BnS รักที่พัดผ่าน

ตอนที่ 1 : การพบเจอกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.ย. 60

หลังจากเรื่องราวร้ายๆทั้งหมดได้ผ่านพ้นไปสองปี ทั่วทั้งโลกก็ได้อยู่ในความสงบสุขอีกครั้ง หมู่บ้านไม้ใผ่ที่สมานฉันท์กับโจรกลุ่มทมิฬและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทะเลทรายมรณะก็ปราศจากผู้กดขี่ข่มเหงอย่าง มายองกัง สวนสันติภาพที่สวยงามและสงบเสงี่ยมดังที่เคยเป็น บุปผาน้ำแข็งที่เข้าสู่สภาวะปกติพร้อมกับความสวยงามในแต่ละสถานที่ต่างๆกำลังฟื้นฟูตัวได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นหลังจาก ฮงมุนคนสุดท้าย ได้กอบกู้โลกจาก ทูตแห่งความชั่วร้าย จินซอยอน ทุกคนนับถือในความกล้าและความศรัทธาในวิถีฮงมุนของเขา แต่ทว่าใครจะคิดเล่าว่าหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไปทุกอย่างจะสงบสุขลง ผู้กอบกู้โลกได้หยุดพักเต็มที่ ในความเป็นจริงที่ไม่มีใครรู้นั้น ผู้กอบกู้โลกคนนั้นได้พบเจอความโกลาหลวุ่นวายอีกครั้ง เขากลายเป็นศรัตรูกับสำนักต่างๆเพียงเพราะเขาปกป้องลูกศิษย์ซึ่งก็คือจินซอยอนกลับชาติมาเกิด สำนักโดนบุกรุกจาก จูเลีย อดีตปรมจารย์แปดเทพวอร์ลอค ลูกศิษย์โดนลักพาตัวไปหนึ่งคนและอีกหนึ่งคนบาทเจ็บสาหัสจนตกหน้าผาหายสาปสูญไป เขาจึงต้องรวมกลุ่มกับเพื่อนของเขาอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือจินซอยอนและจบเรื่องราวบทใหม่นี่ลงอีกครั้งหนึ่ง
เมืองไซเว่ย ท้องพระโรงของจักรพรรดินี
"สองปีมานี้ท่านยูชอนดูไม่ร่าเริงเลยนะ"นางสนมนางหนึ่งเดินพูดคุยกับนางสนมอีกคนด้วยสีหน้าเศร้าเล็กน้อย
"นั่นสิ ท่านจักรพรรดินีและท่านจองฮาโดเองก็ดูไม่สดใสเลย ตั้งแต่ไม่ได้เจอวีรบุรุษคนนั้นมาสองปี"
"ก็นะ พวกเขาเป็นเพื่อนซี้กันนี่ แถมวีรบุรุษคนนั้นนะมีเพื่อนใหญ่โตตั้งหลายคนแหนะ ข้าได้ยินมาว่าเป็นเพื่อนร่วมสาบานกับอดีตจักรพรรดิ กุนมายอม ราชาจอมโจร โซยังซัง หัวหน้ากลุ่มสังลุย ทังยอวอล อดีตแปดเทพมาเอสโตร จินโซอา เจ้าของโรงเตี้ยมโทมุน เยฮารัง และพวกเผ่าสัตว์เลื้อยคลานด้วย สมแล้วที่เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้โลก"
"จริงสิ เขาชื่ออะไรนะ?"
"เขาชื่อ เซ...."
"ดูพวกเจ้าจะชอบคุยเรื่องของ 'เซฟิส' เป็นพิเศษจังเลยนะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของนางสนมทั้งสองคน เมื่อนางสนมทั้งสองหันหลังไปก็ถึงกับหน้าซีดเพราะใบหน้าอันหล่อเหลาของร่างสูงใหญ่ตรงหน้ากำลังแสดงอารมณ์หงุดหงิดอย่างออกนอกหน้าสุดๆน่ะสิ ดวงตาสีฟ้าจางคู่คมนั้นสบมองนางสนมทั้งสองที่ตัวสั่นจนแทบจะกอดกันอยู่แล้ว
"ไม่มีงานการไปทำกันหรือไง? ข้าให้งานพวกเจ้าสองคนดีมั้ย?"
"ขออภัยค่ะท่านยูชอน!"นางสนมทั้งสองรีบโค้งหัวขอโทษก่อนที่จะหนีเตลิดออกท้องพระโรงกันไปเลย
"เห้อ..."
"เจ้าอย่าดุพวกนางนักสิยูชอน"ร่างสูงในชุดเกราะสีขาวเดินมาจับไหล่ยูชอนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"มันน่าหงุดหงิดชะมัด เวลาได้ยินใครพูดถึงเซฟิสเนี่ย ยิ่งไม่ได้เห็นหน้ากันมาสองปีแล้วเสียด้วย เจ้ากับจักรพรรดินีเองก็คิดถึงเซฟิสเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ฮาโด"ยูชอนเบ้ปากให้อีกคนที่เตี้ยกว่าตัวเองนิดนึงซึ่งก็คือ จองฮาโด เพื่อนของเขานั่นเอง
"คิดถึงสิ เพื่อนร่วมรบร่วมตายกันมาตั้งสามปี"ฮาโดพยักหน้ายอมรับว่าเขาเองก็คิดถึงเซฟิสเหมือนกัน

(ขออธิบายนิดนึง เรื่องเวลานี่อิงตามความเป็นจริงจากเกมนะคะ เราออกเดินทางครั้งแรกจนไปถึงทะเลทรายเป็นเวลา 1 ปี จบเรื่องราวจากทะเลทรายไปสวนสันติภาพเพื่อรวบรวมพรรคพวกและช่วยเหลือผู้คนแถวๆนั้นพร้อมกับสืบว่าจินซอยอนอยู่ที่ไหนอีก 1 ปี ช่วยเหลือกุนมาเยกับจองฮาโดครั้งแรกไปจนถึงจบเรื่องราวที่เราใช้พลังทำให้จินซอยอนกลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งทุกอย่างสงบสุขปรกติเหมือนเดิมเป็นเวลา 3 ปีเต็ม หลังจากนั้นเราก็ช่วยสำนักอื่นจบคดีเด็กหาย เรากลายเป็นเจ้าสำนักดูแลลูกศิษย์ทั้ง 5 คน จนกระทั้งเนื้อเรื่องล่าสุดคือจินซอยอนถูกพาตัวไปแล้วและริวก็ตกเหวหายสาปสูญ รวมเวลาแล้ว 2 ปี รวมเวลาทั้งหมด ตัวละครเราวิ่งวุ่นและเหนื่อยมาตลอด 7 ปีเต็มๆเลยทีเดียวค่ะ....เพราะฉนั้นในนิยายของไรท์ เซฟิสเข้าเป็นศิษย์สำนักฮงมุนครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี  สำนักถูกทำลายและเซฟิสได้เริ่มทำภารกิจที่หมู่บ้านไม้ไผ่ตอนอายุ 21 ปี เจอเดสทรอยเยอร์ตอนอายุ 24 คืนดีกับพี่ชายตอนอายุ 26 ชวนมิคาเอลล่าเข้ากลุ่มตอนอายุ 27 และปัจจุบันอายุ28 นั่นเองค่ะ//ไรท์)

"ให้ตายสิ หายไปไหนของเขากันนะ"ยูชอนกุมขมับ ทำไมเขาถึงอยากเจอเซฟิสขนาดนี้กันนะ เพราะเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจรองลงมาจากฮาโดงั้นหรือ?
"หยุดคิดเรื่องเซฟิสก่อนยูชอน ตอนนี้ได้เวลาเข้าประชุมกับจักรพรรดินีและเหล่าขุนนางกันแล้ว"ฮาโดตบไหล่ยูชอนเบาๆก่อนเดินเข้าไปในสถานประชุม
"ก็อยากหยุดคิดอยู่ล่ะนะ......"แต่เขาทำไม่ได้ เขาไม่สามารถหยุดคิดเรื่องของเซฟิสได้เลย เขาได้แต่ถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปในสถานประชุม
"เรื่องที่ข้าจะนำมาพูดในประชุมครั้งนี้คือเรื่องการกระชับสัมพันธุ์ไมตรีกับอณาจักรแห่งเผ่ายุน"จักรพรรดินีอ่านม้วนกระดาษด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากเอ่ยจบเหล่าขุนนางนั้นถึงกับต้องซุบซิบกันเสียใหญ่เลย เพราะอณาจักรแห่งเผ่ายุนนั้นไม่คิดเป็นพันธมิตรกับใคร เพราะปกครองกันด้วยชนชั้นสตรีเป็นใหญ่ บุรุษคนไหนที่กล้าย่างกลายเข้าไปอย่างผิดกฎหมายจะไม่มีวันได้กลับออกมา....ยกเว้นวีรบุรุษผู้กอบกู้โลกไว้สักคนละกัน รายนั้นถูกเชิญไปเป็นกรณีพิเศษ

(ขออธิบายอีกครั้ง อณาจักรแห่งเผ่ายุนนี้อยู่ในแมพใหม่ของเซิฟเกาหลีค่ะ เราอ่านชื่อแมพไม่ออก แต่เป็นอณาจักรแม่แห่งยุนเลยค่ะ และตัวละครเราได้ไปเยือนแมพนั้น สาวๆในแมพนั้นต้อนรับเราเป็นอย่างดี//ไรท์)

"แต่ว่าท่านจักรพรรดินี...การที่ราชินีแห่งยุนจะยอมกระชับมิตรได้นั้นต้องเป็นอณาจักรที่เพศหญิงเท่าเทียมกับเพศชาย ไม่ถูกกดขี่ข่มเหง อณาจักรของเราถึงแม้ว่าสตรีจะมีอิสรภาพเท่าเทียมกับบุรุษเพศ แต่ทว่าปัจจุบันการกดขี่ข่มเหงสตรียังมีไม่จบสิ้นเลยพะย่ะค่ะ"ขุนนางคนหนึ่งก้มหัวพูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ
"เพราะเหตุนี้ข้าจึงได้เรียกพวกเจ้าทุกคนมาประชุมยังไงล่ะ....ฟังนะ ข้ามีความคิดที่จะกวาดล้างการค้าประเวณี การกดขี่สตรีเพศให้หมดสิ้นไปจากอณาจักรของเรา เพื่อกระชับมิตรกับอณาจักรแห่งยุน"
"เป็นความคิดที่ดีพะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดนี"ฮาโดพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของกุนมาเย
"ข้าจะเป็นกำลังสนับสนุนเรื่องนี้เองพะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดินี"ยูชอนโค้งหัวให้แก่กุนมาเยด้วยความซื่อสัตย์
"แต่ว่า..."
ในขณะที่ขุนนางคนหนึ่งพยาบามจะกล่าวคัดค้าน จู่ๆก็มีค้างคาวนับร้อยโผล่ขึ้นมาจากพื้นตรงกลางสถานประชุมทำเอาเหล่าขุนนางหนีไปกระจุกอยู่มุมต่างๆของห้อง ส่วนยูชอนกับฮาโดเตรียมชักดาบปกป้องกุนมาเย แต่สักพักค้างคาวเหล่านั้นก็หมุนเป็นวงกลมจนมีบางอย่างปลิวไปรอบๆตัวค้างคาว ยูชอนเบิกตากว้างสิ่งนั้นที่ลอยไปพร้อมกับฝูงค้างคาวคือ ยันต์สีแดง และเจ้าของยันต์ที่เข้าๆออกๆอณาจักรนี้ได้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
"เซ....ฟิส..."ยูชอนเอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะเดินไปตรงหน้าฝูงค้างคาว
"ยูชอน!"ฮาโดกับมาเยเรียกอย่างเป็นห่วง
สักพักฝูงค้างคาวนั้นได้หายไปปรากฎร่างใหญ่ยักษ์ของทูตโลกันต์ที่สภาพตอนนี้ดูท่าจะบาดเจ็บสาหัสเอาเรื่อง แต่ทูตโลกันต์นั้นได้แบกคนมาด้วยกัน8คนทั้งหมดล้วนบาดเจ็บสาหัส ทูตโลกันต์วางร่างทั้ง8ลงบนพื้นอย่างเบามือก่อนที่ตัวทูตโลกันต์จะหายกลับลงไปในมิติของตนเองที่เรียกว่า นรก
"นี่มัน....อะไรกัน..."ยูชอนมองร่างทั้งแปดที่โชคไปด้วยเลือด เด็กๆ3คนดูท่าจะแค่สลบเฉยๆแต่เปื้อนเลือดผู้ใหญ่มา ร่างคนใหญ่ทั้งสี่นั้นเต็มไปด้วยบาทแผลฉกรรย์ คนที่สาหัสที่สุดคือเจ้าของเรือนผมสีขาวนวล วงหน้างามราวกับสตรี สวมชุดผู้อัญเชิญอสูรรัดรูป และเป็นคนที่ยูชอนรอพบมาเนิ่นนานนับ2ปีนั่นเอง
"เซฟิส!"ยูชอนรีบวิ่งไปประคองร่างของคนที่คะนึงหามาตลอดด้วยใบหน้าเสียขวัญ มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่
"เรียกหน่วยพยาบาลเดี๋ยวนี้!!!"จักรพรรดนีมาเยออกคำสั่งแก่นางสนมด้วยน้ำเสียงดุดันปนตกใจ
"เหล่าขุนนางที่เหลือมาช่วยแบกคนเจ็บด้วย!"ฮาโดอุ้มร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่บาทเจ็บส่วนเหล่าขุนนางก็ช่วยอุ้มผู้ใหญ่อีก 2 คน และ เด็ก 3 คนไปสถานพยาบาล
"เซฟิส! อดทนไว้! ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้"ยูชอนอุ้มเซฟิสขึ้นมา ใบหน้าของเขาในตอนนี้ราวกับคนเสียขวัญยูชอนไม่รีรออะไรอีกแล้วเขาพาเซฟิสออกจากสถานประชุมเพื่อไปยังสถานพยาบาลโดยไม่สนว่าประชาชนข้างนอกจะมองยังไง ตอนนี้เขาขอแค่ช่วยชีวิตเซฟิสได้ก็พอ....

End Chapter 1 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น