Forest of Memories [ Fic Creepypasta ]

ตอนที่ 13 : School

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

     เวลาผ่านมาไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเกิดขึ้น ชุดนักเรียนสีเข้มที่ไม่เคยดูสวยเลยสักนิดกลับมาสวมอยู่บนผิวขาวซีดเช่นเดิม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เซฟไฟร์ต้องอยู่โรงพยาบาลต่อเล็กน้อยถึงจะได้รับอนุญาตให้กลับมาที่บ้านได้ ส่วนคุณพ่อแม้จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแต่ก็ยังคงมีนัดตรวจย่อยไปอีกหลายสัปดาห์

 

     ในตอนนี้บ้านที่เคยดูอบอุ่นอาจจะดูเล็กลงสักนิด เพราะพี่ชายของเธอ คิวมัส ตำรวจที่งานยุ่งเสียยิ่งกว่าพ่อของตนได้ใช้วันลาแทบทั้งหมดของเขาเพื่ออยู่ดูแลครอบครัว และแม้เธอจะปฏิเสธไปเกินสิบครั้งได้ ชายหนุ่มก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าเขาจะเป็นคนไปรับไปส่งเธอเอง

 

        " เซฟไฟร์ เสร็จรึยัง? "

 

     เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับคำถามจากชายผมบลอนด์ เด็กสาวจัดเสื้อคลุมและเนคไทของเธออีกครั้งก่อนจะเดินไปเปิดประตู

 

        " พี่จะรีบไปไหนน่ะคิวมัส.. ปกติหนูออกหลังจากนี้ตั้งยี่สิบนาที.. "

 

     เธอกล่าวกับชายตรงหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะไม่อยากจะโดนครูตามงานตั้งแต่เช้า เธอจึงจัดการงานค้างทั้งหมดตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาลจนเสร็จ ทำเอาเสียพลังงานไปเยอะพอสมควรเลยล่ะ

 

        " ก็เราต้องวนไปรับไมด้วยนี่ เธอขอเองนะ "


 

     ชายหนุ่มเดินนำเธอไปยังห้องรับแขกและหยิบกุญแจขึ้นมาถือไว้ มือหนาโยนแซนวิชในกล่องใสไปให้เด็กสาวที่เพิ่งจะสะพายกระเป๋าออกมา เธอรับมันไว้อย่างทุลักทุเลเล็กน้อย

 

        " ถ้าจะขับรถไป บ้านไมน่ะใช้เวลาแค่นิดเดียวเองนะ.. "

 

     เส้นผมสีแดงขยับตามจังหวะการก้าวเดินของเด็กสาว เธอก้มลงสวมรองเท้าหนังคู่เก่งก่อนจะเดินตามผู้เป็นพี่ออกไป

 

      ประตูรถสีเงินปิดลง เครื่องยนต์ส่งเสียงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากทางลาดของบ้านหลังเล็ก

 

        " ยังปวดหัวหรือเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า "

 

     คิวมัสถามขึ้น ดวงตาสีฟ้าสดใสยังคงไม่ละไปจากท้องถนนเบื้องหน้า แม้จะไม่ได้กลับมาบ่อยครั้งนักแต่เขาก็ยังขับรถได้ดีเหมือนไม่เคยจากไปไหน

 

        " อ่า ไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ "

 

      เซฟไฟร์ตอบไป ความจริงคือเธอยังรู้สึกปวดหัวอยู่นิดหน่อย แต่เพื่อความสบายใจของทุกคนเธอจึงตอบไปแบบนั้นเสีย

 

        " งั้นก็ดีแล้ว แต่ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาต้องรีบโทรหาพี่นะ โอเค? "

 

        " ไม่เอาน่า พี่พูดเรื่องนี้จนหนูจะเก็บไปฝันอยู่แล้วนะ "

 

     เด็กสาวเอนหัวพิงกับกระจกรถพลางมองออกไปด้านนอก พูดถึงฝันแล้ว เธอไม่ได้ฝันอะไรแปลกๆเลยตั้งแต่คืนนั้น ไม่สิ ควรจะเรียกว่าไม่ได้ฝันอะไรเลยมากกว่า

 

     ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี.. ล่ะมั้ง?

 

     ฟอร์ดสีเทาคันขนาดกลางหยุดล้อลงที่หน้าบ้านหลังเล็กทรงกลมมน ไม่จำเป็นต้องลงไปกดกริ่ง เด็กสาวผมหางม้าก็เปิดประตูบ้านแล้วเดินลงมาที่รถอย่างร่าเริง

 

     ประตูหลังที่นั่งข้างคนขับเปิดออก เสียงสดใสของเธอดังขึ้นก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร

 

        " อรุณสวัสดิ์เซฟไฟร์! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะพี่คิวมัส "

 

      รถยนต์เคลื่อนตัวออกไป คนขับเหลือบตามองกระจกเพื่อคุยกับเด็กสาวที่เพิ่งจะขึ้นมา

 

        " ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไม สูงขึ้นรึยังน่ะ "

 

        " เรื่องส่วนสูงอีกแล้ว หนูยังสูงขึ้นได้อยู่น่า! "

 

     ไมโอดครวญ ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

 

         " จริงสิเซฟ เธอหายดีแล้วใช่ไหม เจ็บตรงไหนรึเปล่า "

 

      เด็กสาวลูกครึ่งถามด้วยความเป็นห่วง เจ้าของผมแดงจึงบ่นขึ้นอุบอิบ

 

        " ทำไมทุกคนถึงทำเหมือนฉันเป็นเด็กอยู่นั่นล่ะเนี่ย.. ฉันก็ดูแลตัวเองได้นะ "

 

        " ก็เธอเป็นเด็กนี่ "

 

        " ตำรวจอายุน้อยที่ยังหาแฟนไม่ได้แบบพี่น่ะไม่มีสิทธิ์พูด "

 

     บรรยากาศในรถดูครื้นเครงไม่ต่างจากเมื่อก่อน เธอจำได้ดีว่าวันแรกที่ไมมาที่บ้านทุกคนตื่นเต้นกันขนาดไหน เพราะแม้เธอจะโกหกไปว่าสังคมโรงเรียนเธอปกติดี แต่ก็ยังไม่เคยมีใครมาที่บ้านเลยสักครั้ง

 

     โชคดีที่แม้จะแวะซื้อขนมนิดหน่อยแต่ก็ยังมาทันก่อนที่จะเริ่มมีคนมา ถ้าหากมีใครเห็นว่าเธอนั่งรถมาล่ะก็วันนี้คงไม่ได้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพแน่


 

     เมื่อคิดเช่นนั้นเซฟไฟร์ก็ตระหนักถึงบางอย่าง ถ้าหากวันนี้โดนแกล้งแบบเห็นได้ชัดอย่างน้ำหรือขยะล่ะก็ ตอนพี่คิวมัสมารับกลับจะต้องเป็นเรื่องแน่ 

 

     ดังนั้นวันนี้จะต้อง.. ห้ามเข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด

 

     ความสัมพันธ์ของเธอและไม แม้จะฟังดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่หน้าที่นอกจากเพื่อนแล้วก็เป็นเหมือนไม้กันหมาให้กันและกัน ไมเป็นเด็กเรียนดี หน้าตาน่ารัก สุภาพและร่าเริง ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาอาจาร์ยและคนในโรงเรียน ดังนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยที่จะทำร้ายหรือแกล้งเธออย่างเปิดเผย

 

     แต่เพราะเหตุผลดังว่าว่าเด็กสาวนั้นหน้าตาดี ทำให้อาจจะมีบางครั้งที่มีคนเข้ามาจีบหรือพยายามจะลวนลาม หน้าที่คอยคุ้มกันเธอจึงตกเป็นของเซฟไฟร์ ที่ถึงแม้จะมีชื่อเสียงไปทางด้านลบแต่ก็เก่งศิลปะป้องกันตัวในระดับมากกว่าปกตินิดหน่อย จนทำให้บางทีเจ้าตัวก็คิดว่าตนควรไปเอาดีทางด้านนี้แทนที่จะมาเรียนเสียด้วยซ้ำ

 

     เวลาเดินเลยมาจนใกล้จะเลิกเรียน ถือว่าค่อนข้างจะโชคดีเลยที่พวกนั้นดูจะไม่ค่อยอยากแกล้งเธอสักเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ใบหน้าสีซีดนี้ดูร่าเริงขึ้นจากความช่วยเหลือของไม ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มเบื่อกับการทำร้ายเธอไปแล้ว ชีวิตมัธยมปลายของเซฟไฟร์จึงถือได้ว่าดีกว่าปีอื่นๆเยอะเลยทีเดียว

 

     เสียงแหลมน่าหนวกหูของกริ่งเลิกเรียนที่ใกล้พังเต็มทีดังขึ้นเวลาเดิมไม่ผิดเพี้ยน ก็ต้องขอขอบคุณที่ถึงแม้จะใช้งานมานานเต็มทนแต่มันก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีอยู่ มือเรียวยาวคว้ากระเป๋าและลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องเรียน ในคาบสุดท้ายนี้เธอและไมลงกันคนละวิชา จึงนัดกันว่าหลังเลิกเรียนค่อยไปเจอกันที่หน้าห้องภาษาอังกฤษก็คงไม่เสียหาย

 

      เมื่อก้าวเท้าออกจากห้องเรียน เซฟไฟร์รู้สึกว่ามีบางอย่างถูกปามาโดนหัวของเธออย่างจัง เจ้าของดวงตาสีมรกตหันไปมองยังคนกลุ่มหนึ่งด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะอย่างนี้แหละถึงอยากจะรีบไปหาไม ให้ตายสิ

 

        " เฮ้ ตัวประหลาด ได้ข่าวว่าไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลมานี่ ทำของแล้วของเข้าตัวรึไง "

 

     เสียงชวนประสาทเสียดังขึ้นจากชายหนุ่มร่างสูงนาม เอ็ดดี้ ผู้ซึ่งเดินตรงเข้ามาหาเธอพร้อมเพื่อนอีกสองคนของเขา แขนซ้ายใต้เสื้อฮู้ดทันสมัยควงไว้ที่เอวของสาวผมบลอนด์หุ่นเอ็กซ์ นักเรียนใหม่--- ใหม่เมื่อประมาณหกเจ็ดเดือนที่แล้วน่ะนะ

 

     แน่นอนว่าเธอเพิ่งจะมาคบกับเอ็ดดี้เมื่อต้นสัปดาห์แทนสาวคนเก่าที่เขาทิ้งไป บางทีเซฟไฟร์ก็สงสัยว่าทำไมคนพวกนี้ไม่ติดเอดส์ตายกันไปสักที

 

       " ต่อให้ฉันบอกไม่ใช่นายก็ไม่ฟังอยู่ดี "

 

       " โถ่ ไม่เอาน่า อย่าพูดเหมือนฉันใจร้ายนักสิ "

 

      เอดดี้เดินตรงเข้ามาแล้วยกเเขนขึ้น หมายจะกดไหล่เธอเอาไว้ เซฟไฟร์ก้าวถอยหลังเพื่อหลบการถูกล็อคตัว ยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาบนสีหน้า

 

      ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแล้วยิ้มพิลึก ถ้าไม่ติดผมทรงลอนด์สีเข้มที่ทำตามเทรนด์นั่นเธอคงจะบอกว่าเขาเหมือน เดอะ โจ๊คเกอร์ ไปแล้ว

 

        " โอเค โอเค ถ้ายังไม่อยากพูดจะเก็บไว้วันอื่นก็ได้ แต่ช่วยบอกหน่อยสิ เมื่อเช้าคุณแม่มดประหลาดของเรามีใครขับรถมาส่งกันนะ ? "

 

      แม้ใบหน้าจะยังคงเกร็งไว้ได้ แต่มือของเธอเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาเพราะความวิตก อุตสาห์นึกว่าจะไม่มีใครเห็นแล้วเชียว หวังว่าจะไม่เห็นไมด้วยก็แล้วกัน..

 

       " โอ๊ะ? หรือว่าเธอไปนอนแลกเงินกับใครมาหรอ? แต่เขาอุตสาห์ขับรถมาส่งขนาดนี้คงต้องเก็บกระเป๋าสตางค์ใบนี้ไว้ให้ดีๆล่ะ "

 

      เสียงหัวเราะของคนเหล่านั้นทำให้เธออารมณ์เสีย ดวงตาสีน้ำตาลไม้คู่นั้นแสดงความเย้ยหยันออกมาอย่างชัดเจน

 

        " นั่นพี่ชายฉัน " เธอตอบคำสั้น เริ่มมีน้ำโห

 

      ได้ยินดังนั้นเอ็ดดี้จึงหันไปทำตาโตอย่างเวอร์เกินเหตุกับเพื่อนของเขา

 

         " ได้ยินรึเปล่า! เธอ***กับพี่ชายตัวเองล่ะ "

 

      โอ้ ให้ตายเถอะ..

 

         " ***กับแม่นายนั่นแหละ "

 

     คิ้วได้รูปขมวดยามที่เธอกล่าวถ้อยคำเสียดสีออกไป ช่างเป็นชนชั้นที่น่ารังเกียจเสียจริง

 

     เหตุการณ์นี้จบลงในตอนที่ไมซึ่งไม่เห็นเธอหน้าห้องอังกฤษวิ่งเข้ามาห้ามก่อนจะมีการชกต่อยกันเกิดขึ้น และสามารถลากเซฟไฟร์กลับมาขึ้นรถได้สำเร็จ 

 

     โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่จริงแล้วเหตุการณ์ทุกอย่างนั้นอยู่ในสายตาของตำรวจหนุ่มทั้งสิ้น..

 

     ..และก็ไม่มีใครรู้อีกเช่นกัน ว่าดวงตาของคิวมัส ไม่ใช่แค่คู่เดียวที่เฝ้ามองเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่

 

. . . . .

 

    ลมกลางคืนพัดผ่านท้องฟ้าสีเข้มเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนของเด็กสาว เซฟไฟร์นอนพลิกหน้ากระดาษของหนังสือเล่มใหม่อยู่บนเตียง คิวมัสแวะซื้อมันให้เธอในตอนที่กำลังจะไปรับ บางทีเขาก็รู้ใจเธอจนน่าประหลาดเลยทีเดียวเชียวล่ะ

 

     ผ้าม่านผืนบางพลิ้วไหวไปตามแรงลมจากหน้าต่างที่เปิดไว้ นาฬิกาเรือนสวยร้องบอกเวลาห้าทุ่มตรง เด็กสาวค่อยๆพลิกตัวอยู่บนเตียงด้วยความขี้เกียจ เธอเอื้อมแขนไปปิดหน้าต่างโดยที่ดวงตายังคงไม่ละไปจากหนังสือเล่มใหม่ในมือ


 

     มือเรียวซีดจับที่ขอบหน้าต่างไว้ ดวงตาสีมรกตเข้มเลื่อนจากหน้ากระดาษสีอ่อนเพื่อมองออกไปยังด้านนอก แม้จะไม่ใช่จันทร์เต็มดวงแต่ค่ำคืนนี้ก็มีแสงนุ่มนวลแผ่มาอย่างไม่ขาดสาย

 

       พรึบ


 

     เสียงผ้าม่านสะบัดทำให้เซฟไฟร์ตกใจ อยู่ๆลมก็แรงขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหายไป เด็กสาวขยี้ตาไล่ฝุ่นที่มากับลมเมื่อครู่ออก เธอค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อความระคายเคืองเริ่มจางหาย


 

     พลันแสงจันทร์ก็ทำให้เธอสังเกตุถึงบางอย่าง เสาประหลาดที่ไม่เคยเห็น ไม่สิ.. ไม่ใช่เสา? รูปปั้น? ต้นไม้?


 

      ไม่ใช่หรอก.. เธอเพียงแค่ไม่อยากยอมรับว่าเห็นรูปร่างของมนุษย์ที่เหยียดยาวและสูงลิ่วจนน่าหวาดผวาก็เพียงเท่านั้น แม้จะมองได้ยากท่ามกลางความมืดที่ถูกบดบังด้วยธรรมชาติ เธอก็รับรู้ได้ชัดว่าสิ่งนั้นยืนเด่นตระหง่านอยู่ที่หลังบ้านของตน


 

     แม้จะหวาดกลัวแต่ก็ละสายตาไปไม่ได้ แม้จะดูเหมือนไม่ไหวติงแต่สิ่งนั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อสติของตนกลับมาจากภวังค์ เซฟไฟร์ก็กระชากหน้าต่างปิดลงจนเกิดเสียงดังโครม เธอไถลตัวลงจากเตียงและตรงไปที่ประตู ข้อมือซีดคว้าลูกบิดเหล็กและพุ่งตัวออกไป


 

      ดวงตาประหลาดเบิกกว้าง หัวใจเต้นเร็วแต่ใบหน้ากลับซีดเผือด แม้กระนั้นริมฝีปากสีซีดก็ยังปิดมิด ไม่ส่งเสียงอะไรออกมา


 

     กำแพงปูนเย็นเฉียบ ลูกกรงที่แม้จะมืดแต่ก็มองเห็นได้ว่ามี กลิ่นอายของความเจ็บปวดและความทารุณโชยมาในอากาศจนแทบจะทนไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ


 

      พลันเสียงฮัมเพลงทุ้มต่ำชวนประสาทหลอนก็สะท้อนตามมาในกำแพงราบเรียบ มือของเธอเริ่มสั่น ถึงอย่างนั้นศีรษะบนบ่าก็ยังหันไปมองตามเสียงอย่างไร้การควบคุม


 

     หนี


 

      แม้ความคิดนี้จะผุดขึ้นเป็นอย่างแรกๆในหัว แต่ขาใต้ชุดนอนสีเข้มกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย ไม่ใช่จากความกลัว แต่ดั่งมีใครล่ามโซ่อากาศติดเอาไว้อย่างแน่นหนาต่างหาก


 

     เหงื่อทำให้มือของเธอเปียกชุ่ม ทั้งๆที่อุณหภูมิในที่แห่งนี้นั้นหนาวเกินทน นัยตาสีเข้มขยับสั่นด้วยความหวาดกลัวให้กับความมืดสีดำที่ค่อยๆลามเลียมาตรงหน้าเธอ


 

     สิ่งที่จ้องตอบกลับมาจากความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นดวงตาสีแดงสดที่กระหายซึ่งบางอย่างที่เธอไม่อาจเข้าใจ


 

     ดวงตานั้นขยับในความมืดมิด ใกล้ขึ้น สูงขึ้น ความหวาดกลัวและกดดันทำให้เธอแทบคลั่ง ขาเรียวยังคงขยับไปไหนไม่ได้ ดั่งเธอกำลังถูกบังคับให้จดจ้องไปยังบางสิ่งตรงหน้าโดยห้ามละสายตา


 

     สัมผัสประหลาดที่คงไม่มีทางรู้ว่าคืออะไรแตะอยู่บนใบหน้าของเธอ เซฟไฟร์ขนลุกชันด้วยความตื่นตระหนก ถ้าหากจะต้องรู้สึกหวาดผวาไปมากกว่านี้เธอคงจะต้องบ้าไปแน่ๆ


 

     พลันเสียงที่ไร้ความเป็นมนุษย์ก็ดังขึ้นที่ตรงหน้าของเธอ ความอึดอัด โศกเศร้า วิปริต และความรู้สึกด้านลบมากมายถูกปล่อยออกมาพร้อมๆกับคำพูดนั้น


 

" ยินดีต้อนรับกลับบ้าน "


 

     เซฟไฟร์ลืมตา ร่างกายที่เเข็งเกร็งเริ่มคลายออกพร้อมๆกับความหวาดกลัวที่จางไป หัวใจที่เต้นเร็วเริ่มกลับสู่จังหวะปกติ ผ้าห่มผืนใหญ่ยังคงถูกคลุมไว้ที่ตัวของเธอ เด็กสาวหันมองนาฬิกา ตีสี่ยี่สิบ

 

     มือที่ดูอ่อนแรงยันตัวเองขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ฝันหรือ? ช่างเหมือนจริงเสียจนน่าใจหาย ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเธอจะต้องเสียขวัญมากเพียงใด

 

     เมื่อหายใจเข้าออกจนทุกอย่างกลับเป็นปกติเธอก็ทิ้งตัวนอนลงอีกครั้ง รู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับความหวาดหวั่นเมื่อครู่ แต่กระนั้นดวงตาที่หนักอึ้งก็ไม่ยอมปิดลงเสียที 

 

     อา . .

 

     วันนี้ลาดีไหมนะ . .

 

==========

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #8 โซระ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 20:36
    (ขอหยาบคายนะคะ) ***แม่-สัส ล้ออะไรก็ได้ ไม่ใช่ล้อ พี่ชาย***น้องสาวไอ***แม่ หน้า***เอ้ย
    #8
    2
    • #8-1 SilentRain(จากตอนที่ 13)
      6 พฤศจิกายน 2563 / 20:44
      โอ้5555 ถึงกับจัดเต็มเลยทีเดียว ดีใจที่อินไปกับเนื้อเรื่องนะคะ ^^
      #8-1
  2. #5 Mister Amy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 22:34
    ทำต่อไปนะคะเป็นกำลังใจให้🙆‍♀🙂
    #5
    1
    • #5-1 SilentRain(จากตอนที่ 13)
      30 สิงหาคม 2563 / 22:40
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ💖
      #5-1