ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 2 : กาดำในฝูงหงส์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 771 ครั้ง
    23 มี.ค. 64

 

ไป๋เฟยฉีหันกลับมาจ้องไปยังองค์ชายตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของจ้วงมามาพร้อมกับส่งสายตาพิฆาต ริมฝีปากเหยียดหยัน แววตาแข็งกร้าว อาฆาต

 

“เร่งจัดพิธีศพให้เหลียงกุ้ยเฟย แล้วอย่าให้ใครพูดถึงนางกับเจ้าสัตว์ประหลาดนี่ให้ข้าได้ยินอีก” พูดจบโอรสสวรรค์ที่ไม่เคยรักผู้ใดมากไปกว่าบัลลังก์มังกรและชื่อเสียงเกียรติยศของตนก็เดินจากไป ไม่หันหลังกลับมามองร่างอรชรที่ทรงเคยโปรดปรานยิ่งนักอีกเลย

 

ไป๋เฟยหมิงเติบโตขึ้นมาด้วยพระเมตตาของฮองเฮา หลังจากที่สิ้นเหลียงกุ้ยเฟย พระนางก็ทรงรับไป๋เฟยหมิงเป็นพระโอรสบุญธรรม เหตุผลหนึ่งก็เพราะความสงสาร ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะเป็นหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อชื่อเสียงที่งดงามในฐานะพระมารดาของแผ่นดิน แต่กระนั้นไป๋เฟยหมิงก็ไม่เคยมีความสุข ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยปมด้อย คำเหยียดหยัน คำดูถูก คำสบประมาท เพราะมีรูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์ยิ่งอย่างที่แทบจะไม่เคยปรากฏในแผ่นดินไป๋กว๋อมาก่อน อีกทั้งผู้คนยังร่ำลือว่า ความอัปลักษณ์ของเขานั้นทำให้เหลียงกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดาถึงกับหัวใจวายตายเมื่อเห็นหน้าเขาครั้งแรก สิ่งนี้เป็นปมและเป็นความอัปยศในใจของเขาเรื่อยมา

 

ไป๋เฟยหมิงค่อยๆยกมือที่แปดเปื้อนโลหิตที่แห้งกรังของตนลูบไล้ใบหน้า ใบหน้าที่ถูกผู้คนทั้งใต้หล้านี้เหยียดหยันว่าอัปลักษณ์ยิ่งนัก ความอัปลักษณ์นี้ทำให้ผู้คนต้องพากันเบือนหน้าหนี หากเป็นเด็กเล็กๆเห็นก็จะร้องไห้กระจองอแงและแสดงอาการหวาดผวาราวกับว่าเขาเป็นปีศาจร้าย  อ๋องแปดผู้อาภัพจึงมักเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่สุงสิงกับผู้ใด และหากจำเป็นที่ต้องเสด็จออกจากตำหนักก็จะใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้  เขามักจะถูกพี่น้องร่วมพระบิดาที่เป็นองค์ชายด้วยกันพูดจาเหยียดหยันและหัวเราะเยาะเรื่องรูปลักษณ์ของเขา และมักจะถูกเหล่าบรรดาองค์หญิงทั้งหลายซุบซิบเรื่องของเขาอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สนิทสนมกับพี่น้องคนใดเลย เขามักจะปลีกวิเวกและเก็บตัวอยู่แต่ในตำหนัก นางกำนล ขันที และบ่าวรับใช้ในวังอ๋องก็ให้มีจำนวนน้อยที่สุด  และที่สำคัญท่านอ๋องอัปลักษณ์ผู้นี้ได้สั่งให้รื้อกระจกทุกบานในตำหนักเอาไปทุบทิ้งให้หมด เขาไม่อยากเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดตนนั้น เจ้าสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ที่ทำให้เขาต้องกำพร้ามารดาเสียตั้งแต่ยังแบเบาะ

 

วันนี้เป็นวันที่ฮ่องเต้ทรงเรียกพระโอรสทั้งหลายทั้งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องแล้วและทั้งที่ยังมีฐานะเป็นองค์ชายอยู่ให้ร่วมประชุมทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ตนนั้น

 

“วันนี้ช่างเป็นโอกาสที่ดีเสียจริงที่พวกเราเหล่าพี่น้องทั้งหลายได้มาพบหน้าพบตากัน จริงหรือไม่น้องรอง” ไป๋เฟยเทียน หรืออ๋องใหญ่ทำทีเป็นสนทนากับไป๋เฟยหย่าผู้มีฐานะเป็นท่านอ๋องสองพลางบุ้ยใบ้ให้อีกฝ่ายมองไปที่ไป๋เฟยหมิง

 

“เป็นเช่นนั้นพี่ใหญ่ พวกเรานานทีจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จริงหรือไม่น้องเก้า” ไป๋เฟยหย่าหันมาจ้องหน้าสบตากับไป๋เฟยหมิง และตั้งใจจ้องเขม็งไปที่ปากของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา จนไป๋เฟยหมิงต้องเบือนหน้าหลบด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

 

ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย ทั้งอดสูและน้อยเนื้อต่ำใจ

 

การที่ฮ่องเต้เรียกประชุมเหล่าองค์ชายทั้งหมดในวันนี้สาเหตุเพราะปัญหาทางชายแดนฝั่งตะวันตกซึ่งติดกับแคว้นเหนียง  ตอนนี้แคว้นเหนียงซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาก็ผูกมิตรกันมาด้วยดี แต่บัดนี้ดูเหมือนจะเอาใจออกห่าง มีข้อกรณีพิพาทกันบ่อยครั้ง จนไป๋เฟยฉีเกรงว่าจะเกิดสงครามระหว่างแคว้นขึ้น พระองค์จึงทรงเรียกเหล่าพระโอรสทั้งหลายมาประชุมเพื่อหารือแก้ปัญหา  เผื่อจะมีใครที่คิดแก้ปัญหาในครั้งนี้ได้

 

แคว้นเหนียงได้ชื่อว่าเป็นแคว้นใหญ่ที่มีทั้งอำนาจ กำลังทหารและความมั่งคั่ง ต่างจากแคว้นไป๋กว๋อที่เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ กำลังทหารน้อยกว่า ทว่ากลับอุดมไปด้วยเหมืองแร่ และไป๋เฟยฉีย่อมรู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่แคว้นเหนียงจับจ้องมานานแล้ว

 

วันนี้การประชุมของเหล่าอ๋องและองค์ชายทั้งสามสิบคนของฮ่องเต้ไป๋เฟยฉีนั้นกลับไม่ได้ข้อสรุปใดๆ ไม่มีผู้ใดที่เสนอวิธีแก้ปัญหาที่น่าจะเป็นทางออกได้ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามไป๋เฟยฉีจึงสั่งให้เลิกประชุมและให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารไว้ให้เหล่าโอรสของเขาได้เสวยร่วมกันก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ทุกคนต่างกินดื่มอย่างสำราญ ยกเว้นไป๋เฟยหมิงที่ขอแยกตัวกลับไปก่อน

 

 

ไป๋เฟยหมิงไม่อาจทนเห็นสายตาของเหล่าบรรดาพี่น้องที่จับจ้องเขาราวกับเขาเป็นตัวประหลาด อันที่จริงเขาก็ประหลาดจริงๆนั่นแหละ ท่านอ๋องหนุ่มรู้ว่าตนเองนั้นเป็นกาดำในฝูงหงส์ขาวที่สง่างาม บรรดาองค์ชายทั้งสามสิบคนนั้นมีเพียงเขาคนเดียวที่อัปลักษณ์ ส่วนคนอื่นๆล้วนรูปงามและสง่าผ่าเผย  ชายหนุ่มเอามือลูบริมฝีปากของเขาที่แหว่งขึ้นไปจนถึงรูจมูก เผยให้เห็นเหงือกสีชมพูและฟันสีขาวที่ปิดไม่มิด เวลากินอาหารเขาต้องนั่งอยู่ตามลำพัง ชายหนุ่มไม่อาจให้ผู้ใดเห็นความน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงเวลาที่เขากินอาหารแล้วมีเศษอาหารเล็กๆกระเด็นออกมาจากรูที่แหว่งและโหว่ได้ เขาไม่อาจทนกับสายตาที่รังเกียจและเย้ยหยันนั้นได้

 

“อ้าว! พี่เก้า นี่ท่านจะกลับแล้วหรือ ทำไมรีบกลับนักเล่า ไม่ดื่มกับบรรดาพี่ๆน้องๆก่อนรึ?” องค์ชายสิบสาม  ไป๋เฟยหลง  หรือองค์รัชทายาทเอ่ยทักท้วงเมื่อเห็นว่าไป๋เฟยหมิงกำลังจะลุกจากเก้าอี้ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ปากที่แหว่งของพี่ชาย พลางส่งสายตาล้อเลียน

 

ไป๋เฟยหมิงเข้าใจเจตนาของบรรดาพี่ๆน้องๆดี  คนพวกนี้ต้องการให้เขาอับอาย อันที่จริงก็ไม่มีใครต้องการให้เขาอยู่ร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขานักหรอก ซึ่งก็รวมทั้งฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาด้วย

 

“กระหม่อมขอทูลลากลับก่อนพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ พอดีเริ่มรู้สึกปวดหัว ตัวรุมๆ ขอกลับไปพักผ่อนก่อนพะย่ะค่ะ”

 

ฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาไม่ได้ทรงกล่าวสิ่งใด เขาทำแต่เพียงพยักหน้า พระองค์ปรายตามองพระโอรสอัปลักษณ์แวบหนึ่งก่อนจะเสหันไปทางอื่น

 

หลังจากทูลลาฮ่องเต้เสร็จไป๋เฟยหมิงก็รีบเดินไปที่รถม้าเพื่อเสด็จกลับตำหนักอ๋องที่อยู่นอกวังหลวง เขาต้องกำหมัดแน่นและกลั้นหายใจหลายครั้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ล้อเลียน จากบรรดาพี่น้องทั้งหลายเมื่อเขาเดินห่างออกมา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 771 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

620 ความคิดเห็น

  1. #503 LaLa_Lene (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 23:09
    เฮ้อออ เจ้าลูกเต๋านั้นลูกชายยูนะ! อัปลักษณ์ยังไงก็ลูกคุณมึ- นะคะ
    #503
    0
  2. #474 My_SouL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 13:28
    ถือว่าคนเลี้ยงเก่งมากนะ ที่ทำให้โตมาได้ขนาดนี้ ปกติพวกนี้จะเสียเร็วเพราะสำลักอาหารลงปอด
    #474
    0
  3. #472 Xiaoxue (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 13:15
    พระเอกเป็นปากแหว่งเพดานโหว่นี่เอง ถ้าโรคนี้เกิดกับคนสมัยก่อนที่ยังไม่ยอมรับการผ่าตัดคือน่าสงสารมากพอๆกับคนพิการเลยนะ
    #472
    0
  4. #324 Crystal Tear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 18:42
    สงสารท่านอ๋อง
    #324
    0
  5. #319 oneday1979 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 22:42
    เข้าใจละคนโดนบูลลี่รู้สึกยังงัย เราก็โดนมันมาทั้งชีวิตแหละแค่เกิดมาดำกว่าชาวบ้านยังผิดแปลกเลย อันนี้ปากแหว่งเลยนะคงสุดๆอ่ะ
    #319
    0
  6. #297 iiiiiiiiimee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 18:30
    คนรอบข้างไม่มีใครคบได้สักคน แม้กระทั่งพ่อแท้ๆ หรือพี่น้อง นี่เป็นการคัดคนออกจากชีวิตทางหนึ่งเลย
    แต่อยากให้ท่านอ๋องดูถูกตัวเองน้อยลงกว่านี้ แต่มันคงยากมากจริงๆตัวคนเดียวแถมยังโดนเหยียดตลอดเวลาจากคนรอบข้าง ไม่แปลกเลยที่ความมั่นใจมันไม่เหลือแบบนี้ มีชีวิตอยู่จนโตไม่หลงทางถือว่าเข้มแข็งมากแล้ว
    #297
    0
  7. #180 Pasu-Su (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 23:59
    ทำไมใช้ผ้าพันหน้าค่ะ เปลี่ยนเป็นสวมหน้ากาก น่าจะดีกว่านะคะ คหสต
    #180
    1
    • #180-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 2)
      9 เมษายน 2564 / 12:16
      เหมือนเราใช้ผ้าก๊อซปิดแผลค่ะ ผ้านั้นนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ใช้ปิดแค่ตอนแรกๆที่แผลยังไม่แห้งเท่านั้น อุปมาเหมือนผ้าก๊อซค่ะ
      #180-1
  8. #171 แก้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 14:29

    เอ่อ ครือ เปียกปอนเลย สงสารจัง เราเองมีแขนที่โดนน้ำร้อนลวก มีแผลเป็น ยังโดนมอง ตอนเด็กอายมาก แต่ยังใส่เสื้อปิดได้ อันนี้เป็นที่ปากที่หน้า ก็ปกปิดยาก ไม่ได้สงสารเพราะเค้าพิการ แต่สงสารเพราะผู้คนรอบข้างรังเกรียดดูถูกเค้ามากกว่า สู้ๆนะ

    #171
    2
    • #171-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 2)
      8 เมษายน 2564 / 15:11
      อยากให้ลองอ่านเรื่อง Wonder ที่ไรท์ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ค่ะ สนุกและซาบซึ้งกินใจมากๆ
      #171-1
    • #171-2 janta14(จากตอนที่ 2)
      13 เมษายน 2564 / 11:34
      อะไรไม่สำคัญเท่ากับ ตัวเองต้องเห็นคุณค่าตัวเอง ตราบใดที่หยามหมิ่นตัวเองยิ่งด้ยค่าตัวเอง
      #171-2
  9. #7 wadeenarak (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 03:11
    เป็นองค์ชาย9แต่ทำไมเรียกอ๋อง8
    #7
    1
    • #7-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 2)
      1 เมษายน 2564 / 15:37
      ข้อนี้ไรท์ตกหล่นไปเอง ขอบคุณมากๆนะคะที่บอก มีองค์ชายที่เกิดก่อนพระเอกตายไปตอนเด็กๆ พระเอกเลยได้เป็นอ๋องแปดค่ะ เดี๋ยวไรท์จะไปเพิ่มข้อมูลในตอนต่อไปค่ะ
      #7-1
  10. #1 Kittiyass (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 13:09
    น่าติดตามมากค่ะ
    #1
    3
    • #1-2 Kittiyass(จากตอนที่ 2)
      27 มีนาคม 2564 / 14:28
      ยินดีค่ะ
      #1-2
    • #1-3 yupinRuang(จากตอนที่ 2)
      28 เมษายน 2564 / 07:21

      ไรท์มาทุกวันได้มั้ยไม่อยากอยู่บนยอดตาล
      #1-3