คัดลอกลิงก์เเล้ว

Hug of Love (อ้อมกอดนี้...ที่ปรารถนา)

เหงา... ใครก็ได้ช่วยโอบกอดฉันที ช่วยตอกย้ำตัวตนของเธอให้ชั้นแน่ใจ... ว่าชั้นไม่ได้หลงอยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง...

ยอดวิวรวม

855

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


855

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


0
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 มี.ค. 49 / 16:50 น.
นิยาย Hug of Love (ʹ...ö) Hug of Love (อ้อมกอดนี้...ที่ปรารถนา) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 มี.ค. 49 / 16:50


Hug of Love

(อ้อมกอดนี้...ที่ปรารถนา)

*************************************************************

       เหงา... ใครก็ได้ช่วยโอบกอดฉันที ช่วยตอกย้ำตัวตนของเธอให้ชั้นแน่ใจ... ว่าชั้นไม่ได้หลงอยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง...

**************************************************************

…001…

        ทุกค่ำคืนที่ผ่านเลยไปอย่างเชื่องช้า ฉันลืมตาขึ้นเพื่อมองเข็มนาฬิกาที่ดัง ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก... เป็นจังหวะน่ารำคาญนั้น ก่อนจะหันไปเบียดตัวเองเข้ากับแผ่นอกที่ยังไม่เป็นผู้ชายเต็มตัวของน้องชายคนรอง ส่วนมือก็เอื้อมไปคว้าตัวนุ่มๆอุ่นๆของน้องชายคนเล็กมากอดอย่างเป็นสุข เพื่อที่จะหลับต่อไปถึงเช้าอย่างสบายใจเหมือนทุกคืน...

        พอตื่นเช้าขึ้นมา ฉันก็พบว่าน้องชายของฉันนอนกลิ้งไปกองอยู่รวมกันที่มุมหนึ่ง โดยทิ้งฉันให้นอนอยู่คนเดียวเพียงลำพัง... น้องของฉัน... น้องชายตัวเล็กๆที่น่ารักของฉันคงจะเริ่มโตแล้วสินะ พวกเขาคงรำคาญอ้อมกอดของพี่สาวคนนี้เหลือเกินแล้ว...

        อีกไม่นาน... พวกเขาคงจะต้องรังเกียจอ้อมกอดของพี่สาวคนนี้แน่ แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ... ถ้าไม่กอดพวกเขาเอาไว้ ฉันจะรู้สึกเป็นกังวลมากจนนอนไม่หลับ แต่เอาเถอะ ถึงพวกเขาจะรังเกียจอ้อมกอดจากพี่สาวคนนี้แล้ว... อย่างน้อยขอเพียงแค่ให้พี่คนนี้ได้นอนอยู่ข้างๆก็พอ... ไม่ต้องกอดก็ได้... แค่นี้... ยังได้ใช่ไหม...

        ฉันปล่อยให้ความคิดล่องลอยอย่างเพ้อเจ้อ พลางมองน้องชายที่กำลังนอนหลับก่ายกันอยู่ทั้ง 2 คนด้วยดวงตาเหงาๆ ก่อนที่จะลุกออกไป โดยไม่รับรู้เลยว่าน้องชายที่ตัวเองคิดว่ากำลังนอนหลับกันอยู่นั้น ได้เปิดเปลือกตาขึ้นมองพี่สาวเดินออกไปเพียงชั่วครู่ แล้วนอนหลับต่อไปอย่างเป็นสุข

...002...

        'เชอะ... ออกไปได้ก็ดี นอนกอดอยู่ได้ทุกคืนอึดอัดเป็นบ้า' นี่คือความคิดของน้องชายวัย 9 และ 15 ปี

        พวกเขาเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว... การที่พี่สาวยังมานอนคั่นกลางกอดพวกเขาอยู่ทุกค่ำทุกคืนมันช่างน่าอึดอัดนัก ก็ยัยนั่น เล่นกอดพวกเขาซะแน่นทุกๆคืนเลยน่ะสิ โตๆ กันแล้วแท้ๆ ถ้าเป็นตอนเด็กๆก็ว่าไปอย่าง... แต่นี่พวกเขาโตแล้ว ยังมานอนกอดอยู่ได้ทุกคืนอีก ช่างน่าอายจริงๆ ถ้าใครหน้าไหนรู้เข้า พวกเขาจะเอาหน้าไปวางไว้ที่ไหนกัน พวกเขาคิดอย่างรำคาญ

        ที่จริง... พวกเขาก็รู้สึกอบอุ่นดีหรอกที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของพี่สาว แต่เมื่อพวกเขาเริ่มโตขึ้น... โตขึ้น... ก็เริ่มรู้สึกอึดอัดและตะขิดตะขวงใจในอ้อมกอดนั้นขึ้นทุกวัน... มันเป็นความไม่สบายใจเล็กๆน้อยๆที่พอกพูนขึ้นตามกาลเวลา มันเป็นความกังวลที่หาสาเหตุไม่ได้ จนเริ่มรังเกียจอ้อมกอดจากพี่สาว ที่พวกเขารู้ว่าได้รับมามันอย่างบริสุทธิ์ใจก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว

        พวกเขาได้ลงมือทำการต่อต้านเล็กๆ และหวังว่าพี่สาวของพวกเขาจะไม่โง่จนเกินไปนัก อย่างไรเสีย... พวกเขาก็เริ่มรำคาญพี่จนแทบจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว... แต่จากปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้ พี่คงเริ่มรู้ตัวแล้วสินะ... พวกเขาต้องดำเนินการตามแผนต่อไป มันจะต้องได้ผลสำเร็จอย่างงดงามอย่างแน่นอน...

...003...

        เหงาเหลือเกิน... หลายวันมานี่ น้องชายของฉันต่างพากันหลบหน้าหลบตาฉัน แถมพูดด้วยก็ไม่ค่อยจะยอมตอบ กลางคืนนอนข้างๆก็กอดไม่ได้ มันช่างเหงาเหลือเกิน... น้องของฉัน พวกน้องชายตัวเล็กๆของฉัน... คงเกลียดฉันแล้ว

          ฉันถูกเกลียดแล้วใช่ไหม... ดูจากสถานการณ์แล้วมันน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แล้วฉันควรจะทำอย่างไรดี และควรจะทำอย่างไรต่อไป...

        ค่ำคืนนี้ของฉันผ่านไปด้วยความเชื่องช้า เสียงเข็มนาฬิกาดัง ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก... เป็นจังหวะแทบจะไม่ได้ส่งไปถึงประสาทการได้ยินของฉัน ฉันนั่งมองร่างที่นอนหลับใหลของน้องชายทั้ง 2 คน ด้วยความเจ็บปวดใจ... มันเจ็บแปลบปวดร้าวไปทั่วหน้าอก ยามเมื่อมองเห็นพวกเขาพยายามอยู่ห่างฉัน...

        หัวตาของฉันร้อนผ่าว... ความรู้สึกต่างๆวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอหอย จนรู้สึกเจ็บปวด ก่อนที่หยาดใสๆที่เรียกว่า น้ำตา จะไหลลงมาอาบแก้มจนหยดลงมา หยดแล้ว... หยดเล่า... อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแห้งเหือดลงง่ายๆ ยิ่งมองดูพวกเขา... ฉันก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด ทำไมนะ... ทำไมบรรดาน้องชายที่ฉันรักจึงทำกับฉันได้ลง!

        เหงา... เหงาเหลือเกิน... ใครก็ได้ช่วยโอบกอดฉันที...

        ไม่สิ! นี่ไม่ใช่เวลามามัวอ่อนแอ... ในเมื่อพวกเขาไม่ต้องการฉันแล้ว... รำคาญฉันแล้ว... ฉันจะไม่ฝืนดื้อดึงอยู่ใกล้พวกเขาตามใจชอบอีกต่อไป เพราะถ้าฉันยังทำแบบนั้น น้องชายที่น่ารักของฉัน คงจะรังเกียจพี่สาวคนนี้ไปชั่วชีวิตแน่ๆ ฉันคงต้องยอมเป็นฝ่ายเจ็บปวดเสียเอง ฉันควรถอยห่างออกมาอยู่ในที่ของฉัน อย่างที่ฉันควรจะทำมาตั้งหลายปีแล้ว... ใช่! ฉันต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จด้วย ไม่ว่าผลของมันจะทำให้ฉันเหงาเพียงไรก็ตาม...

...004...

        พี่คงจะรู้ตัวแล้วสินะ ว่าทำให้พวกเรารำคาญกันมากแค่ไหน ดูจากปฏิกิริยา 2-3 วันที่ผ่านมา แสดงว่าแผนของพวกเราประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยทีเดียว พี่เป็นคนประเภทแคร์ปฏิกิริยาและคำพูดของคนรอบข้างอยู่แล้วนี่... อ่อนหัดชะมัด! ทีนี้เราก็จะได้หนีจากความรักอันน่าอึดอัดของพี่อย่างสมบูรณ์เสียที มานึกๆดูอีกที... ที่จริงพวกเราน่าจะทำอย่างนี้มาตั้งนานแล้วนะ ถึงพี่จะดูน่าสงสารไปหน่อยก็เถอะ ดูสิ... โตจะตายอยู่แล้วยังมานั่งทำหน้าเหมือนเด็กถูกทิ้งอยู่อีก น่าเบื่อ...พวกผู้หญิง!!!

        แต่มันก็ค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดการณ์ไปหน่อยเหมือนกัน ความจริงพี่ก็เป็นคนที่มีความรู้สึกไวพอควร แต่ปฏิกิริยาที่ตอบสนองมานี่ มันออกจะมากกว่าที่เราคาดหวังกันไว้ ดูได้จากเดี๋ยวนี้พี่ไม่ค่อยมาชวนเราคุยไร้สาระเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ ถ้าจะให้พูดตรงๆ ดูเหมือนช่วงนี้พยายามที่จะไม่มารบกวนพวกเรามากกว่า ซึ่งนั่นมันก็ดี... แต่ที่น่าดีใจสุดๆ ดูเหมือนพี่เตรียมตัวย้ายสมบัติไปนอนห้องใหม่แล้ว ที่จริงพี่น่าจะย้ายไปตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ ตัวเองก็ 21 แล้ว ยังจะมานอนรวมกับพวกเราอยู่อีก... น่าขายหน้าจริงๆ

        ที่จริงผมก็เตรียมย้ายเหมือนกัน ถ้าไม่ติดเจ้าน้องชายที่มันไม่กล้านอนคนเดียวเนี่ยนะ ป่านนี้... ผมคงย้ายไปนานแล้ว แต่ช่างเถอะ ถึงอย่างไรพี่ก็ย้ายออกไปแล้วนี่นา เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยจริงไหม???

...005...

        หากไม่พบเจอกับตัวเอง ฉันคงไม่รู้หรอกว่า ความอึดอัด นี้ มันเป็นอย่างไร...

        ดูเหมือนพวกน้องชายของฉัน จะพอใจกับวิธีการของฉัน แต่วิธีนั้นมันกลับย้อนศรเข้ามาทำร้ายฉันอย่างเจ็บปวดอย่างที่สุด มันสร้างบาดแผลที่กรีดลึกลงบนใจฉัน ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นหน้าของพวกเขา... น้ำตาเจ้ากรรมพาลจะหกไหลทุกครั้งที่ได้ยินเสียงพวกเขา พร้อมกับถ้อยคำที่ไม่รู้ที่มา ดังก้องซ้ำๆอยู่ในหัวของฉันว่า 'พวกเขาไม่ต้องการฉันแล้ว' สถานการณ์เช่นนี้มันน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออก และรู้สึกชวนหดหู่ใจไปพร้อมกันด้วย ฉันไม่เคยคิดเลย ว่าในชีวิตนี้ ฉันต้องมาเผชิญอยู่ในสภาพเช่นนี้ในเวลานี้... สภาพที่ชวนอึดอัดใจเป็นที่สุด

        ฉันไม่อาจฝืนทนความรู้สึกของตัวเอง และความรังเกียจของบรรดาน้องชายที่รักยิ่งของฉันได้.... ตอนนี้ฉันไม่อาจมองหน้าพวกเขาได้เต็มตา ไม่สามารถพูดคุยได้อย่างใจปรารถนา และไม่อาจสัมผัสและโอบกอดพวกเขาด้วยความรักของฉันอีกต่อไป ฉันจึงตัดสินใจก้าวออกมาอีกนิด...

        ขณะนี้ฉันย้ายห้องนอนแล้ว... นั่นคงทำให้พวกเขาพอใจและไม่รังเกียจฉันไปมากกว่านี้ และดูเหมือนพวกเขาจะมีความสุขมากกว่าแต่ก่อนด้วยล่ะ นี่ตัวฉันกำลังทำอะไร... เมื่อก่อนฉันคงจะทำตัวแย่มากๆเลยสินะที่รักพวกเขามากเกินไป... ห่วงเกินไป... โดยที่พวกเขาไม่ได้ต้องการ...

        น้องชายที่น่ารักของพี่... ถ้าพี่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นได้ซะ พวกเธอคงจะมีความสุขกันมากกว่านี้ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะน้องรัก โปรดรอกันอีกสักระยะ พี่ย้ายออกไปแน่นอน... พวกน้องๆไม่ต้องเป็นกังวลเลยว่าพี่จะอยู่ให้รำคาญใจพวกเธอ เพราะพี่เองก็ไม่อาจทนอยู่ได้เหมือนกัน ถ้าพวกเธอเกลียดพี่ ฉะนั้นพี่จะเป็นคนไปเสียเอง แค่รออีกนิดเท่านั้น... อีกนิดจริงๆ

...006...

        ตอนนี้พี่ย้ายออกไปจากบ้านแล้ว... พวกผมไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าผลมันจะเป็นแบบนี้... ถึงแม้ว่าพวกผมจะรำคาญพี่ก็จริง แต่ก็ไม่เคยนึกเลยว่าจู่ๆ พี่จะย้ายออกไปอยู่คนเดียวอย่างนั้น มันเป็นอะไรที่ผิดคาดอย่างมากมาย ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่จะคิดมากถึงขนาดย้ายออกจากบ้านไป แถมก่อนออกไปยังหันมาบอกพวกเราด้วยรอยยิ้มอีกว่า 'พี่จะไม่อยู่กวนใจพวกเธออีกแล้ว พวกเธอต้องดูแลตัวเองดีๆนะ' จากนั้นก็หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไปเลย นี่อะไรกันนักหนาเนี่ย... ชิ! พวกผู้หญิง ขี้ใจน้อยชะมัด

        การที่พี่ย้ายอกไปนั้น ทำให้ผมรู้สึกผิดนิดหน่อย... ใช่แค่นิดหน่อยจริงๆ คนอย่างผมไม่มีวันมานั่งเสียใจทีหลังหรอกน่า ก็ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา... แม้ว่าไอ้ตัวเล็กจะเริ่มร้องหาพี่บ้างแล้ว... แต่เราก็ทำอะไรกันไม่ได้... นั่นเป็นเพราะพี่ไม่ยอมบอกที่อยู่ใหม่เอาไว้ แถมยังเล่นเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เสียอีก สงสัยชาตินี้คงกะจะไม่โผล่ออกมาให้พวกผมเห็นหน้าอีกเลยล่ะสิท่า

        ยิ่งพักหลังๆมานี่ ไอ้ตัวเล็กร้องหาพี่ทุกคืนจนผมชักรำคาญ ผมเองก็เริ่มคิดถึงพี่ขึ้นมานิดๆเหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน... ก็อยู่ด้วยกันมาตั้ง 15 ปีแล้วนี่นา จู่ๆก็ดันมาทิ้งกันดื้อๆแบบนี้มันหมายความว่ายังไง!! ผมไม่รู้หรอกว่าพี่คิดอะไรอยู่... ตอนแรกก็แค่รำคาญอยากจะให้ไปห่างๆหน่อยเท่านั้น... แต่นี่มัน...

        ตอนแรกมันก็ดีอยู่หรอก... แต่ตอนนี้มันชักไม่สนุกแล้ว สงสัยแผนการมันจะได้ผลมากเกินไป!!!  พี่ครับ...พี่อยู่ที่ไหน... กลับมาเถอะ....ผม...ผมขอโทษ!!!

...007...

        เหงา... ใครก็ได้ช่วยโอบกอดฉันที ช่วยตอกย้ำตัวตนของเธอให้ฉันแน่ใจ... ว่าฉันไม่ได้หลงอยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง...

        ฉันนั่งเหม่อมองท้องฟ้าจากสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ใกล้กับบริเวณที่พักปัจจุบัน... มันเป็นเวลาเย็นที่ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีม่วงแดงดูช้ำเลือดช้ำหนอง... ฉันนั่งไหวชิงช้าตัวเก่าอย่างช้าๆด้วยความเหม่อลอย ความเหงาของฉันกลับลอยฟุ้งตลบอบอวลอยู่เต็มหัวใจ... ฉันไม่เคยรู้สึกถึงความเหงามากมายมหาศาลขนาดนี้มาก่อน มันเป็นความเหงาที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

        ฉันได้แต่เหม่อมองไปรอบๆอย่างว่างเปล่า จนกระทั่งรู้สึกสะดุดหูกับเสียงเฮลั่นของเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกับน้องชายของฉัน ซึ่งพวกเขากำลังจับกลุ่มเล่นบอลกันอยู่กลางสนาม... นั่นสินะ น้องชายที่น่ารักของฉัน ป่านนี้... พวกเขาคงกำลังใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขแล้ว... ความสุขที่ไม่มีฉัน... ฉันได้แต่นิ่งคิดอย่างเจ็บปวดใจ

        แต่ตาเจ้ากรรมของฉันนี่สิ ดันหันไปมองสบสายตาเหงาๆของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ห่างจากจุดที่ฉันนั่งอยู่เท่าไรนัก สายตาเหงาๆของเขาที่จ้องมองเด็กพวกนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่า ได้เจอพวกเดียวกันเข้าซะแล้ว...

        หลังจากที่ชั่งใจอยู่นาน ฉันก็เดินเข้าไปทักเด็กคนนั้น เขาดูโตกว่าน้องชายของฉันหลายปี อายุก็น่าจะอยู่ราวๆ 17-18 ได้

        "นี่น้อง...สนใจจะมาเป็นน้องชายของพี่ไหม?" ประโยคแรกที่คุยกัน ฉันเอ่ยปากถามออกไปลุ่นๆอย่างนั้น... ปกติฉันไม่ใช่คนแบบนี้หรอกนะ แต่ตอนนั้นฉันนึกอะไรไม่ออกจริงๆ

        เด็กคนนั้นมองฉันอย่าง งงๆ อยู่ซักพัก ก่อนที่จะส่งมือให้ฉันช่วยฉุดเขาให้ลุกขึ้นมา พร้อมกับคำพูดที่ฉันนึกไม่ถึงว่าเขาจะตอบแบบนั้น...

       "ได้สิพี่สาว"

        เพียงประโยคนี้ประโยคเดียว ก็สามารถทำให้ฉันยิ้มขึ้นมาอย่างยินดี และมีความสุขที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา... นั่นเป็นเพราะฉันกำลังจะได้น้องชาย....

...008...

        ผมตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย... บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย... โดยเฉพาะอ้อมแขนที่โอบกอดตัวผมเอาไว้แบบนี้ ผมก็ยิ่งไม่คุ้นเคย... แต่มันก็รู้สึกดีทีเดียว กับการที่มีใครซักคนมาอยู่ข้างๆ และโอบกอดผมไว้แบบนี้

        ผมอายุ 18 แล้ว แถมยังต้องอาศัยอยู่คนเดียวมาตลอดตั้งแต่ผมขึ้น ม.4 มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ผมจะต้องอาศัยตามลำพังคนเดียวโดยที่พ่อต้องไปทำงานไกลถึงออสเตรเลีย เพื่อที่จะทำงานหาเงินส่งมาให้ผมใช้...

        ทำไมผมถึงไม่ย้ายตามพ่อไปน่ะเหรอ... นั่นเป็นเพราะถึงผมจะตามไป พ่อก็ไม่มีเวลาดูแลผมอยู่ดีน่ะสิ แถมค่าใช้จ่ายยังสูงกว่าอีกด้วย การที่ผมอยู่เมืองไทยมันประหยัดกว่ากันเห็นๆ แถมผมยังไม่ชอบอยู่ในที่หนาวๆเสียด้วยสิ นี่ล่ะเหตุผลสำคัญ!

        ผมหันไปมองเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าบุคคลที่กำลังโอบกอดผมอยู่อย่างอบอุ่น พร้อมกับถอนใจออกมาอย่างช้าๆ... ผมคงจะเป็นคนที่ใจง่ายอย่างที่สุดเลยทีเดียว... เมื่อวานตอนเย็น พี่สาวคนสวยนี่ชวนผมเป็นน้องชาย แต่อะไรก็ไม่รู้มาดลใจผมให้ตอบตกลงไป ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพราะท่าทางเหงาๆ กับตาเศร้าๆของพี่สาวคนนี้กระมังที่ดลใจผม...

        พี่สาวพาผมกลับมาที่บ้านของพี่สาว ซึ่งมันเป็นห้องหนึ่งของคอนโดที่อยู่ในชั้นที่ 14 ในขณะที่บ้านของผมก็อยู่คอนโดเดียวกันในชั้นที่ 15 ซึ่งมันถัดขึ้นไปอีกชั้นเดียว มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ผมไม่เคยเห็นเธอเลยซักครั้งเดียว...

        พี่สาวพาผมเข้าไปในบ้านของเธอด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับหาโน่นหานี่มาให้ผมกินเป็นการใหญ่ พร้อมกับบ่นว่าผมนั้นผอมเกินไป ทั้งๆที่จริงๆแล้วผมออกจะตัวใหญ่กว่าพี่สาวตั้งเยอะ รูปร่างก็...ดูดีนะ กล้ามก็มีพอสมควร นั่นอาจเพราะผมเป็นนักกีฬาก็ได้ พี่สาวต่างหากล่ะที่ตัวเล็ก

 

        หลังจากที่คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ จนผมรู้ประวัติของพี่สาวมาอย่างคร่าวๆว่าพี่สาวยังมีน้องชายแท้ๆอีก 2 คน อายุก็คงจะน้อยกว่าผมอยู่หลายปี แต่เจ้าเด็กพวกนั้นกลับรำคาญพี่สาว เธออึดอัดจนย้ายออกมาอยู่คนเดียว ผมก็ได้แต่นึกสงสาร เธอคงจะเหงาเลยเอ่ยปากชวนผมเป็นน้องชาย... คืนนั้น... เธอนอนกอดผมไว้ทั้งคืน ที่จริงผมเองก็รู้สึกลำบากใจอยู่เหมือนกัน... แต่พอเห็นพี่สาวหลับอย่างสบายใจอย่างนั้น ผมก็ไม่กล้าคิดอกุศลกับเธอ ทำได้แต่เพียงข่มใจหลับอยู่เฉยๆภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นของเธอเท่านั้น...

        ผมนอนมองพี่สาวอยู่นาน ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเอื้อมมือที่ทั้งหนาและใหญ่ของผมไปเขย่าปลุกพี่สาวให้ตื่นขึ้นมา... ขนตาของเธอกระพือเบาๆเหมือนปีกของผีเสื้อที่ขยับปีกเตรียมจะโผบิน ก่อนที่เธอจะมองหน้าผมนิ่ง จนผมเองเริ่มจะประหม่า... และเธอก็ส่งยิ้มมาให้ผมอย่างอ่อนโยน พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆว่า 'อรุณสวัสดิ์ น้องชาย'

        คำๆนั้นมันซึมลึก อุ่นวาบเข้าไปในหัวใจของผม นานเท่าไรแล้วนะ ที่ผมตื่นขึ้นมาจากอ้อมกอดของเพศแม่พร้อมกับคำต้อนรับเช้าวันใหม่แบบนี้... ซึ่งคำๆนั่น ทำให้ผมยอมรับเธอเป็นพี่สาว อย่างเต็มหัวใจเป็นครั้งแรก...

...009...

        ตอนนี้ฉันมีความสุขจริงๆ ตอนนี้ฉันมีน้องชายที่ไม่ปฏิเสธความรักของฉัน ไม่ปฏิเสธอ้อมกอดของฉัน แถมยังยอมรับฟังเรื่องที่ฉันพูดคุยกับเขา และโอบกอดฉันตอบด้วยความรักอีกด้วย... พวกเราดูเหมือนพี่น้องที่รักกันมากจริงๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวพันกันตามสายเลือดเลยก็ตาม... น้องชายคนนี้เป็นคนเงียบๆ แต่ก็คุยสนุกพอควร เขาไม่รำคาญฉันที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา หรือทำท่าไม่พอใจเวลาฉันดุเวลาเขาไม่กินผัก อ่า... ช่างเป็นน้องชายที่ว่านอนสอนง่ายจริงๆ

        เมื่อวันก่อนฉันกลับไปเยี่ยมบ้านกับพวกน้องชายที่น่ารักมาหนหนึ่ง น้องชายของฉันทำตาโตเชียวแหละที่เห็นน้องชายคนใหม่ของฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้คุยกับน้องชายที่ฉันแสนจะคิดถึงนานนักหรอก เพราะฉันเห็นพวกเด็กๆทำท่าทางอึดอัด ฉันก็เลยรีบกลับเพราะกลัวว่าพวกเขาจะรำคาญฉันไปมากกว่านี้ ถึงตอนนี้แล้ว... ฉันก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี ที่เห็นพวกเขามองมาที่ฉันอย่างเย็นชาอย่างนี้...

        อา... ฉันควรจะทำอย่างไรดี หรือฉันไม่ควรจะโผล่หน้าไปให้พวกเขาเห็นอีกดีนะ เพราะถ้าฉันโผล่หน้ากลับไปให้พวกเขาเห็นบ่อยๆ พวกเขาอาจจะรำคาญฉันมากขึ้นก็ได้... ฉันรู้... แต่ฉันก็ยังคิดถึงพวกเขาอยู่ดีนั่นแหละ ก็แหม... พวกเขาเป็นน้องชายที่น่ารักเสมอสำหรับฉันนี่นา

        ถึงฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน... ถึงฉันจะเศร้าใจเพียงไร... ฉันก็ได้แต่โอบกอดน้องชายที่อยู่กับฉันตอนนี้ไว้ให้แน่นขึ้นเท่านั้น โอบกอดเขาเอาไว้ เพื่อยืนยันว่าเวลานี้มีคนอยู่เคียงข้างฉัน และฉันไม่ได้หลงอยู่ในโลกนี้เพียงลำพังอีกต่อไป... ดูเหมือนน้องชายคนนี้จะรู้ว่าฉันรู้สึกเศร้า เขาเลยโอบกอดฉันซะแน่นเหมือนกัน แล้วเราทั้งคู่ต่างก็หลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน

...010...

        ไม่กี่วันก่อน พี่กลับมาบ้านที่ไม่ได้กลับมาตั้งหลายเดือน แถมยังพาผู้ชายแปลกหน้ามาด้วยอีกคน ตอนแรกพวกผมก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้เห็นหน้าพี่ ผมอยากจะถามว่า พี่เป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ที่ไหนมา เมื่อไหร่จะกลับบ้านมาอยู่กับพวกเราเหมือนเดิมเสียที แต่ถึงจะดีใจขนาดไหน ผมก็ไม่ได้หลุดความดีใจ และยินดีที่ได้พบกันทั้งหลายทั้งมวลนั้น ออกมาให้พี่เห็นเลยสักนิด!!

        ผู้ชายที่พี่พามาด้วยนั้น ตัวสูงใหญ่ หน้าตาดี... ตอนแรกพวกเราเข้าใจว่าเขาเป็นบอยเฟรนของพี่ แต่พี่ดันมาแนะนำว่าเป็นน้องชายอีกคน... เจ้าคนนั้นดูท่าทางแล้วจะหวงพี่มาก... แถมยังนั่งจ้องพวกเราซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของพี่อย่างไม่วางตา ทำให้ผมไม่กล้าคุยกับพี่มากนัก ส่วนไอ้ตัวเล็กนั่งนิ่งไปเลย เอาแต่บ่นพึมพำกลับไปกลับมาว่า 'พี่มีน้องชายคนใหม่แล้ว ไม่รักพวกเราแล้ว' อยู่อย่างนั้น...

        ในจังหวะที่พี่ไปเข้าห้องน้ำ เจ้าหมอนั่นก็พูดขึ้นมาว่า 'พวกนายทิ้งพี่สาวแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนเก็บไว้เอง ฉันไม่มีวันทิ้งพี่สาวเหมือนอย่างพวกนายหรอก...ไม่ต้องห่วง' เจ้านั่นพูดกับพวกผมที่เป็นน้องแท้ๆของพี่ ซึ่งประโยคนั้นทำเอาผมพูดไม่ออก แม้แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังเงียบ...  ถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่ก็สามารถเข้าใจประโยคนั้นได้เป็นอย่างดี

        หลังจากที่พี่กับเจ้าหมอนั่นกลับไปแล้ว พวกเราก็ได้แต่ทบทวนการกระทำต่างๆอย่างเจ็บปวดใจ ตอนนั้นพวกเราคงจะทำกันเกินไป ถึงทำให้ตอนนี้เราต้องเสียพี่สาวที่แสนดีของพวกเราให้กับคนอื่น... คนอื่นที่เขาเห็นค่าของพี่มากกว่าพวกเรา...

        พี่คงจะรักน้องชายคนใหม่มากกว่าพวกเราที่เป็นคนผลักไสพี่ออกไป พวกเราเองต่างหาก ที่ผลักไสความรักของพี่ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี พี่คงจะไม่รักพวกเราอีกแล้ว ถึงไม่ยอมกลับมา และไม่ยอมกลับมาพูดคุยกันเหมือนเดิม... ครั้งนี้ พวกเราคงต้องเสียพี่ที่รักเราไปจริงๆ

        ถึงเจ้าตัวเล็กจะร้องไห้โยเยหาพี่ขนาดไหน... ถึงผมจะคิดถึงพี่เพียงใด... พี่ก็คงไม่กลับมาปลอบและนอนกอดพวกเราอีกแล้ว... ผมไม่อาจกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดได้ว่าผมเสียใจเพียงไร แต่ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำอย่างนั้นเลย...

        ตอนนี้... ถึงจะมองดูพี่ที่มีน้องชายคนใหม่อยู่เคียงข้างแทนที่พวกเราก็ให้รู้สึกเจ็บปวดใจนัก ถึงแม้จะมองเห็น แต่ก็ไม่สามารถพูดคุยได้ พวกเราไม่สามารถโอบกอดและสัมผัสพี่ได้เหมือนดังแต่ก่อน มันเหมือนกับว่าตอนนี้พวกเราไม่มีสิทธิ์ในตัวพี่สาวคนนี้อีกแล้ว พี่สาวที่เราเป็นคนทิ้งขว้าง และผลักไสไปหาน้องชายคนอื่นที่ไม่ใช่พวกเรา

        น้องชายคนใหม่ที่ดูท่าน่าจะหวง และห่วงพี่มากกว่าพวกเราที่เป็นน้องชายแท้ๆ แล้วพวกเราล่ะ... พี่คิดจะลืมเสียแล้วหรือ ว่าเคยมีเราเป็นน้องชายอยู่... กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะพี่... พวกผมขอร้อง... ถึงพี่จะนอนกอดผมทุกคืน ผมก็จะไม่บ่นอีกแล้ว กลับมาเถอะผมสัญญา... นะพี่สาวคนดี...

        เสียงอ้อนวอนของผม ท่าจะส่งไปไม่ถึงพี่ พี่ถึงไม่กลับมา... เพราะหลังจากนั้น ดูเหมือนผมจะเสียพี่สาวที่แสนดีของพวกผมไปตลอดกาล...

...011...

        หลังกลับจากที่ไปเยี่ยมน้องชายของพี่สาวที่บ้านเก่า พี่สาวดูท่าทางเศร้ามาก... ตอนนี้คงกำลังนึกเสียใจอยู่ล่ะสิที่เด็กพวกนั้นทำท่าไม่สนใจเธอเลย... ผมเองก็รู้สึกโกรธแทนพี่สาวอยู่เหมือนกันที่เด็กนั่นทำท่าเหมือนไม่อยากเจอหน้าพี่สาวอย่างนั้น ทั้งๆที่พี่ก็ออกมาอยู่ที่นี่ตั้งหลายเดือนแล้ว... ผมก็เลยพูดกับเจ้าเด็กพวกนั้นทำนองว่า ผมจะรับพี่สาวไว้ดูแลเอง ผมไม่มีวันทอดทิ้งพี่เหมือนเจ้าพวกนั้นหรอก... คำพูดนั้น ผมตั้งใจจะทำตามนั้นจริงๆ แน่นอน... มันไม่ใช่คำพูดพล่อยๆแน่ คิดแล้วก็เจ็บใจเจ้าเด็กพวกนั้นจริงๆ มีพี่สาวที่แสนดีขนาดนี้แล้วยังกลับทำเป็นไม่สนใจอีก...

        ดี... ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมจะแย่งพี่สาวมาเป็นของผมจริงๆเสียเลย ผมไม่มีวันยอมยกพี่คืนให้หรอก... ไม่ยอมคืนให้เด็ดขาด! โดยเฉพาะเจ้าเด็กสิ้นคิดที่ไม่เห็นคุณค่าของพี่สาวแบบนั้นน่ะ!! พี่สาวที่แสนดีของผม กลับเอาแต่เฝ้าคิดถึงเจ้าเด็กพวกนั้น... ไม่น่าเลย... พี่ไม่น่าต้องเสียความรู้สึกดีๆให้พวกเด็กพรรค์อย่างนั้นเลย ผมคิดแบบนี้จริงๆนะ

        แล้วจู่ๆ พี่สาวที่นอนกอดผมอยู่ ก็กอดผมเสียแน่น... พร้อมกับมีน้ำอุ่นๆ ซึมผ่านเสื้อนอนของผมเป็นเปียกเป็นวง ผมจึงทำได้เพียงโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขนของผม... แขนของผมจะกว้างและอบอุ่นพอสำหรับเธอไหมนะ แต่ตอนนี้ผมทำได้เพียงเท่านี้... ตอนนี้เธอคงจะเจ็บปวดใจมาก.. แต่ใจของผมกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อใช้นิ้วมือไล้คราบน้ำตาที่อาบแก้มใสๆนั้นให้ โดยไม่เอ่ยคำใดออกมา

        ผมจะไม่มีวันทำให้พี่สาวเสียใจเป็นอันขาด ผมสัญญากับตนเอง ก่อนที่จะปล่อยให้ตัวเองหลับไป ในอ้อมกอดอันอบอุ่น และแนบแน่นของกันและกัน

        คืนนี้...พี่จะไม่เหงา... เพราะว่าเราจะโอบกอดกันและกัน เพื่อยืนยันว่าผมนั้น อยู่เคียงข้างพี่ในโลกใบนี้... ในโลกที่จะมีเราเพียงสองคน...

...012...

       พรหม อาจจะลิขิตให้คนสองคนได้พบกัน ส่วนคำพูดและการกระทำนั้นคือด้ายแดง ที่ผูกมัดคนสองคน ใจสองใจนั้นให้อยู่เคียงข้างกันและกัน...

        แสงอาทิตย์ที่กำลังกลับลำสู่วิมานสุริยัน อาจเอ่ยถ้อยทำชวนเชิญให้ลุ่มหลง งุนงง...

        "นี่น้อง...สนใจจะมาเป็นน้องชายของพี่ไหม?"       

       "ได้สิ...พี่สาว"

       เสียงกระซิบของพระพายนั้นตอบรับมาเบาๆ พร้อมกับหอบเอาสายลมอันอบอุ่นหอมหวานนั้น กลับคืน... สู่วิมาน....

...เจนจบครบกระบวนความ  ด้วยประการฉะนี้แล...

Jaja : Writer

March,14-15,2006

Time : 9.00 p.m.-1.40 a.m.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นารีไร้ใจ จากทั้งหมด 22 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ฝกบ.จทบ.ท.ส.
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 14:01
    รักพ่อหลวงสุดใจ ห่วงใยพัฒนา พ่อหลวงทรงพระเมตตา Long Live The King เรารักพระเจ้าอยู่หัว



    #8
    0
  2. #7 ฝกบ.จทบ.ท.ส.
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 13:59
    รักพ่อหลวงสุดใจ ห่วงใยพัฒนา พ่อหลวงทรงพระเมตตา Long Live The King เรารักพระเจ้าอยู่หัว



    #7
    0
  3. #6 แว่นจัง (หลงเข้ามาอ่ะค่ะ ^O^)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2550 / 13:25
    ทำไมอ่านแล้ว นํ้าตาไหลฟระ!! TT^TT
    #6
    0
  4. วันที่ 10 กรกฎาคม 2550 / 20:34

    จบกันงี้เลยหรอ

    #5
    0
  5. วันที่ 11 กรกฎาคม 2550 / 23:55
     คุณpinkychan  และ คุณฆาตกรต่อเนื่อง

    ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษด้วยนะคะที่ตอบช้าไปมากๆๆๆๆ นั่นเป็นเพราะไม่เคยมีใครโพสตอบมานาน เลยไม่ค่อยได้เข้ามา เนื่องจากเราแต่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นน่ะค่ะ เลยไม่มีต่อ... 

    คราวนี้เราก็อ่านทวนแล้วเหมือนกัน คิดว่ามันอาจจะพัฒนาเป็นเรื่องยาวได้ แต่เรามาลงหยั่งเสียงดูก่อนไงคะ เพราะไม่รู้ว่าถ้าแต่งให้เป็นเรื่องราวแบบนี้แล้วมันจะแปลกเกินไปหรือเปล่า ด้วยเราไม่ค่อยถนัดเขียนงานแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และคนอ่านก็มีน้อยมาก เราจึงต้องรอดูคำวิจารณ์และความคิดเห็นต่อไปอีกสักหน่อย ด้วยตอนนี้ก็ยังแต่งนิยายค้างอยู่หลายเรื่อง หวังว่าคงเข้าใจนะคะ ถ้าเราตัดสินใจแต่งเป็นเรื่องยาวเมื่อไรแล้วจะแจ้งไปบอกแน่นอนค่ะ ^o^
    #4
    0
  6. #3 pinkychan
    วันที่ 30 เมษายน 2550 / 11:45
    จบดื้อๆงี้เลยหรอ?



    มันน่าจะมีต่อนะงับ



    ปล.อยากอ่านต่อ >0<
    #3
    0
  7. วันที่ 5 พฤษภาคม 2549 / 22:20

    เออ... อยากขอความคิดเห็นน่ะค่ะว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง อ่านรู้เรื่องกันหรือเปล่า เพราะมันเป็นแนวทดลองน่ะค่ะ เลยอยากให้ช่วยกันวิจารณ์ว่ามันดีหรือไม่ดียังไง อ่านกันรู้เรื่องหรือเปล่า???

    ยังไงก็ขอความเห็นหน่อยนะคะ ถือว่าช่วยๆกัน และขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านด้วยค่ะ ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่านเรื่องสั้นเรื่องที่ 2 ของเรานะ

    #2
    0
  8. วันที่ 20 มีนาคม 2549 / 11:34

    ถึงจะแปลกๆไปนิด แต่ก็ทนๆอ่านกันหน่อยนะคะ

    #1
    0