นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Three day.สามวันเจอกันนะ[กู๊ดXรักษ์]

ท่านกามเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดจงบันดาลคนที่ใช่มาให้ลูกที ขอแบบหน้าตาดี มีหัวใจที่อบอุ่นนะท่าน

ยอดวิวรวม

346

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


346

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ส.ค. 63 / 17:52 น.
นิยาย Three day.ѹ͡ѹ[Xѡ]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่า วันนี้มาลงเรื่องใหม่แล้ว เป็นนิยายเรื่องสั้นตอนเดียวจบอีกเช่นเคย มาอ่านกันเยอะๆนะคะ อย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เหมียวด้วยน้าา 
อยากอ่านมากๆเลยยยย
ปล.ฝากติดตามเรื่องถัดๆไปของเหมียวด้วยนะคะ

สามารถไปคุยกันหรือติดตามข่าวสารได้ทาง  
Twitter : @CatLazy_


       หนึ่งคอมเมนต์ = กำลังใจที่นับไม่ถ้วนน><

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ส.ค. 63 / 17:52


"ขอโทษนะ เราไม่ได้ชอบแกอะ" เสียงแหลมเล็กดังขึ้นหลังจากได้ยินคำสารภาพรักจากเพื่อนร่วมห้องของตัวเองก่อนจะเดินสะบัดก้นงอนออกไปจากบริเวณนั้น

"เป็นแบบนี้อีกแล้ว" เจ้าของร่างโปร่งพูดด้วยน้ำเสียงติดเศร้าสร้อย นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่เขาถูกปฏิเสธ แต่มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่เขาตัดสินใจบอกความในใจของตัวเองออกไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้ 

สวัสดีครับ ผมชื่อรักษ์ ชื่อจริงนาย อารักษ์ สิริปัญญาวงศ์ เป็นนักเรียนชั้นม.6 ที่ครองตำแหน่งนกมากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้(แต่งตั้งเองล้วนๆ)

ทุกคนคงคิดว่าผมขี้เหร่ใช่ไหมล่ะ คนที่ผมชอบเลยปฏิเสธผม คุณคิดผิดแล้ว! ผมมั่น(หน้า)ใจเลยว่าตัวเองหล่อสุดๆ หล่อมากๆ หล่อแบบวัวตายควายวิ่งหนีอะ แต่ผมก็ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงไม่รับรักผม แต่เดี๋ยวผมจะเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่ผมสารภาพรักครั้งเเรกละกัน..

ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมอยู่ม.4 ผมแอบปิ๊งรุ่นพี่ม.5คนหนึ่ง เขาคนนี้เป็นถึงดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนเลยล่ะครับ ความสวยก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเวลาเดินไปที่ไหน ทุกคนต่างก็มากันหันมองตามจนคอเเทบเคล็ด และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละครับ เมื่อคิดว่าคนนี้แหละใช่เลย! ผมจึงรวบรวมความกล้าเดินไปสารภาพรักตอนเลิกเรียน เพราะคนอื่นๆเขากลับหมดเเล้ว เป็นโอกาสที่เหมาะมากๆ

"พี่เดียร์ครับ"

"คะ?"

"คือ..ผมชอบพี่ครับ!" ร่างโปร่งหลับตาปี๋ด้วยความประหม่า

"เอ่อ ขอโทษนะคะน้อง พี่คงรับรักเราไม่ได้หรอกนะ" หญิงสาวพูดพร้อมส่งยิ้มบางๆไปให้หนุ่มรุ่นน้องตรงหน้า

"ทะ..ทำไมล่ะครับ" รักษ์พูดไม่เต็มเสียงนัก

"พี่ไม่ได้ชอบผู้ชายน่ะ" เป็นประโยคที่ทำเอาร่างโปร่งช็อคไปเลยทีเดียว

"..."

"อึ้งใช่ไหมล่ะ"

"อะ..อะ"

"ฮะๆ เพราะงี้แหละพี่ถึงรับรักเราไม่ได้" สาวเจ้าพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน

"..."

"พี่กลับก่อนนะ แฟนมารอเเล้ว" ว่าจบก็เดินผ่านหน้ารักษ์ไป เพื่อเดินไปหาเเฟนสาวของตนที่ยืนรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะที่นั่งอยู่

"นกเหรอวะเนี่ย"

นั่นเป็นสถานการการณ์เเรก ไปต่อที่สถานการณ์ที่สองกันเลยครับ พอผ่านไปประมาณสี่เดือนผมก็ตัดใจจากพี่เดียร์ได้เพราะดันไปแอบชอบเพื่อนที่อยู่ห้องข้างๆ เขาคนนี้เป็นถึงหัวกะทิของโรงเรียนเลยทีเดียว ไปแข่งนู่นนี่ที่เกี่ยวกับวิชาการก็คว้ารางวัลมาได้ตลอด

"จินนี่ เราชอบเธอ เป็นแฟนกับเราได้ไหม" รักษ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางมองสายตาที่อยู่ภายใต้เเว่นหนาเตอะ

"ขอโทษนะ ตอนนี้เรายังไม่อยากมีแฟน"

"ทำไมล่ะ" รักษ์ถามอย่างสงสัย

"เราอยากจะโฟกัสเกี่ยวกับเรื่องเรียนก่อน" น้ำเสียงนิ่งเจือไปด้วยความเย็นชาเอ่ยขึ้น ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินจากไป ปล่อยให้ร่างโปร่งยืนเคว้งอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่หลังตึกเรียน

"กูนกอีกแล้วเหรอวะเนี่ย" 

 เราไปต่อในสถานการณ์ที่สามกันดีกว่าเนอะ..

ตอนนั้นเป็นตอนที่ผมขึ้นม.5แล้ว หลังจากปฏิญาณตนไว้ว่าจะต้องหาแฟนให้ได้ และตอนนั้นผมดันไปปิ๊งพี่ม.6คนหนึ่ง คนๆนี้ไม่ได้มีดีกรีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่เป็นคนที่เดินผ่านห้องผมบ่อยมากๆ(เรียนตึกเดียวกันเเล้วพี่เขาต้องเดินผ่านห้องของผมเพื่อไปเรียนวิชาคอมพิวเตอร์) ทำให้ผมได้แอบมองเขาอยู่บ่อยครั้ง พี่คนนี้เขาเป็นคนน่ารัก หน้าดูหมวยๆ แถมเวลายิ้มนี่ ใจเหลวไปกองกับพื้นเลยครับ แต่เมื่อผมตัดสินใจสารภาพรักออกไป ผลมันก็..

"พี่มีแฟนเเล้ว.."

"งั้นขอโทษที่รบกวนนะครับ" 

"จ้ะ งั้นพี่ไปล่ะนะ"

นกเหมือนเดิม...แต่เหมือนผมจะไม่รู้สึกเข็ด เพราะหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ผมก็ดันไปแอบชอบรุ่นน้องคนหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ปิ๊งก็เป็นเพราะว่า วันหนึ่ง ผมดันลืมกระเป๋าดินสอสุดที่รักไว้ที่ห้องคอมพิวเตอร์ กว่าจะนึกออกก็ปาไปแล้วสองชั่วโมง ผมจึงรีบวิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องนั้นทันที เมื่อมาถึงห้องผมก็รีบเดินไปยังโต๊ะที่ผมนั่งเรียนทันที แต่ภาพที่เห็นคือโต๊ะที่มีเพียงคอมพิวเตอร์เเละคีบอร์ดตั้งอยู่ ส่วนกระเป๋าดินสออยู่ไหนก็ไม่รู้

"อยู่ไหนล่ะเนี่ย" เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะไม่มีผมก็ย่อตัวนั่งลงหาด้านล่างทันที เผื่อมันจะตกอยู่ใต้โต๊ะ

ว่างเปล่า มันว่างเปล่าไปหมด! 

"ไม่นะลูกรัก" ผมพูดด้วยน้ำเสียงหงอยๆพลางเดินไหล่ตกตรงไปยังประตูห้อง ขณะที่กำลังจะเปิดประตูออกไป ประตูกลับถูกดันมาทางผมเเทน

"อ๊ะ"

"พี่ใช่เจ้าของกระเป๋าดินสออันนี้ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับชูกระเป๋าดินสอลายพาวเวอร์พัฟเกิลขึ้น

"!!!" 

"ใช่ไหมคะ" เด็กสาวตรงหน้าเอ่ยถามอีกครั้ง

"ชะ..ใช่" 

"โชคดีจัง นึกว่าจะไม่เจอเจ้าของซะเเล้ว" คนตัวเล็กกว่าตรงหน้าพูดพร้อมกับยิ้มดีใจ ทำให้หัวใจของรักษ์ถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะรอยยิ้มที่สดใสนั่น

"ขอบคุณนะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับกระเป๋าดินสอจากคนตัวเล็กกว่า

"เรื่องเล็กน้อยค่ะ" เด็กสาวพูดยิ้มๆ

"ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ให้พี่เลี้ยงไอติมเป็นการขอบคุณได้ไหม" ร่างโปร่งพูดด้วยความเคอะเขิน

"ยินดีเลยค่ะ" สาวน้อยตรงหน้าพูดน้ำเสียงตื่นเต้น ทำให้รักษ์ถึงกับหลุดยิ้มออกมา

"งั้นเลิกเรียนเเล้วเจอกันตรงต้นมะม่วงนะ"

"โอเคค่ะ งั้นหนูขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ" ว่าจบก็วิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที 

"นี่กูใจง่ายไปไหมวะ พึ่งเจอกันก็ใจเต้นเเล้ว" ร่างโปร่งบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเดินกลับห้องเรียนของตัวเอง "แต่น้องก็น่ารักจริงๆแฮะ แถมเหมือนจะชอบเราด้วย(?)" เมื่อคิดดังนั้นรอยยิ้มเอ็นดูก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างอัตโนมัติ 

หวังว่าครั้งนี้เขาจะไม่นกอีกนะ..

ดิ๊งด่อง ดิงด่อง

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่รักษ์รอคอย หลังจากสิ้นเสียงออดเเจ้งเตือนเวลาเลิกเรียน ร่างโปร่งก็รีบเก็บกระเป๋าอย่างรวดเร็มจนเพื่อนในกลุ่มต้องถามด้วยความสงสัย

"มึงจะรีบไปไหนวะรักษ์" 

"นัดสาว" ร่างโปร่งตอบกลับเพื่อนเเต่นั้นก่อนจะสะพายกระเป๋าไว้ที่หลัง

"ไม่กลัวนกอีกแล้วเหรอมึง" 

"คราวนี้กูไม่พลาดแน่ มึงเชื่อเถอะ"

"ถ้านกก็อย่ามาบ่นให้พวกกูฟังอีกละกัน" เพื่อนพูดพร้อมกับส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย "โชคดีนะมึง"

"เออ"

หลังจากบอกลาเสร็จก็รีบวิ่งไปยังจุดนัดพบทันที

"ยังไม่มาหรอกเหรอ" เมื่อวิ่งมาถึงต้นมะม่วงต้นใหญ่ที่อยู่ตรงรั้วโรงเรียนก็เห็นเพียงความว่างเปล่า ไร้คนที่เขานัดพบ "สงสัยทำความสะอาดห้องอยู่" เมื่อคิดดังนั้นก็เดินไปนั่งรอใต้ต้นมะม่วง 

ห้านาทีผ่านไป...

สิบนาทีผ่านไป...

สิบห้านาทีผ่านไป...

"เลยเวลามาเยอะเเล้วนะเนี่ย" รักษ์ว่าพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

ยี่สิบห้านาทีผ่านไป...

"คงไม่มาเเล้วถูกไหม" น้ำเสียงเสียดายปนเศร้าเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง ร่างโปร่งลุกขึ้นพร้อมกับปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่กับกางเกง แล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที 

หลังจากวันนั้น รักษ์ก็ไม่ได้พบกับรุ่นน้องคนนั้นอีกเลย..

ตัดภาพกลับมาปัจจุบันครับทุกคน! เป็นไงล่ะครับ เรื่องราวของผมมันน่าเศร้าใช่ไหมล่ะ ชอบใครก็ไม่เคยสมหวังสักครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน สาวคนที่ผมบอกรักไปเมื่อสักครู่เดินหายไปในทันตา ผมจึงทำได้แค่ถอนหายใจเเล้วเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่ใครเห็นก็รู้เลยว่าอกหัก 

"แกๆ เมื่อวานฉันลองไปขอพรที่รูปปั้นกามเทพมาเว่ย"

"เป็นไงแก"

"ก็ได้แฟนในสามวันเลยอะ เหมือนที่คนเขาลือกันเป๊ะๆ"

"จริงเหรอแก พาฉันไปมั่งสิ"

"งั้นก็ไปกันตอนนี้เลยไหม"

"ไปเลยแก"

ว่าจบ สองสาวเจ้าของบทสนทนาก็รีบเดินไปยังสถานที่ดังกล่าวที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ผมอยู่เท่าไหร่นัก

ขอแล้วได้เเฟนในสามวันเลยงั้นเหรอ น่าสนแฮะ..

แต่ผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าผมไม่เชื่อเรื่องอะไรพวกนี้หรอก แต่เเค่รูปปั้นกามเทพนั่นอยู่ใกล้เฉยๆ ลองดูก็ไม่เสียหายเนาะ

ไม่รอช้าผมรีบสาวเท้าตามผู้หญิงทั้งสองคนนั้นไปทันที เมื่อเดินมาถึงรูปปั้นที่ว่าทำเอาผมอึ้งไปเลยทีเดียว สงสัยไหมว่าทำไม? ก็เพราะสถานที่นี้ถูกตกแต่งไปด้วยสีชมพูทั้งหมดเลยน่ะสิ!! แถมคนที่มาขอก็น้อยซะที่ไหน แทบจะมองไม่เห็นรูปปั้นกามเทพเลยด้วยซ้ำ

"ขอทางหน่อยครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเพื่อแหวกฝูงชนไปด้านหน้า เผื่อจะรู้ว่าเขาทำอะไรยังไงบ้าง

หลังจากที่ผมมาหยุดอยู่ตรงหน้ารูปปั้นได้สำเร็จ สิ่งเเรกที่ผมเห็นเลยก็คือ บนตัวรูปปั้นมีสติกเกอร์รูปหัวใจเต็มไปหมดเลย มองต่ำลงอีกนิดก็จะเห็นผู้คนกำลังอธิษฐานแล้วเอาสติกเกอร์รูปหัวใจไปติดตามรูปปั้นคล้ายกับการปิดทองลูกนิมิตร

เมื่อยืนชั่งใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะติดสินใจเดินกลับออกไปทางเดิม ไม่ใช่เดินกลับบ้านนะครับ เดินไปซื้อสติกเกอร์ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ครับ

"หมดเเล้วจ้ะ" เสียงอ่อนโยนจากคุณป้าเจ้าของแผงสติกเกอร์เอ่ยขึ้นหลังจากที่ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าป้าแก

"อ้าว.." ผมร้องออกมาด้วยความเสียดายก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาแผงอื่นๆ แต่สิ่งที่ได้รู้คือ มีแค่ป้าแกคนเดียวที่ตั้งแผงขาย เซ็งสิครับแบบนี้-*-

ผมเดินไหล่ตกออกมาจากตรงนั้น แต่ก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงหนึ่งทักขึ้น

"รักษ์!"

หือ ไม่ใช่เราหรอกมั้ง..

"รักษ์!" 

ไอ้คนชื่อรักษ์นี่ทำไมไม่ตอบเพื่อนเล่าปล่อยให้เขาตะโกนอยู่ได้..

"นายอารักษ์  สิริปัญญาวงศ์!"

โอเคชัดเลย.. กูนี่หว่า!!

"ใครวะ" ผมพูดพร้อมกับหันกลับไปทางเดิม ก่อนจะเห็นร่างของคนที่ตัวสูงกว่ายืนอยู่ข้างหลังผม "นายเป็นใคร" ผมพูดพลางมองสำรวจใบหน้าของอีกคน ดูคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่นะ แต่นึกไม่ออกว่าใคร

"กู๊ดไง เราก็อยู่โรงเรียนเดียวกันนะ ห้องข้างกันด้วย"

"..." ไผวะ!! (คำแปล:ใครวะ!!)

"อ่า นายคงไม่รู้จักเราสินะ" คนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงติดเศร้าเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม "แต่ไม่เป็นไรหรอก"

"ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักหรอกนะ พอคุ้นๆหน้าอยู่" ผมพูดตามความจริง 

"จริงเหรอ" ไม่ว่าเปล่า ดันทำหน้าดีใจจนออกนอกหน้าอย่างเห็นได้ชัด

"อืม" ผมตอบรับในลำคอพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามต่อ "แล้วเรียกเรามีอะไรหรือเปล่า"

"อ๋อ คือเราเห็นว่ารักษ์อยากได้สติกเกอร์อะ พอดีเราเหลืออยู่ครึ่งแผ่น เลยจะเอามาให้" กู๊ดพูดพร้อมกับหยิบสติกเกอร์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงเเล้วยื่นมาทางผม

"เฮ้ย ขอบใจนะ เท่าไหร่เหรอ" ผมนี่รีบควักตังค์เลยครับ

"ไม่เป็นไรหรอก เราใช้ไปบ้างเเล้ว" คนตรงหน้าพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาทางผม

"เอางั้นเหรอ"

"อือฮึ"

"งั้นขอบใจนะ" ผมรับสติกเกอร์มาไว้ในมือก่อนจะรีบสาวเท้ายาวๆตรงไปยังรูปปั้นกามเทพ โดยไม่ลืมที่หันมาบอกกับอีกคนว่า.."รออยู่นี่นะ อย่าพึ่งไปไหน"

 'ท่านกามเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดจงบันดาลคนที่ใช่มาให้ลูกที ขอแบบหน้าตาดี มีหัวใจที่อบอุ่นนะท่าน ช่วยเห็นใจลูกด้วย นกบ่อยจนลืมว่าตัวเองเป็นคนเเล้วครับ'

หลังจากที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยผมก็ลุกขึ้นยืนเเล้วเเกะสติกเกอร์ติดไปรอบๆรูปปั้น โดยเน้นตรงรูปหัวใจที่เป็นปลายลูกศร เมื่อแปะจนหมดครึ่งแผ่นที่เหลือก็เดินแหวกฝูงชนกลับมายังผู้มีพระคุณของผม

"ปะ ไปกัน" ผมพูดพลางเดินนำคนตัวโตกว่าไปเพื่อตรงไปยังป้ายรถเมล์

"ไปไหน" กู๊ดถามด้วยสีหน้างงๆ แต่ก็เดินตามผมมา

"จะพาไปเลี้ยงไอติม ค่าสติกเกอร์ไง"

"เราเอารถมา งั้นไปรถเราละกัน" คนตัวโตกว่าพูดพร้อมกับคว้าข้อมือผมไว้เเล้วออกแรงดึงไปอีกทาง 

พวกเราใช้เวลาเดินกินไม่นานก็มาถึงลานจอดรถของโรงเรียน ซึ่ง ณ ที่ตรงนั้นมีเพียงบิ๊กไบท์คันสีดำเงางาม จอดอยู่

ในชีวิตนี้ไอ้รักษ์จะได้นั่งบิ๊กไบท์แล้วเว้ย!

ผมยืนตื่นเต้นมองเจ้าของรถเดินอ้อมบิ๊กไปคันใหญ่ไปอีกฝั่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับจักรยานสีเขียวพาสเทล เดี๋ยวนะ! ไม่ใช่บิ๊กไบท์หรอเรอะ

"ขึ้นมาสิ" กู๊ดพูดขึ้นหลังจากที่ขึ้นไปนั่งควบบนเบาะจักรยาน ผมยืนมองภาพตรงหน้าอย่างนึกเสียดาย แต่ก็เอาเถอะ ถือซะว่าช่วยกันลดโลกร้อนละกัน..

เมื่อผมคิดได้ดังนั้นก็เดินไปนั่งคร่อมบนเบาะสำหรับนั่งซ้อน

"ปั่นไหวเหรอ เราตัวหนักนะ" ผมถามเพื่อความเเน่ใจ

"ไหวสิ แค่นี้เอง" เจ้าตัวหันมาตอบพร้อมกับยิ้มตาหยีส่งมาให้ผม ว่าเเต่ไอ้แสงเปร่งประกายวิบวับรอบตัวไอ้หน้าหล่อนี่คืออะไร?

หลังจากที่กู๊ดยืนยันว่าปั่นไหวแน่นอน พวกเราก็ออกเดินทางเพื่อไปยังร้านไอติมที่ผมโปรดปรานที่สุด ซึ่งอยู่ทางกลับบ้านของผมพอดี

"จอดตรงนี้แหละ" ผมว่า หลังจากที่เรามาถึงหน้าร้าน ซึ่งร้านนี้เขามีที่สำหรับจอดรถจักรยานให้ด้วยแหละ

กริ๊ง!

เมื่อผมผลักประตูเข้าไปด้านในร้าน เสียงกริ่งก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงของคุณพี่เจ้าของร้านที่ค่อนข้างจะสนิทสนมกับผมเลยทีเดียว

"ร้านไอติมคุณมารวยยินดีต้อนรับค่า~"

ทุกคนคงคิดว่ามารวยคือชื่อของเจ้าร้านสินะ ไม่ใช่หรอกครับ แต่เป็นชื่อของเม่นเเคระที่เจ้าของร้านเขาเลี้ยงไว้ แถมยังเอามาไว้ที่ร้านด้วย

"สวัสดีครับพี่รินทร์" ผมพูดพร้อมกับยกมือไหว้ กู๊ดเองก็ทำเช่นกัน

"ไม่ต้องไหว้พี่หรอก แล้วนี่จะเอารสอะไรกันจ๊ะ" 

"นายเลือกเลย เราเลี้ยง" ผมหันไปบอกกู๊ดที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม

"ผมเอารสเผือกครับ"

"ผมเอารสวานิลลากับช็อกโกแลตเหมือนเดิมครับ"

"โอเค รอสักครู่นะเด็กๆ" พี่รินทร์บอกแค่นั้นก่อนจะเดินไปตักไอติม

ผมนั่งมองหน้ากู๊ดนิ่งๆ พลางคิดบทสนทนาที่จะพูดกับอีกคน 

"นี่ ทำไมนายรู้จักเราอะ" ผมเอ่ยถาม

"ก็เราอยู่ของข้างกันไง" 

"ก็ใช่ เเต่เราก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้านายเลยนะ ถึงจะคุ้นๆอยู่ก็เถอะ แต่ถ้าให้บอกตามตรงก็คือไม่รู้จักอะ" ผมร่ายยาว

"ก็ไม่แปลกหรอกที่รักษ์จะไม่รู้จักเรา" กู๊ดพูดพร้อมกับอมยิ้มบางๆ

"?"

"เราพึ่งย้ายมาเมื่อสามอาทิตย์ที่เเล้วเอง"

"อย่าบอกนะว่านายคือนักเรียนที่ย้ายมาใหม่จากอเมริกาอะ" ผมพูดด้วยความตกใจ รู้เเล้วทำไมถึงคุ้นๆหน้าแต่จำไม่ได้ ก็เพราะตอนที่กู๊ดมาใหม่ๆอะ ผมสีทองประกาย แถมยังผมยาวกว่าตอนนี้อีก แต่ตอนนี้กลับผมสีดำสนิทแล้วผมก็สั้นขึ้นเยอะเลย

"อือฮึ"

"ก็ว่าหน้าคุ้นๆ" ผมบ่นพึมพัมกับตัวเองเบาๆ "เอ่อ ขอถามอะไรอีกอย่างได้ไหม" ผมถามอย่างลังเล

"ว่ามาสิ" 

"นายไปทำอะไรที่รูปปั้นกามเทพนั่น"

"ก็มีจุดประสงค์เหมือนกับรักษ์นั่นแหละ" กู๊ดพูดยิ้มๆ

"บ้าน่า นายดูท่าจะป็อปมากๆเลยนะ จำเป็นต้องไปขอแฟนด้วยเหรอ" ผมพูดอย่างไม่เชื่อหู

"ก็ไม่เชิงมาขอแฟนหรอก"

"แล้วขออะไรอะ"

"ขอให้สมหวังกับคนที่แอบชอบน่ะ" คนตรงหน้าตอบพร้อมกับเกาที่ท้ายทอยของตัวเองอย่างเคอะเขิน "ว่าแต่รักษ์มาขอว่าอะไรเหรอ"

"เราขอให้เทพเจ้าส่งใครสักคนมาให้เราที เราชอบใครก็ไม่เคยจะสมหวังเลย" เรื่องมันเศร้า..

"เขาว่ากันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก คำขอของเราจะเป็นจริงในสามวัน" 

"อื้อ หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" 

"แต่เราว่าเเค่วันเดียวก็เริ่มเห็นผลแล้วล่ะ"

"จริงเหรอ!!" ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "คนที่นายชอบอยู่แถวนี้ใช่มะ" ผมสอดส่องสายตสออกไปนอกร้านเพื่อมองหาคนที่กู๊ดแอบชอบ อยากเห็นหน้าจังแฮะ

"ใช่แล้วล่ะ" คนตรงหน้ายิ้มตาหยี 

"เขาคนนั้นอยู่โรงเรียนเราไหม" ผมถามขึ้นหลังจากที่เห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ใส่เครื่องแบบนักเรียนแบบเดียวกันกับพวกผม ต่างตรงที่ผู้หญิงเขาใส่กระโปรง

"อยู่สิ"

"หน้าตาประมาณไหนเหรอ" ผมมองผู้หญิงกลุ่มนั้นตาค้าง

"อยากรู้เหรอ"

"อื้อๆ"

"อีกสองวันไปส่องกระจกดูนะ^_^"

"???" อิหยังวะ?(คำแปล:อะไรวะ?)

"ถ้าอยากรู้ก็ทำตามที่เราบอกละกัน" กู๊ดพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม ผมจึงทำได้เเค่พยักหน้ารับ เอาวะ ใครบอกอยากไปรู้เรื่องของเขาเอง

พวกผมคุยกันได้สักพัก พี่รินทร์ก็ยกถ้วยไอติมมาเสิร์ฟที่โต๊ะ

"ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะ" พี่รินทร์พูดเสียงหวานก่อนจะเดินไปเล่นกับคุณมารวยที่นอนแผ่อยู่ในกรง

พวกเรานั่งอยู่ในร้านของพี่รินทร์ประมาณครึ่งชัวโมงได้ก่อนจะพากันเดินออกมาจากร้าน

"งั้นเราแยกกันตรงนี้นะ" ผมบอกกู๊ด หมู่บ้านที่ผมอยู่ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่จะเดินกลับยังได้เลย

"ให้เราไปส่งไหม"

"ไม่ต้องๆ เดี๋ยวเราเดินกลับเอง" ผมพูดอย่างเกรงใจ

"อ่า โอเค" กู๊ดพยักหน้าเข้าใจ

"งั้นเรากลับก่อนนะ" ผมเอ่ยลาก่อนจะหมุนตัวไปยังทิศทางที่จะเดินไป

"เดี๋ยว.."

"หืม?"

"พรุ่งนี้วันเสาร์ ไปดูหนังกันไหม" กู๊ดพูดไม่เต็มเสียงนัก นี่เราสนิทกันถึงขั้นชวนไปดูหนังเเล้วเหรอเนี่ย..

"เอ่อ.."

"..." ผมมองกู๊ดที่จ้องหน้าผมลุ้นๆ 

"เอาสิ อยู่บ้านเฉยๆน่าเบื่อจะตาย" 

"เย้! งั้นพรุ่งนี้จะให้เราไปรับไหม" ดีใจอะไรขนาดนั้น?

"ไม่ต้องหรอก เราไปเจอกันที่หน้าโรงหนังเลยดีกว่า"

"เอางั้นก็ได้ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ที่ห้าง C สิบโมงนะ" 

"อือฮึ" ผมพยักหน้ารับ "งั้นเรากลับเเล้วนะ นายก็ปั่นจักรยานกลับดีๆละกัน"

"รักษ์ก็เดินกลับดีๆนะ" คนตัวโตกว่ายิ้มแป้นพร้อมกับโบกมือบ้ายบายผมเเรงๆ(?)

"โอเค" ผมจึงโบกมือบ้ายบายกลับซะเลย แถมเเรงกว่าด้วย(?)

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เพราะตอนนี้ผมมานั่งโดดๆอยู่ตรงหน้าโรงหนังเรียบร้อยเเล้ว แถมมาก่อนเวลาด้วย เหลืออีกตั้งสิบกว่านาทีแหนะกว่าจะถึงเวลานัด

 

"แฮ่กๆ"

"โว้ว วิ่งมาเหรอเนี่ย" ผมถามตื่นๆเมื่อเห็นกู๊ดวิ่งมาหาพร้อมกับเหงื่อที่ไหลลงมาตามกรอบหน้า

"ก็เราเห็นรักษ์นั่งรออยู่เลยรีบวิ่งมา" 

"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เราไม่รีบหรอก" ผมพูดพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งไปให้อีกคนเช็ดเหงื่อ

"งั้นเราไปซื้อตั๋วเลยไหม" กู๊ดพูดพร้อมกับคว้าข้อมือผมจูงไปตรงตู้ซื้อตั๋ว

"เอาสิ ว่าแต่เราจะดูเรื่องอะไรกันอะ" จะว่าไปผมก็ไม่ได้คิดมาเลยแฮะ

"มีเรื่องที่อยากดูไหม" กู๊ดหันมาถาม

"ไม่มี" ผมตอบตามความจริง

"งั้นดูเรื่องนี้กันไหม เหมือนจะเป็นหนังตลกด้วย" เจ้าตัวชี้ไปยังโปสเตอร์หนังเรื่องหนึ่ง ที่ดูเเล้วน่าจะเป็นแนวตลก

"เอางั้นก็ได้ เบาสมองดี" ผมคิดเช่นนั้น..

 

กรี๊ดดด แฮ่!!!

"เฮือก!" บ้าเอ๊ย มันเบาสมองตรงไหนเนี่ย มีแต่ผีโผล่มาแฮ่ ถึงจะเป็นหนังตลกก็เถอะ แต่เป็นหนังตลกที่มีผีน่ากลัวขนาดนี้ รักษ์ไม่โอเคคคค

"กลัวเหรอ" กู๊ดหันมาถามด้วยท่าทีสบายๆ

"บ้า ไม่ได้กลัว" ผมตอบเสียงแผ่ว แล้วฝืนหันหน้าไปยังจอใหญ่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่มีผีอะไรสักอย่างโผล่มาเต็มหน้าจอพร้อมกับซาวด์เอฟเฟคที่จงใจทำให้คนดูตกใจ

"เชี่ย!" ผมร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับหันไปซุกตรงด้านหลังของกู๊ดโดยอัตโนมัติ

"ไหนบอกไม่กลัวไง หืม?"

"กะ..ก็" ผมพูดตะกุกตะกักเพราะยังตกใจกับฉากเมื่อกี้ไม่หาย

"เราให้ยืมไหล่ เอาป่าว" กู๊ดพูดพลางตบไหล่ตัวเองเบาๆเชิงบอกว่า 'ซบมาได้เลย'

"ฮือ รบกวนด้วยนะ" ผมพูดพร้อมกับซบลงบนไหล่หนานั่นทันที กู๊ดที่เห็นดังนั้นก็หยิบแจ็คเก็ตยีนมาคลุมหัวผมไว้ ก่อนจะมองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน

ตักตึก

หืม?

เมื่อกี้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ เหมือนตอนที่ผมชอบใครสักคนเลย ไม่ๆๆ ไม่มีทางเด็ดขาด คิดไปเองทั้งนั้นไอ้รักษ์ มึงไม่ได้ชอบเขาหรอกแค่ตกใจอิผีตัวนั้น อืมๆ ใช่ เราแค่ตกใจผีเฉยๆ 

"รักษ์"

"รักษ์" อะไรยุกยิกๆอยู่ตรงเเขนวะ

"รักษ์ครับ ตื่นได้แล้ว"

"อือ.." 

"หนังจบเเล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ"

"โอเคๆ" ผมพูดก่อนจะลุกพรวดขึ้นทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตาทำให้ร่างโปร่งของตัวเองเซถลาไปด้านหน้า เกือบจะเอาหน้าฝาดขอบเบาะแล้วแหละถ้าไม่โดนกู๊ดคว้าไว้เสียก่อน

"ค่อยๆลุกสิ" เสียงนุ่มปนดุเอ่ยขึ้น ผมจึงหันไปหวังจะขอบคุณแต่ทว่า เมื่อหันกลับไปดันเห็นใบหน้าหล่ออยู่ห่างจากใบหน้าของตัวเองไม่ถึงคืบ อีกนิดปลายจมูกก็จะชนกันเเล้ว

ตึกตัก

เอาอีกแล้ว อาการนี้อีกแล้ว..

"ขะ..ขอบคุณนะ" ผมเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างดันที่แผงอกของคนตรงหน้าเบาๆ

"อ่า เรื่องเล็กน้อย" ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นใบหูที่แดงระเรื่อของกู๊ด แต่ผมดันเป็นคนช่างสังเกตไง เห็นชัดเลยว่ามันแดงขนาดไหน แล้วก็ไอ้ท่าทางเขินที่แสดงออกมานั่นอีก

"เราไปกินข้าวกันเถอะ" ผมพูดขึ้นตัดบรรยากาศรอบๆตัวในตอนนี้พร้อมกับกระตุกชายเสื้อของอีกคน เป็นสัญญาณว่าให้เดินตามมา

"คราวนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวนายเอง"

"เราเลี้ยงก็ได้นะ"

"No ค่าตั๋วหนังนายเป็นคนจ่ายเเล้ว เดี๋ยวค่าข้าวเราจ่ายเอง" 

"เอางั้นเหรอ" กู๊ดพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย มันน่าเสียดายตรงไหนวะ ต้องดีใจสิที่ไม่ได้เสียตังค์

 

"อยากกินอะไรสั่งเลย" ผมพยักเพยิดหน้าไปทางเมนูที่ถูกเสียบไว้ในกล่อง

"เอาข้าวผัดหมูล่ะกัน"

"แค่เนี้ย"

"อืม"

"ไม่เอาอะไรเพิ่มเหรอ"

"ไม่เอาเเล้ว"

"โอเค งั้นผมเอาข้าวขาหมูครับ" ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปสั่งอาหารกับพี่พนักงานที่ยืนรอออเดอร์จากเรา

พวกเราใช้เวลากินข้าวไม่นานก็พากันเดินเที่ยวห้างฯไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงโซน Game Center

"กู๊ด"

"หืม?"

"แข่งคีบตุ๊กตากันไหม"

"เอาสิ"

"เยี่ยม!"

"โอเค งั้นเดี๋ยวเราไปเเลกเหรียญให้"

"เอามาสี่เหรียญเลยนะ" ผมพูดพร้อมกับควักแบงค์ร้อยยื่นไปให้กู๊ด แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าเบาๆแล้วเดินไปตรงจุดรับเเลกเหรียญโดยไม่รับเงินของผม นี่กะจะเลี้ยงอีกแล้วเหรอ เลี้ยงเก่งชะมัด..

เมื่อกู๊ดกลับมาพร้อมกับเหรียญที่มีเฉพาะ Game Center ทั้งสี่เหรียญผมก็อธิบายกติกาในการเเข่งให้ฟัง

"เราแบ่งกันคนละสองเหรียญนะ ถ้าเราคีบจนหมดทั้งสองเรียญเเล้วใครได้เยอะสุด คนนั้นก็ชนะไปเลย"

"ชนะเเล้วได้อะไรอะ"

"สั่งให้คนแพ้ทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ตกลงไหม"

"ดีล" รอยยิ้มมุมปากของคนตรงหน้าปรากฎขึ้น ทำเอาผมมีไฟในการเเข่งครั้งนี้ทันที

มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผมไม่มีทางแพ้เเน่นอน เพราะฉายาตำนานมือตู้คีบไม่ได้มาเล่นๆนะครับ

เมื่ออธิบายกติกาเสร็จผมก็ขอเป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน ผมหยอดเหรียญเเรกลงไปก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวคีบไปยังตุ๊กตาพาวเวอร์พัฟเกิลตัวสีเขียว เมื่อตรงเป้าหมายเเล้วก็กดปุ่มคีบทันที พร้อมกับยืนลุ้นว่าจะคีบได้ไหม

ตุบ

"เย้!" ผมร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าตุ๊กตาที่คีบมาหล่นลงตรงปล่องพอดี ดีใจกับตัวเเรกไม่นานก็ตั้งสมาธิกับตัวที่สองต่อ

ตุบ

"วุ้ว!" ดีใจยิ่งกว่าได้แชมป์ เพราะผมคีบสำเร็จทั้งสองตา

"ตานายเเล้ว ถ้าได้แค่หนึ่งตัวนี่ถือว่าแพ้เลยนะครับ" ผมพูดพร้อมกับยิ้มร่า พลางคิดในใจไปด้วยว่าจะสั่งให้กู๊ดทำอะไรดี

ตุบ

"เฮ้ย ทำไมได้เร็วจังอะ" ผมหันขวับไปมองตู้คีบทันทีที่ได้ยินเสียง เขาใช้เวลาแป็ปเดียวในการคีบเองนะต่างกับผมที่จ้องเขม็งอยู่ตั้งนาน

ผมยืนลุ้นตัวเกร็งเมื่อเห็น ว่ากู๊ดกดคีบไปตัวที่สองเเล้ว ขอให้หล่นๆๆ

"ว้าว ได้สองตัวเลย" น้ำเสียงตื่นเต้นของกู๊ดดังขึ้น ผมที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ได้แต่มองมือคีบตาค้าง เพราะมันเล่นหยิบมาทีเดียวสองตัวเลยน่ะสิ! แสดงว่ารวมทั้งหมดเเล้วกู๊ดได้ไปสามตัว ส่วนผมได้มาเเค่สองตัว

ม่ายยยย

"นี่ถือว่าเราชนะใช่ไหม" เจ้าหน้าหล่อแถมดวงดีพูดพร้อมกับหยิบตุ๊กตาทั้งสามตัวให้ผมดู

"อือ.."

"เราจะสั่งอะไรก็ได้ใช่ไหม"

"อือ.." ขออย่าให้สั่งให้ทำอะไรน่าอายก็พอ

"งั้นเราขอให้พรุ่งนี้สิบโมงรักษ์มาเจอเราที่ร้านไอติมคุณมารวยได้ไหม"

"ห๊ะ!? แค่นี้เหรอ" แค่ไปร้านพี่รินทร์เอง ไม่เห็นต้องใช้สิทธิ์นี้ผมก็ไปอยู่เเล้ว

"อืม แค่นี้แหละ มาได้หรือเปล่าล่ะ"

"ปฏิเสธไม่ได้หรอก"

"ดีเลย พรุ่งนี้อย่าลืมส่องกระจกก่อนออกจากบ้านด้วยล่ะ" กู๊ดยิ้มตาหยี ลืมเรื่องส่องกระจกไปเลยแฮะ ว่าแต่ผมจะเจอคนที่กู๊ดชอบจริงๆเหรอ กระจกที่บ้านไม่ใช่กระจกวิเศษเหมือนในเรื่องสโนไวท์นะเห้ย

"โอเค เราก็จะได้รู้สักทีว่าสาวที่นายชอบหน้าตาแบบไหน"

"อื้ม"

 

ติ๊ด ติ๊ด

"อือ.." ผมพลิกตัวไปกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสภาพผมที่ฟูยิ่งกว่าสายไหม

เมื่อตื่นเต็มตาก็คว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ตรงเก้าอี้เเล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบเอว 

วันนี้ผมมีนัดกับกู๊ดที่ร้านไอติมคุณมารวย และที่ผมห้ามลืมทำเลยคือส่องกระจกก่อนออกจากบ้าน เพื่อที่จะได้รู้ว่าคนที่กู๊ดชอบหน้าตาแบบไหน แต่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า ส่องกระจกที่บ้านแล้วจะเห็นเหรอ? เป็นงง

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินไปตรงหน้ากระจก แล้วตั้งสมาธิให้มั่นจากนั้นก็เพ่งมองไปยังกระจก เผื่อจะมีใบหน้าปรากฎขึ้นมา

นั่น!

นั่นไง!

ไม่มีหน้าผู้หญิงจริงๆ ด้วย มีแต่หน้าผมเองเนี่ย

สงสัยโดนหลอกเเล้วแหละ วุ้ย

เมื่อเห็นว่าจ้องยังไงก็คงไม่เห็นหน้าคนที่กู๊ดชอบก็เลยตัดสอนใจหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องนอนทันที

"อ้าวรักษ์ จะไปไหนเหรอ" เสียงของแม่ดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินลงมาจากบันได

"ไปร้านพี่รินทร์ครับ" ผมหันไปตอบแม่ที่นั่งดูข่าวอยู่ตรงโซฟากับพ่อ

"งั้นเดินทางดีๆนะ" 

"ครับ งั้นผมไปนะ"

"จ้ะ" 

เมื่อได้ยินดังนั้นก็ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดก่อนจะเดินจากบ้านไปยังร้านของพี่รินทร์

ใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึง แถมยังเหลือเวลาก่อนจะถึงเวลานัดอีก แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้มาก่อน เพราะหลังจากที่เปิดประตูเข้ามาในร้านก็เจอกู๊ดนั่งรออยู่ตรงโต๊ะเดิมที่เรานั่งกันวันนั้น

"ทำไมคราวนี้มาก่อนอะ" ผมเอ่ยถามพลางหย่อนก้นนั่งฝั่งตรงข้าม

"เราไม่อยากให้รักษ์รออะ" กู๊ดพูดเสียงนุ่ม

"เลยมานั่งรอก่อนว่างั้น?"

"อือ"

"แล้วนี่สั่งไรยัง"

"เรียบร้อยเเล้ว เราสั่งมาให้รักษ์แล้วด้วย วานิลลากับช็อกโกแลตใช่ไหมล่ะ"

"ถูกต้องครับผม" ผมพูดพร้อมกับทำท่ายิงปิ้วๆใส่คนตรงหน้า ซึ่งกู๊ดก็ยิ้มขำให้กับท่าทางของผม 

"ว่าแต่นัดเรามาเนี่ย จะเลี้ยงไอติมใช่ปะ" รู้ทันหรอก เพราะกู๊ดเลี้ยงเก่ง

"มีเรื่องอื่นด้วย" จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป ทำเอาผมแอบเกร็งเล็กน้อย

"เรื่องอะไรเหรอ" 

"เมื่อเช้าได้ส่องกระจกไหม" 

"ส่องสิ เเต่ไม่เห็นจะเจอหน้าของคนที่นายชอบเลย นายหลอกเราใช่ปะ" ขอเคลียร์ประเด็นนี้ก่อนละกัน

"เราไม่ได้หลอก คนที่เราชอบน่ะ รักษ์เห็นแล้วล่ะ"

"เห็นที่ไหน เราเห็นแต่หน้าตัวเอง" ผมขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนพูด

"ก็นั่นแหละ คนที่เราชอบ" กู๊ดพูดพร้อมกับเกาที่ท้ายทอยของตัวเอง แถมยังหน้าเน่อนี่เริ่มขึ้นสีหน่อยๆแล้ว

"ห๊ะ!?" ผมว่าหน้าผมตอนนี้ก็คงไม่ต่างกันหรอกครับ หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น 

"เราชอบรักษ์" กู๊ดพูดย้ำอีกครั้ง ทำให้หน้าผมเห่อร้อนขึ้นมาทันทีทันใด

"ตะ..ตั้งแต่เมื่อไหร่"

"วันแรกที่ย้ายมาเลย" 

What? 

ผมงงเป็นไก่ตาแตกพลางนึกย้อนไปถึงตอนที่กู๊ดมาที่โรงเรียนครั้งแรก ตอนนั้นผมจำได้ว่า ผมรีบเอาการบ้านไปส่งที่ห้องพักครู แต่ด้วยความรีบเกินไปทำให้ผมดันไปชนเข้ากับนักเรียนใหม่คนนั้น การบ้านผมนี่หล่นกระจายเลยครับ กู๊ดจึงช่วยผมเก็บ ผมมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วรีบไปที่ห้องพักครูต่อทันที

ชอบตั้งแต่ตอนนั้นเนี่ยนะ บ้าบอ!?

"เรื่องจริงเหรอ" 

"เราจะโกหกทำไม"

"นั่นสินะ" ผมตอบกลับไปแค่นั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเเล้วว

"ถะ..ถ้ารักษ์ไม่ชอบก็บอกนะ เราจะไม่มายุ่งอีก" กู๊ดก้มหน้างุดพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ 

เอาไงดี ผมก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไรหรอกนะ  แต่จะให้ตกลงคบมันก็เกินไปหน่อย งั้นเอาแบบนี้ละกัน..

"นี่ เงยหน้าขึ้นมาก่อน" ผมพูดพร้อมกับยื่นมือไปแตะตรงกลุ่มผมนุ่มของคนตรง กู๊ดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองผม อารมณ์บนใบหน้าหล่อนั่นบ่งบอกได้ชัดว่ากำลังสงสัยอยู่

"นายชอบเราจริงๆใช่ไหม" ผมเอ่ยถามเพื่อเช็คอีกครั้ง 

"อื้ม! เราพูดจริง" กู๊ดตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทำเอาผมเขินเหมือนกันนะเนี่ย

"เราไม่ได้รังเกียจ หรือว่าไม่ชอบนายหรอกนะ แต่ถ้าจะให้เราตกลงคบเลยมันก็เร็วไป" 

"เราไม่รีบหรอก แค่รักษ์บอกว่าไม่รังเกียจเราก็ดีใจเเล้ว" กู๊ดยิ้มตาหยี แต่ผมกลับเห็นว่าในรอยยิ้มนั้นมีความเศร้าปนอยู่

"เอางี้ไหม เรามาสนิทกันให้มากกว่านี้เถอะ ถ้าถึงเวลาเเล้ว เราจะยอมคบกับนายเลย" ผมฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้คนตรงหน้า 

ใช่เเล้วล่ะ ไว้เราเรียนรู้กันให้มากกว่านี้ก่อนเเล้วค่อยตอบตกลง

เอ๊ะ หรือว่าผมจะตอบตกลงพรุ่งนี้เลยดีนะ?

เหมือนว่าการขอพรจะเห็นผลในสามวันจริงๆแฮะ ในที่สุดผมก็มีคู่ที่หน้าตาดีแถมมีหัวใจที่อบอุ่น แต่ที่เป็นผู้ชายคงเพราะผมลืมบอกเพศไปมั้ง..

THE END.

แง่วว จบไปอีกเรื่องเเล้วสำหรับเรื่องสั้นตอนเดียวจบ ขอบคุณที่ทุกคนที่กดเข้ามาอ่านนะคะ อย่าลืมคอมเม้นต์เป็นกำลังให้ด้วยเน้อ อยากอ่านคอมเม้นต์มากๆเลย จะติหรือชมหรืออะไรก็ตาม ได้หมดเลยค่ะ????

สุดท้ายนี้ก็...อย่าลืมติดตามเรื่องถัดๆไปด้วยนะคะ อาจจะเป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบ(เพราะเรื่องยาวยังไม่เสร็จ) เหมือนเดิม ฮ่าๆ

สุดท้ายนี้ก็(อีกแล้ว)...น้องรักษ์ทำไมหนูบื้อจังลูกกก 

กราบบบ.

 

 

 

 

 

 

 

 

​​​​​​

 

 

​​​​​​

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ เหมียวขี้เซา.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น