คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Short Fic : APH] Russia x Thai

โดย White&Fai

สายสัมพันธุ์ที่เคยขาดหายไป กลับถูกเชื่อมโยงใหม่อีกครา พร้อมกับความรู้สึกที่ขยับเข้าหา มากขึ้น มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ยอดวิวรวม

3,251

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


3,251

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


39
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ต.ค. 55 / 00:18 น.
นิยาย [Short Fic : APH] Russia x Thai [Short Fic : APH] Russia x Thai | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Axis Power Hetalia

Short Fiction :: Russia x Thai

 

คำเตือน:

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสีประเทศต่างๆ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เฮตาเลีย ไม่ใช่การ์ตูน ชายรักชายหรือ Y แต่ฟิคชั่นนี้ คือจินตนาการของคนแต่งเองเจ้าค่ะ

 

ฟิคเรื่องนี้ แต่งขึ้นมาด้วยกันสองคนคือ เรา(White&Fai) และ FameDiary ค่ะ

มีไรต์สองคนเน้’ v ‘ (คิดชื่อเรื่องไม่ออกกันด้วยล่ะ.. และเรามักรู้สึกว่า...ทำไมตามแก้เยอะ55+)

 

เป็นฟิคเฮตาเลียเรื่องแรกที่ได้แต่งค่ะ อาจจะดูแปลกๆ อย่างไรขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม ขอฝากฟิคสั้นๆ เรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกของทุกคน ที่ไม่ว่าจะ ผ่านเข้ามาเม้นต์ หลเข้ามา หรือ เข้ามาเป็นนักอ่านเงาเบาๆ ด้วยนะคะ^ ^

 

ปล. แต่งส่งเว็บเพจ สาววาย ล่ะค่ะ (แต่ลงช้าจากเดธไลน์ไป...หลายนาที orz) และภาพประกอบ.... กากมากค่ะ โปรดมองข้ามไป...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ต.ค. 55 / 00:18


วันนี้เป็นวันแรกที่... เข้าร่วมประชุมกับองค์การสหประชาชาติ...

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลดำคิดพลางมองบรรยากาศไม่ชินตารอบๆ ตัวเพื่อช่วยให้ความรู้สึกตื้นเต้นที่มีอยู่ลดลงไปบ้าง เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญที่นับได้ว่า -- สำคัญมาก -- เลยทีเดียว

เอกราช กำลังรู้สึกอย่างนั้น เขาตัดสินใจเข้าร่วมองค์การสหประชาชาติก็เพื่อสร้างความมั่นคงภายใน เพื่อจะได้รับการยอมรับจากประเทศอื่นๆ และที่สำคัญที่สุด... เพื่อประชาชนหลายสิบล้านชีวิต....

คิดอยู่ได้ไม่นาน ประตูบานใหญ่สูงกว่าตัวเขาประมาณสองสามช่วงศีรษะก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

เอกราชประสานมือเอาไว้ด้วยกันพลางบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจตัวเอง เขาได้แต่คิดในใจต่างๆ นานาถึงสาเหตุที่สองประเทศใหญ่อย่างฝรั่งเศสและรัสเซียปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าร่วมสหประชาชาติ

ความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดกำลังย้ำเตือนสิ่งที่เขากลัว พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าฝรั่งเศสต้องการอะไร และแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อได้เข้าร่วมกับสหประชาชาติ

“ไทย!”

เอกราชสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นจากด้านหลัง พร้อมมือที่ฟาดลงมาบนไหล่ด้วยแรงไม่น้อยจนแทบทรุด น้ำตาถึงกลับคลอเล็กน้อยด้วยความเจ็บ เมื่อหันไปมองพบอเมริกากำลังส่งยิ้มมาให้

“ส สวัสดีจ้ะคุณอเมริกา” พยายามฝืนคลี่รอยยิ้มแห้งๆ ส่งให้

อัลเฟรดเลิกคิ้วเล็กน้อย

“เป็นอะไรไป? ยังกังวลเรื่องรัสเซียกับฝรั่งเศสสินะ?! ไม่เป็นไรหรอกๆ มีฉันอยู่ด้วยทั้งคนนะ! ก็ฉันเป็นฮีโร่นี่นา ฮะๆๆ!”

 

...เปล่าหรอกจ้ะ... อันที่จริงตอนแรกก็กังวล แต่พอคุณมาก็แทนที่ด้วยความเจ็บแปลบๆ เลยล่ะจ้ะ..

 

อะ ไทย! นายไม่ได้ร้องไห้ใช่ไหม!? ไม่เป็นไรหรอกน่า ก็บอกแล้วไงว่ามีฮีโร่อยู่ทั้งคน!”

ป เปล่าจ้ะ... ม ไม่ได้ร้องจ้ะ”

 

แค่เจ็บน่ะจ้ะ... เจ็บจนน้ำตาเล็ด...

 

น่าๆ อย่าร้องนะ” ไม่ฟังแล้วยังตบหลังแปะๆ ปลอบ

ในเมื่อเห็นว่าพูดไปอีกฝ่ายก็ยังคงไม่หยุด ก็เลยได้แต่ยิ้มแหย่ๆ กลับไป ปล่อยให้อีกฝ่ายปลอบไปอย่างอิดน่าระอาใจ

ไม่นานนักอเมริกาก็เชิญเขาให้เข้าไปในห้อง ซึ่งนั้นทำให้อดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้จริง ๆ แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจหรอก ซ้ำยังคิดว่าเขาพยายามปลุกใจตัวเองอยู่อีกต่างหาก!

ปัง!

ฉันอเมริกา! มาแล้วนะ! พาไทยมาด้วยล่ะ!!”

อัลเฟรดผลัก (ในสายตาของพี่ไทยเราคือ 'พัง') ประตูเข้าไป พร้อมตะโกนสุดเสียง จนสายตาทุกคู่ตวัดฉับมาจ้องมองพวกเขา

เอกราชรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นฟรานซิสกับอีวาน ทั้งคู่มองตรงมาที่เขา พร้อมส่งรอยยิ้มตามสไตล์ของตนมาให้ พาให้ใจเอกราชเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อย่างนึกประหวั่น

มาแล้วสินะ~”

ฟรานซิส 'พุ่ง' ตัวตรงเข้ามาหาเอกราชในทันใด เล่นเอาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้องรีบขยับไปหลบอยู่หลังอเมริกาที่ยืนกันท่าเอาไว้ให้อย่างรู้ท่วงที และยังไม่ทันจะถึงตัวไทยหรือแม้แต่อเมริกา อาเธอร์ที่ยืนอยู่ถัดจากฟรานซิสไม่ใกล้ไม่ไกลก็ตรงเข้ามายันเท้าเข้ากลางตัวฝรั่งเศสงี่เง่าทันที

เอกราชนึกขอบคุณอาเธอร์และอัลเฟรดในใจ

อย่าให้มันมากนัก” อังกฤษเอ่ยเสียงเหี้ยม

ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ มาจากรัสเซียที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขณะที่อังกฤษเองนึกส่ายหน้าอย่าเหนื่อยใจระคนเอือมระอากับฝรั่งเศสเต็มทน

หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งล้อมโต๊ะกลมสีน้ำตาลใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบเนียนเกลี้ยงเกลาสวยสดงดงาม แต่บรรยากาศช่างไม่เหมาะสมกับความงามของมันเท่าไหร่นัก

ไทยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากทางรัสเซียและฝรั่งเศส

อเมริกาชิงเปิดคำถามถึงสาเหตุที่สองมหาอำนาจเก่า - ใหม่อย่างฝรั่งเศสและรัสเซียว่าทำไมถึงไม่ยอมรับไทยสักที ได้ยินคำถามแล้ว มือของหนุ่มผมน้ำตาลดำก็ประสานเข้าหากันและบีบเบาๆ อย่างนึกกังวล

เรื่องนั้นคุณพี่ให้ข้อเสนอกับไทยไปแล้วนะ แต่โดนปฏิเสธกลับมา...ฝรั่งเศสยกมือขึ้นพูดพลางส่งสายตาแพรวพราวไปให้ไทยอย่างไม่มีปิดบัง เล่นเอาอีกฝ่ายไหวตัวหน่อยๆ ด้วยความไม่สบายใจสุดๆ

นั่นเพราะข้อเสนอของคุณฝรั่งเศสมันไม่ยุติธรรมต่างหากล่ะจ้ะไทยแย้ง

ช่วยไม่ได้น้า อีกอย่าง...คุณพี่ผ่อนปรนให้ตั้งเยอะแล้วด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมรับไม่ได้อยู่ดีจ้ะ...เอกราชกล่าวด้วยสีหน้าแฝงความเศร้าสร้อยอยู่ไม่น้อย การที่จะให้เขาคืนส่วนที่กว่าจะนำกลับมาได้ด้วยความยากลำบากมันเป็นสิ่งที่ทำใจยาก แล้วอีกอย่างบริเวณส่วนนั้นเอง... ก็เป็นพี่น้องของเขานี่นา

ไม่ลองทำตามข้อเสนอของเจ้านั่นหน่อยเหรอ ไทย เสียงหนึ่งดังแทรก

คุณอังกฤษ...

ถ้าเรื่องยืดเยื้อ คงไม่ส่งผลดีกับไทยนักหรอก ลองคิดดูนะ

แต่ว่าส่วนนั้นน่ะ...

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวร ถ้าไม่ได้รับการยอมรับก็คงไม่ได้เป็นสมาชิกกับทางสหประชาชาติแน่ๆว่าจบแล้วก็หันกลับไปจิบน้ำชาต่อ

ไทยได้ฟังแล้วก็คิดอย่างจนใจ ริมฝีปากอดเม้มเข้าหากันไม่ได้ รู้สึกเหมือนกำลังจะโดนพรากครอบครัวจากไปอีกครั้ง หากจะหันไปปรึกษากับอเมริกาก็เกรงใจนัก รบกวนเขามาหลายครั้งหลายคราแล้ว อีกทั้งคำถามนี้แม้อเมริกาก็เป็นคนเริ่มต้นแต่มันก็เป็นเพราะเขาอยู่ดี

“ฉัน... ฉันอยากจะลองคุยเรื่องนี้อีกสักครั้งนะจ้ะ ถ้าคุณฝรั่งเศสไม่มีปัญหาอะไร...

คุณพี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ เมื่อไหร่ก็ได้เสมอ... แต่เร็วๆ นี้จะดีที่สุดนะ~”

เอกราชส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ฟรานซิสที่ยิ้มแวววาวแพรวพราวอย่างดูดีที่สุดในความคิดของตน (แต่คงจะน่ารำคาญและน่าสยดสยองสำหรับใครหลายๆ คน) ใบหน้าเนียนของหนุ่มเอเชียมีเหงื่อไหลซิบ

เมื่อเหตุการณ์เหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในระดับหนึ่งแล้ว อเมริกาก็หันไปถามย้ำกับมหาอำนาจใหม่ที่นั่งอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไรออกมานอกจากนั่งยิ้มในแบบฉบับของตน รอยยิ้มที่พาให้ใจของเอกราชเต้นรัวด้วยความประหวั่น

“เรื่องนั้น...” อีวานเอ่ยเสียงเนิบนาบ “ตัวไทยคุงเองก็น่าจะรู้ดีแก่ใจนะครับ... แล้วอีกอย่าง...” หยุดประโยคไว้แค่ตรงนั้นแล้วปรายตาไปมองทางอเมริกา

ราวกับมีสายฟ้าผ่าดังเปรี้ยงระหว่างทั้งคู่

คิ้วของอเมริกากระตุกเล็กน้อย เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายสื่อในทันใด อดขบเขี้ยวอย่านึกหมั่นไส้ระคนโกรธเคืองฝ่ายนั้นไม่ได้ รัสเซียทำเพียงยิ้มในแบบของตนกลับมา ไม่สนใจอารมณ์ของทางนั้นเท่าใดนัก

อังกฤษกับฝรั่งเศสเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ดูออกอยู่หรอกว่าภายใต้รอยยิ้มนั่นของรัสเซียมันแฝงไว้ด้วยอะไร อาเธอร์สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมา เมินจากสองมหาอำนาจกลับมาดื่มชาของตนอย่างพยายามไม่ใส่ใจ

ฟรานซิสได้แต่มองสลับไปมาระหว่างทั้งคู่ที่นั่งเงียบ ก่อนเบนสายตาไปมองไทยที่อยู่ข้างๆ อเมริกา และนั่งตรงข้ามกับรัสเซียพอดี เห็นใบหน้าเนียนของหนุ่มผมน้ำตาลดำดูซีดลงเล็กน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไร

เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายนาทีอยู่

“ข...” เอกราชเอ่ยเสียงแผ่วทำลายความเงียบ เรียกให้ทุกคนหันมาสนใจ “แค่ฉัน... กลับมาติดต่อกับคุณ... ก็พอใช่ไหมจ้ะ”

ช้อนนัยน์ตาขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีอเมทิสต์ที่จ้องมองกลับมา อีวานไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงยิ้มในแบบฉบับของตนแล้วลุกเดินออกไปทันที หัวใจของเอกราชหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความประหวั่นกังวลเริ่มเข้าครอบงำอีกครั้ง

โดยไม่ทันรู้ตัวก็ลุกพรวดตามอีกฝ่ายไปเสียแล้ว

 

“คุณอีวานจ้ะ!

เสียงร้องเรียกไล่หลังที่ดังตามมาทำให้เจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แอบเหลือบไปมองข้างหลังหน่อยๆ ก่อนทำท่าจะก้าวเดินต่อ เล่นเอาคนที่วิ่งตามมาใจแป้ว เร่งฝีเท้าขึ้นมาดักหน้าอีกฝ่ายทันที

รัสเซียยอมยืนนิ่งๆ ในที่สุด

“คุณอีกวาน... แฮ่กๆ...” เอกราชหอบหายใจเบาๆ “แค่นั้นจริงๆ เหรอจ้ะ? แฮ่ก... ถ้าแค่... ฉันกลับมาติดต่อกับคุณอีกครั้ง...”

อีวานนิ่งไปชั่วอึดใจ “ไทยคุงก็รู้ดีนี่ครับ” ว่าพลางส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ชวนให้คนมองตัวสั่น

 

ครั้งนี้... เขาดูต่างไปจากแต่ก่อน

 

“ฉันขอโทษจ้ะ...” เอกราชหลุบตาลง “ฉัน...”

“เอกไม่ผิดหรอกครับ” อีวานเอ่ยแทรกขึ้นมา คำเรียกที่เปลี่ยนไปชวนให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยๆ “ผมเข้าใจหรอกครับ... ช่วงนั้นเองผมก็ไม่อยากให้คุณติดต่อเข้ามาสักเท่าไหร่หรอก”

“ถ้างั้น...” เอกราชกระพริบตาปริบอย่างไม่เข้าใจ “...ทำไม...? อ่ะ!

โดยไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปกอดเอาไว้ ใบหน้าคมนั่นซุกลงไปแถวซอกคอ พาให้ใบหน้าร้อนผะผ่าว พยายามดันไหล่อีกฝ่ายออกด้วยความตื่นตกใจ แต่ก็สู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายเลยยอมอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดอีกฝ่ายไป

...มันน่าหงุดหงิดนะครับ...ว่าไหม?เสียงเดิมแต่ให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยดังอยู่ข้างหู “...ทั้งที่ขาดการติดต่อไปนานแล้วแท้ๆ

เอกราชนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างตกใจ ...ไม่มีโอกาสอีกแล้วหรือ?...

ต แต่...

นั่นสินะครับ ถ้าผมไม่ยกเลิกการคัดค้านคุณก็ไม่ได้เข้าร่วมสินะ

คุณอีวาน...

ทำไมรู้สึกแปลกไป? เอกราชรู้สึกหวาดหวั่นพรั่งพรึงในใจ กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ไม่สามารถเดาอารมณ์ของคนตรงหน้าได้เลย ทั้งที่น้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้ก็ยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่สื่อออกมานั้นแตกต่าง... เขากำลังโกรธอย่างนั้นหรือ?

ฉัน...

ผมน่ะ... ได้ยินแต่ข่าวที่คุณติดต่อหรือไม่ก็ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากอเมริกาอยู่ตลอดเวลา... นั่นสินะครับ คุณเองจำเป็นต้องมีทางนั้นนี่นะ

เอ๋? ร เรื่องนี้มันไม่--”

จะบอกว่าไม่เกี่ยวกันสินะครับอีวานพูดแทรกขึ้น เกี่ยวสิครับ มากเสียด้วย... เพียงแต่คุณไม่รู้ ว่าจบก็ขยับคลายอ้อมกอดเล็กน้อย เพื่อให้ได้มองใบหน้าของอีกฝ่าย

ฉันไม่รู้ -- อุ๊บ!?
 


 

ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างอย่างตื่นตกใจ ใบหน้าสวยซับสีระเรื่อ เมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้าแนบทับลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งยังสอดสิ่งแปลกปลอมอุ่นๆ นั่นเข้ามากระหวัดรัดควานหาความหวานไปทั่วอีกต่างหาก

หลังจากยืนนิ่งตะลึงอยู่ได้ไม่นาน เอกราชก็พยายามผลักดันคนตรงหน้าออกอย่างสุดแรง ด้วยความตกใจที่ยังคงไม่หาย บวกกับความหวาดกลัวกรายๆ ที่พุ่งเข้ามากอบกุมจิตใจ และในที่สุดก็หลุดออกจากอ้อมแขนของอีวานได้

ท...ทำไม...ตะกุกตะกักถามจากความรู้สึกข้างใน ที่ตอนนี้ราวจะปะทุ

...เอกก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะครับแต่กลับได้รับคำตอบที่คลุมเครือเป็นที่สุด

ความเงียบงันเข้าครอบคลุมโดยรอบ จนบรรยากาศอึมครึมกระจัดกระจายไปทั่วอย่างน่าอึดอัดใจ เมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่มีใครเริ่มเอ่ยปาก ต่างคนต่างจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตน ได้แต่จับจ้องมองอีกคนเบื้องหน้า

 

...เหินห่างนานเกินไป... 27 ปีมานี้ หลายๆ สิ่งเองคงเปลี่ยนไปและอาจรวมถึงเขาด้วย...

 

เอกราชคิดอย่างเศร้าใจ

เขาอยากจะใช้โอกาสนี้ติดต่อกับรัสเซียอีกครั้ง หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้นผ่านพ้นไป แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทั้งเขาและอีกฝ่ายก็ราวกับอยู่กันคนละข้าง ระบบระบอบที่พวกเขาใช้มันต่างกันเกินไป... แต่ว่า...

แต่ว่า... สำหรับเขาในตอนนี้น่ะ... แค่โอกาสก็ยังดี...

คุณอีวานจ้ะ...เอ่ยเพื่อทำลายความเงียบชวนอึดอัดใจ “...ถ้าฉันจะติดต่อคุณอีกครั้ง จะได้ไหมจ้ะ?”

เอื้อนเอ่ยถามอีกครั้ง แต่ให้ความรู้สึกต่างกันออกไป เมื่อดวงตาที่สบมามันแฝงไว้ด้วยความหมายที่มากล้นยิ่งกว่าเก่า หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เมื่อความรู้สึกหลากหลายเริ่มเอ่อล้นเข้ามาอย่างยากจะห้าม...

 

รอเพียงคำตอบเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะฉันน่ะ...ยังคงคาดหวัง...

 

 

ในบางครั้งความแตกต่างมันก็ทำให้เราอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่ก็อีกนั่นล่ะนะ เพราะยิ่งแตกต่างเลยยิ่งน่าค้นหา ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแท้ๆ แต่เรื่องบางเรื่องมันก็เกินจะทำให้เข้ากันได้ แต่เมื่อใดที่ จังหวะประสานกันอย่างลงตัว เมื่อนั้นนั่นแหละ...

...เราจึงจะมองเห็นความเหมือนในความแตกต่างนั่น...

 

“เข้าใจแล้วจ้ะ...” เอกราชเอ่ยขึ้นอย่างยอมแพ้ “ฉันจะ... คืนพวกเขาให้...”

รู้สึกมีน้ำตาคลอหน่วงอยู่ที่หางตา “ยังไงก็ ฝากดูแลพวกเขาด้วยนะจ้ะ ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ยังเป็นพี่น้องของฉัน...”

สุดท้ายก็ต้องจำใจทำอย่างนี้จนได้ ขาเรียวก้าวเดินไปตาทางด้วยใบหน้าหมองหม่น พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อดไม่ได้ที่จะเหม่อลอยด้วยความเศร้าใจ แต่เพราะคิดมากไป เลยไม่ทันได้ระวังทางข้างหน้า

ปึก!

อ่ะ! ข ขอโทษจ้ะร่างเพรียวเซถอยหลังเล็กน้อย เมื่อไปชนใครเข้าก่อนเอ่ยขอโทษ

เดินระวังหน่อยสิครับ

สุรเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้น ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างหน่อยๆ เงยหน้าขวับมองอีกฝ่ายในทันใด ถึงได้พบใบหน้าคมประดับรอยยิ้มที่คุ้นตา กับนัยน์ตาสีอเมทิสต์ที่คุ้นเคย

คุณอีวาน!ร้องออกมาแทบจะทันทีที่หลุดจากห้วงภวังค์ความคิด “...มาทำอะไรที่นี่เหรอจ้ะ?” เอกราชเอ่ยถามออกไปพร้อมรอยยิ้ม... ที่ดูเบาบางผิดปกติจนอีกฝ่ายสังเกตได้

ผมว่าจะมาฟังเรื่องด้วยนะครับ แต่ดูเหมือนจะมาช้าไป... ผลออกมาแล้วสินะครับ?”

...จ จ้ะ...ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ

เป็นอะไรไปครับเอก? คุณดูซึมกว่าปกติแล้วยังเดินเหม่อด้วยเอ่ยไถ่ถามไปด้วยความกังวลระคนห่วงใย หรือว่าเป็นเพราะผลที่... เอกครับ...?”

คำพูดที่ต้องการพูดออกมาหยุดชะงักไปเมื่อคนตรงหน้าที่มักจะแสดงออกว่าเข้มแข็งเสมอมากำลังยืนก้มหน้า ไหล่นั่นสั่นเครือชวนให้รู้สึกใจหาย เขาไม่ชอบเลยที่เห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้...

เอก...

- ฉันขอตัวก่อนนะจ้ะ... อ๊ะ?!

เอกราชรีบหันหลังกลับเพื่อหลบหน้า หากแต่ยังไม่ทันได้เดินแม้เพียงก้าวเดียว กลับถูกอีกฝ่ายโอบกอดจากทางด้านหลังพร้อมดึงรั้งให้เข้ามาใกล้กันมากยิ่งขึ้น ใบหน้าคมก้มลงมองคนในอ้อมแขนพร้อมกล่าว

อย่าไปเพิ่งไปสิครับ...

ต... แต่ฉันมีธุระด่วนนะจ้ะทั้งที่พยายามไม่ให้เสียงสั่นแล้วแท้ๆ ทำไมนะ... ทำไมกัน...

ยังไงผมก็ยังไม่ให้คุณไป...ขยับใบหน้าลงมาเกยไหล่ แล้วเอ่ยที่ข้างหู “...ตัวคุณสั่นนะครับ

ฉ... ฉัน... ไม่เป็นอะไรจ้ะ ปล่อยเถอะจ้ะคุณอีวาน

เอกราชพยายามขยับตัวหนีให้หลุดจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เป็นผล เห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นมาจับแขนที่โอบต้นไว้ พร้อมลดลงไปหวังให้อีกฝ่ายปล่อยตนเป็นอิสระ

ผมน่ะ... ชอบที่คุณจริงใจ มักทำตัวร่าเริงและก็เข้มแข็งอยู่เสมอ

เสียงแผ่วเบาราวกระซิบที่ดังขึ้น ทำให้มือของเอกราชชะงักค้าง

คุณพยายามเพื่อติดต่อกับผมอีกครั้งจนมาเป็นอัครทูตของรัสเซียจนได้...

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เพียงแค่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึกว่าช่องว่างที่เคยมีมันลดลง... ราวกับความรู้สึกบางอย่างได้เข้ามาเติมเต็มแทนที่ ความรู้สึกที่คะนึงห่วงหา ความรู้สึกที่อยากสัมผัสมัน... อีกครั้ง

 


 

แต่รู้ไหมครับ หลายครั้งที่ผมเองกก็อยากรู้บ้างว่าเอกรู้สึกยังไง ผมน่ะ ต้องการเข้าใจความรู้สึกของคุณมากที่สุด... มากกว่าใครทั้งหมดทั้งมวล

ข คุณอีวาน...

น้ำเสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างสั่นเครือ หยาดน้ำคลอหน่วงที่ดวงตาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่

ถ้าเอกกำลังร้องไห้...ว่าเสียงกระซิบพลางกระชับโอบกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ...ถ้ามันทำให้สบายใจขึ้นได้... ก็ร้องออกมาเถอะนะครับ

ทันทีที่สิ้นสุดประโยคนั้น น้ำตาหยดหนึ่งพลันร่วงรินบนใบหน้า ราวกับกำแพงบางๆ ที่พยายามสร้างขึ้นถูกทลายลงไม่มีชิ้นดี จนสุดท้ายหยาดน้ำตาก็หลั่งรินอย่างมิอาจหักห้าม ร่างกายสั่นเครือเช่นเดียวกับน้ำเสียง และหัวใจ...

ผมจะอยู่ตรงนี้... จะเป็นคนคอยปลอบคุณอยู่ตรงนี้เอง จะอยู่เคียงข้างคุณเอง...

 

...ยิ่งได้รับฟัง หยาดน้ำตาสีใสพลันยิ่งหนักหน่วง หลั่งรินแทนทุกความรู้สึกและคำพูดน้ำพันที่เอ่อล้นในหัวใจ...

 

แว่นตาทรงสี่เหลี่นมที่มักจะสวมใส่อยู่เป็นประจำของเอกราช ถูกถอดออกโดยอีกคนอย่างเบามือ เสียงสะอึกสะอื้นที่ได้ยินทำให้อีวานอดรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วยไม่ได้ ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายซุกหน้าเข้าหาราวต้องการที่พักพิงนั่น ยิ่งเห็นยิ่งปวดใจ

ค คุณอีวาน... ฮึก... จ้ะ

พยายามที่จะกลั่นคำพูดออกมา เพื่อกล่าวเรียกเสียงอู้อี้ ผละออกจากเจ้าของนามเล็กน้อย ก่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาลวกๆ และแม้น้ำตาจะเริ่มเหือดแห้งไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงสะอึกสะอื้นให้ได้ยินอยู่ไม่ขาด

ครับ?” อีกฝ่ายขานรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ขอบคุณ... ฮึก นะจ้ะ... ขอบคุณจริงๆ จ้ะ ฮึก

“…!” คำพูดที่อีวานได้ยินแม้จะเป็นเพียงความจริงใจเดิมๆ ของคนคนนี้ และเคยได้ยินจากคนในอ้อมแขนนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้... มันกลับ...

 

...มันกลับทำให้รู้สึกดีใจมาก... มากจนบอกไม่ถูก...

 

ฉันเนี่ยมัน... ฮึก แย่จริงๆ เลยนะจ้ะ...

เอ๋? ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับเอก?”

ในเวลาที่มีอะไร... สูญเสียไปแบบนี้... ฮึก...เอ่ยอู้อี้ ขณะพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่ปะปน “...ฉันกลับ... รู้สึก... ฮึก ดีใจซะได้...

...ไม่... ไม่หรอกครับ! เอกไม่ได้แย่เลยสักนิดนะ...

เอกราชรู้สึกค้างไปทั้งกายทันที เมื่อได้ยินเสียงย้อนกลับมา พร้อมแรงที่กระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นจากอีกฝ่าย

เพราะผมเอง... ก็ดีใจกับคำขอบคุณของเอกมาก... มากจนบอกไม่ถูก

ได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายกล่าวแล้ว... ก็ดันทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียเฉยๆ    

เป็นคำเดิมๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... มันมีความหมายมากมายสำหรับผม... มากๆ เลย

ยิ่งได้ยินก็ยิ่งรู้สึก... สัมผัสได้ในบางสิ่ง ร่างทั้งร่างนิ่งงันชะงักค้างราวต้องมนตร์

เอกคิดว่าเป็นเพราะอะไรเหรอครับ?”

เอื้อนเอ่ยคำถาม ส่งไปให้อีกคนที่ยังคนยืนนิ่งงันในอ้อมแขน

ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนหัวสมองขาวโพลน ราวทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เว้นเสียแต่หัวใจที่ยังคงเต้น พร้อมส่งเสียงร้องดังโครมครามภายในอกไม่หยุดหย่อนนี่เท่านั้น นัยน์ตาพร่าเลือน ไม่อาจทราบได้เลยว่าเป็นเพราะแว่นที่ถูกถอดออก หรือเพราะหยาดน้ำตาที่หลั่งริน... เพียงแค่นั้นจริงหรือเปล่า?

 

...ราวกับว่า เวลาในตอนนี้กำลังหยุดนิ่งไป...

 

ว่ายังไงครับ?”

เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา เอ่ยย้ำด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นในใจ

ความคาดหวังมากมายระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่การเริ่มต้นติดต่อกันและกันอีกครั้ง และอาจจะเป็นการปลุกความคาดหวังเดิมที่เคยมี... ความคาดหวังที่เกิดขึ้นจากการเข้าใกล้กันทางความรู้สึกที่ขยับเข้าหากันอีกครั้ง

...ทีละเล็ก ทีละน้อย...

อ... ฉ... ฉัน...คิดว่า...พยายามเรียบเรียงคำพูดที่กระจัดกระจายให้มารวมกันเป็นประโยคดีๆ คงเพราะ... ฉันกับคุณอีวาน... ใกล้กันมากขึ้น... ล่ะมั้งจ้ะ?

รู้สึกถึงหยาดน้ำตาที่ลดลงและเริ่มเหือดแห้งไป

ตอนนี้เราก็ใกล้กันอยู่แล้วนี่ครับ?

ฉันหมายถึง... ความรู้สึกน่ะจ้ะรอยยิ้มน้อยๆ แต้มบนใบหน้า มันแตกต่าง...จาก ตอนนั้น มากเลยนะจ้ะ

อีวานนิ่งเงียบไปกับสิ่งที่ได้ยิน รู้สึกว่าไม่ได้คิดผิดไปกับคำตอบของตนในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบ เอกราชจึงค่อยๆ ขยับริมฝีปากกล่าวคำอีกครา

คุณอีวานจ้ะ...

ครับ?”

ความรู้สึกที่ใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ นี้... คุณอีวานรู้สึกถึงบ้างไหมจ้ะ?”

รู้สึกสิครับตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ...ผมรู้สึกอยู่ตลอดเวลา

ใบหน้าของคนถามแต้มสีระเรื่อ รู้สึกร้อนผะผ่าวไปหมด และคงยากที่จะปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเพราะคำตอบที่ได้รับกลับมานั้น

ค คุณอีวานจ้ะ

มีอะไรอีกเหรอครับ?”

คือ...กล่าวพร้อมขยับกายเล็กน้อย คุณอีวานจะ... ปล่อยฉันได้หรือยังจ้ะ?”

อีวานนิ่งเงียบไปไม่ตอบอะไร แต่อ้อมกอดนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ค คุณอีวานจ้ะ ฉันมี...

มีธุระสินะครับ ?” เสียงทุ้มกล่าวแทรกขึ้นมา “...เมื่อกี้นี้เอกก็บอกว่ามีธุระแต่ก็ยังคุยกับผมได้ตั้งนานไม่ใช่เหรอครับ?”

นั่นมันเพราะคุณอีวานไม่ยอมปล่อยฉันต่างหากจ้ะเสียงหวานท้วง

ถ้าอย่างนั้น... ผมควรจะไม่ยอมปล่อยคุณไปเรื่อยๆ... จะได้อยู่กับเอกนานๆ ใช่ไหมครับ? อีกอย่างตอนนี้แว่นคุณก็อยู่กับผมแล้วด้วย

เอกราชทำสีหน้าบึ้งตึงน้อยๆ อดไม่ได้ที่จะอมลมข้างแก้มหน่อยๆ อย่างนี้น่ะ เรียกว่า ดื้อ ได้แล้วนะจ้ะคุณอีวาน

ผมดื้อเพราะเอกนั่นล่ะครับกล่าวเพราะกลั้วหัวเราะเบาๆ

มันเกี่ยวกับฉันยังไงกันล่ะจ้ะ!?” ร้องท้วงอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ

นั่นก็เพราะ...ก้มลงกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา “...ผมชอบคุณครับ

ฟอด

“...!!!”

สัมผัสเบาๆ ที่แก้มใสทำเอาเอกราชสะดุ้งตกใจ ใบหน้าเนียนร้อนผะผ่าวขึ้นสีแดงจัดพอๆ กันกับลูกตำลึงได้ ด้วยความเขินอาย ดวงตาคู่สวยเริ่มเลิกลัก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้ ในที่อย่างนี้

ค คุณอีวานจ้ะ ตรงนี้มัน...

ไม่มีใครเห็นสักหน่อยนี่ครับกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ...เอกอายเหรอครับ?”

ก..”” พยายามก้มลงเพื่อซ่อนใบหน้าแดงจัดของตน “...ก็อายสิจ้ะ!

พูดไปโดยหารู้ไม่ว่าใบหูของตนก็ขึ้นสีระเรื่อจนอีวานอดที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเอ็นดูในความซื่อตรงและน่ารักของคนในอ้อมกอดไม่ได้ ก็เพราะอีกฝ่ายเป็นแบบนี้อย่างไรเล่า...

หัวเราะทำไมกันจ้ะ! ไม่มีอะไรน่าหัวเราะสักหน่อย...

เอกราชพูดเขินๆ อีกทั้งไม่เงยหน้าขึ้นมาทำให้อีกคนยิ้มออกมาอย่างหุบไม่อยู่

ผมมีความสุขนะครับ

“...?”

ถ้าเราเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงจะดีสินะครับ

ว่าจบก็คลายอ้อมกอดออกแล้วเชยคางคนกำลังงงให้เงยขึ้นมามอง เมื่อเอกราชเห็นรอยยิ้มของอีวานที่ดูเจือไปด้วยความเศร้าจางๆ ชวนให้รู้สึกตกใจ หรือ... อาจจะเป็นเพราะไม่ได้ใส่แว่นก็ได้...

ฉันเชื่อนะจ้ะ ว่าถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเราก็จะเป็นแบบนี้ได้เสมอ... หรือถ้าคุณอีวานไม่เชื่อ เรามาทำสัญญากันไหมจ้ะ?”

สัญญา...?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นสูง

ใช่จ้ะ สัญญา...เอกราชแย้มยิ้ม “...เป็นสัญญาที่มาจากความรู้สึกไม่ใช่แค่สัญญาบนใบกระดาษนะจ้ะ เพราะสัญญาบนกระดาษแค่ฉีกขาดไปก็ไม่มีความหมายแล้ว

ทำยังไงเหรอครับ...?”

คุณอีวานทำเป็นอยู่แล้วล่ะจ้ะ มันอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่สำหรับฉันแล้วสัญญาแบบนี้มีความหมายมากที่สุด...ว่าจบก็ยกนิ้วก้อยข้างซ้ายขึ้นมา “...เกี้ยวก้อยสัญญาไงจ้ะ

...เหมือนจะตาฝาดไป เมื่อความเศร้าจางๆ บนรอยยิ้มนั้นเลือนหายไปแล้ว...

ตกลงอยู่แล้วล่ะครับขยับมือไป เกี่ยวก้อย สัญญากับนิ้วของอีกฝ่ายอย่างสุขใจ

คำสัญญาที่ไม่เอื้อนเอ่ยออกมา สัญญาที่หลายคนอาจจะมองเป็นแค่การสัญญาเลือนรางไร้ความหมาย แต่มันเป็นสัญญาสำหรับการไว้เนื้อเชื่อใจ และการให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดีที่สุด... ลึกซึ้งที่สุด..

 

แม้ตอนนี้ความรู้สึกของเราอาจจะแค่ขยับเข้าหากันทีละเล็กละน้อย

แม้สักวันหนึ่งอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

แต่ในสักวันหนึ่งความรู้สึกเหล่านั้นจะขยับเข้าหันกันมากขึ้นเกินคำว่า เหมือนเดิม

 

...พวกเราเชื่อเช่นนั้น...

...และยังคงเชื่อตลอดไป...

ผลงานทั้งหมด ของ White&Fai

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:09
    รัสเซียไทย คือ ดีงาามมมม
    #8
    0
  2. #7 เคะเถื่อน
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 21:29
    โอ้เย้ อามฟีลลิ่งกู้ด~
    #7
    0
  3. วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 20:23
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก โดนดาเมจจจจจจจจจจจจจจจ
    ชอบคู่นี้ที่สุดเลย กรี๊ดดดดดดดดดดดดด แต่งอีกเยอะๆสิคะะะะะะ!!!!!!
    #6
    0
  4. วันที่ 18 มกราคม 2556 / 07:16
    ร้องไห้กับฟิค T^T
    รัสเซียทำไมทำกับไทยได้ ~~~~~~ ORZ
    #5
    0
  5. #4 Ball
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 23:32
    ชอบค่ะ>
    #4
    0
  6. #3 สาววกแว่นตากรอบสีน้ำเงินเข้ม
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 15:53
    คู่นี้น่ารักจริงๆเลยจ้ะ!!! >///<

    คุณอีวานอ่อนโยนกับเอกราชคุงมากกกกก อิจฉาาา #ไม่ใช่

    แต่งแบบนี้อีกได้มั้ยฮะ? น่ารักเกินนนน ไม่ไหวววว
    #3
    0
  7. วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 15:01
    คู่นี้น่ารักมากๆเจ้าคะ!!!!!!!!!!
    #2
    0
  8. วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 23:47


    Yahoo!! Aegaratt(เอกราช) กะ Ivan(อีวาน)
    #1
    0