นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






จอห์นนี่




เตนล์



มาร์ค




..ผมโชคดีที่มีเจ้าตัวแสบคอยอยู่ข้างๆเสมอ..



#ChocoJohnTen

 By ˚✩BetweenSeconds✩˚

@BetweenSeconds

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ก.ค. 59 / 22:18


คำเตือน...

ก่อนอ่านเรื่องนี้เราขอแนะนำให้คุณคนอ่านย้อนไปอ่านเรื่อง

[OS] I'm not the one one || JohnYong ||

กันก่อนนะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อจากเรื่องนั้น :)








          หลังจากที่ผมเลิกยุ่งกับแทยงแล้ว

 



          ผมก็กลับมาสนใจเรื่องการเรียนให้มากว่าเมื่อก่อน เพราะตอนนี้ผมก็ขึ้นปีสามมาได้หลายอาทิตย์แล้ว

 

          อีกไม่นานผมก็ต้องเจอช่วงสอบมิดเทอม

 


          เขาว่ากันว่าปี จะเป็นปีที่เรียนหนักที่สุด ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องจริง

 

          นี่เพิ่งแค่เปิดเทอมมาไม่กี่สัปดาห์ทำไมอาจารย์ถึงสอนเนื้อหากันเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย

 


          มิดเทอมนี้ผมจะรอดหรือไม่ต้องมารอดูกัน

 






 

          แล้วมันก็ผ่านไปด้วยดีสำหรับการสอบมิดเทอม

 




          เรื่องการเรียนผมคิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาเพราะผมมีติวเตอร์ส่วนตัว




          แต่เรื่องหัวใจนี่สิ

 


          ผมพยายามหาอะไรทำให้เยอะเพื่อให้ลืมเรื่องแทยงซักที


          ไม่ว่าจะเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือ


          ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า


          ไปนั่งรถเล่น..

 

          ผมก็ยังนึงถึงแทยงตลอด





          ยกเว้น..

 

          ตอนที่มีเพื่อนตัวแสบคนนี้อยู่ข้างๆ

          ก็คือเตนล์ คนที่คอยมาวอแวผมตั้งแต่เปิดเทอมปี 1 นั่นเอง




          ถ้าถามว่าผมใช้เวลาที่อยู่กับแทยงเทียบกับเตนล์ ผมอยู่กับใครมากกว่ากัน


          ผมก็ต้องตอบเลยว่า...อยู่กับเตนล์ เพราะเราเรียนเอกเดียวกัน

 

 



          จริงๆเตนล์เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ เขาคอยช่วยเหลือเรื่องการบ้านหรือเรื่องงานกลุ่มเสมอ

 



          ทั้งๆที่เขาก็รู้นะว่าที่ผมไม่ค่อยได้ใส่ใจการเรียนเพราะมัวแต่ไปสนใจเรื่องแทยง


          แต่เตนล์ก็ไม่เคยโกรธผมที่ผมไม่เคยได้ช่วยงานเขาเลย

 



          คนอะไรทำไมใจดีขนาดนั้นผมแอบนึกสงสัย

 





          แต่เตนล์ก็มีข้อเสียอีกอย่างนึงก็คือ..

 


          เขาชอบทำให้ผมรู้สึกรำคาญนั่นเอง



          ด้วยความที่เตนล์เป็นคนที่ร่าเริงสดใสได้ตลอดเวลา เขามักจะหาอะไรตลกๆมาทำ

 

          จนบางครั้งผมรู้สึกว่าเตนล์เหมือนเด็กๆที่ยังไม่โต และบางอย่างที่เขาทำผมว่ามันค่อนข้างไร้สาระ

 




          แต่นั่นก็ทำให้ผมหัวเราะได้จากเรื่องแย่ๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตน่ะแหล่ะ

 

          ผมรู้สึกว่าตัวเองดูย้อนแย้งในตัวเตนล์ยังไงไม่รู้สิ...

 



          แต่ยังไงๆเตนล์ก็คือเจ้าเพื่อนตัวแสบดีๆคนนึงที่ผมเริ่มคิดได้ว่าต่อไปนี้ผมคงต้องช่วยงานเขาบ้างแล้วแหล่ะ


          ผมจะไม่เอาเปรียบให้เขาเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว

 




 

          เตนล์ งานกลุ่มวันนี้อาจารย์สั่งว่าอะไรบ้าง


          ก็.. บอกให้ไปถ่ายวิดีโอนำเสนอหรือจะทำโฆษณาแนะนำนอกสถานที่อะไรก็ได้ตามใจเราเลย


          “แล้วคิดไว้ยังว่าจะทำอะไร.


          “อืมม.. จริงๆเราอยากไปถ่ายนอกสถานที่..”


          “อยากไปที่ไหนล่ะ

 

          “ไปไหนดีอ่ะ คือจริงๆเราก็ไม่ค่อยรู้ทางไปสถานที่ซักเท่าไหร่

 



          ผมลืมบอกไปเตนล์เป็นนักศึกษาคนไทยที่ได้ทุนมาเรียนที่เกาหลี


          เหมือนว่าเตนล์ได้เรียนภาษาเกาหลีมาก่อนตั้งแต่อยู่ที่บ้านเกิดของเขาแล้วมันเลยทำให้เขาพอพูดและฟังได้บ้าง


          แต่ก็ยังไม่ค่อยคล่องมากเท่าไหร่ จนบางครั้งผมต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับเขาอยู่บ่อยๆ

 

 

          “แล้วอยากไปสถานที่แบบไหนล่ะ


          “อยากไปสวนสนุก


          “ห๊ะ นี่จะไปเที่ยวหรือไปทำงานเนี่ย


          “ก็..ทำทั้งสองอย่างเลยไง เขาพูดพร้อมกับยิ้มจนตาหยี

 



          ยังไม่โตจริงๆ...


 

          “งั้นไป Everland ก็แล้วกัน


          “เย่ เราอยากไปมากเลยจอห์นนี่ อยากไปมานานแล้ว


          “อยู่เกาหลีมาตั้ง 3 ปี ทำไมยังไม่เคยไปล่ะ


          “ก็เราไม่รู้จะชวนใครนี่หน่า จะชวนจอห์นนี่ก็ดูจะไม่ว่างเท่าไหร่...เตนล์พูดแล้วก้มหน้าพร้อมกับทำหน้าเศร้านิดๆ




          ผมรู้สึกผิดทันทีที่ได้ยินเตนล์พูดแบบนั้น แต่ก็พยายามบ่ายเบี่ยงความผิดไป



          “คนมาจีบเยอะแยะ ก็บอกเขาไปซิว่าอยากไป เขาคงพร้อมจะไปด้วยเลยแหล่ะ

 



          “น้องคนนั้นชื่ออะไรนะ มาร์ค ใช่ไหมที่ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ซักที

 


 

          “โอ๊ยไปพูดไรถึงคนอื่นเล่า พอเหอะ


          “โอ๋ แหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้เลยนะ ผมขยี้หัวเตนล์อย่างเบาๆ


          เขาดูตกใจที่ผมทำแบบนั้น

 




          คงเพราะปกติผมไม่ค่อยจะสกินชิพกับคนอื่นเท่าไหร่นอกจากแทยงเท่านั้น

 



          พอผมเอามือออกเขาก็ลูบผมตัวเองป้อยๆ


          น่าเอ็นดูจริงๆ..

 




          “งั้นเสาร์นี่ไปกันเลยนะ


          “อื้มมม


 



EVERLAND

 



          “จอห์นนี่!!! ไปเล่น T-Express กันนนนน


          “เล่นไหวเหรอตัวแค่นี้


          “โห อย่าดูถูกเรานะ


          “แล้วมาดูกัน

 




          ผมยืนต่อคิวรอเล่นประมาณชั่วโมงกว่าได้

          อะไรจะนานขนาดนี้ คนก็จะเยอะไปไหน

          ผมเริ่มหงุดหงิดกับการรอนานๆ



          “แล้วเราจะถ่ายวิดีโอกันตอนไหน


          “ก็เดี๋ยวขึ้นไปค่อยถ่ายไง


          “เล่นไปด้วยถ่ายไปด้วยไม่ได้มั้ง


          “ได้สิจอห์นนี่



          ผมยืนเถียงกับเตนล์ซักพัก ก็ถึงคิวที่ผมกับเตนล์จะได้เล่นเครื่องเล่นนี้ซักที

          พอระหว่างที่กำลังรอคนนั่งรถไฟจนครบเตนล์ก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย

 



          “สวัสดีครับ วันนี้ผมกับจอห์นนี่มากันที่ Everland !!

          ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่บนเครื่องเล่น T-Express กันนะครับ เดี๋ยว...



          “เตนล์เก็บเถอะเดี๋ยวมือถือร่วง


          “แต่ว่า


          “เก็บไปก่อน


          เตนล์พยักหน้าหงึกๆแล้วเก็บตามที่ผมสั่ง



 


          แล้วซักพักรถไฟก็เริ่มเคลื่อนที่

          ผมเหล่ไปมองคนข้างๆ


          เดี๋ยวก็หงอยชัวร์ หึหึ





          กรี๊ดดดด เสียงกรี๊ดดังระงมมากตอนที่รถไฟมาถึงทางโค้งแล้วดิ่งลงไป


          ตอนนี้ผมเริ่มหูอื้อและรู้สึกวิงเวียนศีรษะ



          ผมกะว่าจะหันไปสนใจคนตัวเล็กข้างๆซะหน่อย แต่เห็นได้ยินเสียงตะโกน วู้วๆ คงไม่เป็นอะไรมั้ง





          คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นผมเองนี่แหล่ะ





          ผ่านมา3นาทีกับเครื่องเล่นนี้




          “จอห์นนี่ไหวไหม เขาถามผมเพราะเห็นผมเดินขาสั่นพั่บๆตอนที่ออกจากเครื่องเล่นนี้


          “ไหว.. อยากไปเล่นอะไรอีกล่ะ


          “Columbus Adventures !!”


          “โอเค คงไม่น่ากลัวอ่ะไรมั้ง ผมคิดในใจ


 



          มันใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงเครื่องเล่น ระหว่างนั้นที่เดินไปเรื่อยๆก็เหมือนผมเริ่มปรับตัวได้เป็นปกติ


          พอมาถึงที่ผมเห็นมันก็เป็นเรือเหาะลำใหญ่ๆ แค่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา คงไม่น่ามีปัญหาอะไร

 





          แต่ผมว่าผมคิดผิด 


          โว๊ยยยย จะบ้าตาย



          นึกว่าตัวเองจะหลุดร่วงออกจากเรือไปซะแล้ว



          ผมหลับตาปี๋


          ผ..ผมไม่ไหวแล้ว

 

 





          อุแหว่ะ


          ผมอ้วกทันทีหลักจากที่ลงจากเครื่องเล่นบ้านั่น


          ส่วนเตนล์ก็คอยลูบหลังให้อย่างต่อเนื่อง

 


          “เราว่า..


          “...


          “เราจะไม่เล่นอะไรที่ผาดโผนแบบนี้แล้วล่ะ


          “...


          “เราขอโทษนะจอห์นนี่


          “ไม่เป็นไร




          แล้วผมก็นั่งพักประมาณชั่วโมงนึงได้

 





          “อยากไปไหนต่อ


          “Safari world”


          “อืมๆ



          ผมรู้สึกเฉยๆกับพวกสัตว์นี้มาก แต่ตัวแสบข้างๆผมนี่ดูสนอกสนใจสัตว์มากเลย


          พอเจอเสือ ก็ร้องแง้วๆใส่ เสือน่ารักตรงไหนเนี่ย น่ากลัวจะตาย!!





          ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว


          “เราอยากไปซื้อของฝากอ่ะจอห์นนี่

 


          แล้วผมกับเตนล์ก็ไปกันที่ Grand Emporium


          เตนล์ดูตื่นเต้นมากกับการเห็นของเล่นและตุ๊กตาเต็มไปหมด



          ผมบอกเตนล์ว่าผมจะรอข้างนอก

          ผมขี้เกียจเข้าไปด้วยเพราะก็ไม่รู้จะซื้อไปฝากใคร..

 



          ผ่านมา 1 ชั่วโมง


          เตนล์กลับออกมาพร้อมของพะรุงพะรัง ผมเห็นเขาซื้อตุ๊กตาตัวเล็กๆเต็มไปหมด

 



          “มืดแล้วอ่ะจะกลับยัง


          “เราขอไปอีกที่นึงนะ..


          “...


          “นะ นะ นะ” 


          เขาช้อนสายตาขึ้นมามองผมพร้อมกับเอามือเล็กๆดึงที่ชายเสื้อของผม






          เล่นอ้อนซะขนาดนี้...


          “อืม ก็ได้






          และที่สุดท้ายที่เราสองคนมาก็คือ Royal Jubilee Carousel




          มันคือม้าหมุนนี่เอง..



          ผมบอกเตนล์ว่าผมไม่เล่นนะ เตนล์เลยฝากผมถ่ายรูปเตนล์อยู่ข้างนอก

 




          แล้วเตนล์ก็ขึ้นไปบนม้าหมุน



          คนอะไรสดใสตลอดเวลา ถ่านไม่เคยหมดเหรอไงเนี่ย ดูสิยิ้มอยู่ได้ 


          ยิ้มเหมือนชีวิตนี้ไม่เคยเจอเรื่องอะไรเลวร้ายเลยใช่ไหมเนี่ย





          แล้วเตนล์ก็ตะโกนมาว่า ถ่ายรูปๆ


          ผมจึงหยิบกล้องของผมขึ้นมาถ่าย




          แชะ แชะ แชะ




          ผมถ่ายไปประมาณ 20 กว่ารูปได้





          ในขณะที่ผมคิดว่าจะไม่ถ่ายแล้ว ผมกำลังจะละสายตาจากโฟกัสของกล้อง





          เตนล์มองมาที่ผมและกำลังยิ้มกว้าง ดวงตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว..





          แชะ...




          ผมเผลอกดชัตเตอร์อย่างลืมตัว ทั้งๆที่ตอนแรกบอกตัวเองว่าจะไม่ถ่ายแล้ว


          ผมเงยหน้ามามองเตนล์โดยที่ไม่ต้องมองผ่านหน้ากล้อง




 

          หัวใจของผมกำลังเต้นตึกอย่างผิดจังหวะเพราะรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของเตนล์

 



          หัวใจที่แห้งผากเหมือนกำลังจะกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง




 

          ผมส่ายหัวไปมาเพื่อเรียกสติ

 



          แล้วซักพักเตนล์ก็เดินมาหาผม


          “กลับกันเถอะจอห์นนี่

 



          แล้วเราก็นั่งรถกลับกัน


          เนื่องจากสวนสนุกกับหอพักมันไกลพอสมควรทำให้เราใช้เวลาอยู่บนรถอย่างต่ำ 2 ชั่วโมงได้

 


          ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆตอนนั่งรถอยู่

 


          จู่ๆก็มีอะไรหนักๆมาอยู่บนหัวไหล่ผม




          หันไปก็เจอหัวกลมๆของเจ้าตัวแสบนั่นเอง


          สงสัยถ่านคงจะหมดแล้วสินะ..

 



          ผมพยายามจะทำขยับตัวของผมให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้เตนล์ตื่น


          หลับแบบนี้แหล่ะดีแล้ว ตื่นมาเดี๋ยวก็แง้วๆงอแงใส่ผมอีก

 


 


          ในขณะที่ผมเอื้อมมือขวาเข้าไปจับที่คางของเขาเพื่อที่จะจัดท่าให้เขาหลับสบายๆหน่อย

 


          ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเตนล์มีความคล้ายผู้หญิงอยู่นิดๆ


          คงเพราะขนตาเรียงสวยเป็นแพ จมูกที่เชิดรั้นโด่งขึ้นมานิดๆ หรืออาจจะเป็นเพราะริมฝีปากบางๆที่น่า..

 



          จอห์นนี่คิดอะไรอยู่ หยุดคิดเดี๋ยวนี้

 


          ผมรีบจัดท่าให้เตนล์ให้พิงอยู่ที่หัวไหล่ของผมและผมก็หันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถทันที

 




          ผมเผลอหลับไปเหมือนกัน มารู้สึกตัวอีกทีตอนใกล้จะถึงหอแล้ว

          ผมจึงปลุกเตนล์ให้ตื่น



          “เตนล์ตื่นได้แล้ว


          “อื้ออ..


          “ใกล้ถึงหอแล้วเตนล์ เดี๋ยวเลยป้ายหรอก ตื่น!!”


          “ขอนอนต่อไม่ได้เหรอออ เขายกศีรษะกลมออกจากไหล่ผมแล้วทำหน้ามุ่ยๆ


          “ก็ไปนอนต่อที่หอไง


          “อืมๆ

 




          หอพัก



          ผมกำลังจะปิดประตูห้องแต่ก็ยังไม่ทันได้ปิดเพราะเตนล์เรียกผมซะก่อน


          “จอห์นนี่เดี๋ยวก่อน


          “มีอะไรเหรอ


          “เออ เราขอโทษนะ ที่วันนี้ไปเสียเที่ยวเลยอ่ะ วิดีโอเรื่องงานก็ไม่ได้ถ่ายด้วย



 

          เออจริงด้วย ผมลืมไปสนิทเลยเรื่องงาน

 


 

          “ไม่เป็นไรไว้ค่อยคิดกันใหม่ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม จะไปอาบน้ำนอนแล้ว


          “ย..ยังงง


          “หืม


          “คือเรามีของจะให้อ่ะ แล้วเตนล์ก็ยื่นตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆเท่าฝ่ามือมาให้ผม


          “ให้เรา?”


          “ใช่


          “ให้ทำไม


          “ก็เป็นที่ระลึกไงที่เราได้ไปเที่ยวกันเขาพูดพร้อมกับดวงตาที่ยิ้มด้วยความจริงใจ

 

 


 

          หัวใจของผมกระตุกทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่

 

          ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร

 


 

          “ขอบคุณนะ ผมรับตุ๊กตาหมีมา


          “ฝันดีนะ


          “อืม ฝันดี

 

 

 


          ผมหยิบตุ๊กตาหมีมาตั้งไว้บนหัวเตียงแล้วผมก็ไปอาบน้ำ

 


          พออาบน้ำเสร็จผมก็ล้มตัวลงนอนที่เตียง 

          กำลังจะหลับตาก็นึกถึงอะไรบางอย่าง



          ผมเอื้อมมือไปหยิบเจ้าตุ๊กตาหมีขึ้นมาดู

 

 



          “เด็กชะมัด แล้วผมก็ยิ้มให้กับหมีตัวนี้




          ตอนนี้เปลือกตาของผมมันหนักมากจนผมต้านทานไม่ไหว


          ผมเผลอหลับไปพร้อมกับเจ้าหมีน้อยในอ้อมกอดของผม..

 

 


          ...



          ก๊อกๆๆ


          “จอห์นนี่..


          “โอ๊ยใครมาเรียกทำไมแต่เช้าวะ


          ผมลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ถ้าไม่เป็นเรื่องสำคัญผมจะด่าให้เละเลยคอยดู

 



          พอเปิดประตูออกมาก็พบว่าเป็นเจ้าตัวแสบนั่นเอง


          “เตนล์จะมาเรียกทำไมแต่เช้าเนี่ย


          “เช้าที่ไหนนี่แล้วบ่ายนะ




          ผมเอี้ยวตัวไปดูนาฬิกาบนกำแพง จริงด้วยว่ะ



          “แล้วมีอะไรเหรอ


          “เราคิดออกแล้วว่าจะทำงานกลุ่มอะไรดี


          “...



          “ทำช็อกโกแลต เตนล์พูดพร้อมชูอุปกรณ์ที่จะเอามาทำช็อกโกแลตเต็มไม้เต็มมือ เขย่าข้อมือตัวเองหงึกๆยังกับเด็กห้าขวบ

 


          “เอาจริง?”


          “จริงสิ



          ผมจึงให้เตนล์เข้ามานั่งรอในห้องไปพลางๆระหว่างรอผมอาบน้ำ

 

 



          “อย่างนี้จอห์นนี่ก็ยังไม่ได้กินข้าวล่ะสิ


          “ไม่กินอ่ะ ไม่หิว


          “งั้นทำเสร็จก็กินช็อกโกแลตแทนแล้วกัน คิคิ

 

 



          “จอห์นนี่ฝากหยิบแมคบุ๊คหน่อย เราเจอคลิปทำช็อกโกแลตแล้ว

          แล้วผมก็นำแมคบุ๊คมาวางไว้

 


          เตนล์ก็หยิบกล้องจิ๋วพร้อมอัดวิดีโอ

 



          “วันนี้เราจะมาทำอะไรกันฮะเตนล์หันมาถามผม


          นี่ไม่คิดจะมีสคริปต์อะไรกันเลยใช่ไหม..





          “เรากำลังจะทำช็อกโกแลตกันครับผมก็ตามน้ำไป


          “ช็อกโกเลตเนี่ยเราสามารถทำเองกันได้นะครับ มันง่ายมากเลย



          เตนล์พูดไปพร้อมกับเทนมจืดใส่ถ้วยแล้วตั้งไว้บนเตาไฟฟ้า

 



          “ตอนนี้เรากำลังรอให้นมจืดเดือดครับ


          “แล้วเราก็แบ่งช็อกโกแลตให้เป็นชิ้นเล็กๆฮะ


          “ผมว่ามันใช้ได้แล้วนะ


          “ไม่ๆรอให้เดือดก่อนสิ




          “เตนล์จับช็อกโกแลตโดยที่ไม่ได้ล้างมือครับ


          “ขอโทษผมลืมอ่ะ



          “บ้าจริง


          “555+




          “ผมถามเขาแล้วว่าเขาล้างมือหรือยัง แล้วเขาตอบว่าล้างแล้ว ซึ่งนั่นคือเขาโกหกครับ


          เตนล์หัวเราะแล้วแบมือหมุนไปหมุนมาให้กับกล้องวิดีโอ

 


 

          “เห็นไหม ใช้ได้แล้ว เอาช็อกโกแลตลงถ้วยเล๊ยยยย

          เตนล์กำลังจะใช้มือกวาดช็อกโกแลตลงในถ้วย

 



          “ไม่อย่าทำแบบนั้นเตนล์ ใช้ช้อนสิ


          แล้วเราสองคนก็ค่อยๆเอาช้อนเขี่ยช็อกโกแลตลงถ้วยไป

 



          เตนล์เปลี่ยนเป็นตั้งกล้องวิดีโอไว้บนที่เคาน์เตอร์แทน



          “ผมว่าเราควรใส่ช็อกโกแลตเพิ่มกว่านี้อีกนิดนะ

 


          แล้วเราสองคนช่วยกันคนนมที่ผสมกับช็อกโกแลตไปเรื่อยๆ

 



          “เริ่มเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว เย่!!”

          พอเคี่ยวช็อกโกแลตจนได้ที่แล้วเราก็เทลงแม่พิมพ์

 

 


          “ตอนนี้เรากำลังตกแต่งหน้าช็อกโกแลตกันครับ


          ผมกำลังโรยเกล็ดน้ำตาลที่มีหลายๆสีลงบนช็อกโกแลต

 



          “โรยอีกๆ อร่อยยย


          “แค่นี้ก็อ้วนพอแล้วเตนล์


          เตนล์หันมาทำหน้ายู่ใส่ผมครับ

 

 



          แทแด~~ เสร็จแล้วครับ เป็นไงกันบ้างครับ น่าทานไหม หวังว่าอาจารย์และเพื่อนๆจะชอบวิดีโออันนี้นะฮะ ขอบคุณครับ



          ปิดท้ายด้วยเตนล์ยิ้มหวานใสหน้ากล้อง...

 









          “ตัวแสบ!!!”


          “จอห์นนี่มาว่าเราทำไม


          “บอกให้ล้างมือก็ไม่ยอมล้าง


          “ก็เราลืมอ่ะ อย่าดุเราสิ


          “ก็มันน่าดุไหมล่ะ


          “เดี๋ยวเราไม่แบ่งช็อกโกแลตให้กินเลยนี่


          “ใครว่าอยากกิน


          “แน่ใจเหรอออ. เตนล์พูดพร้อมกับยกถาดแม่พิมพ์ช็อกโกแลตมาวนๆบริเวณหน้าผม



          โครกกก




          “55555+ ไหนบอกไม่อยากกิน


          “ก็คนมันยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่ตื่นมาเลยหนิ

 




          แล้วเตนล์ก็ค่อยๆขยับมาใกล้ๆ


          “มาๆเดี๋ยวเราป้อนให้ อ่ะเตนล์ยื่นช็อกโกแลตมาและส่งยิ้มหวานให้

 



          ผมกินช็อกโกแลตจากที่เตนล์ป้อนให้และผมก็มองตาเขา


          ตึกตักๆ เอาอีกแล้ว มาเต้นถี่อะไรตอนนี้



          “อร่อยไหม : )

 



          จะยิ้มทำไมนักหนาเนี่ย เกิดมาเคยร้องไห้บ้างไหมผมล่ะสงสัยจริงๆ


          “ก็..พอใช้ได้


          “พอใช้ได้เองเหรอ เตนล์เบะปากและก้มหน้าลง


          “ล้อเล่น อร่อยที่สุดเลย ผมเอื้อมมือไปขยี้หัวกลมๆที่กำลังน้อยใจ


          “จริงนะ เตนล์เงยหน้ามายิ้มกว้างอีกครั้ง


          “อื้มม เห็นแก้มเนียนใสนั่นมันอดไม่ได้ที่จะเอามือไปสัมผัสด้วยการดึงแก้มทั้งสองข้างไปมาอย่างเมามัน


 

          ไม่เพียงแต่ใบหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่หูของเตนล์ก็เริ่มแดงเช่นกัน

 




          “เอ่อ ขอโทษ เจ็บไหม


          “ไม่เจ็บๆ 555+

 

          ชีวิตนี้เตนล์คงไม่เคยโกรธใครเลยจริงๆสินะ

 

 



          “เรายกช็อกโกแลตพวกนี้ให้จอห์นนี่หมดเลยนะ


          “อ้าวไม่แบ่งไปกินล่ะ





          “เวลาที่จอห์นนี่กินจะได้คิดถึงเราไง



          “ว่าไงนะ?”


          “อ๋อพอดีที่ห้องเราก็มีช็อกโกแลตเยอะอยู่แล้วอ่ะ 555+


          “โอเค





          “เดี๋ยวเราช่วยล้างถ้วยกับช้อนให้นะ เตนล์เอื้อมมือไปหยิบถ้วย


          “ไม่เป็นไรเราล้างเอง ผมจึงเอื้อมมือเพื่อจะไปคว้าถ้วยไว้เช่นกัน แต่ว่ามือของผมดันไปโดนกับมือของเตนล์

 



          เรายืนค้างกันอยู่ท่านั้นแปปนึงเตนล์เลยวางถ้วยลง


          “อืม งั้นเรากลับห้องก่อนนะ เตนล์เดินไปหยิบแมคบุ๊คทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

 




          “เอ้อ จอห์นนี่ อย่าลืมส่งรูปเมื่อวานมาให้เราด้วยนะ


          “ได้ๆ

 

 



          ในขณะที่ผมกำลังล้างถ้วย ผมก็นึกไปถึงประโยคที่เตนล์พูด

 

           เวลาที่จอห์นนี่กินจะได้คิดถึงเราไง

 


          ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

          ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้ยินประโยคนั้นนะ แต่ผมแค่อยากจะฟังอีกครั้งให้มั่นใจ

 



          ไร้เดียงสา..

          แต่ก็น่ารักดี...

 

 


          พอล้างช้อนกับถ้วยเสร็จผมก็ตรงดิ่งไปหยิบช็อกโกแลตกินทันที

 


          จริงๆผมไม่จำเป็นต้องทำตามที่เตนล์พูดก็ได้

          แต่ว่าผมดันคิดถึงเตนล์ตอนที่กินช็อกโกแลตไปแล้วล่ะสิ

 

 


 

          ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องส่งรูปให้เตนล์ผมจึงไปหยิบกล้องมาดูรูปภาพซักหน่อย

 

          ก่อนหน้านี้ผมได้ลบรูปแทยงไปหมดแล้ว

 

          ตอนนี้ก็จะมีเพียงแค่..

 



 

          รูปเจ้าตัวแสบนั่นเอง


          ผมเลื่อนภาพไปเรื่อยๆ ดูไปขำไปกับความทะเล้นของเตนล์





          จนกระทั้งหัวใจของผมดันมากระตุกวูบกับรูปสุดท้าย


          มันก็คือรูปที่ผมเผลอถ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง

 





          ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจถ่ายแต่ทำไมมันถึงออกมาดูดีขนาดนี้

          ผมยิ้มตามคนในรูปถ่ายนั้น

 


          คงเป็นเพราะคนในรูปสินะ

 

 




วันฉายวิดีโอ

 


          “ฮิ้ววว


          “เหมือนแฟนกันเลยหว่ะเพื่อน


          “เออจริง เหมาะสมกันดีนะคู่นี้


          “ใช่ๆๆ

 



          นั่นคือเสียงเพื่อนๆในคลาสกำลังตะโกนแซวผมกับเตนล์หลังจากฉายวิดีโอจบ


          น่าแปลกที่ผมรู้สึกเขิน...

 




          ผมหันไปมองคนข้างๆก็พบว่าใบหูของเตนล์แดงก่ำยังกับมะเขือเทศแล้ว

 

          ผมเอื้อมมือไปขยี้ผมเตนล์ เตนล์ก็เลยหันมายิ้มให้ผม

 


 


          “อย่าไปถือสาพวกนั้นเลย อย่าคิดมากนะ


          สิ้นสุดประโยคนั้น เตนล์หุบยิ้มทันที...

 



          ทำไมแววตาถึงเศร้าแบบนั้น

          ผมไม่ชอบที่เห็นเตนล์เป็นแบบนี้เลยเพราะปกติเตนล์จะยิ้มสดใสตลอดเวลา

 

 



          หลังจากวันนั้นเตนล์ก็ดูแปลกๆไป จากที่ชอบมาวอแวผม

          ตอนนี้ทำตัวห่างเหิน คุยกันแค่วันละไม่กี่ประโยค

 


 

          ผมว่าผมต้องทำอะไรซักอย่าง



          “เตนล์โกรธอะไรเราป่ะ


          “เปล่า เราไม่ได้โกรธอะไร


          “งั้นคืนนี้มาติวที่ห้องเราเหมือนเดิมนะ


          “ไม่!!”


          “ถ้าไม่ติวให้แสดงว่าโกรธ


          “ก็ได้ๆ เจอกัน 3 ทุ่ม

 




          ก๊อกๆ

          “จอห์นนี่

 



          ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูให้เตนล์


          เตนล์เดินเข้ามาในห้องนอนผม เพราะปกติเราจะติวหนังสือกันบนเตียงนอน


          คือเรานอนติวหนังสือกันแหล่ะครับ..

 





          เตนล์อธิบายไปเรื่อยๆเหมือนกับว่าไม่ได้โกรธอะไรผม


          แต่ผมดันไม่ได้ฟังเตนล์เลยเพราะเอาแต่จ้องแก้มใสๆของคนที่กำลังพูดเจื้อยแจ้ว

 




          จะว่าไปกลิ่นของเตนล์นี้ก็หอมอ่อนๆเหมือนเยลลี่ที่เคลือบด้วยช็อกโกแลตแฮะ

 




          “จอห์นนี่


          “...


          “จอห์นนี่ ฟังที่เราพูดอยู่หรือเปล่า


          “ห๊ะ ฟังๆ


          “เมื่อกี้เราพูดว่าอะไรบ้าง


          “เอ่อ คือ...


          “ไม่ได้ฟังเลยสินะ ถ้าต่อไปเราพูดแล้วยังไม่ฟังอีกเราจะกลับแล้วนะ


          “ครับๆ ฟังแล้วครับ




 


          ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ๆเตนล์อีกจนตอนนี้เราสองคนนอนใกล้กันมากๆ


          ผมพยายามตั้งใจฟังที่เตนล์สอนแต่ผมไม่มีสมาธิเลย





          ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจสั่งให้ผมยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เตนล์อีก

 



          แต่ด้วยความที่จมูกของผมโด่งเลยชนเข้ากับแก้มนุ่มนิ่มนั่นซะก่อนในจังหวะที่เตนล์หันมามองที่ผม...



          “เอ่อ เราขอโทษ


          “เราต่างหากที่ต้องขอโทษที่ไม่ได้มองก่อน เตนล์พูดเสร็จก็หลบตาผม

 






          ผมจึงเอื้อมมือไปจับที่สันกรามของเตนล์อย่างช้าๆให้เงยหน้าขึ้นมา


          พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปหาเตนล์เพื่อประกบริมฝีปากของผมลงไปบนเรียวปากนุ่ม




          ผมค่อยๆหลับตาและดูดเม้มริมฝีปากบนของเตนล์ค้างไว้ครู่หนึ่ง

 

 



          จูบของเตนล์ทำให้ผมได้สัมผัสถึงความหวานของรสช็อคโกแลต..

 




          หัวใจของผมเต้นแรงมากจนแทบจะระเบิดออกมา


          ผมยังไม่ทันที่จะได้ลิ้มรสภายในว่ามันจะหวานถึงขนาดไหน ผมก็โดนเตนล์ผลักซะก่อน

 



          “เรา...เรากลับก่อนนะ 

          แล้วเตนล์ก็ลุกพรวดพราดรีบเก็บหนังสือเดินกลับห้องไปทันที

 



          ผมลืมตัวทำอะไรลงไป


          ตอนนี้ผมกำลังสับสนว่าสิ่งที่ผมทำไปเป็นเพราะผมเหงาหรือว่าผมชอบเตนล์กันแน่

 




          คืนนั้นกว่าผมจะนอนหลับก็ปาเข้าไปเกือบตีสี่

 




          วันรุ่งขึ้นผมจึงตื่นไปเรียนสภาพอย่างกับซอมบี้เดินได้



          ผมเห็นเตนล์นั่งอยู่ที่โต๊ะอยู่แล้ว


          แต่ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทักอย่างไรดี



          เอาวะ

 

 



          “เตนล์...เย็นวันนี้ว่างไหม


          “คือ...


          “เราอยากจะชวนเตนล์ไป...





          “พี่เตนล์ๆ เย็นนี้พี่เตนล์ว่างไหมครับไอ้เด็กมาร์คมึงมาขัดจังหวะทำไมวะ



          “อื้อ ว่างๆ อ้าวเห้ยปกติเห็นเด็กนี่ชวนไปไหนก็ปฏิเสธตลอดนี่ 


          นี่มันกันอะไรวะ





          “ไปกินไอศรีมกันนะครับ


          “โอเคๆ

 





          “ว่าไงจอห์นนี่


          “เปล่าไม่มีอะไร ผมหันหน้าหนี





 

          โมโห ผมโมโหมาก โดนตัดหน้าไม่พอแต่ตัวแสบดันยอมไปกับเด็กนั่นอีก


          โว๊ยยยยยยยย

 





          ตอนนี้ผมกำลังหึงเตนล์ผมมั่นใจมากๆ

 


          เพราะฉะนั้นเย็นนี้อย่าหวังว่าจะได้ไปเดทกันอย่างมีความสุข หึ

 



 


          แล้วผมก็แอบสะกดรอยตามสองคนนั้นไปที่ร้านไอศกรีม


          ผมแอบเข้าไปนั่งโต๊ะที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะที่สองคนนั้นนั่งกัน

 




          “พี่เตนล์มาเดี๋ยวผมป้อนให้นะครับ


          “อื้มม


          “พี่เตนล์อ่ะป้อนให้ผมบ้างสิ


          “อะเอ่อ จะดีเหรอ


          “นะครับ


          “ก็ได้ อ่ะ..

 

 


          ผมทนดูไม่ไหวแล้วจึงรีบเดินไปคว้าข้อมือของเตนล์เอาไว้


          “จอห์นนี่ เตนล์ดูตกใจมากที่จู่ๆผมมาที่นี่


          “ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้


          “จะให้ไปไหน


          “ไม่ต้องถาม บอกให้ลุกก็ลุก



 

          “เห้ยพี่ทำแบบนี้ได้ไงวะ


          “ทำไมจะทำไม่ได้ก็นี่เตนล์เป็นแฟนพี่




          “ห๊ะ / ห๊ะ ทั้งสองคนพร้อมใจกันพูดขึ้นมา





          “จำไว้ว่าต่อไปนี้ห้ามมายุ่งกับเตนล์อีก!!!


          แล้วผมก็ลากเต้นออกมาจากร้าน โดยทิ้งให้มาร์คยังคงนั่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 




          “จอห์นนี่ปล่อยเรา


          “ไม่


          “จอห์นนี่เราเจ็บนะ



          ผมหยุดเดินและปล่อยข้อมือของเตนล์ออก

          พร้อมกับเหลือบไปเห็นว่ามีสีแดงจ้ำๆที่ข้อมือเล็กๆของเตนล์จริงๆ

 



          “ขอโทษ


          “จอห์นนี่ทำแบบนี้ทำไม






          “เรา..เราคิดว่าเรากำลังหึงเตนล์อยู่


          “ว่าไงนะ





          “เราไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเตนล์ นอกจากเราคนเดียว




          “จอห์นนี่ไม่ได้ยังรักแทยงอยู่เหรอ…” ผมอึ้งกับคำถามที่เตนล์ถามทันที

 


 

          เพราะเตนล์เป็นคนที่รู้มาตลอดว่าผมแอบคบกับแทยง

          ไม่แปลกที่เตนล์จะไม่มั่นใจในตัวผม

 

 



          แต่ใครจะมาเข้าใจความรู้สึกของผมได้ดีเท่าตัวผมเองล่ะ



          ผมมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ว่าผมลืมแทยงได้แล้ว ที่ผมเคยบอกว่าชีวิตนี้ผมรักแทยงมากจนไม่สามารถที่จะรักใครได้ดี ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว



          ผมพร้อมที่จะเปิดใจให้คนดีๆเข้ามาในชีวิตผมแล้วล่ะ



          และผมก็ชอบเตนล์จริงๆ

 




          “เตนล์อาจจะยังไม่ต้องเชื่อใจเราก็ได้ เราไม่ว่าอะไร

          แต่ขอเวลาให้เราพิสูจน์ได้ไหม

          ว่าเราชอบเตนล์จริงๆ

          เตนล์คือคนที่ทำให้เราลืมเรื่องเศร้าๆในชีวิตที่ผ่านมา

 



          “ยิ่งตอนที่เราเห็นเตนล์ยิ้ม เรา..ชอบมันมาก

 




          “ตอนที่เรากินช็อกโกแลตที่เตนล์ให้ในวันนั้น เราก็คิดถึงเตนล์ตลอด


          “จอห์นนี่ได้ยินที่เราพูดเหรอ


          “อืม ได้ยินเต็มสองหูเลย 555+


 



          “จริงๆที่เราคิดถึงเตนล์ไม่ได้เป็นเพราะว่าเตนล์เป็นคนบอกให้คิดถึงหรอกนะ

 



          “เรา..คิดถึงเองแหล่ะ...

 




          แล้วแก้มของเตนล์ก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ มันน่าบีบไม่มีผิด อยากบีบๆๆ

          ให้ตายสิ อย่าทำตัวน่ารักแบบนี้ให้ใครเห็นนะ




          หวงมาก!!!

 




          “เราชอบเตนล์นะ



          “เราก็ชอบจอห์นนี่เหมือนกัน พูดเสร็จแตนล์ยิ้มหวานให้ผม

 




          ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเตนล์แล้วเอาปอยผมทัดหูพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเนียนใสทันที




          ฟอดดดดดดดด..




          “ชื่นใจชะมัด


          “จอห์นนี่อายคนอื่นเขา เตนล์พูดแล้วก็ตีทีไหล่ของผม

 



          ทำไงได้น่ารักซะขนาดนี้ใครจะอดใจไหว


          ผมกำลังบีบแก้มเตนล์ คนอะไรเห็นแล้วหมั่นเขี้ยวชะมัด 


          น่าฟัดซะให้แก้มช้ำเลย..

 


 



 


          “ตัวแสบ..เป็นแฟนกันนะ


          “อื้อออ…”




My Sweet Chocolate,, Thank you for healing my HEART.











------Talk------





และเนื่องจากคลิปพี่จ้อนกับน้องเตนล์นะคะ

เราทนไม่ไหวแล้วจึงต้องเขียนขึ้นมา แฮร่



ตอนนี้ยาวมากเลยอ่ะ

เราแต่งเพลินมากไปหรือเปล่า *^*



อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย?


ชอบไหมคะ?


ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจหน่อยน๊าาา <3



#ChocoJohnTen






มีต่อตอนที่สองแล้วนะคะ ฝากอ่านกันด้วยน๊า


อยู่ใน OS / SF For NCT || All Couples || <3


[OS] My Sweet Chocolate II || JohnTen || นะคะ ^^

 

ผลงานอื่นๆ ของ BetweenSeconds

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #7 มิ้ง
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 15:00
    งื้อออออน่ารักมะมะโลยฮื้ออเขินจังงง ไอ่ตัวแสบน่ารักกกกกก
    #7
    0
  2. #6 กายศิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 15:21
    ฮือน่ารักมากก ชอบฉากที่จอห์นจูบเตนล์ตอนติวหนังสือ นี้กรี๊ดเลยอ่ะ อิน ทำไมคู่นี้มันเรียลงี้ อร๊ายย ออมม่า?
    #6
    0
  3. วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 14:02
    หวานมากกก ละมุนมากเลยงือ 
    เตนล์สดใสและน่ารักมาก ไม่แปลกเลยที่ทำให้จอห์นนี่หวงขนาดนี้ 😳 
    ชอบตอนทำช็อกโกแลตมากเลย~
    เนื้อเรื่องน่ารักมาก เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์เตอร์ <3
    #5
    0
  4. #4 soofee26 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 10:28
    ตัวแสบน่ารักมากเลย ฮรืออออ ชอบบบ
    #4
    0
  5. วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 03:05
    รอถึงสามปีเชียวนะกว่าเค้าจะหันมามอง เห็นเด็กแสบสดใสยิ้มเก่งแบบนี้ ตอนซึมเราใจแป้วตามเลย
    พอเค้าหวานกันขนาดนี้ก็ชักอยากอ่านต่อ อยากเห็นโหมดพิจอนอ้อนแฟนบ้าง แหมตอนแรกทำรำคาญนะ 5555
    #3
    0
  6. #2 Est-1705 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:18
    ฮือ เขินมากกกกกก
    ตอนแรกแอบเศร้าแทนเตนล์แล้ว ดีใจที่คนพี่เค้าเปิดใจจ
    #2
    0
  7. วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:15
    น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ต่อไปจอห์นนี่ก็ต้องดูแลเด็กแสบคนนี้ให้ดีนะคะ
    แต่ดูท่าจะหวงขนาดนี้แล้ว คงต้องดูแลเป็นพิเศษแน่ ๆ อิอิ
    ชอบมาก ๆ เลยค่ะ แต่งมาให้อ่านเรื่อย ๆ เลยนะคะ ติดตามค๊า
    #1
    0