[Fic KHR / Reborn] ผมคือพ่อบ้านประจำตัวเจ้าชายครับ [Yaoi] [OC/B & OC/Jill]

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 พ่อบ้านกับมุมมองของราชิเอล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    27 ม.ค. 63

รูปà¸à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง

ตั้งแต่ตอนไหนกันนะที่ราชิเอลเกลียดน้องชายฝาแฝดของเขา...เขาเกลียดเบลเฟกอลงั้นหรอ?

ราชิเอลเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าทำไมเขาถึงเกลียดเบลเฟกอลทั้งขนาดอยากจะฆ่าให้ตาย 

ตั้งแต่จำความได้เขาก็เห็นเด็กคนหนึ่งที่มีใบหน้าที่คล้ายคลึงกัน เรือนผมสีทองสว่างหน้าม้ายาวลงมาจนปกปิดดวงตาของพวกเขาทั้งคู่ ร่างกายที่ผอมบาง โครงหน้าที่เหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่มีเพียงปานรูปพระจันทร์เสี้ยวที่อยู่บริเวณข้างสะดือที่สลับด้านกันบ่งบอกว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน

แต่ดวงจันทราบนท้องนภาต้องมีเพียงดวงเดียวเท่านั้น

เสียงของเหล่าขุนนางในวังมักพูดบางอย่างให้เขาได้ยินเป็ประจำ คำพูดว่าร้ายน้องชายของเขา อีกทั้งยังเอาอกเอาใจราชิเอลจนรู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้นช่างวิเศษมากกว่าน้องชายของตน และนั้นจึงกลายเป็นจุดด่างอีกจุดที่ราชิเอลไม่อยากให้อภัยตัวเองในวัยเด็ก มันเป็นการทำหน้าที่พี่ชายที่แยกมาก...ราชิเอลเป็นคนทิ้งเบลเฟกอลให้อยู่เพียงคนเดียวในเงามืด...

จนวันนั้น วันที่พ่อบ้านประจำตัวของราชิเอลและเบลเฟกอลเดินมาหาเขา พร้อมกับพาตัวขาไปที่ใดสักแห่งที่เขาไม่รู้ว่าคนอายุมากกว่าจะพาเขาไปที่ไหน แต่เมื่อมาถึงที่หมายราชิเอลก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เพราะมั้นคือมุมมืดในทางเดินแห่งหนึ่ง ขุนนางชั้นสองสองคนกำลังคุยกันด้วยใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มเมื่อที่ราชิเอลเคยเห็น มันเต็มไปด้วยความเฉยชาจนดูน่าหวาดกลัวเกินไป บรรยากาศรอบข้างทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วงไปหมด...

"เป็นยังไงบ้างเจ้าเด็กคนนั้นน่ะ..."

"อ๋อ โอรสคนโตน่ะหรอ? นับวันเด็กคนนั้นยิ่งสะสมความเกลียดเข้าไปมากขึ้นกว่าเดิม นั้นเป็นเรื่องที่ดีเลยเพราะว่าถ้ายิ่งเด็กคนนั้นเกลียดน้องชายตัวเองมากแค่ไหน เราก็จะสามารถเอาตัวโอรสคนเล็กไปขายได้โดยที่ทำเป็นว่าอยู่ๆโอรสคนเล็กก็หายไปแบบไม่มีสาเหตุ ยังไงองค์ราชาก็เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะเขาไม่ต้องการเด็กที่ไร้ความสามารถแบบนั้นหรอกนะ ถ้าโอรสคนโตดันไปสนิทกับเจ้าเด็กนั้นจะทำให้แผนของเรายากขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ"

"นั้นสินะ"

ราชิเอลเบิกตากว้างเมื่อได้รับรู้ถึงแผนการที่ถูกวางไว้ ภาพของเบลเฟกอลที่พยายามจะเอาชนะเขาที่เป็นพี่ชายลอยเข้ามาในหัวของราชิเอล หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงมองว่าน้องชายของตนช่างโง่เง่าเสียจริง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางชนะเขาได้แต่ก็พยายามจะเอาชนะเหมือนอยากจะครอบครองบันลังค์ที่เขานั้นจะได้รับมอบต่อมาจากผู้เป็นพ่อ

เพราะว่าเป็นตัวตนที่ไร้ค่าเลยต้องถูกกำจัดงั้นหรอ?...

จิตใจของราชิเอลเริ่มปั่นป่วนไปหมด เสียงกระซิบบอกให้เกลียดเบลเฟกอลยังคงดังอยู่ในหูของเขา และด้วยความที่เป็นเพียงเด็กน้อยเลยคล้องตามคำพูดเหล่านั้นไปอย่างง่ายดาย แต่ว่าบางสิ่งบางอย่างในจิตใจของเขากำลังกู่ร้องบอกว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นไม่ถูกต้อง ราชิเอลนั้นเคยวาดฝันว่าอยากจะเป็นราชาที่ดูแลประชาชนด้วยความรักและความเมตตาเช่นดั่งผู้เป็นบิดาของเขา แต่เมื่อมองกลับกัน...โลกแห่งความจริงมันไม่ได้สวยหรูเลย...

เขากำลังผลักไสไล่ส่งให้พี่น้องร่วมสายเลือดของเขาไปตายงั้นหรอ?

การกระทำของเขากำลังส่งผลกับเบลเฟกอลโดยที่ราชิเอลไม่เคยรู้มาก่อนเลย โจชัวได้เพียงมองด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งก่อนที่จะอุ้มร่างของราชิเอลขึ้นมาในอ้อมแขนและพาไปหาที่สำหรับสงบจิตใจที่วับสนวุ่นวาย ใบหน้าเล็กของราชิเอลขยับเข้าซุกแผ่นอกแกร่งขิงคนอายุมากกว่าแล้วหลับตาลงจิตนาการว่าเบลเฟกอลกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่...

คำพูดดูถูก...การผลักไสไล่ส่ง...ถูกมองข้าม...โดนลดตัวตน...โดดเดี่ยวอยู่กับความมืดมิดไร้เแสงสว่าง...

จนสุดท้ายจิตใจที่บิดเบี้ยวนั้นก็จะเหลือแค่ความโกรธแค้นและเกียจชังที่สามารถเผาผลานได้ทุกสิ่งบนโลกนี้...

นั้นไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยอายุเพียงเลขหลักเดียวต้องมาเจอ...

ดวงเนตกลมโตของราชิเอลเปิดขึ้นมาเมื่อโจชัววางร่างของเขาให้ยืนกับพื้นอย่างนุ่มนวล มือแกร่งที่ถูกสวมด้วยถุงมือนั้นลูบหัวของเขาอย่างปลอบประโลมและอ่อนโยน น้ำเสียงทุ่มนุ่มนวลนั้นบอกว่าเขายังสามารถแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างได้ สมองอัจฉริยะที่เปิดกว้างขึ้นเริ่มประมวลผลแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกับคนที่เป็นพ่อบ้านของตน

"พาฉันไปหาเบล"

และหลังจากนั้นพวกเขาก็พสกันเดินไปหาเบลเฟกอล เพราะเหตุใดไม่สามารถรู้ได้ ราชิเอลเหมือนเห็นรอยแตกที่ร่างกายของเบลเฟกอล มันเหมือนเป็นภาพหลอนแต่สามารถบ่งบอกได้ว่าตอนนี้เบลเฟกอลไม่ต่างจากกระจกหรือแก้วน้ำที่มีรอยร้าวใกล้แหลกสลายเต็มที่แล้ว...

ตัวตอนเขาเบลเฟกอลกำลังบิดเบี้ยวเกินกว่าที่เขาจะสามารถช่วยรักษารอยแตกร้าวนั้นได้...

สิ่งที่ราชิเอลทำได้นั้นคงเป็นเพียงการโอบกอดแล้วขอโทษกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป...

ขอโทษที่เขากลายเป็นคนหนึ่งที่ทำให้น้องชายฝาแฝดต้องเจ็บปวด...

และหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็เริ่มปรับความเข้าใจกันด้วยการพูดคุยที่เปิดใจ นั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีตั้งแต่จำความได้ที่เขาได้เห็นน้องชายยิ้มด้วยความสุขราวกับพึ่งได้ยิ้มแบบนี้เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นเบลเฟกอลก็นอนหลับกลางวันไปแม้จะกำลังนอนบนตักของเขาอยู่ก็ตาม

"ทำดีแล้วครับองค์ชายใหญ่ ผมไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นมานานแล้วนะครับ"

"อืม..."

ราชิเอลเพียงส่งเสียงตอบในลำคอ มือเล็กๆของเขาลูบไปทั่วศรีษะที่ประดับเรือนผมสีทองสว่างเช่นเดียวกับเขา แฝดคนพี่รับน้ำชามาดื่มอย่างใจเย็นในขณะที่ปล่อยให้น้องชายของเขานอนหลับไหลจมอยู่กับนิทราต่อไป หลังจากนี้คงจะดีไม่น้อยหากน้องชายของเขานั้นจะไม่ฝืนตัวเองในการเอาชนะคนเป็นพี่ชายอย่างเขา

ราชิเอลกำลังนึกถึงช่วงเวลาที่เขาเคยทะเลาะกัน ทั้งการปาสิ่งของหรือขนมใส่กัน อีกทั้งยังมีการจิกผมของกันและกันอีกตังหาก...

และอีกเรื่องที่เขานั้นได้ตัดสินใจ...เขาไม่อยากเป็นราชาเพื่อปกครองเมืองบ้าบออะไรนั้นแล้ว...

มันยึดติดจนเกินไป...

ตำแหน่งราชาที่ดูสวยหรู มันถูกเปลี่ยนเป็นกรงสีทองที่กักขังนกน้อยอย่างเขาไว้ไม่สามารถโบยบินได้อย่างอิสระ และหลังจากนั้นเขาก็จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ถึงวิธีบินเมื่อกรงทองนั้นถูกเปิดออกหรือถูกทำลายลงไป นั้นช่างเป็นผลเสียที่ดูโหดร้ายเหลือเกิน เพราะอย่างนั้นแล้วเขาจะอยู่กับน้องชายและพากันโบยบินอย่างอิสระในท้องนภาสีครามสดใสสวยงาม...

แต่เขาอยากเป็นราชาที่โบยบินได้อย่างอิสระตังหาก

ราชิเอลยกยิ้มก่อนที่เวลาต่อมาจนเขาอายุได้เพียงแปดปี โจชัวพ่อบ้านที่แสนดีเพียงหนึ่งที่มอบความเท่าเทียมให้กับเขาและเบลเฟกอลกำลังจะถูกขับไล่ออกไปจากชีวิตของเขา นั้นทำให้ราชิเอลรู้สึกว่าภายในใจของเขาเริ่มปั่นป่วนอีกครั้งเหมือนกับตอนที่เขานั้นได้รับรู้ถึงแผนการของขุนนางชั้นสูง

พอรู้ตัวอีกทีมีดทำครัวในมือก็แทงเขาร่างกายของมนุษย์...ร่างกายของเขาแปดเปื้อนไปด้วยเลือด...

หลังจากนั้นเขากับเบลเฟกอลก็ถูกโจชัวส่งไปยังหน่วยลอบสังหารวาเรีย มันเหมือนเป็นที่สำหรับรวมคนที่แปลกประหลาดเอาไว้ด้วยกัน แต่ภายใต้คำว่าการสังหารก็ยังมีความคล้ายกับที่สามารถสัมผัสมันด้วยจิตใต้สำนึกส่วนลึก ราชิเอลยังคงจำเสียงหัวเราะหลังจากการฝึกสุดโหดจากฉลามคลั่งสีเงินได้เป็นอย่างดี...

แต่มันก็มีครั้งหนึ่งที่ฝันร้ายเกี่ยวกับการที่เขาทิ้งเบลเฟกอลตามมาหลอกหลอนเขา...

เขาฝันว่าเบลเฟกอลแทงเขาด้วยมีดหลังจากการเก็บความเกลียดแค้นเอาไว้...

ราชิเอลมักชอบสะดุ้งตื่นมายามราตรี เขาจับจ้องมองเบลเฟกอลที่ยังคงหลับอยู่อีกฝั่งของเขา เด็กชายอายุเพียงเก้าขวบจับจ้องมองใบหน้าคมได้รูปของพ่อบ้านหนุ่มที่ยอมมานอนกับพวกเขาทั้งสองคน ริมฝีปากคมได้รูปเห็นได้เลือนลางจากความมืดมิด แต่ไวกว่าความคิดใบหน้าเล้กของราชิเอลก็ก้มลงไปประกบริมฝีปากคมแล้วผละออก

คนเดียวที่ตื่นอยู่ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง มือเล้กเช็ดเหงื่อที่ไหลตามใบหน้าของเขาออกไป ก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้งเพราะเขามั่นใจว่าจะไม่กลับไปฝันร้ายเช่นเดิมอีกครั้ง...

ทุกครั้งที่เขาฝันร้าย...แค่เพียงจูบโจชัว...

เมื่อหลับไหลลงไปอีกครั้ง...เขาก็จะฝันถึงอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและรอยยิ้มของโจชัวและเบลเฟกอล...

รูปà¸à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #50 kuin326 (@kuin326) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 19:59

    นว้องงงงงง
    #50
    0
  2. #49 KAsu_w (@w2345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 19:40

    คนอื่นดูฟินกับฉากจูบนะคะ แต่นี่จะร้องไห้

    ทำไมมันหน่วงเช่นนี้
    #49
    0
  3. #48 Bjakx (@0872160144) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 16:47

    อบอุ่นหัวใจเลย~พยายามเข้าเด้อไรท์~
    #48
    0
  4. #47 Akari seiya (@kwanvbl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 16:32
    โอ้ยยยย หนูลูก หนูจะไปแอบจูบพี่เค้าอย่างงั้นไม่ด้ายยยย
    #47
    0