ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 3 : องค์รัชทายาท กับ การแก่งแย่งแข่งขัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    17 เม.ย. 64

ไป๋เฟยฉีพยายามที่จะลบความทรงจำในหัวของเขาที่มีต่อเหลียงกุ้ยเฟยเพราะนั่นมันหมายความรวมถึงพระโอรสสัตว์ประหลาดที่นางให้กำเนิดด้วย

 

เพราะนาง…ทำให้เขาถูกเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ซุบซิบนินทา และหัวเราะเยาะว่าให้กำเนิดสายเลือดกาลกิณี สายตาของราษฎรที่เคยมองและยกย่องว่าเขาคือฮ่องเต้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยบุญญาบารมี คือ โอรสจากสวรรค์ที่จักรพรรดิแห่งสวรรค์ประทานมาให้เป็นพรแก่ไป๋กว๋อ แปรเปลี่ยนมาเป็นตัวตลกที่ให้กำเนิดตัวประหลาดที่ทั้งอัปลักษณ์และทั้งน่าเกลียดน่ากลัว  จากความรักที่มีให้แก่เหลียงกุ้ยเฟย เปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เขารู้สึกเกลียดนางยิ่งนัก

 

วันนี้ไป๋เฟยฉีแทบจะไม่ชายพระเนตรแลพระโอรสกาลิณีของพระองค์ เขาอยากจะลืมไปซะด้วยซ้ำว่ามีพระโอรสที่อัปลักษณ์ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่ผู้คนร่ำลือกันว่าน่าเกลียดน่ากลัวในใต้หล้านี้ ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจมองผ่านและมองข้ามพระโอรสองค์นี้มาตลอดเวลา บางครั้งก็ทำราวกับมองไม่เห็นเขา ทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ น้อยครั้งที่เขาจะพูดจาสนทนากับเจ้าสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ตัวนี้

 

อันที่จริงเขาอยากจะสั่งประหารพระโอรสองค์นี้ให้ตายตกไปตามพระมารดา หากแต่…ฮองเฮา หรือ  เปี๋ยนลี่อิง ทรงขอเอาไว้ และขอเอาไป๋เฟยหมิงไปเลี้ยงดูด้วยตนเองเพราะตอนนั้นพระนางยังไม่ทรงมีพระโอรสและพระธิดา น้ำพระทัยของพระนางช่างประเสริฐนัก

 

ไป๋เฟยหมิงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเหงาและว้าเหว่ ถึงแม้นว่าฮองเฮาจะทรงรับเลี้ยงเขาในฐานะพระโอรสบุญธรรม แต่พระนางหาได้ให้ความรักความใส่ใจต่อเขาไม่ เขาก็คือ…สัตว์เลี้ยงดีๆในตำหนักของพระนางนั่นเอง ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทั่วๆไปซะด้วย แต่เป็น…สัตว์ประหลาด  เขาต้องคอยหลบสายตาเย้ยหยันและขบขันของเหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักหลันฮวา (ดอกกล้วยไม้)มาเป็นเวลาสิบกว่าปี จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องจึงได้ย้ายออกมาอยู่ที่ตำหนักอ๋องนอกเขตวังหลวง

 

ไป๋เฟยหมิงรู้ตัวดีว่าเขาเป็นบุรุษที่ถูกผู้คนรังเกียจมากที่สุด ถูกหวาดกลัวมากที่สุด ถูกผู้คนกดขี่ ข่มเหง อย่างหนักหนามากที่สุด หลังจากที่เข้าไปอยู่ในตำหนักหลันฮวาของเปี๋ยนฮองเฮาได้ไม่กี่ปี พระนางก็ให้กำเนิดพระโอรส ซึ่งก็คือ องค์ชายสิบสาม หรือ ไป๋เฟยหลงนั่นเอง  หลังจากที่ไป๋เฟยหลงได้ก่อกำเนิดขึ้น ชีวิตของไป๋เฟยหมิงก็เหมือนตกนรก  น้องชายผู้เปี่ยมล้นไปด้วยวาสนาบารมีผู้นี้ไม่เคยนับถือเขาว่าเป็นพี่ชาย กลับมองเขาเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงในตำหนักของพระมารดาเท่านั้น ที่สำคัญ…ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่พวกเขาจะต้องรักใคร่เอ็นดู ให้ความเมตตา หากแต่เป็นสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ตัวหนึ่งเท่านั้น

 

ไป๋เฟยหลงเป็นพระโอรสลำดับที่สิบสามของไป๋เฟยฉี  แต่หากนับรวมทั้งพระโอรสและพระธิดาของไป๋เฟยฉีแล้ว เขาคือลูกคนที่ยี่สิบ ส่วนไป๋เฟยหมิงนั้นเป็นพระโอรสลำดับที่แปด แต่เป็นลูกคนที่เก้าของฮ่องเต้ เพราะลูกคนที่สี่ของไป๋เฟยฉีนั้นเป็นองค์หญิง พระนาม องค์หญิงซือเมี่ยว หรือองค์หญิงใหญ่

 

ไป๋เฟยหลงนั้นทะนงตนว่าเป็นพระโอรสของฮองเฮา สตรีที่มีศักดิ์สูงที่สุดในวังหลัง นั่นย่อมหมายความว่า ‘ศักดิ์’ ของเขาย่อมเหนือกว่าองค์ชายองค์อื่นๆ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นพระโอรสองค์ที่สิบสามของฮ่องเต้ก็เถอะแต่เขาไม่เคยเกรงและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร องค์ชายทั้งหมดรวมสามสิบคน มีบางส่วนที่ยอมก้มหัวและประจบประแจงมาขอเป็นพวกกับเขา นั่นเพราะพวกองค์ชายเหล่านั้นรู้สินะว่าต่อไปในภายภาคหน้าเขานี่แหละจะได้เป็นองค์รัชทายาท และเป็นผู้ครองบัลลังก์มังกรต่อจากเสด็จพ่อ แต่มีคนรัก ย่อมมีคนเกลียด เป็นที่รู้กันดีว่า ในวังหลวงนั้นหามิตรแท้ได้ยากยิ่ง ใครๆต่างก็รู้ว่าเหล่าบรรดาองค์ชายทั้งหลายต่างฝันใฝ่ในบัลลังก์มังกรทอง พวกเขาต่างก็เชื่อว่าตนเองมีสิทธิ์ เพราะต่างก็เป็นพระโอรสของฮ่องเต้เหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดการแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น กันขึ้น และตำแหน่งองค์รัชทายาทนั้นสามารถเปลี่ยนตัวบุคคได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฮ่องเต้

 

“ฮึ!พี่ใหญ่กับพี่รองคงร้อนรนน่าดูที่น้องชายลำดับที่สิบสามเช่นข้าได้ครองตำแหน่งองค์รัชทายาท” ไป๋เฟยหลงพูดอย่างลำพองใจ

 

“อย่างไรเสียเราก็ยังวางใจไม่ได้ ตราบใดที่เจ้ายังไม่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์มังกร” เปี๋ยนลี่อิงเตือนพระโอรส

 

“ท่านตาของลูกเป็นถึงท่านราชครู ใครๆก็รู้ว่าราชครูเปี๋ยนนั้นฉลาดล้ำลึกเพียงใด ผู้ใดมันจะกล้ามาต่อกรกับลูกเสด็จแม่”

 

“องค์รัชทายาท… ทรงอย่าลืมไปว่า ตำแหน่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกอย่าง เท่าที่ตารู้มา องค์ชายใหญ่ ไป๋เฟยเทียน  และ องค์ชายรอง  ไป๋เฟยหย่า นั้นเป็นคนที่มีความสามารถ เป็นที่จับตามอง พวกเราจะดูแคลนและประมาทไม่ได้” ราชครูเปี๋ยนเป็นบุรุษที่เจนจัดในเรื่องของราชสำนักและการดูคน

 

“ฮึ!มีความสามารถงั้นรึ?” ไป๋เฟยหลง องค์รัชทายาท หรือไท่จื่อหมาดๆทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างไม่พอใจที่แม้แต่ท่านตาของตนยังอดชื่นชมความสามารถขององค์ชายใหญ่และองค์ชายรองไม่ได้

 

 

ไป๋เฟยเทียน  หรือท่านอ๋องใหญ่ เป็นพระโอรสของของจื่อหวงกุ้ยเฟยผู้เย่อหยิ่งเพราะนางถือว่าบิดาของนางคือเสนาบดีจื่อ  เสนาบดีกรมโยธาผู้มากความสามารถ หากไร้ซึ่งบิดาของนางแล้วแผ่นดินไป๋กว๋อคงจะไม่มั่นคงเป็นปึกแผ่นเช่นทุกวันนี้ ไป๋เฟยเทียนเป็นพระโอรสองค์แรกของฮ่องเต้ แน่นอน เขาย่อมได้รับความโปรดปรานไม่น้อย อีกทั้งตัวเขาเองนั้นยังมีความสามารถทางด้านการสู้รบ   สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮ่องเต้ภาคภูมิใจในตัวพระโอรสองค์โตที่สามารถเชิดหน้าชูตาเขาได้

 

ส่วนองค์ชายรองไป๋เฟยหย่า หรือ ท่านอ๋องสองนั้น มีความสามารถโดดเด่นในการบรรเลงพิณ ใครๆต่างก็รู้ว่าฮ่องเต้ไป๋เฟยฉีนั้นทรงโปรดปรานดนตรีและการระบำรำฟ้อนขนาดไหน ไป๋เฟยหย่ามัดถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าเป็นกรณีพิเศษเวลาที่ฮ่องเต้อยากจะสำราญพระหทัยในขณะชมสวนดอกไม้และจิบชา พระองค์มักจะให้พระโอรสองค์ที่สองบรรเลงเพลงพิณจนกว่าจะผล็อยหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็จะประทานรางวัลมากมายให้แก่ไป๋เฟยหย่า เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นท่านอ๋องที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาพระโอรสของฮ่องเต้รองจากองค์รัชทายาท

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

694 ความคิดเห็น

  1. #505 LaLa_Lene (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 23:18
    อ๋องใหญ่ อ๋องสอง มันแปลกๆจริงนั้นแหละค่ะ ลองใช้แบบ

    อ๋องใหญ่ - ชินอ๋อง
    อ๋องสอง - จวิ้นอ๋อง
    #505
    0
  2. #495 Lunar116 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 22:31
    สงสัยแค่ว่าแคว้นนี้แม่งอยู่รอดได้ไง ผนงรจตกม
    #495
    0
  3. #354 swankissall (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 13:35
    โง่เขลาตามกาลเวลาจริงๆ สงสาร
    #354
    0
  4. #177 Pop_zaza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 18:51
    ท่านอ๋องรองน่าจะเหมาะกว่า อ๋องสองนะคะ
    #177
    0
  5. #172 แก้ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 14:36

    (╥_╥)ต้องทำใจ สนมรักยังไม่รักได้เลย

    #172
    0