คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] Good Luck (JaeDo) NCT [2/2]

แค่รักมันไม่พอที่จะทำให้คนๆนึงอยู่กับเราหรอกนะ เพราะนี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ชนชั้นและสถานะคือเรื่องตลกร้ายที่น่ากลัวที่สุด

ยอดวิวรวม

194

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


194

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ธ.ค. 62 / 22:47 น.
นิยาย [SF] Good Luck (JaeDo) NCT [2/2] [SF] Good Luck (JaeDo) NCT [2/2] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
https://writer.dek-d.com/Bemymoonsky/story/view.php?id=2005785
ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก กดเข้าไปอ่านจากลิงค์ด้านบนได้เลยค่ะ
ถ้าไม่อ่านตอนแรกอารมณ์จะไม่ต่อเนื่องน้า


 
 



แจฮยอน
ประธานหนุ่มแห่งบริษัท Eu ด้วยหน้าตาหล่อเหลาและฐานะอันร่ำรวย จึงไม่แปลกที่เขาจะมีเหล่า "ผู้บำเรอ" ส่วนตัวเป็นจำนวนมาก โดยองเอง...ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นเช่นกัน







โดยอง
เด็กหนุ่มที่เสนอตัวเองเป็น "ผู้บำเรอ" ให้แจฮยอนเพราะเหตุผลบางอย่าง มีจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและแอบรักแจฮยอน แต่เป็นเพราะสถานะของตนจึงทำให้พูดออกไปไม่ได้








แทยง
ลูกชายบริษัทคู่ค้าของแจฮยอน พ่อแม่ของทั้งคู่เป็นเพื่อนกันจึงทำให้รู้จักแจฮยอนมาตั้งแต่เด็ก รู้เรื่องที่โดยองแอบรักแจฮยอน 
และยังเป็น "คู่หมั้น" ของแจฮยอน....ด้วย
B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ธ.ค. 62 / 22:47


2/2

โดยองคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย....

แจฮยอนกับแทยงกลับไปได้สักพักแล้ว หลังจากที่เขารู้ว่าทั้งสองคนกำลังจะแต่งงานกัน เขาก็ได้แต่ยิ้มรับแล้วก็ตอบไปว่า จริงหรอครับ แค่นั้นเอง... ตอนนั้นมันจุกไปหมดเลย มันจุกจนหายใจไม่ออก ลำคอปวดไปหมด...แค่คิดน้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ร้องไห้จนหมดแรงนอนฟุบอยู่บนพื้นห้อง

"ฮึก..ฮือ" โดยองทุบอกตัวเองเพื่อหวังว่ามันจะช่วยคลายเจ็บปวดที่ได้รับลงไปบ้าง เขายกมือขึ้นปิดหน้าอย่างอ่อนแรง ร้องไห้จนเหนื่อย น้ำมูกก็ไหลจนหายใจไม่ออก เช็ดน้ำตาจนแสบตาไปหมด

ตื๊ดๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แจฮยอนโทรหาเขาไม่หยุด แต่โดยองเลือกที่จะเมินเฉยมันซะ

"ขอโทษนะ" โดยองพึมพำกับตัวเองแล้วจึงปิดเครื่องมันทิ้งซะ ที่เขาไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกเพราะใจมันยังไม่เข้มแข็งพอ เขายอมรับว่ามีความสุขที่ได้คิดว่าแจฮยอนให้ความสำคัญกับเขาทุกรั้งที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่ว่า...ยังไงงานแต่งมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

เขาทำอะไรไม่ได้เลย...

 

 

เช้าวันต่อมา

แทยงออกมาจากบ้านเพื่อมาที่ร้านอาหารของตัวเองตั้งแต่เช้า จิตใจของเขามันว้าวุ่นไปหมด หลังจากที่ได้เห็นสีหน้าของโดยอง มันราวกับโลกของคนๆนั้นได้พังทลายลงด้วยน้ำมือของเขา ถึงเจ้าตัวจะเข้มแข็งจนไม่มีอาการออกทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่น้ำเสียงของ
โดยองมันช่างสั่นไหวและเปราะบางเหลือเกิน...

"แทยง!"

"เอ้ย!!" แทยงสะดุ้งจนตัวโยนหลังจากที่เขานั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวในสวนเล็กๆหลังร้าน ใครบางคนก็เดินเข้ามาตบไหล่เขาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง

"พี่จอห์น เล่นไรเนี่ย...ตกใจหมด"

"ก็เห็นนั่งทำหน้าเป็นแมวน้ำหิวข้าวอยู่คนเดียว เลยอยากเช็คว่าวิญญานหลุดไปไหนรึเปล่า" จอห์นนี่ส่งยิ้มน่ารักมาให้จนแทยงโกรธต่อไม่ลง จอห์นนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตกว่าเขาไม่กี่ปีทั้งสองเลยสนิทกันมาก

"ไหนๆเรื่องมันมีอยู่ว่า?" จอห์นนี่พูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆเขา

"พี่รู้เรื่องงานแต่งผมใช่มั้ย?"

"ฮื่อ"

"ถ้างานแต่งนั้นมันทำร้ายคนอื่นล่ะพี่"

"หือ"

"มันเหมือนผมไปทำให้พวกขาต้องแยกกันอะ"

"...."

"ผมควรไปขอโทษเขามั้ย.."

"พี่ไม่แนะนำหรอกนะ"

"...."

"เราไม่รู้ความรู้สึกของเขานี่ อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน พี่เข้าใจว่าเราหวังดีแต่พี่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าจะเข้าใจเราด้วยรึเปล่า"

"...."

"เรื่องบางอย่างเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยมันซะ"

"ฮื่อ"

"ให้เวลาเป็นคนช่วยจัดการทุกอย่างเถอะ เราคิดมากไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ขืนเราไปเจอกับเขาในฐานะว่าที่เจ้าสาวของคนที่เขารักแบบนี้ มันมีแต่จะทำให้เขาเจ็บปวดเปล่าๆ"

"....ครับ"

"ซึมไปเลย ไอ้ลูกแมวน้ำเอ้ย" จอห์นนี่ลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู

บางอย่างมันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เวลาเยียวยามันจริงๆนั่นแหละ...

 

 

 

ตื๊ดๆ

โดยองวางมือจากการจัดกระเป๋าบนเตียงในห้องนอนลงเมื่อได้ยินเสียงจากประตู ก่อนจะจัดการกับผมของตัวเอง คิดว่าเดี๋ยวคนข้างนอกคงจะเปิดเข้ามาเอง โดยองไม่รับโทรศัพท์จากแจฮยอนมาสองวันแล้ว เพราะเขาต้องการเตรียมใจและใช้เวลาในการเก็บของและวันนี้คงเป็นวันสุดท้าย... โชคดีที่แจฮยอนมาหาเขาด้วยตัวเองในวันนี้

"โดยอง..."

"..." เขาหันหน้าไปตามเสียงเรียกแต่ไม่ได้ตอบอะไร แจฮยอนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าลำบากใจ

"...." แจฮยอนเงียบ โดยองก็เงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา พวกเขาเพียงมองหน้ากันอยู่นิ่งๆ จนโดยองเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนเอง

"เข้ามาสิครับ" เขาวางมือเรียกให้แจฮยอนมานั่งข้างกัน อีกฝ่ายเดินตามมาอย่างว่าง่าย และทันทีที่แจฮยอนนั่งลงที่ปลายเตียง โดยองก็คลานเข้าไปสวมกอดอีกคนจากข้างหลังพลางซบหน้าลงบนไหล่ของแจฮยอนเงียบๆ

"...." แจฮยอนดูตกใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะแบบนี้เขาถึงไม่อยากเจอหน้าอีกฝ่าย เพราะเขารู้ว่าตัวเองจะต้องพ่ายแพ้กับคนตรงหน้าอย่างราบคาบ

"เธอจะเก็บกระเป๋าไปไหนหรอ..."

"...." เขาเลือกที่จะไม่ตอบแต่เอาหน้าผากซบไหล่แจฮยอนไว้

"โดยอง... บอกฉันเถอะนะ" เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบ แจฮยอนก็เอื้อมมือมาลูบหัวเขาเบาๆ

"...."

"ไปที่อื่นก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ..."

"กินข้าวให้มันเยอะๆหน่อย ผอมจะแย่แล้ว" โดยองกัดปากตัวเองเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แต่จู่ๆเขาก็รูสึกได้ถึงหยดน้ำตาที่หล่นลงบนฝ่ามือของเขา

"มีความสุขด้วย อันนี้ฉันไม่ได้ขอหรอกนะ แต่เป็นคำสั่ง....สุดท้าย"

โดยองเดินลงจากเตียงแล้วเดินอ้อมไปคุกเข่าลงตรงหน้าแจฮยอน ก่อนเขาจะพบว่าใบหน้าของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย โดยองที่เห็นภาพนั้นสุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนต้องปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเช่นกัน เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกุมใบหน้าแจฮยอนไว้
แจฮยอนเองก็กุมมือเขาทับไว้อีกชั้นหนึ่ง แจฮยอนไม่ได้สะอื้นเลยแม้แต่น้อย....มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมา ต่างจากโดยองที่สะอื้นจนตัวโยนไปหมด

"ฉันไม่เคยคิดอะไรกับแทยงเลย..."

"ฮื่อ..."

"พวกเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปไม่ได้หรอ"

"...."

"ทั้งฉันทั้งแทยงเองก็ไม่ได้รักกัน"

"แจฮยอน..."

"....."

"ผมไม่ต้องการความรักแบบนั้นหรอกนะ อย่างน้อยก็สงสารคุณแทยงเถอะ แค่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักก็มากพอแล้ว แต่ถ้าสามีตัวเองยังเก็บคนอื่นเอาไว้ข้างกายแบบนั้น เขาน่าจะเสียใจมากๆเลยนะ"

"อืม"

"เรื่องของเราที่ผ่านมาก็ปล่อยให้มันเป็นความทรงจำดีๆระหว่างกันเถอะ" เขาฝืนยิ้มให้อีกคนทั้งๆที่ในใจเจ็บปวดจนจะตายอยู่แล้ว

"ฮื่อ"

"ไม่รู้ว่าพูดแบบนี้กับคุณมันจะผิดมั้ยนะ" เขายิ้มแห้งๆอีกครั้ง

"...."

"ผมรักคุณนะ" พอเขาพูดจบก็ยื่นหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ แล้วจึงแนบริมฝีปากของตัวเองกับแจฮยอนเบาๆ แจฮยอนหลับตาลงก่อนจะจูบตอบ มันไม่ใช่จูบที่มาจากตัณหา ไม่ใช่แม้แต่การแสดงออกของความรัก แต่เป็นเพียงจูบลาที่ราวกับจูบทักทายของคนทั่วไป พวกเราแค่แตะริมฝีปากเพื่อทดแทนคำบอกลาเท่านั้น หลังจากที่พวกเราถอยห่างออกมาก็มีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ โดยองก้มหน้าลงแล้วกอดแจฮยอนเอาไว้แน่น

"ฉันก็ด้วย"

"อื้ม"

 

 

 

แจฮยอนตัดสินใจขับรถมาส่งโดยองที่บ้านเด็กกำพร้า มันเป็นที่ๆโดยองเติบโตขึ้นมา ที่โดยองยอมรับงานของเขาก็เพราะต้องการเงินเพื่อนำมาช่วยปลดหนี้ของบ้านหลังนี้ หลังจากเดินทางได้ซักพักโดยองที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็ผล็อยหลับไป คงจะเพลียน่าดู ขอบตาที่บวมแดงแบบนั้น สองวันที่ผ่านมาคงจะร้องไห้ไม่หยุด แจฮยอนเหลือบมองใบหน้าคนข้างๆเป็นระยะ เขาต้องการจดจำใบหน้าของอีกฝ่ายให้มากที่สุด อยากให้มันจำฝังลึกเข้าไปในหัวใจ

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สมองของเขาเต็มไปด้วยเรื่องของใครบางคนเต็มไปหมด ทุกๆวันใช้ไปกับการคิดถึงโดยอง คิดแต่ว่าจะกินข้าวหรือยัง นอนหลับดีมั้ย เสื้อตัวนี้น่าจะเหมาะกับอีกคนน่าดู อยากเจอ... คำๆนี้คงเป็นคำที่เขาคิดบ่อยที่สุดตั้งแต่เจอกับโดยองแล้วล่ะมั้ง แต่ว่าเรื่องราวพวกนั้นคงจะจบลงแล้ว โดยที่เขาเองทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

오늘은 꼭 말해야 할 텐데
วันนี้ผมจะบอกคุณอย่างแน่นอน
소릴 낼 수가 없어
แต่ผมก็ไม่อาจเปล่งเสียงออกมา
손을 뻗어 널 잡으려 해도
ผมพยายามยื่นมือออกไปสัมผัสคุณ
맘대로 안돼
แต่ผมก็ไม่อาจทำมันได้

เพลงในมือถือเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ โดยองเปิดมันทิ้งเอาไว้ก่อนหลับ เพลงนี้เขารู้จักดีเพราะได้ยินอีกคนเปิดอยู่บ่อยๆ โดยเนื้อหาของเพลงนั้นช่างเศร้าเหลือเกิน...

    수없이 되새긴
             ผมบอกตัวเองอยู่เสมอ
             이제 그만하자
              ว่าควรพอได้แล้ว
           끝끝내 막질 못해
               แต่ท้ายที่สุด ผมก็ไม่อาจหยุดมันได้
           널 보내면 안 될 텐데
              ผมไม่อยากปล่อยคุณไปจริงๆ

 

เขาจอดรถก่อนดับเครื่องแล้วจึงเอื้อมมือไปจับไหล่ให้คนข้างๆตื่นอย่างเบามือ

     "โดยอง..."

     "...."

     "ถึงแล้วนะ" โดยองขยับตัวนิดหน่อยก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ แล้วจึงลุกขึ้นนั่งตัวตรง

     "อ่า...จริงด้วย"

     "เดี๋ยวฉันไปหยิบกระเป๋าให้นะ"

     "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปหยิบเองดีกว่า"

     "...." เขาพูดไม่ออกหลังจากที่ได้ยินอีกคนกลับมาพูดสุภาพกับเขาเหมือนตอนครั้งแรกที่เจอกัน

     "ขอบคุณที่มาส่งนะครับ" ตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะลุกออกจากรถไป เขาก็ตัดสินใจจับมือของอีกคนเอาไว้

     "...."

     "โชคดีนะแล้วก็....ลาก่อน"

     "....บ้ายบายครับ..."

โดยองเปิดประตูก่อนจะก้าวออกไป แจฮยอนทำได้เพียงนั่งมองเท่านั้น เขามองตามโดยองไปจนถึงหน้าประตูบ้านไม้สีครีมอ่อน มีเด็กๆหลายช่วงอายุยืนรอเจ้าตัวอยู่ ท่ามกลางเด็กเหล่านั้นก็มีหญิงชรายืนอยู่ เธอเข้าไปสวมกอดโดยอง ถ้าเขาไม่ได้ตาฝาด เธอส่งยิ้มมาทางเขาเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าบ้านไป

แจฮยอนหลับตาลงเอนหลังพิงเบาะอย่างอ่อนล้า เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของโดยองยังคงอยู่ราวกับอีกคนยังไม่ได้ไปไหน เหมือนเขายังคงติดอยู่ในความฝันอันโหดร้ายนี้อย่างเต็มใจ....

"ฉันรักเธอนะ"

 

오늘만큼은
        ถึงแม้ในวันนี้
         그냥 나갈 수 없어
          ผมยังคงไม่สามารถออกไปจากความฝันนี้ได้
          시간을 멈춰
          แต่ผมจะหยุดเวลา
           기억을 돌려
            และย้อนกลับไปยังความทรงจำนั้น

         수없이 꿈꿨던
          ผมเอาแต่ฝัน
        다시 시작하자
         มันเริ่มใหม่อีกครั้ง
        끝끝내 해준다면
        ในท้ายที่สุด ถ้าคุณพูดสิ่งนั้นกับผม
    이 꿈에서 난 살 텐데
     ผมจะอยู่ในความฝันนี้เสมอ

    깨지 않을 텐데
     ผมจะไม่ขอตื่นขึ้นมาอีก
 

 

เป็นดราม่าที่แต่งไปหน่วงไป แต่ก็จบแล้วนะคะสำหรับ good luck jaedo ของเรา อ่านจบแล้วก็ไปฟังเพลงกันหน่อยน้า เราตั้งใจใส่ไว้ข้างล่างเพื่อที่ทุกคนจะได้ฟังโดยไม่ต้องขัดจังหวะก่อนอ่านหรือรบกวนสมาธิทุกคนค่ะ ชอบไม่ชอบหรือมีอะไรควรปรับปรุงก็บอกกันได้เลยนะคะ เราเป็นมือใหม่ในวงการนี้ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ เนื้อเพลงเราก็อาศัยอากู๋+นั่งดูของนักแปลท่านอื่นๆในยูทูป,กูเกิ้ลเป็นแนวทางในการเรียบเรียงค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้องคนนี้กันนะคะ รักทุกคนเหมียนเดิมเพิ่มเติมคือปวดไหล่ T.T จุ๊ฟๆ

อันนี้เป็นช่องของเจ้าของคลิปเพลงนี้ค่ะ
https://www.youtube.com/channel/UCwu1ow4B-7mpmfY_yNlIQ7A

 15/10/2562

 


 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

B
E
R
L
I
N
<

ผลงานอื่นๆ ของ KrapookAomsin.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น