คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Reborn / KHR] ยามบุบผางามร่วงโรย [Byakuran x Rasiel] [END]

สายลมที่พัดพาทำให้กลีบแสนเบาบางของบุบผางามร่วงโรยลงสู่พื้นธรณี ดวงนัยน์ตาสีใสคล้ายโอปอลเม็ดงามจับจ้องไปยังบุบผาแสนงดงามที่เขาเคยครอบครองจับจองเป็นเจ้าของ แต่ตอนนี้...บุบผางามได้ตายลงแล้ว...[Yaoi]

ยอดวิวรวม

420

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


420

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 มี.ค. 62 / 22:04 น.
นิยาย [Fic Reborn / KHR] غҧǧ [Byakuran x Rasiel] [END] [Fic Reborn / KHR] ยามบุบผางามร่วงโรย [Byakuran x Rasiel] [END] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ยามบุบผางามร่วงโรย

 à¸£à¸¹à¸›à¸ à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง 




[Byakuran And Rasiel]
เขาคือหัวหน้า ส่วนเขาคือลูกน้อง
เขาคือผู้มีพระคุณ ส่วนเขาคือผู้ติดหนี้บุญคุณ
เขาคือคนที่เด็ดยอดบุบผางาม ส่วนเขาคือบุบผางาม

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 มี.ค. 62 / 22:04


ผลการค้นหารูปà¸à¸²à¸žà¸ªà¸³à¸«à¸£à¸±à¸š Flower petals gif


 

คำเตือน

มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชายรักชาย และเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก


 

[แก้คำผิดครั้งที่ 1 : 20 / 3 / 2019]

[แก้คำผิดครั้งที่ 2 : 23 / 3 / 2019]


 

รูปà¸à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง


 

คุณกำลังถามฉันว่าเรื่องราวนี้มันเริ่มต้นจากตรงไหนกันน่ะหรือ?...


 

แสดงว่า...คุณอยากรู้จุดเริ่มต้นและจุดจบของเรื่องราวนี้ใช่หรือไม่...?


 

งั้น...ตั้งใจฟังเรื่องราวต่อจากนี้ให้ดีนะ...


 

ต่อจากนี้คือจุดเริ่มต้นและจุดจบของเรื่องราวที่มีนามว่า 'ยามบุบผางามร่วงโรย' ...


 

รูปà¸à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง


 

เขากำลังจะตาย...


 

นั้นคือสิ่งที่เข้ามาในห้วงจิตสำนึกของเด็กชายคนหนึ่งที่นอนหายใจรัวรินกับพื้นพรมในห้องของเขา...หยาดโลหิตสีฉาดไหลรินออกมาตามแผลบนร่างกายราวกับว่ามันไม่มีทางที่จะหยุดไหลเหมือนสายน้ำตกจนทำให้บริเวณพื้นที่เขานอนอยู่เต็มไปด้วยหยาดโลหิต...


 

กลิ่นอายความตายวนอยู่รอบกายเล็กที่สั่นเทาด้วยความกลัว...ร่างกายเริ่มรู้สึกชาเพราะอาการเสียเลือด...ดวงตากลมใต้ม่านเรือนผมสีทองสว่างเริ่มพร่ามัวราวกลับว่าในตอนนี้ตัวเขาทำได้แค่ยอมรับความตายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...


 

ใครก็ได้...ช่วยเขาด้วย...


 

เขา...ยัง...ไม่อยากตาย...


 

คำภาวนาและความปรารถนาที่จะมีชีวิตต่อไปนั้นคือสิ่งที่ออกมาจากจิตสำนึกของเด็กชาย...หยาดน้ำตาสีใสค่อยๆไหลรินออกมาจากเบ้าตาดวงกลมราวกับว่าหวาดกลัวความตายอย่างถึงที่สุด...


 

ไม่มีใครอยากตายทั้งๆแบบนี้หรอกนะ...การตายที่ไร้ค่าแบบนี้...เขาไม่ต้องการมัน...


 

ราวกลับคำภาวนาต้องการจะมีชีวิตอยู่ของเขานั้นส่งผ่านไปถึงพระผู้เป็นเจ้า...ดวงตากลมแสนเลือนลอยใต้ม่านเรือนผมจับจ้องร่างของชายคนหนึ่งเดินมาใกล้ร่างของเขา...แต่ในตอนนี้นั้นเปลือกตาของเขากลับรู้สึกหนักอึ้งจนเขานั้นค่อยๆหลับตาลงไปอย่างเชื่องช้า...


 

เสียงฮัมเพลงเบาๆในลำคอดังมาจากร่างของชายผู้มาใหม่ ดวงนัยน์ตาคู่คมสีสวยคล้ายโอปอลเม็ดงามจับจ้องร่างของเด็กน้อยที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนที่เขาจะค่อยๆช้อนตัวของเด็กชายขึ้นมาในอ้อมแขนแกร่ง บาดแผลบนเรือนร่างเล็กจางหายไปจนเหมือนกลับว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนของชายหนุ่มไม่เคยมีบาดแผลมาก่อน


 

"ฮึม~ เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆเลยนะ~"


 

นั้นคือคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากคมได้รูป ดวงนัยน์ตาสีโอปอลจับจ้องใบหน้าเล็กที่ถูกปกปิดด้วยม่านเรือนผมสีทองสว่างก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงไปจับจ้องจมูกเล็กที่เชิดรั้นขึ้นราวกลับกำลังบ่งบอกถึงความดื้อรั้นของเด็กน้อยในอ้อมแขนของเขา แล้วค่อยๆเลื่อนสายตาลงไปมองที่ริมฝีปากเล็กสีสดใสเหมือนกลีบบุบผางามนั้นชวนให้เขารู้สึกอยากครอบครอง


 

"น่ารัก...น่ากินดีจริงๆเลยนะ~"


 

ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะก้าวเดินไปเปิดหน้าต่างบานใหญ่ ดวงนัยน์ตาคู่คมสีสวยจับจ้องท้องนภาสีสดใสที่ประดับไปด้วยเหล่าเมฆาสีนวล ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มกว้างก่อนที่ปีกสีขาวบริสุทธิ์จะค่อยๆหงอกออกมาจากแผ่นหลังแกร่งนั้นทำให้ชายหนุ่มเริ่มออกตัวบินออกจากคฤหาสน์ราชวงศ์แห่งนี้เพื่อพาเด็กน้อยในอ้อมแขนกลับไปยังฐานทัพของเขาเอง


 

"เด็กคนนี้ต้องมีประโยนช์กับฉันแน่ๆในอนาคต..."


 

"ทนรอให้ฟื้นไม่ไหวแล้วสิ~"

.

.

.

.

เวลาผ่านไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง เรือนร่างเล็กของเด็กน้อยค่อยๆขยับเล็กน้อยราวกับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กชายตัวเล็กที่หลับไหลบนเตียงนั้นฝื้นจากอาการเสียเลือดมากแล้ว ดวงนัยน์ตากลมสีฟ้าสดใสใต้ม่านเรือนผมสีทองลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและพยายามปรับโฟกัสสายตาของตนเล็กน้อย


 

"อือ..."


 

ดวงนัยน์ตากลมจับจ้องสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มันคือ...ใบหน้าคมของชายคนหนึ่งที่มีเรือนผมสีนวลชี้ฟูขึ้น...และในตอนนี้ชายตรงหน้าของเขากลับฉีกยิ้มกว้างให้เขาอย่างอารมณ์ดีและทำให้เขาไม่สามารถเห็นดวงตาคู่นั้นได้เพราะว่าถูกเปลือกตาปิดอยู่แสดงถึงความอารมณ์ดีสุดๆของคนตรงหน้าเขา...


 

แต่ว่า...ใบหน้าคมนั้นใกล้ใบหน้าของเขาจนเกินไป...


 

"อรุณสวัสดิ์นะเด็กน้อย~"


 

"ว๊ากกกก ปีศาจสีขาวววว!"


 

โป๊กกก!!


 

เสียงของแข็งกระทบกันดังขึ้นมาพร้อมเสียงร้องโอดครวญด้วยเจ็บปวดของเด็กชายและชายหนุ่ม มือเล็กกุมบริเวณหน้าผากของตนหลังจากที่เขาเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงนั้นทำให้หน้าผากของเขาทั้งคู่กระแทกกันอย่างแรง ดวงนัยน์ตากลมใต้ม่านเรือนผมสีทองสว่างจับจ้องไปที่ร่างของชายหนุ่มเรือนผมสีนวลที่กุมหน้าผากอยู่ข้างเตียงนอนของเขาอยู่เช่นกัน


 

"แกเป็นใคร!"


 

เด็กน้อยตะหวาดเสียงกร้าวออกมาก่อนที่จะขยับถอยหนีอย่างหวาดระแวง ก่อนที่เขาจะก้มลงมองเมื่อไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลต่างๆจากของมีคม เขานั้นเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจพลางหาของใกล้ตัวมาป้องกันตัวเอง


 

ไม่มีอะไรใช้เป็นอาวุธได้เลย...


 

"ใจเย็นสิเด็กน้อย~"


 

ชายหนุ่มเลิกกุมหน้าผากพลางเงยหน้าขึ้นมามองร่างเล็กของเด็กชายที่เขยิบไปนั่งสุดหัวเตียง ก่อนที่จะคลี่ยิ้มบางๆออกมาเมื่อเห็นท่าทีเหมือนลูกแมวตัวเล็กกำลังขู่ฝ่อเขาอยู่ นั้นทำให้ดวงนัยน์ตาคู่คมคล้ายเม็ดโอปอลงามเป็นประกายขึ้นมาอย่างนึกเอ็นดูในตัวของเด็กน้อย


 

"เธอนี่น่ารักจังเลย~"


 

จิตสังหารรุนแรงพุ่งออกมาจากร่างของเด็กน้อยตรงหน้าราวกลับว่าตัวของเขาไม่ชอบให้คนตรงหน้าบอกว่าเขานั้นน่ารัก แต่จิตสังหารที่แรงกล้านี้กลับทำให้ชายหนุ่มคลี่ยิ้มราวถูกอกถูกใจในตัวของเด็กน้อยตรงหน้ามากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่เขาจะเลียริมฝีปากคมของตนอย่างแผ่วเบา


 

สัญชาตญาณนักฆ่าแรงจริงๆเลยนะเนี้ย...


 

แถมดื้อกว่าที่คิดด้วย...เขาจะไหวไหมนะ~ แต่ถึงแบบนั้นจะต้องไหวอย่างเดียวเท่านั้นแล้วล่ะ~ เพราะว่าเด็กคนนี้มีประโยชน์ต่อการเป็นนกต่อสำหรับจัดการกับวองโกเล่ แฟมมิลี่...


 

และเด็กคนนี้ยังเหมาะสมสำหรับเก็บไว้ข้างกายเป็นคู่ครองที่ดีของเขาในอนาคตอีก~


 

"แหม อย่าทำท่าระแวงกับแบบนี้สิ ฉันเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้นะ เชื่อใจฉันหน่อยสิเด็กน้อย"


 

เมื่อได้ยินคำว่าช่วยชีวิตเด็กน้อยค่อยๆหายระแวงอีกคนไปอย่างเชื่องช้า ดวงนัยน์ตาคู่กลมใต้ม่านเรือนผมจับจ้องใบหน้าคมและจ้องลึกไปในดวงนัยน์ตาสีสวยคล้ายโอปอลล้ำค่าที่ไม่มีแววความมุ่งร้ายอยู่ในนั้นเลยได้แต่นั่งนิ่งไป


 

"แล้ว...คุณคือใคร?"


 

เด็กน้อยเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยในขณะที่ดวงนัยน์ตากลมยังคงจับจ้องร่างของชายหนุ่มตรงหน้าที่คลี่ยิ้มขี้เล่นให้กับเขา ก่อนที่จะพยายามเอนตัวหลบมือแกร่งที่พยายามเอื้อมมาลูบเรือนผมของเขาราวกับเป็นเด็กน้อยที่ดื้อดึงไม่ยอมให้คนอายุมากกว่าลูบหัว


 

ดื้อจริงๆเลยนะเด็กคนนี้...


 

"ฉันชื่อเบียคุรัน เป็นบอสของมิลฟีโอเล่ แฟมมิลี่ แล้วเธอล่ะเด็กน้อย?"


 

"มิลฟีโอเล่แฟมมิลี่?...มาเฟียสินะ...ผมราชิเอล มงกุฎราชกุมารแห่งวีโควาโร่ และผมคือเจ้าชายอัจฉริยะแห่งราชวงศ์นี้"


 

ดวงนัยน์ตาคู่คมมองท่าทีมั่นใจของเด็กชายที่กล่าวบอกว่าตัวของตนนั้นเป็นอัจฉริยะ มือแกร่งพยายามเอื้อมไปเกลี่ยม่านเรือนผมออกเพื่อที่จะได้เห็นดวงตาใต้ม่านเรือนผมสีทองสว่างนั้น แต่กลับถูกมือเล็กของราชิเอลปัดออกไปเหมือนไม่ต้องการให้มายุ่งวุ่นวายกับดวงตาของเขา


 

"เอ๊ะ...ดูไม่ได้หรอ?"


 

เบียคุรันเอ่ยออกมาอย่างสงสัยเมื่อเด็กน้อยตรงหน้าไม่ยอมให้เข้าได้เห็นดวงตาด้านใต้นั้น ริมฝีปากเล็กเรียวสีสวยเบ้เล็กน้อยเหมือนเขาเหม็นเบื่อคนที่ต้องการจะเห็นดวงตาที่เขานั้นปกปิดเอาไว้ด้วยม่านเรือนผมสีทองสว่างนี้


 

"ถ้างั้น..."


 

พึบ!


 

เบียคุรันขยับร่างกายเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างรวดเร็วจนทำให้ราชิเอลส่งเสียงร้างอย่างตกใจ มือแกร่งรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างนั้นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเพื่อกันการที่เด็กน้อยจะขัดขืนตัวของเขาได้ มือแกร่งค่อยๆเกลี่ยม่านสีทองสว่างออกไปนั้นทำให้ดวงนัยน์ตาคู่กลมสีฟ้าสดใสราวกลับท้องฟ้ายามไร้เมฆาประดับปรากฎสู่สายตาของเขา ดวงนัยน์ตาคู่คมสีโอปอลกระพิบถี่ๆอย่างไม่เชื่อสายตาว่าคนตัวเล็กใต้ร่างของเขานั้นจะมีหน้าตาที่น่ารักน่าชังได้ขนาดนี้


 

ตัดกับนิสัยสุดๆไปเลยแหะ...


 

"ห-ห้ามมองนะ! อย่ามองตาของผมนะ!! ห-ห้ามคนที่ไม่สนิท ห-เห็นดวงตาเป็นอันขาด!"


 

ราชิเอลส่งเสียงประท้วงออกมาราวกลับว่าต้องการให้อีกคนไม่มองดวงตาของเขา เด็กชายพยายามหลับตาลงแน่นเพื่อไม่ต้องการให้อีกคนเห็นดวงตา แต่ท่าทีที่น่ารักนั้นกลับทำให้เบียคุรันกลับรู้สึกชื่นชอบใหนตัวของราชิเอลขึ้นไปอีก


 

เป็นเด็กที่มีสเน่ห์หลายๆอย่างในตัวนะเนี้ย...


 

อยากได้...มาอยู่ในครอบครอง...


 

นัยน์ตาคู่คมคล้ายโอปอลฉายแววความต้องการขึ้นมาต่างกับก่อนหน้านี้ที่ฉายแววความขี้เล่นและอ่อนโยน ริมฝีปากคมขยับไปจูบเบาๆที่เปลือกตาสีนวลที่ปกปิดนัยน์ตาคู่สวยเอาไว้ ร่างกายของเด็กน้อยสะดุ้งตัวเมื่อถูกจูบที่เปลือกตาก่อนที่จะส่งเสียงร้องอื้ออึงเมื่อมือแกร่งกำลังพยายามปลดเสื้อผ้าตัวบางที่เขานั้นสวมใส่อยู่ออกไป


 

"อ-ออกไปนะ!"


 

 

[จิ้ม]


 

และแล้ว...


 

กาลเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆอย่างเชื่องช้า จากเด็กน้อยตัวเล็กอายุเพียงแปดปีก็กลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุยี่สิบหกปี ใบหน้าเล็กที่เคยฉายแววความน่ารักน่าเอ็นดูตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเรียวสวยที่ฉายแววความหยิ่งทะนงในตนเอง เรือนร่างเล็กค่อยๆกลายเป็นเรือนร่างบางสูงโปร่งแต่กลับดูสมส่วนถ้าเทียบกับหลายๆคนที่อายุใกล้เคียงกับตัวของเขา


 

"อืม..."


 

ร่างของราชิเอลนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตัวที่เขามักชอบนั่งเพราะเวลาเขาไปทำภารกิจมักใช้เก้าอี้ตัวนี้บินไปบนฟ้าด้วยพลังไฟของเขาเอง เพราะตัวของเขานั้นคิดว่าราชาเช่นเขาไม่จำเป็นต้องลงไปวิ่งหรือเดินด้วยตัวของเขาเองให้เสียแรงเปล่า...


 

แต่ถึงแบบนั้น...ต่อให้เขาจะเป็นราชาแต่เขาก็ยังคงอยู่ใต้คำบัญชาของผู้เป็นนายเหนือหัว...


 

และเป็นคนรักของเขา...


 

"ราชิเอลคุง~"


 

มือแกร่งของใครสักคนที่มาพร้อมเสียงเรียกชื่อของเขา นั้นทำให้ชายหนุ่มพอรู้ได้ว่าใครกันที่มาเยี่ยมเขาในยามพักผ่อนนี้ มือเรียวขยับไปจับกรอบใบหน้าคมที่ยื่นมาหาเขาพลางค่อยๆประกบริมฝีปากเข้าด้วยกันอย่างแผ่วเบาแล้วผลักออกมาเพื่อที่เขาจะได้นั่งอ่านเอกสารต่อไปได้อย่างไม่มีอะไรขัดข้อง


 

"คิดถึงเธอจังเลยบุบผางามของฉัน~"


 

เบียคุรันเอ่ยกับคนรักด้วยน้ำเสียงรักใคร่พลางก้มใบหน้าลงไปซุกไซร้หลังคอสีนวลของอีกคน ราชิเอลคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีพลางขยับมือไปถือวิสาสะลูบเรือนผมสีนวลเบาๆ


 

"ถ้าคิดถึงผมก็เรียกผมไปหาได้ไม่ใช่หรือไงครับคุณเบียคุรัน?...ไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลย..."


 

"ก็มัน...ฉันไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอขนาดนั้นนี่หนา~"


 

ผู้เป็นนายเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มขี้เล่น แม้ว่าอีกคนจะอยู่ในฐานะลูกน้องของเขา...แต่ว่าเมื่ออยู่กันเพียงสองคนเขาทั้งสองก็เป็นเพียงคนรักคู่หนึ่งที่รักกันมากก็เท่านั้น... ดวงนัยน์ตาสีโอปอลจับจ้องอีกคนที่อ่านเอกสารที่เขานั้นเป็นคนมอบให้พลางขยับใบหน้าไปหอมแก้มนิ่มเบาๆอย่างรักใคร่


 

"จะว่าไป...คุณเบียคุรันครับ...แล้วแผนทำลายวองโกเล่ แฟมมิลี่ล่ะครับ? เป็นยังไงบ้างครับ?"


 

"อืม~ เรื่องนั้นกะว่าจะส่งเธอไปทำภารกิจทำลายหน่วยลอบสังหารวาเรียน่ะ~ เธอเป็นถึงบุบผาอาลัยธาตุวายุของฉันนี่หนา~ เธอทำได้อยู่แล้วเรื่องแค่นี้เองบุบผาของฉัน~ และถ้าเธอทำสำเร็จ..."


 

"เรา...มาแต่งงานกันนะ..."


 

มือแกร่งขยับไปกุมมือเรียวข้างที่วางไว้ตรงที่วางมือ นิ้วโป้งยาวลูบเบาๆที่แหวนรูปร่างเหมือนปีกนกบนเรียวนิ้วของอีกคนพลางคลี่ยิ้มบางๆเมื่อเห็นใบหน้าที่ฉายแววความเขินอายของอีกคน ราชิเอลชะงัดไปเมื่อได้ยินดังนั้นพลางเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยความขัดเขิน


 

"ตกลงครับ...ผมจะทำมันให้สำเร็จเอง..."


 

ริมฝีปากเรียวสวยระบายรอยยิ้มอย่างมีความสุขแล้วกุมมือแกร่งของอีกคนแน่นราวกับโหยหาในตัวของอีกคนเป็นที่สุด นั้นทำให้เบียคุรันรู้สึกชื่นชอบในตัวของราชิเอลมากขึ้นทุกๆวันราวกับว่าอีกคนนั้นคือสิ่งที่ทำให้ตัวของเขาสามารถหลงมัวเมาไปกับมันได้...


 

ถึงแม้ว่า...


 

แท้ที่จริงแล้วราชิเอลเป็นเพียงบุบผาอาลัยตัวปลอมที่เขานั้นใช้เป็นนกต่อเพื่อเตรียมรับกับศึกใหญ่ที่กำลังเข้ามาใกล้นี้...เพราะระดับฝีมือของคนรักนั้นยังไม่สูงเกินกว่าที่จะสามารถร่วมศึกใหญ่ในครั้งนี้ได้...


 

เขาเสียใจ...ที่ต้องหลอกลวงอีกคนว่าเป็นบุบผาอาลัยทั้งๆ ความจริงแล้วนั้นเป็นเพียงแหวนของปลอมระดับสูงที่มีรูปร่างคล้ายแหวนมาเล่ริงค์เท่านั้น...


 

แต่ว่า...หากจบศึกสงครามนี้ได้ด้วยดีเขาสัญญาไว้ว่าจะคอยดูแลและเคียงข้างอีกคนไปด้วยกัน...ตลอดกาล...


 

เพราะถ้าเรื่องมันเป็นแบบนั้น...เขาก็สามารถที่จะชดใช้ที่เขานั้นโกหกอีกคนไปแบบนั้น...


 

ริมฝีปากคมค่อยๆจุมพิตลงที่บริเวณเรือนผมสีทองสว่างอย่างรักใคร่แล้วจึงขยับกายไปโอบกอดคนรักเอาไว้พลางซุกไซร้ใบหน้าที่เรือนร่างของอีกคนเหมือนต้องการซึมซับความอบอุ่นของร่างกายที่ยังคงมีลมหายใจและกลิ่นอายความหอมหวานของบุบผางามที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว...


 

จนกาลเวลาเลยผ่านไปถึงวันที่ราชิเอลต้องไปรับศึกบุกทำลายหน่วยลอบสังหารวาเรีย...

.

.

.

.

.

บ้าจริง! ข-ขยับร่างกายไม่ได้!!


 

ราชิเอลสบถด่าภายในใจเมื่อร่างกายของเขาค่อยๆกลายสภาพเป็นหินจากฝีมือของท้องนภาสีนิลของหน่วยรอบสังหารวาเรีย อวัยวะภายในต่างๆเริ่มหยุดทำงานเมื่อหินเริ่มกัดกินร่างกายของเขามันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใดๆ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกสมเพชตัวเองที่อ่อนแอและประมาทในตัวของศัตรูได้ถึงเพียงนี้


 

ภาพของคนรักที่เข้ามาในโสตประสาทการรับรู้คือสิ่งที่ย้ำเตือนหัวใจของเขาว่าเขาจะตายตรงนี้ไม่ได้ ชีวิตที่สองที่ถูกมอบมาจะไร้ความหมายไป ณ ที่ตรงนี้ไม่ได้!


 

แต่ว่า...ยังไม่ทันได้ตอบโต้โจมตีกลับ...ร่างของเขาก็กลายเป็นหินโดยสมบูรณ์แบบ...สติของเขานั้นผลันหายไปอย่างรวดเร็ว...แต่ภาพมโนในจิตสำนึกยังคงเด่นชัดราวกับว่าเขานั้นได้หลับไหลลงและจมไปในห้วงความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง...


 

ผม...รักคุณนะคุณเบียคุรัน...


 

ผมขอโทษ...ที่กลับไปหาคุณไม่ได้แล้ว...


 

ภารกิจ...ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าเลยครับ...

.

.

.

.

.

"ราชิเอลคุง? ราชิเอลคุง!?"


 

เสียงเรียกหาชายผู้เป็นคนรักดังขึ้นภายในห้องของผู้เป็นท้องนภาแห่งมิลฟีโอเล่ ฟันขาวขบกัดกันแน่นเมื่อสิ่งที่เขาได้รับกลับมาจากเครื่องสื่อสารคือเสียงช็อตที่บ่งบอกว่าเครื่องสื่อสารของอีกคนนั้นพังไปเรียบร้อยแล้ว


 

บ้าจริง...ไม่จริงน่า...


 

ความเป็นไปได้ต่างๆเข้ามาในความคิดของเบียคุรัน ทั้งความเป็นไปได้ในทางที่ดีและความเป็นไปได้ในทางที่มันเลวร้ายเข้ามาในสมองของเขา ฟันขาวขบกัดกันแน่นจนมีเสียงเล็ดลอดออกมาตามไรฟันของเขา


 

"เจ้าพวกวองโกเล่...ต้องถูกทำลายให้สิ้น!!"


 

ความโกรธปะทุขึ้นมากลางหัวใจของท้องนภาที่ไร้สายลมที่คอยพยุงอยู่ข้างกาย ความแค้นก่อตัวขึ้นมาอย่างเหลียกเลี่ยงไม่ได้เพราะในตอนนี้นั้นเขาได้สูญเสียคนที่เขารักยิ่งไปจากอ้อมแขนของเขา


 

ดวงนัยน์ตาคูมคมคล้ายโอปอลเม็ดงามจับจ้องไปที่แจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา กลีบสีสวยสดใสค่อยๆร่วงโรยลงมายังโต๊ะทำงานของเขาบ่งบอกว่าบุบผางามดอกนี้ได้สิ้นสภาพลงไปแล้ว


 

มือแกร่งกำแน่นอย่างคับแค้นก่อนที่จะพยายามยื่นมือไปรับกลีบบุบผานั้นเอาไว้ไม่ให้มันตกลงบนโต๊ะ เขานั้นก้มลงไปสูดดมกลิ่นหอมหวานอ่อนๆที่ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทความรับรู้ของเขา


 

กลิ่นเหมือนกับ...คนรักของเขาไม่มีผิด...


 

"ราชิเอลคุง..."


 

"ฉันขอสัญญาว่าฉันจะจัดการพวกวองโกเล่นั้นให้ได้!...เพื่อแก้แค้นให้เธอ!"

.

.

.

.

.

และแล้ว...กาลเวลาก็ได้พ้นผ่านไป...


 

ช่วงเวลานี้นั้น...เป็นช่วงเวลาหลังจากจบศึกระหว่างบุบผาอาลัยตัวจริงกับวองโกเล่ แฟมมิลี่...และผลสรุปก็คือวองโกเล่ แฟมมิลี่สามารถชนะบุบผาอาลัยตัวจริงและเบียคุรันลงได้...นั้นทำให้เรื่องทุกอย่างสงบลงได้ด้วยดีและทุกๆอย่างก็กลับไปสู่ความสงบสุข...


 

เช่นเดียวกับที่หน่วยลอบสังหารวาเรีย...ที่ตอนนี้นั้นคฤหาสน์วาเรียของพวกเขานั้นถูกซ่อมแซมจนกลับมาเป็นเหมือนดั่งเดิมอีกครั้งหนึ่ง...


 

"ชิชิชิ นี่เจ้ากบ~ บอสอยู่ไหนน่ะ?~"


 

ร่างของผู้พิทักวายุของวาเรียดังขึ้นมาภายใต้ความเงียบสงบของที่แห่งนี้ ขาเรียวยาวพาร่างของตัวเขาเองเดินไปตามทางยาวโดยมีร่างของผู้พิทักสายหมอกหรือคนรักของเขาเดินเคียงคู่ไปด้วยกันเช่นเดียวกับทุกๆวัน


 

"ก็คงนอนกกพี่ชายงี่เง่าของรุ่นพี่เหมือนเดิมละมั้งครับ"


 

คนตัวเล็กกว่าเอ่ยตอบกลับไปอย่างเชื่องช้าและใช้น้ำเสียงกวนบาทาตามประสาของเขาเอง คนตัวสูงกว่าเลิกคิ้วมองอีกคนที่พูดออกมาเช่นนั้นพลางยักไหล่เหมือนไม่แยแสอะไรทั้งนั้น


 

"งั้นก็~ ปล่อยสองคนนั้นไปแล้วกันนะ~ ชิชิชิ"


 

ดวงนัยน์ตาคู่คมสีฟ้าน้ำทะเลมองคนที่ดูไม่สนใจอะไร พลางได้แต่แอบคลี่ยิ้มเล็กๆแล้วเดินเคียงข้างกับคนรักของตนต่อไปพลางนึกในใจว่าถ้าบางที่...ถ้าคนข้างกายเขามีบางอย่างเหมือนกับผู้เป็นพี่ชายคงน่าสนุกดีนะ...


 

แต่มันอาจทำให้คฤหาสน์วาเรียนี้มีตัวป่วนเพิ่มขึ้นมาก็ได้~


 

แบบนั้นน่าจะทำให้หลายๆคนปวดหัวมากกว่าเดิมด้วย~


 

แค่คิดก็รู้สึกสนุกสุดๆไปเลยล่ะ~

.

.

.

.

ภายในห้องนอนของผู้เป็นท้องนภาสีนิลแห่งวาเรีย มีร่างสองร่างนอนหลับไหล่อยู่บนเตียงนุ่มขนาดคิงไซค์ เรือนร่างบางขยับร่างเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆขยับเข้าไปซุกที่แผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเช่นเดียวกับตัวของเขา


 

"มีอะไรไอสวะ..."


 

"เปล่า...แค่ตัวนายอุ่นดีก็เท่านั้น..."


 

น้ำเสียงอ่อนล้าดังมาจากร่างบางที่นอนซุกอยู่ตรงบริเวณแผ่นอกแกร่ง คนร่างสูงพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงเหมือนรำคาญในการกระทำของอีกคนแต่ก็ไม่ได้ผลักอีกคนออกไปหรือว่ากล่าวอะไรออกมา


 

"ลืมเจ้ากล้วยไม้เน่านั้นไปได้หรอยังไอสวะ?..."


 

"ก็...ได้แล้วล่ะ"


 

เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อผู้ถึงอดีตคนรักของเขาเอง ดวงนัยน์ตาคู่คมสีทับทิมโลหิตจับจ้องร่างของคนที่อยู่ในอ้อมอกของเขาพลางค่อยๆลูบหัวของอีกคนอย่างแผ่วเบาเหมือบปลอบประโลมอีกคนจากความรู้สึกที่เหมือนโดนหักหลังนั้น...


 

ทำไมกันล่ะ...


 

ทำไมคุณเบียคุรันถึงโกหกและหลอกให้เขาเป็นบุบผาอาลัยตัวปลอมล่ะ...


 

หลอกใช้เขาเป็นนกต่อสินะ...


 

คนโกหก...


 

"เหอะ...รีบๆลืมมันไปซะไอสวะ แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับฉันซะเข้าใจไหม?"


 

คนตัวโตกว่าเอ่ยออกมาแล้วก้มลงหอมเรือนผมสีสว่างอย่างแผ่วเบาแล้วตีหน้านิ่งเหมือนตัวเขาไม่ได้หอมเรือนผมของอีกคน ริมฝีปากเรียวค่อยๆระบายรอยยิ้มออกมา มือเรียวขยับไปโอบกอดอีกคนด้วยความรักใคร่พลางยื่นหน้าหอมแก้มของอีกคนเบาๆ


 

"ขอบคุณนะ...ที่ไม่ฆ่าฉันด้วยเพลิงพิโรธของนาย..."


 

"เออ"


 

คนตัวเล็กกว่าส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ นั้นเพราะว่าอีกคนนั้น ก่อนหน้านี้กลับไม่ยอมลงมือสังหารเขาในตอนที่กลายสภาพเป็นหินโดยสมบูรณ์แล้ว...คนตรงหน้านั้นกลับยังเก็บเขาไว้และปล่อยให้ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง...


 

มันเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมาก...เพราะตัวของเขาในตอนนั้นเป็นเพียงศัตรูของคนตรงหน้า...แต่อีกคนก็ยังคงไว้ชีวิตของเขาเอาไว้....


 

"เจ็บท้องไหมไอสวะ?..."


 

"ไม่เลย..."


 

ดวงนัยน์ตาสีสดใสใต้ม่านเรือนผมจับจ้องมือแกร่งที่ขยับมาสัมผัสเบาๆที่หน้าท้องของเขาที่มีรอยนูนขึ้นมาเล็กน้อย พลางส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเขานั้นเห็นสีหน้าของร่างโตที่เบนหน้าหนีสายตาของเขา


 

"เขาแข็งแรงดีน่า...ไม่ต้องห่วงหรอกนะ...ว่าแต่นายนี่จริงๆก็อ่อนโยนพอสมควรเลยนะ~"


 

"หุบปากไอสวะ ถ้ายังไม่อยากโดนเพลิงพิโรธอัดหัว"


 

คนที่ถูกขู่หัวเราะเสียงใสราวกับว่าขบขันในคำพูดขู่ของอีกคน พลางขยับไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากคมของท้องนภาสีนิล...ในบางที...ท้องนภาสีนิลที่ดูโหดร้ายกลับอ่อนโยนและจริงใจกว่าท้องนภาที่หม่นที่เขาเคยรักเสียอีก...


 

และ...ชีวิตใหม่ในท้ององเขาก็โชคดีเหลือเกินที่ได้คนตรงหน้านั้นเป็นบิดา...


 

ต่อจากนี้...เขาไม่จำเป็นต้องเป็นบุบผางามของใครอีกต่อไปแล้ว...


 

เพราะว่า...ต่อจากนี้เขาก็คือเขา...ไม่ใช่บุบผาดอกใดๆทั้งนั้น...


 

เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านและค่อยพยุงท้องนภาสีนิลนี้ไป...


 

และเคียงข้างตลอดกาล...


 

[FIN.]

ผลงานอื่นๆ ของ ดoกไม้สีIทา

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:11
    นึกว่าจะแบดเอนด์ ใจหายวาบเลยค่ะ ฮือออ
    พี่จิลลลล ถึงบทจะโผล่มาแป๊บเดียวแต่ก็ปลื้มเขาพอๆ กับเบลเลยค่ะ ถ้าในเรื่องหลักยังมีชีวิตอยู่น่าจะบันเทิงดี ปราสาทพังแน่ๆ 5555 หักมุมกับบอสมาก แต่ก็ฟินค่ะ อยากอุ้มหลาน ///_///
    แต่งสนุกมากๆ เลยค่ะ ชอบพล็อตมากเลยยยย ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆ แถมแรร์เวอร์ให้อ่านนะคะ
    #3
    0
  2. #2 yokiyoky (@yokiyoky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:16

    หุหุหุ คือดจีย์จริงๆเลยยย
    #2
    0
  3. #1 tothesky. (@wadsida) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 20:11
    โอ้โห พีคกว่าเบียคุรันราชิเอลก็คือแซนซัสราชิเอล แต่ว่าสุดยอดไปเลยค่ะ ภาษาต่างๆ เนื้อเรื่อง แบบว่าคาดไม่ถึง นึกว่าจะแบดเอนด์ไม่คิดว่าจะมีคนมาดามใจนะเนี่ย
    #1
    0