโดดลงจากหน้าต่างตามที่เคยบอกไว้ไป โชคดีที่สติของเธอตรึงเอาไว้ไม่ให้พูดสิ่งที่ดูน่าสงสัยต่อหน้าครอบครัว คิวมัสเมื่อรู้สึกตัวจึงรีบปรี่ไปที่หน้าต่างซึ่งตอนนี้มีเศษกระจกกระจายอยู่เต็มพื้น แต่ก็ต้องรีบวิ่งกลับเข้ามาเพื่อติดต่อหาตำรวจประจำพื้นที่ให้ติดตามชายทั้งสองไป

 

             ในขณะเดียวกัน ลิเลียหรือมารดาของทั้งสองก็รีบรุดเข้ามาดูอาการลูกสาว โชคดีที่นอกจากแผลเล็กน้อยที่แขนและลำคอเด็กสาวก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก เจ้าของผมทองกอดเด็กสาวไว้ด้วยทั้งความโล่งอกและตื่นตระหนก พยาบาลที่วิ่งตามมาได้ใช้โทรศัพท์ภายในห้องเพื่อแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้กับบุคลากรในโรงพยาบาล

 

             ทุกๆอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าใจหาย เด็กสาวที่ยังคงมองเห็นใบหน้าของชายผมน้ำตาลในขณะถือมีดจ่อไว้ที่คอของเธอได้แต่นิ่งค้างด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

     " ทำไมถึง.. ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยล่ะ... "

 

 

 

===============================

 

ไรท์Talk :

 

Hellyola~ สวัสดีรีดเดอร์ทุกๆท่านนะคะ☆ ห่างหายกันไปนานเลยสำหรับเรื่องนี้ ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ ทั้งๆที่บอกว่าจะกลับมาตั้งหลายเดือนที่แล้วแต่เพิ่งจะได้ลงวันนี้เอง(ฮือ) ขอโทษด้วยจริงๆนะคะ>< มีอะไรอยากพูดเต็มไปหมดเลยแหะ ขอพื้นที่นิดนึงนะะ~☆

 

เริ่มจากตัวประกาศครั้งที่แล้วก่อนเลย ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีทางเทเรื่องนี้แน่นอนค่ะ! ส่วนเรื่องใหม่ที่ว่านั่นช่วยลืมๆมันกันไปก่อนก็ได้นะคะ ถ้าจะทำจริงคงใช้เวลาอีกนาน แฮ่– และถ้าเห็นการใช้ภาษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆก็อย่าไปถือสาเลยค่ะ ตอนนี้เป็นตอนที่ใช้เวลาเขียนนานมากเลย (อู้อยู่ค่ะ–) และคาดว่าน่าจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยแหละ

 

ส่วนไรท์ทางนี้เองก็ใกล้เปิดเทอมแล้ว อาจจะเป็นเพราะแบบนั้นเลยมีแรงมาปั่นก็ได้นะคะ(ฮา) คาดว่าคงจะลงเดือนละตอนเหมือนครั้งก่อนๆล่ะนะคะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความขยัน-ขี้เกียจของไรท์อยู่ดีนั่นแหละ-

 

เนื้อเรื่องในตอนนี้ต้าวโม่ง(?)แทบไม่มีบทเลย อุสาห์ใส่ไว้แท้ๆ– สาเหตุที่โทบี้ไม่โผล่ในฉากนี้ก็เพราะว่าน้องมีแผลที่หน้าค่ะ มันจะดูไม่ปกติเอาถ้าใช้หน้าจริงมา เลยถูกส่งไปวิ่งเล่นที่อื่นแทน– บางทีก็แอบคิดว่าเขียนให้น้องหน้ากากเราเจ้าอารมณ์ไปรึเปล่า._.) ยังไงก็ติชมกันได้นะคะ☆

 

 สุดท้ายนี้ถึงไม่แน่ใจว่ามีคนสังเกตุรึเปล่า แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่วยลืมๆวิธีการลงท้ายครับ/ค่ะสลับกันของตัวไรท์เมื่อก่อนไปทีนะคะ กลับมาอ่านอีกรอบแล้วอายมากเลย อะไรจะเบียวได้ขนาดน๊าน;–;)

 

ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในคลังนิยายของรีดเดอร์ทุกๆท่านอีกครั้งด้วยนะคะ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน รักนักอ่านทุกคนค่ะ!

 

–ไรท์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น